๗๖. คามสีมาทิกถา

๑๔๗. อุโปสถกมฺมสฺส วิสุํ คหิตตฺตา เสสกมฺมวเสน สมานสํวาสกตา คเหตพฺพา โคพลิพทฺทนเยน วา ปาริเสสนเยน วา. ตนฺติ สมานสํวาสเอกูโปสถภาวํ. ‘‘อปริจฺฉินฺนายา’’ติ อิมินา อฏฺฐปิตายาติ เอตฺถ ฐปธาตุยา อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสติ. คามํ วา นิคมํ วาติ เอตฺถ นครํ เกน สงฺคหิตนฺติ อาห ‘‘คามคฺคหเณน เจตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถาติ ‘‘คามํ วา นิคมํ วา’’ติ ปาเฐ, คามคฺคหเณนาติ สมฺพนฺโธ. อถ วา เอตฺถาติ คามนิคมนคเรสุ, นครมฺปีติ สมฺพนฺโธ. คามาทีนํ ปริจฺเฉทํ วิตฺถาเรน ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ คามนิคมนคเรสุ. คามโภชกาติ คามํ ภุญฺชนฺตีติ คามโภชกา. พลินฺติ กรํ. โส หิ ตํ นิสฺสาย คามโภชกา พลนฺติ ชีวนฺติ อเนนาติ พลีติ วุจฺจติ. ยมฺปิ เอกํ ปเทสํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา เทตีติ โยชนา. คามเขตฺเตติ รญฺโญ อาณา ขิปิยติ เอตฺถาติ เขตฺตํ, คาโมเยว เขตฺตํ คามเขตฺตํ, ตสฺมึ. อยมฺปีติ อยํ ปเทโสปิ. โสปีติ ปเทโสปิ. วิสุํคาโม นามาติ โยชนา. โสปิ วิสุํคาโม คามสีมา โหติเยวาติ โยชนา. วิสุํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทินฺโน คาโม วิสุํคาโม. ตสฺมาติ ยสฺมา วิสุํ คาโม โหติ, ตสฺมา. สา จาติ วิสุํคามสีมา จ. อิตราติ วิสุํคามสีมโต อญฺญา ปกติคามนครนิคมสีมา จาติ โยชนา.

เอวนฺติ ‘‘อสมฺมตาย ภิกฺขเว’’ติอาทินา ปาเฐน. ตนฺติ สีมปริจฺเฉทํ. อปริจฺฉินฺเนติ ราชูหิ อปริจฺฉินฺเน. ‘‘อฏวิปเทเส’’ติ อิมินา นตฺถิ คาโม เอตฺถาติ อคามโกติ วจนตฺถสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. วิชฺฌาฏวิสทิเสติ วิคตํ อคฺคิโน ฌายนเมตฺถาติ วิชฺฌา, โจราทโย มนุสฺเส อาภุโส ฏวนฺติ ปีฬยนฺติ เอตฺถาติ อาฏวิ. วิชฺฌา จ สา อาฏวิ เจติ วิชฺฌาฏวิ, ตาย สทิเส วิชฺฌาฏวิสทิเส. เอตฺถ ปุริมนเย คามาทีหิ อาสนฺโน วา โหตุ, อนาสนฺโน วา เตหิ อปริจฺฉินฺโน อฏวิปเทโส คเหตพฺโพ. ปจฺฉิมนเย ทูโร มนุสฺสานํ อนาคมนปโถ อาฏวิปเทโส คเหตพฺโพติ อยเมเตสํ วิเสโส. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. สมนฺตาติ สมนฺตโต. อยํ สีมาติ อยํ สตฺตพฺภนฺตรสีมา. ตตฺถาติ สตฺตสุ อพฺภนฺตเรสุ. สมนฺตา ฐิตสฺส วา นิสินฺนสฺส วา อพฺภนฺตเร อนฺโตโกฏฺฐาเส ชาตํ อพฺภนฺตรํ อฏฺฐวีสหตฺถปมาณํ.

ยา กาจิ นที อสีมาว โหตีติ สมฺพนฺโธ. นทีสีมลกฺขณปตฺตาติ นทีสีมลกฺขณํ ปตฺตา. อิมินา สีมลกฺขณํ อปตฺตา นที พนฺธิยมานา สีมาว โหตีติ ทสฺเสติ. สาวธารเณน ‘‘อตฺตโน สภาเวเนวา’’ติ อิมินา ภิกฺขูนํ พนฺธนภาเวนาติ อตฺถํ นิวตฺเตติ. เอตฺถาติ นทิยํ. เอตฺถาติ ชาตสฺสรสมุทฺเทสุ. เยน เกนจีติ อนฺตมโส ติรจฺฉานคเตนปิ เยน เกนจิ. ขณิตฺวา อกโต สยํชาโตติ สมฺพนฺโธ. อิทํ เหตุอนฺโตคธวิเสสนํ. ขณิตฺวา อกตตฺตาติ หิ อตฺโถ. สยํชาโตติ สยเมว ชาโตติ เอวกาโร โยเชตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘เยน เกนจิ ขณิตฺวา อกโต’’ติ. โสพฺโภติ สํ อุโภติ ปทวิภาโค กาตพฺโพ. ตตฺถ สํสทฺโท สมนฺตตฺถวาจโก, อุภสทฺโท ปูรณตฺถวาจโก. ตสฺมา สมนฺตโต อาคเตน อุทเกน อุภติ ปูรติ เอตฺถาติ โสพฺโภติ วจนตฺโถ กาตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สมนฺตโต อาคเตน อุทเกน ปูริโต ติฏฺฐตี’’ติ.

ตตฺถาติ นทีสมุทฺทชาตสฺสเรสุ, อาธาเร ภุมฺมํ. ยํสทฺโท ฐานวิสโยติ อาห ‘‘ยํ ฐาน’’นฺติ. มชฺฌิมสฺสาติ ถามมชฺฌิมสฺส. วกฺขติ หิ ‘‘ถามมชฺฌิเมนา’’ติ. ‘‘สมนฺตโต’’ติ อิมินา สมนฺตาติ เอตฺถ นิสฺสกฺกตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อุทกุกฺเขเปนา’’ติ อิมินา อุทกุกฺเขปาติ เอตฺถ กรณตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ทสฺเสติ. อุทกํ อุกฺขิปิตฺวา ขิปิยติ เอตฺถาติ อุทกุกฺเขโป. ‘‘ปริจฺฉินฺน’’นฺติ อิมินา ปาฐเสสํ ทสฺเสติ. อกฺขธุตฺตาติ เอตฺถ อกฺโขติ ปาสโก. โส หิ อกติ กุฏิลํ คจฺฉติ อเนนาติ อกฺโขติ วุจฺจติ, ธวนฺติ มริยาทมติกฺกมฺม กีฬาทิปสุตํ คจฺฉนฺตีติ ธุตฺตา, อกฺเขสุ ธุตฺตา อกฺขธุตฺตา. ทารุคุฬนฺติ สารทารุมยํ คุฬํ. ‘‘วาลุกํ วา’’ติ อิมินา ‘‘อุทกุกฺเขปา’’ติ เอตฺถ อุปลกฺขณํ ทสฺเสติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ปเทเส. อยนฺติ ปเทโส. ตสฺสาติ อุทกุกฺเขปสฺส.

เอตฺถาติ นทีสมุทฺทชาตสฺสเรสุ. มุขทฺวารนฺติ สมุทฺทาทีนํ มุขสงฺขาตํ ทฺวารํ. สพฺพตฺถาติ สพฺพาย นทิยํ. เถรวาทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิ. ‘‘โยชนํ…เป… วฏฺฏตี’’ติ ยํ ปน วจนํ มหาสุมตฺเถเรน วุตฺตนฺติ โยชนา. ตตฺราปีติ โยชนนทิยมฺปิ. ปฏิกฺขิตฺตาการํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ. นทิยา ปมาณนฺติ นทิยา คมฺภีรปมาณเมว, น อายามวิตฺถารปมาณนฺติ อตฺโถ. ‘‘น โยชนํ วา อทฺธโยชนํ วา’’ติ วจนมฺปิ อิทเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กิญฺจาปิ อายามวิตฺถารปมาณํ น วุตฺตํ, ปภวโต ปน ยาว มุขทฺวารา อายามวิตฺถารวเสน กมฺมํ กาตุํ ปโหนกนทีเยว คเหตพฺพาติ ทฏฺฐพฺพา. ยา นทีติ สมฺพนฺโธ. อิมสฺส สุตฺตสฺสาติ ‘‘ติมณฺฑล’’นฺติอาทิกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส. ปภวโตติ สมุทาคมโต. เอตฺถาติ นทิยํ. สพฺเพหิ ภิกฺขูหิ ฐเปตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ เอกอุทกุกฺเขปโต.

กิตฺตกา ปริปุณฺณา โหตีติ อาห ‘‘สมติตฺถิกา’’ติ. ติตฺเถน สมํ ปริปูรตีติ สมติตฺถิกา. อุทกสาฏิกํ นิวาเสตฺวาปีติ ปิสทฺโท ‘‘อนิวาเสตฺวาปี’’ติ ทสฺเสติ. อุทกสาฏิกํ อนิวาเสนฺโตปิ วตฺเถน อวินาภาวโต อญฺญํ นิวาเสตฺวาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. นาวาย ฐตฺวา กริยมาเน กึ คจฺฉนฺติยาปิ นาวาย กาตุํ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘คจฺฉนฺติยา ปนา’’ติอาทิ. ‘‘กสฺมา’’ติอาทินา การณํ ทสฺเสติ. หีติ ยสฺมา. ตนฺติ อุทกุกฺเขปมตฺตํ. เอวํ สติ…เป… อนุสาวนา โหติ, ตสฺมา คจฺฉนฺติยา นาวาย กาตุํ น วฏฺฏตีติ โยชนา. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา ลทฺธคุณํ ทสฺเสติ. น เกวลํ นาวายเมวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺโตนทิย’’นฺติอาทิ.

รุกฺขสฺสาติ อนฺโตนทิยํ ชาตสฺส รุกฺขสฺส. สาขา วา ปติฏฺฐิตาติ สมฺพนฺโธ. สีมํ วา โสเธตฺวาติ วิหารสีมคามสีมาสุ ฐิตานํ หตฺถปาสานยนพหิกรณวเสน สีมํ วา โสเธตฺวา. ชาตรุกฺขสฺส ปวิฏฺฐสาขาย วา ปาโรเห วาติ สมฺพนฺโธ. อสฺสาติ พหินทิตีเร ชาตรุกฺขสฺส. ตตฺถาติ ขาณุเก.

ตสฺสาติ ปาสาณทีปกสฺส. ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาเรติ ปุพฺเพ นทีนิมิตฺตฏฺฐาเน ‘‘อนฺวทฺธมาส’’นฺติอาทินา (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘) วุตฺตปฺปกาเร. โสติ ปาสาณทีปโก. ปุน โสติ ปาสาณทีปโกเยว. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา.

อาวรณนฺติ ปาฬึ. ตนฺติ อาวรณํ. อาวรเณน วา โกฏฺฐกพนฺเธน วา เหตุภูเตน, ปจฺฉิชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. โกจิ อาวรณปฺปเทโส อชฺโฌตฺถริยตีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อาวรณปฺปเทเส. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา. ‘‘เหฏฺฐาปาฬิ พทฺธา’’ติ อิทํ นทึ วินาเสตฺวา ตฬากกรณาการทสฺสนํ. เอตฺถาติ นทิยํ, ตฬาเก วา. ฉฑฺฑิตโมทกนฺติ ตฬากรกฺขนตฺถํ เอเกน วาริมคฺเคน ฉฑฺฑิตํ อุทกํ. เทเว อวสฺสนฺเตติ ทุพฺพุฏฺฐิกาลตฺตา วสฺสนฺตกาเลปิ เทเว อวสฺสนฺเต. สาติ นทิโต นีหฏมาติกา. กาลนฺตเรนาติ อญฺเญน กาเลน. อุปฺปติตฺวาติ คามนิคมานํ อุปริ ปติตฺวา. ปวตฺตตีติ ปุพฺเพ วุตฺตปกาเร วสฺสกาเล จตฺตาโร มาเส อพฺโภจฺฉินฺนา สนฺทติ. วิหารสีมนฺติ วิหารสมฺพนฺธํ พทฺธสีมํ.

สมุทฺเทปีติ ปิสทฺโท นทิมเปกฺขติ. ตตฺถาติ ปเทเส. โอตริตฺวาติ เหฏฺฐา ตริตฺวา. ‘‘โอสริตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. สณฺฐหนฺตีติ อุทเกน สมํ ติฏฺฐนฺติ. โสติ ปเทโส. อุทกนฺตโตติ อุทกโกฏิโต. ตตฺถาติ สมุทฺเท. พาธตีติ ปีฬยติ. เตสูติ นาวาอฏฺฏเกสุ. ตนฺติ ปิฏฺฐิปาสาณํ. อูมิโยติ วีจิโย. ตา หิ ปรํปราวเสน อุคฺคนฺตฺวา สวิญฺญาณกาวิญฺญาณเก มิยนฺติ หึสนฺติ, อนฺโต ปกฺขิปนฺตีติ วา อูมิโยติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถาติ ปิฏฺฐิปาสาเณ. หีติ สจฺจํ, ยสฺมา วา. อุทเกเนว ปิฏฺฐิปาสาโณ โอตฺถรียตีติ โยชนา. โสติ ทีปกปพฺพโต. ‘‘ทูเร’’ติ วตฺวา ตสฺส ปมาณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มจฺฉวธานํ อนาคมนปเถ’’ติ. มจฺฉวธานนฺติ เกวฏฺฏานํ. เต หิ ยสฺมา มจฺเฉ หนนฺติ, ตสฺมา มจฺฉวธาติ วุจฺจนฺติ. ‘‘มจฺฉพนฺธาน’’นฺติปิ ปาโฐ. มจฺเฉ พนฺธนฺตีติ มจฺฉพนฺธาติ วจนตฺโถ กาตพฺโพ. อนาคมนปเถติ ยตฺถ คนฺตฺวา ตทเหว ปจฺจาคนฺตฺวา น อาคมนปถิเก เทเส. นตฺถิ อาคมนปโถ เอตฺถาติ อนาคมนปโถ, เทโส. ตสฺมึ ‘‘อคมนปเถ’’ติปิ ปาโฐ, โส อยุตฺโต. กสฺมา? อคมนปถสฺส นาธิปฺเปตตฺตา. คนฺตฺวา หิ ปุน อนาคมนปโถเยวาธิปฺเปโต. เตสนฺติ มจฺฉวธานํ. คมนปริยนฺตสฺสาติ คมนโกฏิยา. โอรโตติ โอรภาเค ฐิโต ทีปโก วา ปพฺพโต วาติ โยเชตพฺโพ. ตตฺถาติ โอรภาเค ฐิเตสุ ทีปกปพฺพเตสุ. โอตฺถริตฺวาติ ปกติอุทเกน โอตฺถริตฺวา. ตตฺถาติ โอตฺถริตฺวา ฐิเต สมุทฺเท.

กโรนฺเตหิปิ กาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ยตฺถาติ ยสฺมึ สเร. อยนฺติ อยํ สโร, น ชาตสฺสโร โหติ. อยํ สโร คามเขตฺตสงฺขฺยเมว คจฺฉตีติ โยชนา. ตตฺถาติ สเร. ยตฺถ ปนาติ ยสฺมึ สเร ปน. ตสฺสาติ ชาตสฺสรสฺส. ตตฺถาติ ปเทเส. สเจ คมฺภีรํ อุทกํ โหตีติ โยชนา. ตตฺถาติ อฏฺฏเก. เอตฺถาติ ชาตสฺสเร, ฐิเตสุ ปิฏฺฐิปาสาณทีปเกสูติ โยชนา. ปโหนกชาตสฺสโรติ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ ปโหนโก ชาตสฺสโร. ‘‘สุกฺขตี’’ติ วตฺวา ตเทว สมตฺเถตุํ วุตฺตํ ‘‘นิรุทโก’’ติ. ตตฺถาติ ชาตสฺสเร. สเจ นิรุทกมตฺเตน คามเขตฺตํ คจฺฉติ. กทา คจฺฉตีติ อาห ‘‘สเจ ปเนตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถาติ ชาตสฺสเร. โปกฺขรณีอาทีนีติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน อุทกมาติกาทโย สงฺคณฺหาติ. ยทา ขณนฺติ, ตทาติ ปาฐเสโส โยเชตพฺโพ. ‘‘ตํ ฐาน’’นฺติ วุตฺเตปิ น ขณนฏฺฐานเมว คเหตพฺพํ, ‘‘เอตฺถา’’ติ สามญฺญโต วุตฺตตฺตา สพฺโพเยว ชาตสฺสโร คเหตพฺโพ. น เกวลํ อชาตสฺสรมตฺตํ โหติ, อถ โข คามเขตฺตนฺติ อาห ‘‘คามสีมาสงฺขฺยเมว คจฺฉตี’’ติ.

นนฺติ ชาตสฺสรํ. ปูเรตฺวาติ มตฺติกาทีหิ ปูเรตฺวา. ปาฬินฺติ อาวรณํ. สพฺพเมว นนฺติ สกลเมว ตํ ชาตสฺสรํ. โลณีปีติ ปิสทฺเทน น เกวลํ โสพฺโภเยว ชาตสฺสรสงฺขฺยํ คจฺฉติ, อถ โข โลณีปีติ ทสฺเสติ. อุทกฏฺฐาโนกาเสติ อุทกสฺส ฐาเน โอกาเส.

๑๔๘. สีมาย สีมํ สมฺภินฺทนฺตีติ เอตฺถ ‘‘สีมาย สีม’’นฺติ ปทานํ สมฺพนฺธาเปกฺขตฺตา เตสํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน ปเรส’’นฺติ. ‘‘พทฺธสีม’’นฺติ อิมินา ‘‘สีม’’นฺติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ วิเสสโต พทฺธสีมาเยว คเหตพฺพาติ ทสฺเสติ. ตเมวตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. สํสฏฺฐวิฏปาติ อญฺญมญฺญํ อาสนฺนตฺตา สํสฏฺโฐ วิฏโป เอเตสนฺติ สํสฏฺฐวิฏปา. ‘‘สํสฏฺฐวิฏปา’’ติ อิทํ อุปลกฺขณมตฺตํ, มูลานิปิ สํสฏฺฐานิเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตสูติ ทฺวีสุ รุกฺเขสุ. วิหารสีมา จาติ โปราณกวิหารสีมา จ. อนฺโต กตฺวาติ สีมาย อนฺโต กตฺวา. อถ ปจฺฉาติ เอตฺถ ‘‘ปจฺฉา’’ติ อิมินา อถสทฺทสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. เอวํ เก อกํสูติ อาห ‘‘เอวํ ฉพฺพคฺคิยา อกํสู’’ติ. เตนาติ กรเณน.

อชฺโฌตฺถรณาการํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปเรส’’นฺติอาทิ. ตสฺสาติ พทฺธสีมาย. ปเทสนฺติ ภิกฺขูหิ กมฺมํ กาตุํ ปโหนกํ เอกเทสํ. อนฺตมโส เอกสฺสปิ ภิกฺขุโน ฐตฺวา อธิฏฺฐานุโปสถํ กาตุํ ปโหนกํ ปเทสํ. กมฺมํ กาตุํ อปฺปโหนกปเทสํ อนฺโต กริตฺวา พนฺธนฺตา สีมาย สีมํ สมฺภินฺทนฺติ นาม. สีมาย อุปจาโรติ ปจฺฉา พนฺธิตพฺพาย สีมาย อุปจาโร. ‘‘วฑฺฒนฺโต สีมาสงฺกรํ กโรตี’’ติ อิมินา สเจ อวฑฺฒนโก ปาสาโณ โหติ, ทฺวินฺนมฺปิ สีมานํ นิมิตฺตํ กาตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ.