๑. เทวทหสุตฺตวณฺณนา

๑. ทิพฺพนฺติ กามคุเณหิ กีฬนฺติ, ลฬนฺติ, เตสุ วา วิหรนฺติ, วิชยสมตฺถตาโยเคน ปจฺจตฺถิเก วิเชตุํ อิจฺฉนฺติ; อิสฺสริยฏฺฐานาทิสกฺการทานคฺคหณํ ตํตํอตฺถานุสาสนญฺจ กโรนฺตา โวหรนฺติ, ปุญฺญานุภาวปฺปตฺตาย ชุติยา โชเตนฺติ วาติ เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน. ตถา หิ เต จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ชนํ รญฺชยนฺตา สยํ ยถาวุตฺเตหิ วิเสเสหิ ราชนฺติ ทิพฺพนฺติ โสภนฺตีติ จ, ‘‘ราชาโน’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ นิคมเทเส. สาติ โปกฺขรณี. ตนฺติ ตํ, ‘‘เทวทห’’นฺติ ลทฺธนามํ โปกฺขรณึ อุปาทาย, ตสฺส อทูรภวตฺตาติ เกจิ. สพฺพํ สุขาทิเภทํ เวทยิตํ. ปุพฺเพติ ปุริมชาติยํ. กตกมฺมปจฺจยาติ กตสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยภาวโต ชาตํ กมฺมํ ปฏิจฺจ. เตน สพฺพาปิ เวทนา กมฺมผลภูตา เอว อนุภวิตพฺพาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ. อนิยเมตฺวา วุตฺตนฺติ, ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน’’ติ เอวํ อิเม นามาติ อวิเสเสตฺวา วุตฺตมตฺถํ. นิยเมตฺวาติ, ‘‘เอวํวาทิโน, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา’’ติ เอวํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ.

กลิสาสนนฺติ ปราชยํ. กลีติ หิ อนตฺโถ วุจฺจติ, กลีติ สสติ วิปฺผรตีติ กลิสาสนํ, ปราชโย. กลีติ วา โกธมานาทิกิเลสชาติ, ตาย ปน อยุตฺตวาทิตา กลิสาสนํ. ตํ อาโรเปตุกาโม วิภาเวตุกาโม. เย กมฺมํ กตํ อกตํ วาติ น ชานนฺติ, เต กถํ ตํ เอทิสนฺติ ชานิสฺสนฺติ. เย จ กมฺมํ ปเภทโต น ชานนฺติ, เต กถํ ตสฺส วิปากํ ชานิสฺสนฺติ; วิปากปริโยสิตภาวํ ชานิสฺสนฺติ, เย จ ปาปสฺส กมฺมสฺส ปฏิปกฺขเมว น ชานนฺติ; เต กถํ ตสฺส ปหานํ กุสลกมฺมสฺส จ สมฺปาทนวิธึ ชานิสฺสนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อุตฺตริ ปุจฺฉายปิ เอเสว นโย’’ติ อาห.

๒. กิญฺจาปิ จูฬทุกฺขกฺขนฺเธปิ, (ม. นิ. ๑.๑๘๐) ‘‘เอวํ สนฺเต’’ติ อิมินา เตสํ นิคณฺฐานํ อชานนภาโว เอว อุชุกํ ปกาสิโต เหฏฺฐา เทสนาย ตถา ปวตฺตตฺตา. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘๐) วุตฺตํ – ‘‘เอวํ สนฺเตติ ตุมฺหากํ เอวํ อชานนภาเว สตี’’ติ, ตถาปิ ตตฺถ อุปริเทสนาย สมฺพทฺโธ เอวมตฺโถ วุจฺจมาโน ยุชฺชติ, น อญฺญถาติ ทสฺเสตุํ อิธ, ‘‘มหานิคณฺฐสฺส วจเน สจฺเจ สนฺเตติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. เอตฺตกสฺส ฐานสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส ปญฺจปริมาณสฺส การณสฺส.

๓. อเนกวารํ วิสรญฺชนํ อิธ คาฬฺหาปเลปนํ, น สาฏกสฺส วิย ลิตฺตตาติ อาห – ‘‘พหลูป…เป… ลิตฺเตน วิยา’’ติ. วุตฺตเมว, น ปุน วตฺตพฺพํ, ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

อิเมสํ นิคณฺฐานํ ตาทิสสฺส เตสํ อภาวโต, ‘‘ชานนกาโล สิยา’’ติ ปริกปฺปวเสน วทติ. เตน เอวํ ชานิตุํ เตหิ สกฺกา สิยา, เตสญฺจ ทสฺสนํ สจฺจํ สิยา. ยสฺมา เตสํ ทสฺสนํ อสจฺจํ, ตสฺมา เต น ชานึสูติ ทสฺเสติ. จตูสุ กาเลสูติ วณมุขสฺส ปริกนฺตนกาโล, สลฺลสฺส เอสนกาโล, อพฺพุหนกาโล, วณมุเข อคทงฺคารโอทหนกาโลติ อิเมสุ จตูสุ กาเลสุ. สุทฺธนฺเตติ สุทฺธโกฏฺฐาเส, ทุกฺขสฺส อนวเสสโต นิชฺชีรณฏฺเฐน นิทฺทุกฺขภาเวติ อตฺโถ. เอกาย อุปมายาติ, ‘‘สลฺเลน วิทฺธสฺส หิ วิทฺธกาเล เวทนาย ปากฏกาโล วิยา’’ติ อิมาย เอกาย อุปมาย. ตโย อตฺถาติ ปุพฺเพ อหุวมฺหา วา โน วา, ปาปกมฺมํ อกริมฺหา วา โน วา, เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกริมฺหาติ อิเม ตโย อตฺถา. จตูหิ อุปมาหีติ วณมุขปริกนฺตนาทีหิ จตูหิ อุปมาหิ. เอโก อตฺโถติ, ‘‘เอตฺตกํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณ’’นฺติอาทินา วุตฺโต เอโก อตฺโถ. โส หิ ทุกฺขนิชฺชีรณภาวสามญฺญา เอโก อตฺโถติ วุตฺโต.

๔. อิเม ปน นิคณฺฐา. อาสงฺกาย วิทฺโธสฺมีติ สญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา. ปจฺจาหริตุนฺติ ปจฺจาวตฺติตุํ, ปริหริตุนฺติ อตฺโถ.

๕. อตีตวาทํ สทฺทหนฺตานนฺติ, ‘‘อตฺถิ โข, โภ, นิคณฺฐา ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ กต’’นฺติ เอวํ อตีตํสํ อารพฺภ ปวตฺตํ มหานิคณฺฐสฺส วาทํ สทฺทหนฺตานํ. ภูตตฺตาติ ยถาภูตตฺตา กึ อวิปรีตเมว อตฺถํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตาติ ปุจฺฉติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สห ธมฺเมนาติ สหธมฺโม, โส เอว สหธมฺมิโก ยถา ‘‘เวนยิโก’’ติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘). ‘‘ธมฺโม’’ติ เอตฺถ การณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘สเหตุกํ สการณ’’นฺติ. ปฏิหรติ ปฏิวตฺเตตีติ ปฏิหาโร, วาโท เอว ปฏิหาโร วาทปฏิหาโร; ตํ, อุตฺตรนฺติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘ปจฺจาคมนกวาท’’นฺติ, โจทนํ ปริวตฺเตตฺวา ปฏิปากติกกรณนฺติ อตฺโถ. เตสนฺติ อิทํ อาวุตฺติวเสน คเหตพฺพํ, ‘‘เตสํ สทฺธาเฉทกวาทํ นาม เตสํ ทสฺเสตี’’ติ.

๖. อวิชฺชา อญฺญาณา สมฺโมหาติ ปริยายวจนเมตํ. อวิชฺชาติ วา อวิชฺชาย กรณภูตาย. อญฺญาเณนาติ อชานเนน. สมฺโมเหนาติ สมฺมุยฺหเนน มหามุฬฺหตาย. สามํเยว โอปกฺกมิกา เอตรหิ อตฺตโน อุปกฺกมเหตุ ทุกฺขเวทนํ เวทิยมานํ – ‘‘ยํกิญฺจายํ…เป… ปุพฺเพกตเหตู’’ติ วิปรีตโต สทฺทหถ. ปุพฺเพกตเหตุวาทสญฺญิตํ วิปลฺลาสคฺคาหํ คณฺหถ.

๗. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺขภูโต, ตตฺถ เวทิตพฺพํ ผลํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ. เตนาห – ‘‘อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากทายก’’นฺติ. ปโยเคนาติ กายิเกน ปโยเคน วา วาจสิเกน วา ปโยเคน. ปธาเนนาติ ปทหเนน เจตสิเกน อุสฺสาหเนน. อาสนฺเน ภวนฺตเร วิปาเจตุํ น สกฺกา, ปเคว ทูเรติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ทุติเย วา ตติเย วา อตฺตภาเว’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพตฺตกภาวโต สุขเวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนียํ. สา ปน วิปากเวทนาภาวโต เอกนฺตโต อิฏฺฐารมฺมณา เอว โหตีติ อาห ‘‘อิฏฺฐารมฺมณวิปากทายก’’นฺติ. วิปรีตนฺติ อนิฏฺฐารมฺมณวิปากทายกํ. นิปฺผนฺเนติ สทฺธึ อญฺเญน กมฺเมน นิพฺพตฺเต. สมฺปรายเวทนียสฺสาติ อุปปชฺชเวทนียสฺส อปราปริยเวทนียสฺส. เอวํ สนฺเตปีติ กามํ ปริปกฺกเวทนียนฺติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียเมว วุจฺจติ, ตถาปิ อตฺเถตฺถ อติสโย ทิฏฺฐธมฺมวิเสสภาวโต ปริปกฺกเวทนียสฺสาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อยเมตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมึ ทิวเส กตํ, ตโต สตฺตทิวสพฺภนฺตเร.

ตตฺราติ ตสฺมึ ปริปกฺกเวทนียกมฺมสฺส สตฺตทิวสพฺภนฺตเร วิปากทาเน. เอกวารํ กสิตฺวา นิสีทิ ฉาตชฺฌตฺโต หุตฺวา. อาคจฺฉนฺตี อาห – ‘‘อุสฺสูเร ภตฺตํ อาหรียิตฺถา’’ติ โทมนสฺสํ อนุปฺปาเทตฺวา ยถา กตปุญฺญํ อนุโมทติ. วิชฺโชตมานํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข อิทมฺปิ ตปฺปกาโร, มม จิตฺตวิกปฺปมตฺตํ, อุทาหุ สุวณฺณเมวา’’ติ วีมํสนฺโต ยฏฺฐิยา ปหริตฺวา.

วาฬยกฺขสญฺจรณตฺตา ราชคหูปจารสฺส นคเร สหสฺสภณฺฑิกํ จาเรสุํ. อุปฺปนฺนราโค จูฬาย ฑํสิ. รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวาติ ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวา. มลฺลิกาย วตฺถุ ธมฺมปทวตฺถุมฺหิ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.มลฺลิกาเทวีวตฺถุ) อาคเตน นเยน กเถตพฺพํ.

มรณสนฺติเกปิ กตํ, ปเคว ตโต ปุเรตรํ อตีตตฺตภาเวสุ จ กตํ. อิธ นิพฺพตฺติตวิปาโกติ วุตฺโต อวสฺสํภาวิภาวโต. สมฺปรายเวทนียเมว ภวนฺตเร วิปากทายกภาวโต. อิธ นิพฺพตฺติตคุโณเตฺวว วุตฺโต, น อิธ นิพฺพตฺติตวิปาโกติ วิมุตฺติภาวโต. ปริปกฺกเวทนียนฺติ เวทิตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตปริปกฺกเวทนียลกฺขณานติวตฺตนโต. สพฺพลหุํ ผลทายิกาติ เอเตน ผลุปฺปาทนสมตฺถตาโยเคน กมฺมสฺส ปริปกฺกเวทนียตาติ ทสฺเสติ.

จตุปฺปญฺจกฺขนฺธผลตาย สญฺญาภวูปคํ กมฺมํ พหุเวทนียนฺติ วุตฺตํ. เอกขนฺธผลตฺตา อสญฺญาภวูปคํ กมฺมํ อปฺปเวทนียํ. เกจิ ปน, ‘‘อรูปาวจรกมฺมํ พหุกาลํ เวทิตพฺพผลตฺตา พหุเวทนียํ, อิตรํ อปฺปเวทนียํ. รูปารูปาวจรกมฺมํ วา พหุเวทนียํ, ปริตฺตกมฺมํ อปฺปเวทนีย’’นฺติ วทนฺติ. สวิปากํ กมฺมนฺติ ปจฺจยนฺตรสมวาเย วิปากุปฺปาทนสมตฺถํ, น อารทฺธวิปากเมว. อวิปากํ กมฺมนฺติ ปจฺจยเวกลฺเลน วิปจฺจิตุํ อสมตฺถํ อโหสิกมฺมาทิเภทํ.

๘. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีนนฺติ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีนํ ทสนฺนํ กมฺมานํ อุปกฺกเมน กมฺมานํ อญฺญาถาภาวสฺส อนาปาทนียตฺตา ยถาสภาเวเนว กมฺมานิ ติฏฺฐนฺติ. ตตฺถ นิคณฺฐานํ อุปกฺกโม นิปฺปโยชโนติ อาห ‘‘อผโล’’ติ. นิคณฺฐานํ ปทหนสฺส มิจฺฉาวายามสฺส นิปฺผลภาวปฺปเวทโน ปธานจฺเฉทกวาโท. ปเรหิ วุตฺตการเณหีติ เยหิ การเณหิ นิคณฺฐานํ วาเทสุ โทสํ ทสฺเสนฺติ. เตหิ ปเรหิ วุตฺตการเณหิ. น หิ ลกฺขณยุตฺเตน เหตุนา วินา ปรวาเทสุ โทสํ ทสฺเสตุํ สกฺกา. เตนาห ‘‘สการณา หุตฺวา’’ติ. นิคณฺฐานํ วาทา จ อนุวาทา จาติ นิคณฺเฐหิ วุจฺจมานา สกสกสมยปฺปเวทิกา วาทาเจว สาวเกหิ วุจฺจมานา เตสํ อนุวาทา จ. วิญฺญูหิ ครหิตพฺพํ การณํ อาคจฺฉนฺตีติ, ‘‘อยเมตฺถ โทโส’’ติ ตตฺถ ตตฺถ วิญฺญูหิ ปณฺฑิเตหิ ครหารหํ การณํ อุปคจฺฉนฺติ, ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺสตฺโถติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ, ‘‘วุตฺตนเยน ปเรหิ วุตฺเตน การเณน สการณา หุตฺวา โทสทสฺสนวเสน นิคณฺฐานํ วาทา อนุปฺปตฺตา, ตโต เอว ตํ วาทํ อปฺปสาทนียภาวทสฺสเนน โสเสนฺตา เหตุสมฺปตฺติโวหารสุกฺขเนน มิลาเปนฺตา ทุกฺกฏกมฺมการิโนติอาทโย ทส คารยฺหาปเทสา อุปคจฺฉนฺตี’’ติ.

๙. สงฺคติภาวเหตูติ ตตฺถ ตตฺถ ยทิจฺฉาย สมุฏฺฐิตสงฺคตินิมิตฺตํ. สา ปน สงฺคติ นิยติลกฺขณาติ อาห ‘‘นิยติภาวการณา’’ติ. อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตอเภชฺชมณิ วิย หิ ปฏินิยตตา นิยติปวตฺตีติ. ฉฬภิชาติเหตูติ กณฺหาภิชาติ นีลาภิชาติ โลหิตาภิชาติ หลิทฺทาภิชาติ สุกฺกาภิชาติ ปรมสุกฺกาภิชาตีติ อิมาสุ อภิชาตีสุ ชาตินิมิตฺตํ. ปาปสงฺคติกาติ นิหีนสงฺคติกา.

๑๐. อนทฺธภูตนฺติ เอตฺถ อธิ-สทฺเทน สมานตฺโถ อทฺธ-สทฺโทติ อาห – ‘‘อนทฺธภูตนฺติ อนธิภูต’’นฺติ. ยถา อาปายิโก อตฺตภาโว มหตา ทุกฺเขน อภิภุยฺยติ, น ตถา อยนฺติ อาห – ‘‘ทุกฺเขน อนธิภูโต นาม มนุสฺสตฺตภาโว วุจฺจตี’’ติ. ‘‘อเจลโก โหตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๙๔) วุตฺตาย นานปฺปการาย ทุกฺกรการิกาย กิลมเถน. ยทิ เอวํ กถํ ธุตงฺคธราติ อาห ‘‘เย ปนา’’ติอาทิ. นิยฺยานิกสาสนสฺมิญฺหิ วีริยนฺติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา ปวตฺติยมานํ วีริยํ สรีรํ เขทนฺตมฺปิ สมฺมาวายาโม นาม โหติ ญายารทฺธภาวโต.

เถโรติ เอตฺถ อาคตมหารกฺขิตตฺเถโร. ติสฺโส สมฺปตฺติโย มนุสฺสเทวนิพฺพานสมฺปตฺติโย, สีลสมาธิปญฺญาสมฺปตฺติโย วา. ขุรคฺเคเยวาติ ขุเร สีสคฺเค เอว, ขุเร สีสคฺคโต อปนีเต เอวาติ อธิปฺปาโย. อยนฺติ, ‘‘อิสฺสรกุเล นิพฺพตฺโต’’ติอาทินา วุตฺโต. น สพฺเพ เอว สกฺการปุพฺพกํ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณนฺตีติ อาห ‘‘โย ทาสิกุจฺฉิย’’นฺติอาทิ. รชตมุทฺทิกนฺติ รชตมยํ องฺคุลิมุทฺทิกํ. โครกปิยงฺคุมตฺเตนปีติ กปิตฺถฉลฺลิกงฺคุปุปฺผคนฺธมตฺเตนปิ.

ธมฺเมน ญาเยน อาคตสุขํ ธมฺมสุขนฺติ อาห – ‘‘สงฺฆโต วา…เป… ปจฺจยสุข’’นฺติ. อมุจฺฉิโตติ อนชฺฌาปนฺโน. อิทานิ ตํ อนชฺฌาปนฺนตํ ตสฺส จ ผลํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมิกํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมสฺสาติ สมุทยสฺส. โส หิ ปญฺจกฺขนฺธสฺส ทุกฺขสฺส การณภูตตฺตา อาสนฺโน ปจฺจกฺโข กตฺวา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนาน’’นฺติอาทิ. สงฺขารนฺติ ยถารทฺธาย สาติสยํ กรณโต สงฺขารนฺติ ลทฺธนามํ พลววีริยํ อุสฺโสฬฺหึ. ปทหโตติ ปยุญฺชนฺตสฺส ปวตฺเตนฺตสฺส. มคฺเคน วิราโค โหตีติ อริยมคฺเคน ทุกฺขนิทานสฺส วิรชฺชนา โหติ. เตนาห ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติ. อิมินา สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา กถิตา อกสิเรเนว สีฆตรํ มคฺคปชานตาย โพธิตตฺตา. มชฺฌตฺตตากาโรติ วีริยูเปกฺขมาห. สงฺขารํ ตตฺถ ปทหตีติ ปธานสงฺขารํ ตตฺถ ทุกฺขนิทานสฺส วิรชฺชนนิมิตฺตํ วิรชฺชนตฺถํ ปทหติ. กถํ? มคฺคปฺปธาเนน จตุกิจฺจปฺปธาเน อริยมคฺเค วายาเมน ปทหติ วายมติ. อชฺฌุเปกฺขโตติ วีริยสฺส อนจฺจารทฺธนาติสิถิลตาย วีริยสมตาโยชเน พฺยาปารากรเณน อชฺฌุเปกฺขโต. เตนาห ‘‘อุเปกฺขํ ภาเวนฺตสฺสา’’ติ. อุเปกฺขาภาวนา จ นาเมตฺถ ตถาปวตฺตา อริยมคฺคภาวนา เอวาติ อาห – ‘‘มคฺคภาวนาย ภาเวตี’’ติ.

เอตฺถ จ เอวํ ปาฬิยา ปทโยชนา เวทิตพฺพา, – ‘‘โส เอวํ ปชานาติ. กถํ? สงฺขารํ เม ปทหโต สงฺขารปทหนา อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหติ, อชฺฌุเปกฺขโต เม อุเปกฺขนา อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหตี’’ติ. ปฏิปชฺชมานสฺส จายํ ปุพฺพภาควีมํสสฺสาติ คเหตพฺพํ. ตตฺถ สงฺขารปฺปธานาติ สมฺมสนปเทน สุเขเนว ขิปฺปตรํ ภาวนาอุสฺสุกฺกาปนวีริยํ ทสฺสิตนฺติ สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ทสฺสิตา. อชฺฌุเปกฺขโตติ เอตฺถ กสฺสจิ นาติทฬฺหํ กตฺวา ปวตฺติตวีริเยนปิ ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหติ วิปสฺสนมนุยุญฺชตีติ ทสฺสิตํ. อุภยตฺถาปิ จตุตฺถีเยว ปฏิปทา วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ, ‘‘ยสฺส หิ ขฺวาสฺส…เป… อุเปกฺขํ ตตฺถ ภาเวตี’’ติ วาเรหิ ตาสํเยว ปฏิปทานํ วเสน เตสํ ปุคฺคลานํ ปฏิปตฺติ ทสฺสิตา. วฏฺฏทุกฺขนิทานสฺส ปริชิณฺณํ อิเมหิ วาเรหิ ทุกฺขกฺขโย วิภาวิโต.

๑๑. พทฺธจิตฺโตติ สมฺพทฺธจิตฺโต. พหลจฺฉนฺโทติ พหลตณฺหาฉนฺโท. อติจริตฺวาติ อติกฺกมิตฺวา. นฏสตฺถวิธินา นจฺจนกา นฏา, นจฺจกา อิตเร. โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ‘‘อีทิสํ นาม อิตฺถึ ปริจฺจชิ’’นฺติ. ฉิชฺชาติ ทฺวิธา โหตุ. ภิชฺชาติ ภิชฺชตุ. ‘‘ฉิชฺช วา ภิชฺชวา’’ติ ปททฺวเยนปิ วินาสเมว วทติ. ญตฺวาติ ปุพฺพภาคญาเณน ชานิตฺวา. ตทุภยนฺติ สงฺขารปทหนอุเปกฺขาภาวนํ.

๑๒. เปเสนฺตสฺสาติ วายมนฺตสฺส. ตํ สนฺธายาติ ทุกฺขาย ปฏิปทาย นิยฺยานตํ สนฺธาย.

อุสุกาโร วิย โยคี เตชนสฺส วิย จิตฺตสฺส อุชุกรณโต. โคมุตฺตวงฺกํ, จนฺทเลขากุฏิลํ, นงฺคลโกฏิชิมฺหํ จิตฺตํ. อลาตา วิย วีริยํ อาตาปน-ปริตาปนโต. กญฺจิกเตลํ วิย สทฺธา สิเนหนโต. นมนทณฺฑโก วิย โลกุตฺตรมคฺโค นิพฺพานารมฺมเณ จิตฺตสฺส นามนโต. โลกุตฺตรมคฺเคน จิตฺตสฺส อุชุกรณํ ภาวนาภิสมยโต ทฏฺฐพฺพํ. อนฺตทฺวยวชฺชิตา มชฺฌิมา ปฏิปตฺตีติ กตฺวา กิเลสคณวิชฺฌนํ ปหานาภิสมโย. อิตรา ปน ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ อิมาสุ ทฺวีสุ ยถาวุตฺตาสุ ขิปฺปาภิญฺญาสุ กถิตาสุ, อิตราปิ กถิตาว โหนฺติ ลกฺขณหารนเยน ปฏิปทาสามญฺญโต. สหาคมนียาปิ วา ปฏิปทา กถิตาว, ‘‘น เหว อนทฺธภูตํ อตฺถาน’’นฺติอาทินา ปุพฺพภาคปฏิปทาย กถิตตฺตา. ‘‘อาคมนียปฏิปทา ปน น กถิตา’’ติ อิทํ สวิเสสํ อชฺฌุเปกฺขสฺส อกถิตตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิกฺขมนเทสนนฺติ นิกฺขมนุปายํ เทสนํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เทวทหสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.