๘. กุมาริภูตวคฺโค
๑-๒-๓. ปฐม-ทุติย-ตติยสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา
๑๑๑๙. กุมาริภูตวคฺคสฺส ปฐมทุติยตติเยสุ ยา ปน ตา มหาสิกฺขมานาติ สมฺพนฺโธ. สพฺพปฐมา เทฺว มหาสิกฺขมานาติ คพฺภินิวคฺเค สพฺพาสํ สิกฺขมานานํ ปฐมํ วุตฺตา เทฺว มหาสิกฺขมานา. ตา ปนาติ มหาสิกฺขมานา ปน. สิกฺขมานาอิจฺเจว วตฺตพฺพาติ สมฺมุติกมฺเมสุ สามญฺญโต วตฺตพฺพา. ‘‘คิหิคตา’’ติ วา ‘‘กุมาริภูตา’’ติ วา น วตฺตพฺพา, วทนฺติ เจ, สมฺมุติกมฺมํ กุปฺปตีติ อธิปฺปาโย. คิหิคตายาติ เอตฺถ คิหิคตา นาม ปุริสนฺตรคตา วุจฺจติ. สา หิ ยสฺมา ปุริสสงฺขาเตน คิหินา คมิยิตฺถ, อชฺฌาจารวเสน, คิหึ วา คมิตฺถ, ตสฺมา คิหิคตาติ วุจฺจติ. อยํ สิกฺขมานาติ สมฺพนฺโธ. กุมาริภูตา นาม สามเณรา วุจฺจติ. สา หิ ยสฺมา อคิหิคตตฺตา กุมารี หุตฺวา ภูตา, กุมาริภาวํ วา ภูตา คตา, ตสฺมา กุมาริภูตาติ วุจฺจติ. ติสฺโสปีติ คิหิคตา กุมาริภูตา มหาสิกฺขมานาติ ติสฺโสปิ. สิกฺขมานาติ สิกฺขํ มาเนตีติ สิกฺขมานาติ. ปฐม ทุติย ตติยานิ.
๔. จตุตฺถสิกฺขาปทํ
๑๑๓๖. จตุตฺเถ อนุตฺตานวจนํ นตฺถีติ. จตุตฺถํ.
๕. ปญฺจมสิกฺขาปทํ
ปญฺจเม เอตฺถ สิกฺขาปเท ‘‘สงฺเฆน ปริจฺฉินฺทิตพฺพา’’ติ ยํ วจนํ วุตฺตํ, ตสฺสาติ โยชนาติ. ปญฺจมํ.
๖-๗-๘. ฉฏฺฐ-สตฺตม-อฏฺฐมสิกฺขาปทํ
ฉฏฺฐสตฺตมฏฺฐเมสุ อนุตฺตานฏฺฐานํ นตฺถีติ. ฉฏฺฐสตฺตมฏฺฐมานิ.
๙. นวมสิกฺขาปทํ
๑๑๕๘. นวเม อนฺโตติ อพฺภนฺตเร. อิมินา อาตฺยูปสคฺคสฺสตฺถํ ทสฺเสติ. ‘‘โสก’’นฺติอาทินา อนฺโต วาเสติ ปเวเสตีติ อาวาสา. โสกํ อาวาสา โสกาวาสาติ วจนตฺถํ ทสฺเสติ. ฆรํ ฆรสามิกา อาวิสนฺติ วิย, เอวํ อยมฺปิ โสกํ อาวิสตีติ โยชนา. อิตีติ เอวํ. ยนฺติ โสกํ. สฺวาสฺสาติ โส อสฺสา. โสติ โสโก. อสฺสาติ สิกฺขมานาย. อาวาโสติ อาวาโสกาโส. ‘‘เอทิสา อย’’นฺติ อิมินา ‘‘อชานนฺตี’’ติ เอตฺถ อชานนาการํ ทสฺเสตีติ. นวมํ.
๑๐. ทสมสิกฺขาปทํ
๑๑๖๒. ทสเม อนาปุจฺฉาติ เอตฺถ ตฺวาปจฺจโย โลโปติ อาห ‘‘อนาปุจฺฉิตฺวา’’ติ. ทฺวิกฺขตฺตุนฺติ เทฺว วาเร. สกินฺติ เอกวารํ.
๑๑๖๓. อปุพฺพํ สมุฏฺฐานสีสํ อิมสฺสาติ อปุพฺพสมุฏฺฐานสีสํ. ทฺวีสุปิ ฐาเนสูติ วาจาโต จ กายวาจาโต จาติ ทฺวีสุ ฐาเนสุปิ. อนนุชานาเปตฺวาติ มาตาปิตูหิ จ สามิเกน จ น อนุชานาเปตฺวาติ. ทสมํ.
๑๑. เอกาทสมสิกฺขาปทํ
๑๑๖๗. เอกาทสเม ตตฺถาติ ‘‘ปาริวาสิยฉนฺททาเนนา’’ติ วจเน. อญฺญตฺราติ อญฺญํ ฐานํ.
เอกํ อชฺเฌสนฺตีติ เอกํ ภิกฺขุํ ธมฺมกถนตฺถาย นิยฺโยเชนฺติ. อญฺญํ ปนาติ อุโปสถิกโต อญฺญํ ปน.
ตตฺราติ เตสุ ภิกฺขูสุ. สุภาสุภํ นกฺขตฺตํ ปฐตีติ นกฺขตฺตปาฐโก. ทารุณนฺติ กกฺขฬํ. เตติ ภิกฺขู. ตสฺสาติ นกฺขตฺตปาฐกสฺส ภิกฺขุสฺส. ‘‘นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ, อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา’’ติชาตกปาฬิ (ชา. ๑.๑.๔๙). อยํ ปเนตฺถ โยชนา – นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ พาลํ อตฺโถ หิตํ อุปจฺจคา อุปสมีเป อติกฺกมิตฺวา อคาติ. เอกาทสมํ.
๑๒. ทฺวาทสมสิกฺขาปทํ
๑๑๗๐. ทฺวาทสเม นปฺปโหตีติ ภิกฺขุนิโย นิวาสาเปตุํ น สกฺโกตีติ. ทฺวาทสมํ.
๑๓. เตรสมสิกฺขาปทํ
๑๑๗๕. เตรสเม เอกํ วสฺสนฺติ เอตฺถ วสฺสสทฺโท สํวจฺฉรปริยาโย, อุปโยควจนญฺจ ภุมฺมตฺเถ โหตีติ อาห ‘‘เอกสฺมึ สํวจฺฉเร’’ติ. เตรสมํ.
กุมาริภูตวคฺโค อฏฺฐโม.