๓. มุจลินฺทกถา

๕. อกาลเมโฆติ เอตฺถ วปฺปาทิกาลสฺส อภาวา น อกาโล โหติ, อถ โข วสฺสกาเล อสมฺปตฺตตฺตา อกาโลติ อาห ‘‘อสมฺปตฺเต วสฺสกาเล’’ติ. ‘‘อุปฺปนฺนเมโฆ’’ติ อิมินา อกาเล อุปฺปนฺโน เมโฆ อกาลเมโฆติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเสติ เชฏฺฐมูลมาเส. ตสฺมินฺติ เมเฆ. สีตวาตทุทฺทินีติ เอตฺถ สีเตน วาเตน ทูสิตํ ทินํ อิมิสฺสา วฏฺฏลิกายาติ สีตวาตทุทฺทินีติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สา จ ปนา’’ติอาทิ. สา จ ปน สตฺตาหวฏฺฏลิกา สีตวาตทุทฺทินี นาม อโหสีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สมีเป โปกฺขรณิยา นิพฺพตฺโต’’ติ อิมินา มุจลินฺทสฺส สมีเป นิพฺพตฺโต มุจลินฺโทติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. มุจลินฺโทติ จ นิจุโล. โส นีโปติ จ ปิยโกติ จ วุจฺจติ. นาคสฺส โภโค เอโกปิ สตฺตาภุชตฺตา ‘‘โภเคหี’’ติ พหุวจนวเสน วุตฺตํ. ตสฺมินฺติ นาคราเช ฐิเต สตีติ โยชนา. ตสฺสาติ นาคราชสฺส. ตสฺมาติ ยสฺมา ภณฺฑาคารคพฺภปมาณํ อโหสิ, ตสฺมา. ฐานสฺส การณํ ปริทีเปติ อเนนาติ ฐานการณปริทีปนํ ‘‘มา ภควนฺตํ สีต’’นฺติอาทิวจนํ. โสติ นาคราชา. หีติ สจฺจํ. ปาฬิยํ ‘‘พาธยิตฺถา’’ติ กิริยาปทํ อชฺฌาหริตพฺพนฺติ อาห ‘‘มา สีตํ ภควนฺตํ พาธยิตฺถา’’ติ. ตตฺถาติ ‘‘มา ภควนฺตํ สีต’’นฺติอาทิวจเน. สตฺตาหวฏฺฏลิกาย สตีติ สมฺพนฺโธ. ตมฺปีติ อุณฺหมฺปิ. นนฺติ ภควนฺตํ. ตสฺสาติ นาคราชสฺส. อุพฺพิทฺธนฺติ อุทฺธํ ฉิทฺทํ. วิทฺธฉิทฺทสทฺทา หิ ปริยายา. อากาสํ เมฆปฏลปฏิจฺฉนฺนํ อาสนฺนํ วิย โหติ, เมฆปฏลวิคเม ทูรํ วิย อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมฆวิคเมน ทูรีภูต’’นฺติ. วิคตวลาหกนฺติ เอตฺถ วิคตสทฺโท อปคตตฺถวาจโก, วลาหกสทฺโท เมฆปริยาโยติ อาห ‘‘อปคตเมฆ’’นฺติ. อินฺทนีลมณิ วิย ทิพฺพตีติ เทโวติ วจนตฺเถน อากาโส เทโว นามาติ อาห ‘‘เทวนฺติ อากาส’’นฺติ. อตฺตโน รูปนฺติ อตฺตโน นาคสณฺฐานํ. อิมินา สกวณฺณนฺติ เอตฺถ สกสทฺโท อตฺตวาจโก, วณฺณสทฺโท สณฺฐานเววจโนติ ทสฺเสติ.

สุโข วิเวโกติ เอตฺถ ตทงฺค วิกฺขมฺภน สมุจฺเฉท ปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิเวกสงฺขาเตสุ ปญฺจสุ วิเวเกสุ นิพฺพานสงฺขาโต นิสฺสรณวิเวโก จ กายจิตฺตอุปธิวิเวกสงฺขาเตสุ ตีสุ วิเวเกสุ นิพฺพานสงฺขาโต อุปธิวิเวโก จ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘นิพฺพานสงฺขาโต อุปธิวิเวโก’’ติ. ‘‘จตุมคฺคญาณสนฺโตเสนา’’ติ อิมินา ตุฏฺฐสฺสาติ เอตฺถ ปิณฺฑปาตสนฺโตสาทิเก นิวตฺเตติ. สุตธมฺมสฺสาติ เอตฺถ สุตสทฺโท วิสฺสุตปริยาโยติ อาห ‘‘ปกาสิตธมฺมสฺสา’’ติ, ปากฏสจฺจธมฺมสฺสาติ อตฺโถ. ปสฺสโตติ เอตฺถ มํสจกฺขุสฺส กรณภาเวน อาสงฺกา ภเวยฺยาติ อาห ‘‘ญาณจกฺขุนา’’ติ. ‘‘อกุปฺปนภาโว’’ติ อิมินา อพฺยาปชฺชนฺติ เอตฺถ พฺยาปาทสทฺทสฺส โทสวาจกภาโว จ ณฺยปจฺจยสฺส ภาวตฺโถ จ ทสฺสิโต. เอเตนาติ ‘‘อพฺยาปชฺช’’นฺติปเทน. เมตฺตาปุพฺพภาโคติ อพฺยาปชฺชสฺส ปุพฺพภาเค เมตฺตาย อุปฺปนฺนภาโว. ปาณภูเตสุ สํยโมติ เอตฺถ ปาณภูตสทฺทา เววจนภาเวน สตฺเตสุ เอว วตฺตนฺตีติ อาห ‘‘สตฺเตสุ จา’’ติ. กรุณาปุพฺพภาโคติ สํยมสฺส ปุพฺพภาเค กรุณาย อุปฺปนฺนภาโว. ยาติ ยา วิราคตา. อนาคามิมคฺคสฺส กามราคสฺส อนวเสสปหานตฺตา วุตฺตํ ‘‘เอเตน อนาคามิมคฺโค กถิโต’’ติ. ยาถาวมานสฺส อรหตฺตมคฺเคน นิรุทฺธตฺตา วุตฺตํ ‘‘อสฺมิ…เป… กถิต’’นฺติ. อิโตติ อรหตฺตโต.