๒๗๕. ปาลิเลยฺยกคมนกถา

๔๖๗. ปาลิเลยฺยกนฺติ ปลิลวนสณฺเฑ วสนฺตหตฺถินาคํ. ‘‘หตฺถี’’ติ จ ‘‘นาโค’’ติ จ ทฺวินฺนํ สทฺทานํ ปริยายภาเวน วุตฺตตฺตา อธิกตฺโถติ อาห ‘‘มหาหตฺถี’’ติ. ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺเตหิ เตหิ หตฺถิอาทีหิ ฉินฺนคฺคานีติ โยชนา. โอภคฺโคภคฺคนฺติ ภญฺชิตฺวา อโธปาติตํ โอภคฺคนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภญฺชิตฺวา ภญฺชิตฺวา ปาติต’’นฺติ. ‘‘อุจฺจฏฺฐานโต’’ติ อิมินา อวตฺยูปสคฺคสฺส อโธตฺถํ นเยน ทสฺเสติ. เอตสฺสาติ หตฺถินาคสฺส. เตติ หตฺถิอาทโย. เตหีติ หตฺถิอาทีหิ. ปิวนฺเตหิ เตหีติ โยชนา. กทฺทโมทกานีติ กทฺทเมน สํสฏฺฐานิ อุทกานิ.

อีสาทนฺตสฺสาติ เอตฺถ อีสาย สทิโส ทนฺโต อิมสฺสาติ อีสาทนฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘รถอีสาสทิสทนฺตสฺสา’’ติ. ‘‘รถอีสา’’ติ อิมินา นงฺคลอีสํ นิวตฺเตติ. ยเทโกติ ยํ เอโก. ยํสทฺโท การณตฺโถติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติ. อสฺส นาคสฺสาติ หตฺถินาคสฺส. นาเคนาติ พุทฺธนาเคน.

ยถาภิรนฺตนฺติ เอตฺถ กิตฺตกํ กาลํ รมตีติ อาห ‘‘เตมาส’’นฺติ. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน เตมาสวิหรเณน. ปตฺถฏา อโหสีติ สมฺพนฺโธ. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ ชมฺพุทีปตเล.

‘‘โกสมฺพินิวาสิโน’’ติ อิมินา โกสมฺพิยํ นิวสนฺตีติ โกสมฺพกาติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ.