๕๘. อลชฺชีนิสฺสยวตฺถุกถา
๑๒๐. ‘‘อลชฺชีนํ โอวาท’’นฺติ ปาฐเสเสน โยชิเต สามฺยตฺเถ สามิวจนมฺปิ ยุชฺชเตว. ตํ นยํ อทสฺเสตฺวา ‘‘อุปโยคตฺเถ สามิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ภิกฺขูหิ สภาคต’’นฺติ อิมินา ภิกฺขูหิ สมาโน สีลาทิคุณสงฺขาโต ภาโค อิมสฺสาติ ภิกฺขุสภาโค, ตสฺส ภาโว ภิกฺขุสภาคตนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘ลชฺชิภาว’’นฺติ อิมินา ภาวปจฺจยสฺส สรูปํ ทสฺเสติ. นวฏฺฐานนฺติ อภินวฏฺฐานํ. คเตน ภิกฺขุนาติ สมฺพนฺโธ.
เถโรติ นิสฺสยทายโก เถโร. คเหตุกาโมติ นิสฺสยํ คเหตุกาโม. อาจารนฺติ นิสฺสยปฏิปนฺนสฺส อาจารํ. ตทเหวาติ ตสฺมึ คตอหนิ เอว. อาโภคสฺส กตตฺตา, อรุณุคฺคมนสฺส จ อชานนตฺตา วุตฺตํ ‘‘อนาปตฺตี’’ติ. อรุณุคฺคมนํ อชานนฺโตปิ อาโภคสฺส อกตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อรุณุคฺคมเน ทุกฺกฏ’’นฺติ. ‘‘เทฺว ตีณิ ทิวสานี’’ติ ปเทน จตุ ปญฺจ ฉ ทิวสานิปิ คเหตพฺพานิ ลกฺขณหารนเยน อนิสฺสิเตน วสิตพฺพภาเวน สมานผลตฺตา. เตนาห ‘‘สตฺตาหํ วสิสฺสามี’’ติ. ลทฺธปริหาโรติ ลทฺโธ ปริหาโร อาปตฺติอปนยนํ เยนาติ ลทฺธปริหาโร.