๒๒. นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถา

อาณตฺติวินิจฺฉโย

๘๓. ‘‘นิสฺสยปฏิปสฺสทฺธีสู’’ติ สมูหาธาโร. ‘‘อุปชฺฌาโย ปกฺกนฺโต วาติอาทีสู’’ติ อวยวาธาโร. ‘‘วิปฺปวสิตุกาโม’’ติ อิมินา นิราลยภาวํ ทสฺเสติ. เอวํ คเตติ เอวํ อุปชฺฌาเย คเตติ โยชนา. อญฺญทาปีติ อญฺญสฺมิมฺปิ กาเล. อุปชฺฌาเยน ปวาสิตกาเลติ อตฺโถ. เอกสมฺโภคปริโภโคติ อตฺตนา วา อุปชฺฌาเยน วา เอโก ปจฺจยสมฺโภโค จ ธมฺมปริโภโค จ. เอกทิวสมฺปีติ ปิสทฺโท ครหตฺโถ, ทฺวิหาทิกํ ปน ปเควาติ อตฺโถ. ปริหาโร นตฺถีติ อาปตฺติปริหาโร นตฺถิ, อาปตฺติยา ปริหรณํ อปนยนํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ลชฺชี เปสโลติ ลชฺชี หุตฺวา ปิยสีโล ภิกฺขูติ สมฺพนฺโธ. ตทเหวาติ ตสฺมึ อุปชฺฌายสฺส ปกฺกนฺตอหนิ เอว. ตถาติ ยถา ‘‘อุปชฺฌาโย ลหุํ อาคมิสฺสตี’’ติ ปุจฺฉติ, ตถา ‘‘อหํ ลหุํ อาคมิสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. สเจ วทตีติ สเจ อาจริโย วทตีติ โยชนา. อสฺสาติ ภิกฺขุสฺส. สภาคตนฺติ ลชฺชิเปสลภาวํ.

ยาว อาคมนาติ อุปชฺฌายสฺส ยาว อาคมนา. นนฺติ อุปชฺฌายํ. ‘‘วาเสนฺติเยวา’’ติปเท การิตกมฺมํ. ตตฺถาติ อุปชฺฌายสฺส คตฏฺฐาเน. เตนาติ อุปชฺฌาเยน. ปวตฺตีติ ปวตฺตนํ. นทีปูเรน วา อุปทฺทุโตติ สมฺพนฺโธ. นทีปูรตฺตา อุทโกสกฺกนํ อาคเมติ, โจราทีนํ อุปทฺทุตตฺตา สหาเย ปริเยสติ. โสติ อุปชฺฌาโย.

‘‘นิสฺสยปณามนา’’ติ อิมินา อาณาปนํ อาณตฺตีติ วจนตฺเถน นิสฺสยปณามนา อาณตฺตีติ วุจฺจตีติ ทสฺเสติ. นิสฺสยปณามนาติ นิสฺสยสฺส อุปชฺฌาจริยสฺส ปณามนา. ตสฺมา ปณามิโต โหตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อาปุจฺฉีติอาทินา’’ติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ‘‘มา มํ สุสานคมนํ อาปุจฺฉี’’ติอาทโย สงฺคณฺหาติ. เตนาติ สทฺธิวิหาริเกน. ขมาเปตพฺโพติ ติติกฺขาเปตพฺโพ.

ตาวาติ มหาเถเรหิ, มหาเถรานํ วา ปฐมํ. อญฺญตฺถาติ อุปชฺฌายสฺส วิหารโต อญฺญํ วิหารํ. อปฺเปวาติ อปิ เอว นาม ขเมยฺยาติ โยชนา. ตเตฺรวาติ อญฺญตฺเถว. ทุพฺภิกฺขาทิโทเสนาติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ญาติวิโยคาทิโทโส คเหตพฺโพ. ตํเยวาติ อตฺตนา วสิตํ ตเมว ฐานํ. อญฺญสฺสาติ อุปชฺฌายโต อญฺญสฺส ภิกฺขุสฺสาติ สมฺพนฺโธ. อิมินา อุปชฺฌาเยน ปริจฺจตฺตตฺตา อุปชฺฌายสโมธาเน นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิ นตฺถีติ ทีเปติ.

สโมธานวินิจฺฉโย

อาปุจฺฉิตฺวาติ =๐๐ อนฺเตวาสิกํ อาปุจฺฉิตฺวา. ตตฺราปีติ อาจริยนฺเตวาสิเกสุปิ. กทาติ กสฺมึ กาเล. สายเนฺห วา รตฺตึวาติ อชฺช สายเนฺห วา รตฺตึ วา. ตํขเณเยวาติ ตสฺมึ สมฺปฏิจฺฉนกฺขเณเยว.

โส จาติ อนฺเตวาสิโก จ. ตโตติ คามโต. สุคโตติ สุฏฺฐุ คโต, นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ อธิปฺปาโย. อถาปีติ ปุน จ ปรํ. อาปุจฺฉิตฺวา ปกฺกมเน วินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อาปุจฺฉิตฺวา ปกฺกมเน ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาจริยํ อนาปุจฺฉา’’ติอาทิ. อุปจารสีมาติกฺกเมติ อุปจารสีมาย อติกฺกเม สติ, อติกฺกมนเหตุ วาติ โยชนา. เอตฺถ จ อุปจารสีมา นาม ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขโปเยว, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ.

สายเนฺห วา รตฺติภาเค วาติ อชฺช สายเนฺห วา รตฺติภาเค วา. เสฺวติ สุเว.

พหิสีมนฺติ อุปจารสีมโต พหิ. ตโตติ พหิสีมโต. ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานนฺติ อนฺเตวาสิกโต ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ. อติกฺกมิตฺวาติ อุปจารสีมโต พหิ อนฺเตวาสิกสทฺธิวิหาริกานํ วสนฏฺฐานโต อติกฺกมิตฺวา.

มุจฺจิตุกาโมติ อนฺเตวาสิกมฺหา มุจฺจิตุกาโม เอว. ปณาเมตีติ กายวาจาหิ ปณาเมติ. สาลโยติ อาจริเย สาเปกฺโข. ‘‘นิราลโย’’ติ วตฺวา ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘น ทานี’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ ธุเร นิกฺขิตฺเตปิ. อุภินฺนํ ธุรนิกฺเขเป สติ, ธุรนิกฺเขปเหตุ วา ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ โยชนา. ปณามิเตน ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.

วุตฺตเมวตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต อาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. อาจริยนฺติ นิสฺสยาจริยํ. เจติยํ วา วนฺทนฺตํ อุปชฺฌายนฺติ สมฺพนฺโธ, มคฺคปฺปฏิปนฺนํ วา อุปชฺฌายนฺติ โยชนา. ทูรตฺตาติ ทูรภาวโต. อุปริปาสาเทติ ปาสาทสฺส อุปริ. ตนฺติ อุปชฺฌายํ. นิสินฺนํ อุปชฺฌายนฺติ สมฺพนฺโธ.

สวนวเสน สโมธาเน วินิจฺฉโย เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. อุปชฺฌายสฺส สทฺทนฺติ สมฺพนฺโธ.