๑๑๕. วชาทีสุ วสฺสูปคมนกถา
๒๐๓. ‘‘โคปาลกานํ นิวาสฏฺฐาน’’นฺติ อิมินา โคปาลกา คาโว วิย วเช นิวสนฺตีติ ทสฺเสติ.
อุปกฏฺฐสทฺโท อาสนฺนปริยาโยติ อาห ‘‘อาสนฺนายา’’ติ. ตตฺถาติ กุฏิกายํ. อิธาติ อิมิสฺสํ กุฏิกายํ. อวิหารตฺตา ‘‘อิธาติ’’สามญฺญวเสน วุตฺตํ. ติกฺขตฺตุนฺติ อิทํ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ. เหฏฺฐา หิ ‘‘สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๘๔) วุตฺตตฺตา สกิมฺปิ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตมฺปีติ สาลาสงฺเขเปน ฐิตสกฏมฺปิ. ‘‘อาลโย’’ติ อิมินา ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ วจีเภโท น กาตพฺโพติ ทสฺเสติ. อาลโยติ จ สตฺเถ ‘‘อิธ วสฺสํ วสิสฺสามี’’ติ จิตฺตสฺส อลฺลียนํ. มคฺคปฏิปนฺเนเยว สตฺเถติ อนาทเร ภุมฺมวจนํ. ตตฺเถวาติ สตฺเถเยว. สตฺโถ อติกฺกมตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ ปตฺถิตฏฺฐาเน. วิปฺปกิรตีติ วิสุํ วิสุํ คจฺฉติ. สเจ อคามเก ฐาเน วิปฺปกิรติ, ปุริมํ คามํ สนฺนิวตฺติตพฺพํ. น อญฺญคามํ คนฺตพฺพํ. ตโตติ คามโต.
อุปคนฺตพฺพนฺติ ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา อุปคนฺตพฺพํ. ตตฺเถวาติ สมุทฺเทเยว. กูลนฺติ ตีรํ. ตญฺหิ กุลติ อุทกํ อาวรตีติ กูลนฺติ วุจฺจติ. อยญฺจาติ นาวายํ วสฺสูปคมนภิกฺขุ. อนุตีรเมวาติ อนุกฺกเมน, อนุสาเรน วา ตีรเมว. อญฺญตฺถาติ ปฐมลทฺธคามโต อญฺญสฺมึ ฐาเน. ตตฺเถวาติ ปฐมลทฺธคาเมเยว.
อิตีติอาทิ นิคมนํ. ปวาเรตุญฺจ ลภตีติ เอตฺถ จสทฺโท วากฺยสมฺปิณฺฑนตฺโถ. ปุริเมสุ จ ปนาติ เอตฺถ จสทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, ปนสทฺโท วิเสสตฺถโชตโก. อนาปตฺติ โหตีติ อนาปตฺติมตฺตเมว โหติ.