๗. คณกโมคฺคลฺลานสุตฺตวณฺณนา
๗๔. ยถา เหฏฺฐิมโสปานผลกํ โอโรหนฺตสฺส ปจฺฉิมํ นาม โหติ, เอวํ อาโรหนฺตสฺส ปฐมํ นาม โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘ยาว ปจฺฉิมโสปานกเฬวราติ ยาว ปฐมโสปานผลกา’’ติ. วตฺถุํ โสเธตฺวาติ วตฺถุวิชฺชาจริเยน วุตฺตวิธินา ปาสาทวตฺถุโน โสธนวิธึ กตฺวา. เอตฺถาติ ปาสาทกรเณ. สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลคฺคสฺส อํสุโกฏิเวธโก วาลเวธิ นาม. ฐานสมฺปาทนนฺติ เวสาขมณฺฑลาทีนํ สมฺปาทนํ. มุฏฺฐิกรณาทีหีติ อุสุมุฏฺฐิกรณชิยาคาหชิยาวิชฺฌาทีหิ. เอวํ คณาเปมาติ เอกํ นาม เอกเมว, เทฺว ทุกา จตฺตาริ, ตีณิ ติกานิ นว, จตฺตาริ จตุกฺกานิ โสฬสาติอาทินา เอวํ คณนํ สิกฺขาเปม.
๗๕. เกราฏิกา โหนฺตีติ สมยสฺส อนุปกฺกิลิฏฺฐกรณมายาสาเฐยฺเยน สมนฺนาคตา โหนฺติ. ตํ ทมนํ ชีวิตเหตุปิ นาติกฺกมติ, อยมสฺส ชาติโทสาภาโว.
๗๖. สติสมฺปชญฺญาหิ สมงฺคิภาวตฺถายาติ สตตวิหาริภาวสาธเนหิ สติสมฺปชญฺเญหิ สมนฺนาคมตฺถาย. นนุ จ ขีณาสวา สติเวปุลฺลปฺปตฺตา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺตา จ, กถํ ตสฺส สติสมฺปชญฺญํ ปโยคสาธนียํ ปวตฺตนฺติ อาห ‘‘เทฺว หี’’ติอาทิ. สตตวิหารีติ สตตํ สมาปตฺติวิหาริพหุลา, ตสฺมา เต อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ. วุตฺตวิปริยาเยน โนสตตวิหาริโน ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. อปฺเปตุํ น สกฺโกติ อนาจิณฺณภาวโต.
ตํ วิตกฺเกนฺโตติ ‘‘สามเณรสฺส เสนาสนํ นตฺถิ, อรญฺญญฺจ สีหาทีหิ สปริสฺสยํ, กึ นุ โข ตสฺส ภวิสฺสตี’’ติ ตํ วิตกฺเกนฺโต. เอวรูโปติ เอทิโส ยถาวุตฺตสามเณรสทิโส ขีณาสโว. อิเม ธมฺเมติ อิมสฺมึ สุตฺเต อาคเต สีลาทิธมฺเม. อาวชฺชิตฺวาวาติ อตฺตโน ปริสุทฺธสีลตาทิอาวชฺชนเหตุ เอว สมาปชฺชิตุํ สกฺขิสฺสติ.
๗๘. ‘‘เยเม, โภ โคตมา’’ติ วจนสฺส สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตถาคเต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวนฺติ ‘‘เยเม, โภ โคตมา’’ติอาทิอากาเรหิ วตฺตุมารทฺโธ.
อชฺชธมฺเมสูติ อปุราตนธมฺเมสุ. ตกฺกนมตฺตานิ หิ เตหิ กปฺเปตฺวา สยํปฏิภานํ วิรจิตานิ. ปุราตนตาย ปริปุณฺณตาย เอกนฺตนิยฺยานิกตาย จ ปรโม อุตฺตโม. เตนาห – ‘‘เตสุ…เป… อุตฺตโมติ อตฺโถ’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
คณกโมคฺคลฺลานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.