๗. มหาจตฺตารีสกสุตฺตวณฺณนา

๑๓๖. โทเสหิ อารกาติ อริยํ. เตนาห ‘‘นิทฺโทส’’นฺติ. สา ปน นิทฺโทสตา โลกุตฺตรภาเวน สวิเสสาติ อาห ‘‘โลกุตฺตร’’นฺติ. สมฺมา สุนฺทโร ปสตฺโถ นิยฺยานิโก สมาธิ สมฺมาสมาธีติ อาห – ‘‘สมฺมาสมาธินฺติ มคฺคสมาธิ’’นฺติ. อุปนิสีทติ เอตฺถ ผลํ ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตายาติ อุปนิสํ, การณนฺติ อาห – ‘‘สอุปนิสนฺติ สปฺปจฺจย’’นฺติ. ปริกโรติ ปริวาเรตีติ ปริกฺขาโรติ อาห – ‘‘สปริกฺขารนฺติ สปริวาร’’นฺติ.

ปริวาริตาติ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน ปริวารนฺเตหิ วิย อุปคตา. ปุเรจาริกาติ วุฏฺฐานคามินิภาวนา สหชาตาทิปจฺจยวเสน ปจฺจยตฺตา ปุรสฺสรา. เตนาห – ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิ จา’’ติ. อิทานิ ตานิ กิจฺจโต ทสฺเสตุํ, ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปริวีมํสคฺคหณํ ตตฺถ ตตฺถ จิตฺตุปฺปาเท วีมํสาธิปเตยฺเยน ปวตฺติยา สมฺมาทิฏฺฐิยา ปุพฺพงฺคมภาวทสฺสนตฺถํ. เตนสฺส มคฺคสมาธิสฺส นานาขณิกํ ปุพฺพงฺคมภาวํ ทสฺเสติ. วีมํสนปริโยสาเนติ ตถาปวตฺตอนุโลมญาณสฺส โอสาเน. ภูมิลทฺธํ วฏฺฏํ สมุคฺฆาฏยมานาติ อตฺตโน สนฺตาเน ทีฆรตฺตํ อนุสยิตํ กิเลสวฏฺฏํ สมุจฺฉินฺทนฺติ. วูปสมยมานาติ ตสฺเสว เววจนํ. วูปสมยมานาติ วา ตโต เอว อวสิฏฺฐมฺปิ วฏฺฏํ อปฺปวตฺติกรณวเสน วูปสเมนฺติ. เตเนวาห – ‘‘มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ…เป… อุปฺปชฺชตี’’ติ. สาติ สมฺมาทิฏฺฐิ. ทุวิธาปีติ ยถาวุตฺตา ทุวิธาปิ. อิธ อธิปฺเปตา วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย กิจฺจสฺส ทสฺสิตตฺตา.

ลกฺขเณ ปฏิวิชฺฌมาเน ลกฺขณิโก ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ โหตีติ อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐึ…เป… อารมฺมณโต ปชานาตี’’ติ. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยมฺปิ เอเสว นโย. กิจฺจโตติ ภาวนากิจฺจโต. สมฺมาทิฏฺฐิยํ ตทธิคตอสมฺโมหตาย อสมฺโมหโต ปชานาติ. กิจฺจโตติ ปฏิเวธกิจฺจโต. ตํ ปน สพฺพถา อสมฺมุยฺหนเมวาติ อาห ‘‘อสมฺโมหโต’’ติ. เอวํ ปชานนาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ยาถาวโต อวโพโธ. อสฺสาติ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส.

ทฺวายนฺติ -กาโร ทีฆํ กตฺวา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ทฺวยํ วทามี’’ติ. เทฺว อวยวา เอตสฺสาติ ทฺวยํ. เตนาห ‘‘ทุวิธโกฏฺฐาสํ วทามี’’ติ. ปุญฺญสฺส เอโก ภาโค โส เอว ปุญฺญภาคิโก, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา อิตฺถิลิงฺควเสน ‘‘ปุญฺญภาคิยา’’ติ วุตฺตํ. อุปธิสงฺขาตสฺสาติ ขนฺธปพนฺธสงฺขาตสฺส.

อมตทฺวารนฺติ อริยมคฺคํ. ปญฺญเปตีติ นิยฺยานาทิปการโต ปญฺญเปติ. เตนาห ‘‘วิภชิตฺวา ทสฺเสตี’’ติ. ตตฺถ สมฺโมหสฺส วิทฺธํสเนน อสมฺโมหโต ทสฺเสติ. ตสฺมึ อตฺเถติ อมตทฺวารปญฺญาปเน อตฺเถ. โพชฺฌงฺคปฺปตฺตาติ โพชฺฌงฺคภาวปฺปตฺตา. มคฺคภาเวน นิยฺยานภาเวน ปวตฺติยา มคฺคปญฺญาย อฏฺฐนฺนมฺปิ สาธารณตฺตา สมุทายสฺส จ อวยโว องฺคนฺติ กตฺวา เสสธมฺเม องฺคิกภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘อริยมคฺคสฺส องฺค’’นฺติ อาห. โส ภิกฺขูติ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐี’’ติ สมฺมาทิฏฺฐึ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ ชานนฺโต ภิกฺขุ. ปชหนตฺถายาติ สมุจฺเฉทวเสน ปชหนาย. ปฏิลาภตฺถายาติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา อธิคมาย. กุสลวายาโมติ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺโตว โกสลฺลสมฺภูโต วายาโม. สรตีติ สโต, ตํ ปนสฺส สรณํ สติสมงฺคิตายาติ อาห ‘‘สติยา สมนฺนาคโต’’ติ. กามญฺเจตฺถ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐึ ยถาภูตา สมฺมาวายามสติโย สหชาตา จ ปุเรชาตา จ หุตฺวา ปริวาเรนฺติ, ‘‘อิติยิเม ตโย ธมฺมา สมฺมาทิฏฺฐึ อนุปริธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺตี’’ติ ปน วจนโต, ‘‘เอตฺถ หี’’ติอาทินา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา เอว เสสธมฺมานํ ยถารหํ สหจรณภาเวน ปริวารณํ โยชิตํ. สมฺมาสงฺกปฺปาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวานํ คหณํ อิตเรสํ ปริวารภาเวน คหิตตฺตา. น หิ สกฺกา เต เอว ปริวาเร ปริวารวนฺเต จ กตฺวา วตฺตุํ สงฺกรโต สมฺโมหชนนโต จ. ตโยติ สมฺมาทิฏฺฐิวายามสติโย สหชาตปริวาราว โหนฺติ มคฺคกฺขณิกานํ เตสํ อธิปฺเปตตฺตา วิปสฺสนาขณวิรตีนํ อสมฺภวโต.

๑๓๗. ตกฺกนวเสน โลกสิทฺเธนาติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอวญฺเจวญฺจ ภวิตพฺพ’’นฺติ วิวิธํ ตกฺกนํ กูเป วิย อุทกสฺส อารมฺมณสฺส อากฑฺฒนํ วิตกฺกนํ วิตกฺโก. สงฺกปฺปนวเสนาติ ตํ ตํ อารมฺมณํ คเหตฺวา กปฺปนวเสน. ตกฺกนํ กปฺปนนฺติ จ อตํสหชาตานเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกคฺโคติ อิมินา สมาธินา ลทฺธุปการสฺเสว วิตกฺกสฺส อปฺปนาปริยาโย โหตีติ ทสฺเสติ. วิเสเสน วา อปฺปนา วิตกฺกสฺส วเสน จิตฺตํ อารมฺมณํ อภิโรเปติ, วิตกฺเก อสติ กถนฺติ อาห ‘‘วิตกฺเก ปนา’’ติอาทิ. อตฺตโนเยว ธมฺมตาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อภิรุหตีติ, เอเตน อารมฺมณธมฺมานํ คหณํ นาม สภาวสิทฺธํ, น ธมฺมนฺตรมเปกฺขติ, วิตกฺโก ปน ปวตฺตมาโน อารมฺมณาภินิโรปนวเสเนว ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. เอวํ สนฺเตปิ สภาวาวิตกฺกจิตฺตุปฺปาทโต สวิตกฺกจิตฺตุปฺปาทสฺส อารมฺมณคฺคหณวิเสโส วิตกฺเกน ชาโตติ กตฺวา วิตกฺโก จิตฺตสฺส อารมฺมณคฺคหเณ วิเสสปจฺจโยติ ปากโฏยมตฺโถ. อปเร ปน ภณนฺติ – ยถา โกจิ ราชวลฺลภํ, ตํสมฺพนฺธีนํ มิตฺตํ วา นิสฺสาย ราชเคหํ อาโรหติ อนุปวิสติ, เอวํ วิตกฺกํ นิสฺสาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ วิตกฺกสฺส อารมฺมณาภินิโรปนสภาวตฺตา, อญฺเญสํ ธมฺมานญฺจ อวิตกฺกสภาวโต. เตนาห ภควา – ‘‘เจตโส อภินิโรปนา’’ติ (ธ. ส. ๗).

ยทิ เอวํ กถํ อวิตกฺกจิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหตีติ? วิตกฺกพเลเนว. ยถา หิ โส ปุริโส ปริจเยน เตน วินาปิ นิราสงฺโก ราชเคหํ ปวิสติ, เอวํ ปริจเยน วิตกฺเกน วินาปิ อวิตกฺกํ จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ. ปริจเยนาติ จ สนฺตาเน ปวตฺตวิตกฺกภาวนาสงฺขาเตน ปริจเยน. วิตกฺกสฺส หิ สนฺตาเน อภิณฺหํ ปวตฺตสฺส วเสน จิตฺตสฺส อารมฺมณาภิรุหนํ จิรปริจิตํ; เตน ตํ กทาจิ วิตกฺเกน วินาปิ ตตฺถ ปวตฺตเตว; ยถา ญาณสหคตํ จิตฺตํ สมฺมสนวเสน จิรปริจิตํ กทาจิ ญาณรหิตมฺปิ สมฺมสนวเสน ปวตฺตติ; ยถา วา กิเลสสหิตํ หุตฺวา ปวตฺตํ สพฺพโส กิเลสรหิตมฺปิ ปริจเยน กิเลสวาสนาวเสน ปวตฺตติ, เอวํ สมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.

วาจํ สงฺขโรตีติ วาจํ อุปฺปาเทติ, วจีโฆสุปฺปตฺติยา วิเสสปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. โลกิยวิตกฺโก ทฺวตฺตึสจิตฺตสหคโต วาจํ สงฺขโรติ วจีวิญฺญตฺติชนนโต. วจีสงฺขาโรเตฺวว ปนสฺส นามํ โหติ รุฬฺหิโต, ตํสมตฺถตานิโรธโต วา สมฺภวโต ปน สงฺขาโรติ. ‘‘โลกุตฺตรสมฺมาสงฺกปฺปํ ปริวาเรนฺตี’’ติ วตฺวา ติวิเธ สมฺมาสงฺกปฺเป กทาจิ กตมํ ปริวาเรนฺตีติ? โจทนํ สนฺธายาห ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิ. นานาจิตฺเตสุ ลพฺภนฺติ นานาสมนฺนาหารเหตุกตฺตา, ปุพฺพภาเคเยว จ เต อุปฺปชฺชนฺตีติ. ตีณิ นามานิ ลภติ ติวิธสฺสปิ ปฏิปกฺขสฺส สมุจฺฉินฺทเนน สาติสยํ ติณฺณมฺปิ กิจฺจกรณโต. เอส นโย สมฺมาวาจาทีสุปิ.

๑๓๘. วิรมติ เอตายาติ เวรมณี วิรติ วุจฺจติ. สา มุสาวาทโต วิรมณสฺส การณภาวโต เจตนาปิ เวรสฺส มณนโต วินาสนโต วิรติปีติ อาห – ‘‘วิรติปิ เจตนาปิ วฏฺฏตี’’ติ. อารกา รมตีติ สมุจฺฉินฺเนหิ ทูรโต สมุสฺสาเรติ. วินา เตหิ รมตีติ อจฺจนฺตเมว เตหิ วินา ภวติ. ตโต ตโตติ ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาทาทิโต มุสาวาทา. วิเสสโต อนุปฺปตฺติธมฺมตฺตา ปฏินิวตฺตา หุตฺวา.

๑๔๐. ติวิเธน กุหนวตฺถุนาติ ปจฺจยปฏิเสวน-สามนฺตชปฺปน-อิริยาปถปวตฺตนสงฺขาเตน ปาปิจฺฉตา นิพฺพตฺเตน ติวิเธน กุหนวตฺถุนา. เอตาย กุหนาย กรณภูตาย ปจฺจยุปฺปาทนตฺถํ นิมิตฺตํ สีลํ เอเตสนฺติ โยชนา. อตฺตวิสยลาภเหตุ อกฺโกสนขุํสนวมฺภนาทิวเสน ปิสนํ ฆฏฺฏนํ วิเหฐนํ นิปฺเปโส. อิโต ลทฺธํ อญฺญสฺส, ตโต ลทฺธํ ปรสฺส ทตฺวา เอวํ ลาเภน ลาภํ นิชิคีํสตีติ ลาเภน ลาภํ นิชิคีํสนา. ปาฬิยํ อาคโต กุหนาทิวเสน มิจฺฉาอาชีโว. โก ปน โสติ อาห ‘‘อาชีวเหตู’’ติอาทิ. ตาสํเยวาติ อวธารณํ, ‘‘อาชีโว กุปฺปมาโน กายวจีทฺวาเรสุ เอว กุปฺปตี’’ติ กตฺวา วุตฺตํ.

๑๔๑. สมฺมา ปสตฺถา โสภนา นิยฺยานิกา ทิฏฺฐิ เอตสฺสาติ สมฺมาทิฏฺฐิ, ปุคฺคโล. ตสฺส ปน ยสฺมา สมฺมาทิฏฺฐิ สจฺจาภิสมยสฺส นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย อวสฺสโย, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยํ ฐิตสฺสา’’ติ. ปโหติ ภวติ ตาย สเหว อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ. ปจฺจเวกฺขณญาณํ ยาถาวโต ชานนฏฺเฐน สมฺมาญาณนฺติ อิธาธิปฺเปตํ, ตญฺจ โข มคฺคสมาธิมฺหิ ฐิเต เอว โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ อาห – ‘‘มคฺคสมฺมาสมาธิมฺหิ…เป… สมฺมาญาณํ ปโหตี’’ติอาทิ. อิมินา กึ ทสฺเสตีติ? ยถา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยํ ฐิโต ปุคฺคโล, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วุตฺโต, เอวํ มคฺคผลปจฺจเวกฺขณญาเณ ฐิโต, ‘‘สมฺมาญาโณ’’ติ วุตฺโต, ตสฺส จ มคฺคผลสมฺมาสมาธิปวตฺติยา ปโหติ สมฺมาญาณสฺส สมฺมาวิมุตฺติยา ปโหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. ผลสมาธิ ตาว ปวตฺตตุ, มคฺคสมาธิ ปน กถนฺติ? ตมฺปิ อกุปฺปภาวตาย อจฺจนฺตสมาธิภาวโต กิจฺจนิปฺผตฺติยา ปวตฺตเตวาติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. ฐเปตฺวา อฏฺฐผลงฺคานีติ ผลภูตานิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ อฏฺฐงฺคานิ, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา วิสุํ คหิตตฺตา ฐเปตฺวา. สมฺมาญาณํ ปจฺจเวกฺขณํ กตฺวาติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ สมฺมาญาณํ กตฺวา. ผลํ กาตุนฺติ ผลธมฺมสหจริตตาย วิปากสภาวตาย จ ‘‘ผล’’นฺติ ลทฺธนาเม ผลสมฺปยุตฺตธมฺเม สมฺมาวิมุตฺตึ กาตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. ตถา จ วุตฺตํ สลฺเลขสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๓) ‘‘ผลสมฺปยุตฺตานิ ปน สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ อฏฺฐงฺคานิ ฐเปตฺวา เสสธมฺมา สมฺมาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ.

๑๔๒. นิชฺชิณฺณาติ นิชฺชีริตา, วิทฺธสฺตา วินาสิตาติ อตฺโถ. ผลํ กถิตนฺติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิชฺชิณฺณา โหตี’’ติ อิมินา วาเรน สามญฺญผลํ กถิตนฺติ วทนฺติ, นิชฺชีรณํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนนฺติ อธิปฺปาโย. นิชฺชีรณํ ปน สมุจฺฉินฺทนนฺติ กตฺวา, มชฺฌิมภาณกา…เป… มคฺโค กถิโตติ วทนฺติ. ทสฺสนฏฺเฐนาติ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน จตุนฺนํ สจฺจานํ ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน. วิทิตกรณฏฺเฐนาติ ปจฺจกฺเขน ยถาทิฏฺฐานํ มคฺคผลานํ ปากฏกรณฏฺเฐน. ตทธิมุตฺตฏฺเฐนาติ ตสฺมึ ยถาสจฺฉิกเต นิพฺพาเน อธิมุจฺจนภาเวน.

กุสลปกฺขาติ อนวชฺชโกฏฺฐาสา. มหาวิปากทาเนนาติ มหโต วิปุลสฺส โลกุตฺตรสฺส สุขวิปากสฺส เจว กายิกาทิทุกฺขวิปากสฺส จ ทาเนน.

ยถา มหาวิปากสฺส ทาเนน มหาจตฺตารีสกํ, ตถา พหุตายปิ มหาจตฺตารีสโกติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อิมสฺมิญฺจ ปน สุตฺเต ปญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิโย กถิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พหุอตฺโถปิ หิ มหา-สทฺโท โหติ ‘‘มหาชโน’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๖๕). เอตฺถ จ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา วตฺถุเภเทน ทส มิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กถิตา, วตฺถุเภเทเนว, ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา ทส สมฺมาทิฏฺฐิธมฺมาติ วีสติ โหติ. ยถา ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส, ภิกฺขเว, สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา มคฺควเสน ทส สมฺมตฺตธมฺมา, ตปฺปฏิปกฺขภูตา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทินา อตฺถโต ทส มิจฺฉตฺตธมฺมาติ วีสติ, ตถา ผลวเสน เตสุ เอวํ วีสติ. กถํ วาเรปิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย ทสาติ วีสติ? เอวเมเต เทฺว จตฺตารีสกานิ ปุริเมน สทฺธึ ตโย จตฺตารีสกา วิภาวิตาติ เวทิตพฺพา.

๑๔๓. ปสํสิยสฺส อุชุวิปจฺจนีกํ นินฺทิยํ ปสํสนฺโตปิ อตฺถโต ปสํสิยํ นินฺทนฺโต นาม โหติ. ปสํสิยสฺส คุณปริธํสนมุเขเนว หิ นินฺทิยสฺส ปสํสาย ปวตฺตนโตติ อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐินามายํ โสภนาติ วทนฺโตปิ สมฺมาทิฏฺฐึ ครหติ นามา’’ติอาทิ. เอวมาทีติ อาทิสทฺเทน ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๗) เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ; ตสฺมา เอวํวาทิโนติ เอวํ เหตุ ปฏิกฺเขปวาทิโนติ อตฺโถ. โอกฺกนฺตนิยามาติ โอคาฬฺหมิจฺฉตฺตนิยามา. เอวรูปํ ลทฺธึ คเหตฺวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ จูฬปุณฺณมสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนยเมว ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอทิโส หิ ‘‘พุทฺธานมฺปิ อเตกิจฺโฉ’’ติอาทิ วุตฺตสทิโส.

อตฺตโน นินฺทาภเยนาติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิญฺจ นาเมเต ครหนฺตี’’อาทินา อุปริ ปเรหิ วตฺตพฺพนินฺทาภเยน. ฆฏฺฏนภเยนาติ ตถา ปเรสํ อาสาทนาภเยน. สหธมฺเมน ปเรน อตฺตโน อุปริ กาตพฺพนิคฺคโห อุปารมฺโภ, ครหโต ปริตฺตาโส อุปารมฺภภยํ, ตํ ปน อตฺถโต อุปวาทภยํ โหตีติ อาห ‘‘อุปวาทภเยนา’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหาจตฺตารีสกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.