๔. ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา
๒๐๑. ขนนํ ขตํ, สูกรสฺส ขตํ เอตฺถ อตฺถีติ สูกรขตา, สูกรสฺส วา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปฐมํ ขตํ อุปาทาย สูกรขตา, ตาย. เอวํนามเกติ เอวํ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามเก. ปํสุโธเตติ โธตปํสุเก. โอตริตฺวา อภิรุหิตพฺพนฺติ ปกติภูมิโต อเนเกหิ โสปานผลเกหิ โอตริตฺวา ปุน เลณทฺวารํ กติปเยหิ อภิรุหิตพฺพํ.
ฐิตโกวาติ มาตุลสฺส ฐิตตฺตา ตตฺถ สคารวสปติสฺสวเสน ฐิตโกว. กิญฺจาปิ สพฺพ-สทฺโท อวิเสสโต อนวเสสปริยาทายโก, วตฺถุอธิปฺปายานุโรธี ปน สทฺทปฺปโยโคติ ตมตฺถํ สนฺธาย ปริพฺพาชโก ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ อาห. ยา โลเก มนุสฺสอุปปตฺติโยติอาทิกา อุปปตฺติโย, ตา อนตฺถสมุทาคตา ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตานํ อุจฺฉิชฺชนโต, ตสฺมา สมยวาทีหิ วุจฺจมานา สพฺพา อายตึ อุปฺปชฺชนอุปปตฺติ น โหติ. ชลพุพฺพุฬกา วิย หิ อิเม สตฺตา ตตฺถ ตตฺถ สมเย อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺติ, เตสํ ตตฺถ ปฏิสนฺธิ นตฺถีติ อสฺส อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิโย’’ติอาทิ. อสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวาติ เยนาธิปฺปาเยน ปริพฺพาชโก ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ อาห, ตํ ตสฺส อธิปฺปายํ ชานนฺโตปิ อชานนฺโต วิย หุตฺวา ตสฺส อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโตติ ปเทสสพฺพํ สนฺธาย เตน วุตฺตํ, สพฺพสพฺพวิสยํ กตฺวา ตตฺถ โทสํ คณฺหนฺโต. ยถา โลเก เกนจิ ‘‘สพฺพํ วุตฺตํ, ตํ มุสา’’ติ วุตฺเต ตสฺส วจนสฺส สพฺพนฺโตคธตฺตา มุสาภาโว อาปชฺเชยฺย, เอวํ อิมสฺสปิ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วทโต ตถา ปวตฺตา ทิฏฺฐิปิ นกฺขมตีติ อตฺถโต อาปนฺนเมว โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘เอสาปิ เต ทิฏฺฐิ นกฺขมตี’’ติ. ยถา ปน เกนจิ ‘‘สพฺพํ วุตฺตํ มุสา’’ติ วุตฺเต อธิปฺปายานุโรธินี สทฺทปฺปวตฺติ, ตสฺส วจนํ มุญฺจิตฺวา ตทญฺเญสเมว มุสาภาโว ญายาคโต, เอวมิธาปิ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วจนโต ยสฺสา ทิฏฺฐิยา วเสน ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ เตน วุตฺตํ, ตํ ทิฏฺฐึ มุญฺจิตฺวา ตทญฺญเมว ยถาธิปฺเปตํ สพฺพํ นกฺขมตีติ อยมตฺโถ ญายาคโต, ภควา ปน วาทีวโร สุขุมาย อาณิยา ถูลํ อาณึ นีหรนฺโต วิย อุปาเยน ตสฺส ทิฏฺฐิคตํ นีหริตุํ ตสฺส อธิปฺปาเยน อวตฺวา สทฺทวเสน ตาว ลพฺภมานํ โทสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาปิ โข เต’’ติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘อสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวา อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโต’’ติ.
ปริพฺพาชโก ปน ยํ สนฺธาย ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ มยา วุตฺตํ, ‘‘อยํ โส’’ติ ยถาวุตฺตโทสปริหรณตฺถํ ตสฺมึ อตฺเถ วุจฺจมาเน เอส โทโส สพฺโพ น โหติ, เอวมฺปิ สมโณ โคตโม มม วาเท โทสเมว อาโรเปยฺยาติ อตฺตโน อชฺฌาสยํ นิคุหิตฺวา ยถาวุตฺตโทสํ ปริหริตุกาโม ‘‘เอสา เม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตมฺปสฺส ตาทิสเมวาติ ยํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ คหิตํ วตฺถุ, ตมฺปิ ตาทิสเมว ภเวยฺยาติ. อยญฺจ สพฺพนฺโตคธทิฏฺฐิ มยฺหมฺปิ ทิฏฺฐิวตฺถุ, ตํ เม ขเมยฺยวาติ. ยสฺมา ปน ‘‘เอสาปิ ทิฏฺฐิ ตุยฺหํ นกฺขมตี’’ติ ยาปิ ทิฏฺฐิ วุตฺตา ภวตา โคตเมน, สาปิ มยฺหํ นกฺขมติ, ตสฺมา สพฺพํ เม นกฺขมเตวาติ ปริพฺพาชกสฺส อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘ตํ ปริหรามีติ สญฺญาย วทตี’’ติ. ตถา จ วกฺขติ ‘‘ตสฺมาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิ มยฺหํ นกฺขมตี’’ติ. ‘‘เอสา เม ทิฏฺฐี’’ติ ยา ฐิติภูตา ทิฏฺฐิ, ตาย ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ ปเนตฺถ สพฺพคฺคหเณน คหิตตฺตา อาห – ‘‘อตฺถโต ปนสฺส เอสา ทิฏฺฐิ น เม ขมตีติ อาปชฺชตี’’ติ. อยํ โทโสติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยสฺส ปนา’’ติอาทิ. เอสาติ ทิฏฺฐิ. รุจิตนฺติ ทิฏฺฐิทสฺสเนน อภินิวิสิตฺวา โรเจตฺวา คหิตํ. เตน หิ ทิฏฺฐิอกฺขเมน อรุจิเตน ภวิตพฺพนฺติ สติ ทิฏฺฐิยา อกฺขมภาเว ตโต ตาย คหิตาย ขเมยฺย รุจฺเจยฺย ยถา, เอวํ สพฺพสฺส อกฺขมภาเวติ อปรภาเค สพฺพํ ขมติ รุจฺจตีติ อาปชฺชติ. น ปเนส ตํ สมฺปฏิจฺฉตีติ เอส ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ เอวํ วทนฺโต อุจฺเฉทวาที ตํ วุตฺตนเยน สพฺพสฺส ขมนํ รุจฺจนํ น สมฺปฏิจฺฉติ. ญาเยน วุตฺตมตฺถํ กถํ น สมฺปฏิจฺฉตีติ อาห ‘‘เกวลํ ตสฺสาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อุจฺเฉทเมว คณฺหาตี’’ติ. สพฺเพสญฺหิ ธมฺมานํ อายตึ อุปฺปาทํ อรุจฺจิตฺวา ตํ สนฺธาย อยํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วทติ, อุจฺเฉททิฏฺฐิเกสุ จ อุจฺฉินฺเนสุ กุโต อุจฺเฉททิฏฺฐิสภาโวติ.
เตนาติ เตน การเณน, ยสฺมา อิเธกจฺเจ สตฺตา อีทิสํ ทิฏฺฐึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. ปชหนเกน วา จิตฺเตน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ปชหนเกหิ อปฺปชหนเก นิทฺธาเรตุํ ภควา ‘‘อโต…เป… พหุตรา’’ติ อโวจาติ อาห – ‘‘ปชหนเกสุ นิสฺสกฺก’’นฺติ ยถา ‘‘ปญฺจสีเลหิ ปภาวนา ปญฺญวนฺตตรา’’ติ. ‘‘พหู’’ติ วตฺวา น เกวลํ พหู, อถ โข อติวิย พหูติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหุตรา’’ติ อาห. ‘‘พหู หี’’ติ นยิทํ นิสฺสกฺกวจนํ, อถ โข ปจฺจตฺตวจนํ. กถํ หิ-สทฺโทติ อาห ‘‘หิ-กาโร นิปาตมตฺต’’นฺติ. อนิสฺสกฺกวจนํ ตาว ตสฺส ปชหนกานํ พหุภาวโต เตปิ ปรโต ‘‘พหุตรา’’ติ วุจฺจียนฺติ. มูลทสฺสนนฺติ เย ตาทิสํ ทสฺสนํ ปฐมํ อุปาทิยนฺติ, ตชฺชาติกเมว ปจฺฉา คหิตทสฺสนํ. วิชาติยญฺหิ ปฐมํ คหิตทสฺสนํ อปฺปหาย วิชาติยสฺส คหณํ น สมฺภวติ วิรุทฺธสฺส อภินิเวสสฺส สห อนวฏฺฐานโต. อวิรุทฺธํ ปน มูลทสฺสนํ อวิสฺสชฺชิตฺวา วิสยาทิเภทภินฺนํ อปรทสฺสนํ คเหตุํ ลพฺภติ. เตนาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ เอกจฺจสสฺสตวาโท สสฺสตุจฺเฉทาภินิเวสานํ วเสน ยถากฺกมํ สสฺสตุจฺเฉทคฺคาหนชาติโก, อุจฺเฉทคฺคาเหน ปน สสฺสตาภินิเวสสฺส ตํคาเหน จ อสสฺสตาภินิเวสสฺส วิรุชฺฌนโต อุภยตฺถปิ ‘‘เอกจฺจสสฺสตํ วา คเหตุํ น สกฺกา’’ติ วุตฺตํ, ตถา ‘‘สสฺสตํ วา อุจฺเฉทํ วา น สกฺกา คเหตุ’’นฺติ จ. มูลสสฺสตญฺหิ ปฐมํ คหิตํ. อายตเนสุปิ โยเชตพฺพนฺติ ปฐมํ จกฺขายตนํ สสฺสตนฺติ คเหตฺวา อปรภาเค น เกวลํ จกฺขายตนเมว สสฺสตํ, โสตายตนมฺปิ สสฺสตํ, ฆานายตนาทิปิ สสฺสตนฺติ คณฺหาตีติอาทินา โยเชตพฺพํ. อายตเนสุปีติ ปิ-สทฺเทน ธาตูนํ อินฺทฺริยานมฺปิ คาโห ทฏฺฐพฺโพ. อิทํ สนฺธายาติ ‘‘มูเล สสฺสต’’นฺติอาทินา วุตฺตปฐมคฺคาหสฺส สมานชาติยํ อปรคฺคาหํ สนฺธาย.
ทุติยวาเร ปฐมวาเร วุตฺตสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อาทีนวํ ทิสฺวาติ ‘‘ยทิ รูปํ สสฺสตํ สิยา, นยิทํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย. ยสฺมา จ โข อิทํ รูปํ อสสฺสตํ, ตสฺมา อภิณฺหปฏิปีฬนฏฺเฐน อุทยวยวนฺตตาย รูปํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ, สสฺสตาภินิเวโส มิจฺฉา’’ติอาทินา ตตฺถ สสฺสตวาเท อาทีนวํ โทสํ ทิสฺวา. โอฬาริกนฺติ ตสฺมา ปฏิปีฬนฏฺเฐน อยาถาวคฺคาหตาย รูปํ น สณฺหํ โอฬาริกเมว. เวทนาทีนมฺปิ อนิจฺจาทิภาวทสฺสนํ รูปเวทนาอาทีนํ สมานโยคกฺขมตฺตา. วิสฺสชฺเชตีติ ปชหติ.
ติสฺโส ลทฺธิโยติ สสฺสตุจฺเฉทเอกจฺจสสฺสตทิฏฺฐิโย. ยสฺมา สสฺสตทิฏฺฐิกา วฏฺเฏ รชฺชนสฺส อาสนฺนา. ตถา หิ เต โอลียนฺตีติ วุจฺจนฺติ, ภวาภวทิฏฺฐีนํ วเสน อิเมสํ สตฺตานํ สํสารโต สีสุกฺขิปนํ นตฺถีติ เอตาว ติสฺโส วิเสสโต คเหตพฺพา.
อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาตีติ เอตฺตาวตา สสฺสตทสฺสนสฺส อปฺปสาวชฺชตาการณมาห, วฏฺฏํ อสฺสาเทติ, อภินนฺทตีติ อิมินา ทนฺธวิราคตาย. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาตีติ อิมินา ตาสุ ตาสุ คตีสุ สตฺตานํ สํสรณํ ปฏิกฺขิปตีติ ทสฺเสติ, สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาตีติ อิมินา กมฺมผลํ. กุสลํ น กโรตีติ อิมินา กมฺมํ, อกุสลํ กโรนฺโต น ภายตีติ อิมินา ปุญฺญาปุญฺญานิ สภาวโต ชายนฺตีติ ทสฺเสติ. วฏฺฏํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตนฺนินฺนภาวโต. สีฆํ ลทฺธึ ชหิตุํ น สกฺโกติ วฏฺฏุปจฺเฉทสฺส อรุจฺจนโต. อุจฺเฉทวาที หิ ตสฺมึ ภเว อุจฺเฉทํ มญฺญติ. ตโต ปรํ อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาติ สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ กมฺมผลวาทีภาวโต. เยภุยฺเยน หิ อุจฺเฉทวาที สภาวนิยติยทิจฺฉาภินิเวเสสุ อญฺญตฺราภินิเวโส โหติ. สีฆํ ทสฺสนํ ปชหติ วฏฺฏาภิรติยา อภาวโต. ปารมิโย ปูเรตุํ สกฺโกนฺโต ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา, โลกโวหารมตฺเตเนว โส สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายตีติ โยชนา. อสกฺโกนฺโตติ พุทฺโธ โหตุํ อสกฺโกนฺโต. อภินีหารํ กตฺวา อคฺคสาวกาทิภาวสฺส อภินีหารํ สมฺปาเทตฺวา. สาวโก หุตฺวาติ อคฺคสาวโก มหาสาวโก หุตฺวา, ตตฺถาปิ เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต วา สุกฺขวิปสฺสโก เอว วา พุทฺธสาวโก หุตฺวา ปรินิพฺพายติ. สพฺพมิทํ อุจฺเฉทวาทิโน กลฺยาณมิตฺตนิสฺสเยน สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมเน ขิปฺปวิราคตาทสฺสนตฺถํ อาคตํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
๒๐๒. กญฺชิเยเนวาติ อารนาเฬน. กญฺชิยสทิเสน อุจฺเฉททสฺสเนน. ปูริโตติ ปริปุณฺณชฺฌาสโย. โสติ ปริพฺพาชโก. อปฺปหายาติ อภินฺทิตฺวา. วิคฺคโหติ กลโห อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญนฺติ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธคฺคาโหติ กตฺวา. วิวาทนฺติ วิรุทฺธวาทํ. วิฆาตนฺติ วิโรธเหตุกํ จิตฺตวิฆาตํ. วิเหสนฺติ วิคฺคหวิวาทนิมิตฺตํ กายิกํ เจตสิกญฺจ กิลมถํ. อาทีนวํ ทิสฺวาติ เอตาสํ ทิฏฺฐีนํ เอวรูโป อาทีนโว, อนิยฺยานิกภาวตาย ปน สมฺปติ อายติญฺจ มหาทีนโวติ เอวํ อาทีนวํ ทิสฺวา.
๒๐๕. ‘‘เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๑; สํ. นิ. ๓.๘) กายํ อเนฺวตีติ กายนฺวโย, โสเยว, ตสฺส วา สมูโห กายนฺวยตา, กายปฏิพทฺโธ กิเลโส. เตนาห ‘‘กายํ…เป… อตฺโถ’’ติ.
อสมฺมิสฺสภาวนฺติ อสงฺกรโต ววตฺถิตภาวํ. เตน ตาสํ ยถาสกํ ปจฺจยานํ อุปฺปชฺชิตฺวา วิคมํ ทสฺเสติ. เอวญฺหิ ตาสํ กทาจิปิ สงฺกโร นตฺถิ. เตนาห ‘‘ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ’’ติอาทิ. สรูปํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อญฺญา เวทนา’’ติ อนิยเมน วุตฺตตฺตา ตเมว วิคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนุปฺปนฺนาว โหนฺติ อนฺตรหิตา วา’’ติ อาห. สรูปโต นิยเมตฺวา วุจฺจมาเน กาจิ อนุปฺปนฺนา วา โหติ, กาจิ อนฺตรหิตา วาติ. จุณฺณวิจุณฺณภาวทสฺสนตฺถนฺติ ขเณ ขเณ ภิชฺชมานภาวทสฺสนตฺถํ.
น เกนจิ สํวทตีติ เกนจิ ปุคฺคเลน สทฺธึ ทิฏฺฐิราควเสน สํกิลิฏฺฐจิตฺโต น วทติ. เตนาห ‘‘สสฺสตํ คเหตฺวา’’ติอาทิ. น วิวทตีติ วิรุทฺธภาโว หุตฺวา น วิวทติ. ปริวตฺเตตฺวาติ อุจฺเฉทํ คเหตฺวา เอกจฺจสสฺสตํ คเหตฺวา เอวํ วุตฺตนเยน ตโยปิ วาทา ปริวตฺเตตฺวา โยเชตพฺพา. เตน โวหรตีติ เตน โลกโวหาเรน โลกสมญฺญํ อนติธาวนฺโต สตฺโต ปุริโส ปุคฺคโลติอาทินา โวหรติ, น ปน อิโต พาหิรกา วิย อภินิวิสติ. เตนาห ‘‘อปรามสนฺโต’’ติ. กญฺจิ ธมฺมนฺติ รูปาทีสุ เอกํ ธมฺมมฺปิ. ปรามาสคฺคาเหน อคฺคณฺหนฺโตติ ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา, ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา จ ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสิตฺวา คหเณน อคฺคณฺหนฺโต.
กตาวีติ กตกิจฺโจ. โส วเทยฺยาติ ขีณาสโว ภิกฺขุ อหงฺการมมงฺกาเรสุ สพฺพโส สมุจฺฉินฺเนสุปิ อหํ วทามีติ วเทยฺย. ตตฺถ อหนฺติ นิยกชฺฌตฺตสนฺตาเน. มมนฺติ ตสฺส สนฺตกภูเต วตฺถุสฺมึ โลกนิรุเฬฺห. สมญฺญนฺติ ตตฺถ สุกุสลตาย โลเก สมญฺญา กุสโล วิทิตฺวา. โวหารมตฺเตนาติ เกวลํ ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา มหาโพธิปารมิโย ปูเรตุํ อสกฺโกนฺโต สาวโก หุตฺวา เทสโวหารมตฺเตน น อปฺปหีนตโณฺห วิย อนฺธปุถุชฺชโน อภินิเวสนวเสน.
๒๐๖. สสฺสตาทีสูติ สสฺสตาภินิเวสาทีสุ. เตสํ เตสํ ธมฺมานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. สสฺสตํ อภิญฺญายาติ สสฺสตทิฏฺฐึ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต นิสฺสรณโต อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปฏิวิชฺฌิตฺวา. ปหานนฺติ อจฺจนฺตปฺปหานํ สมุจฺเฉทํ. รูปสฺส ปหานนฺติ รูปสฺส ตปฺปฏิพทฺธสญฺโญชนปฺปหาเนน ปหานํ. อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺเธหิ อาสเวหิ อคฺคเหตฺวาว จิตฺตํ วิมุจฺจิ. ‘‘อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจี’’ติ เอตฺถ กิญฺจิปิ อคฺคเหตฺวา อเสเสตฺวา. โสฬส ปญฺญาติ มหาปญฺญาทิกา โสฬส ปญฺญา. จตุรงฺคสมนฺนาคโตติ ปุณฺณอุโปสถทิวสตา, เกนจิ อนามนฺติตเมว อเนกสตานํเยว อเนกสหสฺสานํ วา ภิกฺขูนํ สนฺนิปติตตา, สพฺเพสํ เอหิภิกฺขุภาเวน อุปสมฺปนฺนตา, ฉฬภิญฺญตา จาติ. เตนาห ‘‘ตตฺริมานิ องฺคานี’’ติอาทิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทีฆนขสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.