๖. อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตวณฺณนา
๖๖. ขณปภงฺคุตาย น นิจฺจา น ธุวาติ อนิจฺจา. ตโต เอว ปณฺฑิเตหิ น อิจฺจา น อุปคนฺตพฺพาติปิ อนิจฺจา. โส จายํ อนิจฺจตฺโถ อุทยวยปริจฺฉินฺนตาย เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา’’ติ อาห; อุปฺปชฺชิตฺวา วินสฺสนโตติ อตฺโถ. อยญฺจ อนิจฺจตา วกฺขมานา จ ตุจฺฉาทิตา ทฺวินฺนมฺปิ กามานํ สาธารโณติ อาห – ‘‘วตฺถุกามาปิ กิเลสกามาปี’’ติ. ริตฺตา วิวิตฺตา, เตสํ นิจฺจสาราทีนํ อตฺตนิ อภาวโต เตหิ วิสุํภูตา. ยถา ปน สพฺพโส สภาวรหิตมากาสํ ‘‘ตุจฺฉํ ริตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, น เอวเมเต. เอเต ปน เกวลํ นิจฺจสาราทิวิรหโต เอว ตุจฺฉา ริตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น ปนา’’ติอาทิมาห. ‘‘น หิ ตุจฺฉมุฏฺฐิ นาม นตฺถี’’ติ อิทํ โลกสมญฺญาวเสน วุตฺตํ, โลกสมญฺญา โลกิยกถา น ลงฺฆิตพฺพา.
มุสาติ อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานตาย น ทิสฺสตีติ อาห ‘‘มุสาติ นาสนกา’’ติ. วิสํวาทนฏฺเฐน วา มุสา. เอเต หิ อสุภาทิสภาวาปิ พาลานํ สุภาทิภาเวน อุปฏฺฐหนฺตา สุภาทิคฺคหณสฺส ปจฺจกฺขภาเวน สตฺเต วิสํวาเทนฺติ. นสฺสนสภาวาติ ขณภงฺคตฺตา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานตาย ทิสฺสมานา วิยปิ หุตฺวา อปญฺญายนกปกติกา. เตนาห ‘‘เขตฺตํ วิยา’’ติอาทิ. ธมฺมสทฺโท เจตฺถ ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๙๘) วิย ปกติปริยาโย, ตถา สภาวสทฺโท จาติ ทฏฺฐพฺพํ. โมสธมฺมาติ โมสนปกติกา, กุสลภณฺฑหรณสภาวาติ อตฺโถ. มายากตนฺติ มายาย กตํ อุทกาทิมณิอาทิอากาเรน มายาทินา อุปฏฺฐาปิตํ; มายากตํ วิย มายากตํ อญฺญสภาวา หุตฺวา อตถา อุปฏฺฐหนโต. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. จกฺขุปเถ เอว กตวิชฺชาย, น ตโต ปรนฺติ วุตฺตํ – ‘‘ทสฺสนูปจาเร ฐิตสฺเสว ตถา ปญฺญายตี’’ติ. ตยิทํ สมฺพรวิชฺชาวเสน วุตฺตํ.
เอวํ ตาวกาลิกภาเวน กามานํ มายากตภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตโต อญฺเญนปิ ปกาเรน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจาทิสภาวานํ กามานํ นิจฺจาทิสภาวทสฺสนํ วิปลฺลาสสหคตตาย เวทิตพฺพํ. พาลานํ ลาปนโตติ อปริญฺญาตวตฺถุกานํ อนฺธพาลานํ ปุคฺคลานํ วิปลฺลาสเหตุโต. มนุสฺสโลเก ฐตฺวา มนุสฺสานํ วา วเสน ภควตา ภาสิตตฺตา วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกา กามาติ มานุสกา ปญฺจ กามคุณา’’ติ. ตโต เอว จ ‘‘สมฺปรายิกาติ เต ฐเปตฺวา อวเสสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมา ปจฺจกฺขสภาวา อารมฺมณภูตา เอตาสํ อตฺถีติ ทิฏฺฐธมฺมิกา. สมฺปรายิเก กาเม อารพฺภ อุปฺปนฺนสญฺญา สมฺปรายิกา. เต สเมจฺจ ธียติ เอตฺถ อาณาติ เธยฺยํ, อาณาปวตฺติฏฺฐานํ. มารสฺส เธยฺยนฺติ มารเธยฺยํ ตสฺส อิสฺสริยปวตฺตนตฺตา. เตนาห ‘‘เยหี’’ติอาทิ. คหิตนฺติ วิสยวิสยีภาเวน คหิตํ, อารมฺมณวเสน อารมฺมณกรณวเสน จ คหิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อารมฺมณกรณวเสน คหณํ นาม ‘‘อิทํ มยฺห’’นฺติ อวิภาเคน ปริคฺคหกรณํ; อารมฺมณวเสน ปน คหณํ ภาคโส อารมฺมณานุภวนนฺติ วทนฺติ. อุภยสฺสปิ ปน ตณฺหาราควเสน คหณํ สนฺธาย, ‘‘อุภยเมตํ คหิต’’นฺติ วุตฺตํ. มาโรติ กิเลสมาโร. ยทคฺเคน กิเลสมาโร, ตทคฺเคน เทวปุตฺตมาโรปิ เต อตฺตโน วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธายาติ ธมฺมมุเขน ปุคฺคลคฺคหณํ สนฺธาย.
อปฺปหีนวิปลฺลาสา หิ ปุคฺคลา กามาธิมุตฺตา มารสฺส อิสฺสริยวตฺตนฏฺฐานตาย ‘‘มารเธยฺย’’นฺติ วุตฺตา, ตถา มารสฺส นิวาปโคจรปริยาเยหิปิ เต เอวํ วุตฺตาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ยถา โจฬสฺสา’’ติอาทิมาห. นิวปตีติ นิวาโป, โส เอว พีชนฺติ นิวาปพีชํ. เตติ กามคุณา. ยตฺถาติ ยสฺมึ ปเทเส.
มนสิ ภวาติ มานสาติ อาห ‘‘จิตฺตสมฺภูตา’’ติ. เต ปน อวิชฺชาทโย ปาฬิยํ อาคตา. เอวญฺหิ โลหิตสนฺนิสฺสโย ปุพฺโพ วิย อนุโรธูปนิสฺสโย วิโรโธติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘มมายิเต วตฺถุสฺมิ’’นฺติอาทิมาห. เตธาติ เอตฺถ อิธาติ นิปาตมตฺตํ ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺส’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) วิย. กามโลกนฺติ กามคุณสงฺขาตํ สงฺขารโลกํ, ยตฺถ วา โลเก กามคุณวนฺตํ โลกํ. จิตฺเตน อธิฏฺฐหิตฺวาติ ฌานารมฺมณํ ปฏิภาคนิมิตฺตํ ภาวนาจิตฺเตน อุปฺปาเทตฺวา. ปริตฺตํ นาม วิกฺขมฺภนอสมตฺถตฺตา กิเลเสหิ ปริโต ขณฺฑิตํ วิย โหติ. ตสฺส ปฏิกฺเขเปนาติ ปริตฺตภาวปฏิกฺเขเปน. ปมาณนฺติปิ กามาวจรเมว ปาปกานํ ปมาณกรณธมฺมานํ วิกฺขมฺภนวเสน อปฺปชหนโต. ตปฺปฏิกฺเขปวเสน อปฺปมาณํ นาม มหคฺคตนฺติ อาห – ‘‘รูปาวจรํ อรูปาวจร’’นฺติ. สมุจฺเฉทวเสน กิเลสานํ อปฺปหาเนน มหคฺคตชฺฌานมฺปิ สุภาวิตํ นาม น โหติ, ปเคว ปริตฺตชฺฌานนฺติ อาห – ‘‘สุภาวิตนฺติ…เป… โลกุตฺตรสฺเสเวตํ นาม’’นฺติ. เอตสฺส วเสนาติ ‘‘สุภาวิต’’นฺติ ปทสฺส วเสน.
ตเมว ปฏิปทนฺติ ตเมว อภิชฺฌาทิปหานาวหํ ฌานปฏิปทํ. อรหตฺเต ตสฺส อุปายภูตาย วิปสฺสนาย วา จตุตฺถชฺฌาเน ตสฺส อุปายภูเต อุปจาเร วา สติ จิตฺตํ ปสนฺนเมว โหตีติ อาห – ‘‘อรหตฺตํ วา…เป… อุปจารํ วา’’ติ. อธิโมกฺขสมฺปสาโทติ ‘‘อชฺเชว อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วา วิปสฺสนาย วีถิปฏิปนฺนตฺตา; ‘‘อชฺเชว จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ วา อุปจารสมาธินา จิตฺตสฺส สมาหิตตฺตา อธิมุจฺจนภูโต สมฺปสาโท. ปฏิลาภสมฺปสาโทติ อรหตฺตสฺส จตุตฺถชฺฌานสฺส วา อธิคมสงฺขาโต สมฺปสาโท. ปฏิลาโภปิ หิ กิเลสกาลุสิยาภิภวนโต จิตฺตสฺส สุปฺปสนฺนภาวาวหตฺตา ‘‘สมฺปสาโท’’ติ วุตฺโต. ปจฺจยาติ นามรูปปจฺจยา อวิชฺชาทโย. สพฺพถาติ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโตติ สพฺพปฺปกาเรน. อาสาติ อธิมุจฺจนวเสน อาสีสนา. เตนาห – ‘‘อาสา สนฺติฏฺฐติ, อธิโมกฺขํ ปฏิลภตี’’ติ.
ปาทกนฺติ ปทฏฺฐานํ. กิเลสา สนฺนิสีทนฺตีติ นีวรณสหคตา เอว กิเลสา วิกฺขมฺภนวเสน วูปสมนฺติ. สตีติ อุปจารชฺฌานาวหา สติ สนฺติฏฺฐติ. สงฺขารคตนฺติ ภาวนาย สมตาย ปวตฺตมานตฺตา, อิเม ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย เอกรสา หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ, ภาวนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนํ สงฺขารคตํ วิภูตํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. จิตฺตุปฺปาโทติ ภาวนาจิตฺตุปฺปาโท. เลปปิณฺเฑติ สิเลสปิณฺเฑ ลคฺคมาโน วิย อปฺปิโต วิย โหติ. อุปจาเรน สมาธิยติ อุปจารชฺฌาเนน สมาธิยติ. อยนฺติ อยํ ทุวิโธปิ อธิมุจฺจนากาโร อธิโมกฺขสมฺปสาโท นาม. ตสฺมึ สมฺปสาเท สตีติ เอตสฺมึ วิปสฺสนาลกฺขเณ, อุปจารชฺฌาเน วา อธิโมกฺขสมฺปสาเท สติ. โย ปน อรหตฺตํ วา ปฏิลภติ จตุตฺถชฺฌานํ วา, ตสฺส จิตฺตํ วิปฺปสนฺนํ โหติเยว, อยํ นิปฺปริยายโต ปฏิลาภสมฺปสาโท, เอวํ สนฺเตปิ อิธามิปฺเปตเมว ทสฺเสตุํ, ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนา หีติอาทิ วุตฺตสฺส สมตฺถนํ. ตตฺถ ปญฺญายาติ อรหตฺตปญฺญาย. อธิมุจฺจนสฺสาติ สทฺทหนํ อุสฺสุกฺกาปชฺชนสฺส. อุปจารนฺติ อุปจารชฺฌานํ. อาเนญฺชสมาปตฺติยา อธิมุจฺจนสฺส การณนฺติ โยชนา.
เอตรหิ วาติ อิทานิเมว. อาเนญฺชํ วาติ จตุตฺถชฺฌานํ วา. สมาปชฺชตีติ อธิคจฺฉติ. อิทํ หีติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรติ. อรหตฺตสจฺฉิกิริยา นาม อคฺคมคฺคภาวนาย สติ อตฺถโต อาปนฺนา โหติ, อคฺคมคฺคปญฺญา เอว ตทตฺถํ อธิมุจฺจิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อถ วา’’ติ วิกปฺปนฺตรมาห. ตตฺถ ยถา นาม ปาสาทสฺส อตฺถาย สมานีตทพฺพสมฺภาราวยเว อปฺปโหนฺเต กูฏาคารํ กาตุํ น ปโหนฺติเยว, เอวํสมฺปทมิทนฺติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ตํ อนภิสมฺภุณนฺโต อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตี’’ติ อาห. จตุสจฺจํ วา สจฺฉิกโรติ เหฏฺฐิมมคฺคาธิคมนวเสน อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชติ อุภยสฺสปิ เหตุปริคฺคหิตตฺตา.
ตตฺราติ ตสฺมึ ‘‘ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ, อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตี’’ติ ยถาวุตฺเต วิเสสาธิคเม อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน โยชนานโย. เอวํ โหตีติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน จิตฺตาภินีหาโร โหติ. กิจฺจนฺติ ปพฺพชิตกิจฺจํ. ตโตติ อรหตฺตาธิคมนโต. โอสกฺกิตมานโสติ สํกุจิตจิตฺโต. อนฺตรา น ติฏฺฐตีติ อสมาหิตภูมิยํ น ติฏฺฐติ. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา ตสฺส ปุริสสฺส วนมหึสํ คเหตุํ อุสฺสาหวโต โอสกฺกนฺตสฺส สสโคธาทิคฺคหเณ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, เอวํ อิมสฺสปิ ภิกฺขุโน อรหตฺตํ คเหตุํ อุสฺสาหวโต ตโต โอสกฺกิตฺวา จตุตฺถชฺฌานสมาปชฺชเน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ. เอเสว นโยติ ยถาวุตฺตํ อุปมํ อุปมาสํสนฺทนญฺจ มคฺคภาวนาโยชนายํ จตุสจฺจสจฺฉิกิริยาโยชนายญฺจ อติทิสติ.
เหตุอตฺถโชตโน ยนฺติ นิปาโต, กรเณ วา เอตํ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. ตสฺส สํวตฺตนํ อรหติ, ตํ วา ปโยชนํ เอตสฺสาติ ตํสํวตฺตนิกํ. วิญฺญาณนฺติ วิปากวิญฺญาณํ. อาเนญฺชสภาวํ อุปคจฺฉตีติ อาเนญฺชูปคํ. ยถา กุสลํ อาเนญฺชสภาวํ, เอวํ ตํ วิปากวิญฺญาณมฺปิ อาเนญฺชสภาวํ อุปคตํ อสฺส ภเวยฺย. เตนาห – ‘‘กาทิสเมว ภเวยฺยาติ อตฺโถ’’ติ. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. กุสลวิญฺญาณนฺติ วิปากวิญฺญาณมฺปิ ตํ กุสลํ วิย วทนฺติ. ตนฺนามกเมวาติ กุสลํ วิย อาเนญฺชนามกเมว สิยา. เอตฺถ จ ปุริมวิกปฺเป ‘‘อาเนญฺชูปค’’นฺติ ตํสทิสตา วุตฺตา, ทุติยวิกปฺเป ตโต เอว ตํสมญฺญตา. โส ปนายมตฺโถติ อาเนญฺชสทิสตาย วิปากกาเลปิ ตํนามกเมว อสฺสาติ ยถาวุตฺโต อตฺโถ. อิมินา นเยนาติ อิมินา วุตฺตนเยน. เอตฺถ หิ อาเนญฺชาภิสงฺขารเหตุวิปากวิญฺญาณํ ‘‘อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ตํนามกเมว กตฺวา ทีปิตํ. อรหตฺตสฺสาปีติ อปิสทฺเทน อคฺคมคฺคภาวนายปิ เหฏฺฐิมมคฺคภาวนายปีติ อตฺโถ สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตาติ ‘‘วิปุเลน มหคฺคเตน เจตสา วิหเรยฺย’’นฺติ สมถนยํ ทสฺเสตฺวา เทสนา กถิตา.
๖๗. อยญฺหิ ภิกฺขูติ ยํ อุทฺทิสฺส อยํ ทุติยาเนญฺชสปฺปายเทสนาย ภิกฺขุ วุตฺโต. ปญฺญวนฺตตโรติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวา สมฺมสตี’’ติ วุตฺตํ. เหฏฺฐิมสฺส หิ ‘‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา’’ติอาทินา รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพาเนว รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวโส กโต, อิมสฺส ปน ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา สกลรูปธมฺมวเสน. ภควา หิ กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต กมฺมฏฺฐานิกสฺส ภิกฺขุโน การณพลานุรูปเมว ปฐมํ ภาวนาภินิเวสํ ทสฺเสติ; โส ปจฺฉา ญาเณ วิปุลํ คจฺฉนฺเต อนวเสสโต ธมฺมํ ปริคฺคณฺหาติ. รูปปฏิพาหเนนาติ รูปวิราคภาวนาย สพฺพโส สมติกฺกเมน. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ตติยาเนญฺชาทีสุ.
ปญฺญวนฺตตโรติ ปญฺญุตฺตโร. ติณฺณมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวาติ กามคุณา สพฺพรูปธมฺมา กามสญฺญาติ เอวํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กมฺมฏฺฐานวเสน ติธา วุตฺเต สมฺมสนูปคธมฺเม เอกโต กตฺวา, ‘‘สพฺพเมตํ อนิจฺจ’’นฺติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา, สมฺมสติ ยถา – ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๙๘; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔, ๗, ๘; ติสฺสเมตฺเตยฺยมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๐, ๑๑; ปฏิ. ม. ๒.๓๐). เตนาห – ‘‘อุภยเมตํ อนิจฺจ’’นฺติอาทิ. กามรูปสญฺญาวเสน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกเภทโต อฏฺฐ เอเกกโกฏฺฐาสาติ เอวํ กตํ อุภยนฺติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิก…เป… วเสน สงฺขิปิตฺวา อุภยนฺติ วุตฺต’’นฺติ. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ ตณฺหาภินนฺทนาวเสน ‘‘เอตํ มมา’’ติ, ทิฏฺฐาภินนฺทนาวเสน ‘‘เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ อภินนฺทิตุํ. เอเสว นโยติ อิมินา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อภินนฺทิตุํ อชฺโฌสาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา ฐาตุนฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. กามปฏิพาหเนนาติ อิทํ อาคมนปฏิปทาทสฺสนตฺถํ, วณฺณภณนตฺถญฺจ วุตฺตํ. รูปปฏิพาหนํ หิสฺส อาสนฺนํ, ตโตปิ อากาสานญฺจายตนสมติกฺกโม, ตํสมติกฺกเมน สเหว สพฺเพ ตา วิปสฺสนาวเสน โอสกฺกนา กถิตา ‘‘อุภยเมตํ อนิจฺจ’’นฺติอาทิวจนโต.
๖๘. อิธ อตฺตโน จาติ อากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานํ สนฺธายาห. นิรุชฺฌนฺติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคนิโรเธน, สมาปชฺชนกฺขเณ ปน อนุปฺปาทเนนปิ. เตนาห ‘‘อากิญฺจญฺญายตนํ ปตฺวา’’ติ. อตปฺปกฏฺเฐนาติ อุฬารตรภาเวน ฌานสมาปตฺติยา อติตฺติกรภาเวน. ตเมว ปฏิปทนฺติ อากิญฺจญฺญายตนภาวนมาห. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตา ตติยารุปฺปกมฺมฏฺฐานสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘ยตฺเถตา’’ติอาทินา.
อิธ อตฺตโนติ ทฺวิโกฏิกสุญฺญตามนสิการสงฺขาตํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. เหฏฺฐา วุตฺตปฏิปทนฺติ อนนฺตรํ วุตฺตอากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานํ. สติ สมถภาวนายํ สุญฺญตามนสิการสฺส อิธ สาติสยตฺตา วุตฺตํ. ‘‘ทุติยากิญฺจญฺญายตเน วิปสฺสนาวเสน โอสกฺกนา กถิตา’’ติ.
๗๐. ตติยากิญฺจญฺญายตเน อตฺตโนติ จตุโกฏิกสุญฺญตามนสิการสงฺขาตํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สุญฺญตานุปสฺสนาธิกาเร. กฺวจีติ กตฺถจิ ฐาเน, กาเล, ธมฺเม วา. อถ วา กฺวจีติ อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา วา. อตฺตโน อตฺตานนฺติ สกตฺตานํ. ‘‘อยํ โข, โภ พฺรหฺมา…เป… วสี ปิตา ภูตภพฺยาน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๒) ปรปริกปฺปิตํ อตฺตานญฺจ กสฺสจิ กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กสฺสจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปรสฺสาติ ‘‘ปรา ปชา’’ติ ‘‘ปโร ปุริโส’’ติ จ เอวํ คหิตสฺส. น จ มม กฺวจนีติ เอตฺถ มม-สทฺโท อฏฺฐานปยุตฺโตติ อาห ‘‘มมสทฺทํ ตาว ฐเปตฺวา’’ติ. ปรสฺส จาติ อตฺตโต อญฺญสฺส, ‘‘ปโร ปุริโส นาม อตฺถิ มมตฺถาย สชิโต, ตสฺส วเสน มยฺหํ สพฺพํ อิชฺฌตี’’ติ เอวํ เอกจฺจทิฏฺฐิคติกปริกปฺปิตวเสน ปรํ อตฺตานํ, ตญฺจ อตฺตโน กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘น จ กฺวจนี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ จ นาหํ กฺวจนีติ สกอตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ. น กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมินฺติ สกอตฺตโน เอว กสฺสจิ อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. น จ, มมาติ เอตํ ทฺวยํ ยถาสงฺขฺยํ สมฺพนฺธิตพฺพํ, อตฺถีติ ปจฺเจกํ. ‘‘น จ กฺวจนิ ปรสฺส อตฺตา อตฺถี’’ติ ปรสฺส อตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ, ‘‘ตสฺส ปรสฺส อตฺตโน มม กิสฺมิญฺจิ กิญฺจนตา น จตฺถี’’ติ ปรสฺส อตฺตโน อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. เอวํ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ ขนฺธานํ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตา สุทฺธสงฺขารปุญฺชตา จตุโกฏิกสุญฺญตาปริคฺคณฺหเนน ทิฏฺฐา โหติ. เหฏฺฐา วุตฺตปฏิปทนฺติ อิธาปิ อากิญฺจญฺญายตนกมฺมฏฺฐานเมว วทติ. วิปสฺสนาวเสเนว โอสกฺกนา กถิตา จตุโกฏิกสุญฺญตาทสฺสนวิเสสภาวโต, ตปฺปธานตฺตา จสฺส มนสิการสฺส.
อิธ อตฺตโนติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกมฺมฏฺฐานมาห. สพฺพสญฺญาติ รูปสญฺญา ปฏิฆสญฺญา นานตฺตสญฺญา เหฏฺฐิมา ติสฺโส อรูปสญฺญาติ เอวํ สพฺพสญฺญา อนวเสสา นิรุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตา’’ติ ปน วิเสสิตตฺตา อิมสฺมึ อาคตา จตุตฺถชฺฌานสญฺญาทโย อปิ สญฺญาติ อปเร. ตนฺติ สมฺมุติมตฺตํ กามสญฺญาปฏิพาหนวเสเนว เตสํ นานตฺตสญฺญาทินิโรธสฺส อตฺถสิทฺธตฺตา. สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนภาวนาย สมถกมฺมฏฺฐานภาวโต.
๗๑. ปุพฺเพ ปญฺจวิธํ กมฺมวฏฺฏนฺติ ปุริมกมฺมภวสฺมึ โมโห อวิชฺชา อายูหนา สงฺขารา นิกนฺติตณฺหา อุปคมนํ อุปาทานํ เจตนา ภโวติ เอวมาคโต สปริกฺขาโร กมฺมปฺปพนฺโธ. น อายูหิตํ อสฺสาติ น เจติตํ ปกปฺปิตํ ภเวยฺย. เอตรหิ เอวํ ปญฺจวิธํ วิปากวฏฺฏนฺติ วิญฺญาณนามรูปสฬายตนผสฺสเวทนาสงฺขาโต ปจฺจุปฺปนฺโน วิปากปฺปพนฺโธ นปฺปวตฺเตยฺย การณสฺส อนิปฺผนฺนตฺตา. สเจ อายูหิตํ น ภวิสฺสตีติ ยทิ เจติตํ ปกปฺปิตํ น สิยา. ยํ อตฺถีติ ยํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานกํ. เตนาห ‘‘ภูต’’นฺติ. ตญฺหิ ปจฺจยนิพฺพตฺตตาย ‘‘ภูต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปชหามีติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ตโต เอว อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนวเสน ปชหามิ ปริจฺจชามิ.
ปรินิพฺพายีติ สห ปริกปฺปเนน อตีตตฺเถติ อาห ‘‘ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ. ปรินิพฺพาเยยฺย นุ โขติ วา ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. น กิญฺจิ กถิตนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา สงฺขาราวเสสสุขุมภาเวน ญาณุตฺตรสฺเสว วิสยภาวโต สรูปโต น กิญฺจิ กถิตํ, นเยน ปนสฺส วิเสสํ ญาเปตุกามตฺตา. ภควโต กิร เอตทโหสิ – ‘‘อิมิสฺสํเยว ปริสติ นิสินฺโน อานนฺโท อนุสนฺธิกุสลตาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปาทกํ กตฺวา ฐิตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสนฺธึ อรหตฺตญฺจ สนฺธาย ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, อิมินา ปุจฺฉานุสนฺธินา ตมตฺถํ เทเสสฺสามี’’ติ. โอสกฺกนาย จ อิธาธิปฺเปตตฺตา ภินฺนรสเทสนา โหตีติ ปุจฺฉานุสนฺธิ ปุจฺฉิตา. ตสฺมิญฺหิ อสติ อนุสนฺธิเภทภินฺเนสา เทสนา, น จ พุทฺธาจิณฺณา ภินฺนรสเทสนาติ. วิปสฺสนานิสฺสิตนฺติ ตนฺนิสฺสิตํ. ตสฺส ภิกฺขุโน. อุปาทิยติ เอเตนาติ จ อุปาทานํ. น ปรินิพฺพายติ ปหาตพฺพสฺส อปฺปชหนโต. เตนาห ภควา – ‘‘ธมฺมาปิ โข, ภิกฺขเว, ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๐). อุปาทานเสฏฺฐนฺติ อิทํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนภวสฺส สพฺพภวคฺคตาทสฺสนปรํ, น ปน อริยภวคฺคสฺส อุปาทานเสฏฺฐตาปฏิเสธปรํ.
๗๓. นิสฺสายาติ ภวปริยาปนฺนํ นาม ธมฺมํ นิสฺสาย ตปฺปริยาปนฺนํ นาม นิสฺสาย โอฆนิตฺถรณา ภควตา อกฺขาตา; อโห อจฺฉริยเมตํ, อโห อพฺภุตเมตนฺติ.
นวสุปิ ฐาเนสุ สมถยานิกสฺเสว วเสน เทสนาย อาคตตฺตา, อิธ จ กสฺสจิปิ ปาทกชฺฌานสฺส อนามฏฺฐตฺตา วุตฺตํ – ‘‘อริยสาวโกติ สุกฺขวิปสฺสโก อริยสาวโก’’ติ. นวนฺนมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ เอกโต กตฺวา สมฺมสตีติ อิทํ ฌานธมฺเมปิ อนุสฺสวลทฺเธ คเหตฺวา สมฺมสนํ สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ; เตภูมกสงฺขารคตํ อิธ วุตฺตนฺติ อนวเสสโต ปริคฺคหณํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยาวตา สกฺกาโย’’ติ.
เอตํ อมตนฺติ อมตํ นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺติยา เอตํ อรหตฺตํ อมตรสํ. เตนาห – ‘‘เอตํ อมตํ สนฺตํ, เอตํ ปณีต’’นฺติ. ‘‘อนุปาทาย กิญฺจิปิ อคฺคเหตฺวา จิตฺตํ วิมุจฺจี’’ติ วุตฺตตฺตาปิ อนุปาทา จิตฺตสฺส วิโมกฺโข นิพฺพานํ อญฺญตฺถ สุตฺเต วุจฺจติ.
ติณฺณํ ภิกฺขูนนฺติ อภินิเวสเภเทน ติวิธานํ. ปาทกํ กตฺวา ฐิตสฺส โอสกฺกนาย อภาเว การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สโมธาเนตฺวาติ สมฺมเทว โอทหิตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อสงฺกรโต ววตฺถเปตฺวา. สุกถิตํ นาม โหติ กเถตพฺพสฺส อนวเสเสตฺวา กถิตตฺตา.
อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.