๑๐. ธาตุวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๔๒. อปริกฺขีณายุกํ ปุกฺกุสาติกุลปุตฺตํ อุทฺทิสฺส คมนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ตุริตคมนจาริก’’นฺติ. มม วาสุปคมเนน ตว จิตฺตสฺส อผาสุกํ อนิฏฺฐํ สเจ นตฺถิ. โสติ ปุพฺพุปคโต. ทินฺนํ ทินฺนเมว วฏฺฏตีติ เอกวารํ ทินฺนํ ทินฺนเมว ยุตฺตํ, น ปุน ทาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. กตํ กตเมวาติ สงฺคหตฺถํ กตํ อนุจฺฉวิกกมฺมํ กตเมว, น ตํ ปุน วิปริวตฺเตตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

ปุกฺกุสาติมฺหิ อุภยถาปิ กุลปุตฺตภาโว ปริปุณฺโณ เอวาติ อาห – ‘‘ชาติกุลปุตฺโตปิ อาจารกุลปุตฺโตปี’’ติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ตกฺกสีลโต อาคมเน. องฺเก นิปนฺนทารกํ วิย ชนํ โตเสติ ตุฏฺฐึ ปาเปติ. รตนานิ อุปฺปชฺชนฺติ ปพฺพตสมุทฺทาทิสนฺนิสฺสิตตฺตา ปจฺจนฺตเทสสฺส. ทสฺสนียนฺติ ทสฺสเนเนว สุขาวหํ. เอวรูปนฺติ ทสฺสนียํ สวนียญฺจ.

อนคฺฆกมฺพเล มหคฺฆกมฺพเล. สารกรณฺฑเกติ จนฺทนสาราทิสารมยกรณฺฑเก. ลิขาเปตฺวา อุกฺกิราเปตฺวา. ลาขาย วฏฺฏาเปตฺวาติ มุขํ ปิทหิตฺวา ลาขาปริกมฺมํ กาเรตฺวา.

อนฺโต ทุสฺสภณฺฑิกํ อตฺถีติ อญฺญาสิ นาติครุกภาวโต. อนคฺฆา อเหสุนฺติ วณฺณสมฺปตฺติผสฺสสมฺปตฺติปมาณมหตฺตทุนฺนิมฺมาปิยตาหิ มหคฺฆา อเหสุํ, มหาปุญฺโญ ราชา ตสฺส อตฺเถวาติ อธิปฺปาโย.

ยทิ เอวํ, ‘‘กินฺนุ โข เปเสมี’’ติ กสฺมา วีมํสํ อาปชฺชีติ อาห – ‘‘อปิจ โข ปนา’’ติอาทิ. โสติ พิมฺพิสาโร ราชา. วิจินิตุํ อารทฺโธ รตนสฺส อเนกวิธตฺตา อุตฺตรุตฺตริญฺจ ปณีตตราทิภาวโต. สุวณฺณรชตาทีติ สุวณฺณรชตปวาฬมณิมุตฺตาเวฬุริยาทิ. อินฺทฺริยพทฺธนฺติ จกฺขาทิอินฺทฺริยปฏิพทฺธํ. ปเทสนฺติ คุณวเสน เอกเทสํ น ปาปุณาติ.

สามํ สจฺจานํ อภิสมฺพุทฺธตาสามญฺเญน, ‘‘พุทฺธรตนมฺปิ ทุวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. พุทฺธรตนสมํ รตนํ นาม นตฺถิ, ยสฺมา ปน อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน พุทฺเธน สทิโส น วิชฺชตีติ. ปฐมโพธิยํเยว ปวตฺตตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘โฆโสปี’’ติอาทิ.

ราชา ตุฏฺโฐ จินฺเตสิ, ‘‘ตตฺถ อวิชฺชมานํเยว เปเสตุํ ลทฺธ’’นฺติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปริปุณฺณํ เอกทิวสมฺปิ ตสฺมึ ปเทเส พุทฺธานํ อาวาสปริคฺคโห นตฺถิ, ตสฺมา. ปุพฺพทิสามุขนฺติ ปุพฺพทิสาภิมุขํ สีหปญฺชรํ. เตนสฺส สุวิภูตาโลกตํ ทสฺเสติ.

เอวํ อนญฺญสาธารณสฺส ภควโต อีทิโส สมุทาคโมติ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอวํ ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สมฺปนฺนสมุทาคมสฺส ตทนุรูปา อยํ ผลสมฺปทาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตุสิตภวนโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

อริยธมฺโม นาม อริยมคฺคปฺปธาโน, อริยมคฺโค จ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยสงฺคโห, เต จ อุทฺเทสมตฺเตเนว คหิตาติ อาห – ‘‘สตฺตตึสโพธิปกฺขิเย เอกเทเสน ลิขิตฺวา’’ติ. จูฬสีลาทีนิ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๘-๙) อาคตนเยน เวทิตพฺพานิ. ฉทฺวารสํวรํ สติสมฺปชญฺญนฺติ มนจฺฉฏฺฐานํ ทฺวารานํ สํวรณวเสน สตฺตฏฺฐานิกํ สติสมฺปชญฺญํ. ทฺวาทสปฺปเภทํ จีวราทิจตุปฺปจฺจยสนฺโตสํ. อรญฺญรุกฺขมูลาทีนญฺจ วิภงฺคํ ภาวนานุกูลํ เสนาสนํ. ‘‘อภิชฺฌํ โลเก ปหายา’’ติอาทินา วุตฺตํ นีวรณปฺปหานํ. ปริกมฺมนฺติ กสิณาทิปริกมฺมํ. ปาฬิยํ อาคตนเยน อฏฺฐตึส กมฺมฏฺฐานานิ. วิสุทฺธิปฏิปาฏิยา ยาว อาสวกฺขยา อิมํ ปฏิปตฺตึ เอกเทเสน ลิขิ. โสฬสวิธนฺติ โสฬสวิธภาวนาย ปโยคํ.

กิลญฺชมเยติ นานาวิธภิตฺติวิภตฺเต สณฺหสุขุมรตนปริสิพฺพิเต กิลญฺชมยสมุคฺเค. พหิ วตฺเถน เวเฐตฺวาติ ปฐมํ สุขุมกมฺพเลน เวเฐตฺวา ปฏิปาฏิยา เตตฺตึสาย สมุคฺเคสุ ปกฺขิปิตฺวา ตโต พหิ สุขุมวตฺเถน เวเฐตฺวา ฉาเทตฺวา. ติณคจฺฉปหานสมฺมชฺชนาทินา โสธิตมตฺตกเมว โหตุ, กทลิปุณฺณฆฏฐปนธชปฏากุสฺสาปนาทิอลงฺกรเณน มา นิฏฺฐาเปถาติ อตฺโถ. ราชานุภาเวน ปฏิยาเทถาติ มม ราชานุรูปํ สชฺเชถ, อลงฺกโรถาติ อตฺโถ. อนฺตรโภคิกานนฺติ อนุยุตฺตราชมหามตฺตานํ. ชวนทูเตติ ขิปฺปํ คจฺฉนฺตกทูตปุริเส. ตาเฬหิ สห อวจรนฺตีติ ตาฬาวจรา.

รญฺญา ปณฺณาการํ อุทฺทิสฺส กตปูชาสกฺการสฺส อมจฺจโต สุตตฺตา ปณฺณาการํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สยํ นีจาสเน นิสินฺโน. นายํ อญฺญสฺส รตนสฺส ภวิสฺสตีติ อยํ ปริหาโร อญฺญสฺส มณิมุตฺตาทิเภทสฺส รตนสฺส น ภวิสฺสติ มณิมุตฺตาทีหิ อภิสงฺขตตฺตา. พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ จิรตนกาลํ พุทฺธสาสเน ภาวิตภาวนตาย วาสิตวาสนตาย ฆเฏ ทีโป วิย อพฺภนฺตเร เอว สมุชฺชลมานปริปกฺกติเหตุกภาวโต.

ธาเรมีติ อิจฺฉามิ, คณฺหามีติ อตฺโถ. เทฺวชฺฌวจนนฺติ เทฺวฬฺหกภาโว. อนฺตรํ กโรตีติ ทฺวินฺนํ ปาทานํ อนฺตรํ ตํ เลขํ กโรติ, เอเกน ปาเทน อติกฺกมีติ อตฺโถ. ตสฺสา คตมคฺเคนาติ ตาย เทวิยา วิวฏฺฏมานาย นาสิตาย คตมคฺเคน. ตํ ปน เลขนฺติ ปุกฺกุสาตินา กตเลขํ. ปณฺณจฺฉตฺตกนฺติ ตาลปตฺตมุฏฺฐึ.

สตฺถุคารเวนาติ สตฺถริ อุปฺปนฺนปสาทเปมพหุมานสมฺภเวน. ตทา สตฺถารํเยว มนสิ กตฺวา ตนฺนินฺนภาเวน คจฺฉนฺโต, ‘‘ปุจฺฉิสฺสามี’’ติปิ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสิ, ‘‘เอตฺถ นุ โข สตฺถา วสตี’’ติ ปริวิตกฺกสฺเสว อภาวโต; ราชคหํ ปน ปตฺวา รญฺโญ เปสิตสาสนวเสน ตตฺถ จ วิหารสฺส พหุภาวโต สตฺถา กหํ วสตีติ ปุจฺฉิ. สตฺถุ เอกกสฺเสว นิกฺขมนํ ปญฺจจตฺตาลีส โยชนานิ ปทสา คมนญฺจ ธมฺมปูชาวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมปูชาย จ พุทฺธานํ อาจิณฺณภาโว เหฏฺฐา วิตฺถาริโตเยว. พุทฺธโสภํ ปน ปฏิจฺฉาเทตฺวา อญฺญาตกเวเสน ตตฺถ คมนํ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส วิสฺสตฺถวเสน มคฺคทรถปฏิปสฺสมฺภนตฺถํ. อปฺปฏิปสฺสทฺธมคฺคทรโถ หิ ธมฺมเทสนาย ภาชนํ น โหตีติ. ตถาหิ วกฺขติ, ‘‘นนุ จ ภควา’’ติอาทิ.

อุรุทฺธนฺติ วิสาลนฺติ เกจิ. อติเรกติโยชนสตนฺติอาทินา อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ มจฺเฉรวินยเน สพฺรหฺมจารีนํ โอวาททานํ. อจฺจนฺตสุขุมาโลติอาทินา สตฺถุ ธมฺมคารเวน สทฺธึ กุลปุตฺตสฺสปิ ธมฺมคารวํ สํสนฺทติ สเมตีติ ทสฺเสติ. เตน ภควโต กตสฺส ปจฺจุคฺคมนสฺส ฐานคตภาวํ วิภาเวนฺโต อญฺเญสมฺปิ ภพฺพรูปานํ กุลปุตฺตานํ ยถารหํ สงฺคโห กาตพฺโพติ ทสฺเสติ.

พฺรหฺมโลกปฺปมาณนฺติ อุจฺจภาเวน. อานุภาเวนาติ อิทฺธานุภาเวน ยถา โส โสตปถํ น อุปคจฺฉติ, เอวํ วูปสเมตุํ สกฺโกติ. อวิพฺภนฺตนฺติ วิพฺภมรหิตํ นิลฺโลลุปฺปํ. ‘‘ภาวนปุํสกํ ปเนต’’นฺติ วตฺวา ตสฺส วิวรณตฺถํ, ‘‘ปาสาทิเกน อิริยาปเถนา’’ติ วุตฺตํ. อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เอตํ กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘ยถา อิริยโต’’ติอาทิ. อมนาโป โหติ ปสฺสนฺตานํ. สีหเสยฺยาย นิปนฺนสฺสปิ หิ เอกจฺเจ สรีราวยวา อโธขิตฺตวิกฺขิตฺตา วิย ทิสฺสนฺติ. กฏิยํ ทฺวินฺนํ อูรุสนฺธีนํ ทฺวินฺนญฺจ ชาณุสนฺธีนํ วเสน จตุสนฺธิกปลฺลงฺกํ. น ปติฏฺฐาตีติ นปฺปวตฺตติ, ‘‘กํสิ ตฺว’’นฺติอาทินา อปุจฺฉิเต กถาปวตฺติ เอว น โหติ. อปฺปติฏฺฐิตาย กถาย น สญฺชายตีติ ตถา ปน ปุจฺฉาวเสน กถาย อปฺปวตฺติตาย อุปริ ธมฺมกถา น สญฺชายติ น อุปฺปชฺชติ. อิตีติ ตสฺมา. กถาปติฏฺฐาปนตฺถํ กถาปวตฺตนตฺถํ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ วา ปุจฺฉิ.

สภาวเมว กเถตีติ อตฺตโน ภควโต อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา ‘‘อทิฏฺฐปุพฺพกํ กถมหํ ชาเนยฺย’’นฺติ สภาวเมว เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสยเมว กเถติ; น ปน สเทวกสฺส โลกสฺส สุปากฏํ สภาวสิทฺธํ พุทฺธรูปกายสภาวํ. อถ วา สภาวเมว กเถตีติ ‘‘อิทเมว’’นฺติ ชานนฺโตปิ ตทา ภควโต รุจิยา ตถาปวตฺตมานํ รูปกายสภาวเมว กเถติ อปฺปวิกฺขมฺภนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘ตถา หิ น’’นฺติอาทิ, วิปสฺสนาลกฺขณเมว ปฏิปทนฺติ อธิปฺปาโย.

๓๔๓. ‘‘ปุพฺพภาคปฏิปทํ อกเถตฺวา’’ติ วตฺวา ปุพฺพภาคปฏิปทาย อกถเน การณํ ปุพฺพภาคปฏิปทญฺจ สรูปโต ทสฺเสตุํ, ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปริสุทฺธายปิ ปุพฺพภาคปฏิปทาย วิปสฺสนา ตถา น กิจฺจการี, ปเคว อวิชฺชมานายาติ, ‘‘ยสฺส หิ…เป… อปริสุทฺธา โหติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ปุพฺพภาคปฏิปทา จ นาม สงฺเขปโต ปนฺนรส จรณธมฺมาติ อาห – ‘‘สีลสํวรํ…เป… อิมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ อาจิกฺขตี’’ติ. ยานกิจฺจํ สาเธติ มคฺคคมเนน อกิลนฺตภาวสาธนตฺตา. จิรกาลํ ปริภาวิตาย ปริปกฺกคตาย เหตุสมฺปทาย อุปฏฺฐาปิตํ สามเณรสีลมฺปิ ปริปุณฺณํ อขณฺฑาทิภาวปฺปตฺติยา, ยํ ปุพฺพเหตุตฺตา ‘‘สีล’’นฺติ วุจฺจติ.

ธาตุโย ปรมตฺถโต วิชฺชมานา, ปญฺญตฺติมตฺโถ ปุริโส อวิชฺชมาโน. อถ กสฺมา ภควา อรหตฺตสฺส ปทฏฺฐานภูตํ วิปสฺสนํ กเถนฺโต ‘‘ฉธาตุโร’’ติ อวิชฺชมานปฺปธานํ เทสนํ อารภีติ อาห – ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ. กตฺถจิ ‘‘เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ’’ติอาทีสุ วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ – ‘‘อิตฺถิรูปํ, ภิกฺขเว, ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๑) อวิชฺชมาเนน วิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ โสตวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๑๒๑) วิชฺชมาเนน วิชฺชมานํ ทสฺเสติ. กตฺถจิ – ‘‘ขตฺติยกุมาโร พฺราหฺมณกญฺญาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๗๕) อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. อิธ ปน วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสติ. ‘‘ฉธาตุโร’’ติ หิ สมาสตฺโถ อวิชฺชมาโน ปุคฺคลวิสยตฺตา, ตสฺส ปทสฺส อวยวตฺโถ ปน อปฺปธานตฺโถ วิชฺชมาโน, โส สทฺทกฺกเมน อปฺปธาโนปิ อตฺถกฺกเมน ปธาโนติ อาห – ‘‘วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. ปุคฺคลาธิฏฺฐานาเยตฺถ เทสนาย การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปฏฺฐาเปยฺยาติ – ‘‘ธาตุโย’’อิจฺเจว กุลปุตฺตสฺส จิตฺตํ นิเวเสยฺย ตถา สญฺชาเนยฺย, เอวํ ธมฺมํ เทเสยฺยาติ อตฺโถ. สนฺเทหํ กเรยฺยาติ อสติ ปุริเส โก กโรติ? โก ปฏิสํเวเทติ, ธาตุโย เอวาติ กึ นุ โข อิทํ, กถํ นุ โข อิทนฺติ สํสยํ อุปฺปาเทยฺย? สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยาติ จตุรงฺคสมนฺนาคเต อนฺธกาเร วตฺตมานํ วิย เทสิยมาเน อตฺเถ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺย. ตถาภูโต จ เทสนาย อภาชนภูตตฺตา เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น สกฺกุเณยฺย. เอวมาหาติ เอวํ ‘‘ฉธาตุโร’’ติ อาห.

ยํ ตฺวํ ปุริโสติ สญฺชานาสีติ ยํ รูปารูปธมฺมสมูหํ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานํ อธิฏฺฐานวิเสสวิสิฏฺฐํ – ‘‘ปุริโส สตฺโต อิตฺถี’’ติอาทินา ตฺวํ สญฺชานาสิ, โส ฉธาตุโร. สนฺเตสุปิ ฉธาตุวินิมุตฺเตสุ ธาตฺวนฺตเรสุ สุขาวคฺคหณตฺถํ ตถา วุตฺตํ ตคฺคหเณเนว จ เตสํ คเหตพฺพโต, สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา ทสฺสิโต เอว. เสสปเทสูติ ‘‘ฉผสฺสายตโน’’ติอาทิปเทสุปิ. จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ จตสฺโส ปติฏฺฐา เอตสฺสาติ จตุราธิฏฺฐาโน, อธิติฏฺฐติ ปติฏฺฐหติ เอเตนาติ อธิฏฺฐานํ, เยสุ ปติฏฺฐาย อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ อธิคจฺฉติ, เตสํ ปญฺญาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. เตนาห ‘‘สฺวายํ ภิกฺขู’’ติอาทิ. เอตฺโตติ วฏฺฏโต. วิวฏฺฏิตฺวาติ วินิวฏฺฏิตฺวา อปสกฺกิตฺวา. เอตฺโตติ วา เอเตหิ ฉธาตุอาทีหิ. เอตฺถ หิ นิวิฏฺฐสฺส อายตฺตสฺส อุตฺตมาย สิทฺธิยา อสมฺภโวติ. ปติฏฺฐิตนฺติ อริยมคฺคาธิคมวเสน สุปฺปติฏฺฐิตํ. เอวญฺหิ สพฺพโส ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเนน ตตฺถ ปติฏฺฐิโต โหติ. มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺตีติ ฉหิปิ ทฺวาเรหิ ปวตฺตมานโสตาย มคฺเคน วิโสสิตาย สพฺพโส วิคตาย สพฺพโส วิจฺเฉทปฺปตฺติยา น สนฺทนฺติ. เตนาห ‘‘นปฺปวตฺตนฺตี’’ติ. ยสฺมา มาเน สพฺพโส สมุจฺฉินฺเน อสมุจฺฉินฺโน อนุปสนฺโต กิเลโส นาม นตฺถิ, ตสฺมา อาห – ‘‘มุนิ สนฺโตติ วุจฺจตี’’ติ ราคคฺคิอาทีนํ นิพฺพาเนน นิพฺพุโต.

ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺยาติ, ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย (ม. นิ. ๑.๔๒๓; ๒.๒๔; ๓.๗๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๓.๑๕; วิภ. ๕๑๙; มหานิ. ๑๖๑) อปฺปมาทปฺปฏิปตฺติยา สมาธิวิปสฺสนาปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย. เอเตน ปุพฺพภาคิยํ สมถวิปสฺสนาภาวนมาห. สจฺจมนุรกฺเขยฺยาติ สจฺจานุรกฺขนาปเทเสน สีลวิโสธนมาห; สจฺเจ ฐิโต สมาทินฺนสีลํ อวิโกเปตฺวา ปริปูเรนฺโต สมาธิสํวตฺตนิยตํ กโรติ. เตนาห ‘‘วจีสจฺจํ รกฺเขยฺยา’’ติ. กิเลสปริจฺจาคํ พฺรูเหยฺยาติ ตทงฺคาทิวเสน กิเลสานํ ปริจฺจชนวิธึ วฑฺเฒยฺย. กิเลสวูปสมนํ สิกฺเขยฺยาติ ยถา เต กิเลสา ตทงฺคาทิวเสน ปริจฺจตฺตา ยถาสมุทาจารปฺปวตฺติยา สนฺตาเน ปริฬาหํ น ชเนนฺติ; เอวํ กิเลสานํ วูปสมนวิธึ สิกฺเขยฺย ปญฺญาธิฏฺฐานาทีนนฺติ โลกุตฺตรานํ ปญฺญาธิฏฺฐานาทีนํ. อธิคมตฺถายาติ ปฏิลาภตฺถาย.

๓๔๗. ปุพฺเพ วุตฺตานนฺติ, ‘‘จตุราธิฏฺฐาโน, ยตฺถ ฐิตํ มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๔๓) เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตานํ.

๓๔๘. วตฺตพฺพํ ภเวยฺยาติ นิทฺเทสวเสน วตฺตพฺพํ ภเวยฺย. อาทีหีติ เอวมาทีหิ. กิจฺจํ นตฺถิ กิจฺจาภาวโต. อุปฺปฏิปาฏิธาตุกนฺติ อยถานุปุพฺพิกํ. ยถาธมฺมวเสเนวาติ เทเสตพฺพธมฺมานํ ยถาสภาเวเนว. สปฺปายํ ธุตงฺคนฺติ อตฺตโน กิเลสนิคฺคณฺหนโยคฺคํ ธุตงฺคํ. จิตฺตรุจิตนฺติ อตฺตโน จิตฺตปกติยา อาจริเยหิ วิโรเจตพฺพํ, จริยานุกูลนฺติ อตฺโถ. หตฺถิปโทปมสุตฺตาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน วิสุทฺธิมคฺคธาตุวิภงฺคาทึ สงฺคณฺหาติ.

๓๕๔. อยมฺเปตฺถาติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน ‘‘อถาปรํ อุเปกฺขาเยว อวสิสฺสตี’’ติ อุปริเทสนํ สมฺปิณฺเฑติ. โสปิ หิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธีติ. นนุ จายํ ยถาอุทฺทิฏฺฐาย วิญฺญาณธาตุยา นิทฺเทโสปิ ภวิสฺสตีติ ยถานุสนฺธินโย วิชฺชตีติ? น, วิญฺญาณธาตุนิทฺเทสนเยน เทสนาย อปฺปวตฺตตฺตา เตนาห ‘‘เหฏฺฐโต’’ติอาทิ. ยํ วา ปนาติอาทินา ปน เทสนาย สานุสนฺธิตํ วิภาเวติ. น หิ พุทฺธา ภควนฺโต อนนุสนฺธิกํ เทสนํ เทเสนฺติ. อาคมนียวิปสฺสนาวเสนาติ ยสฺสา ปุพฺเพ ปวตฺตตฺตา อาคมนียฏฺฐาเน ฐิตา วิปสฺสนา, ตสฺสา วเสน. กมฺมการกวิญฺญาณนฺติ ‘‘เนตํ มม เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ เอวํ วิปสฺสนากิจฺจการกํ วิปสฺสนาสหิตํ วิญฺญาณํ. วิญฺญาณธาตุวเสนาติ ยถาอุทฺทิฏฺฐาย วิญฺญาณธาตุยา ภาชนวเสน. สตฺถุ กถนตฺถายาติ สตฺถารา อุทฺเทสเมว กตฺวา ฐปิตตฺตา นิทฺเทสวเสน กถนตฺถาย. อกถิตภาโว เอว หิสฺส อวสิฏฺฐตา กถนตฺถาย ปฏิวิชฺฌนตฺถาย จ. ปฏิปกฺขวิคเมน ตสฺส จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตาติ อาห ‘‘นิรุปกฺกิเลส’’นฺติ. อุปกฺกิเลสานํ ปน ปหีนภาวโต ปริโยทาตํ. สมุทยวเสน อุทยทสฺสนตฺถญฺเจว ปจฺจยนิโรธวเสน อตฺถงฺคมทสฺสนตฺถญฺจ. การณภาเวน สุขาย เวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนิยํ. เตนาห ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจยภูต’’นฺติ.

๓๖๐. รูปกมฺมฏฺฐานมฺปิ จตุธาตุววตฺถานวเสน, อรูปกมฺมฏฺฐานมฺปิ สุขทุกฺขเวทนามุเขน ปคุณํ ชาตํ.

สตฺถุ กถนตฺถํเยว อวสิสฺสตีติ, ‘‘กุลปุตฺตสฺส ปฏิวิชฺฌนตฺถ’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ นิเสเธติ, ตสฺมา วุตฺตเมวตฺถํ สมตฺเถตุํ, ‘‘อิมสฺมึ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุลปุตฺตสฺส รูปาวจรชฺฌาเนติ กุลปุตฺเตน อธิคตรูปาวจรชฺฌาเน. เตนาห – ‘‘ภิกฺขุ ปคุณํ ตว อิทํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌาน’’นฺติ. ยํ กิญฺจิ สุวณฺณตาปนโยคฺยํ องฺคารภาชนํ อิธ ‘‘อุกฺกา’’ติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘องฺคารกปลฺล’’นฺติ. สชฺเชยฺยาติ ยถา ตตฺถ ปกฺขิตฺตสุวณฺณญฺจ ตปฺปติ, เอวํ ปฏิยาทิเยยฺย. นีหฏโทสนฺติ วิคตีภูตกาฬกํ. อปนีตกสาวนฺติ อปคตสุขุมกาฬกํ.

อริยมคฺเค ปติฏฺฐาเปตุกาเมน นาม สพฺพสฺมิมฺปิ โลกิยธมฺเม วิรชฺชนตฺถาย ธมฺโม กเถตพฺโพติ อธิปฺปาเยน, ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทินา โจทนา กตา. วิเนยฺยทมนกุสเลน ภควตา เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ตาว จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขาย วณฺโณ กถิโตติ ตสฺส ปริหารํ วทนฺโต, ‘‘กุลปุตฺตสฺสา’’ติอาทิมาห.

๓๖๑. ตทนุธมฺมนฺติ ตสฺส อรูปาวจรสฺส กุสลสฺส อนุรูปธมฺมํ, ยาย ปฏิปทาย ตสฺส อธิคโม โหติ, ตสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘รูปาวจรชฺฌาน’’นฺติ. ตคฺคหณาติ ตสฺส คหเณน ตสฺสา ปฏิปตฺติยา ปฏิปชฺชมาเนน. อิโต อุตฺตรินฺติ ‘‘วิญฺญาณญฺจายตน’’นฺติอาทีสุ.

๓๖๒. ตสฺเสวาติ อรูปาวจรชฺฌานสฺส. เอตํ ปน สวิปากํ อรูปาวจรชฺฌานํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา สงฺขตํ. ปกปฺปิตนฺติ ปจฺจยวเสน สวิหิตํ. อายูหิตนฺติ สมฺปิณฺฑิตํ. กโรนฺเตน กรียตีติ ปฏิปชฺชนเกน ปฏิปชฺชียติ สงฺขรียติ. นิพฺพานํ วิย น นิจฺจํ น สสฺสตํ. อถ โข ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวตาย ตาวกาลิกํ. ตโต เอว จวนาทิสภาวนฺติ สพฺพเมตํ รูปาวจรธมฺเมสุ อาทีนววิภาวนํ. ทุกฺเข ปติฏฺฐิตนฺติ สงฺขารทุกฺเข ปติฏฺฐิตํ. อตาณนฺติ จวนสภาวาทิตาย ตาณรหิตํ. อเลณนฺติ ตโต อรกฺขตฺตา ลียนฏฺฐานรหิตํ. อสรณนฺติ อปฺปฏิสรณํ. อสรณีภูตนฺติ สพฺพกาลมฺปิ อปฺปฏิสรณํ.

สมตฺตปตฺตวิเส ขนฺธาทีสุ คหิเต ทุตฺติกิจฺฉา สิยาติ, ‘‘ขนฺธํ วา สีสํ วา คเหตุํ อทตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เอวเมวาติ เอตฺถายํ อุปมาสํสนฺทนา – เฉโก ภิสกฺโก วิย สมฺมาสมฺพุทฺโธ. วิสวิกาโร วิย กิเลสทุกฺขานุพนฺโธ, ภิสกฺกสฺส วิสํ ฐานโต จาเวตฺวา อุปริ อาโรปนํ วิย ภควโต เทสนานุภาเวน กุลปุตฺตสฺส กามภเว นิกนฺตึ ปริยาทาย อรูปชฺฌาเน ภวนํ. ภิสกฺกสฺส วิสํ โอตาเรตฺวา ปถวิยํ ปาตนํ วิย กุลปุตฺตสฺส โอรมฺภาคิยกิเลสทุกฺขาปนยนํ.

อสมฺปตฺตสฺสาติ อรูปาวจรชฺฌานํ อนธิคตสฺส. อปฺปฏิลทฺธสฺเสวาติ ตสฺส เววจนํ. สพฺพเมตนฺติ ‘‘อนิจฺจํ อธุว’’นฺติอาทินา วิตฺถารโต วุตฺตํ สพฺพเมตํ อาทีนวํ. เอกปเทเนว ‘‘สงฺขตเมต’’นฺติ กเถสิ สงฺขตปเทเนว ตสฺส อตฺถสฺส อนวเสสโต ปริยาทินฺนตฺตา.

นายูหตีติ ภวการณเจตนาวเสน พฺยาปารํ น สมูเหติ น สมฺปิณฺเฑติ. เตนาห – ‘‘น ราสึ กโรตี’’ติ. อภิสงฺขรณํ นาม เจตนาพฺยาปาโรติ อาห – ‘‘น อภิสญฺเจตยตี’’ติ. ตํ ปน ผลุปฺปาทนสมตฺถตาย ผเลน กปฺปนนฺติ อาห ‘‘น กปฺเปตี’’ติ. สเจ อภิสงฺขารเจตนา อุฬารา, ผลมหตฺตสงฺขาตาย วุฑฺฒิยา โหติ, อนุฬารา จ อวุฑฺฒิยาติ อาห – ‘‘วุฑฺฒิยา วา ปริหานิยา วา’’ติ. พุทฺธวิสเย ฐตฺวาติ ภควา อตฺตโน พุทฺธสุพุทฺธตาย สีหสมานวุตฺติตาย จ เทสนํ อุกฺกํสโต สาวเกหิ ปตฺตพฺพํ วิเสสํ อนวเสเสนฺโต ตถา วทติ, น สาวกวิสยํ อติกฺกมิตฺวา อตฺตโน พุทฺธวิสยเมว เทเสนฺโต. เตนาห – ‘‘อรหตฺตนิกูฏํ คณฺหี’’ติ. ยทิ กุลปุตฺโต อตฺตโน…เป… ปฏิวิชฺฌิ, อถ กสฺมา ภควา เทสนาย อรหตฺตนิกูฏํ คณฺหีติ อาห ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ.

อิโต ปุพฺเพติ อิโต อนาคามิผลาธิคมโต อุตฺตริ อุปริ. อสฺสาติ กุลปุตฺตสฺส. กเถนฺตสฺส ภควโต ธมฺเม เนว กงฺขา น วิมติ ปฐมมคฺเคเนว กงฺขาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. เอกจฺเจสุ ฐาเนสูติ ตถา วิเนยฺยฐาเนสุ. ตถา หิ อยมฺปิ กุลปุตฺโต อนาคามิผลํ ปตฺวา ภควนฺตํ สญฺชานิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยโต อเนนา’’ติอาทิ.

๓๖๓. อนชฺโฌสิตาติ อนชฺโฌสนียาติ อยมตฺโถติ อาห – ‘‘คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา คเหตุํ น ยุตฺตา’’ติ.

๓๖๔. ราโคว อนุสโย ราคานุสโย, โส จ ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารโหติ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ วุตฺตํ – ‘‘สุขเวทนํ อารพฺภ ราคานุสโย อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ. น ปน ตสฺส อุปฺปาทนํ อตฺถิ ขณตฺตยสมาโยคาสมฺภวโต. เอส นโย เสเสสุปิ. อิตรนฺติ อทุกฺขมสุขเวทนํ. วิสํยุตฺโตติ เกนจิ สญฺโญชเนน อสํยุตฺตตาย เอว นิยตวิปฺปยุตฺโต. กายสฺส โกฏิ ปรโม อนฺโต เอตสฺสาติ กายโกฏิกํ. ทุติยปเทติ ‘‘ชีวิตปริยนฺติก’’นฺติ อิมสฺมึ ปเท. วิเสวนสฺสาติ อุปาทานสฺส. สีตีภวิสฺสนฺตีติ ปทสฺส ‘‘นิรุชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, กถํ ปน เวทยิตานํ ทฺวาทสสุ อายตเนสุ นิรุชฺฌนํ สีติภาวปฺปตฺตีติ โจทนํ สนฺธายาห – ‘‘กิเลสา หี’’ติอาทิ. สมุทยปเญฺหนาติ มหาสติปฏฺฐาเน (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓) สมุทยสจฺจนิโรธปเญฺหน. นนุ สพฺพโส กิเลสปริฬาหวิคเม สีติภาโว นาม เวทนานิโรธมตฺเตน อธิปฺเปโต; เตน อิธ เวทยิตานิ วุตฺตานิ, น กิเลสาติ เวทยิตานํ อจฺจนฺตนิโรธสงฺขาโต สีติภาโวปิ กิเลสสมุจฺเฉเทเนวาติ อาห ‘‘เวทยิตานิปี’’ติอาทิ.

๓๖๕. อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนนฺติ เอตฺถ สญฺโญชนา ทีปสิขา วิย, อธิฏฺฐานกปลฺลิกา วิย เวทนาย นิสฺสยภูตา จตฺตาโร ขนฺธา, เตลํ วิย กิเลสา, วฏฺฏิ วิย กมฺมวฏฺฏํ, อุปหรณกปุริโส วิย วฏฺฏคามี ปุถุชฺชโน, ตสฺส สีสจฺเฉทกปุริโส วิย อรหตฺตมคฺโค สนฺตานสฺส สมุจฺเฉทกรณโต, อนาหาราย ทีปสิขาย นิพฺพายนํ วิย กมฺมกิเลสานํ อนนฺตรปจฺจยโต อนาหาราย เวทนาย อนุปาทิเสสวเสน นิพฺพายนํ.

อาทิมฺหิ สมาธิวิปสฺสนาปญฺญาหีติ ปุพฺพภาคปฏิปทาภูตา ตยา ปคุณสมาธิโต อรหตฺตสฺส ปทฏฺฐานภูตวิปสฺสนาปญฺญาโต จ. อุตฺตริตราติ วิสิฏฺฐตรา. เอวํ สมนฺนาคโตติ เอตฺถ เอวํ-สทฺโท อิทํสทฺทตฺถวจโนติ อาห – ‘‘อิมินา อุตฺตเมน อรหตฺตผลปญฺญาธิฏฺฐาเนนา’’ติ. สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ เขเปตีติ สพฺพทุกฺขกฺขโย, อคฺคมคฺโค, ตํปริยาปนฺนตาย ตตฺถ ญาณนฺติ อาห – ‘‘สพฺพทุกฺขกฺขเย ญาณํ นาม อรหตฺตมคฺเค ญาณ’’นฺติ. อรหตฺตผเล ญาณํ อธิปฺเปตํ วุตฺตนเยน สพฺพทุกฺขกฺขเย สนฺเต ตนฺนิมิตฺตํ วา อุปฺปนฺนญาณนฺติ กตฺวา. ตสฺสาติ, ‘‘เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน ปญฺญาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหตี’’ติ วุตฺตภิกฺขุโน.

๓๖๖. หีติ ยสฺมา. วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติ, ตสฺมา สพฺพทุกฺขกฺขเย ญาณนฺติ อรหตฺตผลญาณํ อธิปฺเปตํ. สจฺจนฺติ ปรมตฺถสจฺจํ นิพฺพานํ, น มคฺคสจฺจํ. กามํ อรหตฺตผลวิมุตฺติ ปฏิปกฺเขหิ อโกปนียตาย อกุปฺปา, ‘‘สจฺเจ ฐิตา’’ติ ปน วจนโต, ‘‘อกุปฺปารมฺมณกรเณน อกุปฺปาติ วุตฺตา’’ติ อาห. วิตถนฺติ นฏฺฐํ, ชราย มรเณน จ วิปริณาเมตพฺพตาย ยาทิสํ อุปฺปาทาวตฺถาย ชาตํ, ตโต อญฺญาทิสนฺติ อตฺโถ. ตถา หิ ตํ ชรามรเณหิ ปริมุสิตพฺพรูปตาย ‘‘มุสา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘โมสธมฺมนฺติ นสฺสนสภาว’’นฺติ. ตํ อวิตถนฺติ ตํ วุตฺตนเยน อวิตถํ นาม, ตํ สภาโว สพฺพกาลํ เตเนว ลพฺภนโต. สมถวิปสฺสนาวเสน วจีสจฺจโตติ สมถวิปสฺสนาวเสน ยํ วิสุทฺธิมตฺตํ วจีสจฺจํ, ตโต. ทุกฺขสจฺจสมุทยสจฺเจหิ ตจฺฉวิปลฺลาสภูตสภาเวหิ. อิติ เนสํ ยถาสกํ สภาเวน อวิตถภาเว อโมสธมฺมตาย เตหิปิ อวิตถภาวา ปรมตฺถสจฺจํ นิพฺพานเมว อุตฺตริตรํ. ตสฺมาติ นิพฺพานสฺเสว อุตฺตริตรภาวโต.

๓๖๗. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธี, ขนฺธา กามคุณา จ. อุปทหนฺติ ทุกฺขนฺติ อุปธี, กิเลสาภิสงฺขารา. ปริปูรา คหิตา ปรามฏฺฐาติ ปริยตฺตภาเวน ตณฺหาย คหิตา ทิฏฺฐิยา ปรามฏฺฐา. สมถวิปสฺสนาวเสน กิเลสปริจฺจาคโตติ วิกฺขมฺภนวเสน ตทงฺคปฺปหานวเสน จ กิเลสานํ ปริจฺจชนโต. อุตฺตริตโร วิสิฏฺฐตรสฺส ปหานปฺปการสฺส อภาวโต.

๓๖๘. อาฆาตกรณวเสนาติ เจตสิกาฆาตสฺส อุปฺปชฺชนวเสน. พฺยาปชฺชนวเสนาติ จิตฺตสฺส วิปตฺติภาววเสน. สมฺปทุสฺสนวเสนาติ สพฺพโส ทุสฺสนวเสน. ตีหิ ปเทหิ ยทิ อรหตฺตมคฺเคน กิเลสานํ ปริจฺจาโค จาคาธิฏฺฐานํ, อรหตฺตมคฺเคเนว เนสํ วูปสโม อุปสมาธิฏฺฐานํ โหตีติ ทสฺเสติ. เอตฺถ วิเสเสน ปริจฺจาโค สมฺปชหนํ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ จาโค, ตถา ปน ปริจฺจาเคน โย โส เนสํ ตทา วูปสนฺตตาย อภาโว, อยํ อุปสโมติ อยเมเตสํ วิเสโส.

๓๖๙. มญฺญิตนฺติ มญฺญนา, ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา กปฺปนาติ อตฺโถ. อวิชฺชาวิพนฺธนตณฺหาคาหาทีนํ สาธารณภาวโต อยมหนฺติ เอตฺถ อหนฺติ ทิฏฺฐิมญฺญนาทสฺสนํ, สา ปน ทิฏฺฐิ มานมญฺญนาย อตฺตนิยคาหวเสน โหตีติ เสฺวว ‘‘อย’’นฺติ อิมินา คหิโตติ อาห – ‘‘อยมหนฺติ เอกํ ตณฺหามญฺญิตเมว วฏฺฏตี’’ติ. อาพาธฏฺเฐนาติ ปฏิปีฬนฏฺเฐน. มญฺญนาวเสน หิ สตฺตานํ ตถา โหติ. อนฺโตโทสฏฺเฐนาติ อพฺภนฺตรทุฏฺฐภาเวน. มญฺญนาทูสิตตฺตา หิ สตฺตานํ อตฺตภาโว ทุกฺขตามูลายตฺโต, กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทนิโรธภงฺเคหิ อุทฺธมุทฺธํ ปกฺกปภินฺโน โหตีติ ผลูปจาเรน ‘‘มญฺญิตํ คณฺโฑ’’ติ วุตฺโต. อนุปวิฏฺฐฏฺเฐนาติ อนุปวิสิตฺวา หทยมาหจฺจ อธิฏฺฐาเนน. มญฺญิตญฺหิ ปีฬาชนนโต อนฺโตตุทนโต ทุรุทฺธรณโต สลฺลํ. ขีณาสวมุนิ สพฺพโส กิเลสานํ สนฺตตฺตา, ตโต เอว ปริฬาหานํ ปรินิพฺพุตตฺตา วูปสนฺตตฺตา สนฺโต อุปสนฺโต นิพฺพุโตติ วุจฺจติ. ยตฺถ ฐิตนฺติ ยสฺมึ อเสกฺขภูมิยํ ฐิตํ. ยทิ ภควา อตฺตโน เทสนาญาณานุรูปํ เทสนํ ปวตฺตาเปยฺย, มหาปถวึ ปตฺถรนฺตสฺส วิย, อากาสํ ปสาเรนฺตสฺส วิย, อนนฺตาปริเมยฺยโลกธาตุโย ปฏิจฺจ เตสํ ฐิตาการํ อนุปฺปูรํ วิจินนฺตสฺส วิย เทสนา ปริโยสานํ น คจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปนสฺส วิเนยฺยชฺฌาสยานุรูปเมว เทสนา ปวตฺติ, น ตโต ปรํ อณุมตฺตมฺปิ วฑฺฒติ. ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘สพฺพาปิ ธมฺมเทสนา สํขิตฺตาว, วิตฺถารเทสนา นาม นตฺถี’’ติ. นนุ สตฺตปกรณเทสนา วิตฺถารกถาติ? น สาปิ วิตฺถารกถาติ อาห – ‘‘สมนฺตปฏฺฐานกถาปิ สํขิตฺตาเยวา’’ติ. สนฺนิปติตเทวปริสาย อชฺฌาสยานุรูปเมว หิ ตสฺสาปิ ปวตฺติ, น สตฺถุเทสนาญาณานุรูปนฺติ. ยถานุสนฺธึ ปาเปสิ ยถาอุทฺทิฏฺเฐ อนุปุพฺเพน อนวเสสโต วิภชนวเสน เทสนาย นิฏฺฐาปิตตฺตา. วิปญฺจิตญฺญู…เป… กเถสิ นาติสงฺเขปวิตฺถารวเสน เทสิตตฺตา.

๓๗๐. อฏฺฐนฺนํ ปริกฺขารานนฺติ นยิทมนวเสสปริยาทานํ, ลกฺขณวจนํ ปเนตํ, อญฺญตรสฺสาติ วจนเสโส. ตถา หิ, ‘‘มยฺหํ อิทฺธิมยปริกฺขารลาภาย ปจฺจโย โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา ปตฺตจีวรํ, ปตฺตํ, จีวรเมว วา ทินฺเน จริมภเว อิทฺธิมยปริกฺขาโร นิพฺพตฺตตีติ วทนฺติ. อทินฺนตฺตาติ เกจิวาโท, เตนาห ‘‘กุลปุตฺโต’’ติอาทิ. โอกาสาภาวโตติ อุปสมฺปทาลกฺขณสฺส อสมฺภวโต. เตนาห – ‘‘กุลปุตฺตสฺส อายุปริกฺขีณ’’นฺติ. อุทกติตฺถ…เป… อารทฺโธ ปรมปฺปิจฺฉภาวโต.

วิพฺภนฺตาติ ภนฺตจิตฺตา. สิงฺเคน วิชฺฌิตฺวา ฆาเตสิ ปุริมชาติพทฺธาฆาตตายาติ วทนฺติ.

มานุสํ โยคนฺติ มนุสฺสตฺตภาวํ. อตฺตภาโว หิ ยุชฺชติ กมฺมกิเลเสหีติ ‘‘โยโค’’ติ วุจฺจติ. อุปจฺจคุนฺติ อุปคจฺฉึสุ. อุปโกติอาทิ เตสํ นามานิ.

คนฺธกฏฺเฐหีติ จนฺทนาครุสฬลเทวทารุอาทีหิ คนฺธทารูหิ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ธาตุวิภงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.