๒๗๖. อฏฺฐารสวตฺถุกถา
๔๗๑. ‘‘ลทฺธิคฺคหณ’’นฺติ อิมินา อาทียเต อาทาโยติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ.
๔๗๕. ตํ ทิวสเมวาติ ตสฺมึ สงฺฆสามคฺคิกรณทิวเสเยว.
๔๗๖. น มูลา มูลํ คนฺตฺวาติ มูลโต มูลํ น คนฺตฺวาว. ‘‘อตฺถโต อปคตา’’ติ อิมินา อตฺถโต อเปตา อตฺถาเปตาติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘พฺยญฺชนมตฺตํ อุเปตา’’ติ อิมินา พฺยญฺชนมตฺตํ อุเปตา อุปคตา พฺยญฺชนูเปตาติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ.
๔๗๗. อตฺเถสุ ชาเตสูติ เอตฺถ ชาตสทฺโท อุปฺปนฺนปริยาโยติ อาห ‘‘วินยอตฺเถสุ อุปฺปนฺเนสู’’ติ. ตญฺจ ปทํ ‘‘สงฺฆสฺส กิจฺเจสู’’ติอาทีสุ สพฺพปเทสุ โยเชตพฺพํ. มหตฺถิโกติ มหนฺโต อุปการสงฺขาโต อตฺโถ อิมสฺสาติ มหตฺถิโกติ ทสฺสนฺโต อาห ‘‘มหาอุปกาโร’’ติ.
อนานุวชฺโช ปฐเมนาติ เอตฺถ ปฐมสทฺโท ตาวปริยาโยติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตาวา’’ติ. สีลโตติ สีเลน. อุเปกฺขิตาจาโรติ อุปปตฺติโต อิกฺขิตาจาโร. ‘‘อเปกฺขิตาจาโร’’ติปิ ปาโฐ. อุปปริกฺขิตาจาโรติ อุปปริกฺขิโต อาจาโร เอตสฺสาติ อุปปริกฺขิตาจาโร.
วิสยฺหาติ เอตฺถ วิปุพฺโพ สหธาตุ อภิภวนตฺโถ, ตฺวาปจฺจโย จ โหตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อภิภวิตฺวา’’ติ. อนปคตนฺติ การณโต อนเปตํ. ภณนฺโต ภิกฺขูติ สมฺพนฺโธ. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยสฺมา หี’’ติอาทิ. โสติ ภิกฺขุ, น หาเปตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อุสูยายา’’ติ อิมินา โทสาคติคมนสฺส คหิตตฺตา ‘‘อคติคมนวเสนา’’ติ อิมินา ปาริเสสนเยน อวเสสอคติคมนเมวาธิปฺเปตํ. โสติ ภิกฺขุ. ฉมฺภติ เจวาติ ถมฺภติ เจว, ถทฺธํ กโรติ เจวาติ อตฺโถ. เวธติ จาติ กมฺปติ จ. โย จาติ ภิกฺขุ ปน. อีทิโสติ อุสูยาย วา อคติคมเนน วา ภณนสงฺขาโต เอทิโส น โหติ.
กิญฺจ ภิยฺโยติ นิปาตสมุทาโย, ตโต วุตฺตโต อติเรกํ กเถตพฺพํ กึ ปนาติ อตฺโถ. ตสฺสา คาถาย อตฺโถ เวทิตพฺโพติ โยชนา. โยติ ภิกฺขุ. หีติ สจฺจํ. กาลาคตนฺติ เอตฺถ คเหตพฺพกาลญฺจ สตฺตมีตปฺปุริสสมาสญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กเถตพฺพยุตฺตกาเล อาคต’’นฺติ. วโจติ ปทํ น วจนปธานํ, วจนวนฺตปุคฺคโลเยว ปธานนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วทนฺโต’’ติ.
อาเจรกมฺหิ จ สเกติ เอตฺถ อาจริยสฺส เอโส อาเจรโก, สสฺส อตฺตโน เอโส สโกติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อตฺตโน อาจริยวาเท’’ติ. คาถาภาวโต อาจริยสทฺทสฺส อาเจราเทโส กาตพฺโพ. ‘‘วาเท’’ติ อิมินา อิทมตฺเถ ปวตฺตสฺส ณิกปจฺจยสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. อลํ ปเมตุนฺติ เอตฺถ อลํสทฺโท สมตฺถตฺโถ, ปมสทฺโทตุลนตฺโถติ อาห ‘‘ตุลยิตุํ สมตฺโถ’’ติ. กเถตเวติ เอตฺถ ตเวสทฺโท อญฺญตฺถ เยภุยฺเยน ภาววาจโก, อิธ ปน กมฺมวาจโกติ อาห ‘‘กเถตพฺเพ’’ติ. วิรทฺธฏฺฐานกุสโลติ วิรทฺธฏฺฐาเน กุสโล.
อยํ คาถา วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ตนฺติ กเถตพฺพํ. อยํ เหตฺถตฺโถติ อยํ เอว เอตฺถ คาถายํ อตฺโถติ โยชนา. ‘‘คจฺฉนฺตี’’ติ อิมินา วชนฺตีติ เอตฺถ วชธาตุยา คตฺยตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘อตฺตโน อาจริยวาท’’นฺติ อิมินา ‘‘สกํ อาทาย’’นฺติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. อาจริยวาโท หิ อาทาตพฺพโต คเหตพฺพโต อาทายนฺติ วุตฺโต. ตทนุรูปนฺติ ตสฺส วตฺถุสฺส อนุรูปํ. พฺยากรมาโน ภิกฺขูติ สมฺพนฺโธ. อฏฺฐหิ ทูตงฺเคหีติ ‘‘โสตา จ โหติ, สาเวตา จ, อุคฺคเหตา จ, ธาเรตา จ, วิญฺญาตา จ, วิญฺญาเปตา, จ กุสโล จ สหิตาสหิตสฺส, โน จ กลหการโก’’ติ (จูฬว. ๓๔๗; อ. นิ. ๘.๑๖) เอวํ วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ ทูตสฺส องฺเคหิ. กสฺส ทูเตยฺยกมฺมนฺติ อาห ‘‘สงฺฆสฺสา’’ติ. ทูตสฺส เอตานิ ทูเตยฺยานิ, ตานิเยว กมฺมานิ ทูเตยฺยกมฺมานิ, เตสุ. อิทนฺติ อตฺถชากํ, วุตฺตํ โหตีติ โยชนา. อถ วา อิทนฺติ อยมตฺโถ. วุตฺตํ โหตีติ วุตฺโต โหติ. ปจฺฉิมนเย ลิงฺควิปลฺลาโสติ ทฏฺฐพฺโพ. อาเนตฺวา หวนฺติ ปูเชนฺตีติ อาหโว ทายกา, เตสํ อาหูนํ. อาเนตฺวา หุนิตพฺพํ ปูเชตพฺพนฺติ อาหุติ, ตํ อาหุตึ. สงฺฆสฺส กิจฺเจสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺส ตสฺส กิจฺจสฺสา’’ติ. กรวโจติ เอตฺถ ‘‘วโจกโร’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาภาวโต ปทวิปริยายวเสน ‘‘กรวโจ’’ติ วุตฺโตติ อาห ‘‘วจนํ กโรนฺโต’’ติ. ‘‘วจนกรเณนา’’ติ อิมินา ‘‘น เตน มญฺญตี’’ติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ.
อาปชฺชมาโน ภิกฺขุ อาปตฺติ โหตีติ โยชนา. ตสฺสา จาติ เอตฺถ สฺมาวจนสฺส สฺสาเทโส กาตพฺโพ. ยถาติ เยนากาเรน, วินยกมฺมากาเรนาติ อตฺโถ. เยสูติ ยตฺตเกสุ วตฺถูสุ. อุภเย เอเต วิภงฺคาติ สมฺพนฺโธ. อสฺสาติ ภิกฺขุสฺส. อาปตฺติวุฏฺฐานปทสฺสาติ ปทสทฺโท การณตฺโถ, ภุมฺมตฺเถ สามิวจโน จ โหตีติ อาห ‘‘อาปตฺติวุฏฺฐานการเณ’’ติ. ‘‘กุสโล’’ติ อิมินา เฉโก ปณฺฑิโต, กุจฺฉิตํ ปาปํ วิทติ ชานาตีติ โกวิโทติ วจนตฺเถน โกวิโท นามาติ ทสฺเสติ.
อาจรนฺโต ภิกฺขุ คจฺฉตีติ โยชนา. ‘‘วตฺต’’นฺติ อิมินา โอสารณํ ตนฺติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสติ. ‘‘ยา’’ติ อิมินา เอตมฺปีติ เอตฺถ เอตสทฺทสฺส อนิยมนิทฺเทสภาวํ ทสฺเสติ. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ โกสมฺพกกฺขนฺธเก.
อิติ โกสมฺพกกฺขนฺธกวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย
มหาวคฺควณฺณนาย
โยชนา สมตฺตา.
ชาทิลญฺฉิตนาเมน, เนกานํ วาจิโต มยา;
มหาวคฺคขนฺธกสฺส, สมตฺโต โยชนานโยติ.
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส