๙. ฉตฺตุปาหนวคฺโค
๑. ปฐมสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา
๑๑๘๑. ฉตฺตวคฺคสฺส ปฐเม กทฺทมาทีนีติ จิกฺขลฺลาทีนิ. อาทิสทฺเทน อุทกาทีนิ สงฺคณฺหาติ. คจฺฉาทีนีติ ขุทฺทปาทปาทีนิ. อาทิสทฺเทน อญฺญานิปิ ฉตฺตํ ธาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยานิ สมฺพาธฏฺฐานานิ สงฺคณฺหาตีติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยสิกฺขาปทํ
๑๑๘๔. ทุติเย ยาเนนาติ ยนฺติ อิจฺฉิตฏฺฐานํ สุเขน คจฺฉนฺติ อเนนาติ ยานนฺติ. ทุติยํ.
๓. ตติยสิกฺขาปทํ
๑๑๙๑. ตติเย ‘‘วิปฺปกิริยึสู’’ติ กิริยาปทสฺส กตฺตุนา อวินาภาวโต กตฺตารํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘มณโย’’ติ. มณโยติ จ รตนานีติ. ตติยํ.
๔. จตุตฺถสิกฺขาปทํ
๑๑๙๔. จตุตฺเถ สีสูปคาทีสูติ อาทิสทฺเทน คีวูปคาทโย สงฺคณฺหาติ. ยํ ยนฺติ อลงฺการนฺติ. จตุตฺถํ.
๕. ปญฺจมสิกฺขาปทํ
๑๑๙๙. ปญฺจเม คนฺเธน จาติ คนฺเธติ อตฺตโน วตฺถุํ สูเจติ ปกาเสตีติ คนฺโธ. วณฺณเกน จาติ วิเลปเนน จ. ตญฺหิ วณฺณยติ ฉวิโสภํ ปกาเสตีติ วณฺณกนฺติ วุจฺจติ. จสทฺเทน สมาหารทฺวนฺทวากฺยํ ทีเปตีติ. ปญฺจมํ.
๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ
๑๒๐๒. ฉฏฺเฐ อนุตฺตานวจนํ นตฺถีติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สตฺตมสิกฺขาปทํ
๑๒๐๘. สตฺตเม อุมฺมทฺทเนติ อุปฺปีฬิตฺวา มทฺทเน. สํพาหเนปีติ ปุนปฺปุนํ พาหเนปีติ. สตฺตมํ.
๘-๑๐. อฏฺฐมาทิสิกฺขาปทํ
๑๒๑๐. อฏฺฐมาทีสุ ตีสุ อนุตฺตานวจนํ นตฺถีติ. อฏฺฐมนวมทสมานิ.
๑๑. เอกาทสมสิกฺขาปทํ
๑๒๑๔. เอกาทสเม อภิมุขเมวาติ อภิมุเข เอว. มุขสฺส หิ อภิ อภิมุขนฺติ วจนตฺโถ กาตพฺโพ, สตฺตมิยา อํกาโร. อิมินา ปุรโตติ เอตฺถ โตปจฺจโย ภุมฺมตฺเถ โหตีติ ทสฺเสติ. อุปจารนฺติ ทฺวาทสหตฺถูปจารนฺติ. เอกาทสมํ.
๑๒. ทฺวาทสมสิกฺขาปทํ
๑๒๑๙. ทฺวาทสเม ‘‘อโนกาสกต’’นฺติปทสฺส อยุตฺตสมาสภาวญฺจ วิเสสนปรปทพาหิรสมาสภาวญฺจ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘อกตโอกาส’’นฺติ. โอกาโส น กโต เยนาติ อโนกาสกโต, ภิกฺขุ, ตํ. ‘‘อนิยเมตฺวา’’ติ อิมินา ‘‘อโนทิสฺสา’’ติ ปทสฺส ตฺวาปจฺจยนฺตภาวํ ทสฺเสตีติ. ทฺวาทสมํ.
๑๓. เตรสมสิกฺขาปทํ
๑๒๒๖. เตรสเม อุปจาเรปีติ อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานสงฺขาเต อุปจาเรปิ.
๑๒๒๗. ‘‘อจฺฉินฺนจีวริกายา’’ติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ วิเสโสเยวาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สงฺกจฺจิกจีวรเมวา’’ติ. สมนฺตโต ปุริสานํ ทสฺสนํ กนฺตียติ ฉินฺทียติ เอตฺถาติ สงฺกจฺจิ, อธกฺขกอุพฺภนาภิฏฺฐานํ, สงฺกจฺเจ นิวสิตพฺพนฺติ สํกจฺจิกํ, ตเมว จีวรนฺติ สงฺกจฺจิกจีวรนฺติ. เตรสมํ.
ฉตฺตุปาหนวคฺโค นวโม.
สพฺพาเนว สิกฺขาปทานีติ สมฺพนฺโธ. ตโตติ เตหิ อฏฺฐาสีติสตสิกฺขาปเทหิ, อปเนตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺราติ เตสุ ขุทฺทเกสุ. เอตฺถาติ ทสสุ สิกฺขาปเทสูติ.
ภิกฺขุนิวิภงฺเค ขุทฺทกวณฺณนาย
โยชนา สมตฺตา.
๕. ปาฏิเทสนียสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา
ขุทฺทกานํ อนนฺตรา ปาฏิเทสนียา นาม อฏฺฐ เย ธมฺมา สงฺเขเปเนว สงฺคหํ อารูฬฺหา สงฺคีติกาเรหิ, เตสํ อฏฺฐนฺนํ ปาฏิเทสนียนามกานํ ธมฺมานํ สงฺเขเปเนว เอสา วณฺณนา ปวตฺตเตติ โยชนา.
๑๒๒๘. ยานิ สพฺพิเตลาทีนีติ สมฺพนฺโธ. หีติ วิตฺถาโร. เอตฺถาติ อฏฺฐสุ ปาฏิเทสนีเยสุ. ปาฬิวินิมุตฺตเกสูติ ปาฬิโต วินิมุตฺตเกสุ. สพฺเพสูติ อขิเลสุ สพฺพิเตลาทีสูติ.
ภิกฺขุนิวิภงฺเค ปาฏิเทสนียวณฺณนาย โยชนา สมตฺตา.
ปนาติ ปกฺขนฺตรโชตโก. เย ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐาติ สมฺพนฺโธ. เตสนฺติ ปาฏิเทสนียานํ. ปุน เตสนฺติ เสขิยอธิกรณสมถธมฺมานํ.
ตนฺติ อตฺถวินิจฺฉยํ, วิทู วทนฺตีติ สมฺพนฺโธ. ยกาโร ปทสนฺธิกโร. อยํ ปเนตฺถ โยชนา – เตสํ ปาฏิเทสนียานํ อนนฺตรา เย จ เสขิยา ปญฺจสตฺตติ เย จ ธมฺมา, จสทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, อธิกรณวฺหยา อธิกรณสมถนามกา สตฺต เย จ ธมฺมา ภควตา อุทฺทิฏฺฐา, เตสํ เสขิยอธิกรณสมถธมฺมานํ โย อตฺถวินิจฺฉโย วิภงฺเค มยา วุตฺโต, ตาทิสเมว ตํ อตฺถวินิจฺฉยํ ภิกฺขุนีนํ วิภงฺเคปิ วิทู วทนฺติ ยสฺมา, ตสฺมา เตสํ ธมฺมานํ เสขิยอธิกรณสมถธมฺมานํ ยา อตฺถวณฺณนา ตตฺถ มหาวิภงฺเค วิสุํ มยา น วุตฺตา. อิมา อตฺถวณฺณนา อิธาปิ ภิกฺขุนีนํ วิภงฺเคปิ, ปิสทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, มยา น วุตฺตาเยวาติ. นกาโร ทฺวีสุ กิริยาสุ โยเชตพฺโพ.
‘‘สพฺพาสวปหํ มคฺคํ, ปุญฺญกมฺเมน จิมินา;
อุปฺปาเทตฺวา สสนฺตาเน, สตฺตา ปสฺสนฺตุ นิพฺพุติ’’นฺติ.
อยํ คาถา เอตรหิ โปตฺถเกสุ นตฺถิ, ฏีกาสุ ปน อตฺถิ. ตสฺมา เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา – อิมินา ปุญฺญกมฺเมน จ วิภงฺควณฺณนาย กเตน อิมินา ปุญฺญกมฺเมน จ อญฺเญน ปุญฺญกมฺเมน จ. จสทฺโท หิ อวุตฺตสมฺปิณฺฑนตฺโถ. สตฺตา สพฺเพ สตฺตา สพฺพาสวปหํ สพฺเพสํ อาสวานํ วิฆาตกํ มคฺคํ อรหตฺตมคฺคํ สสนฺตาเน อตฺตโน นิยกชฺฌตฺเต อุปฺปาเทตฺวา ชเนตฺวา นิพฺพุตึ ขนฺธปรินิพฺพานํ ญาณาโลจเนน ปสฺสนฺตูติ.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย
ภิกฺขุนิวิภงฺควณฺณนาย
โยชนา สมตฺตา.
ชาทิลญฺฉิตนาเมน, เนกานํ วาจิโต มยา;
ภิกฺขุนีนํ วิภงฺคสฺส, สมตฺโต โยชนานโยติ.
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส