๑๔. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาน ปพฺพชฺชากถา
๖๐. ‘‘เตติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา. อคมํสุ กิราติ โยชนา. ตตฺราติ คิรคฺคสมชฺเช. อถาติ ปริวิตกฺกนานนฺตรํ. ตสฺสาติ สญฺจยสฺส. ปารนฺติ ปรตีรํ. เอตฺถาติ ตุมฺหากํ วาเท. อิทนฺติ อยํ วาโท เอตฺตโกเยวาติ อตฺโถ. โยติ โย โกจิ. ตฺวญฺจ อหญฺจ อเมฺห, เตสุ. นามตุมฺหสงฺขาเตสุ หิ ตีสุ สทฺเทสุ เอกเสเสน กตฺตพฺเพสุ ปจฺฉิมสฺเสว เอกเสโส กาตพฺโพ. เตนาติ กติกกรณเหตุนา.
สํเขเปน วุตฺตํ วิตฺถาเรน ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ หี’’ติอาทิ. อตฺถีเกหีติ อมเตน อตฺถิเกหิ. อุปญฺญาตํ มคฺคนฺติ อมตสฺส มคฺโค อุปคนฺตฺวา ญาโต. ญาโต เจว อุปคโต จาติ สห อุปสคฺเคน ปทํ ปริวตฺติตฺวา อตฺถํ กเถนฺโต อุปสคฺคตฺโถ จ ธาตุตฺโถ จ วิสุํเยว โหตีติ ญาเปติ. อตฺถิเกหิ อเมฺหหิ อุปญฺญาตํ นิพฺพานํ มคฺคํ มคฺคนฺโต อนุพนฺเธยฺยนฺติ วา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถ วา’’ติอาทิ. มคฺคผลปจฺจเวกฺขณญาเณหิ อุปคนฺตฺวา ญาตพฺพนฺติ อุปญฺญาตํ นิพฺพานํ. มคฺคธาถุยา อเนฺวสนตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปริเยสนฺโต’’ติ.
สาริปุตฺโตปิ ปญฺหํ ปุจฺฉีติ สมฺพนฺโธ. กมณฺฑลุโตติ กุณฺฑิกโต. อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อกถเนน อนฺตเร วิวรํ ปฏิสนฺทหตีติ ปฏิสนฺธาโร, ตํ. เอตฺถาติ ‘‘น ตฺยาหํ สกฺโกมี’’ติปเท. อธิปฺปาโย เอวํ เวทิตพฺโพติ โยชนา. เอตฺตกนฺติ เอตฺตกํ ปญฺหํ. อิมสฺสาติ ปริพฺพาชกสฺส. อวิสยภาวนฺติ อตฺตโน อวิสยภาวํ.
เหตุํ ปฏิจฺจ ภวนฺตีติ เหตุปฺปภวาติ วจนตฺเถน ปญฺจกฺขนฺธา เหตุปฺปภวา นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เหตุปฺปภวา นาม ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ. เตนาติ ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ ปเทน. อสฺสาติ สาริปุตฺตปริพฺพาชกสฺส. ‘‘เตสํ เหตุ นาม สมุทยสจฺจ’’นฺติ อิมินา หิโนติ เอตสฺมา ผลนฺติ เหตูติ วจนตฺเถน สมุทยสจฺจํ เหตุ นามาติ ทสฺเสติ. ตญฺจาติ สมุทยสจฺจญฺจ. เตสนฺติ เอตฺถ ตสทฺทสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อุภินฺนมฺปิ สจฺจาน’’นฺติ. อปวตฺติวเสน นิรุชฺฌติ เอตฺถาติ นิโรโธ. ตญฺจาติ นิโรธญฺจ. เตนาติ ‘‘เตสญฺจ โย นิโรโธ’’ติปเทน. อสฺสาติ สาริปุตฺตปริพฺพาชกสฺส. เอตฺถาติ อิมิสฺสํ คาถายํ, จตูสุ สจฺเจสุ วา. นยโตติ นานนฺตริกนยโต, อวินาภาวนยโต วา, เนตฺติเทสนาหารนยโต วา. ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต อาห ‘‘นิโรเธ หี’’ติอาทิ. เอกเทสสรูเปกเสสนเยน วา มคฺคสจฺจํ คเหตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถ วา’’ติอาทิ. นิโรโธ จ นิโรธูปาโย จ นิโรโธติ เอกเทสสรูเปกเสโส กาตพฺโพ. เตสญฺจาติ เอตฺถ อวุตฺตสมฺปิณฺฑนตฺเถน จสทฺเทน มคฺคสจฺจํ คเหตพฺพนฺติปิ วทนฺติ. อยํ นโย อฏฺฐกถายํ น วุตฺโต. ตเมวตฺถนฺติ จตุสจฺจสงฺขาตํ ตเมวตฺถํ. ปฏิปาเทนฺโตติ นิคเมนฺโต.
‘‘สเจปี’’ติ อิมินา ยทีติ ปทสฺสตฺถํ วณฺเณติ. ‘‘เอตฺตกเมวา’’ติ อิมินา ตาวเทวาติ ปทสฺสตฺถํ วณฺเณติ. ‘‘อิโต อุตฺตริ นตฺถี’’ติ อิมินา เอวการสฺส ผลํ ทสฺเสติ. อิโตติ โสตาปตฺติผลโต. ‘‘อิทํ…เป… ปตฺตพฺพ’’นฺติ อิมินา ‘‘เอตฺตกเมวา’’ติ ปทสฺส อตฺถสรูปํ ทสฺเสติ. ‘‘เอโส เอว ธมฺโม’’ติ อิมินา ‘‘เอเสว ธมฺโม’’ติปทสฺส อตฺถํ วณฺเณติ. ปจฺจพฺยตฺถาติ ปติอวปุพฺโพ อิธาตุ ปฏิวิทฺธตฺโถติ อาห ‘‘ปฏิวิทฺธตฺถา’’ติ. ตุเมฺหหีติ อสฺสชิตฺเถรํ สนฺธายาห. อิมินา ‘‘ปจฺจพฺยตฺถา’’ติ เอตฺถ หิยฺยตฺตนีปรสฺสปทมชฺฌิมปุริสพหุวจนตฺถวิภตฺตึ ทีเปติ. กปฺปนหุเตหีติ กปฺปานํ นหุเตหิ, โกฏิปโกฏิสตสหสฺสานํ สเตหิ นหุเตหีติ อตฺโถ. อพฺภตีตนฺติ อภิอตีตํ. อเมฺหหิ อทิฏฺฐเมว หุตฺวา อติกฺกมาปิตนฺติ อตฺโถ.
๖๒. อารมฺมณภูตสฺส นิพฺพานสฺส คมฺภีรตฺตา อารมฺมณิกภูตํ ญาณมฺปิ คมฺภีรเมวาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘คมฺภีรสฺส จ ญาณสฺสา’’ติ. ยถา หิ สณฺหวตฺถสฺส สิพฺพนตฺถาย สณฺหสูจิ อธิปฺเปตาติ. อุปธีนํ สมฺมา ขยฏฺเฐน นิพฺพานํ อุปธิสงฺขยํ นามาติ อาห ‘‘อุปธิสงฺขเยติ นิพฺพาเน’’ติ. ตทารมฺมณายาติ ตํนิพฺพานารมฺมณาย. วิมุตฺติยาติ ผลวิมุตฺติยา. สาวกปารมีญาเณติ อคฺคสาวกปารมีญาเณ. เตสูติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ. อฑฺฒมาเสน อรหตฺเต ปติฏฺฐิโตติ สมฺพนฺโธ.
อตีเตติ กปฺปสตสหสฺสาธิเก อสงฺเขฺยยฺยมตฺถเก. ตสฺสาติ พุทฺธสฺส สนฺติเก อคฺคสาวกภาวํ ปตฺเถสีติ โยชนา. อสฺสเมติ มุนีนํ ฐาเน. ตญฺหิ อา โกธํ, อา ภุโส วา ราคาทโย สเมนฺติ เอตฺถาติ อสฺสโมติ วุจฺจติ, ตสฺมึ. ปตฺถยิตฺวา จ เปเสสีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ นีลุปฺปลมณฺฑเป. เตสูติ ตาปสเสฏฺฐีสุ.
๖๓. เยสนฺติ กุลานํ. ‘‘วิธวภาวายา’’ติ อิมินา วิธวาย ภาโว เวธพฺยนฺติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. วิธวาติ จ ปติสุญฺญา. สา หิ ธเวน วิคตาติ ‘‘วิธวา’’ติ จ, วิคโต ธโว อิมิสฺสาติ ‘‘วิธวา’’ติ จ วุจฺจติ. อุภเยนาปีติ ปุตฺตปพฺพชฺชปติปพฺพชฺชสงฺขาเตน ทุวิเธนปิ.
สญฺจยานีติ เอตฺถ นิสฺสยูปจาเรน นิสฺสเย นิสฺสิตูปจาโร โหตีติ อาห ‘‘สญฺจยสฺส อนฺเตวาสิกานี’’ติ. อถ วา ณปจฺจโย ตสฺเสทมตฺเถ โหตีติ อาห ‘‘สญฺจยสฺส อนฺเตวาสิกานี’’ติ. ‘‘มคธาน’’นฺติ พหุวจนวเสน วุตฺตตฺตา ชนปทสฺส นามนฺติ อาห ‘‘มคธานํ ชนปทสฺสา’’ติ. คิริพฺพชนฺติ เอตฺถ วโช วิยาติ วโช, คิริ. วชสทิโส คิริ เอตฺถาติ คิริพฺพชํ ปทเหฏฺฐุปริยวเสน, นครํ. ‘‘มหาวีริยวนฺโต’’ติ อิมินา มหนฺโต วีโร เอเตสํ ตถาคตานนฺติ มหาวีราติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ธมฺเมน นยมานานํ กา อุสูยา วิชานตนฺติ เอตฺถ กจฺจายนนเยน (กจฺจายเน ๒๗๗ สุตฺเต) อุสูยปโยเค สมฺปทานํ โหตีติ อาสงฺกา ภเวยฺยาติ อาห ‘‘ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, อุปโยคตฺเถ วา’’ติ. วิชานนฺตานนฺติ วิชานนฺเตสุ ตถาคเตสุ, วิชานนฺเต วา.