สมุฏฺฐานสีโส
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๕๘. กิมตฺถํ ‘‘เมถุนํ สุกฺกสํสคฺโค’’ติอาทิวจนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิทานี’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ ‘‘เมถุนํ สุกฺกสํสคฺโค’’ติอาทิวจเน. สมุฏฺฐานสีสนฺติ สมุฏฺฐานานํ, สมุฏฺฐาเนสุ วา สีสํ. เสสานีติ ปฐมปาราชิกโต เสสานิ ปญฺจสตฺตติ สิกฺขาปทานิ. เตนาติ ปฐมปาราชิเกน. ‘‘สุกฺกสํสคฺโค’’ติอาทิวจนํ สํวณฺเณนฺโต อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ ‘‘สุกฺกสํสคฺโค’’ติอาทิวจเน.
ขุทฺทกวณฺณนาวสาเนติ ขุทฺทกฏฺฐกถาย อวสาเน.
ลิงฺควิปริยาโยติ ลิงฺควิปลฺลาโส. กายมานสิกา กตาติ เอตฺถ กายมานเสสุ ปวตฺตา กายมานสิกาติ วุตฺเต สมุฏฺฐานาติ อาห ‘‘กายจิตฺตสมุฏฺฐานา กตา’’ติ.
ทุติยปาราชิกสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๕๙. อิทํ สมุฏฺฐานํ เอกํ สมุฏฺฐานสีสนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อทินฺนาทาน’’นฺติ อิมินา อทินฺนนฺติ เอตฺถ สมุทายนาเม เอกเทสโวหาโรติ ทสฺเสติ. เสสานีติ ทุติยปาราชิกโต เสสานิ เอกูนสตฺตติ สิกฺขาปทานิ. เตนาติ ทุติยปาราชิเกน. ตตฺถาติ ‘‘วิคฺคหุตฺตรี’’ติอาทิวจเน. วิคฺคหุตฺตรีติอาทิปทานํ พฺยญฺชเน อาทรมกตฺวา อตฺถเมว ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสวิคฺคหอุตฺตริมนุสฺสธมฺมสิกฺขาปทานี’’ติ. อนิยตา ทุติยิกาติ อาปตฺตึ อเปกฺขิตฺวา ปาฬิยํ อิตฺถิลิงฺควเสน วุตฺตํ, อฏฺฐกถายํ ปน สิกฺขาปทํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกลิงฺควเสน ทุติยนฺติ วุตฺตํ.
สมุฏฺฐานา ติกา กตาติ เอตฺถ ‘‘ติกสมุฏฺฐานา’’ติ วตฺตพฺเพ ปทวิปริยายวเสน กการสฺส ทีฆวเสน สมุฏฺฐานา ติกาติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ติกสมุฏฺฐานา กตา’’ติ.
สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๐. ‘‘สญฺจรี’’ติ อิทํ ตาว สญฺจริตฺตํ นาม เอกสมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ.
วิภงฺเค อาคเตน ‘‘ริญฺจนฺตี’’ติ (ปารา. ๕๗๖) ปเทน เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทํ อุปลกฺขิตฺวา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิภงฺเค ริญฺจนฺติ อุทฺเทสนฺติ อาคต’’นฺติ.
‘‘ยาว ทฺวารโกสา อคฺคฬฏฺฐปนาย’’ อิติ (ปาจิ. ๑๓๕-๑๓๖) จ ‘‘อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ ทเทยฺย’’อิติ (ปาจิ. ๑๖๙) จ ‘‘จีวรํ สิพฺเพยฺย’’อิติ (ปาจิ. ๑๗๖-๑๗๗) จ วุตฺตสิกฺขาปทตฺตยนฺติ โยชนา.
‘‘สมณจีวเรน จา’’ติ เอวํ วจนํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สมณจีวรํ ทเทยฺยา’’ติ อิทํ (ปาจิ. ๙๑๗) วจนํ สนฺธายาติ สมฺพนฺโธ.
สมนุภาสนาสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๑. เภทนฺติ อิทํ สมนุภาสนํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ.
กถินสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๒. อุพฺภตนฺติ อิทํ กถินสมุฏฺฐานํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ.
อาวสเถน สทฺธินฺติ อาวสถสทฺเทน สทฺธึ.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๓. ‘‘เอฬกโลมา’’ติ อิทํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ. อิโตติ ยถาวุตฺตโต. ปาฬินฺติ มาติกาปาฬึ. วิรชฺฌิตฺวาติ ปุพฺพาปรโต วิราเธตฺวา. ยถาติ เยนากาเรน. ปนสทฺโท อนุคฺคหตฺโถ. กิญฺจาปิ ลิขนฺติ, ปน ตถาปีติ โยชนา. เอวนฺติ ตถากาเรน. อตฺถานุกฺกโมติ อตฺถสฺส อนุกฺกโม.
‘‘อภิกฺขุกาวา เสน จา’’ติ เอตํ วจนํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อภิกฺขุเก อาวาเส วสฺสํ วเสยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๑๐๔๗) อิทํ วจนํ สนฺธายาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ภิกฺขุนี’’ติอาทินา วุตฺตานีติ สมฺพนฺโธ. อาทิสทฺเทน ‘‘สิกฺขมานา จ สามเณรี คิหินิยา’’ติ ปาฐํ สงฺคณฺหาติ.
ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๔. ปทนฺติ อิทํ ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ. ‘‘ตถา อตฺถงฺคเตน จา’’ติ เอตํ วจนํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อตฺถงฺคเต สูริเย โอวเทยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๑๕๔-๑๕๕) อิทํ วจนํ สนฺธายาติ สมฺพนฺโธ. อโนกาโส จ…เป… สนฺธาย วุตฺตนฺติ (ปาจิ. ๑๒๑๙-๑๒๒๑) เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อทฺธานสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๕. อทฺธานนฺติ อิทํ อทฺธานสมุฏฺฐานํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ.
เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๖. เถยฺยสตฺถนฺติ อิทํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ นาม เอกํ สมุฏฺฐานสีสํ, เสสานิ เตน สทิสานิ. ‘‘พฺยูเหน สตฺตมา’’ติ อิทํ วจนํ วุตฺตนฺติ โยชนา. ตทนนฺตรเมวาติ ตสฺส สิกฺขาปทสฺส อนนฺตรเมว, ‘‘อาคต’’อิติ สมฺพนฺโธ.
ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐานวณฺณนา
๒๖๗. ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐาเน สมุฏฺฐานสีสํ นตฺถิ, สพฺพานิ เอกทส สิกฺขาปทานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐานานีติ วุตฺตานิ. เอวนฺติอาทิ นิคมนํ. เตสนฺติ เตสํ สิกฺขาปทานํ. สมฺภินฺนสมุฏฺฐานนฺติ สํสคฺคสมุฏฺฐานํ. ติวิธนฺติ ภูตาโรจนโจริวุฏฺฐาปนอนนุญฺญาตสมุฏฺฐานวเสน ติปฺปการํ. ตนฺติ นิยตสมุฏฺฐานํ, โหตีติ สมฺพนฺโธ. ปุน ตนฺติ นิยตสมุฏฺฐานํ, ทสฺเสตุนฺติ สมฺพนฺโธ. ปุน ตนฺติ วจนํ. เนตฺติธมฺมานุโลมิกนฺติ เอตฺถ กายวาจํ เนติ วิเนตีติ เนตฺติ, กายวาจํ เนติ วิเนติ เอตฺถ, เอตายาติ วา เนตฺติ. ธมฺโมติ ปาฬิ. สา หิ ยสฺมา อตฺถํ ธาเรติ, ตสฺมา ธมฺโมติ วุจฺจติ. เนตฺติเยว ธมฺโม เนตฺติธมฺโม, ตสฺส อนุโลมิกํ เนตฺติธมฺมานุโลมิกํ. เตน วุตฺตํ ‘‘วินยปาฬิธมฺมสฺส อนุโลม’’นฺติ.
อิติ สมุฏฺฐานสีสวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.