เสทโมจิกคาถา
(๑) อวิปฺปวาสปญฺหาวณฺณนา
๔๗๙. เสทโมจิกคาถาสูติ อธิปฺปายตฺถสฺส คมฺภีรตฺตา ตํ จินฺเตนฺตานํ วินยธรานํ กาเย เสทํ โมเจตีติ เสทโมจิกา, สาเยว คาถา เสทโมจิกคาถา, ตาสุ. ‘‘อกปฺปิยสมฺโภโค น ลพฺภตี’’ติ อิมินา กปฺปิยสมฺโภโค ลพฺภตีติ ทสฺเสติ. กปฺปิยสมฺโภคํ ทสฺเสตุํ ‘‘นหาปนโภชนาที’’ติ วุตฺตํ. อนาปตฺตีติ มาตุภิกฺขุนิยา อนาปตฺติ. เอสา ปญฺหาติ เอตฺถ ปญฺหสทฺโท สภาวติลิงฺโคติ สทฺทสตฺเถสุ (สทฺทนีติธาตุมาลายํ ๑๖ หการนฺตธาตุ; อภิธานปฺปทีปิกายํ ๑๑๕ คาถายํ) วุตฺโต, อิธ อิตฺถิลิงฺควเสน วุตฺโต. ‘‘ปณฺฑิเตหี’’ติ อิมินา กุสลสฺส การณํ ทสฺเสติ, ปณฺฑิตตฺตา กุสโลติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ ปญฺหาย. เอตนฺติ วิสฺสชฺชนํ. อสฺสาติ คาถาย.
เอกาทส วิวชฺชิยาติ อวิภตฺติกนิทฺเทโส, เอกาทส วิวชฺชิเยติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ ‘‘เย’’ติอาทิ. เตปีติ ปิสทฺโท คาถายํ ลุตฺตนิทฺทิฏฺฐคมฺยมานภาวํ ทสฺเสติ.
อยนฺติ นฺหาปิตปุพฺพโก ภิกฺขุ. นิมฺมิตพุทฺธนฺติ พุทฺเธน นิมฺมิตํ พุทฺธรูปํ.
วิวชฺชิยาติ เอตฺถ ยกาโร ตฺวาปจฺจยสฺส การิโยติ อาห ‘‘วิวชฺเชตฺวา’’ติ. อสีสกํ ยํ ตํ กพนฺธํ อตฺถีติ โยชนา. อสีสกตฺตา เกน สรีเรน ชีวิตํ พนฺธตีติ กพนฺโธ. ยสฺสาติ กพนฺธสฺส.
หีติ สจฺจํ. เตติ อภพฺพปุคฺคลา.
วาจาติ เอตฺถ ยการโลโปติ อาห ‘‘วาจายา’’ติ. อิติ เมติ เอวํ มม. เอวํ วทมาเน มม วจนนฺติ โยชนา. อถวา อิติเมติ เอวํ อิเม, เอวํ วทมาเน อิเม ชนาติ โยชนา. สทฺทมฺปีติ อิมินา คิรสทฺโท สทฺทปริยาโยติ ทสฺเสติ. หีติ สจฺจํ. ตุณฺหีภูตสฺส นิสินฺนสฺส ตสฺส ภิกฺขุโนติ โยชนา. ยทิ มโนทฺวาเร อาปตฺติ นาม นตฺถิ, เอวํ สติ กสฺมา อาปชฺเชยฺย วาจสิกนฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. เตนาติ ตสฺมา. อสฺสาติ ภิกฺขุสฺส.
สาติ ภิกฺขุนี, อาปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. วุตฺตปฺปการนฺติ ‘‘คามนฺตรปริยาปนฺน’’นฺติ วุตฺตปฺปการํ.
ตาสูติ ทฺวีสุ ภิกฺขุนีสุ.
จตุโร ชนาติ เอตฺถ จตุนฺนํ ชนานํ สรูปํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาจริโย จ ตโย จ อนฺเตวาสิกา’’ติ. สาหตฺถิกาติ สหตฺถา อวหริตา. อาณตฺติยาปีติ อาณตฺเตน อวหริตาปิ. อิตเรสนฺติ อนฺเตวาสิกานํ, เอเกโก มาสโกติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ ปริวาเร เสทโมจิกคาถายํ.
(๒) ปาราชิกาทิปญฺหาวณฺณนา
๔๘๐. สนฺถตเปยฺยาลญฺจาติ ปฐมปาราชิกวิภงฺเค (ปารา. ๖๕) วุตฺตํ สนฺถตเปยฺยาลญฺจ.
ลิงฺคปริวตฺตํ สนฺธายาติ สติ ลิงฺเค ปริวตฺเต ปฏิคฺคหณสฺส วิชหนํ สนฺธาย วุตฺตํ.
โยติ ภิกฺขุ, ปริณาเมตีติ สมฺพนฺโธ. อตฺตโน อตฺถายาติ โยชนา.
อสฺสาติ คาถาย. กากอุหทนฺติ กาเกหิ กรีสุสฺสคฺคํ. กทฺทมมกฺขิตนฺติ กทฺทเมน มกฺขิตํ. กายคตาเนว หุตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
หีติ วิตฺถาโร. อนริยํ ตํ อิตฺถึ วา ตํ ปุริสํ วา หเนยฺยาติ โยชนา. ลิงฺคปริวตฺเตน เหตุภูเตน อิตฺถิภูตํ, ปุริสภูตญฺจาติ สมฺพนฺโธ. อิตฺถิภูตนฺติ จ อิตฺถี หุตฺวา ภูตํ, อิตฺถิภาวํ วา ปตฺตํ.
มิคสิงฺคตาปสสีหกุมาราทีนํ ติรจฺฉานคตมาตาปิตโร วิยาติ โยชนา. มิคสิงฺคตาปโสติ มิคสิงฺคนามโก (ชา. อฏฺฐ. ๕.๑๗.๙๖ อาทโย) ตาปโส. สีหกุมาโรติ สีหพาหุกุมาโร. อาทิสทฺเทน ภูริทตฺตาทโย สงฺคณฺหาติ.
กุรุนฺทิยํ อาคตนฺติ สมฺพนฺโธ.
‘‘สจฺจํ ภณนฺโตติ คาถายา’’ติ ปทํ ‘‘สจฺจํ ภาสโต ลหุกาปตฺติ โหตี’’ติ เอตฺถ อิติสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘สจฺจํ ภณนฺโต’’ติ คาถาย อิติ อตฺโถติ โยชนา.
(๓) ปาจิตฺติยาทิปญฺหาวณฺณนา
๔๘๑. สลากํ เทนฺตสฺส อสฺส ภิกฺขุสฺส เฉชฺชํ โหตีติ โยชนา. ‘‘ปาราชิกํ โหตี’’ติ อิมินา โหติเฉชฺชนฺติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ.
สุปฺปติฏฺฐิตนิโคฺรธสทิสํ รุกฺขมูลํ, ตเมว วา คเหตพฺพํ.
ติสฺสิตฺถิโยติ เอตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, ปจฺจตฺตวจนํ วาติ อาห ‘‘ตาสุปี’’ติ. ‘‘ยํ ตํ เมถุนํ นาม ต’’นฺติ อิมินา ‘‘เมถุนํ ยํ ต’’นฺติ ปทานํ สมานาธิกรณภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘น เสวตี’’ติ อิมินา น เสเวติ เอตฺถ ติการสฺส เอการาเทสภาวํ (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๑.๗๖ ปุตฺโต วา ปิตรํ ยาเจ วิย) ทสฺเสติ. ตโย ปุริเสติ เอตฺถ ‘‘อุปคนฺตฺวา’’ติ ปทํ อชฺฌาหริตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห‘‘ตโย ปุริเสปิ อุปคนฺตฺวา’’ติ. อิมินา ตโย ปุริเสติ เอตฺถ อุปโยคตฺเถ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ. ปุริมนยํ คเหตฺวา เอตฺถาปิ ‘‘ตีสุ ปุริเสสู’’ติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อตฺโถปิ ยุชฺชเตว. อิมํ นยํ คเหตฺวา ปุริมปเทปิ ติสฺสิตฺถิโย อุปคนฺตฺวาติ อุปโยคตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อตฺโถปิ ยุชฺชเตว. ตสฺมา เต เทฺว นยา อญฺญมญฺโญปเทสทายกนยา นามาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อุภโตพฺยญฺชนสงฺขาเต’’ติ อิมินา อนริยสทฺเทน อุภโตพฺยญฺชโนว อิธ คเหตพฺโพติ ทสฺเสติ. ‘‘นาจรตี’’ติ อิมินา น จาจเรติ เอตฺถาปิ ติสทฺทสฺส เอการาเทสภาวเมว ทสฺเสติ. เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคํ กายสํสคฺคํ อาปชฺชิตุํ วายมนฺติยา ตสฺสา ภิกฺขุนิยาติ โยชนา.
อสฺสาติ คาถาย, ติตฺถิโย อาราธโก โหตีติ โยชนา. ตตฺเถวาติ ติตฺถิยวตฺเต เอว. อสฺสาติ ติตฺถิยสฺส. ตเมวาติ ติตฺถิยวตฺตเมว.
สงฺฆาทิเสสนฺติอาทิคาถา วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ตนฺติ อชฺโฌหรณํ.
อากาสคตํ สามเณรนฺติ สมฺพนฺโธ. สงฺเฆนปีติ ปิสทฺโท น กมฺมารเหเนวาติ ทสฺเสติ. ‘‘น กาตพฺพ’’นฺติ อิมินา สงฺโฆปิ กมฺมารโหปิ ภูมิคโตว วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ.
อสฺสาติ คาถาย วินิจฺฉโยติ สมฺพนฺโธ.
‘‘น เทติ, น ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ กิริยาปทานํ กตฺตารํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นาปิ อุยฺโยชิกา’’ติอาทิ. ตสฺสาติ อวสฺสุตปุริสสฺส. ‘‘การเณนา’’ติ อิมินา เตนาติ ปทสฺส การณตฺถํ ทสฺเสติ. เอวสทฺโท ปน สมฺภววเสน โยชิโต, น อญฺเญน การเณนาติ อตฺโถ, อวสฺสุตสฺส ปุริสสฺสาติ สมฺพนฺโธ. คหเณติ อุยฺโยชิตาย คหเณ. ตญฺจ ปริโภคปจฺจยาติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ, ปริโภคสฺส จ สมฺพนฺธํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตญฺจ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘อาปตฺติ’’นฺติ อิมินา ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ. ‘‘ตสฺสา อุยฺโยชิตายา’’ติ อิมินา ปริโภคสฺส สมฺพนฺธํ ทสฺเสติ. ตสฺสาติ อุยฺโยชิตาย.
สตฺตรสเกสุ สงฺฆาทิเสเสสูติ สมฺพนฺโธ. วชฺชํ น ผุสตีติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อญฺญํ นวํ อาปตฺติ’’นฺติ.
อิติ เสทโมจิกคาถาวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.