๖. ปญฺจวคฺคิยกถา

๑๐. ฐานุปฺปตฺติยาติ การเณน อุปฺปตฺติยา. นิกฺกิเลโส ชาติ สภาโว อิมสฺสาติ นิกฺกิเลสชาติโก. ‘‘ญาณ’’นฺติ อวิเสเสน วุตฺเตปิ อตฺถโต อนาวรณญาณเมวาติ อาห ‘‘สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ. อิโตติ ‘‘ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ ปริวิตกฺกทิวสโต, เหฏฺฐาติ สมฺพนฺโธ. เทวตา ปน อาฬารสฺส กาลงฺกรณเมว ชานาติ, น อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺตภาวํ. ภควา ปน สพฺพํ ชานาติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺโต’’ติ. ‘‘ปริหีนตฺตา’’ติ อิมินา มหาชานิโยติ เอตฺถ หาธาตุยา อตฺถํ ทสฺเสติ. อสฺสาติ อาฬารสฺส. มหตี ชานิอสฺสาติ ‘‘มหาชานิโก’’ติ วตฺตพฺเพ กการสฺส ยการํ กตฺวา ‘‘มหาชานิโย’’ติ วุตฺตํ. อกฺขเณติ พฺรหฺมจริยวาสาย อโนกาเส, อากิญฺจญฺญายตเนติ อตฺโถ. หิยฺโยติ อนนฺตราตีตาเห. โสปีติ อุทโก รามปุตฺโตปิ. ปิสทฺโท อาฬาราเปกฺโข. ตตฺถ อาฬาโร กาลาโม ยาวอากิญฺจญฺญายตนฌานลาภี โหติ, ตสฺมา อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺโต. อุทโก รามปุตฺโต ยาวเนวสญฺญานาสญฺญายตนฌานลาภี โหติ, ตสฺมา เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘พหุการา’’ติ จ ‘‘พหูปการา’’ติ จ ปาฐสฺส ทฺวิธา ยุตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘พหุการาติ พหูปการา’’ติ. เปสิตตฺตภาวํ มนฺติ โยชนา. อิมินา ปหิตตฺตนฺติ เอตฺถ อตฺตสทฺโท กายวาจโกติ ทสฺเสติ.

๑๑. อนฺตราสทฺเทน ยุตฺตตฺตา ‘‘คยํ, โพธิ’’นฺติ เอตฺถ สามฺยตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘คยาย จ โพธิมณฺฑสฺส จา’’ติ.

คาถาย จตูสุ สพฺพสทฺเทสุ ทุติโย สพฺพสทฺโท อนวเสสตฺโถ, เสสา สาวเสสตฺถาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สพฺพํ เตภูมกธมฺม’’นฺติอาทิ. วจนตฺโถ สุวิญฺเญยฺโยว. อรหตฺตผลสฺสาปิ ตณฺหากฺขยตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหากฺขเย นิพฺพาเน’’ติ. สยํสทฺโท อตฺตปริยาโย, อภิญฺญายสทฺโท ตุ ตฺวาปจฺจยนฺโตติ อาห ‘‘อตฺตนาว ชานิตฺวา’’ติ. ‘‘สพฺพํ จตุภูมกธมฺม’’นฺติ อิมินา ญาธาตุยา กมฺมํ ทสฺเสติ. ‘‘อยํ เม อาจริโย’’ติ อุทฺทิสนาการทสฺสนํ.

‘‘โลกุตฺตรธมฺเม’’ติ อิมินา โลกิยธมฺเม ปน อาจริโย (มิ. ป. ๔.๕.๑๑) อตฺถีติ ทสฺเสติ. ปฏิปุคฺคโลติ เอตฺถ ปฏิสทฺโท ปฏิภาคตฺโถติ อาห ‘‘ปฏิภาคปุคฺคโล’’ติ. สทิสปุคฺคโล นาม นตฺถีติ อตฺโถ. สีติภูโตติ สีติ หุตฺวา ภูโต, สีติภาวํ วา ปตฺโต.

กาสีนนฺติ พหุวจนวเสน วุตฺตตฺตา ชนปทานํ นามํ. ชนปทสมูหสฺส รฏฺฐนามตฺตา วุตฺตํ ‘‘กาสิรฏฺเฐ’’ติ. ‘‘นคร’’นฺติ อิมินา ปุรสทฺโท นครปริยาโยติ ทสฺเสติ. ปฏิลาภายาติ ปฏิลาภาปนตฺถาย. ‘‘เภริ’’นฺติ อิมินา ทุนฺทุภิสทฺโท เภริวาจโกติ ทสฺเสติ. เภริ หิ ‘‘ทุํทุ’’นฺติสทฺเทน อุภิ ปูรณเมตฺถาติ ทุนฺทุภีติ วุจฺจติ. ทการรการานํ สํโยคํ กตฺวา ทุนฺทฺรุภีติปิ ปาโฐ อตฺถิ, โส อปาโฐเยว. ‘‘ปหริสฺสามี’’ติ เอตฺถ ปหารสทฺเทน อาหญฺญินฺติ เอตฺถ อาปุพฺพหนธาตุยา อตฺถํ ทสฺเสติ, สฺสามิสทฺเทน อชฺชตนิอึวิภตฺติยา อนาคตกาเล ปวตฺตภาวํ, อิติสทฺเทน คมนาการวาจกสฺส อิติสทฺทสฺส โลปภาวํ ทสฺเสติ.

อนนฺตชิโนติ อนนฺตสงฺขาตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปทฏฺฐานภูเตน อรหตฺตมคฺคญาเณน สพฺพกิเลสารีนํ ชิตวา, เอเตน ผลูปจาเรน อนนฺตชินภาวํ ทสฺเสติ. หุเวยฺย ปาวุโสติ เอตฺถ ‘‘หุเวยฺย อปิ อาวุโส’’ติ ปทวิภาคํ กตฺวา หุธาตุ สตฺตตฺถวาจโก, อปิสทฺโท เอวํนามวาจโกติ ทสฺเสนฺโต อาห อาวุโส ‘‘เอวํ นาม ภเวยฺยา’’ติ. วการสฺส ปการํ กตฺวา ‘‘หุเปยฺยา’’ติ ปาโฐปิ ยุชฺชติเยว.

๑๒. ‘‘อตฺถาย ปฏิปนฺโน’’ติ อิมินา พาหุลฺลสฺส อตฺถาย ปฏิปนฺโน พาหุลฺลิโกติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ปธานโตติ ทุกฺกรจริยาย ปทหนโต. ‘‘ภฏฺโฐ’’ติ อิมินา วิพฺภนฺโตติ เอตฺถ วิปุพฺพภมุธาตุยา อนวฏฺฐานตฺโถ นาม อตฺถโต ภฏฺโฐติ ทสฺเสติ. โสตนฺติ เอตฺถ โสตสทฺทสฺส โสตวิญฺญาณาทิวาจกตฺตา ‘‘โสตินฺทฺริย’’นฺติ วุตฺตํ. อิริยายาติ เอตฺถ อิริยนํ จรณํ อิริยาติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ทุกฺกรจริยายา’’ติ. อภิชานาถ โนติ เอตฺถ โนสทฺโท นุสทฺทตฺโถติ อาห ‘‘อภิชานาถ นู’’ติ. วากฺยนฺติ วาจกํ. สญฺญาเปตุนฺติปทสฺส สญฺญาปนาการํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อหํ พุทฺโธ’’ติ.

๑๓. อิโตติ ‘‘จกฺขุกรณี’’ติอาทิโต. ปทตฺถโตติ ปทโต จ อตฺถโต จ, ปทานํ อตฺถโต วา. อิโตติ ยถาวุตฺตโต. หีติ สจฺจํ. สุตฺตนฺตกถนฺติ สุตฺตนฺตวเสน วุตฺตวจนํ.

๑๘. เทวตาโกฏีหีติ พฺรหฺมสงฺขาตาหิ เทวตาโกฏีหิ. ปติฏฺฐิตสฺส ตสฺส อายสฺมโตติ สมฺพนฺโธ. สาว เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทาติ โยชนา.

๑๙. ทุติยทิวเส ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ทุติยทิวเส’’ติอาทิ ปาฏิปททิวสํ อุปนิธาย วุตฺตํ. ปกฺขสฺสาติ อาสฬฺหีมาสกาฬปกฺขสฺส. สพฺเพว เต ภิกฺขูติ โยชนา. อนตฺตสุตฺเตนาติ อนตฺตลกฺขณสุตฺตนฺเตน (มหาว. ๒๐; สํ. นิ. ๓.๕๙).

ปญฺจมิยา ปกฺขสฺสาติ ปกฺขสฺส ปญฺจมิยา. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก. ‘‘มนุสฺสอรหนฺโตติ อิมินา เทวอรหนฺโต พหูติ ทสฺเสติ.