๒๗๑. โกสมฺพกวิวาทกถา

๔๕๑. โกสมฺพกกฺขนฺธเก อยมนุปุพฺพิกถา เอวํ เวทิตพฺพาติ โยชนา. วินยํ ปาฬิโต จ, ตทตฺถโต จ ธาเรตีติ วินยธโร, ตถา สุตฺตนฺตํ ธาเรตีติ สุตฺตนฺติโก. เตสูติ ทฺวีสุ ภิกฺขูสุ. สุตฺตนฺติโก ภิกฺขุ นิกฺขมีติ สมฺพนฺโธ. อาจมนอุทกาวเสสนฺติ อาจเมติ โธวติ อเนนาติ อาจมนํ, ตเมว อุทกํ อาจมนอุทกํ, ตเมว อวเสสํ อาจมนอุทกาวเสสํ, อวเสสอาจมนอุทกนฺติ อตฺโถ. ตํ ภิกฺขุนฺติ สุตฺตนฺติกํ ภิกฺขุํ. เอตฺถาติ อาจมนอุทกาวเสสฏฺฐปเน. ‘‘สเจ โหติ, เทเสสฺสามี’’ติ อิมินา อตฺตโน สุพฺพจภาวญฺจ สิกฺขากามตญฺจ ทสฺเสติ. เตติ ตยา, กถนฺติ สมฺพนฺโธ. อถ วา เตติ ตุยฺหํ, นตฺถีติ สมฺพนฺโธ. อสญฺจิจฺจ อสติยา กตตฺตา อนาปตฺติปกฺโขปิ ภเวยฺยาติ อาห ‘‘นตฺถิ อาปตฺตี’’ติ. เอตฺถ ปน อาปตฺติเยว. โสติ สุตฺตนฺติโก.

วินยธโรปีติ วินยธโร ปน, อาโรเจสีติ สมฺพนฺโธ. อาปชฺชมาโนปีติ ปิสทฺโท ครหตฺโถ. เตติ วินยธรสฺส นิสฺสิตกา, อาหํสูติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ สุตฺตนฺติกสฺส. เตติ สุตฺตนฺติกสฺส นิสฺสิตกา, อาโรเจสุนฺติ สมฺพนฺโธ. โสติ สุตฺตนฺติโก. มุสาวาทีติ อภูตโต, อภูตํ วา วจนํ วทนสีโล. เอโสติ วินยธโร. เตติ สุตฺตนฺติกสฺส นิสฺสิตกา, อาหํสูติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ กลหวฑฺฒนการณา. วินยธโร อกาสีติ สมฺพนฺโธ.

๔๕๓. ‘‘น ตาว ภินฺโน’’ติ อิมินา ภินฺโนติ เอตฺถ ตปจฺจยสฺส อวสฺสมฺภาวิยตฺเถ อนาคตกาลิกตํ ทสฺเสติ. ตเมวตฺถํ สห อุปมาย ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ. ตนฺติ สสฺสํ. ‘‘ภิชฺชิสฺสตี’’ติ อิมินา ภิชฺชิสฺสตีติ ภินฺโนติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. โส จ โขติ สงฺโฆ. กลหวเสน ภิชฺชิสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. สมฺภมอตฺถวเสนาติ สํเวคอตฺถวเสน. สมฺภมสทฺโท หิ ตีสุ อตฺเถสุ วตฺตติ คารเว, ภีติยํ, สํเวเค จาติ. อิธ ปน สํเวเค วตฺตติ. ภิกฺขุสงฺฆสฺส ภินฺเน สํเวคอตฺถวเสนาติ อธิปฺปาโย. อิทํ เหฏฺฐา กถิตาย ‘‘ภเย โกเธ ปสํสาย’’นฺติ คาถาย (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๕) จสทฺเทน สมฺปิณฺฑิตํ สมฺภมอตฺถํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถาติ ‘‘ภินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ ภินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ ปาเฐ. อาเมฑิตนฺติ อา ปุนปฺปุนํ ภยาทิปีฬิตตฺตา เมเฑน อุมฺมาเทน อิตํ กถิตํ อาเมฑิตํ.

๔๕๔. หีติ วิตฺถาโร. ภควา วเทยฺยาติ สมฺพนฺโธ. อุกฺขิปนฺติ อปเนนฺตีติ อุกฺเขปกา. อุกฺขิตฺตมนุวตฺตนฺตีติ อุกฺขิตฺตานุวตฺตกา. เอเตสนฺติ อุกฺขิตฺตานุวตฺตกานํ. ปุน เอเตสนฺติ อุกฺเขปกานํ. ปกฺโขติ สขา. ตนฺติเมวาติ ปาฬิเมว, พฺยาปารเมว วา.

๔๕๕. โยติ ภิกฺขุ. จิตฺตํ อุปฺปาเทตีติ สมฺพนฺโธ. ตุเมฺหติ ธมฺมวาทิโน สนฺธาย วุตฺตํ. กึ ภณถาติ กึ วจนํ ภณถ. อิติ ปุจฺฉิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. เตสญฺจาติ ธมฺมวาทีนญฺจ. อิตเรสญฺจาติ อธมฺมวาทีนญฺจ. อิเมติ อตฺตโน ปกฺเข อิเม ภิกฺขู. เตสนฺติ อธมฺมวาทีนํ. ‘‘กมฺมํ โกเปตี’’ติ ‘‘นานาสํวาสกจตุตฺโถ เจ ภิกฺขเว กมฺมํ กเรยฺย, อกมฺมํ, น จ กรณีย’’นฺติ วจนโต (มหาว. ๓๘๙) กมฺมํ โกเปติ. อิตเรสมฺปีติ ธมฺมวาทีนมฺปิ. ธมฺมวาทีนํ ปกฺเข นิสีทิตฺวา อธมฺมวาทีนํ ลทฺธึ คณฺหนฺโตปิ ธมฺมวาทีนํ นานาสํวาสโก โหติเยว, อยํ นโย วุตฺตนยสฺส อตฺถโต สิทฺโธติ กตฺวา อิธ น วุตฺโต. เอวนฺติอาทิ นิคมนํ. โยติ ภิกฺขุ, ปวิสติ คณฺหาตีติ สมฺพนฺโธ. นิสินฺโน หุตฺวาติ โยชนา. อิเมติ อตฺตโน ปกฺเข อิเม ภิกฺขู. อิตเรติ ปรปกฺเข อิตเร ภิกฺขู. เตสนฺติ ธมฺมวาทีนํ. ยตฺถ ตตฺถ วา ปน ปกฺเขติ ยสฺมึ กสฺมึจิ วา ธมฺมวาทีนํ ปกฺเข. อิเม ธมฺมวาทิโนติ คณฺหาตีติ ตํตํปกฺขคเต ภิกฺขู ยาถาวโต วา อยาถาวโต วา ‘‘อิเม ธมฺมวาทิโน’’ติ คณฺหาติ.

๔๕๖. กาเยน กตํ กมฺมํ กายกมฺมํ, วจิยา กตํ กมฺมํ วจีกมฺมํ. ตตฺถ กายกมฺมํ อุปทํเสนฺตา ภิกฺขู ปหรนฺตา อุปทํเสนฺติ. วจีกมฺมํ อุปทํเสนฺตา ภิกฺขู ผรุสํ วทนฺตา อุปทํเสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กาเยน ปหรนฺตา’’ติอาทิ. อุปทํเสนฺตีติ ปวตฺเตนฺติ. ‘‘โกธวเสนา’’ติ อิมินา เปมวเสนาติ อตฺถํ นิวตฺเตติ. อธมฺมิยานีติ อธมฺเมน กตฺตพฺพานิ. ‘‘กิจฺจานี’’ติ อิมินา อิยปจฺจยสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. อสมฺโมทิกาติ เอตฺถ ยการโลโปติ อาห ‘‘อสมฺโมทิกายา’’ติ. ‘‘กถายา’’ติ อิมินา อสมฺโมทํ ชเนตีติ อสมฺโมทิกาติ กตฺวา ณิกปจฺจยสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. อุปจารํ มุญฺจิตฺวาติ เอตฺถ อุปจาโร นาม อญฺญมญฺญํ ปหรนฺตานํ หตฺถสฺส ปาปุณนฏฺฐานํ, ตํ มุญฺจิตฺวาติ อตฺโถ. อาสนนฺตริกายาติ เอตฺถ เอกํ อาสนํ อนฺตรํ พฺยวหิตํ อิมิสฺสา นิสินฺนกิริยายาติ อาสนนฺตริกาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอเกกํ อาสนํ อนฺตร’’นฺติ. ‘‘กตฺวา’’ติ อิมินา กิริยาวิเสสนภาวํ ทสฺเสติ.

๔๕๗-๘. อยํ อสฺส ภิกฺขุโน อธิปฺปาโย กิราติ โยชนา. เอเตติ โกธาภิภูเต ภิกฺขู. ภควา ปน กเถสีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อนตฺโถ อโต’’ติ อิมินา อนตฺถโตติ ปทสฺส โอการโลปสนฺธึ ทสฺเสติ. เตสํ ปทานมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอตสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘อถ วา’’ติอาทินา ‘‘อนตฺถโท’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สุคโต’’ติอาทีสุ วิย ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา อนตฺถโตติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. อนตฺถโทติ อนตฺถํ ททาตีติ อนตฺถโท.

๔๖๔. ปุถุสทฺโทติ เอตฺถ ปุถุสทฺโท มหนฺตปริยาโยติ อาห ‘‘มหา’’ติ. อสฺสาติ ภณฺฑนการกสฺส ชนสฺส. สมชโนติ เอตฺถ สมสทฺโท สทิสปริยาโยติ อาห ‘‘เอกสทิโส’’ติ, ตุลฺยาธิกรณสมาโสยํ. ภณฺฑนการโก อยํ ชโนติ โยชนา. ตตฺถาติ ภณฺฑนการเกสุ ชเนสุ. อญฺญมฺปิ เอกํ อิทํ การณนฺติ สมฺพนฺโธ. น มญฺญิตฺถาติ โกจิ เอโกปิ น มญฺญิตฺถาติ โยชนา. อิมินา อมญฺญรุนฺติ เอตฺถ อาวิภตฺติยา ‘‘รุ’’นฺติ อาเทโส ทสฺสิโต.

ปริมุฏฺฐาติ ปริมุฏฺฐา สติ เอเตสนฺติ ปริมุฏฺฐาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปริมุฏฺฐสติโน’’ติ. อฏฺฐกฺขรคาถายํ ‘‘ปญฺจมํ ลฆุ สพฺพตฺถา’’ติ วุตฺตตฺตา ปญฺจมสฺส ราการสฺส รสฺโส โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ราการสฺส รสฺสาเทโส กโต’’ติ. กถํ ภาณิโนติ วาจํ ภาณิโน. มุขายามนฺติ เอตฺถ อายามสทฺโท วิตฺถารปริยาโย, วิตฺถาโร จ นาม ปสารณนฺติ อาห ‘‘ปสาเรตุ’’นฺติ. สมฺปทานตฺถโชตเกน ตุํปจฺจเยน สมฺปทานตฺเถ อุปโยควจนนฺติ ทสฺเสติ. นีตาติ กมฺมวาจกสฺส กิตสฺส อปฺปธานกมฺมํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิมํ นิลฺลชฺชภาว’’นฺติ. ทฺวิกมฺมกธาตุภาวโต ‘‘อตฺตโน’’ติ ปธานกมฺมมฺปิ อชฺฌาหริตพฺพํ. ตนฺติ กลหํ. ‘‘ชาน’’นฺติ ปเทน ‘‘วิทู’’ติ ปทสฺส อตฺถญฺจ วากฺยญฺจ ทสฺเสติ. วิทนฺติ ชานนฺตีติ วิทูติ วจนตฺโถ กาตพฺโพติ อธิปฺปาโย. สาทีนโวติอาทีนเวน โทเสน สห ปวตฺโต. อยนฺติ กลโห.

เย จ ตํ อุปนยฺหนฺตีติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อาฆาต’’นฺติ. เยติ ชนา. อุปนยฺหนฺติ อุปนหนฺติ พนฺธนฺติ. สนนฺตโนติ เอตฺถ สนนฺตนสทฺโท ปุราณปริยาโยติ อาห ‘‘โปราโณ’’ติ.

‘‘อญฺเญ’’ติ อิมินา ปเรติ เอตฺถ ปรสทฺทสฺส ปจฺฉาภาคตฺถาทโย นิวาเรติ. มยเมตฺถ ยมามเสติ เอตฺถ เอตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สงฺฆมชฺเฌ’’ติ. ยมุธาตุ อุปยมนตฺโถ เสกาโร นิปาตมตฺโตติ อาห ‘‘อุปยมามา’’ติ. ‘‘สตตํ สมิตํ มจฺจุสนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ อิมินา ‘‘น ชานนฺตี’’ติ ปทสฺส อาการํ ทสฺเสติ. ตตฺถาติ มหาชนกาเย เย ปณฺฑิตาติ โยชนา. เอวํ หีติ เอวเมว. ชานนฺตา เต ปณฺฑิตา ปฏิปชฺชนฺตีติ โยชนา. เมธนฺตา หึสนฺตา คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เมธคา กลหา. เกจิ เมธธาตุโต ณฺวุปจฺจยํ วทนฺติ, เตสํ มเตน เมธกาติ ปฐมกฺขเรน ปาโฐ ภเวยฺย.

เตสมฺปีติ พฺรหฺมทตฺตทีฆาวุกุมารานมฺปิ. สงฺคตีติ สมาคโม. โวติ ตุมฺหากํ. เยสํ ตุมฺหากํ เนว มาตาปิตูนํ อฏฺฐีนิ ฉินฺนานิ, น ปาณา หตา, น ควสฺสธนานิ หฏานิ. เตสํ ตุมฺหากํ กสฺมา สงฺคติ น โหตีติ โยชนา.

สพฺพานิ ปริสฺสยานีติ เอตฺถ สพฺพานีติ วุตฺตการณญฺจ ลิงฺควิปลฺลาสญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปากฏปริสฺสเย จ ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสเย จา’’ติ. ‘‘อภิภวิตฺวา’’ติ อิมินา อภิภุยฺยาติ ปทสฺส ตฺวาปจฺจยนฺตภาวํ ทสฺเสติ. เตนาติ นิปเกน สหาเยน.

ราชาวาติ เอตฺถ ราชา อิวาติ ปทวิภาคํ กตฺวา ราชสทฺทสฺส อุปลกฺขณวเสน มหาชนก, อรินฺทมราชาโน จ อิวสทฺทสฺส โอปมฺมตฺถโชตกญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. รฏฺฐวิชิตสทฺทา อญฺญมญฺญปริยายา. วิเสสนวิเสสฺยานํ กามาจารโต คมฺยมานตฺตา วุตฺตํ ‘‘วิชิตํ รฏฺฐ’’นฺติ. ‘‘มาตงฺโค อรญฺเญ นาโค อิวา’’ติ อิมินา ปทวิภาคํ ทสฺเสติ. เตสํ ปทานํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มาตงฺโคติ หตฺถี วุจฺจตี’’ติอาทิ. ‘‘หตฺถี วุจฺจตี’’ติ อิมินา มหนฺโต องฺโค สรีรเมตสฺสาติ มาตงฺโคติ วจนตฺเถน หตฺถี มาตงฺโค นามาติ ทสฺเสติ. มหนฺตสทฺทสฺส มาตาเทโส. นาคสทฺโท อุรเค จ หตฺถิมฺหิ จ นาครุกฺเข จ อุตฺตเม จ นามปญฺญตฺติยญฺจาติ ปญฺจสุ อตฺเถสุ วตฺตติ, อิธ อุตฺตมตฺเถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นาโคติ มหนฺตาธิวจนเมต’’นฺติ. มาตงฺครญฺเญวาติ เอตฺถ อิวสทฺทสฺส โอปมฺมตฺถโชตกภาวํ ทสฺเสตฺวา อตฺถโยชนํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ‘‘ยถา จ ปาลิเลยฺยโก’’ติ อิมินา มาตงฺคนาคสฺส สรูปํ อุปลกฺขเณน ทสฺเสติ.