๕. สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๕. เหฏฺฐิมมคฺเคหิ ญาตมริยาทาย ปชานนโต อญฺญา, มคฺคปญฺญา. ตสฺส ผลภาวโต อคฺคผลปญฺญา, ตํสหคตา สมฺมาสงฺกปฺปาทโย จ ‘‘อญฺญา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อญฺญาติ อรหตฺต’’นฺติ. จตูหิ ปเทหิ กถิตา, ‘‘ปริจิณฺณา เม ภควา’’ติอาทีสุ วิย น เอกปเทเนว. ‘‘โลกุตฺตโร ธมฺโม อธิคโต มยา’’ติ มญฺญนามตฺตํ อธิมาโนติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน’’ติอาทิมาห.
๕๖. อิทํ ฐานนฺติ อิทํ โอภาสาทิสมฺมุติเหตุภูตํ อุฬารตรํ อุทยพฺพยญาณํ. อุฬารตรภาเวน หิ ตํ มคฺคผลปญฺญาย ปจฺจโย หุตฺวา ยาถาวโต ทุพฺพิญฺเญยฺยตาย วิปสฺสกํ วิสํวาเทติ. เตนาห ‘‘อวิภูตํ อนฺธการ’’นฺติ. อิมํ ปญฺหนฺติ อิมํ สุตฺตํ คมฺภีรํ โลกุตฺตรปฏิสํยุตฺตํ อตฺตนา ญาตุํ อิจฺฉิตํ อตฺถํ. อุคฺคเหตฺวาติ เกวลํ ปิฏกสมฺปาทนวเสเนว อุคฺคณฺหิตฺวา. เตนาห ‘‘อชานิตฺวา’’ติ. วิเสวมานาติ กิเลสวิเส อวมาเนนฺตา, สาสนสฺส วา อนุปการวิรูปปจฺจเย เสวมานา. เอวมสฺสาติ เอวํ วุตฺตนเยน เตสํ กรณเหตุ อสฺส จิตฺตสฺส ธมฺมเทสนาวเสน ปวตฺตสฺส. อญฺญถาภาโว อเทเสตุกามตา โหติ. ตนฺติ ยถาวุตฺตมตฺถํ สนฺธาย. เอตนฺติ ‘‘ตสฺสปิ โหติ อญฺญถตฺต’’นฺติ เอวํ วุตฺตํ.
๕๘. กิเลเสหิ อามสียตีติ อามิสํ, โลเกปริยาปนฺนํ อามิสนฺติ อิธ ปญฺจ กามคุณา อธิปฺเปตาติ เตสุ วฏฺฏามิสภาเวปิ ลภิเต กามามิสภาโว สิทฺโธติ อาห – ‘‘วฏฺฏามิสกามามิสโลกามิสภูเตสู’’ติ. กามคุณา หิ วฏฺฏสฺส วฑฺฒนโต วฏฺฏามิสํ, กาเมตพฺพโต กามตณฺหาย อามสิตพฺพโต กามามิสํ, เยภูยฺยโต สตฺตโลกสฺส อามิสภาวโต โลกามิสํ. กามคุณสภาคาติ กามคุณานุโลมา กามคุณปฏิสํยุตฺตา. อาเนญฺชสมาปตฺติปฏิสํยุตฺตายาติ กิเลสิญฺชนรหิตตาย อิธ อาเนญฺชาติ อธิปฺเปตาหิ เหฏฺฐิมาหิ อรูปสมาปตฺตีหิ ปฏิสํยุตฺตาย. เอวรูโปติ โลกามิสภูเตสุ ปจฺจเยสุ อธิมุตฺโต ตนฺนินฺโน ตคฺครุโก ตปฺปพฺภาโร. เอตฺตาวตาติ เอวํ สทฺธานํ มนุสฺสานํ ทสฺสเนน เตสํ ปวตฺติตาสเยน จ. สีสํ นิกฺขนฺตํ โหตีติ ลาภาสาย สีสํ พหิ นิกฺขนฺตํ วิย โหติ. อุทรํ ผลิตนฺติ อติพหุภณฺฑํ ปกฺขิปิยมานํ ปสิพฺพกํ วิย ลทฺธพฺพสฺส อติปหูตภาเวน อุทรํ ผีตํ โหติ.
๕๙. ยถา ปุริมา เทฺว อรูปสมาปตฺติโย อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ อนิญฺชนโต ‘‘อนิญฺชา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ อิตราปิ. ตํ ปวุตฺตนฺติ โลกามิสสํโยชนํ วิคตํ.
๖๐. นิฆํสนฺติ ‘‘เอตฺตโก อย’’นฺติ ปริจฺเฉทนฺติ อตฺโถ. สิเลเสนาติ จมฺมการสิเลสาทิสิเลเสน, วชิรเลปสิเลเส วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตํ ภินฺนนฺติ อาเนญฺชสํโยชนํ ภินฺนํ วิธมิตํ สมติกฺกนฺตํ ตาสุ สมาปตฺตีสุ อเปกฺขาภาวโต. อชฺฌาสเยน อสมฺพทฺธตฺตา วุตฺตํ – ‘‘เทฺวธาภินฺนา เสลา วิย โหตี’’ติ. เตนาห – ‘‘ตํ สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชตี’’ติ.
๖๑. วนฺตนฺติ ฉฑฺฑิตํ, วิสฺสฏฺฐนฺติ อตฺโถ.
๖๒. อุปริสมาปตฺติลาภิโนติ เอตฺถ อุปริสมาปตฺตีติ อรหตฺตผลสมาปตฺติ อธิปฺเปตา, อรหโต จ มคฺคาธิคเมเนว อนาคามิผลสมาปตฺติ, เสกฺขานํ วิสยา เหฏฺฐิมา ผลสมาปตฺติโย ปฏิปฺปสฺสทฺธา. โลกิยา ปน นิกนฺติปฺปหาเนน ปฏินิสฺสฏฺฐาติ อาห – ‘‘เหฏฺฐา…เป… น อุปฺปชฺชตี’’ติ.
๖๓. ‘‘ปญฺจ โข อิเม, สุนกฺขตฺต, กามคุณา’’ติอาทินา อารทฺธเทสนา, ‘‘สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’ติ อรหตฺตกิตฺตเนน นิฏฺฐาปิตาติ ตโต ปรํ, ‘‘ฐานํ โข ปนา’’ติอาทิกา เทสนา, ‘‘ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐา หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถา ขีณาสวสฺส สมาปตฺติลาภิโนติ โยชนา, เอวํ วา ขีณาสวสฺส สุกฺขวิปสฺสกสฺสาติ โยเชตพฺพา. ปฏิกฺขิตฺตํ อฏฺฐกถายํ. ตสฺส ปฏิกฺเขปสฺส การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมาปตฺติลาภิโน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา สุกฺขวิปสฺสโก อธิมานิโก สมาปตฺติลาภิโน สมานโยคกฺขโม อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิตาย เภทาภาวโต, เอวํ สุกฺขวิปสฺสโก ขีณาสโว สมานโยคกฺขโม ขีณาสวภาเวน วิเสสาภาวโต, ตสฺมา ‘‘สมาปตฺติลาภิมฺหิ กถิเต อิตโรปิ กถิโตว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนนฺติ สมาปตฺติลาภิโน อธิมานิกสฺส ขีณาสวสฺส จ. เตเนวาห ‘‘ปุถุชฺชนสฺส ตาวา’’ติอาทิ.
ยทคฺเคนาติ เยน ภาเคน. ยทิปิ ขีณาสวสฺส อสปฺปายารมฺมณํ กิเลสานํ อุปฺปตฺติยา ปจฺจโย น โหติ เตสํ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนตฺตา. สนฺตวิหารปริปนฺโถ ปน สิยา วิสภาคโตติ วุตฺตํ – ‘‘ขีณาสวสฺสปิ อสปฺปายเมวา’’ติ. เตนาห – ‘‘วิสํ นาม…เป… วิสเมวา’’ติ. เอเตน ‘‘ยถา วิสชานนํ อปฺปมาณํ, วิการุปฺปาทนโต ปน ตํ ปริหริตพฺพํ, เอวํ ปริญฺญาตมฺปิ วตฺตุ อตฺถวิเสสาภาเวน เอกรูปเมวาติ ตํ ปริหริตพฺพเมวา’’ติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. น หิ อสํวุเตน ภวิตพฺพํ อสารุปฺปภาวโต. ยุตฺตปยุตฺเตเนวาติ สภาคารมฺมณสฺส อาโลกนาทีสุ ยุตฺเตเนว ภวิตุํ วฏฺฏติ.
๖๔. ยตฺถ สยํ นิปตติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส สนฺตานสฺส วิปฺปสนฺนวเสน รุปฺปนโต, วิสสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส มูลภาวโต จ ‘‘อวิชฺชาสงฺขาโต วิสโทโส’’ติ วุตฺตํ. รุปฺปตีติ กตฺตพฺพาทิมุจฺฉาปาทเนน วิการํ อุปฺปาเทติ. อนุทฺธํเสยฺยาติ วิพาเธยฺย. ราโค หิ อุปฺปชฺชมาโนว กุสลจิตฺตปฺปวตฺติยา โอกาสํ อเทนฺโต ตํ วิพาธติ; ตถาภูโต สทฺธาสิเนหสฺส สมถวิปสฺสนาภิวุฑฺฒิยา วมเนน จ ตํ วิโสเสติ มิลาเปติ. เตนาห ‘‘โสเสยฺย มิลาเปยฺยา’’ติ. สคหณเสสนฺติ คเหตพฺพวิสํ สาวเสสํ กตฺวาติ อตฺโถ. น อลํ น สมตฺถนฺติ อนลํ. สูกปริยาโย ปาฬิยํ วุตฺโต สุก-สทฺโทติ อาห – ‘‘วีหิสุกาทิ จ สูก’’นฺติ.
สอุปาทานสลฺลุทฺธาโร วิย อปฺปหีโน อวิชฺชาวิสโทโส ทฏฺฐพฺโพ มหานตฺถุปฺปาทนโต. อสปฺปาย…เป… อสํวุตกาโล ทฏฺฐพฺโพ อตฺตภาวสฺส อปริหรณภาวโต. มรณํ วิย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตนํ อธิสีลสงฺขาตสฺส อายุโน อเปตตฺตา. มรณมตฺตํ ทุกฺขํ วิย อาปตฺติยา อาปชฺชนํ ยถาวุตฺตสฺส อายุโน อุปปีฬนกภาวโต. อิมินาว นเยน โอปมฺมสํสนฺทนนฺติ เอตฺถ อนุปาทิเสสสลฺลุทฺธาโร วิย ปหีโน อวิชฺชาวิสโทโส; สปฺปาย…เป… สุสํวุตกาโล, ตทุภเยน วเณ ปุถุตฺตํ น คเต มรณาภาโว วิย สิกฺขาย อปจฺจกฺขานํ, มรณมตฺตทุกฺขาภาโว วิย อญฺญตราย สํกิลิฏฺฐาย อาปตฺติยา อนาปชฺชนนฺติ โยชนา เวทิตพฺพา.
๖๕. สติยาติ เอตฺถ ยสฺมา ‘‘อริยายา’’ติ น วิเสสิตนฺติ อาห – ‘‘สติ ปญฺญาคติกา’’ติอาทิ. ปญฺญา เจตฺถ โลกิยา อธิปฺเปตา, น โลกุตฺตราติ อาห – ‘‘ปริสุทฺธาย วิปสฺสนาปญฺญายา’’ติ.
ขีณาสวสฺส พลนฺติ อุฬารตเมสุ ทิพฺพสทิเสสุปิ อารมฺมเณสุ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อนุปนมนเหตุภูตํ สุสํวุตการิสงฺขาตํ ขีณาสวพลํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สํวุตการี’’ติ วุตฺตํ, อุกฺกํสคตสติเวปุลฺลตฺตา ยถา อสํวรสฺส อสํวโร โหติ, เอวํ สติสมฺปชญฺญพเลน จกฺขาทิทฺวารานิ สํวริตฺวา ทสฺสนาทิกิจฺจการี. เอวํ ชานิตฺวาติ ‘‘อุปธิ ทุกฺขสฺส มูล’’นฺติ เอวํ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา. อุปธียติ ทุกฺขํ เอเตหีติ อุปธี, กิเลสาติ อาห – ‘‘กิเลสุปธิปหานา นิรุปธี’’ติ. ตโต เอว อุปาทียติ ทุกฺขํ เอเตหีติ กิเลสา ‘‘อุปาทานา’’ติปิ วุจฺจนฺตีติ อาห – ‘‘นิรุปาทาโนติ อตฺโถ’’ติ. อุปธี สมฺมเทว ขียนฺติ เอตฺตาติ อุปธิสงฺขโย, นิพฺพานนฺติ อาห – ‘‘อุปธีนํ สงฺขยภูเต นิพฺพาเน’’ติ. อารมฺมณโตติ อารมฺมณํ กตฺวา ตทารมฺมณาย ผลวิมุตฺติยา วิมุตฺโต. กามุปธิสฺมึ กายํ อุปสํหริสฺสตีติ ‘‘กาเมเสวิสฺสามี’’ติ ตตฺถ กายํ อุปนาเมสฺสติ; กายูปสํหาโร ตาว ติฏฺฐตุ, ตถา จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ เอตํ การณํ นตฺถีติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.