๑๖. สทฺธิวิหาริกวตฺตกถา

๖๗. สมฺมาวตฺตนายํ วินิจฺฉโย เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. อุทฺเทสาทีหีติ อาทิสทฺเทน ปริปุจฺฉาทโย สงฺคณฺหาติ. สงฺคหสทฺทสฺส สงฺเขปคหเณสุปิ วุตฺติโต ‘‘อนุคฺคโห’’ติ วุตฺตํ. อถ วา สมฺมุขา สงฺคโห จ ปรมฺมุขา อนุคฺคโห จ กาตพฺโพ. อามิเสน วา สงฺคโห, ธมฺเมน วา อนุคฺคโห. ทิฏฺฐธมฺมิกตฺถาย วา สงฺคโห, สมฺปรายิกตฺถาย วา อนุคฺคโห. โลกิยตฺถาย วา สงฺคโห, โลกุตฺตรตฺถาย วา อนุคฺคโห กาตพฺโพ. ตตฺถาติ ยํ วุตฺตํ ‘‘อุทฺเทเสน ปริปุจฺฉาย โอวาเทน อนุสาสนียา’’ติ. ตตฺถ อุทฺทิสนํ อุทฺเทโสติ วจนตฺเถน ปาฬิวาจนา อุทฺเทโส นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุทฺเทโสติ ปาฬิวาจนา’’ติ. ‘‘ปาฬิยา อตฺถวณฺณนา’’ติ อิมินา ปุนปฺปุนํ, สมนฺตโต วา ปาฬิยา อตฺถสฺส ปุจฺฉนํ ปริปุจฺฉาติ อตฺถํ ทสฺเสติ. วตฺถุสฺมินฺติ จาริตฺตวาริตฺตวตฺถุสฺมึ. อิทนฺติ จาริตฺตํ. ปุน อิทนฺติ วาริตฺตํ. ‘‘วจน’’นฺติ อิมินา โอวทนํ โอวาโทติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ ‘‘อิทํ กโรหิ, อิทํ มา กริตฺถา’’ติ วจนํ อนุสาสนี นามาติ โยชนา. ‘‘ปุนปฺปุนํ วจน’’นฺติ อิมินา อนุสาสนีติ เอตฺถ อนุสทฺทสฺส นอุปจฺฉินฺนตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘สเจ อุปชฺฌายสฺส ปตฺโต โหตี’’ติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ น ปกติปตฺโต โหติ, อถ โข อติริตฺตปตฺโต โหตีติ อาห ‘‘อติเรกปตฺโต’’ติ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ‘‘สเจ อุปชฺฌายสฺส จีวรํ โหตี’’ติอาทีสุ ปเทสุ. อญฺโญปีติ ปตฺตจีวเรหิ อญฺโญปิ. สมณปริกฺขาโรติ ฉตฺตุปาหนาทิ สมณปริกฺขาโร. อิธาติ สทฺธิวิหาริกวตฺเต. นเยนาติ ญาเยน. อุปฺปชฺชมานอุปายปริเยสนนฺติ อุปฺปชฺชมานสฺส, อุปฺปชฺชมานตฺถาย วา อุปายสฺส ปริเยสนํ. อิโตติ ‘‘กินฺติ นุ โข สทฺธิวิหาริกสฺส ปริกฺขาโร อุปฺปชฺชิเยถา’’ติ ปาฬิโต. จีวรํ รชนฺเตนาติ เอตฺถ รชนฺเตน อุปชฺฌาเยนาติ อตฺโถ น ทฏฺฐพฺโพ, สทฺธิวิหาริเกนาติ อตฺโถ เอวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุปชฺฌายโต อุปายํ สุตฺวา รชนฺเตนา’’ติ. อุปชฺฌายโต อุปายนฺติ อุปชฺฌายโต ลทฺธํ อุปายํ.

นสมฺมาวตฺตนาทิกถา

๖๘. อุปชฺฌายวตฺตนฺติ อุปชฺฌายมฺหิ วตฺติตพฺพํ วตฺตํ. โสติ สทฺธิวิหาริโก. ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ อสฺส, โส วา ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ โยชนา. ปณาเมตพฺโพติ เอตฺถ ปปุพฺพ นมุธาตุ อตฺถปกรณาทิวเสน อิธ อปสาทนตฺโถติ อาห ‘‘อปสาเทตพฺโพ’’ติ. อธิมตฺตนฺติ อธิกปฺปมาณํ. เคหสิตเปมนฺติ เมตฺตาสิเนหํ. วุตฺตปฏิปกฺขนเยนาติ กณฺหปกฺเข วุตฺเตน ปฏิปกฺเขน นเยน. อลํ ปณาเมตุนฺติ เอตฺถ อลํสทฺทสฺส อรหตฺถปฏิกฺขิตฺเตสุ ทฺวีสุ อตฺเถสุ อรหตฺโถติ อาห ‘‘ยุตฺโต ปณาเมตุ’’นฺติ.

สาติสาโร โหตีติ เอตฺถ ปกติภาวํ อติกฺกมิตฺวา สรณํ ปวตฺตนํ อติสาโร, โทโส. สํวิชฺชติ โส เอตสฺสาติ สาติสาโรติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สโทโส โหตี’’ติ. ตสฺสตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ. อาปตฺตินฺติ ทุกฺกฏาปตฺตึ. ตนฺติ วตฺตํ.

เตสนฺติ สทฺธิวิหาริกานํ. วตฺตนฺติ พหุกานํ สทฺธิวิหาริกานํ วตฺตํ. สาทิยนํ วา…เป… พาโล โหตีติ เอตฺถ พาลสฺส การณํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘สาทิยนํ วา อสาทิยนํ วา น ชานาตี’’ติ. สาทิยนสฺส วา อสาทิยนสฺส วา อชานนตฺตา พาโล โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อชานนสฺส การณํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘พาโล โหตี’’ติ. พาลตฺตา สาทิยนํ วา อสาทิยนํ วา น ชานาตีติ วุตฺตํ โหติ. เตสูติ พหุเกสุ สทฺธิวิหาริเกสุ. ตสฺสาติ วตฺตสมฺปนฺนภิกฺขุสฺส. เตสนฺติ อิตเรสํ สทฺธิวิหาริกานํ.

ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถา

๖๙. กิญฺจาปิ อายสฺมา สาริปุตฺโต ชานาตีติ โยชนา. อิมินา ‘‘กึ นุ โข อชานนฺโต ปุจฺฉี’’ติ อาสงฺกํ นิวาเรติ. ภควา อนุญฺญาตุกาโม โหตีติ สมฺพนฺโธ. ปนสทฺโท ครหตฺโถ, ตถา ชานนฺโตปีติ อตฺโถ. ลหุกนฺติ เหตุอนฺโตคธวิเสสนํ. ลหุกตฺตา ปฏิกฺขิปิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อสฺสาติ ภควโต, อชฺฌาสยนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา’’ติวจนสฺส ยุตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘พุทฺธานํ หี’’ติอาทิ. หีติ สจฺจํ. อยญฺจาติ สาริปุตฺตตฺเถโร จ. อคฺโคติ โกฏิอุกฺกํโส. เสฏฺโฐติ ปวโร อุตฺตโม.

‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลนา’’ติ เอตฺถ พฺยตฺตปฏิพลานํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘พฺยตฺโต นามา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺส สาฏฺฐกถํ วินยปิฏกวาจุคฺคตํ ปวตฺตติ, อยํ พฺยตฺโต นามาติ โยชนา. ตสฺมินฺติ วินยปิฏกํ วาจุคฺคตภิกฺขุมฺหิ. ยสฺสาติ ภิกฺขุโน. สุคฺคหิตนฺติ สาฏฺฐกถาย สุฏฺฐุ คหิตํ. อยมฺปีติ ปิสทฺโท ปุริมภิกฺขุํ อเปกฺขติ. อิมสฺมึ อตฺเถติ อิมสฺมึ วตฺถุมฺหิ, อิมสฺมึ วิสเยติ อตฺโถ. พฺยติเรกานฺวยวเสน ปฏิพลํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. โย ปน น สกฺโกตีติ สมฺพนฺโธ. กสฺมาติ อาห ‘‘กาสโสสเสมฺหาทินา วา’’ติอาทิ. ตตฺถ กาโส จ โสโส จ เสโมฺห จ, เต อาทโย ยสฺส เคลญฺญสฺสาติ กาสโสสเสมฺหาทิ, อาทิสทฺเทน เอฬมูคาทโย สงฺคณฺหาติ. โอฏฺโฐ จ ทนฺโต จ ชิวฺหา จ, ตา อาทโย เยสํ ตาลุอาทีนนฺติ โอฏฺฐทนฺตชิวฺหาทโย, เตสํ. ปทพฺยญฺชเนหีติ ปทอกฺขเรหิ. พฺยญฺชนสทฺโท เหตฺถ อกฺขรวาจโก. หาเปตีติ คลตฺตา หาเปติ. อญฺญถา วา วตฺตพฺพนฺติ อญฺเญน สิถิลาทินา อากาเรน วา วตฺตพฺพํ. อญฺญถา วทตีติ อญฺเญน ธนิตาทิอากาเรน วทติ. ตพฺพิปรีโตติ ตสฺส อปฏิพลสฺส วิปรีโต ภิกฺขูติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ ชานาเปตพฺพโต. ยนฺติ ยํ อาการํ ธาตุกมฺมเมตํ, สงฺโฆติ การิตกมฺมเมตํ. อิธ การิตกมฺมํ กิโต วทติ.

๗๑. อุปสมฺปนฺนสมนนฺตราติ เอตฺถ อุปสมฺปนฺนสฺส สมนนฺตราติ อตฺถํ นิวาเรนฺโต อาห ‘‘อุปสมฺปนฺโน หุตฺวาว สมนนฺตรา’’ติ. เอวสทฺเทน จิรกาลํ นิวตฺเตติ. อุลฺลุมฺปตูติ เอตฺถ อุปุพฺพลุปธาตุยา อุปสคฺควเสน วา อตฺถาติสยวเสน วา ธาตูนมเนกตฺถตฺตา อิธ อุปุพฺพธรธาตุยา อตฺเถ วตฺตตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุทฺธรตู’’ติ. อุฏฺฐาเปตฺวา, อุกฺขิปิตฺวา วา ธรตูติ อตฺโถ. ตเมวตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อกุสลา’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา’’ติ อิมินา สหาวธินา อุตฺยูปสคฺคสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘กุสเล ปติฏฺฐาเปตู’’ติ อิมินา สหาธาเรน ธรธาตุสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. อุตฺยูปสคฺคสฺส อุกฺขิปนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สามเณรภาวา วา อุทฺธริตฺวา’’ติ. ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ อิมินา อุปาทายาติ เอตฺถ สมีเป อาทิยิตฺวาติ สทฺทตฺถมคเหตฺวา สงฺเกตตฺถวเสน ปากฏตฺตา ตสฺส สงฺเกตตฺถํ ทสฺเสติ, อธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสตีติ อตฺโถ.

๗๓. อธิฏฺฐิตาติ เอตฺถ อธิ นิจฺจวเสน ฐาติ ปวตฺตตีติ อธิฏฺฐิตาติ วจนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นิจฺจปฺปวตฺตินี’’ติ. กสฺมา จตฺตาโร ปจฺจยา นิสฺสยาติ วุตฺตาติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘จตฺตาโร’’ติอาทินา จตฺตาโร ปจฺจเย นิสฺสาย อตฺตภาโว เสติ ปวตฺตตีติ นิสฺสายาติ อวุตฺตกมฺมตฺถํ ทสฺเสติ.