๕. พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนา
๑๒๔. ภยนฺติ (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๑) จิตฺตสํสปฺปตาติ อาห ‘‘จิตฺตุตฺราโส’’ติ. อุปทฺทโวติ อนฺตราโย. ตสฺส ปน วิกฺเขปการณตฺตา วุตฺตํ ‘‘อเนกคฺคตากาโร’’ติ. อุปสคฺโคติ อุปสชฺชนํ. ตโต อปฺปตีการวิฆาตาปตฺติ ยสฺมา ปตีการาภาเวน วิหญฺญมานสฺส กิญฺจิ กาตุํ อสมตฺถสฺส โอสีทนการณํ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนากาโร’’ติ. วญฺเจตฺวา อาคนฺตุํ ยถาวุตฺเต ทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสุ. พหิ อนิกฺขมนตฺถาย ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวา.
นเฬหีติ นฬจฺฉนฺนสงฺเขเปน อุปริ ฉาเทตฺวา เตหิเยว ทารุกจฺฉทนนิยาเมน ปริโตปิ ฉาทิตา. เอเสว นโยติ อิมินา ติเณหิ ฉนฺนตํ, เสสสมฺภารานํ รุกฺขมยตญฺจ อติทิสติ. วิธวาปุตฺเตติ อทนฺตภาโวปลกฺขณํ. เต หิ นิปฺปิติกา อวินีตา อสํยตา อกิจฺจการิโน โหนฺติ.
มตฺถกํ อปาเปตฺวาว นิฏฺฐาปิตาติ กสฺมา ภควา เอวมกาสีติ? อานนฺทตฺเถรสฺส ปุจฺฉาโกสลฺลทีปนตฺถเมว, ตตฺถ นิสินฺนานํ สนฺนิปติตภิกฺขูนํ เทสนาย ชานนตฺถญฺจ. เต กิร สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ อชานนฺตา อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย ฐิตา. ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน ปริคฺคยฺห ชานิสฺสนฺตีติ.
๑๒๕. รูปปริคฺคโหว กถิโต, น อญฺญํ กิญฺจีติ อตฺโถ. อิทานิ ตโต สจฺจานิ นิทฺธาเรตฺวา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สพฺพาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺตีติ อทฺเธกาทส ธาตุโย รูปกฺขนฺโธ, อทฺธฏฺฐมา ธาตุโย ยถารหํ เวทนาทโย จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ เอวํ อฏฺฐารส ธาตุโย ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺติ. ปญฺจปิ ขนฺธา ตณฺหาวชฺชา ทุกฺขสจฺจํ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. นิโรธปชานนาติ ปญฺญาสีเสน มคฺคกิจฺจมาห. สมฺมาทิฏฺฐิปมุโข หิ อริยมคฺโค. มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ สมฺมสนสฺส ภูมิยา นิปฺผตฺติยา จ กถิตตฺตา. ชานาติ ปสฺสตีติ อิมินา ญาณทสฺสนํ กถิตํ ตํ ปน โลกิยํ โลกุตฺตรนฺติ ทุวิธนฺติ ตทุภยมฺปิ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สห วิปสฺสนาย มคฺโค วุตฺโต’’ติ.
เอตฺตาวตาปิ โขติ ปิ-สทฺทคฺคหเณน อญฺเญน ปริยาเยน สตฺถา ธาตุโกสลฺลํ เทเสตุกาโมติ เถโร, ‘‘สิยา ปน, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉตีติ ภควา ปถวีธาตุอาทิวเสนปิ ธาตุโกสลฺลํ วิภาเวติ. ตตฺถ ปถวีธาตุอาทิสทฺเทน เทสนาการณํ วิภาเวนฺโต, ‘‘ปถวีธาตุ…เป… วุตฺตา’’ติ อาห. ตาปิ หิ อาทิโต ฉ ธาตุโย. ‘‘วิญฺญาณธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’ติ วตฺวา กถํ รูปธาตุโย นีหรียนฺตีติ โจทนํ สนฺธาย ตํ นยํ ทสฺเสตุํ, ‘‘วิญฺญาณธาตู’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามญฺเจตฺถ กายวิญฺญาณธาตุยา อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพธาตุปถวีธาตุ อาทิวเสน เทสนารุฬเมว, กายธาตุ ปน นีหริตพฺพาติ เอกํสเมว นีหรณวิธึ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอส นโย สพฺพตฺถา’’ติ อาห. ปุริมปจฺฉิมวเสน มโนธาตูติ ปจฺฉิมภาควเสน กิริยามโนธาตุ คเหตพฺพา ตสฺสานุรูปภาวโต. นนุ เจตฺถ มโนธาตุ นามายํ มโนวิญฺญาณธาตุยา อสํสฏฺฐา, วิสุํเยว เจสา ธาตูติ? สจฺจเมตํ อฏฺฐารสธาตุเทสนาย, จิตฺตวิภตฺตินิทฺเทเส ฉวิญฺญาณกายเทสนายํ ปน สา มโนวิญฺญาณกายสงฺคหิตาวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๑๗) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อถ วา ปุริมปจฺฉิมวเสนาติ ปุเรจรานุจรวเสน. มโนธาตูติ วิปากมโนธาตุ คเหตพฺพา ปุเรจรณโต, ปรโต อุปฺปชฺชนกิริยามโนวิญฺญาณธาตุยา อนนฺตรํ มโนธาตุยา, กิริยามโนธาตุยา อนนฺตรํ มโนวิญฺญาณธาตุยา อนุปฺปชฺชนโต จ.
ธมฺมานํ ยาวเทว นิสฺสตฺตนิชฺชีววิภาวนตฺถาย สตฺถุ ธาตุเทสนาติ อญฺเญสุ สภาวธารณาทิอตฺเถสุ ลพฺภมาเนสุปิ อยเมตฺถ อตฺโถ ปธาโนติ อาห – ‘‘เอสนโย สพฺพตฺถา’’ติ. สปฺปฏิปกฺขวเสนาติ สปฺปฏิภาควเสน สุขํ ทุกฺเขน สปฺปฏิภาคํ, ทุกฺขํ สุเขน, เอวํ โสมนสฺสโทมนสฺสาติ. ยถา สุขาทีนํเยว สมุทาจาโร วิภูโต, น อุเปกฺขาย, เอวํ ราคาทีนํเยว สมุทาจาโร วิภูโต, น โมหสฺส, เตน วุตฺตํ ‘‘อวิภูตภาเวนา’’ติ. กายวิญฺญาณธาตุ ปริคฺคหิตาว โหติ ตทวินาภาวโต. เสสาสุ โสมนสฺสธาตุอาทีสุ, ปริคฺคหิตาว โหติ อวินาภาวโต เอว. น หิ โสมนสฺสาทโย มโนธาตุยา วินา วตฺตนฺติ. อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตฺวาติ เอตฺถ จกฺขุวิญฺญาณธาตุอาทโย จตสฺโส วิญฺญาณธาตุโย ตาสํ วตฺถารมฺมณภูตา จกฺขุธาตุอาทโย จาติ อฏฺฐ รูปธาตุโย, มโนธาตุ, อุเปกฺขาสหคตา มโนวิญฺญาณธาตุ, อุเปกฺขาสหคตา เอว ธมฺมธาตูติ เอวํ ปนฺนรส ธาตุโย อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตพฺพา. โสมนสฺสธาตุอาทโย ปน จตสฺโส ธาตุโย ธมฺมธาตุอนฺโตคธา, เอวํ สุขธาตุโต กายวิญฺญาณธาตุยา ตสฺสา วตฺถารมฺมณภูตานํ กายธาตุโผฏฺฐพฺพธาตูนญฺจ นีหรณา เหฏฺฐา ทสฺสิตนยาติ, ‘‘อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’อิจฺเจว วุตฺตํ.
กามวิตกฺกาทโย อิธ กามธาตุอาทิปริยาเยน วุตฺตาติ ‘‘กามธาตุอาทีนํ เทฺวธาวิตกฺเก กามวิตกฺกาทีสุ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ อาห. ตตฺถ หิ ‘‘กามวิตกฺโกติ กามปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, พฺยาปาทวิตกฺโกติ พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, วิหึสาวิตกฺโกติ วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก เนกฺขมฺมวิตกฺโก, โส ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏติ. อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อพฺยาปาทวิตกฺโก, โส เมตฺตาปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏติ. อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อวิหึสาวิตกฺโก, โส กรุณาย ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย ยาว ปฐมชฺฌานา วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อยํ ปนตฺโถ อภิธมฺเม วิตฺถารโต อาคโต เอวาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อภิธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามธาตุโต นีหริตฺวาติ เอตฺถ กามคฺคหเณน คหิตา รูปธาตุอาทโย ฉ, ตํวิสยา สตฺตวิญฺญาณธาตุโย, ตตฺถ ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณธาตูนํ จกฺขุธาตุอาทโย ปญฺจาติ อฏฺฐารส. เนกฺขมฺมธาตุอาทโย ปน ธมฺมธาตุอนฺโตคธา เอว.
กามตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา กามธาตูติ อาห – ‘‘ปญฺจ กามาวจรกฺขนฺธา กามธาตู’’ติ. ตถา รูปตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา รูปธาตุ, อรูปตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา อรูปธาตูติ อาห – ‘‘จตฺตาโร อรูปาวจรกฺขนฺธา’’ติอาทิ. กามตณฺหา กาโม อุตฺตรปทโลเปน, เอวํ รูปารูปตณฺหา รูปารูปํ. อารมฺมณกรณวเสน ตา ยตฺถ อวจรนฺติ, เต กามาวจราทโยติ เอวํ กามาวจรกฺขนฺธาทีนํ กามตณฺหาทิภาโว เวทิตพฺโพ. อาทินา นเยนาติ เอเตน ‘‘อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อนฺโตกริตฺวา เอตฺถาวจรา’’ติอาทิปาฬึ (วิภ. ๑๐๒๐) สงฺคณฺหาติ. เอตฺถาวจราติ อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสาย กามตณฺหาย วิสยภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตโทกาสตา จ ตณฺหาย ตนฺนินฺนตฺตา เวทิตพฺพา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ปริปุณฺณอฏฺฐารสธาตุกตฺตา กามาวจรธมฺมานํ ‘‘กามธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. มโนวิญฺญาณธาตุธมฺมธาตุ เอกเทสมตฺตเมว หิ รูปารูปาวจรธมฺมาติ.
สมาคนฺตฺวาติ สหิตา หุตฺวา. ยตฺตกญฺหิ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ผลสฺส การณํ, ตตฺถ ตนฺนิพฺพตฺตเน สมาคตา วิย โหติ เวกลฺเล ตทนิพฺพตฺตนโต. สงฺขตธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา อสงฺขตาย ธาตุยา ธมฺมธาตุเอกเทสภาวโต.
๑๒๖. เอวํ ปวตฺตมานา มยํ อตฺตาติ คหณํ คมิสฺสามาติ อิมินา วิย อธิปฺปาเยน อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา อชฺฌตฺตา, เตสุ ภวา ตปฺปริยาปนฺนตฺตาติ อชฺฌตฺติกานิ. ตโต พหิภูตานิ พาหิรานิ. อายตนกถา ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา จ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๐, ๕๗๐, ๕๗๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ น วิตฺถาริตา.
๑๒๗. อวิชฺชมานํ ฐานํ อฏฺฐานํ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๒๖๘; วิภ. มูลฏี. ๘๐๙), นตฺถิ ฐานนฺติ วา อฏฺฐานํ. อนวกาโสติ เอตฺถ เอเสว นโย. ตทตฺถนิคมนเมว หิ ‘‘เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วจนนฺติ. เตนาห ‘‘อุภเยนปี’’ติอาทิ. ยนฺติ การเณ ปจฺจตฺตวจนํ, เหตุอตฺโถ จ การณตฺโถติ อาห – ‘‘ยนฺติ เยน การเณนา’’ติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน เอตฺถ ทิฏฺฐิสมฺปตฺติ เวทิตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน’’ติ. กุโต ปนายมตฺโถ ลพฺภตีติ? ลิงฺคโต. ลิงฺคเญฺหตํ, ยทิทํ นิจฺจโต อุปคมนปฏิกฺเขโป. จตุภูมเกสูติ อิทํ จตุตฺถภูมกสงฺขารานํ อริยสาวกสฺส วิสยภาวูปคมนโต วุตฺตํ; น ปน เต อารพฺภ นิจฺจโต อุปคมนสพฺภาวโต. วกฺขติ จ ‘‘จตุตฺถภูมกสงฺขารา ปนา’’ติอาทินา. อภิสงฺขตสงฺขารอภิสงฺขรณกสงฺขารานํ สปฺปเทสตฺตา นิปฺปเทสสงฺขารคฺคหณตฺถํ ‘‘สงฺขตสงฺขาเรสู’’ติ วุตฺตํ. โลกุตฺตรสงฺขารานํ ปน นิวตฺตเน การณํ สยเมว วกฺขติ. เอตํ การณํ นตฺถิ เสตุฆาตตฺตา. เตชุสฺสทตฺตาติ สํกิเลสวิธมนเตชสฺส อธิกภาวโต. ตถา หิ เต คมฺภีรภาเวน ทุทฺทสา. อกุสลานํ อารมฺมณํ น โหนฺตีติ อิทํ ปกรณวเสน วุตฺตํ. อปฺปหีนวิปลฺลาสานํ สตฺตานํ กุสลธมฺมานมฺปิ เต อารมฺมณํ น โหนฺติ.
อสุเข ‘‘สุข’’นฺติ วิปลฺลาโส จ อิธ สุขโต อุปคมนสฺส ฐานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เอกนฺต…เป… วุตฺต’’นฺติ. อตฺตทิฏฺฐิวเสนาติ ปธานทิฏฺฐิมาห. ทิฏฺฐิยา นิพฺพานสฺส อวิสยภาโว เหฏฺฐา วุตฺโต เอวาติ ‘‘กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริจฺเฉโทติ สงฺขารานํ ปริจฺเฉโท สงฺขารานํ ปริจฺฉิชฺชคหณํ. สฺวายํ เยสํ นิจฺจาทิโต อุปคมนํ ภวติ เตสํเยว วเสน กาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพวาเรสู’’ติอาทิมาห. สพฺพวาเรสูติ นิจฺจาทิสพฺพวาเรสุ. ปุถุชฺชโน หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ยํ ยํ สงฺขารํ นิจฺจาทิวเสน ปุถุชฺชนกาเล อุปคจฺฉติ, ตํ ตํ อริยมคฺคาธิคเมน อนิจฺจาทิวเสน คณฺหนฺโต ยาถาวโต ชานนฺโต ตํ คาหํ ตํ ทิฏฺฐึ วินิเวเฐติ วิสฺสชฺเชติ. ตสฺมา ยตฺถ คาโห ตตฺถ วิสฺสชฺชนาติ จตุตฺถภูมกสงฺขารา อิธ สงฺขารคฺคหเณน น คยฺหตีติ อตฺโถ.
๑๒๘. ปุตฺตสมฺพนฺเธน มาตาปิตุสมญฺญา, ทตฺตกิตฺติมาทิวเสนปิ ปุตฺตโวหาโร โลเก ทิสฺสติ, โส จ โข ปริยายโต นิปฺปริยายสิทฺธํ ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ชนิกา ว มาตา ชนโก ปิตา’’ติ วุตฺตํ. ตถา อานนฺตริยกมฺมสฺส อธิปฺเปตตฺตา ‘‘มนุสฺสภูโตว ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐานเมต’’นฺติอาทินา มาตุอาทีนํเยว ชีวิตา โวโรปเน อริยสาวกสฺส อภพฺพภาวทสฺสนโต ตทญฺญํ อริยสาวโก ชีวิตา โวโรเปตีติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ มญฺญมาโน วทติ – ‘‘กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยา’’ติ? ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วจนโต, ‘‘เอตมฺปิ อฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สเจปิ หี’’ติอาทิ. พลทีปนตฺถนฺติ สทฺธาทิพลสมนฺนาคมทีปนตฺถํ. อริยมคฺเคนาคตสทฺธาทิพลวเสน หิ อริยสาวโก ตาทิสํ สาวชฺชํ น กโรติ.
ปญฺจหิ การเณหีติ อิทํ อตฺถนิปฺผาทกานิ เตสํ ปุพฺพภาคิยานิ จ การณานิ การณภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน สพฺเพสํ ปญฺจนฺนํ สหโยคกฺขมโต. อากาเรหีติ การเณหิ. อนุสฺสาวเนนาติ อนุรูปํ สาวเนน. เภทสฺส อนุรูปํ ยถา เภโท โหติ, เอวํ ภินฺทิตพฺพานํ ภิกฺขูนํ อตฺตโน วจนสฺส สาวเนน วิญฺญาปเนน. เตนาห ‘‘นนุ ตุเมฺห’’ติอาทิ. กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวาติ เอเตน ‘‘ปากฏํ กตฺวา เภทกรวตฺถุทีปนํ โวหาโร, ตตฺถ อตฺตโน นิจฺฉิตมตฺถํ รหสฺสวเสน วิญฺญาปนํ อนุสฺสาวน’’นฺติ ทสฺเสติ.
กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณนฺติ เตหิ สงฺฆเภทสิทฺธิโต วุตฺตํ, อิตเร ปน เตสํ ปุพฺพภาคภูตา. เตนาห ‘‘โวหารา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ โวหาเร. จุติอนนฺตรํ ผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตานิ ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลานิ, อนนฺตรปฺปโยชนานิ จาติ อานนฺตริยานิ, ตานิ เอว ‘‘อานนฺตริยกมฺมานี’’ติ วุตฺตานิ.
กมฺมโตติ ‘‘เอวํ อานนฺตริยกมฺมํ โหติ, เอวํ อนนฺตริยกมฺมสทิส’’นฺติ เอวํ กมฺมวิภาคโต. ทฺวารโตติ กายาทิทฺวารโต. กปฺปฏฺฐิติยโตติ ‘‘อิทํ กปฺปฏฺฐิติกวิปากํ, อิทํ น กปฺปฏฺฐิติกวิปาก’’นฺติ เอวํ กปฺปฏฺฐิติยวิภาคโต. ปากาติ ‘‘อิทเมตฺถ วิปจฺจติ, อิทํ น วิปจฺจตี’’ติ วิปจฺจนวิภาคโต. สาธารณาทีหีติ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ สาธารณาสาธารณโต, อาทิ-สทฺเทน เวทนาทิวิภาคโต จ.
ยสฺมา มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตสฺเสว จ กุสลธมฺมานํ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺติ, ยถา ตํ ติณฺณมฺปิ โพธิสตฺตานํ โพธิตฺตยนิพฺพตฺติยํ, เอวํ มนุสฺสภาเว ฐิตสฺเสว อกุสลธมฺมานมฺปิ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺตีติ อาห ‘‘มนุสฺสภูตสฺเสวา’’ติ. ปากติกมนุสฺสานมฺปิ จ กุสลธมฺมานํ วิเสสปฺปตฺติ วิมานวตฺถุอฏฺฐกถายํ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. ยถา วุตฺโต จ อตฺโถ สมานชาติยสฺส วิโกปเน กมฺมํ ครุตรํ, น ตถา วิชาติยสฺสาติ วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา’’ติ. ลิงฺเค ปริวตฺเต จ โส เอว เอกกมฺมนิพฺพตฺโต ภวงฺคปฺปพนฺโธ, ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺโธ จ, น อญฺโญติ อาห ‘‘อปิ ปริวตฺตลิงฺค’’นฺติ. อรหนฺเตปิ เอเสว นโย. ตสฺส วิปากนฺติอาทิ กมฺมสฺส อานนฺตริยภาวสมตฺถนํ, จตุโกฏิกญฺเจตฺถ สมฺภวติ. ตตฺถ ปฐมา โกฏิ ทสฺสิตา, อิตราสุ วิสงฺเกตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิปิ ตตฺถ วิสงฺเกโต, กมฺมํ ปน ครุตรํ อานนฺตริยสทิสํ ภายิตพฺพนฺติ อาห – ‘‘อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐตี’’ติ. อยํ ปโญฺหติ ญาปนิจฺฉานิพฺพตฺตา กถา.
อานนฺตริยํ ผุสติ มรณาธิปฺปาเยเนว อานนฺตริยวตฺถุโน วิโกปิตตฺตา. อานนฺตริยํ น ผุสติ อานนฺตริยวตฺถุอภาวโต. สพฺพตฺถ หิ ปุริมํ อภิสนฺธิจิตฺตํ อปฺปมาณํ, วธกจิตฺตํ ปน ตทารมฺมณํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อานนฺตริยนานนฺตริยภาเว ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สงฺคามจตุกฺกํ สมฺปตฺตวเสน โยเชตพฺพํ.
เตเนวาติ เตเนว ปโยเคน. อรหนฺตฆาโต โหติเยว อรหโต มาริตตฺตา. ปุถุชฺชนสฺเสว ทินฺนํ โหตีติ ยสฺมา ยถา วธกจิตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณมฺปิ ปพนฺธวิจฺเฉทวเสน จ ชีวิตินฺทฺริยํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตติ, น เอวํ จาคเจตนา, สา หิ จชิตพฺพวตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา จชนมตฺตเมว โหติ, อญฺญสนฺตกภาวกรณญฺจ ตสฺส จชนํ, ตสฺมา ยสฺส ตํ สนฺตกํ กตํ. ตสฺเสว ทินฺนํ โหตีติ.
โลหิตํ สโม สรตีติ อภิฆาเตน ปกุปฺปมานํ สญฺจิตํ โหติ. มหนฺตตรนฺติ ครุตรํ. สรีรปฏิชคฺคเน วิยาติ สตฺถุรูปกายปฏิชคฺคเน วิย.
อสนฺนิปติเตติ อิทํ สามคฺคิยทีปนํ. เภโท จ โหตีติ สงฺฆสฺส เภโท โหติ. วฏฺฏตีติ สญฺญายาติ อีทิสกรณํ สงฺฆสฺส เภทาย น โหตีติ สญฺญาย. นวโต อูนปริสายํ กโรนฺตสฺส ตถาติ โยเชตพฺพํ, ตถาติ อิมินา ‘‘น อานนฺตริยกมฺมนฺติ’’ อิมํ อากฑฺฒติ, น ปน ‘‘เภโท โหตี’’ติ อิทํ. เหฏฺฐิมนฺเตน หิ นวนฺนเมว วเสน สงฺฆเภโท. ธมฺมวาทิโน อนวชฺชา ยถาธมฺมํ อวฏฺฐานโต. สงฺฆเภทสฺส ปุพฺพภาโค สงฺฆราชิ.
กายทฺวารเมว ปูเรนฺติ กายกมฺมภาเวเนว ลกฺขิตพฺพโต.
‘‘สณฺฐหนฺเต หิ…เป… มุจฺจตี’’ติ อิทํ กปฺปฏฺฐกถาย น สเมติ. ตถา หิ กปฺปฏฺฐกถายํ (กถา. อฏฺฐ. ๖๕๔-๖๕๗) วุตฺตํ – ‘‘อาปายิโกติ อิทํ สุตฺตํ ยํ โส เอกํ กปฺปํ อสีติภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคมตฺตํ กาลํ ติฏฺเฐยฺย, ตํ อายุกปฺปํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. กปฺปวินาเสเยวาติ ปน อายุกปฺปวินาเสเยวาติ อตฺเถ สติ นตฺถิ วิโรโธ. เอตฺถ จ สณฺฐหนฺเตติ อิทมฺปิ ‘‘เสฺวววินสฺสิสฺสตี’’ติ วิย อภูตปริกปฺปวเสน วุตฺตํ. เอกทิวสเมว นิรเย ปจฺจติ ตโต ปรํ กปฺปาภาเว อายุกปฺปสฺสปิ อภาวโตติ อวิโรธโต อตฺถโยชนา ทฏฺฐพฺพา. เสสานีติ สงฺฆเภทโต อญฺญานิ อานนฺตริยกมฺมานิ.
อโหสิกมฺมํ…เป… สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ, เอวํ สติ กถํ เนสํ อานนฺตริยตา จุติอนนฺตรํ วิปากทานาภาวโต. อถ สติ ผลทาเน จุติอนนฺตโร เอว เอเตสํ ผลกาโล, น อญฺโญติ ผลกาลนิยเมน นิยตตา นิจฺฉิตา, น ผลทานนิยเมน, เอวมฺปิ นิยตผลกาลานํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียานญฺจ นิยตตา อาปชฺเชยฺย. ตสฺมา วิปากธมฺมธมฺมานํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อวิปจฺจมานานมฺปิ อตฺตโน สภาเวน วิปากธมฺมตา วิย พลวตา อานนฺตริเยน วิปาเก ทินฺเน อวิปจฺจมานานมฺปิ อานนฺตริยานํ ผลทาเน นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ ปวตฺตีติ อตฺตโน สภาเวน ผลทานนิยเมเนว นิยตตา อานนฺตริยตา จ เวทิตพฺพา. อวสฺสญฺจ อานนฺตริยสภาวา ตโต เอว นิยตสภาวา จ เตสํ ปวตฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ อญฺญสฺส พลวโต อานนฺตริยสฺส อภาเว จุติอนนฺตรํ เอกนฺเตน ผลทานโต.
นนุ เอวํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ อญฺญสฺมึ วิปากทายเก อสติ จุติอนนฺตรเมกนฺเตน ผลทานโต นิยตสภาวา อนนฺตริยสภาวา จ ปวตฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ. อสมานชาติเกน เจโตปณิธิวเสน อุปฆาตเกน จ นิวตฺเตตพฺพวิปากตฺตา อนนฺตเร เอกนฺตผลทายกตฺตาภาวา. น ปน อานนฺตริยกานํ ปฐมชฺฌานาทีนํ ทุติยชฺฌานาทีนิ วิย อสมานชาติกํ ผลนิวตฺตกํ อตฺถิ สพฺพานนฺตริยานํ อวีจิผลตฺตา. น จ เหฏฺฐูปปตฺตึ อิจฺฉโต สีลวโต เจโตปณิธิ วิย อุปรูปปตฺติชนกกมฺมผลํ อานนฺตริยผลํ นิวตฺเตตุํ สมตฺโถ เจโตปณิธิ อตฺถิ อนิจฺฉนฺตสฺเสว อวีจิปาตนโต, น จ อานนฺตริโยปฆาตกํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, ตสฺมา เตสํเยว อนนฺตเร เอกนฺตวิปากชนกสภาวา ปวตฺตีติ. อเนกานิ จ อานนฺตริยานิ กตานิ เอกนฺเตเนว วิปาเก นิยตสภาวตฺตา อุปรตาวิปจฺจนสภาวาสงฺกตฺตา นิจฺฉิตานิ สภาวโต นิยตาเนว. เตสุ ปน สมานสภาเวสุ เอเกน วิปาเก ทินฺเน อิตรานิ อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส เตเนว กตตฺตา น ทุติยํ ตติยํ วา ปฏิสนฺธึ กโรนฺติ. น สมตฺถตาวิฆาตตฺตาติ นตฺถิ เตสํ อานนฺตริยกตา นิวตฺติ; ครุตรภาโว ปน เตสุ ลพฺภเตวาติ สงฺฆเภทสฺส สิยา ครุตรภาโวติ, ‘‘เยน…เป… วิปจฺจตี’’ติ อาห. เอกสฺส ปน อญฺญานิ อุปตฺถมฺภกานิ โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพานิ. ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจตีติ วจเนน อิตเรสํ ปวตฺติวิปากทายิตา อนุญฺญาตา วิย ทิสฺสติ. โน วา ตถา สีลวตีติ ยถา ปิตา สีลวา, ตถา สีลวตี โน วา โหตีติ โยชนา. สเจ มาตา สีลวตี, มาตุฆาโต ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจตีติ โยชนา.
ปกตตฺโตติ อนุกฺขิตฺโต. สมานสํวาสโกติ อปาราชิโก. สมานสีมายนฺติ เอกสีมายํ.
สตฺถุกิจฺจํ กาตุํ อสมตฺโถติ ยํ สตฺถารา กาตพฺพกิจฺจํ อนุสาสนาทิ, ตํ กาตุํ อสมตฺโถติ ภควนฺตํ ปจฺจกฺขาย. อญฺญํ ติตฺถกรนฺติ อญฺญํ สตฺถารํ.
๑๒๙. อภิชาติอาทิสุ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๒๗๗) ปกปฺปเนน เทวตูปสงฺกมนาทินา ชาตจกฺกวาเฬน สมานโยคกฺเขมํ ทสสหสฺสปริมาณํ ฐานํ ชาติเขตฺตํ, สรเสเนว อาณาปวตฺติฏฺฐานํ อาณาเขตฺตํ, วิสยภูตํ ฐานํ วิสยเขตฺตํ. ทสสหสฺสี โลกธาตูติ อิมาย โลกธาตุยา สทฺธึ อิมํ โลกธาตุํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา ทสสหสฺสี โลกธาตุ. ตตฺตกานํเยว ชาติเขตฺตภาโว ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺโพ. ‘‘ปริคฺคหวเสนา’’ติ เกจิ. ‘‘สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ ตตฺตกํ เอว ชาติเขตฺตํ ตนฺนิวาสีนํเยว จ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโย’’ติ จ วทนฺติ. มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาลาทีนํ ฉนฺนํ เอว คหณํ นิทสฺสนมตฺตํ มหาภินีหาราทิกาเลปิ ตสฺส ปกมฺปนสฺส ลพฺภมานโต. อาณาเขตฺตํ นาม ยํ เอกชฺฌํ สํวฏฺฏติ จ วิวฏฺฏติ จ. อาณา วตฺตติ อาณาย ตนฺนิวาสีนํ เทวตานํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉเนน, ตญฺจ โข เกวลํ พุทฺธานํ อานุภาเวเนว, น อธิปฺปายวเสน, อธิปฺปายวเสน ปน ‘‘ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๑) วจนโต ตโต ปรมฺปิ อาณา ปวตฺเตยฺย.
น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถีติ, ‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชตี’’ติอาทึ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; มิ. ป. ๔.๕.๑๑) อิมิสฺสํ โลกธาตุยํ ฐตฺวา วทนฺเตน ภควตา, ‘‘กึ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อตฺเถตรหิ อญฺเญ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ภควตา สมสมา สมฺโพธิยนฺติ, เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ, ภนฺเต, โนติ วเทยฺย’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑), วตฺวา ตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ, ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ อิมํ สุตฺตํ (ที. นิ. ๓.๑๖๑; มิ. ป. ๕.๑.๑) ทสฺเสนฺเตน ธมฺมเสนาปตินา จ พุทฺธเขตฺตภูตํ อิมํ โลกธาตุํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ อนุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อธิปฺปาโย.
เอกโตติ สห, เอกสฺมึ กาเลติ อตฺโถ. โส ปน กาโล กถํ ปริจฺฉินฺโนติ จริมภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ยาว ธาตุปรินิพฺพานาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐายาติ ปฏิโลมกฺกเมน วทติ. ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐายาติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย. เอตฺถนฺตเรติ จริมภเว โพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณํ ธาตุปรินิพฺพานนฺติ เอเตสํ อนฺตเร.
อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น นิวาริตา, ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีณิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติอนฺตรธาเนน หิ สาสนสฺส โอสกฺกิตตฺตา อปรสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ ลทฺธาวสรา โหติ. ปฏิปทาติ ปฏิเวธาวหา ปุพฺพภาคปฏิปทา. ‘‘ปริยตฺติ ปมาณ’’นฺติ วตฺวา ตมตฺถํ โพธิสตฺตํ นิทสฺสนํ กตฺวา ทสฺเสตุํ, ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ ตยิทํ หีนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิยฺยานิกธมฺมสฺส ฐิติญฺหิ ทสฺเสนฺโต อนิยฺยานิกธมฺมํ นิทสฺเสติ.
มาติกาย อนฺตรหิตายาติ, ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติอาทินยปฺปตฺตา สิกฺขาปทปาฬิ มาติกา, ตาย อนฺตรหิตาย นิทานุทฺเทสสงฺขาเต ปาติโมกฺขุทฺเทเส ปพฺพชฺชายุปสมฺปทากมฺเมสุ จ สาสนํ ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. อถ วา ปาติโมกฺเข ธรนฺเตเยว ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา จ, เอวํ สติ ตทุภยํ ปาติโมกฺเข อนฺโตคธํ ตทุภยาภาเว ปาติโมกฺขาภาวโต, ตสฺมา ตยิทํ ตยํ สาสนสฺส ฐิติเหตูติ อาห – ‘‘ปาติโมกฺขปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ ฐิตาสุ สาสนํ ติฏฺฐตี’’ติ. ยสฺมา วา อุปสมฺปทาธีนํ ปาติโมกฺขํ, อุปสมฺปทา จ ปพฺพชฺชาธีนา, ตสฺมา ปาติโมกฺเข สิทฺเธ, สิทฺธาสุ ปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาสุ จ สาสนํ ติฏฺฐติ. ปจฺฉิมปฏิเวธโต หิ ปรํ ปฏิเวธสาสนํ, ปจฺฉิมสีลโต จ ปรํ ปฏิปตฺติสาสนํ วินฏฺฐํ นาม โหติ. โอสกฺกิตํ นามาติ ปจฺฉิมกปฏิเวธสีลเภททฺวยํ เอกโต กตฺวา ตโต ปรํ วินฏฺฐํ นาม โหตีติ อตฺโถ.
เตน กามํ ‘‘สาสนฏฺฐิติยา ปริยตฺติ ปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ, ปริยตฺติ ปน ปฏิปตฺติเหตุกาติ ปฏิปตฺติยา อสติ อปฺปติฏฺฐา โหติ, ตสฺมา ปฏิปตฺติอนฺตรธานํ สาสโนสกฺกนสฺส วิเสสการณนฺติ ทสฺเสตฺวา ตยิทํ สาสโนสกฺกนํ ธาตุปรินิพฺพาโนสานนฺติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตีณิ ปรินิพฺพานานี’’ติ วุตฺตํ.
การุญฺญนฺติ ปริเทวนการุญฺญํ. ชมฺพุทีเป ทีปนฺตเรสุ เทวนาคพฺรหฺมโลเกสุ จ วิปฺปกิริตฺวา ฐิตานํ ธาตูนํ มหาโพธิปลฺลงฺเก เอกชฺฌํ สนฺนิปตนํ, รสฺมิวิสฺสชฺชนํ, ตตฺถ เตโชธาตุยา อุฏฺฐานํ, เอกชาลีภาโว จาติ สพฺพเมตํ สตฺถุ อธิฏฺฐานวเสเนว เวทิตพฺพํ.
อนจฺฉริยตฺตาติ ทฺวีสุปิ อุปฺปชฺชมาเนสุ อจฺฉริยตฺตาภาวโทสโตติ อตฺโถ. พุทฺธา นาม มชฺเฌ ภินฺนํ สุวณฺณํ วิย เอกสทิสาติ เตสํ เทสนาปิ เอกรสา เอวาติ อาห – ‘‘เทสนาย จ วิเสสาภาวโต’’ติ. เอเตนปิ อนจฺฉริยตฺตเมว สาเธติ. วิวาทภาวโตติ เอเตน วิวาทาภาวตฺถํ เทฺว เอกโต น อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ.
ตตฺถาติ มิลินฺทปเญฺห. เอกํ พุทฺธํ ธาเรตีติ เอกพุทฺธธารณี. เอเตน เอวํ สภาวา เอเต พุทฺธคุณา, เยน ทุติยพุทฺธคุเณ ธาเรตุํ อสมตฺถา อยํ โลกธาตูติ ทสฺเสติ. ปจฺจยวิเสสนิปฺผนฺนานญฺหิ คุณธมฺมานํ ภาริโย วิเสโส น สกฺกา ธาเรตุนฺติ, ‘‘น ธาเรยฺยา’’ติ วตฺวา ตเมว อธารณํ ปริยายนฺตเรนปิ ปกาเสนฺโต ‘‘จเลยฺยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จเลยฺยาติ ปริปฺผนฺเทยฺย. กมฺเปยฺยาติ ปเวเธยฺย. นเมยฺยาติ เอกปสฺเสน นเมยฺย. โอนเมยฺยาติ โอสีเทยฺย. วินเมยฺยาติ วิวิธํ อิโตจิโต จ นเมยฺย. วิกิเรยฺยาติ วาเตน ถุสมุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิเรยฺย. วิธเมยฺยาติ วินสฺเสยฺย. วิทฺธํเสยฺยาติ สพฺพโส วิทฺธสฺตา ภเวยฺย. ตถาภูตา จ กตฺถจิ น ติฏฺเฐยฺยาติ อาห ‘‘น ฐานมุปคจฺเฉยฺยา’’ติ.
อิทานิ ตตฺถ นิทสฺสนํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ยถา, มหาราชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สมุปาทิกาติ สมํ อุทฺธํ ปชฺชติ ปวตฺตตีติ สมุปาทิกา, อุทกสฺส อุปริ สมํ คามินีติ อตฺโถ. วณฺเณนาติ สณฺฐาเนน. ปมาเณนาติ อาโรเหน. กิสถูเลนาติ กิสถูลภาเวน, ปริณาเหนาติ อตฺโถ.
ฉาเทนฺตนฺติ โรเจนฺตํ รุจึ อุปฺปาเทนฺตํ. ตนฺทีกโตติ เตน โภชเนน ตนฺทีภูโต. อโนนมิตทณฺฑชาโตติ ยาวทตฺถํ โภชเนน โอนมิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อโนนมิตทณฺโฑ วิย ชาโต. สกึ ภุตฺโต วเมยฺยาติ เอกมฺปิ อาโลปํ อชฺโฌหริตฺวา วเมยฺยาติ อตฺโถ.
อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ ธมฺเมน นาม ปถวี ติฏฺเฐยฺย. สา กึ เตเนว จลติ วินสฺสตีติ อธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ. ปุน เถโร ‘‘รตนํ นาม โลเก กุฏุมฺพํ สนฺธาเรนฺตํ อภิมตญฺจ โลเกน อตฺตโน ครุสภาวตาย สกฏภงฺคสฺส การณํ อติภารภูตํ ทิฏฺฐํ. เอวํธมฺโม จ หิตสุขวิเสเสหิ ตํสมงฺคินํ ธาเรนฺโต อภิมโต จ วิญฺญูนํ คมฺภีรปฺปเมยฺยภาเวน ครุสภาวตฺตา อติภารภูโต ปถวีจลนสฺส การณํ โหตี’’ติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา’’ติอาทิมาห. เอเตเนว ตถาคตสฺส มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนาทิกาเล ปถวีกมฺปนการณํ สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกสกฏโต รตนนฺติ เอกสฺมา, เอกสฺส วา สกฏสฺส รตนํ, ตสฺมา สกฏโต คเหตฺวาติ อตฺโถ.
โอสาริตนฺติ อุจฺจาริตํ, วุตฺตนฺติ อตฺโถ. อคฺโคติ สพฺพสตฺเตหิ อคฺโค.
สภาวปกตีติ สภาวภูตา อกิตฺติมา ปกติ. การณมหนฺตตายาติ มหนฺเตหิ พุทฺธการกธมฺเมหิ ปารมิตาสงฺขาเตหิ การเณหิ พุทฺธคุณานํ นิพฺพตฺติโตติ วุตฺตํ โหติ. ปถวิอาทีนิ มหนฺตานิ วตฺถูนิ, มหนฺตา จ สกฺกภาวาทโย อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอเกกา เอว, สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ มหนฺโต อตฺตโน วิสเย เอโกว, โก จ ตสฺส วิสโย? พุทฺธภูมิ, ยาวตกํ วา เญยฺยํ. เอวํ ‘‘อากาโส วิย อนนฺตวิสโย ภควา เอโกว โหตี’’ติ วทนฺโต ปรจกฺกวาเฬสุ ทุติยสฺส พุทฺธสฺส อภาวํ ทสฺเสติ.
อิมินาว ปเทนาติ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ อิมินา เอว ปเทน. ทสจกฺกวาฬสหสฺสานิ คหิตานิ ชาติเขตฺตตฺตา. เอกจกฺกวาเฬเนวาติ อิมินา เอกจกฺกวาเฬเนว. ยถา – ‘‘อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วุตฺเต อิมสฺมิมฺปิ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเปเยว, ตตฺถปิ มชฺฌิมปเทเส เอวาติ ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ; เอวํ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ ชาติเขตฺเต อธิปฺเปเตปิ อิมินาว จกฺกวาเฬน ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ.
วิวาทูปจฺเฉทโตติ วิวาทูปจฺเฉทการณา. ทฺวีสุ อุปฺปนฺเนสุ โย วิวาโท ภเวยฺย, ตสฺส อนุปฺปาโทเยเวตฺถ วิวาทุปจฺเฉโท. เอกสฺมึ ทีเปติอาทินา ทีปนฺตเรปิ เอกชฺฌํ น อุปฺปชฺชนฺติ, ปเคว เอกทีเปติ ทสฺเสติ. โส ปริหาเยถาติ จกฺกวาฬสฺส ปเทเส เอว วตฺติตพฺพตฺตา ปริหาเยยฺย.
๑๓๐. มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสภาโว ตสฺเสว ปพฺพชฺชาทิคุณสมฺปตฺติอาทีนํ โยคฺคภาวโต. ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสภาโว. เหตูติ มโนวจีปณิธานปุพฺพิกา เหตุสมฺปทา. สตฺถารทสฺสนนฺติ สตฺถุสมฺมุขีภาโว. ปพฺพชฺชาติ กมฺมกิริยวาทีสุ ตาปเสสุ, ภิกฺขูสุ วา ปพฺพชฺชา. คุณสมฺปตฺตีติ อภิญฺญาทิคุณสมฺปทา. อธิกาโรติ พุทฺธํ อุทฺทิสฺส อธิโก สกฺกาโร. ฉนฺทตาติ สมฺมาสมฺโพธึ อุทฺทิสฺส สาติสโย กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺโท. อฏฺฐธมฺมสโมธานาติ เอเตสํ อฏฺฐนฺนํ ธมฺมานํ สมาโยเคน. อภินีหาโรติ กายปณิธานํ. สมิชฺฌตีติ นิปฺผชฺชตีติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยา จริยาปิฏกวณฺณนาย (จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
สพฺพาการปริปูรเมวาติ ปริปุณฺณลกฺขณตาย สตฺตุสฺสทาทีหิ สพฺพากาเรหิ สมฺปนฺนเมว. น หิ อิตฺถิยา โกโสหิตวตฺถคุยฺหตา สมฺภวติ, ทุติยปกติ จ นาม ปฐมปกติโต นิหีนา เอว. เตเนวาห อนนฺตรวาเร ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ.
อิธ ปุริสสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตนโตติ อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก ปุริสภูตสฺส ตตฺถ พฺรหฺมโลเก พฺรหฺมตฺตภาเวน นิพฺพตฺตนโต. เตน อสติปิ ปุริสลิงฺเค ปุริสาการา พฺรหฺมาโน โหนฺตีติ ทสฺเสติ. ตํเยว หิ ปุริสาการํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยํ ปุริโส พฺรหฺมตฺตํ กเรยฺยา’’ติ. เตเนวาห ‘‘สมาเนปี’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ อิตฺถิโย พฺรหฺมโลเก น อุปฺปชฺชนฺตีติ อาห ‘‘พฺรหฺมตฺต’’นฺติอาทิ.
๑๓๑. กายทุจฺจริตสฺสาติอาทิปาฬิยา กมฺมนิยาโม นาม กถิโต. สมญฺชนํ สมงฺโค, โส เอตสฺส อตฺถีติ สมงฺคี, สมนฺนาคโต. สมญฺชนสีโล วา สมงฺคี. ปุพฺพภาเค อายูหนสมงฺคิตา, สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาวเสน เจตนาสมงฺคิตา. เจตนาสนฺตติวเสน วา อายูหนสมงฺคิตา, ตํตํเจตนาขณวเสน เจตนาสมงฺคิตา. กตูปจิตสฺส อวิปกฺกวิปากสฺส กมฺมสฺส วเสน กมฺมสมงฺคิตา, กมฺเม ปน วิปจฺจิตุํ อารทฺเธ วิปากปฺปวตฺติวเสน วิปากสมงฺคิตา. กมฺมาทีนํ อุปฏฺฐานกาลวเสน อุปฏฺฐานสมงฺคิตา. กุสลากุสลกมฺมายูหนกฺขเณติ กุสลกมฺมสฺส จ อกุสลกมฺมสฺส จ สมีหนกฺขเณ. ตถาติ อิมินา กุสลากุสลกมฺมปทํ อากฑฺฒติ. ยถา กตํ กมฺมํ ผลทานสมตฺถํ โหติ, ตถา กตํ อุปจิตํ. วิปาการหนฺติ ทุติยภวาทีสุ วิปจฺจนารหํ. อุปฺปชฺชมานานํ อุปปตฺตินิมิตฺตํ อุปฏฺฐาตีติ โยชนา. จลตีติ ปริวตฺตติ. เอเกน หิ กมฺมุนา ตชฺเช นิมิตฺเต อุปฏฺฐาปิเต ปจฺจยวิเสสวเสน ตโต อญฺเญน กมฺมุนา อญฺญสฺส นิมิตฺตสฺส อุปฏฺฐานํ ปริวตฺตนํ.
สุนขชีวิโกติ สุนเขหิ ชีวนสีโล. ตลสนฺถรณปูชนฺติ ภูมิตลสฺส ปุปฺเผหิ สนฺตรณปูชํ. อายูหนเจตนากมฺมสมงฺคิตาวเสนาติ กายทุจฺจริตสฺส อปราปรํ อายูหเนน สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย ตสฺเสว ปกปฺปเน กมฺมกฺขยกรญาเณน อเขปิตตฺตา ยถูปจิตกมฺมุนา จ สมงฺคิภาวสฺส วเสน.
๑๓๒. เอวํ สสฺสิริกนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน อเนกธาตุวิภชนาทินา นานานยวิจิตฺตตาย ปรมนิปุณคมฺภีรตาย จ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ สโสภํ กตฺวา.
นํ ธาเรหีติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ. ธาตุอาทิวเสน ปริวฏฺฏียนฺติ อตฺถา เอเตหีติ ปริวฏฺฏา, เทสนาเภทา. จตฺตาโร ปริวฏฺฏา เอตสฺส, เอตสฺมึ วาติ จตุปริวฏฺโฏ, ธมฺมปริยาโย. ธมฺโม จ โส ปริยตฺติภาวโต ยถาวุตฺเตนตฺเถน อาทาโสติ ธมฺมาทาโส. อุปฏฺฐานฏฺเฐน ยถาธมฺมานํ อาทาโสติปิ ธมฺมาทาโส. ยถา หิ อาทาเสน สตฺตานํ มุเข มลโทสหรณํ, เอวํ อิมินาปิ สุตฺเตน โยคีนํ มุเข มลโทสหรณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิมินา สุตฺเตน กิเลเส มทฺทิตฺวา สมถาธิคเมน โยคิโน ชยปฺปตฺตา; ตสฺมา อมตปุรปฺปเวสเน อุคฺโฆสนมหาเภริตาย จ อมตทุนฺทุภิ. อิธ วุตฺตนฺติ อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺตํ. อนุตฺตโร สงฺคามวิชโยติ อนุตฺตรภาวโต กิเลสสงฺคามวิชโย, ‘‘วิเชติ เอเตนา’’ติ กตฺวา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.