๒. ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา
๒๑. เอเกติ เอตฺถ เอก-สทฺโท อญฺญตฺโถ, น คณนาทิอตฺโถติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกจฺเจ’’ติ อาห. ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘สนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เตน เตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ วิชฺชมานตาย อวิจฺฉินฺนตา; ตโต จ เนสํ มิจฺฉาคหณโต สิถิลกรณวิเวจเนหิ อตฺตโน เทสนาย กิจฺจการิตา อวิตถตา จ ทีปิตา โหติ. ปรมตฺถสมณพฺราหฺมเณสุ อปรนฺตกปฺปิกตาย เลโสปิ นตฺถีติ อาห ‘‘ปริพฺพชุปคตภาเวนา’’ติอาทิ. สสฺสตาทิวเสน อปรนฺตํ กปฺเปนฺตีติ อปรนฺตกปฺปิโน, เต เอว อปรนฺตกปฺปิกา. ยสฺมา เตหิ อปรนฺตํ ปุริมตรสิทฺเธหิ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺเปหิ กปฺเปตฺวา อาเสวนพลวตาย จ วิกปฺเปตฺวา อปรภาคสิทฺเธหิ อภินิเวสภูเตหิ ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาเหหิ คณฺหนฺติ อภินิวิสนฺติ ปรามสนฺติ; ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตี’’ติ. ตณฺหุปาทานวเสน กปฺปนคหณานิ เวทิตพฺพานิ. ตณฺหาปจฺจยา หิ อุปาทานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ มหานิทฺเทเส อุทฺทานโต สงฺเขปโต. ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนาติ ตณฺหาย ทิฏฺฐิยา จ วเสน. ทิฏฺฏิยา วา อุปนิสฺสยภูตาย สหชาตาย อภินนฺทนกาย จ ตณฺหาย สสฺสตาทิอากาเรน อภินิวิสนฺตสฺส มิจฺฉาคาหสฺส จ วเสน. อนาคตธมฺมวิสยาย อธิปฺเปตตฺตา อนาคตกาลวาจโก อิธ อปร-สทฺโท. รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตสฺส กปฺปนวตฺถุโน อภาวา อนฺต-สทฺโท ภาควาจโกติ อาห – ‘‘อนาคตํ ขนฺธโกฏฺฐาส’’นฺติ. กปฺเปตฺวาติ จ ตสฺมึ อปรนฺเต ตณฺหาย นาภินิเวสานํ สมตฺตนํ ปรินิฏฺฐาปนมาห. ฐิตาติ ตสฺสา ลทฺธิยา อวิชหนํ.
อนุคตาติ อารมฺมณกรณวเสน อนุ อนุ คตา อปรนฺเต ปวตฺตา. อารพฺภาติ อาลมฺพิตฺวา. วิสโย หิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อปรนฺโต. วิสยภาวโต เอว หิ โส ตสฺสา อาคมนฏฺฐานํ อารมฺมณปจฺจโย จาติ วุตฺตํ ‘‘อาคมฺม ปฏิจฺจา’’ติ. อธิวจนปทานีติ ปญฺญตฺติปทานิ, ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทิสทฺโท วิย วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺติยา อธิวจนํ ปญฺญตฺติ. อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเว, วุจฺจตีติ วจนํ, อุปริ วจนํ อธิวจนํ, อุปาทานภูตรูปาทีนํ อุปริ ปญฺญาปิยมานา อุปาทาปญฺญตฺตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปญฺญตฺติทีปกปทานีติ อตฺโถ. ปญฺญตฺติมตฺตเญฺหตํ วุจฺจติ, ยทิทํ, ‘‘อตฺตา โลโก’’ติ จ, น รูปเวทนาทโย วิย ปรมตฺโถ. อธิกวุตฺติตาย วา อธิมุตฺติโยติ ทิฏฺฐิโย วุจฺจนฺติ. อธิกญฺหิ สภาวธมฺเมสุ สสฺสตาทึ ปกติอาทึ ทฺรพฺยาทึ ชีวาทึ กายาทิญฺจ อภูตมตฺถํ อชฺฌาโรเปตฺวา ทิฏฺฐิโย ปวตฺตนฺตีติ. อภิวทนฺตีติ, ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา วทนฺติ, ‘‘อยํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม’’ติอาทินา วิวทนฺติ. อภิวทนกิริยาย อชฺชาปิ อวิจฺเฉทภาวทสฺสนตฺถํ วตฺตมานกาลวจนํ.
สญฺญา เอตสฺส อตฺถีติ สญฺญีติ อาห ‘‘สญฺญาสมงฺคี’’ติ. นตฺถิ เอตสฺส โรโค ภงฺโคติ อโรโคติ อโรคสทฺทสฺส นิจฺจปริยายตา เวทิตพฺพา. โรครหิตตาสีเสน วา นิพฺพิการตาย นิจฺจตํ ปฏิชานาติ ทิฏฺฐิคติโกติ อาห ‘‘อโรโคติ นิจฺโจ’’ติ. อิมินาติ, ‘‘สญฺญี อตฺตา อโรโค ปรํ มรณา’’ติ อิมินา วจเนน. โสฬส สญฺญีวาทาติ – รูปีจตุกฺกํ, อรูปีจตุกฺกํ, อนฺตวาจตุกฺกํ, เอกนฺตสุขีจตุกฺกนฺติ – อิเมสํ จตุนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน โสฬส สญฺญีวาทา กถิตา. อิเมสุเยว ปุริมานํ ทฺวินฺนํ จตุกฺกานํ วเสน อฏฺฐ สญฺญีวาทา อฏฺฐ จ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา เวทิตพฺพา. สตฺต อุจฺเฉทวาทาติ มนุสฺสตฺตภาเว กามาวจรเทวตฺตภาเว รูปาวจรเทวตฺตภาเว จตุพฺพิธารุปฺปตฺตภาเว จวิตฺวา สตฺตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน สตฺต อุจฺเฉทวาทา กถิตา. อสโต วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวนิพนฺธโน อุจฺเฉทวาโทติ วุตฺตํ ‘‘สโตติ วิชฺชมานสฺสา’’ติ. ยาวายํ อตฺตา น อุจฺฉิชฺชติ, ตาว วิชฺชติ เอวาติ คหณโต นิรุทยวินาโส อิธ อุจฺเฉโทติ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อุปจฺเฉท’’นฺติ. วิเสเสน นาโส วินาโส, อภาโว, โส ปน มํสจกฺขุ-ปญฺญาจกฺขุ-ทสฺสนปถาติกฺกโมวาติ อาห ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาส-สทฺโท โลเก นิรุโฬฺห. ภววิคมนฺติ สภาวาปคมนํ โย หิ นิรุทยวินาสวเสน อุจฺฉิชฺชติ, น โส อตฺตโน สภาเวเนว ติฏฺฐติ.
ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ ปญฺจกามคุณสุขมนุโภควเสน จตุพฺพิธรูปชฺฌานสุขปริโภควเสน จ ทิฏฺฐธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺติปญฺญาปนวาทา. ทิฏฺฐธมฺโมติ ทสฺสนภูเตน ญาเณน อุปลทฺธธมฺโม. ตตฺถ โย อนินฺทฺริยวิสโย, โสปิ สุปากฏภาเวน อินฺทฺริยวิสโย วิย โหตีติ อาห – ‘‘ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจตี’’ติ. เตเนว จ, ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธอตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. สญฺญีติ อาทิวเสน ตีหากาเรหิ สนฺตนฺติ สญฺญี อสญฺญี เนวสญฺญีนาสญฺญีติ อิเมหิ อากาเรหิ วิชฺชมานํ, สทา อุปลพฺภมานํ สสฺสตนฺติ อตฺโถ. สญฺญี อตฺตาติอาทีนิ ตีณิ ทสฺสนานิ. สนฺตอตฺถวเสน เอกนฺติ สสฺสตสฺส อตฺตโน วเสน เอกํ ทสฺสนํ. อิตรานิ เทฺวติ อุจฺเฉทวาท-ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทสญฺญิตานิ เทฺว ทสฺสนานิ. ตีณิ หุตฺวา ปญฺจ โหนฺตีติ อิทํ, ‘‘สนฺตอตฺถวเสน เอก’’นฺติ สงฺคหวเสน วุตฺตสฺส สญฺญีติ อาทิวิภาควเสน วุตฺตตฺตา สุวิญฺเญยฺยนฺติ อฏฺฐกถายํ น อุทฺธฏํ.
๒๒. รูปีํ วาติ เอตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๗๖-๗๗) ยทิ รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปีติ อยมตฺโถ อธิปฺเปโต. เอวํ สติ รูปวินิมุตฺเตน อตฺตนา ภวิตพฺพํ สญฺญาย วิย รูปสฺสปิ อตฺตนิยตฺตา. น หิ สญฺญี อตฺตาติ เอตฺถ สญฺญา อตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ สุมงฺคลวิลาสินิยํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๖-๗๗) ‘‘ตตฺถ ปวตฺตสญฺญญฺจสฺส สญฺญาติ คเหตฺวาติ วุตฺต’’นฺติ. เอวํ สนฺเต, ‘‘กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาตี’’ติ อิทํ กถนฺติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ – ‘‘รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี’’ติ, อถ โข ‘‘รุปฺปนสีโล รูปี’’ติ. รุปฺปนญฺเจตฺถ รูปสริกฺขตาย กสิณรูปสฺส วฑฺฒิตาวฑฺฒิตกาลวเสน วิเสสาปตฺติ, สา จ นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ปริตฺตวิปุลตาทิวิเสสสพฺภาวโต. ยทิ เอวํ อิมสฺส วาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห น ยุชฺชตีติ? โน น ยุชฺชติ กายเภทโต อุทฺธํ อตฺตโน นิพฺพิการตาย เตน อธิปฺเปตตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อโรโค ปรํ มรณา’’ติ. อถ วา ‘‘รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี’’ติ วุจฺจมาเนปิ น โทโส. กปฺปนาสิทฺเธนปิ หิ เภเทน สามินิทฺเทสทสฺสนโต ยถา ‘‘สิลาปุตฺตกสฺส สรีร’’นฺติ. รุปฺปนํ วา รุปฺปนสภาโว รูปํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ รูปี, อตฺตา ‘‘รูปิโน ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๑ ทุกมาติกา) วิย. เอวญฺจ กตฺวา รูปสภาวตฺตา อตฺตโน ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติ วจนํ ญายาคตเมวาติ ‘‘กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาตี’’ติ วุตฺตํ. อรูปินฺติ เอตฺตาปิ วุตฺตนยานุสาเรน ยถารหํ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. สนฺตสุขุมํ มุญฺจิตฺวา ตพฺพิปรีตสฺส คหเณ การณํ นตฺถีติ ลาภี, ‘‘กสิณรูปํ อตฺตา’’ติ คณฺหาตีติ ลาภิตกฺกิโน ฐเปตฺวา, เสสตกฺกี ลาภิคฺคหเณเนว คหิตา. อนุสฺสุติตกฺกิโกปิ สุทฺธตกฺกิโกปิ วา นิรงฺกุสตฺตา ตกฺกนสฺส กสิณรูปมฺปิ อตฺตาติ กทาจิปิ คเณฺหยฺยาติ วุตฺตํ – ‘‘อุโภปิ รูปานิ คณฺหาติเยวา’’ติ. สุทฺธตกฺกิกสฺส อุภยคฺคหณํ น กตํ, ตสฺมา สาสงฺกวจนํ.
กสิณุคฺฆาฏิมากาส-ปฐมารุปฺปวิญฺญาณ-นตฺถิภาวอากิญฺจญฺญายตนานิ อรูปสมาปตฺตินิมิตฺตํ. ฐเปตฺวา สญฺญากฺขนฺธนฺติ อิทํ สญฺญาย อตฺตนิยตํ หทเย กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘รูปึ วา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน ปน อตฺเถ วุจฺจมาเน สญฺญากฺขนฺธํ พหิทฺธา อกตฺวา ‘‘อรูปธมฺเม’’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ สิยา. มิสฺสกคฺคาหวเสนาติ รูปารูปสมาปตฺตีนํ นิมิตฺตานิ เอกชฺฌํ กตฺวา, ‘‘เอโก อตฺตา’’ติ, ตตฺถ ปวตฺตสญฺญญฺจสฺส, ‘‘สญฺญา’’ติ คหณวเสน. อยญฺหิ ทิฏฺฐิคติโก รูปารูปสมาปตฺติลาภิตาย ตํนิมิตฺตํ รูปภาเวน อรูปภาเวน จ คเหตฺวา อุปติฏฺฐติ, ตสฺมา, ‘‘รูปี อรูปี จา’’ติ อภินิเวสํ ชเนติ อชฺฌตฺตวาทิโน วิย ตกฺกมตฺเตเนว วา รูปารูปธมฺเม มิสฺสกวเสน คเหตฺวา, ‘‘รูปี จ อรูปีจ อตฺตา โหตี’’ติ. ตกฺกคาเหเนวาติ สงฺขาราวเสสสุขุมภาวปฺปตฺตธมฺมา วิย จ อจฺจนฺตสุขุมภาวปตฺติยา สกิจฺจสาธนาสมตฺถตาย ถมฺภกุฏฺฏหตฺถปาทานํ สงฺฆาโต วิย เนว รูปี, รูปสภาวานติวตฺตนโต น อรูปีติ เอวํ ปวตฺตตกฺกคาเหน. ลาภิวเสนปิ วา อนฺตานนฺติกจตุตฺถวาเท วกฺขมานนเยน อญฺญมญฺญปฏิปกฺขวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เกวลํ ปน ตตฺถ เทสกาลเภทวเสน ตติยจตุตฺถวาทา อิจฺฉิตา; อิธ กาลวตฺถุ เภทวเสนาติ อยเมว วิเสโส. กาลเภทวเสน เจตฺถ ตติยวาทสฺส ปวตฺติ รูปารูปนิมิตฺตานํ สห อนุปฏฺฐานโต; จตุตฺถวาทสฺส ปน วตฺถุเภทวเสน ปวตฺติ รูปารูปธมฺมานํ สมูหโต, ‘‘เอโก อตฺตา’’ติ ตกฺกวเสนาติ ตตฺถ วกฺขมานนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ.
ยทิปิ อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน ทิฏฺฐิคติกสฺส วเสน สมาปตฺติเภเทน สญฺญานานตฺตสมฺภวโต ทุติยทิฏฺฐิปิ สมาปนฺนกวเสน ลพฺภติ; ตถาปิ สมาปตฺติยํ เอกรูเปเนว สญฺญาย อุปฏฺฐานโต, ‘‘ปฐมทิฏฺฐิ สมาปนฺนกวาเรน กถิตา’’ติ อาห. เตเนเวตฺถ สมาปนฺนกคฺคหณํ กตํ. เอกสมาปตฺติลาภิโน เอว วา วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมาปตฺติ เภเทน สญฺญาเภทสมฺภเวปิ พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ สญฺญานานตฺเตน โอฬาริเกน นานตฺตสญฺญีติ, ‘‘ทุติยทิฏฺฐิ อสมาปนฺนกวาเรนา’’ติ อาห. อวฑฺฒิตกสิณวเสน ปริตฺตสญฺญิตํ, วฑฺฒิตกสิณวเสน อปฺปมาณสญฺญิตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตติยทิฏฺฐิ สุปฺปมตฺเตน วา สราวมตฺเตน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘องฺคุฏฺฐปฺปมาโณ วา อตฺตา ยวปฺปมาโณ, อณุมตฺโต วา อตฺตา’’ติอาทิทสฺสนวเสน (อุทา. อฏฺฐ. ๕๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๗๖-๗๗) ปริตฺโต สญฺญีติ ปริตฺตสญฺญี. กปิลกณาทาทโย (วิภ. อนุฏี. ๑๘๙) วิย อตฺตโน สพฺพคตภาวปฏิชานนวเสน อปฺปมาโณ สญฺญีติ อปฺปมาณสญฺญีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
เอตนฺติ, ‘‘รูปึ วา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตอตฺตวาทํ. เอเกสนฺติ เอกจฺจานํ. อุปาติวตฺตตนฺติ อติกฺกมนฺตานํ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. วิญฺญาณกสิณเมเก อภิวทนฺตีติ โยชนา. เตนาห – ‘‘สญฺญํ…เป… อภิวทนฺตี’’ติ. ตตฺถ ‘‘สญฺญํ ฐเปตฺวา เสสานิ ตีณี’’ติ อิทํ สญฺญาย จตุกฺกมฺปิ ปริปุณฺณเมว คเหตฺวา, อปเร อฏฺฐกนฺติ วทนฺติ. ตทุภยนฺติ ตํ สญฺญาอฏฺฐกนฺติ วุตฺตํ อุภยํ. ปรโต อาวิ ภวิสฺสตีติ, ‘‘จตสฺโส รูปสญฺญี’’ติอาทินา อุปริ ปกาเสสฺสติ. วกฺขติ หิ – ‘‘โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ, อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺตี’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๒). เอตฺถาติ, ‘‘เอตํ วา ปนา’’ติ เอตสฺมึ วาเกฺย. สมติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ ตตฺถ อาทีนวทสฺสเนน ตทุทฺธํ อานิสํสทสฺสเนน จ พฺรูหิตสทฺธาทิ คุณตฺตา, วิปริยาเยน อสกฺกุณนํ เวทิตพฺพํ. เย สกฺโกนฺติ, เตว คหิตา เตสํเยว วเสน วกฺขมานสฺส วิเสสสฺส วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา. สกฺโกนฺตานญฺจ เนสํ อุปาติวตฺตนํ อตฺตโน ญาณพลานุรูปนฺติ อิมมตฺถํ อุปมาย ทสฺเสตุํ, ‘‘เตสํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อปฺปมาณนฺติ อปฺปมาณารมฺมโณ, อปฺปมาณารมฺมณตา จสฺส อาคมนวเสน เวทิตพฺพา อนนฺตารมฺมณโต วา. น หิ อารมฺมเณ อนนฺตนฺติ ปรมานนฺตสฺส ปมาณํ วา คณฺหาติ. สุขทุกฺเขหิ อนิญฺชนโต รูปวิราคภาวนาวิเสสตาย จ อาเนญฺชํ ปตฺวา ติฏฺฐติ, อยํ โน อตฺตาติ อภิวทนฺตา ติฏฺฐนฺติ. วิญฺญาณกสิณเมเกติ วิญฺญาณญฺจายตนํ เอเก ทิฏฺฐิคติกา อตฺตาติ วทนฺติ. เตนาห – ‘‘วิญฺญาณญฺจายตนํ ตาว ทสฺเสตุ’’นฺติ. ตสฺส ปน อารมฺมณภูตํ กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตวิญฺญาณนฺติ อปเร. ตญฺหิ กสิณํ มนสิการวเสน, ‘‘วิญฺญาณกสิณ’’นฺติ, วิญฺญาณญฺจ ตํ อารมฺมณฏฺเฐน อายตนญฺจาติ, ‘‘วิญฺญาณญฺจายตน’’นฺติ จ วุจฺจติ. อากิญฺจญฺญายตนเมเกติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ตยิทนฺติ ย-กาโร ปทสนฺธิกโรติ อาห ‘‘ตํ อิท’’นฺติ. ทิฏฺฐิคตนฺติ ยถา วุตฺตํ ‘‘สญฺญี อตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตํ ทิฏฺฐึ. ทิฏฺฐิเยว หิ ทิฏฺฐิคตํ ‘‘มุตฺตคตํ (ม. นิ. ๒.๑๑๙; อ. นิ. ๙.๑๑), สงฺขารคต’’นฺติอาทีสุ (มหานิ. ๔๑) วิย. คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตํ ทิฏฺฐิคตํ, ทิฏฺฐิยา คหณมตฺตนฺติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิปกาโร วา ทิฏฺฐิคตํ. โลกิยา หิ วิธยุตฺตคตปการสทฺเท สมานตฺเถ อิจฺฉนฺติ. ทิฏฺฐิปจฺจโย ทิฏฺฐิการณํ, อวิชฺชาทิ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อวิชฺชาปิ หิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ อุปนิสฺสยาทิภาวโต. ยถาห – ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๐๗). ผสฺโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๑๘-๑๒๔). สญฺญาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติ (สุ. นิ. ๘๘๐; มหานิ. ๑๐๙). วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห – ‘‘ตกฺกญฺจ ทิฏฺฐีสุ ปกปฺปยิตฺวา, สจฺจํ มุสาติ ทฺวยธมฺมมาหู’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๒; มหานิ. ๑๒๑). อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ยถาห – ‘‘ตสฺเสวํ มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, อตฺถิ เม อตฺตาติ ตสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙). ทิฏฺฐารมฺมณนฺติ ทิฏฺฐิอารมฺมณภูตํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. เตนาห – ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐). รูปเวทนาทิวินิมุตฺตสฺส ทิฏฺฐิยา อารมฺมณสฺส อภาวโต อนาทิยิตฺวา อิทเมว ทสฺเสติ – ‘‘อิมินา ปจฺจเยน อิทํ นาม ทสฺสนํ คหิต’’นฺติ. อิมินา ปจฺจเยนาติ วา เอตฺถ ปจฺจยคฺคหเณน อารมฺมณมฺปิ คหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตเทวาติ ทิฏฺฐิคตญฺเจว ทิฏฺฐิปจฺจยญฺจ. รูปสญฺญานนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เอวํ-สทฺโท ปการตฺโถ, ‘‘ยทิ รูปสญฺญาน’’นฺติอาทินา ปกาเรน วุตฺตสญฺญานนฺติ อตฺโถ. นิรุปกฺกิเลสา นีวรณาทิ อุปกฺกิเลสวิมุตฺติโต. อุตฺตมา ปณีตภาวปฺปตฺติโต, ตโต เอว เสฏฺฐา, เสฏฺฐตฺตา เอว อุตฺตริตราภาวโต อนุตฺตริยา. อกฺขายตีติ อุปฏฺฐาติ. อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย วิสุํ วุจฺจมานตฺตา จตุตฺถารุปฺปสญฺญาย จ อิมสฺมึ สญฺญีวาเท อโนตรณโต, ‘‘ยทิ อารุปฺปสญฺญานนฺติ อิมินา อากาสานญฺจายตน-วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อิตเรหิ ปน ทฺวีหีติ, ‘‘ยทิ เอกตฺตสญฺญานํ, ยทิ นานตฺตสญฺญาน’’นฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ. สมาปนฺนกวาโร จ ตถา อิธ กถิโตติ อธิปฺปาโย. โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ สญฺญา จตุกฺกทฺวยสงฺคหโต. เอกตฺตสญฺญีปทํ ฐเปตฺวา อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺติ อคฺคหิตคฺคหเณนาติ อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘สมาปนฺนก…เป… สงฺคหิโตเยวา’’ติ.
สญฺญาคตนฺติ สญฺญาวเสน คตํ, สญฺญาสงฺคหํ คตํ วา. ตสฺส ปน อทิฏฺฐิคตสฺสปิ อุปลพฺภมานตฺตา, ‘‘สทฺธึ ทิฏฺฐิคเตนา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตนฺติ สห การณภูเตหิ ปจฺจเยหิ เตเนว สห การณภาเวน สมาคนฺตฺวา นิพฺพตฺติตํ; ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อตฺโถ. สงฺขตตฺตา โอฬาริกํ อุปฺปาทวยญฺญถตฺตสพฺภาวโต. ยสฺส หิ อุปฺปาโท ปญฺญายติ, วโย ปญฺญายติ, ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ, ตํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวโต ปสฺสนฺตสฺส ปากฏภูตวิการํ โอฬาริกํ สิยา. น เจตฺถ มคฺคผลธมฺมา นิทสฺเสตพฺพา เตสํ ตถา อนนุปสฺสิตพฺพโต; เตสมฺปิ สงฺขตภาเวน อิตเรหิ สมานโยคกฺขมตาย ทุนฺนิวารยภาวโต. ตถา หิ ‘‘อเสสวิราคนิโรธา’’ติ (อุทา. ๓) วจนโต มคฺคสฺสปิ นิสฺสรณภาเวน ‘‘อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ’’ติ นิพฺพานเมเวตฺถ ปฏิโยคภาเวน อุทฺธฏํ ‘‘นิรุชฺฌนฺติ เอตฺถา’’ติ กตฺวา. นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถีติ เอตฺถ, – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อสงฺขต’’นฺติ สุตฺตปทํ (อุทา. ๗๓) อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. นิพฺพานทสฺสีติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิพฺพานทสฺสี, ตโต เอว อิตราภิสมยตฺถสิทฺธิยา ตํ สงฺขตํ อติกฺกนฺโต.
๒๓. อฏฺฐสุ อสญฺญีวาเทสูติ อิทํ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๗๘-๘๐) อาคตนเยน วุตฺตเมว หิ สนฺธาย เหฏฺฐา, ‘‘สญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ อสญฺญีวาทา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน จตฺตาโร วาทา เอว อุทฺธฏา. เตนาห ‘‘อสญฺญี’’ติอาทิ. เอส นโย ปรโต ‘‘อฏฺฐสุ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทสู’’ติ เอตฺถาปิ. สญฺญาย สติ ตาย เวทนาคาหสพฺภาวโต ‘‘อาพาธนฏฺเฐน สญฺญา โรโค’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขตาสูลโยคโต กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทชราภงฺเคหิ อุทฺธุมาตปกฺกปภิชฺชนโต จ สญฺญา คณฺโฑ; สฺวายมตฺโถ โทสทุฏฺฐตาย เอว โหตีติ อาห – ‘‘สโทสฏฺเฐน คณฺโฑ’’ติ. ปีฬาชนนโต อนฺโตตุทนโต ทุรุทฺธรณโต จ สญฺญา สลฺลํ; สฺวายมตฺโถ อตฺตภาวํ อนุปวิสิตฺวา อวฏฺฐาเนนาติ อาห ‘‘อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน สลฺล’’นฺติ. ปฏิสนฺธิคฺคหเณ วิญฺญาณํ กุโตจิ อาคตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิสนฺธิวเสน อาคติ’’นฺติ. คตินฺติ ปวตฺตึ. สา ปน ตาสุ ตาสุ คตีสุ วุตฺติ โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘จุติวเสน คติ’’นฺติ; วฑฺฒนวเสน ฆนปพนฺธวเสนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อปราปร’’นฺติ. อปราปรญฺหิ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานํ วิญฺญาณํ นนฺทูปเสจนํ; อิตรํ ขนฺธตฺตยํ วา นิสฺสาย อภิวุทฺธึ ปติฏฺฐํ มหนฺตญฺจ ปาปุณาตีติ. ปวฑฺฒวเสน วา คตึ, นิกฺเขปวเสน จุตึ, ตโต อปราปรญฺจ รูปปวตฺตนวเสน อุปปตฺตึ, อินฺทฺริยปริปากวเสน วุฑฺฒึ ตสฺส ตสฺส กมฺมสฺส กตูปจิตภาเวน วิรุฬฺหึ; ตสฺส กมฺมสฺส ผลนิพฺพตฺติยา เวปุลฺลนฺติ โยเชตพฺพํ.
กามญฺจาติอาทินา ‘‘อญฺญตฺร รูปา’’ติอาทิกา โจทนา ลกฺขณวเสน วุตฺตาติ ทสฺเสตฺวา อยญฺจ นโย โจทนาย อวิสิฏฺฐวิสยตาย สิยา; วิสิฏฺฐวิสยา ปนายํ โจทนาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘อยํ ปน ปโญฺห’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺตเก ขนฺเธติ ยถาวุตฺเต รูปเวทนาทิเก จตฺตาโร ขนฺเธ. อญฺญตฺร รูปาติ อิมินา ยตฺถ กตฺถจิ รูเปน วินา วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ นตฺถีติ ทีปิตํ โหติ. ภววิเสสโจทนาย สภาวโต เอว วิญฺญาเณน วินา รูปสฺสปิ ปวตฺติ นตฺถีติ ทีปิตํ โหตีติ อาห – ‘‘อรูปภเวปิ รูปํ, อสญฺญาภเว จ วิญฺญาณํ อตฺถี’’ติ. นิโรธสมาปนฺนสฺสาติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺสปิ วิญฺญาณํ อตฺถิ. พฺยญฺชนจฺฉายาย เจ อตฺถํ ปฏิพาหสีติ ยทิ สทฺทตฺถเมว คเหตฺวา อธิปฺปายํ น คณฺหสิ เนยฺยตฺถํ สุตฺตนฺติ. เอตฺถ จ อสญฺญภเว นิพฺพตฺตสตฺตวเสน ปฐมวาโท; สญฺญํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ เอตฺถ วุตฺตนเยน สญฺญํเยว อตฺตาติ คเหตฺวา ตสฺส กิญฺจนภาเวน ฐิตาย อญฺญาย สญฺญาย อภาวโต อสญฺญีติ ปวตฺโต ทุติยวาโท; ตถา สญฺญาย สห รูปธมฺเม สพฺเพ เอว วา รูปารูปธมฺเม อตฺตาติ คเหตฺวา ปวตฺโต ตติยวาโท; ตกฺกคฺคาหวเสเนว ปวตฺโต จตุตฺถวาโท. เตสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทปิ อสญฺญภเว นิพฺพตฺตสฺส สตฺตสฺส จุติปฏิสนฺธีสุ; สพฺพตฺถ วา ปฏุสญฺญากิจฺจํ กาตุํ อสมตฺถาย สุขุมาย สญฺญาย อตฺถิภาวปฏิชานนวเสน ปฐมวาโท; อสญฺญีวาเท วุตฺตนเยน สุขุมาย สญฺญาย วเสน สญฺชานนสภาวตาปฏิชานนวเสน จ ทุติยวาทาทโย ปวตฺตาติ. เอวเมตฺถ เอเตสํ วาทานํ สพฺภาโว เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
๒๔. ยตฺถ น สญฺญา, ตตฺถ ญาณสฺส สมฺภโว เอว นตฺถีติ อาห – ‘‘อสญฺญา สมฺโมโห’’ติ, อสญฺญภาโว นาม สมฺโมหปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. ยถา นิยฺยนฺตีติ นิยฺยานิยาติ พหุลํ วจนโต กตฺตุสาธโน นิยฺยานิยสทฺโท, เอวํ อิธ วิญฺญาตพฺพสทฺโทติ อาห – ‘‘วิชานาตีติ วิญฺญาตพฺพ’’นฺติ, วิชานนํ วิญฺญาณนฺติ อตฺโถ. เตน ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตนาติ ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาณปฺปมาเณนาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห – ‘‘ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติมตฺเตนา’’ติ, นิพฺพิกปฺปภาวโต ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติสเมน ภาวนาภินีหาเรนาติ อตฺโถ. โอฬาริกสงฺขารปฺปวตฺติมตฺเตนาติ โอฬาริกานํ สงฺขารานํ ปวตฺติยา. โอฬาริกสงฺขาราติ เจตฺถ อากิญฺจญฺญายตนปริโยสานา สมาปตฺติธมฺมา อธิปฺเปตา. อุปสมฺปทนฺติ เย สญฺญาย, อสญฺญิภาเว จ โทสํ ทิสฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ วณฺเณนฺตาปิ รูปชฺฌานปฏิลาภมตฺเตน ตสฺส สมฺปาทนํ ปฏิลาภํ อธิคมํ ปญฺญเปนฺติ, เตสํ ตสฺส พฺยสนํ อกฺขายติ อนุปายภาวโต. เตนาห ‘‘วินาโส’’ติอาทิ. วุฏฺฐานนฺติ สทิสสมาปชฺชนปุพฺพกํ ปริวุฏฺฐานํ. สมาปตฺติ เอว เตสํ นตฺถิ อนธิคตตฺตา. โอฬาริกสงฺขารปฺปวตฺติยา อนฺตมโส อากิญฺจญฺญายตนสงฺขารปฺปวตฺติยาปิ ปตฺตพฺพนฺติ น อกฺขายติ เตปิ สมติกฺกมิตฺวา ปตฺตพฺพโต. สงฺขารานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. อวเสสาติ อิโต ปรํ สุขุมภาโว นาม นตฺถีติ สุขุมภาวาปตฺติยา อวเสสา. เตนาห – ‘‘ภาวนาวเสน สพฺพสุขุมภาวํ ปตฺตา สงฺขารา’’ติ. เอตนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ, ปตฺตพฺพํ นาม โหติ ตาทิสสงฺขารปฺปตฺติยํ ตพฺโพหารโต. สงฺขตํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา.
๒๕. ‘‘เย เต สมณพฺราหฺมณา สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕) วกฺขมานตฺตา สพุทฺธิยํ วิปริวตฺตมาเน เอกชฺฌํ คเหตฺวา, ‘‘ตตฺรา’’ติ ภควตา วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ตตฺราติ สตฺตสุ อุจฺเฉทวาเทสุ ภุมฺม’’นฺติ. อุทฺธํ สรนฺติ อุทฺธํ คตํ สรนฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อุทฺธํ วุจฺจตี’’ติอาทิ. สรนฺตาติ ยตฺถ ปตฺเถนฺติ น ลภนฺติ, ตํ ชานนฺตา. อาสตฺตินฺติ อาสีสนํ. เปจฺจาติ ปรโลเก. วาณิชูปมา วิยาติ ภวปริยาปนฺนผลวิเสสาเปกฺขาย ปฏิปชฺชนโต. สกฺกายสฺส ภยาติ สนฺโต กาโยติ สกฺกาโย, ปรมตฺถโต วิชฺชมาโน ธมฺมสมูโหติ กตฺวา อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ, ตโต ภายเนน. มา ขียิ มา ปริกฺขยํ อคมาสิ. มา โอสีทิ มา เหฏฺฐา ภสฺสิ. อพฺภนฺติ อากาสํ มา อุนฺทฺริยิ มา ภิชฺชิตฺวา ปติ. คทฺทุเลน พทฺโธ คทฺทุลพทฺโธ. ทฬฺหถมฺโภ วิย ขีโล วิย จ สกฺกาโย ทุมฺโมจนียโต. สา วิย ทิฏฺฐิคติโก ตสฺส อนุปริวตฺตนโต. ทณฺฑโก วิย ทิฏฺฐิ เฉทนกรณาย อสมตฺถภาวกรณโต. รชฺชุ วิย ตณฺหา พนฺธนโต จ, อารมฺมณกรณวเสน สมนฺนาคมนวเสน จ สมฺพทฺธภาวโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐิทณฺฑเก ปเวสิตาย ตณฺหารชฺชุยา’’ติ.
๒๖. ภควา อตฺตโน เทสนาวิลาเสน เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน (จตุจตฺตารีส อปรนฺตกปฺปิกวาทา ตตฺถ ตตฺถ อนฺโตคธาติ) อุทฺเทสวเสน ปญฺเจว สงฺคเหตฺวา ยถุทฺเทสํ นิคเมนฺโต, ‘‘อิมาเนว ปญฺจายตนานี’’ติ อาห. ตตฺถ ทุกฺขสฺส นิมิตฺตภาวโต ทิฏฺฐิคตานํ การณฏฺเฐน อายตนตฺโถติ วุตฺตํ – ‘‘อิมาเนว ปญฺจ การณานี’’ติ. สญฺญีอาทิวเสน ตีณิ อุจฺเฉทวาโทติ จตฺตาริ ภาชิตานิ. อิตรํ ปน ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ กุหึ ปวิฏฺฐํ? สรูปโต อภาชิตตฺตา ยถาภาชิเตสุ วาเทสุ กตฺถ อนฺโตคธนฺติ ปุจฺฉติ. อุทฺเทเส ปน สรูปโต คหิตเมว, ‘‘ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วา ปเนเก อภิวทนฺตี’’ติ. อิตโร เอกตฺตสญฺญีวาเท นานตฺตสญฺญีวาเท อนฺโตคธนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกตฺต…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห ยถาสุขญฺเจตํ วุตฺตํ. ปฐโม หิ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาโท นานตฺตสญฺญีวาเท อนฺโตคโธ, อิตเร จตฺตาโร เอกตฺตสญฺญีวาเท.
๒๗. อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตนฺติ อตีตํ ขนฺธโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ. ปุพฺเพ นิวุตฺถธมฺมวิสยา กปฺปนา อิธาธิปฺเปตา, ตสฺมา อตีตกาลวาจโก อิธ ปุพฺพสทฺโท, รูปาทิขนฺธวินิมุตฺตญฺจ กปฺปนาวตฺถุ นตฺถิ, อนฺตสทฺโท จ โกฏฺฐาสวาจโก. เตน วุตฺตํ ‘‘อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา’’ติ. ‘‘กปฺเปตฺวา’’ติ จ ตสฺมึ ปุพฺพนฺเต ตณฺหายนาภินิวิสานํ สมตฺถนํ ปรินิฏฺฐาปนํ วทติ. เสสมฺปีติ ‘‘ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐี’’ติ เอวมาทิกํ. ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการนฺติ ‘‘อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน’’ติอาทีสุ วุตฺตปฺปการํ. เอเกกสฺมิญฺจ อตฺตาติ อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ กตฺวา, โลโกติ โลกิยนฺติ เอตฺถ ปุญฺญปาปานิ ตพฺพิปากา จาติ กตฺวา, ตํ ตํ คหณวิเสสํ อุปาทาย ปญฺญาปนํ โหตีติ อาห – ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา’’ติ. สพฺพทาภาเวน สสฺสโต. อมโร นิจฺโจ ธุโวติ ตสฺเสว เววจนานิ. มรณาภาเวน อมโร, อุปฺปาทาภาเวน สพฺพกาลํ วตฺตนโต นิจฺโจ, ถิรฏฺเฐน วิการาภาเวน ธุโว, ยถาหาติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ นิทฺเทสปฏิสมฺภิทาปาฬีหิ วิภาเวติ. อยญฺจ อตฺโถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐-๑๓๑) อิมิสฺสา ปญฺจวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน วุตฺโต. ‘‘รูปวนฺต’’นฺติอาทิกาย (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐-๑๓๑) ปน ปญฺจทสวิธาย สกฺกายทิฏฺฐิยา วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร ขนฺเธ, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺญํ – ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภติ, ตถา เอกํ ขนฺธํ, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ตทญฺเญ ‘‘โลโก’’ติ ปญฺญเปนฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอเสว นโยติ อิมินา ยถา ‘‘รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา สสฺสโต…เป… ธุโว’’ติ อตฺโถ วุตฺโต; เอวํ อสสฺสโต อนิจฺโจ อธุโว อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ น โหติ ปรํ มรณา; นิจฺโจ จ อนิจฺโจ จ เนวนิจฺโจ นานิจฺโจติ เอวมาทิมตฺถํ อติทิสติ.
จตฺตาโร สสฺสตวาทาติ ลาภีวเสน ตโย, ตกฺกีวเสน เอโกติ เอวํ จตฺตาโร. ปุพฺเพนิวาสญาณลาภี ติตฺถิโย มนฺทปญฺโญ อเนกชาติสตสหสฺสมตฺตํ อนุสฺสรติ, มชฺฌิมปญฺโญ ทส สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปานิ, ติกฺขปญฺโญ จตฺตารีส สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺปานิ, น ตโต ปรํ. โส เอวํ อนุสฺสรนฺโต อตฺตา จ โลโก จาติ อภิวทติ. ตกฺกี ปน ตกฺกปริยาหตํ วีมํสานุจริตํ สยํปฏิภานํ สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ อภิวทติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลาภีวเสน ตโย, ตกฺกีวเสน เอโกติ เอวํ จตฺตาโร สสฺสตวาทา’’ติ. เอเตเนว จ อธิจฺจสมุปฺปตฺติกวาโท วิย สสฺสตวาโท กสฺมา ทุวิเธน น วิภตฺโตติ เจ? ปฏิกฺขิตฺตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอตฺถ จ, ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ วาเท อยมยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ หิ ปเรน ปริกปฺปิโต อตฺตา, โลโก วา สสฺสโต สิยา, ตสฺส นิพฺพิการตาย ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ หิเต จ ปฏิปตฺติอตฺถํ อุปเทโส เอว นิปฺปโยชโน สิยา สสฺสตวาทิโน. กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ วิการาภาวโต; เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ; ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อนุภวนนิพนฺโธ เอว สสฺสตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพทฺธาภาวโต, ชาติอาทีนํ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข. อถ ปน ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ, ยสฺส วเสนายํ กิริยาทิโวหาโรติ วเทยฺย. เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ; เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา ตโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา, ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. โย หิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ. ตสฺมา ตทวตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส, กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถกา สิยา. อถ อนญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสมฺภวาปตฺติโต กุโต นิจฺจตาวกาโส. ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาติ พนฺธนวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชติ เอว สสฺสตวาโท; น เจตฺถ โกจิ วาที ธมฺมานํ สสฺสตภาเว ปริสุทฺธํ ยุตฺตึ วตฺตุํ สมตฺโถ อตฺถิ; ยุตฺติรหิตญฺจ วจนํ น ปณฺฑิตานํ จิตฺตมาราเธตีติ วิญฺญูหิ ฉฑฺฑิโต เอวายํ สสฺสตวาโทติ.
สตฺต อุจฺเฉทวาทาติ เอตฺถ เต สรูปมตฺตโต เหฏฺฐา ทสฺสิตา เอว, ตตฺถ เทฺว ชนา อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหนฺติ ลาภี จ อลาภี จ. ตตฺถ ลาภี นาม ทิพฺพจกฺขุญาณลาภี ทิพฺเพน จกฺขุนา อรหโต จุตึ ทิสฺวา อุปปตฺตึ อปสฺสนฺโต. โย วา ปุถุชฺชนานมฺปิ จุติมตฺตเมว ทฏฺฐุํ สกฺโกติ, ปุพฺพโยคาภาเวน ปริกมฺมากรเณน วา อุปปาตํ ทฏฺฐุํ น สกฺโกติ. โส ‘‘ตตฺถ ตตฺเถว อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. อลาภี – ‘‘โก ปรโลกํ ชานาติ, เอตฺตโก ชีววิสโย, ยาว อินฺทฺริยโคจโร’’ติ อตฺตโน ธีตุยา หตฺถคฺคณฺหนกราชา วิย กามสุขคิทฺธตาย วา, ‘‘ยถา รุกฺขปณฺณานิ รุกฺขโต ปติตานิ น ปฏิสนฺธิยนฺติ, เอวํ สพฺเพปิ สตฺตา อปฺปฏิสนฺธิกมรณเมว คจฺฉนฺติ, ชลพุพฺพุฬกูปมา สตฺตา’’ติ ตกฺกมตฺตวเสน วา อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. ตตฺถ ยํ เหฏฺฐา วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสตฺตภาเว กามาวจรเทวตฺตภาเว รูปาวจรเทวตฺตภาเว จตุพฺพิธอรูปตฺตภาเว จวิตฺวา สตฺตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน สตฺต อุจฺเฉทวาทา กถิตา’’ติ. ตตฺถ ยุตฺตํ ตาว ปุริเมสุ ตีสุ วาเทสุ ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วุตฺตํ; ปญฺจโวการภวปริยาปนฺนํ อตฺตภาวํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา เตสํ วาทานํ, น ยุตฺตํ จตุโวการภวปริยาปนฺนํ อตฺตภาวํ นิสฺสาย ปวตฺเตสุ จตุตฺถาทีสุ จตูสุ วาเทสุ, ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ วุตฺตํ. น หิ อรูปีนํ กาโย อตฺถีติ? สจฺจเมตํ, รูปภเว ปวตฺตโวหาเรเนว ทิฏฺฐิคติโก อรูปภเวปิ กายโวหารมาโรเปตฺวา อาห ‘‘กายสฺส เภทา’’ติ. ยถา ทิฏฺฐิคติเกหิ ทิฏฺฐิโย ปญฺญตฺตา, ตเถว ภควา ทสฺเสสีติ. อรูปกายภาวโต วา ผสฺสาทิธมฺมสมูหภูเต อรูปตฺตภาเว กายนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ.
เอตฺถาห – ‘‘กามาวจรเทวตฺตภาวาทินิรวเสสวิภวปติฏฺฐาปกานํ ทุติยวาทาทีนํ ยุตฺโต อปรนฺตกปฺปิกภาโว อนาคตทฺธวิสยตฺตา เตสํ วาทานํ; น ปน ทิฏฺฐิคติก-ปจฺจกฺขภูต-มนุสฺสตฺตภาว-สมุจฺเฉทปติฏฺฐาปกสฺส ปฐมวาทสฺส ปจฺจุปฺปนฺนวิสยตฺตา’’ติ. ยทิ เอวํ ยถา หิ ทุติยาทิวาทานํ, ปุริมปุริมวาทสงฺคหิตสฺเสว อตฺตโน อุตฺตรุตฺตรภโวปปตฺติยา สมุจฺเฉทนโต ยุชฺชติ อปรนฺตกปฺปิกตา, ตถา จ ‘‘โน จ โข, โภ, อยํ อตฺตา เอตฺตาวตา สมฺมา สมุจฺฉินฺโน โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ อนาคตสฺเสว มนุสฺสตฺตภาวสมุจฺเฉทสฺส อธิปฺเปตตฺตา ปฐมวาทสฺสปิ อปรนฺตกปฺปิกตา ยุชฺชติ. เอวํ สพฺพสฺสปิ ปุพฺพนฺตโต อาคตสฺส อุจฺเฉทปญฺญาปนวเสน อิธ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ เทสนา คตา. เอเต อุจฺเฉทวาทา เหฏฺฐา อปรนฺตกปฺปิเกสุ เทสนา คตา. เอเต อุจฺเฉทวาทา เหฏฺฐา อปรนฺตกปฺปิเกสุ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชติ, น ตโต อุทฺธํ ปวตฺติ อตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ชลพุพฺพุฬกูปมา หิ สตฺตาติ ตสฺส ลทฺธิ.
อิธาติ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ. อิเธว มนุสฺสตฺตภาวาทิเก อุจฺฉิชฺชติ วินฏฺฐวินาสวเสน. เอวํ อนาคเต อนุปฺปตฺติทสฺสนปรานํ อุจฺเฉทวาทานํ อปรนฺตกปฺปิเกสุ คหณํ; ปุพฺพนฺตโต ปน อาคตสฺส อตฺตโน อิเธว อุจฺเฉททสฺสนปรานํ ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ คหณํ. อิโต ปรํ น คจฺฉตีติ ปน อิทํ อตฺถโต อาปนฺนสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนํ. สตฺเตสุ สงฺขาเรสุ จ เอกจฺจสสฺสตนฺติ ปวตฺโต เอกจฺจสสฺสตวาโท. โส ปน พฺรหฺมกายิก-ขิฑฺฑาปโทสิก-มโนปโทสิกตฺตภาวโต จวิตฺวา อิธาคตานํ ตกฺกิโน จ อุปฺปชฺชนวเสน จตุพฺพิโธติ อาห ‘‘จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา’’ติ. ‘‘สงฺขาเรกจฺจสสฺสติกา’’ติ อิทํ เตหิ สสฺสตภาเวน คยฺหมานานํ ธมฺมานํ ยถาสภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ, น ปเนกจฺจสสฺสติกมตทสฺสนวเสน. ตสฺส หิ สสฺสตาภิมตํ อสงฺขตเมวาติ ลทฺธิ. ตถา หิ วุตฺตํ (ที. นิ. ๑.๔๙) พฺรหฺมชาเล – ‘‘จิตฺตนฺติ วา มโนติ วา วิญฺญาณนฺติ วา อยํ อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสตี’’ติ. น หิ ยสฺส ภาวสฺส ปจฺจเยหิ อภิสงฺขตภาวํ ปฏิชานาติ; ตสฺเสว นิจฺจธุวาทิภาโว อนุมฺมตฺตเกน น สกฺกา ปฏิญฺญาตุํ. เอเตน, ‘‘อุปฺปาทวยธุวตายุตฺตภาวา สิยา นิจฺจา, สิยา อนิจฺจา, สิยา น วตฺตพฺพา’’ติอาทินา ปวตฺตสฺส สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา วิภาวิตา โหติ.
ตตฺถายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๘) อยุตฺตตาวิภาวนา – ยทิ, ‘‘เยน สภาเวน โย ธมฺโม อตฺถีติ วุจฺจติ, เตเนว สภาเวน โส ธมฺโม นตฺถี’’ติอาทินา วุจฺเจยฺย, สิยา อเนกนฺตวาโท; อถ อญฺเญน, สิยา น อเนกนฺตวาโท; น เจตฺถ เทสนฺตราทิสมฺพทฺธภาโว ยุตฺโต วตฺตุํ ตสฺส สพฺพโลกสิทฺธตฺตา วิวาทาภาวโต. เย ปน วทนฺติ – ‘‘ยถา สุวณฺณฆเฏ มกุเฏ กเต ฆฏภาโว นสฺสติ, มกุฏภาโว อุปฺปชฺชติ, สุวณฺณภาโว ติฏฺฐติเยว, เอวํ สพฺพภาวานํ โกจิ ธมฺโม นสฺสติ, โกจิ อุปฺปชฺชติ, สภาโว ปน ติฏฺฐตี’’ติ. เต วตฺตพฺพา – กึ ตํ สุวณฺณํ, ยํ ฆเฏ มกุเฏ จ อวฏฺฐิตํ? ยทิ รูปาทิ, โส สทฺโท วิย อนิจฺโจ, อถ รูปาทิสมูโห, สมูโห นาม สมฺมุติมตฺตํ. ตสฺส โวหารมตฺตสฺส อตฺถิตา นตฺถิตา นิจฺจตา วา น วตฺตพฺพา. ตสฺส ปรมตฺถสภาเวน อนุปลพฺภนโตติ อเนกนฺตวาโท น สิยา. ธมฺมา จ ธมฺมิโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น เตสํ อนิจฺจตาย ธมฺมี อนิจฺโจ อญฺญตฺตา. น หิ รูปา จกฺขุวิญฺญาณํ อญฺญตฺตา, น จ รูเป จกฺขุวิญฺญาณสทฺโท โหติ; กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา ธมฺมิโน นิจฺจานิจฺจตาย อสิชฺฌนโต อถ อนญฺเญ; อุปฺปาทวินาสวนฺเตหิ อนญฺญสฺส ธมฺมิโน เตสํ วิย อุปฺปาทวินาสสพฺภาวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส, เตสมฺปิ วา ธมฺมิโน วิย นิจฺจตาปตฺติ สิยา. อปิจ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพรูโป อตฺตา จ โลโก จ ปรมตฺถโต วิชฺชมานตาปฏิชานนโต ยถา นิจฺจาทีนํ อญฺญตรํ รูปํ, ยถา วา ทีปาทโย. น หิ ทีปาทีนํ อุทยพฺพยสภาวานํ นิจฺจานิจฺจนวตฺตพฺพสภาวตา สกฺกา วตฺตุํ ชีวสฺส นิจฺจาทีสุ อญฺญตรํ รูปํ วิยาติ เอวํ สตฺตภงฺคสฺส วิย เสสภงฺคานมฺปิ อสมฺภโวเยวาติ สตฺตภงฺควาทสฺส อยุตฺตตา เวทิตพฺพาติ.
เอตฺถ จ, ‘‘อิสฺสโร นิจฺโจ, อญฺเญ สตฺตา อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สตฺเตกจฺจสสฺสตวาทา; เสยฺยถาปิ อิสฺสรวาทาทโย. ‘‘ปรมาณโว นิจฺจา ธุวา, ทฺวิอณุกาทโย อนิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตวาทา สงฺขาเรกจฺจสสฺสตวาทา; เสยฺยถาปิ กณาทวาทาทโย. นนุ จ ‘‘เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา, เอกจฺเจ อสสฺสตา’’ติ; เอตสฺมึ วาเท จกฺขาทีนํ อสสฺสตตาสนฺนิฏฺฐานํ ยถาสภาวาวโพโธ เอว, ตยิทํ กถํ มิจฺฉาทสฺสนนฺติ, โก เอวมาห – ‘‘จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวสนฺนิฏฺฐานํ มิจฺฉาทสฺสน’’นฺติ? อสสฺสเตสุเยว ปน เกสญฺจิ ธมฺมานํ สสฺสตภาวาภินิเวโส อิธ มิจฺฉาทสฺสนํ; เตน ปน เอกวาเร ปวตฺตมาเนน จกฺขาทีนํ อสสฺสตภาวาวโพโธ วิทูสิโต สํสฏฺฐภาวโต; วิสสํสฏฺโฐ วิย สปฺปิมณฺโฑ สกิจฺจการณาสมตฺตตาย สมฺมาทสฺสนปกฺเข ฐเปตพฺพตํ นารหติ. อถ วา อสสฺสตภาเวน นิจฺฉิตาปิ จกฺขุอาทโย สมาโรปิตชีวสภาวา เอว ทิฏฺฐิคติ เกหิ คยฺหนฺตีติ ตทวโพธสฺส มิจฺฉาทสฺสนภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ. ตถา หิ วุตฺตํ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๔๙) – ‘‘จกฺขุนฺติ วา…เป… กาโยติ วา อยํ เม อตฺตา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา อสงฺขตาย สงฺขตาย จ ธาตุยา วเสน ยถากฺกมํ เอกจฺเจ ธมฺมา สสฺสตา; เอกจฺเจ อสสฺสตาติ เอวํ ปวตฺโต วิภชฺชวาโทปิ เอกจฺจสสฺสตวาโท อาปชฺชตีติ เอวํปการา โจทนา อโนกาสา โหติ อวิปรีตธมฺมสภาวสมฺปฏิปตฺติภาวโต.
น มรตีติ อมรา. กา สา? ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๖๒) นเยน ปริยนฺตรหิตา ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิ จ วาจา จ, อมราย ทิฏฺฐิยา วาจาย วิวิโธ เขโปติ อมราวิกฺเขโป. โส เอตสฺส อตฺถีติ อมราวิกฺเขโป. อถ วา อมราติ เอกา มจฺฉชาติ, สา อุมฺมุชฺชนนิมฺมุชฺชนาทิวเสน อุทเก สนฺธาวมานา คาหํ น คจฺฉติ; เอวเมวํ อยมฺปิ วาโท อิโต จิโต จ สนฺธาวติ, คาหํ นาคจฺฉตีติ อมราวิกฺเขโป, โส เอว อมราวิกฺเขปิโก. สฺวายํ วาโท มุสาวาทอนุโยคฉนฺทราคโมหเหตุกตาย จตุธา ปวตฺโตติ อาห – ‘‘จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา วุตฺตา’’ติ. นนุ เจตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๖๕-๖๖) จตุพฺพิโธปิ อมราวิกฺเขปิโก กุสลาทิเก ธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ ยถาภูตํ อนวพุชฺฌมาโน, ตตฺถ ตตฺถ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ปุจฺฉาย วิกฺเขปนมตฺตํ อาปชฺชตีติ ตสฺส กถํ ทิฏฺฐิคติกภาโว. น หิ อวตฺตุกามสฺส วิย ปุจฺฉิตมตฺถํ อชานนฺตสฺส วิกฺเขปกรณมตฺเตน ทิฏฺฐิคติกตา ยุตฺตาติ? น เหวํ ปุจฺฉาวิกฺเขปกรณมตฺเตน ตสฺส ทิฏฺฐิคติกตา อิจฺฉิตา, อถ โข มิจฺฉาภินิเวเสน. สสฺสตวเสน มิจฺฉาภินิวิฏฺโฐเยว หิ มนฺทพุทฺธิตาย กุสลาทิธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ, ยาถาวโต อปฺปฏิปชฺชมาโน อตฺตนา อวิญฺญาตสฺส อตฺถสฺส ปรํ วิญฺญาเปตุํ อสมตฺถตาย มุสาวาทาทิภเยน จ วิกฺเขปํ อาปชฺชตีติ. ตถา หิสฺส วาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห วุตฺโต. อถ วา ปุญฺญปาปานํ, ตพฺพิปากานญฺจ อนวโพเธน, อสทฺทหเนน จ, ‘‘ตพฺพิสยาย ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณํเยว ยุตฺตํ สุนฺทรญฺจา’’ติ, ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อภินิวิสนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิสุํเยเวกา เอสา ทิฏฺฐิ สตฺตภงฺคทิฏฺฐิ วิยาติ ทฏฺฐพฺพา. ตถา เจว วุตฺตํ – ‘‘ปริยนฺตรหิตา ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิ เจว วาจา จา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๑). กถํ ปนสฺสา สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโห? อุจฺเฉทวเสน อนภินิเวสโต. ‘‘นตฺถิ โกจิ ธมฺมานํ ยถาภูตเวที วิวาทพหุลตฺตา โลกสฺส; ‘เอวเมว’นฺติ ปน สทฺทนฺตเรน ธมฺเม นิชฺฌานนา อนาทิกาลิกา โลเก’’ติ คาหวเสน สสฺสตเลโสเปตฺถ ลพฺภติเยว.
อมติ คจฺฉติ เอตฺถ สภาโว โอสานนฺติ อนฺโต, มริยาโท, โส เอตสฺส อตฺถีติ อนฺตวา. เตนาห ‘‘สปริยนฺโต’’ติ. อวฑฺฒิตกสิณสฺส ปุคฺคลสฺส เอวํ โหตีติ โยชนา. ทุติยวาโท ‘‘อนนฺตวา โลโก’’ติ วาโท. ตติยวาโท ‘‘อนฺตวา จ อนนฺตวา จา’’ติ วาโท. จตุตฺถวาโท ‘‘เนวนฺตวา นานนฺตวา’’ติ วาโท. เอเต เอว จตฺตาโร วาทิโน สนฺธาย พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๕๓) – ‘‘อนฺตานนฺติกา อนฺตานนฺตํ โลกสฺส ปญฺญเปนฺติ จตูหิ วตฺถูหี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ (ที. นิ. ฏี. ๑.๕๓) ยุตฺตํ ตาว ปุริมานํ ติณฺณํ วาทีนํ อนฺตตฺตญฺจ อนนฺตตฺตญฺจ อนฺตานนฺตตฺตญฺจ อารพฺภ ปวตฺตวาทตฺตา อนฺตานนฺติกตฺตํ. ปจฺฉิมสฺส ปน ตทุภยปฏิเสธวเสน ปวตฺตวาทตฺตา กถมนฺตานนฺติกตฺตนฺติ? ตทุภยปฏิเสธวเสน ปวตฺตวาทตฺตา เอว. ยสฺมา ปฏิเสธวาโทปิ อนฺตานนฺตวิสโย เอว ตํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา. อปเร อาหุ – ‘‘ยถา ตติยวาเท สมฺเภทวเสน เอตสฺเสว อนฺตวนฺตตา อนนฺตตา จ สมฺภวติ, เอวํ ตกฺกีวาเทปิ กาลเภทวเสน อุภยสมฺภวโต อญฺญมญฺญปฏิเสเธน อุภยญฺเญว วุจฺจติ. กถํ? อนฺตวนฺตตาปฏิเสเธน หิ อนนฺตตา วุจฺจติ, อนนฺตตาปฏิเสเธน จ อนฺตวนฺตตา, อนฺตานนฺตานญฺจ ตติยวาทภาโว กาลเภทสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ ยสฺมา อยํ โลกสญฺญิโต อตฺตา ฌายีหิ อธิคตวิเสเสหิ อนนฺโต กทาจิ สกฺขิ ทิฏฺโฐ อนุสุยฺยติ; ตสฺมา เนวนฺตวา. ยสฺมา ปน เตหิ เอว กทาจิ อนฺตวา สกฺขิ ทิฏฺโฐ อนุสุยฺยติ, ตสฺมา น ปน อนนฺตวา’’ติ. ยถา จ อนุสฺสุติตกฺกีวเสน, เอวํ ชาติสฺสรตกฺกิอาทีนญฺจ วเสน ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. อยญฺหิ ตกฺกิโก อวฑฺฒิตภาวปุพฺพกตฺตา ปฏิภาคนิมิตฺตานํ วฑฺฒิตภาวสฺส วฑฺฒิตกาลวเสน อปจฺจกฺขการิตาย อนุสฺสวาทิมตฺเต ฐตฺวา – ‘‘เนวนฺตวา’’ติ ปฏิกฺขิปติ, อวฑฺฒิตกาลวเสน ปน ‘‘นานนฺโต’’ติ. น ปน อนฺตวนฺตตานนฺตตานํ อจฺจนฺตมภาเวน ยถา ตํ ‘‘เนวสญฺญีนาสญฺญี’’ติ, อวสฺสญฺจ เอตํ เอวํ วิญฺญาตพฺพํ, อญฺญถา วิกฺเขปปกฺขํเยว ภเชยฺย จตุตฺถวาโท. น หิ อนฺตวนฺตตานนฺตตาตทุภยวินิมุตฺโต อตฺตโน ปกาโร อตฺถิ, ตกฺกีวาที จ ยุตฺติมคฺคโก, กาลเภทวเสน จ ตทุภยมฺปิ เอกสฺมึ น น ยุชฺชตีติ. อนนฺตรจตุกฺกนฺติ เอกตฺตสญฺญีติ อาคตสญฺญีจตุกฺกํ.
เอกนฺตสุขีติ เอกนฺเตเนว สุขี. ตํ ปนสฺส สุขํ ทุกฺเขน อโวมิสฺสํ โหตีติ อาห ‘‘นิรนฺตรสุขี’’ติ. เอกนฺตสุขเมวาติ อิทํ สุขพหุลตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตีตาสุ สตฺตสุ ชาตีสูติ อิทํ ตโต ปรํ ชาติสฺสรญาเณน อนุสฺสริตุํ น สกฺกาติ กตฺวา วุตฺตํ. ตาทิสเมวาติ สุขสมงฺคิเมว อตฺตภาวํ. ‘‘เอวํ สุขสมงฺคี’’ติ ตํ อนุสฺสรนฺตสฺส ชาติสฺสรสฺส อตีตชาติยมฺปิ อิธ วิย ทุกฺขผุฏฺฐสฺส ตํ อนุสฺสรนฺตสฺส.
สพฺเพสมฺปีติ ลาภีนํ ตกฺกีนมฺปิ. ตถาติ อิมินา ‘‘สพฺเพสมฺปี’’ติ อิทํ ปทํ อากฑฺฒติ. กามาวจรํ นาม อทุกฺขมสุขํ อนุฬารํ อวิภูตนฺติ อาห ‘‘จตุตฺถชฺฌานวเสนา’’ติ. จตุตฺถชฺฌานํ การณภูตํ เอตสฺส อตฺถิ, เตน วา นิพฺพตฺตนฺติ จตุตฺถชฺฌานิกํ. มชฺฌตฺตสฺสาติ มชฺฌตฺตภูตสฺส มชฺฌตฺตเวทนาพหุลสฺส. มชฺฌตฺตภูตฏฺฐานเมว อตฺตโน มชฺฌตฺตตาปตฺตเมว ภูตปุพฺพํ อนุสฺสรนฺตสฺส. เอกจฺจสสฺสติกาติ เอกจฺจสสฺสตวาทิโน วุตฺตา. ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน หิ เอกจฺจสสฺสติกา. เอส นโย เสเสสุปิ. อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาโท สสฺสตวาทสมุทฺทิฏฺโฐติ กตฺวา ‘‘เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา’’ติ จ วุตฺตํ.
๒๘. ทิฏฺฐุทฺธารนฺติ ยถาวุตฺตานํ ทิฏฺฐีนํ อนิยฺยานิกภาวทสฺสนวเสน ปทุทฺธรณํ. ปจฺจตฺตํเยว ญาณนฺติ อปรปฺปจฺจยํ อตฺตนิเยว ญาณํ. ตํ ปน อตฺตปจฺจกฺขํ โหตีติ อาห ‘‘ปจฺจกฺขญาณ’’นฺติ. สุวณฺณสฺส วิย โทสาปคเมน อุปกฺกิเลสวิคเมน ญาณสฺส วิสุทฺธนฺติ อาห ‘‘ปริสุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลส’’นฺติ. กิเลสนฺธการวิคมโต สปฺปภาสมุชฺชลเมว โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘ปริโยทาตนฺติ ปภสฺสร’’นฺติ พาหิรสมยสฺมิมฺปิ โหนฺติ ฌานสฺส สมิชฺฌนโต. มยมิทํ ชานามาติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ จ มิจฺฉาคาหวเสน อญฺญาณภาคเมว ปริพฺรูเหตฺวา ตโต เอว ยถาคหิตํ คาหํ สนฺธาย – ‘‘มยมิทํ อตฺถํ ตตฺถ ชานามา’’ติ เอวํ ตตฺถ มิจฺฉาคาเห อวิชฺชมานํ ญาณโกฏฺฐาสํ โอตาเรนฺติเยว อนุปฺปเวเสนฺติเยว. น ตํ ญาณํ, มิจฺฉาทสฺสนํ นาเมตํ, กึ ปน ตํ มิจฺฉาทสฺสนํ นาม? สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติอาทินา มิจฺฉาภินิเวสภาวโต. เตนาห ‘‘ตทปิ…เป… อตฺโถ’’ติ. ยํ ตํ ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสยภูตํ ญาณํ, ตํ สนฺธายาห – ‘‘ชานนมตฺตลกฺขณตฺตา ญาณภาคมตฺตเมวา’’ติ. ญาณมฺปิ หิ ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสโย โหติเยว ลาภิโน อิตรสฺส จ ตถา ตถา มิจฺฉาภินิเวสโต. อนุปาติวตฺตนโต อนติกฺกมนโต. อสาธารณโต น อุปาติวตฺตนฺติ เอเตนาติ อนุปาติวตฺตนํ, ตโต. อุปาทานปจฺจยโตติ อุปาทานสฺส ปจฺจยภาวโต. เอเตน ผลูปจาเรเนว อุปาทานมาห. ยทิ พฺรหฺมชาเล อาคตา สพฺพาปิ ทิฏฺฐิโย อิธ กถิตา โหนฺติ, เอวํ สนฺเต อิทํ สุตฺตํ พฺรหฺมชาลสุตฺเตน เอกสทิสนฺติ อาห – ‘‘พฺรหฺมชาเล ปนา’’ติอาทิ. ‘‘อญฺญตฺร รูปํ อญฺญตฺร เวทนา สกฺกายํเยว อนุปริธาวนฺตี’’ติ วจนโต อิธ สกฺกายทิฏฺฐิ อาคตา. พฺรหฺมชาลํ กถิตเมว โหติ ตตฺถ อาคตานํ ทฺวาสฏฺฐิยาปิ ทิฏฺฐีนํ อิธาคตตฺตา. สสฺสตุจฺเฉทาภินิเวโส อตฺตาภินิเวสปุพฺพโก, ‘‘อตฺตา สสฺสโต อตฺตา อุจฺเฉโท’’ติ ปวตฺตนโต.
๓๐. ทฺวาสฏฺฐิ…เป… ทสฺเสตุนฺติ กถํ ปนายมตฺโถ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ’’ติอาทิปาฬิยา ทสฺสิโต โหตีติ? อปฺปหีนสกฺกายทิฏฺฐิกสฺส ปุพฺพนฺตาปรนฺตทิฏฺฐิอุปาทิยนโชตนโต. ปริจฺจาเคนาติ วิกฺขมฺภเนน. จตุตฺถชฺฌานนิโรธา ตติยชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ เอตฺถ น ปริหีนจตุตฺถชฺฌานสฺส ตติยชฺฌานํ ภวติ, ตติยชฺฌานา วุฏฺฐิตสฺส ปน จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐิตสฺส จ ตติยํ ปฏิโลมนเยน สมฺภวติ. เตนาห ‘‘อยํ ปเนตฺถา’’ติอาทิ. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพนฺติ ‘‘ปวิเวกา ปีติ นิรุชฺฌตี’’ติ อิทํ, ‘‘นิรามิสสุขสฺสนิโรธา’’ติ เอตฺถ วิย วุฏฺฐานนิโรธวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ. หีนชฺฌานปริยาทานกโทมนสฺสนฺติ นีวรณสหคตโทมนสฺสมาห. ตญฺหิ ฌานปริยาทานกรํ. กมฺมนียภาโวติ สมาปตฺตึ ปตฺโต วิย สมาปตฺติสมาปชฺชนภาเว กมฺมกฺขมภาโว. โสมนสฺสวิธุรตฺตา โทมนสฺสํ วิยาติ โทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ. ‘‘อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีตี’’ติ ปุน วุตฺตา ปีติ ฌานทฺวยปีติ. ยํ ฐานํ ฉายา ชหตีติ ยํ ปเทสํ อาตเปน อภิภุยฺยมานํ ฉายา ชหติ. ตตฺถ อาตเป ฉายาติ ปเทเสน อาตปสญฺญิตานํ ภูตสงฺขตานํ ปหานฏฺฐานมาห. เตนาห ‘‘ยสฺมึ ฐาเน’’ติอาทิ.
๓๑. นิรามิสํ สุขนฺติ ตติยชฺฌานสุขํ ทูรสมุสฺสาริตกามามิสตฺตา.
๓๒. อทุกฺขมสุขนฺติ จตุตฺถชฺฌานเวทนํ, น ยํ กิญฺจิ อุเปกฺขาเวทนํ.
๓๓. นิคฺคหโณติ มมํการภาเวน กิญฺจิปิ อคณฺหนฺโต. นิพฺพานสฺส สปฺปายนฺติ นิพฺพานาธิคมสฺส, นิพฺพานสฺเสว วา อวิโลมวเสน เอกนฺติกุปายตาย สปฺปายํ. เตนาห ‘‘อุปการภูต’’นฺติ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ. เอตนฺติ เอตํ ยถาวุตฺตสมถภาวนาย กิเลสานํ วิกฺขมฺภนํ. สพฺพตฺถ นิกนฺติยา อสุกฺขาปิตตฺตา กถํ นิพฺพานสฺส อุปการปฏิปทา นาม ชาตํ? น ชายเต วาตฺยธิปฺปาโย. สพฺพตฺถาติ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิอาทิเก สพฺพสฺมึ. อคฺคณฺหนวเสนาติ ตณฺหาคาเหน อคฺคหณวเสน. ยตฺถ หิ ตณฺหาคาโห วิโมจิโต, ตตฺถ ทิฏฺฐิมานคฺคาหา สุกฺขา วิย โหนฺติ ตเทกฏฺฐภาวโต. ตาทิสสฺส นิพฺพานคามินี ปฏิปทา เอว อาสนฺเน, น ทูเร. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปการปฏิปทา นาม ชาต’’นฺติ. ตาทิสสฺส จ สนฺโตหมสฺมีติอาทิกา สมนุปสฺสนา อธิมานปกฺเข ติฏฺฐตีติ อาห – ‘‘อภิวทตีติ อภิมาเนน อุปวทตี’’ติ. อิทเมว อุปาทิยตีติ นิยมาภาวโต ‘‘อฏฺฐารสวิธมฺปี’’ติ วุตฺตํ. เสสปเทปิ เอเสว นโย. ทิฏฺฐุปาทาเน สติ เสสอุปาทานสมฺภโว อวุตฺตสิทฺโธติ ตเทว อุทฺธฏํ.
เส อายตเน เวทิตพฺเพติ นิโรธสฺส การณํ นิพฺพานํ เวทิตพฺพํ. ทฺวินฺนํ อายตนานนฺติ จกฺขายตนาทีนํ ทฺวินฺนํ อายตนานํ. ปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน.
น คาธตีติ น ปติฏฺฐาติ. อโตติ อสฺมา นิพฺพานา. สราติ ตณฺหา. สงฺขารปฏิกฺเขเปนาติ สงฺขาเรกเทสภูตานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ ปฏิกฺเขเปน.
วิญฺญาณนฺติ วิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานิตพฺพํ. ตโต เอว อนิทสฺสนํ อจกฺขุวิญฺเญยฺยํ อนินฺทฺริยโคจรํ. อนนฺตนฺติ อนฺตรหิตํ, นิจฺจนฺติ อตฺโถ. สพฺพโต ปภนฺติ กิเลสนฺธการาภาวโต จ สมนฺตโต ปภสฺสรํ. ‘‘สพฺพโต ปป’’นฺติ วา ปาโฐ, สพฺพโต ปตติตฺถนฺติ อตฺโถ. จตฺตารีสกมฺมฏฺฐานสงฺขาเตหิ ติตฺเถหิ โอตริตฺวา อนุปวิสิตพฺพํ อมตสรนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนุปาทา กญฺจิ ธมฺมํ อคฺคเหตฺวา วิมุจฺจนฺติ เอตฺถาติ อนุปาทาวิโมกฺโข, นิพฺพานํ. อนุปาทา วิมุจฺจติ เอเตนาติ อนุปาทาวิโมกฺโข, อคฺคมคฺโค. อนุปาทาวิโมกฺขนฺติกตาย ปน อรหตฺตผลํ อนุปาทาวิโมกฺโขติ วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.