(๓) ปาจิตฺติยวณฺณนา

๔๗๖. ปญฺจ เภสชฺชานีติ สพฺพิอาทีนิ ปญฺจ เภสชฺชานิ. อิมํ อาปตฺตินฺติ สมฺพนฺโธ. ปจฺฉา อาปนฺโนติ โยชนา.

เอกํ กพฬนฺติ เอกํ อาโลปํ, ตุมฺหมูเลติ ตุมฺหํ สนฺติเก.

ยถาวตฺถุกนฺติ วตฺถุอนุโลมํ, อาปตฺติโย เทสิตาว โหนฺตีติ โยชนา.

โกกาลิกาทีนนฺติอาทิสทฺเทน กฏโมทกติสฺสกาทโย (ปารา. ๔๑๗) สงฺคณฺหาติ. ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค ปาจิตฺติยญฺจ จณฺฑกาฬิกาย ภิกฺขุนิยา ปาจิตฺติยญฺจาติ โยชนา. ปยุตฺตวาจาปจฺจยาติ วิญฺญตฺตินิมิตฺตาทีหิ ปกาเรน ยุตฺตาย วาจาย ปจฺจยา. อาปตฺติ ปาราชิกสฺสาติ ปาราชิกสฺส อาปชฺชนํ. อถวา ปาราชิกสฺสาติ อสฺส ภิกฺขุสฺส ปาราชิกา อาปตฺติ โหตีติ วา ปาราชิกา อาปตฺติ อสฺส ภวตีติ วา โยชนา กาตพฺพา. อิตีติ อิมา ฉ อาปตฺติโย อาปชฺชตีติ โยชนา.

โภชนํ คเหตฺวา อชฺโฌหรมานาติ สมฺพนฺโธ. ตเถวาติ ยถา ขาทเน, ตเถว มํสํ ลสุณํ อชฺโฌหรมานาติ โยชนา. ‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ จ ‘‘อกปฺปิยมํส’’นฺติ จ ปทานิ ‘‘อชฺโฌหรมานา’’ติ ปเทน สมฺพนฺธิตพฺพานิ.

ปญฺจ ฐานานีติ ปญฺจ อาปตฺติสงฺขาตานิ ฐานานิ. ตตฺถาติ ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ. ทฺวินฺนนฺติ ภิกฺขุภิกฺขุนีนํ. เตสนฺติ สิกฺขมานาทีนํ. ปญฺจนฺนเมวาติ สหธมฺมิกานํเยว. วินิจฺฉยโวหาโรติ วินิจฺฉยวจนํ. อิมินา จตฺตาริ อธิกรณานิ ปฏิกฺขิปติ. อฑฺฑกมฺมํ นามาติ อภิยุญฺชนฺตานํ กมฺมํ นาม.

‘‘สหธมฺมิกาน’’นฺติ อิมินา ปญฺชนฺนํ วินิจฺฉโยติ เอตฺถ ปญฺจสรูปํ ทสฺเสติ. โสภณภาวํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘กตวีติกฺกโม หี’’ติอาทิ. อพฺภุณฺหสีโลติ อภินวุปฺปนฺนสีโล. อพฺภุณฺหสีโล นาม อตฺถโต ปากติกสีโลติ อาห ‘‘ปากติโก’’ติ, ปกติสีเลน นิยุตฺโตติ อตฺโถ.

‘‘กายทฺวารสมฺภวา’’ติ อิมินา กายิกาติ ปทสฺส ตทฺธิตภาวํ ทสฺเสติ. มุขํ โอโลเกตพฺพนฺติ เอตฺถ วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ.

จตุนฺนํ เทสนาย จาติ เอตฺถ ‘‘เทสนายา’’ติ ปทํ อาทิปทโลปนฺติ อาห ‘‘อจฺจยเทสนายา’’ติ. สาติ อจฺจยเทสนา. อภินิลียิตฺวา ธนุนา มาเรนฺตีติ อภิมารา.

เฉชฺชํ โหตีติ เอตฺถ เฉชฺชํ นาม ปาราชิกาปชฺชนเมวาติ อาห ‘‘เทวทตฺโต วิย ปาราชิกํ อาปชฺชตี’’ติ. อิมา ปน อาปตฺติโยติ ปาราชิกถุลฺลจฺจยาปตฺติโย.