๔. สามคามสุตฺตวณฺณนา
๔๑. เทฺวธิกชาตาติ ชาตเทฺวธิกา สญฺชาตเภทา. เทฺวชฺฌชาตาติ ทุวิธภาวํ ปตฺตา. ภณฺฑนฺติ ปริภาสนฺติ เอเตนาติ ภณฺฑนํ, วิรุทฺธจิตฺตตา. ตนฺติ ภณฺฑนํ. ธมฺมวินยนฺติ ปาวจนํ. วิตุชฺชนฺตา มุขสตฺตีหิ. สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ ปุพฺพาปรสมฺพนฺธํ อตฺถยุตฺตํ. เตนาห ‘‘อตฺถสํหิต’’นฺติ. อธิจิณฺณนฺติ อาจิณฺณํ. วิปราวตฺตนฺติ วิโรธทสฺสนวเสน ปราวตฺติตํ, ปราวตฺตํ ทูสิตนฺติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘จิรกาลวเสน…เป… นิวตฺต’’นฺติ. ปริเยสมาโน จร, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาหีติ อตฺโถ. สเจ สกฺโกสิ, อิทานิเมว มยา เวฐิตโทสํ นิพฺเพเฐหิ. มรณเมวาติ อญฺญมญฺญฆาตวเสน มรณเมว.
นาฏปุตฺตสฺส อิเมติ นาฏปุตฺติยา. เต ปน ตสฺส สิสฺสาติ อาห ‘‘อนฺเตวาสิเกสู’’ติ. ปุริมปฏิปตฺติโต ปฏินิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตํ รูปํ สภาโว เอเตสนฺติ ปฏิวานรูปา. เตนาห ‘‘นิวตฺตนสภาวา’’ติ. กถนํ อตฺถสฺส อาจิกฺขนํ. ปเวทนํ ตสฺส เหตุทาหรณานิ อาหริตฺวา โพธนํ. น อุปสมาย สํวตฺตตีติ อนุปสมสํวตฺตนํ, ตเทว อนุปสมสํวตฺตนิกํ, ตสฺมึ. สมุสฺสิตํ หุตฺวา ปติฏฺฐาเหตุภาวโต ถูปํ ปติฏฺฐาติ อาห – ‘‘ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ’’ติ. ถูโปติ วา ธมฺมสฺส นิยฺยานภาโว เวทิตพฺโพ, อญฺญธมฺเม อภิภุยฺย สมุสฺสิตฏฺเฐน. โส นิคณฺฐสฺส สมเย เกหิจิ อภินฺนสมฺมโตปิ ภินฺโน วินฏฺโฐเยว สพฺเพน สพฺพํ อภาวโตติ ภินฺนถูโป. โส เอว นิยฺยานภาโว วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิตุกามานํ ปฏิสรณํ, ตํ เอตฺถ นตฺถีติ อปฺปฏิสรโณ, ตสฺมึ ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อาจริยปฺปมาณนฺติ อาจริยมุฏฺฐิ หุตฺวา ปมาณภูตํ. นานานีหาเรนาติ นานากาเรน. ‘‘วิวาโท น อุปฺปชฺชี’’ติ วตฺวา ตสฺส อนุปฺปตฺติการณํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘สตฺถา หิ…เป… อวิวาทการณํ กตฺวาว ปรินิพฺพายี’’ติ วตฺวา ตํ วิวริตุํ ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปติฏฺฐา จ อวสฺสโย จ, ‘‘อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสน’’นฺติ วินิจฺฉยเน มหาปเทสา, ปญฺหพฺยากรณานิ จ, ยสฺมา เตสุ ปติฏฺฐาย เต อวสฺสาย ธมฺมวินยธรา จ นิจฺฉยํ คจฺฉนฺติ. ตถา หิ สุตฺตนฺตมหาปเทสโต วินเย เกนจิ ปุจฺฉิโต อตฺโถ จตุนฺนํ ปญฺหพฺยากรณานํ วเสน สุวินิจฺฉิตรูโป, ตสฺมา ธมฺมวินโย อิธ สตฺถุ กิจฺจํ กาตุํ สกฺโกตีติ อาห – ‘‘เตเนวา’’ติอาทิ, ตสฺมา อุฬาราย เทสนาย ภาชนนฺติ อธิปฺปาโย.
๔๒. ปฏิปวิฏฺฐํ กตฺวา อาหริตพฺพโต, สจฺจํ การิตพฺพโต ปาภตํ มูลนฺติ อาห – ‘‘กถาปาภต’’นฺติ, ธมฺมกถาย มูลการณนฺติ อตฺโถ. เยสํ วเสน วิวาโท อุปฺปนฺโน, เตเยว อธมฺมวาทิโน, เตสํ ตาว โส อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตตุ, ตโต อญฺเญสํ เทวมนุสฺสานํ กถนฺติ, โจทนา ปรมฺปราย สํกิเลสวตฺถุภาวโตติ ปริหาโร. เตนาห – ‘‘โกสมฺพกกฺขนฺธเก วิยา’’ติอาทิ.
๔๓. อภิญฺญา เทสิตาติ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ชานิตฺวา โพธิตา. ปติสฺสยมานรูปาติ อปทิสฺส ปติสฺสยมานา ครุกวเสน นิสฺสยมานสภาวา. เตนาห – ‘‘อุปนิสฺสาย วิหรนฺตี’’ติ, ครุตรํ นิสฺสยํ กตฺวา วิหรนฺตีติ อตฺโถ. ปริวาเร ปญฺญตฺตานีติ, ‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา’’ติ, เอวํ นิทฺธาเรตฺวา ปริวารปาฬิยํ (ปริ. ๓๓๖) อาสงฺกรวเสน ฐปิตานิ. ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๒, ๔๓) วิภงฺคปาฐวเสเนว หิ ตานิ ภควตา ปญฺญตฺตานิ. ตานิ ฐเปตฺวา เสสานิ สพฺพสิกฺขาปทานิ อธิปาติโมกฺขํ นามาติ, อิทํ โคพลีพทฺทญาเยน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ เตสมฺปิ อธิปาติโมกฺขภาวโต.
ตตฺรายํ นโยติ ตสฺมึ สุปฺปชหนาย อปฺปมตฺตกภาเว อยํ วกฺขมาโน. ตานีติ ปณีตโภชนานิ. โย โกจีติ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา. ทุกฺกฏวตฺถุกนฺติ ยํ กิญฺจิ ทุกฺกฏาปตฺติวตฺถุกํ. เตนาติ สุปฺปชหนภาเวน มูลาปตฺติวีติกฺกมสฺส อณุมตฺตตาย.
ปุพฺพภาคมคฺคนฺติ โลกิยมคฺคํ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปุพฺพภาคมคฺคํ นิสฺสาย วิวาทุปฺปาเท. โอภาสญาณนฺติ โอภาสสฺส อุปฺปตฺติเหตุภูตํ ญาณํ. ตตฺถ ปน โส มคฺคสญฺญิภาเวน มคฺโค จ จตุพฺพิโธติ สุตตฺตา, ‘‘ปฏฺฐมมคฺโค นามา’’ติอาทิมาห. เอวนฺติ เอวํ อสนฺทิทฺธํ อปริสงฺกิตํ ปริจฺจตฺตํ กตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กเถตุํ น สกฺโกติ.
เจติยํ น ทิฏฺฐนฺติ ตสฺส กตํ ถูปํ วทติ. นินฺทิเย ปุถุชฺชนภาเว ฐิตํ ปาสํสํ อริยภาวํ อาโรเปตฺวา ตํ มิจฺฉาลทฺธึ อภินิวิสฺส ปคฺคยฺห โวหรณโต สคฺโคปิ มคฺโคปิ วาริโตเยวาติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ, ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;
วิจินาติ มุเขน โส กลึ, กลินา เตน สุขํ น วินฺทตี’’ติ. (สุ. นิ. ๖๖๓; สํ. นิ. ๑.๑๘๐-๑๘๑; อ. นิ. ๔.๓; เนตฺติ. ๙๒);
‘‘ขเณเนว อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺถกมฺมฏฺฐานกถํ อาจิกฺขิสฺสามี’’ติ หิ อิมินา ตตฺถ โกหญฺญมฺปิ ทิสฺสติ; อิตเรสุ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อุปฺปาเฏตฺวาติ อุทฺธริตฺวา. ‘‘อถ เต ภิกฺขู’’ติอาทิ เสสํ นาม. ‘‘อมตํ เต ปริภุญฺชนฺติ, เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๖๐๐) วจนํ ทุคฺคหิตํ คณฺหาเปตฺวา, ‘‘เอตฺตาวตา โว อมตํ ปริภุตฺตํ นาม ภวิสฺสตี’’ติ อาห.
๔๔. เอวนฺติ อาการลกฺขณเมตํ, น อาการนิยมนํ. เตน อิมินาว การเณน จ โย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ครุสฺมึ ครูติ ปวตฺตํ จิตฺตํ ครุวิสยตฺตา ตํสหจริตตฺตา ครุ, ตสฺส ภาโว คารวํ, ครุกรณํ, ตํ เอตฺถ นตฺถีติ อคารโว. เตนาห ‘‘คารววิรหิโต’’ติ. ครุสฺส คารววเสน ปติสฺสยนํ ปติสฺโสติ วุจฺจติ นีจวุตฺติตา, ตปฺปฏิปกฺขโต อปฺปติสฺโสติ อาห – ‘‘อปฺปติสฺสโย อนีจวุตฺตี’’ติ. เอตฺถ ยถายํ ปุคฺคโล สตฺถริ อคารโว นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตีสุกาเลสุ อุปฏฺฐานํ น ยาตีติอาทิ สมุทายกิตฺตนอนวเสสทสฺสนํ, อวยวโต ปน อคารวสิทฺธิ ยถา ตํ สามญฺญโต สิกฺขาปทสมาทานํ ตพฺพิเสโส เภโท. เอส นโย เสเสสุปิ.
สกฺกจฺจํ น คจฺฉตีติ อาทรวเสน น คจฺฉติ. สงฺเฆ กโตเยว โหติ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา ตสฺส, ยถา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนํ เอเกน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคหิตํ สงฺฆสฺส ทินฺนเมว โหติ. อปริปูรยมาโนว สิกฺขาย อคารโว. เตนาห ภควา – ‘‘สิกฺขาย น ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๓๕). อตฺตโน ปริสาย อุปฺปนฺนํ วิวาทมูลํ วิเสสโต อตฺตนา วูปสเมตพฺพโต อตฺตโน จ อนตฺถาวหโต ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺเตฺวว วุตฺตํ. เอส นโย พหิทฺธาติ เอตฺถาปิ.
๔๖. ฉฐานานีติ ฉมูลานิ. ยถา สมนวเสน สมถานํ วิวาทาทีสุ อธิกตฺตุภาโว, เอวํ วิวาทาทีนํ เตหิ อธิกตฺตพฺพตาปีติ อาห – ‘‘วูปสมนตฺถาย…เป… อธิกรณานี’’ติ. เตน อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมตฺถตํ อาห. สมถา วา สมนวเสน อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณานิ, วิวาทาทโย.
วิวาโท อุปฺปนฺนมตฺโตว หุตฺวา ปรโต กกฺขฬตฺถาย สํวตฺตนโต ยํ วตฺถุํ นิสฺสาย ปฐมํ อุปฺปนฺโน วิวาทานุสาเรน มูลกํ วิย อนุพนฺธโรโค ตเมว ตทญฺญํ วา วตฺถุํ กตฺวา ปวฑฺฒนฺโต วิวาทาธิกรณํ ปตฺวา อุปริ วฑฺฒติ นาม, อนุวาทาปตฺติกิจฺจาธิกรณํ ปตฺวา วิวาทสฺส จ วฑฺฒนํ ปากฏเมว. เตน วุตฺตํ – ‘‘จตฺตาริ อธิกรณานิ ปตฺวา อุปริ วฑฺฒนฺโต โส วิวาโท’’ติ. อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๓.๓๓๑) อุฏฺฐิตานํ อุฏฺฐิตานํ. สมถตฺถนฺติ สมนตฺถํ.
อฏฺฐารสหิ วตฺถูหีติ ลกฺขณวจนเมตํ ยถา ‘‘ยทิ เม พฺยาธี ทาเหยฺยุํ. ทาตพฺพมิทโมสธ’’นฺติ (สํ. นิ. ฏี. ๒.๓.๓๙-๔๒; กงฺขา. อภิ. ฏี. อธิกรณสมถวณฺณนา), ตสฺมา เตสุ อญฺญตเรน วิวทนฺตา, ‘‘อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ. อุปวทนาติ อกฺโกโส. โจทนาติ อนุโยโค.
อธิกรณสฺส สมฺมุขาว วินยนโต สมฺมุขาวินโย. สนฺนิปติตปริสาย ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาย เยภุยฺยสิกกมฺมสฺส กรณํ เยภุยฺยสิกา. การกสงฺฆสฺส สามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว, น ยถา ตถา การกปุคฺคลานํ สมฺมุขตามตฺตํ. ภูตตาติ ตจฺฉตา. สจฺจปริยาโย หิ อิธ ธมฺม-สทฺโท ‘‘ธมฺมวาที’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๙) วิย. วิเนติ เอเตนาติ วินโย, ตสฺส ตสฺส อธิกรณสฺส วูปสมาย ภควตา วุตฺตวิธิ, ตสฺส วินยสฺส สมฺมุขตา วินยสมฺมุขตา. วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกา อตฺถปจฺจตฺถิกา, เตสํ อตฺถปจฺจตฺถิกานํ. สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ สมฺมตปุคฺคเลเหว วูปสมนโต.
นนฺติ วิวาทาธิกรณํ. ‘‘น ฉนฺทาคตึ คจฺฉตี’’ติอาทินา (ปริ. ๓๘๓) วุตฺตํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ. คุฬฺหกาทีสุ อลชฺชุสฺสนฺนาย ปริสาย คุฬฺหโก สลากคฺคาโห กาตพฺโพ; ลชฺชุสฺสนฺนาย วิวฏโก, พาลุสฺสนฺนาย สกณฺณชปฺปโก. ยสฺสา กิริยาย ธมฺมวาทิโน พหุตรา, สา เยภุยฺยสิกาติ อาห – ‘‘ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตายา’’ติอาทิ.
เอวํ วินิจฺฉิตนฺติ อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา โรปนวเสน วินิจฺฉิตํ, ปฏิกมฺมํ ปน อาปตฺตาธิกรณสมเถ ปรโต อาคมิสฺสติ. น สมณสารุปฺปํ อสฺสามณกํ, สมเณหิ อกาตพฺพํ, ตสฺมึ. อชฺฌาจาเร วีติกฺกเมสติ. ปฏิจรโตติ ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส. ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิโย, ปุคฺคโล, ตสฺส กาตพฺพกมฺมํ ตสฺสปาปิยสิกํ.
สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ ปฏิญฺญาย, ตถารูปาย ขนฺติยา วา วินา อวูปสมนโต. เอตฺถาติ อาปตฺติเทสนายํ. ปฏิญฺญาเต อาปนฺนภาวาทิเก กรณกิริยา, ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ, ปริวาสทานาทิวเสน จ ปวตฺตํ วจีกมฺมํ ปฏิญฺญาตกรณํ.
ยถานุรูปนฺติ ‘‘ทฺวีหิ จตูหิ ติหิ เอเกนา’’ติ เอวํ วุตฺตนเยน ยถานุรูปํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สุตฺเต, เอตสฺมึ วา สมถวิจาเร. วินิจฺฉยนโยติ วินิจฺฉเย นยมตฺตํ. เตนาห ‘‘วิตฺถาโร ปนา’’ติอาทิ.
๔๗. สงฺเขปโตว วุตฺโต, น สมถกฺขนฺธเก วิย วิตฺถารโต. ตถาติ อิมินา ‘‘ธมฺมา’’ติ ปทํ อากฑฺฒติ, เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เอวมาทินา อิมินา ปกาเรนาติ วาติ วุตฺตํ โหติ. โพธิปกฺขิยธมฺมานํ เอกนฺตานวชฺชภาวโต นตฺถิ อธมฺมภาโว, ภควโต เทสิตาการํ หาเปตฺวา วฑฺเฒตฺวา วา กถนํ ยถาธมฺมํ อกตนฺติ กตฺวา อธมฺมภาโวติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ตโย สติปฏฺฐานา’’ติอาทิ.
นิยฺยานิกนฺติ สปาฏิหีรํ อปฺปฏิวานํ หุตฺวา ปวตฺตติ. ตเถวาติ อิมินา ‘‘เอวํ อมฺหาก’’นฺติอาทินา วุตฺตมตฺถํ อากฑฺฒติ. ภูเตน…เป… กาตพฺพกมฺมํ ธมฺโม นาม ยถาธมฺมํ กรณโต, วุตฺตวิปริยายโต อิโต ปรํ อธมฺโม. อยํ วินโย นาม ราคาทีนํ สํวรณโต ปหานโต ปฏิสงฺขานโต จ. อยํ อวินโย นาม ราคาทีนํ อวินยนโต. อยํ วินโย นาม ยถาวินยกรณโต, วุตฺตวิปริยาเยน อิตโร อวินโย. วตฺถุสมฺปตฺติอาทินา เอว สพฺเพสํ วินยกมฺมานํ อกุปฺปตาติ อาห – ‘‘วตฺถุสมฺปตฺติ…เป… อยํ วินโย นามา’’ติ, ตปฺปฏิปกฺขโต อวินโย เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘วตฺถุวิปตฺตี’’ติอาทิ.
สมฺมาปฏิปตฺติยา นยนฏฺเฐน ยถาวุตฺโต ธมฺโม เอว เนตฺติ, ตโต เอว สตฺตสฺส วิย รชฺชุ อสิถิลปวตฺติเหตุตาย ธมฺมรชฺชูติ อตฺโถ วุตฺโต. สุตฺตนฺตปริยาเยน ตาว ทส กุสลกมฺมปถา ธมฺโมติ เอวํ วุตฺตา. สา เอว วา โหตุ ธมฺมเนตฺติ, โย อิธ อิมิสฺสา วณฺณนาย, ‘‘ฉตฺตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา’’ติอาทินา ธมฺเมน จ วินเยน จ วุตฺโต, โส เอว วา ธมฺมเนตฺติ โหตูติ อาเนตฺวา โยชนา. ตาย ธมฺมเนตฺติยา สเมติ ตาย ยถาวุตฺตาย ธมฺมเนตฺติยา สํสนฺทติ, เอกลกฺขณเมว โหตีติ อตฺโถ. เอวํ วิวาทวตฺถุภูโต ธมฺโม เจ ‘‘ธมฺโม’’ติ, อธมฺโม เจ ‘‘อธมฺโม’’ติ, วินโย เจ ‘‘วินโย’’ติ, อวินโย เจ ‘‘อวินโย’’ติ นิจฺฉินนฺเตน เอกจฺจานํ วิวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ ตสฺส วูปสมธมฺมานํ อปริโยสาปิตตฺตา.
๔๘. ตํ ปเนตนฺติ วิวาทาธิกรณํ ปจฺจามสติ. วาเร อตฺถสํวณฺณนาวเสน ปตฺเตปิ. ทฺวีหีติ ยสฺมึ อาวาเส วิวาทาธิกรณํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺถ วาสีหิ ทฺวีหิปิ ภิกฺขูหิ อติเรกตรา.
๔๙. ขนฺธสามนฺตนฺติ อาปตฺติกฺขนฺธภาเวน สมีปํ. อาปตฺติสามนฺตํ นาม ปุพฺพภาคา อาปชฺชิตพฺพอาปตฺติ. เมถุนราควเสน กายสํสคฺเค ทุกฺกฏสฺส วตฺถูติ อาห – ‘‘ปฐมปาราชิกสฺส ปุพฺพภาเค ทุกฺกฏ’’นฺติ. เสสานํ ติณฺณํ ปาราชิกานํ ปุพฺพภาเค ถุลฺลจฺจยเมว.
๕๐. ปริกฺกมิตฺวา อุปกฺกมิตฺวา. อาปตฺตาธิกรณํ ทสฺสิตํ ตตฺเถว วิเสสโต ปฏิญฺญาย กาเรตพฺพตาย อิจฺฉิตพฺพตฺตา.
๕๒. กมฺมสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ น สมโถติ อธิปฺปาโย. นนุ จายํ สมถาธิกาโรติ? สจฺจํ, สมถสฺส ปน การเณ ทสฺสิเต สมโถ ทสฺสิโตว โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวรูปสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๕๓. อิทํ กมฺมนฺติ ‘‘อิทํ อมฺหากํ ภณฺฑนชาตาน’’นฺติอาทินา วุตฺตกมฺมํ. ติณวตฺถารกสทิสตฺตาติ ตํสทิสตาย ตพฺโพหาโรติ ทสฺเสติ ยถา – ‘‘เอส พฺรหฺมทตฺโต’’ติ. อาการมตฺตเมว ติณวตฺถารกกมฺมํ นาม, น ปน ตสฺส สพฺพโส กรณวิธานํ. เตนาห ‘‘ขนฺธเก’’ติอาทิ. คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนํ ยถา ‘‘ติลสํคุฬิกา นตฺถี’’ติ. ธมฺมิกปฏิสฺสเวสุ วิสํวาทนวเสน อาปนฺนา อาปตฺติ. อสฺสาติ กิจฺจาธิกรณสฺส. สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม สงฺฆสมฺมุขตาทินาว วูปสมนโต.
๕๔. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยวจนโต โกสมฺพิยสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๙๒) โสตาปตฺติมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ กถิตา, อิธ ปน ‘‘ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ’’จฺเจว วุตฺตตฺตา, ‘‘อิมสฺมึ สุตฺเต โสตาปตฺติผลสมฺมาทิฏฺฐิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ปาปกมฺมสฺส อปฺปตา มหนฺตตา สาวชฺชภาวสฺส มุทุติกฺขภาเวน เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘อณุนฺติ อปฺปสาวชฺชํ. ถูลนฺติ มหาสาวชฺช’’นฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สามคามสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.