๑๒. ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๗๖. มหาปชาปติโคตมีติ เอตฺถ โคตมีติ ตสฺส โคตมโคตฺตโต อาคตํ นามํ, มหาปชาปติ ปน คุณโต. ตํ วิวริตุํ, ‘‘นามกรณทิวเส ปนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มหตึ อุฬารํ ปชํ ชนนโปสเนหิ ปริรกฺขตีติ มหาปชาปติ. ปริโภควเสน น หญฺญตีติ อหตํ. สิปฺปิกานนฺติ ตนฺตวายานํ. วายนฏฺฐานนฺติ วีนฏฺฐานํ. ตานิ มํ น โตเสนฺติ กายิกสฺส ปุญฺญสฺส อภาวโต. เตนาห – ‘‘สหตฺถา กตเมว มํ โตเสตี’’ติ. ปิสิตฺวา นิพฺพตฺตนํ กตฺวา. โปเถตฺวาติ สุขุมภาวาปาทนตฺถํ ธนุเกน เนตฺวา. กาลานุกาลญฺจ ธาติคณปริวุตา คนฺตฺวา เวมโกฏึ อคฺคเหสิ เอกทิวสนฺติ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ ‘‘เอกทิวสํ ปน…เป… อกาสี’’ติ ปุริมวจเนน ตํ น วิรุชฺเฌยฺย.

ฉ เจตนาติ ฉพฺพิธา เจตนา. น หิ ตา ฉเยว เจตนาติ. สงฺเฆ โคตมิ เทหิ…เป… สงฺโฆ จาติ อิทเมว สุตฺตปทํ. สงฺเฆ โคตมิ เทหีติ สงฺฆสฺส ทานาย นิโยเชสิ, ตสฺมา สงฺโฆว ทกฺขิเณยฺยตโรติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ. ยทิ เอวนฺติอาทินา ตตฺถ พฺยภิจารํ ทสฺเสติ. ราชมหามตฺตาทโยติอาทินา ตตฺถ พฺยติเรกโต นิทสฺสนํ อาห. มหนฺตตรา ภเวยฺยุนฺติ อานุภาวาทินา มหนฺตตรา ภเวยฺยุํ, น จ ตํ อตฺถีติ. ตสฺมาติ ยสฺมา คุณวิสิฏฺฐเหตุกํ ทกฺขิเณยฺยตํ อนเปกฺขิตฺวา อตฺตโน ทียมานสฺส ทาปนํ ลภติ, ตสฺมา. มา เอวํ คณฺหาติ สมฺมาสมฺพุทฺธโต สงฺโฆว ทกฺขิเณยฺโย’’ติ มา คณฺห.

ตตฺถ นิจฺฉยสาธกํ สุตฺตปทํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘นยิมสฺมึ โลเก…เป… วิปุลผเลสิน’’นฺติ อาห. สฺวายมตฺโถ รตนสุตฺเต (ขุ. ปา. ๖.๓; สุ. นิ. ๒๒๖), ‘‘ยํ กิญฺจิ วิตฺต’’นฺติ คาถาย, อคฺคปสาทสุตฺตาทีหิ (อิติวุ. ๙๐) จ วิภาเวตพฺโพติ. เตนาห – ‘‘สตฺถารา อุตฺตริตโร ทกฺขิเณยฺโย นาม นตฺถี’’ติ.

โคตมิยา อนฺติมภวิกตาย ทานสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อนุปฺปาทนโต น ตํ ครุตรํ สงฺฆสฺส ปาทาปเน การณนฺติ อาห – ‘‘ปจฺฉิมาย ชนตายา’’ติอาทิ. วจนโตปีติ ตสฺส วตฺถยุคสฺส สตฺถุ เอว ปฏิคฺคหณาย วจนโตปิ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ.

สตฺถา สงฺฆปริยาปนฺโนว อีทิเส ฐาเน อคฺคผลฏฺฐตาย อฏฺฐ-อริยปุคฺคลภาวโต, สเจ ปนสฺส น สยํ สงฺฆปริยาปนฺนตา, กถํ สงฺเฆ ปูชิเต สตฺถา ปูชิโต นาม สิยาติ อธิปฺปาโย. ตีณิ สรณคมนานิ ตโย เอว อคฺคปสาทาติ วกฺขตีติ อธิปฺปาโย. อภิเธยฺยานุรูปานิ หิ ลิงฺควจนานิ. น รุหติ อยาถาวปฏิปตฺติภาวโต, น คิหิเวสคฺคหณาทินา คิหิภาวสฺส ปฏิกฺขิปิตตฺตา. น วตฺตพฺพเมตํ ‘‘สตฺถา สงฺฆปริยาปนฺโน’’ติ สตฺถุภาวโต. สาวกสมูโห หิ สงฺโฆ. สงฺฆคเณ หิ สตฺถา อุตฺตริตโร อนญฺญสาธารณคุเณหิ สมนฺนาคตภาวโต มูลรตนภาวโต จ.

๓๗๗. สมฺปติชาตสฺส มหาสตฺตสฺส สตฺตปทวีติหารคมนํ ธมฺมตาวเสน ชาตํ, ปรํ ตทญฺญทหรสทิสี ปฏิปตฺตีติ อาห – ‘‘หตฺถปาทกิจฺจํ อสาเธนฺเตสู’’ติ.

๓๗๘. ปจฺจูปการํ น สุกรํ วทามิ อนุจฺฉวิกกิริยาย กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. อภิวาเทนฺติ เอเตนาติ อภิวาทนํ. วนฺทมาเนหิ อนฺเตวาสิเกหิ อาจริยํ ‘‘สุขี โหตู’’ติอาทินา อภิวาเทนฺติ นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘อภิวาทน’’นฺติ. ตทภิมุโข…เป… วนฺทิตฺวา นิปชฺชติ, เสยฺยถาปิ อายสฺมา สาริปุตฺโต. กาลานุกาลํ อุปฏฺฐานํ พีชยนปาทสมฺพาหนาทิ อนุจฺฉวิกกมฺมสฺส กรณํ นาม. อนุจฺฉวิกํ กิริยํ กาตุํ น สกฺโกติเยว, ยสฺมา อาจริเยน กตสฺส ธมฺมานุคฺคหสฺส อนฺเตวาสินา กริยมาโน อามิสานุคฺคโห สงฺขมฺปิ กลมฺปิ กลภาคมฺปิ น อุเปติเยวาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘น สุปฺปติการํ วทามี’’ติ.

๓๗๙. ปาฏิปุคฺคลิกํ ทกฺขิณํ อารพฺภ สมุฏฺฐิตํ, ‘‘ตํ เม ภควา ปฏิคฺคณฺหตู’’ติ มหาปชาปติโคตมิยา วจนํ นิมิตฺตํ กตฺวา เทสนาย อุฏฺฐิตตฺตา. น เกวลญฺจ ตสฺสา เอว วจนํ, อถ โข อานนฺทตฺเถโรปิ…เป… สมาทเปสิ, ตสฺมา วิภาคโต จุทฺทสสุ…เป… โหตีติ ทสฺเสตุํ, อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ ปติปจฺเจกํ ปุคฺคลํ ทียตีติ ปาฏิปุคฺคลิกํ. ปฐมสทฺโท ยถา อคฺคตฺโถ, เอวํ เสฏฺฐปริยาโยปีติ อาห ‘‘เชฏฺฐกวเสนปี’’ติ. อคฺคา อุตฺตเม เขตฺเต ปวตฺตตฺตา. ทุติยตติยาปิ ปรมทกฺขิณาเยว สพฺพโส สมฺมาวิกฺขมฺภิตราคาทิกิเลสตฺตา. ราคาทโย หิ อทกฺขิเณยฺยภาวสฺส การณํ. เตเนวาห – ‘‘ติณโทสานิ เขตฺตานิ, ราคโทสา อยํ ปชา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๓๕๖). ยสฺมา ปน สวาสนํ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนกิเลเสหิ ตโต เอว สพฺพโส อปฺปฏิหตญาณจาเรหิ อนนฺตาปริเมยฺยคุณคณาธาเรหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ สทิโส สเทวเก โลเก โกจิ ทกฺขิเณยฺโย นตฺถิ. ตสฺมา ‘‘ปรมทกฺขิณาเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. ยสฺมา ปญฺจาภิญฺโญ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี เอว โหติ โลกิยาภิญฺญานํ อฏฺฐสมาปตฺติอธิฏฺฐานตฺตา, ตสฺมา ‘‘โลกิยปญฺจาภิญฺเญ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘อฏฺฐสมาปตฺติลาภิมฺหี’’ติ ตาย อวุตฺตสิทฺธตฺตา. โคสีลธาตุโกติ โคสีลสภาโว, สีลวตา สทิสสีโลติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อสโฐ’’ติอาทิ. เตน น อลชฺชิธาตุโก ปกติสิทฺโธ อิธ ปุถุชฺชนสีลวาติ อธิปฺเปโตติ ทสฺเสติ.

ปริจฺฉินฺทนฺโตติ เอตฺตโกติ ปจฺเจกปฺปมาณโต ตโต เอว อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโตว ปริจฺฉินฺทนฺโต. กถํ ปน อสงฺเขฺยยฺยภาเวน วุจฺจมาโน วิปาโก ปริจฺฉินฺโน โหติ? โสปิ ตสฺส ปริจฺเฉโท เอว อิตเรหิ อสํกิณฺณภาวทีปนโต, เอตทตฺถเมว ปุพฺเพ อสงฺกรคฺคหณํ กตํ. คุณวเสนาติ ลกฺขณสมฺปนฺนาทิคุณวเสน. อุปการวเสนาติ โภครกฺขาทิอุปการวเสน. ยํ โปสนตฺถํ ทินฺนํ, อิทํ น คหิตํ ทานลกฺขณาโยคโต. อนุคฺคหปูชนิจฺฉาวเสน หิ อตฺตโน เทยฺยวตฺถุปริจฺจาโค ทานํ ภยราคลทฺธุกามกุลาทิวเสน สาวชฺชาภาวโต. ตมฺปิ น คหิตํ อยาวทตฺถตาอปริปุณฺณภาเวน ยถาธิปฺเปตผลทานาสมตฺถภาวโต. สมฺปตฺตสฺสาติ สนฺติกาคตสฺส. เตน สมฺปตฺติปโยชเน อนเปกฺขตํ ทสฺเสติ. ผลํ ปฏิกงฺขิตฺวาติ ‘‘อิทํ เม ทานมยํ ปุญฺญํ อายตึ สุขหิตภาวาย โหตู’’ติอาทินา ผลํ ปจฺจาสีสิตฺวา. เตนสฺส ผลทาเน นมิยตํ ทสฺเสติ, ยาวทตฺถนฺติ อิมินา ปริปุณฺณผลตํ. สตคุณาติ เอตฺถ คุณสทฺโท น ‘‘คุเณน นามํ อุทฺธเรยฺย’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๓๑๓; อุทา. อฏฺฐ. ๕๓; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๗๖; เนตฺติ. อฏฺฐ. ๔.๓๘) วิย สมฺปตฺติอตฺโถ, ‘‘ตทฺทิคุณ’’นฺติอาทีสุ วิย น วฑฺฒนตฺโถ, ‘‘ปญฺจ กามคุณา โลเก, มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๗๓) วิย น โกฏฺฐาสตฺโถ, ‘‘อนฺตํ อนฺตคุณ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ขุ. ปา. ๓) วิย น อนฺตภาคตฺโถ, อถ โข อานิสํสตฺโถติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สตานิสํสา’’ติ อาห, เต อานิสํเส สรูปโต ทสฺเสตุํ, ‘‘อายุสต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สตคุณาติ วา สตวฑฺฒิกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นิปฺปริตสํ กโรตีติ อายุอาทีนํ อานิสํสานํ อปริตฺตาสํ กโรติ. อถ วา นิปฺปริตสํ กโรตีติ อายุอาทินิมิตฺตํ อปริตฺตาสํ กโรติ. อถ วา นิปฺปริตสํ กโรตีติ อายุอาทีนิ ตโต อุตฺตริมฺปิ อาหาราทิเหตุ อปริตฺตาสํ กโรติ. อตฺตภาววินิมุตฺตสญฺจรณสฺส อภาวา, ‘‘ภวสเตปิ วุตฺเต อยเมวตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ, ‘‘ปุถุชฺชนทุสฺสีเล’’ติอาทีสุ สพฺพวาเรสุ. นโย เนตพฺโพติ, ‘‘อายุสหสฺสํ วณฺณสหสฺส’’นฺติอาทิโก นโย.

สาสนาวตรณํ นาม ยาวเทว วฏฺฏทุกฺขนิตฺถรณตฺถํ, ตญฺจ มคฺคปฏิเวธนํ, ตสฺมา นิพฺเพธภาคิยสรณคมนํ สิกฺขาปทสมาทานํ ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา สีลปริปูรณํ อธิจิตฺตสิกฺขานุโยโค วิปสฺสนาภาวนาติ สพฺพาเปสา โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปตฺติ เอว โหตีติ อาห – ‘‘ติสรณํ คโต อุปาสโกปี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถา นิพฺเพธภาคิโย สมาธิ ตาว นาม ปรมฺปราย อริยมคฺคาธิคมสฺส ปจฺจยภาวโต อุปนิสฺสโย; ตถา นิพฺเพธภาคิยํ สีลปริปูรณํ อุปสมฺปทา ปพฺพชฺชา อุปาสกสฺส ทสสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐานํ อนฺตมโส สรณาทิคมนมฺปิ นิพฺเพธภาคิยํ อริยมคฺคาธิคมสฺส อุปนิสฺสโย โหติเยวาติ, ‘‘สพฺพาเปสา โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปตฺตี’’ติ วุตฺตา. ตตฺถ อนญฺญสาธารณ-วิชฺชาจรณาทิ-อสงฺเขฺยยฺยอปริเมยฺย-คุณ-สมุทยปูริเต ภควติ สทฺธมฺเม อริยสงฺเฆ อุฬารตรพหุมานคารวตํ คโต. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวาขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ ตปฺปรายณตาทิอาการปฺปตฺโต ญาณปริโสธิโต ปสาโท สรณคมนนฺติ เตน วตฺถุคเตน ปสาเทน ปริภาวิเต สนฺตาเน กตํ ปุญฺญกฺเขตฺตสมฺปตฺติยา มหปฺผลํ มหานิสํสเมว โหตีติ อาห – ‘‘ตสฺมึ ทินฺนทานมฺปิ อสงฺเขฺยยฺยํ อปฺปเมยฺย’’นฺติ. ตยิทํ สรณํ วตฺถุตฺตเย ปสาทภาเวน อชฺฌาสยสมฺปตฺติมตฺตํ, ตาทิสสฺส ปน ปญฺจสีลํ อชฺฌาสยสมฺปตฺติอุปถมฺภิโต กายวจีสํยโมติ ตตฺถ ทินฺนํ ตโต อุตฺตริ มหปฺผลนฺติ, ทสสีลํ ปน ปริปุณฺณุโปสถสีลํ, ตตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ, ‘‘ตโต อุตฺตริ มหปฺผล’’นฺติ วุตฺตํ. สามเณรสีลาทีนํ ปน อุตฺตริ วิสิฏฺฐตราทิภาวโต ตตฺถ ตตฺถ ทินฺนสฺส วิเสสมหปฺผลตา วุตฺตา.

มคฺคสมงฺคิตา นาม มคฺคจิตฺตกฺขณปริจฺฉินฺนา, ตสฺมิญฺจ ขเณ กถํ ทาตุํ ปฏิคฺคเหตุญฺจ สมฺภวตีติ โจเทติ ‘‘กึ ปน มคฺคสมงฺคิสฺส สกฺกา ทานํ ทาตุ’’นฺติ. อิตโร ตาทิเส สติ สมเยติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อาม สกฺกา’’ติ ปฏิชานิตฺวา, ‘‘อารทฺธวิปสฺสโก’’ติอาทินา ตมตฺถํ วิวรติ. ตสฺมึ ขเณติ ตสฺมึ ปกฺขิปนกฺขเณ. ยทิ อฏฺฐมกสฺส โสตาปนฺนสฺส ทินฺนทานํ ผลโต อสงฺเขฺยยฺยเมว, โก เนสํ วิเสโสติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. เตน สติปิ อสงฺเขฺยยฺยภาวสามญฺเญ อตฺถิ เนสํ อปฺปพหุภาโว สํวฏฺฏฏฺฐายี อสงฺเขฺยยฺยมหากปฺปาสงฺเขฺยยฺยานํ วิยาติ ทสฺเสติ. มคฺคสมงฺคีนํ เตน เตน โอธินา สํกิเลสธมฺมานํ ปหียมานตฺตา โวทานธมฺมานํ วฑฺฒมานตฺตา อปริโยสิตกิจฺจตฺตา อปริปุณฺณคุณตา, ปริโยสิตกิจฺจตฺตา ผลสมงฺคีนํ ปริปุณฺณคุณตาติ ตํตํมคฺคฏฺเฐหิ ผลฏฺฐานํ เขตฺตาติสยตา เวทิตพฺพา. เหฏฺฐิมเหฏฺฐิเมหิ ปน มคฺคฏฺเฐหิ อุปริมานํ มคฺคฏฺฐานํ ผลฏฺเฐหิ ผลฏฺฐานํ อุตฺตริตรตา ปากฏา เอว. ตถา หิ อุปริมานํ ทินฺนทานสฺส มหปฺผลตา วุตฺตา.

๓๘๐. กามญฺเจตฺถ พุทฺธปฺปมุเข อุภโตสงฺเฆ เกวเล จ ภิกฺขุสงฺเฆ ทานํ อตฺถิ เอว, น ปน พุทฺธปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ, ตํ ปน พุทฺธปฺปมุขอุภโตสงฺเฆเนว สงฺคหิตนฺติ อวิรุทฺธํ. น ปาปุณนฺติ มหปฺผลภาเวน สทิสตมฺปิ, กุโต อธิกตํ.

‘‘ตถาคเต ปรินิพฺพุเต อุภโตสงฺฆสฺส’’ อิจฺเจว วุตฺตตฺตา – ‘‘กึ ปนา’’ติอาทินา โจเทติ. อิตโร ปรินิพฺพุเต ตถาคเต ตํ อุทฺทิสฺส คนฺธปุปฺผาทิปริจฺจาโค วิย จีวราทิปริจฺจาโคปิ มหปฺผโล โหติเยวาติ กตฺวา ปฏิปชฺชนวิธึ ทสฺเสตุํ, ‘‘อุภโตสงฺฆสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘เอตฺตกาเยว, ภิกฺขู อุทฺทิสถา’’ติ เอวํ ปริจฺเฉทสฺส อกรเณน อุปจารสีมาปริยาปนฺนานํ เขตฺตปริยาปนฺนานํ วเสน อปริจฺฉินฺนกมหาภิกฺขุสงฺเฆ.

โคตฺตํ วุจฺจติ สาธารณนามํ, มตฺตสทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺมา สมณาติ โคตฺตมตฺตํ อนุภวนฺติ ธาเรนฺตีติ โคตฺรภุโน. เตนาห ‘‘นามมตฺตสมณา’’ติ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโต สมณคโณ สงฺโฆ, ตสฺมา สงฺโฆ ทุสฺสีโล นาม นตฺถิ. คุณสงฺขายาติ อานิสํสคณนาย, มหปฺผลตายาติ อตฺโถ. กาสาว…เป… อสงฺเขฺยยฺยาติ วุตฺตา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนตฺตา. ยถา ปน สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทานํ โหติ, ตํ วิธึ ทสฺเสตุํ, ‘‘สงฺฆคตา ทกฺขิณา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตีการนฺติ คารวํ.

สงฺฆโต น ปุคฺคลโต. อญฺญถตฺตํ อาปชฺชตีติ ‘‘อิมสฺส มยา ทินฺนํ สงฺฆสฺส ทินฺนํ โหตี’’ติ เอวํ จิตฺตํ อนุปฺปาเทตฺวา, ‘‘สงฺฆสฺส ทสฺสามี’’ติ เทยฺยธมฺมํ ปฏิยาเทตฺวา สามเณรสฺส นาม ทาตพฺพํ ชาตนฺติ อญฺญถตฺตํ อาปชฺชติ; ตสฺมา ตสฺส ทกฺขิณา สงฺฆคตา น โหติเยว ปุคฺคลวเสน จิตฺตสฺส ปริณามิตตฺตา. นิพฺเพมติโก หุตฺวาติ ‘‘กึ นุ โข มยา อิมสฺส ทินฺนํ โหติ วา น วา’’ติ วิมตึ อนุปฺปาเทตฺวา, ‘‘โย ปนา’’ติอาทินา วุตฺตากาเรน กโรติ.

ตตฺถาติอาทินา วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณตฺถํ วตฺถุํ นิทสฺเสติ, ‘‘ปรสมุทฺทวาสิโน’’ติอาทินา. โอปุญฺชาเปตฺวา ปริภณฺฑํ กาเรตฺวา, หริตโคมเยน อุปลิมฺปิตฺวาติ อตฺโถ. กาสาวกณฺฐสงฺฆสฺสาติ กาสาวกณฺฐสมูหสฺส. โก โสเธตีติ มหปฺผลภาวกรเณน โก วิโสเธติ. มหปฺผลภาวาปตฺติยา หิ ทกฺขิณา วิสุชฺฌติ นาม. ตตฺถ เยสํ หตฺเถ ทินฺนํ, เตสํ วเสน ปฏิคฺคาหกโต ทกฺขิณาย วิสุทฺธตฺตา, – ‘‘ตทาปาหํ, อานนฺท, สงฺฆคตํ ทกฺขิณํ อสงฺเขฺยยฺยํ อปฺปเมยฺยํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๘๐) จ วุตฺตํ, ตสฺมา กมฺมวเสเนว ทกฺขิณาวิสุทฺธึ ปุจฺฉติ. อิตโร อริยสงฺเฆ ทินฺนทกฺขิณาย นิพฺพิสิฏฺฐํ กตฺวา วุตฺตตฺตา มตฺถกปฺปตฺตสฺเสว อริยสงฺฆสฺส วเสน ทกฺขิณาวิสุทฺธึ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สาริปุตฺต…เป… โสเธนฺตี’’ติ วตฺวา ปุน, ‘‘เย เกจิ อรหนฺโต โสเธนฺตี’’ติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. เถรา จิรปรินิพฺพุตาติ อิทํ อชฺชตนานมฺปิ อริยานํ สาวกตํ ทสฺเสนฺเตน มคฺคโสธนวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, น อุทฺทิสฺส ปุญฺญกรเณ สติ อกรณปฺปตฺติยา. เอวญฺหิ ‘‘อสีติมหาเถรา โสเธนฺตี’’ติ อิทํ สุวุตฺตํ โหติ, น อญฺญถา.

‘‘สงฺฆคตาย ทกฺขิณายา’’ติ กามญฺเจตํ สาธารณวจนํ, ตถาปิ ตตฺถ ตตฺถ ปุคฺคลวิเสโส ญาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อตฺถิ พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ’’ติอาทิมาห. น อุปเนตพฺโพ ภควโต กาเล ภิกฺขูนํ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาคุณวเสน อติวิย อุฬารภาวโต, เอตรหิ ตทภาวโต. เอตรหิ สงฺโฆ…เป… น อุปเนตพฺโพติ เอตฺถ นยานุสาเรน อตฺโถ วตฺตพฺโพ. เตน เตเนว สมเยนาติ ตสฺส ตสฺส กาลสฺส สมฺปตฺติวิปตฺติมุเขน ปฏิปตฺติยา อุฬารตํ อนุฬารตญฺจ อุลฺลิงฺเคติ. ยตฺถ หิ ภิกฺขู คุเณหิ สพฺพโส ปริปุณฺณา โหนฺติ, ตสฺมึ สมเย สงฺฆคตา ทกฺขิณา อิตรสฺมึ สมเย ทกฺขิณโต มหปฺผลตราติ ทฏฺฐพฺพา. สงฺเฆ จิตฺตีการํ กาตุํ สกฺโกนฺตสฺสาติ สุปฺปฏิปนฺนตาทึ สงฺเฆ อาวชฺชิตฺวา สงฺฆคเตน ปสาเทน สงฺฆสฺส สมฺมุขา วิย ตสฺมึ ปุคฺคเล จ คารววเสน เทนฺตสฺส ปุถุชฺชนสมเณ ทินฺนํ มหปฺผลตรํ สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา คหิตตฺตา, ‘‘สงฺฆสฺส เทมี’’ติเยว ทินฺนตฺตา จ.

เอเสว นโยติ อิมินา, ‘‘โสตาปนฺเน ทินฺนํ มหปฺผลตร’’นฺติ เอวมาทึ อติทิสติ. อาทิ-สทฺเทน อุทฺทิสิตฺวา คหิโต สกทาคามี, ปาฏิปุคฺคลิโก อนาคามีติ เอวมาทิ สงฺคหิตํ. มหปฺผลตรเมว. เตนาห ภควา – ‘‘น เตฺววาหํ, อานนฺท, เกนจิ ปริยาเยน สงฺฆคตาย ทกฺขิณาย ปาฏิปุคฺคลิกํ ทานํ มหปฺผลตรํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๘๐). ยทิ ขีณาสเว ทินฺนทานโต สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา คหิตทุสฺสีเลปิ ทินฺนทานํ มหปฺผลํ, เอวํ สนฺเต – ‘‘สีลวโต, มหาราช, ทินฺนํ มหปฺผลํ, โน ตถา ทุสฺสีเล’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห – ‘‘ตํ อิมํ นยํ คหายา’’ติอาทิ. สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา คหณวิธึ ปหาย ทุสฺสีลสฺเสว คหณวเสน วุตฺตํ. อิมสฺมึ จตุกฺเก ทฏฺฐพฺพนฺติ อิมสฺส ปทสฺส วเสน ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ หิ ‘‘ปฏิคฺคาหกา โหนฺติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา’’ติ อาคตํ.

๓๘๑. วิสุชฺฌตีติ น กิลิสฺสติ, มหาชุติการี มหาวิปฺผารา โหตีติ อตฺโถ. สุจิธมฺโมติ ราคาทิอสุจิวิธมเนน สุจิสภาโว. น ปาปธมฺโมติ น นิหีนสภาโว ปาปกิริยาย. อกุสลธมฺโม หิ เอกนฺตนิหีโน. ชูชโก สีลวา กลฺยาณธมฺโม น โหติ. ตสฺส มหาโพธิสตฺตสฺส อตฺตโน ปุตฺตทานํ ทานปารมิยา มตฺถกํ คณฺหนฺตํ มหาปถวีกมฺปนสมตฺถํ ชาตํ, สฺวายํ ทานคุโณ เวสฺสนฺตรมหารญฺญา กเถตพฺโพติ.

อุทฺธรตีติ พหุลํ กตปาปกมฺมวเสน ลทฺธวินิปาตโต อุทฺธรติ. ตสฺมา นตฺถิ มยฺหํ กิญฺจิ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.

เปตทกฺขิณนฺติ เปเต อุทฺทิสฺส ทาตพฺพทกฺขิณํ. ปาปิตกาเลเยวาติ, ‘‘อิทํ ทานํ อสุกสฺส เปตสฺส โหตู’’ติ อุทฺทิสนวเสน ปตฺเต ปาปิตกาเลเยว. อสฺสาติ เปตสฺส. ปาปุณีติ ผลสมาปตฺติยา วเสน ปาปุณิ. อยญฺหิ เปเต อุทฺทิสฺส ทาเน ธมฺมตา.

ตทา โกสลรญฺโญ ปริจฺจาควเสน อติวิย อุฬารชฺฌาสยตํ, พุทฺธปฺปมุขสฺส จ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุกฺกํสคตคุณวิสิฏฺฐตํ สนฺธายาห, ‘‘อสทิสทานํ กเถตพฺพ’’นฺติ.

อสารมฺปิ เขตฺตนฺติ สารหีนํ ทุกฺเขตฺตํ. สมเยติ กสนารเห กาเล. ปํสุํ อปเนตฺวาติ นิสฺสารํ ปํสุํ นีหริตฺวา. สารพีชานีติ สภาวโต อภิสงฺขารโต จ สารภูตานิ พีชานิ. ปติฏฺฐเปตฺวาติ วปิตฺวา. เอวนฺติ ยถา กสฺสโก อตฺตโน ปโยคสมฺปตฺติยา อสาเรปิ เขตฺเต ผลํ อธิคจฺฉติ. เอวํ สีลวา อตฺตโน ปโยคสมฺปตฺติยา ทุสฺสีลสฺสปิ ทตฺวา ผลํ มหนฺตํ อธิคจฺฉติ. อิมินา อุปาเยนาติ อิมินา ปฐมปเท วุตฺตนเยน. สพฺพปเทสูติ สพฺพโกฏฺฐาเสสุ วิสุชฺฌนํ วุตฺตํ, ตติยปเท ปน วิสุชฺฌนํ ปฏิกฺขิตฺตเมว.

๓๘๒. อรหโต ทินฺนทานเมว อคฺคํ ทานเจตนาย เกนจิ อุปกฺกิเลเสน อนุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา, ปฏิคฺคาหกสฺส อคฺคทกฺขิเณยฺยตฺตา. เตนาห – ‘‘ภวาลยสฺส ภวปตฺถนาย อภาวโต’’ติ, ‘‘อุภินฺนมฺปี’’ติ วจนเสโส. ขีณาสโว ทานผลํ น สทฺทหตีติ อิทํ ตสฺส อปฺปหีนกิเลสชนสฺส วิย กมฺมกมฺมผลานํ สทฺทหนากาเรน ปวตฺติ นตฺถีติ กตฺวา วุตฺตํ, ยโต อรหา ‘‘อสทฺโธ อกตญฺญู จ…เป… โปริโส’’ติ (ธ. ป. ๙๗) โถมียติ. อสทฺทหนํ อนุมานปกฺขิกํ, อนุมานญฺจ สํสยปุพฺพกํ, นิสฺสนฺทิทฺโธ จ กมฺมกมฺมผเลสุ ปจฺจกฺขภาวํ คโต. ตเมว หิ นิจฺฉิตภาวสิทฺธํ นิสฺสนฺทิทฺธตํ สนฺธาย – ‘‘ทานผลํ สทฺทหนฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ เตน กตกมฺมํ กมฺมลกฺขณปฺปตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘ขีณาสเวนา’’ติอาทิ. เตเนวาห – ‘‘นิจฺฉนฺทราคตฺตา’’ติ, เอตญฺจ ลกฺขณวจนํ, เกนจิ กิเลเสน อนุปกฺกิลิฏฺฐตฺตาติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ ขีณาสวสฺส ทานํ.

กึ ปน สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติอาทินา ทายกโต ทกฺขิณาวิสุทฺธิ โจทิตา, สาริปุตฺตตฺเถเรนาติอาทินา ปน ปฏิคฺคาหกโตติ วทนฺติ; ตทยุตฺตํ, สาวกสฺส มหปฺผลภาเว สํสยาภาวโต, เหฏฺฐา นิจฺฉิตตฺตา จ, ตสฺมา อุภเยนปิ ทายกโต ทกฺขิณาวิสุทฺธิ เอว โจทิตา. สา หิ อิธ สาธารณวเสน นิจฺฉิตตฺตา สํสยวตฺถุ. เตนาห – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน…เป… วทนฺตี’’ติ. สมฺมาสมฺพุทฺธํ หีติอาทิ ยถาวุตฺตอตฺถสฺส การณวจนํ. อญฺโญ ทานสฺส วิปากํ ชานิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ สพฺพโส สตฺตานํ กมฺมวิปากวิภาคชานนญาณสฺส อนนุญฺญาตตฺตา. เตนาห ภควา – ‘‘ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, สตฺตา น ชานนฺติ, ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ ยถาหํ ชานามิ, ตสฺมา อทตฺวา ภุญฺชนฺตี’’ติอาทิ (อิติวุ. ๒๖). เอเตน เอตฺถ ญาณวิโสธนํ นาม กถิตํ, น ทกฺขิณาย วิสุทฺธิ นาม ทายกโต ปฏิคฺคาหกโต จ วเสน โหตีติ; สมฺมาสมฺพุทฺเธน สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ทินฺนทานํ สพฺพโส อุปกฺกิเลสวิสุทฺธิยา ญาณสฺส จ อติวิย อุฬารตฺตา มหานุภาวํ นาม สิยา มหาเตชวนฺตญฺจ; น มหปฺผลํ เตสํ สนฺตาเน ปริปุณฺณผลสฺส อสมฺภวโต. ยทิ ทินฺนทานํ ปริปุณฺณผลํ น โหติ อุภยวิปากทานาภาวโต, ปวตฺติวิปากทายี ปน โหตีติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ทานํ หี’’ติอาทิมาห.

จตูหีติ สหโยเค กรณวจนํ, จตูหิ สมฺปทาหิ สหคตา สหิตํ กตฺวาติ อตฺโถ. อิมา จตสฺโส สมฺปทา สพฺพสาธารณวเสน วุตฺตา, น ยถาธิคตปุคฺคลวเสน. เตนาห – ‘‘เทยฺยธมฺมสฺส ธมฺเมนา’’ติอาทิ. ตสฺมึเยว อตฺตภาเวติ ยสฺมึ อตฺตภาเว ตํ ทานมยํ ปุญฺญํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ, เจตนาย มหนฺตตฺตา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ หุตฺวา วิปจฺจตีติ อตฺโถ. ปุพฺพเจตนาทิวเสนาติ สนฺนิฏฺฐาปกชวนวีถิโต ปุพฺพาปรวีถิเจตนาวเสน, อญฺญถา สนฺนิฏฺฐาปกวีถิยํเยว ปุพฺพเจตนาทิวเสนาติ วตฺตพฺพํ สิยา. สา หิ เจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียภูตา ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ, น อิตรา. มหตฺตตาติ ปุพฺพาภิสงฺขารวเสน ญาณสมฺปโยคาทิวเสน เจตนาย อุฬารตา. ขีณาสวภาเวนาติ ยสฺส เทติ, ตสฺส ขีณาสวภาเวน. วตฺถุสมฺปนฺนตาติ เอตฺถ ยถา ปฏิฆสญฺญา นานตฺตสญฺญานํ วิคเมน ทิพฺพวิหารานํ วเสน, พฺยาปาทสญฺญาทีนํ วิคเมน พฺรหฺมวิหารานํ วเสน, สพฺพโส รูปสญฺญานานตฺตสญฺญานํ วิคเมน อาเนญฺชวิหารานํ วเสน สพฺพโส นิจฺจสญฺญาทีนํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา สพฺพสงฺขารวิมุขตาย อริยวิหารานํ วเสน วตฺถุสมฺปนฺนตา อิจฺฉิตา. ตํตํสมาปตฺติสมาปชฺชเนน สนฺตานสฺส นิโรธสาธนตา ตํ ทิวสํ นิโรธสฺส สาธนตา นาม. วตฺถุสมฺปนฺนตาติ สพฺพโส นิโรธสมาปตฺติสมาปชฺชเนน วตฺถุสมฺปนฺนตา อิจฺฉิตา; น สพฺพโส อนวเสสสญฺญานิโรธตายาติ อาห – ‘‘ตํ ทิวสํ นิโรธโต วุฏฺฐิตภาเวน วตฺถุสมฺปนฺนตา’’ติ. สญฺญานิโรธสฺส เจตฺถ อจฺจาสนฺนตํ สนฺธาย, ‘‘ตํ ทิวส’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

นิฏฺฐิตา จ วิภงฺควคฺควณฺณนา.