๕. ทนฺตภูมิสุตฺตวณฺณนา

๒๑๓. ผุเสยฺยาติ ญาณผุสนา นาม อธิปฺเปตา, ตสฺมา ลเภยฺยาติ อธิคจฺเฉยฺย. เอวํ ปฏิปนฺโนติ, ‘‘อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต’’ติ วุตฺตปฺปกาเรน ปฏิปนฺโน. อชานนโกฏฺฐาเสเยวาติ อวธารเณน อตฺตนิ กตํ โทสาโรปนํ นิวตฺเตติ.

๒๑๔. อปฺปนาอุปจารนฺติ อปฺปนญฺเจว อุปจารญฺจ ปาเปตฺวา กเถสีติ อตฺถํ วทนฺติ, อปฺปนาสหิโต ปน อุปจาโร อปฺปนาอุปจาโร, ตํ ปาเปตฺวา กเถสีติ อตฺโถ.

นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, อวคฺคาหกามโต นิกฺขมนํ นิกฺขโม เอว เนกฺขมฺโม, ปฐมชฺฌานาทิ. สติ กิเลสกาเม อตฺตโน อุปหารํ อุปจาเรตฺวา อสฺสาเทตฺวา ปริภุญฺชติ นามาติ อาห – ‘‘ทุวิเธปิ กาเม ปริภุญฺชมาโน’’ติ. ทุวิเธปีติ หีนปณีตาทิวเสน ทุวิเธ.

๒๑๕. กูฏาการนฺติ คาฬฺหสาเฐยฺยํ อปฺปติรูเป ฐาเน ขนฺธคตปาตนาทิ. ทนฺตคมนนฺติ ทนฺเตหิ นิพฺพิเสวเนหิ คนฺธพฺพคตึ. ปตฺตพฺพํ ภูมินฺติ สมฺมากิริยาย ลทฺธพฺพสมฺปตฺตึ.

๒๑๖. พฺยติหรณวเสน ลงฺฆกํ วิลงฺฆกํ, อญฺญมญฺญหตฺถคฺคหณํ. เตนาห – ‘‘หตฺเถน หตฺถํ คเหตฺวา’’ติ.

๒๑๗. คเหตุํ สมตฺโถติ คณิการหตฺถินีหิ อุปลาเปตฺวา อรญฺญหตฺถึ วจนวเสน คเหตุํ สมตฺโถ. อติปสฺสิตฺวา อติฏฺฐานวเสน ปสฺสิตฺวา. เอตฺถเคธาติ เอตสฺมึ อรญฺเญ นาควเน ปวตฺตเคธา. สุขายตีติ สุขํ อยติ ปวตฺเตติ, ‘‘สุขํ หรตี’’ติ วา ปาโฐ. ฑิณฺฑิโม อานโก. นิหิตสพฺพวงฺกโทโสติ อปคตสพฺพสาเฐยฺยโทโส. อปนีตกสาโวติ อเปตสารมฺภกสาโว.

๒๑๙. ปญฺจกามคุณนิสฺสิตสีลานนฺติ อกุสลานํ. เคหสฺสิตสีลานนฺติ วา วฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีลานํ.

๒๒๒. เอส นโย สพฺพตฺถาติ, ‘‘มชฺฌิโม, ทหโร’’ติ อาคเตสุ อุปมาวาเรสุ, ‘‘เถโร’’ติอาทินา อาคเตสุ อุปเมยฺยวาเรสูติ ปญฺจสุ สํกิเลสปกฺขิเยสุ วาเรสุ เอส ยถาวุตฺโตว นโยติ เวทิตพฺโพ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ทนฺตภูมิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.