๒. อชปาลกถา

๔. น ภควาติ เอตฺถ นกาโร ‘‘อุปสงฺกมี’’ติ ปเทน โยเชตพฺโพ, น อุปสงฺขมีติ หิ อตฺโถ. ตมฺหา สมาธิมฺหาติ ตโต อรหตฺตผลสมาปตฺติสมาธิโต. อนนฺตรเมว อนุปสงฺกมนํ อุปมาย อาวิกโรนฺโต อาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. อิจฺเจวํ วุตฺตํ น โหตีติ โยชนา. อิทนฺติ อิทํ อตฺถชาตํ. เอตฺถาติ ‘‘ภุตฺวา สยตี’’ติ วาเกฺย. เอวนฺติ อุปเมยฺยโชตโก. อิธาปีติ อิมิสฺสํ ‘‘อถ โข ภควา’’ติอาทิปาฬิยมฺปิ. อิทนฺติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหตีติ โยชนา. เอตฺถาติ ‘‘อถ โข ภควา’’ติอาทิปาเฐ.

อปรานิปีติ ปลฺลงฺกสตฺตาหโต อญฺญานิปิ. ตตฺราติ ‘‘อปรานิปี’’ติอาทิวจเน. ภควติ นิสินฺเน สตีติ โยชนา. กิรสทฺโท วิตฺถารโชตโก. กึ นุ โขติ ปริวิตกฺกนตฺเถ นิปาโต. เอกจฺจานนฺติ อปฺเปสกฺขานํ เอกจฺจานํ. ตาสนฺติ เทวตานํ. พลาธิคมฏฺฐานนฺติ พเลน เตชสา อธิคมฏฺฐานํ. อนิมิเสหีติ อุมฺมิเสหิ. สตฺตาหนฺติ กมฺมตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ, อจฺจนฺตสํโยเค วา. เอวญฺหิ สติ ‘‘กาล’’นฺติ กมฺมํ เวทิตพฺพํ. ตํ ฐานนฺติ อนิมิเสหิ อกฺขีหิ โอโลกิยมานฏฺฐานํ. อถาติ อนิมิสสตฺตาหสฺส อนนฺตเร. รตนจงฺกเมติ รตนมเย จงฺกเม. ตํ ฐานนฺติ จงฺกมฏฺฐานํ. ตโตติ จงฺกมสตฺตาหโต. รตนฆรนฺติ รตนมยํ เคหํ. ตตฺถาติ รตนฆเร อภิธมฺมปิฏกํ วิจินนฺโตติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ รตนฆเร, อภิธมฺมปิฏเก วา, นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมวจนํ. ตํ ฐานนฺติ อภิธมฺมปิฏกวิจินนฏฺฐานํ.

เอวนฺติอาทิ ปุพฺพวจนสฺส นิคมวเสน ปจฺฉิมวจนสฺส อนุสนฺธินิทสฺสนํ. เตนาติ อชปาลานํ นิสีทนการเณน. อสฺสาติ นิโคฺรธสฺส. ‘‘อชปาลนิโคฺรโธเตฺวว นาม’’นฺติ อิมินา อุปจารวเสน นามลภนํ ทสฺเสติ. อชปา พฺราหฺมณา ลนฺติ นิวาสํ คณฺหนฺติ เอตฺถาติ อชปาโล, อุณฺหกาเล วา อนฺโตปวิฏฺเฐ อเช อตฺตโน ฉายาย ปาเลตีติ อชปาโล, อชปาโล จ โส นิโคฺรโธ เจติ อชปาลนิโคฺรโธติ วจนตฺถานิปิ ปกรณนฺตเรสุ (อุทา. อฏฺฐ. ๔) ทสฺสิตานิ. ตตฺราปีติ อชปาลนิโคฺรเธปิ. โพธิโตติ โพธิรุกฺขโต. เอตฺถาติ อชปาลนิโคฺรเธ. ภควติ นิสินฺเนติ โยชนา. ตตฺถาติ ‘‘อถ โข อญฺญตโร’’ติอาทิวจเน. โสติ พฺราหฺมโณ. ทิฏฺฐมงฺคลิโก นามาติ ทิฏฺฐสุตมุตสงฺขาเตสุ ตีสุ มงฺคลิเกสุ ทิฏฺฐมงฺคลิโก นาม กิราติ อตฺโถ. ‘‘มานวเสน…เป… วุจฺจตี’’ติ อิมินา ‘‘หุํหุ’’นฺติ กโรตีติ หุํหุงฺโก, หุํหุงฺโก ชาติ สภาโว อิมสฺสาติ หุํหุงฺกชาติโกติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ.

เตนาติ พฺราหฺมเณน. สิขาปฺปตฺตนฺติ อคฺคปฺปตฺตํ. ตสฺสาติ อุทานสฺส. โยติ ปุคฺคโล, ปฏิชานาตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘น ทิฏฺฐมงฺคลิกตายา’’ติ อิมินา อวธารณผลํ ทสฺเสติ. ‘‘พาหิตปาปธมฺมตฺตา’’ติ อิมินา พาหิโต ปาโป ธมฺโม อเนนาติ พาหิตปาปธมฺโมติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘หุํหุงฺการปหาเนนา’’ติ อิมินา นตฺถิ หุํหุงฺกาโร อิมสฺสาติ นิหุํหุงฺโกติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ราคาทิกสาวาภาเวนาติ อิมินา นตฺถิ ราคาทิกสาโว อิมสฺสาติ นิกฺกสาโวติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘ภาวนานุโยคยุตฺตจิตฺตตายา’’ติ อิมินา ยตํ อนุยุตฺตํ อตฺตํ จิตฺตํ อิมสฺสาติ ยตตฺโตติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. เอตฺถ หิ ยตสทฺโท วีริยวาจโก, ยตธาตุยา นิปฺผนฺโน, อตฺตสทฺโท จิตฺตปริยาโย. ยตสทฺทสฺส ยมุธาตุยา จ นิปฺผนฺนภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘สีลสํวเรน วา’’ติอาทิ. ‘‘สญฺญตจิตฺตตายา’’ติ อิมินา ยมติ สํยมตีติ ยตํ, ยตํ อตฺตํ จิตฺตํ อิมสฺสาติ ยตตฺโตติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. สจฺจานิ วิทนฺติ ชานนฺตีติ เวทานีติ วจนตฺเถน มคฺคญาณานิ เวทานิ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จตุมคฺคญาณสงฺขาเตหิ เวเทหี’’ติ. ‘‘จตุมคฺคญาณสงฺขาตาน’’นฺติ วิภตฺติปริณามํ กตฺวา ‘‘เวทาน’’นฺติปเทน โยเชตพฺโพ. อนฺตนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ ยสฺมา สงฺขารานํ อวสาเน ชาตํ, ตสฺมา อนฺตนฺติ วุจฺจติ. ปุน อนฺตนฺติ อรหตฺตผลํ. ตญฺหิ ยสฺมา มคฺคสฺส ปริโยสาเน ปวตฺตํ, ตสฺมา อนฺตนฺติ วุจฺจติ. ‘‘มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา’’ติ อิมินา วุสิตํ มคฺคสงฺขาตํ พฺรหฺมจริยํ อเนนาติ วุสิตพฺรหฺมจริโยติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ธมฺเมน พฺรหฺมวาทํ วเทยฺยาติ วุตฺตวจนสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘พฺราหฺมโณ อหนฺติ เอตํ วาทํ ธมฺเมน วเทยฺยา’’ติ. ธมฺเมนาติ ภูเตน สภาเวน. โลเกติ เอตฺถ สตฺตโลโกวาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สกเล โลกสนฺนิวาเส’’ติ.