๖. อารามวคฺโค

๑. ปฐมสิกฺขาปท-อตฺถโยชนา

๑๐๒๕. อารามวคฺคสฺส ปฐเม อุปจารนฺติ อปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ อุปจารํ.

๑๐๒๗. ‘‘สีสานุโลกิกา’’ติ สามญฺญโต วุตฺเตปิ ภิกฺขุนีนเมว สีสนฺติ อาห ‘‘ภิกฺขุนีน’’นฺติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเนติ. ปฐมํ.

๒. ทุติยสิกฺขาปทํ

๑๐๒๘. ทุติเย อพฺภนฺตโรติ อพฺภนฺตเร ปริยาปนฺโน, ชาโต วา. ‘‘สงฺกาเมสี’’ติ อิมินา สํหรีติ เอตฺถ หรธาตุยา สงฺกมนตฺถํ ทสฺเสติ. นฺหาปิตาติ กปฺปกา. เต หิ นหาเปนฺติ โสจาเปนฺตีติ นฺหาปิตาติ วุจฺจนฺติ. ตนฺติ กาสาวนิวาสนนฺติ. ทุติยํ.

๓-๔. ตติย-จตุตฺถสิกฺขาปทํ

๑๐๓๖. ตติยจตุตฺเถสุ อนุตฺตานฏฺฐานํ นตฺถีติ. ตติยจตุตฺถานิ.

๕. ปญฺจมสิกฺขาปทํ

๑๐๔๓. ปญฺจเม ‘‘กุเล มจฺฉโร’’ติ เอตฺถ มจฺฉรนํ มจฺฉโรติ วจนตฺโถ กาตพฺโพ. ‘‘ตํ กุลํ อสฺสทฺธํ อปฺปสนฺน’’นฺติ กุลสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ โยชนา. ‘‘ภิกฺขุนิโย ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา’’ติ ภิกฺขุนีนํ อวณฺณํ ภาสตีติ โยชนา.

๑๐๔๕. ‘‘สนฺตํเยว อาทีนว’’นฺติ สมฺพนฺธิยา สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘กุลสฺส วา ภิกฺขุนีนํ วา’’ติ อิมินา ทฺวีสุ อญฺญตรเมว น สมฺพนฺโธ โหติ, อถ โข ทฺวยมฺปีติ ทสฺเสตีติ. ปญฺจมํ.

๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ

๑๐๔๘. ฉฏฺเฐ โอวาทายาติ เอตฺถ น โย วา โส วา โอวาโท โหติ, อถ โข ครุธมฺโมเยวาติ อาห ‘‘ครุธมฺมตฺถายา’’ติ. สห วสติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา สํวาโสติ วจนตฺเถน อุโปสถปวารณา สํวาโส นามาติ อาห ‘‘อุโปสถปวารณาปุจฺฉนตฺถายา’’ติ. ‘‘ปุจฺฉนตฺถายา’’ติ อิมินา ‘‘สํวาสายา’’ติ เอตฺถ อุตฺตรปทโลปภาวํ ทสฺเสติ. เอตฺถาติ ภิกฺขุนิวิภงฺเค, สิกฺขาปเท วา ปาฬิยํ วาติ. ฉฏฺฐํ.

๗-๙. สตฺตม-อฏฺฐม-นวมสิกฺขาปทํ

๑๐๕๓. สตฺตมฏฺฐมนวเมสุ อนุตฺตานวจนํ นตฺถิ. เกวลํ ปน ‘‘อิมิสฺสาปี’’ติ ปทํ วิเสโส, อิมิสฺสาปิ ปาฬิยาติ อตฺโถติ. สตฺตมฏฺฐมนวมานิ.

๑๐. ทสมสิกฺขาปทํ

๑๐๖๒. ทสเม เทฺว กายา อุปริมกาโย เหฏฺฐิมกาโยติ. ตตฺถ กฏิโต อุทฺธํ อุปริมกาโย, เหฏฺฐา เหฏฺฐิมกาโย. ตตฺถ ‘‘ปสาเข’’ติ อิทํ เหฏฺฐิมกายสฺส นามนฺติ อาห ‘‘อโธกาเย’’ติ. หีติ สจฺจํ. ตโตติ อโธกายโต. อิมินา ปญฺจมีพาหิรตฺถสมาสํ ทสฺเสติ. รุกฺขสฺส สาขา ปภิชฺชิตฺวา คตา วิย อุโภ อูรู ปภิชฺชิตฺวา คตาติ โยชนา.

๑๐๖๕. ผาเลหีติ เอตฺถ อิติสทฺโท อาทฺยตฺโถ. เตน ‘‘โธวา’’ติอาทีนิ จตฺตาริ ปทานิ สงฺคณฺหาติ. อาณตฺติทุกฺกฏานีติ เหฏฺฐา วุตฺเตสุ อฏฺฐสุ ทุกฺกเฏสุ วินยทุกฺกฏเมว. เสเสสูติ ภินฺทนโต เสเสสุ ผาลนาทีสูติ. ทสมํ.

อารามวคฺโค ฉฏฺโฐ.