๕. มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา

๒๐๗. เทฺว มาคณฺฑิยาติ เทฺว มาคณฺฑิยนามกา. เทวคพฺภสทิสนฺติ เทวานํ วสนโอวรกสทิสํ. เอตํ วุตฺตนฺติ ‘‘ภารทฺวาชโคตฺตสฺส พฺราหฺมณสฺส อคฺยาคาเร ติณสนฺถารเก’’ติ เอตํ วุตฺตํ. น เกวลํ ตํ ทิวสเมวาติ ยํ ทิวสํ มาคณฺฑิโย ปริพฺพาชโก ติณสนฺถารกํ ปญฺญตฺตํ, น เกวลํ ตํ ทิวสเมว ภควา เยนญฺญตโร วนสณฺโฑ, เตนุปสงฺกมีติ โยชนา. คามูปจาเรติ คามสมีเป. สญฺญาณํ กตฺวาติ สญฺญาณํ กตฺวา วิย. น หิ ภควโต ตสฺส สญฺญาณกรเณ ปโยชนํ อตฺถิ.

สมณเสยฺยานุรูปนฺติ สมณสฺส อนุจฺฉวิกา เสยฺยา. ปาสํสตฺโถ หิ อยํ รูป-สทฺโท. เตนาห ‘‘อิมํ ติณสนฺถารก’’นฺติอาทิ. อนากิณฺโณติ วิลุฬิโต อฆฏฺฏิโต. หตฺถปาทสีเสหิ ตตฺถ ตตฺถ ปหเฏน น จลิโต อภินฺโน, อจลิตตฺตา เอว อภินฺนํ อตฺถรณํ. ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปญฺญตฺโต วิยาติ อยํ เฉเกน จิตฺตกาเรน จินฺเตตฺวา ตุลิกาย ปริจฺฉินฺนเลขาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ลิขิตา จิตฺตกตเสยฺยา วิย. ภูนํ วุจฺจติ วฑฺฒิตํ, ตํ หนฺตีติ ภูนหุโน. เตนาห ‘‘หตวฑฺฒิโน’’ติ. ตํ ปนายํ จกฺขาทีสุ สํวรวิธานํ วฑฺฒิหนนํ มญฺญติ. เตนาห ‘‘มริยาทการกสฺสา’’ติ. พฺรูเหตพฺพนฺติ อุฬารวิสยูปหาเรน วฑฺเฒตพฺพํ ปีเณตพฺพํ. ตํ ปน อนนุภูตานุภวเนน โหตีติ อาห ‘‘อทิฏฺฐํ ทกฺขิตพฺพ’’นฺติ. อนุภูตํ ปน อปณีตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพ’’นฺติ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาที กิเรส ปริพฺพาชโก, ตสฺมา เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒึ ปญฺญเปติ. ยสฺมา ยํ ฉนฺนมฺปิ จกฺขาทีนํ ยถาสกํ วิสยคฺคหณํ ปฏิกฺขิปนฺโต โลกสฺส อวฑฺฒิตํ วินาสเมว ปญฺญเปติ, ตสฺมา โส สยมฺปิ วฑฺฒิหโต หตวฑฺฒิโต.

สํกิเลสโต อารกตฺตา อริโย นิยฺยานิกธมฺมภาวโต ญาโย ธมฺโม. วชฺชเลสสฺสปิ อภาวโต กุสโล. เตนาห ‘‘ปริสุทฺเธ การณธมฺเม อนวชฺเช’’ติ. อุคฺคตสฺสาติ อุจฺจกุลีนตาทินา อุฬารสฺส. มุเข อารกฺขํ ฐเปตฺวาติ มุเขน สํยโต หุตฺวา. อมฺพชมฺพูอาทีนิ คเหตฺวา วิย อปูรยมาโนติ อมฺพชมฺพูอาทีนิ อญฺญมญฺญวิสทิสานิ วิย ปูรณกถานเยน ยํ กิญฺจิ อกเถตฺวา. เตนาห ‘‘มยา กถิตนิยาเมนา’’ติ.

๒๐๘. ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิโตติ ทิวาวิหารโต วุฏฺฐิโตติ อตฺโถ. ทิวาวิหาโรปิ หิ ‘‘ปฏิสลฺลาน’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาที’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๘). ภควา หิ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐานุตฺตรกาลํ เตสํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา ทิวาวิหารโต วุฏฺฐาย ตตฺถ คโต. สํเวโค นาม สโหตฺตปฺปญาณํ, ตํ นิพฺพินฺทนวเสนปิ โหติ, สํเวคนิสฺสิตํ สนฺธายาห ‘‘ปีติสํเวเคน สํวิคฺโค’’ติ. โส ปน ยสฺมา ปุริมาวตฺถาย จลนํ โหติ จิตฺตสฺส, ตสฺมา อาห ‘‘จลิโต กมฺปิโต’’ติ. ติขิณโสเตน ปุริเสนาติ ภควนฺตํ สนฺธายาห.

๒๐๙. ธมฺมเทสนํ อารภิ ยถา วิเนยฺยทมนกุสโล วสนฏฺฐานฏฺเฐนาติ อิทํ อารมิตพฺพภาวสฺส ภาวลกฺขณวจนํ. อารมติ เอตฺถาติ อาราโม, รูปํ อาราโม เอตสฺสาติ รูปารามํ, ตโต เอว ตนฺนินฺนภาเวน รูเป รตนฺติ รูปรตํ, เตน สมฺโม ทุปฺปตฺติยา รูเปน สมฺมุทิตนฺติ รูปสมฺมุทิตํ, ตเทตํ ตทภิหตชวนกิจฺจํ ตตฺถ อาโรเปตฺวา วุตฺตํ. ทนฺตนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ทนฺตํ ทมิตํ. นิพฺพิเสวนนฺติ วิคตวิสุกายิกํ. คุตฺตนฺติ สติยา คุตฺตํ. รกฺขิตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. สํวุตนฺติ อปนีตํ ปเวสนิวารเณน. เตนาห ‘‘ปิหิต’’นฺติ.

๒๑๐. อุปฺปชฺชนปริฬาหนฺติ อุปฺปชฺชนกิเลสปริฬาหํ. กึ วจนํ วตฺตพฺพํ อสฺสาติ รูปารมฺมณํ อนุภวิตฺวา สมุทยาทิปหานํ ปริคฺคณฺหิตฺวา ปรินิพฺพินฺทิตฺวา วิรชฺชิตฺวา โย วิมุตฺโต, ตตฺถ กึ วุทฺธิหตปริยาโย อวสฺสํ ลภติ น ลภตีติ ปุจฺฉติ. ปริพฺพาชโก ตาทิเส สารพทฺธวิมุตฺติเก วุทฺธิหโตติ น วเทยฺยาติ อาห ‘‘น กิญฺจิ, โภ, โคตมา’’ติ.

๒๑๑. เตติ ตยา, อยเมว วา ปาโฐ. วสฺสํ วาโส วสฺสํ อุตฺตรปทโลเปน, วสฺสิตุํ อรหตีติ วสฺสิโก, วสฺสกาเล นิวาสานุจฺฉวิโกติ อตฺโถ.

นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจติ คิมฺหิโก วิย อุจฺโจ, เหมนฺติโก วิย นีโจ น โหติ, อถ โข ตทุภยเวมชฺฌลกฺขณตาย นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจ. นาติตนูนีติ เหมนฺติกสฺส วิย น ขุทฺทกานิ. นาติพหูนีติ คิมฺหิกสฺส วิย น อติพหูนิ. มิสฺสกาเนวาติ เหมนฺติกคิมฺหิเกสุ วุตฺตลกฺขณโวมิสฺสกานิ. อุณฺหปเวสนตฺถายาติ นิยูเหสุ ปุเรภตฺตํ ปจฺฉาภตฺตญฺจ ปติตสูริโยภาสวเสน อุณฺหสฺส อพฺภนฺตรปเวสนตฺถาย. ภิตฺตินิยูหานิ นีหรียนฺตีติ ทกฺขิณปสฺเส ภิตฺตีสุ นิยูหานิ นีหริตฺวา กรียนฺติ. วิปุลชาลานีติ ปุถุลฉิทฺทานิ. อุทกยนฺตานีติ อุทกวาหกยนฺตานิ.

นีลุปฺปลคจฺฉเก กตฺวาติ วิกสิเตหิ นีลุปฺปเลหิ คจฺฉเก นฬินิเก กตฺวา. คนฺธกลลนฺติ คนฺธมิสฺสกกทฺทมํ. ยมกภิตฺตีติ ยุคฬภิตฺติ, ตสฺสา อนฺตเร นาฬิ, ยโต อุทกํ อภิรุหติ. โลหนาฬินฺติ โลหมยยนฺตนาฬึ. ชาลนฺติ ตมฺพโลหมยํ ชาลํ. เหฏฺฐา ยนฺตํ ปริวตฺเตนฺตีติ เหฏฺฐาภาเค อุทกยนฺตํ คเมนฺติ. อุทกผุสิเต เตเมนฺเต วิวณฺณตา มาโหสีติ นีลปฏํ นิวาเสติ. ทิวากาเลติ ทิวสเวลาย. อชฺฌตฺตํ วูปสนฺตจิตฺโต วิหรามีติ เอเตน อตฺตโน ผลสมาปตฺติวิหาโร ภควตา ทสฺสิโตติ อาห – ‘‘ตาย รติยา รมมาโนติ อิทํ จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรตึ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ.

๒๑๒. มหาจ เนสํ ปปญฺโจติ เนสํ ราชูนํ มหาปปญฺโจ ราชิทฺธิวเสน สพฺพทา สมฺปตฺติวิสโย จ, อนุภวิตุํ น ลภนฺตีติ อธิปฺปาโย. มนฺเต คเวสนฺตา วิจรนฺติ, น โภคสุขํ. คณนา นาม อจฺฉินฺนคณนา, น วิคณคณนา น ปณคณนา. อาวฏฺโฏติ ยถาธิคเต ทิพฺเพ กาเม ปหาย กามเหตุ อาวฏฺโฏ นิวตฺโต ปริวตฺติโต ภเวยฺย. เอวํ มานุสกา กามาติ ยถา โกจิ กุสคฺเคน อุทกํ คเหตฺวา มหาสมุทฺเท อุทกํ มิเนยฺย. ตตฺถ มหาสมุทฺเท อุทกเมว มหนฺตํ วิปุลํ ปณีตญฺจ, เอวํ ทิพฺพานํ กามานํ สมีเป อุปนิธาย มานุสกา กามา อปฺปมตฺตกา โอรมตฺตกา นิหีนา, ทิพฺพาว กามา มหนฺตา วิปุลา อุฬารา ปณีตา. สมธิคยฺหาติ สมฺมา อธิคมนวเสน นิคฺคยฺห ทิพฺพมฺปิ สุขํ หีนํ กตฺวา ติฏฺฐติ.

๒๑๓. อาโรคฺยเหตุกํ สุขํ อสฺส อตฺถีติ สุขี, ตํ ปนสฺส โรควิคมโตวาติ อาห ‘‘ปฐมํ ทุกฺขิโต ปจฺฉา สุขิโต’’ติ. เสรี นาม อตฺตาธีนวุตฺตีติ อาห ‘‘เสรี เอกโก ภเวยฺยา’’ติ. อตฺตโน วโส สยํวโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ สยํวสี. องฺคารกปลฺลํ วิย กามวตฺถุปริฬาหเหตุโต. ตจฺเฉตฺวาติ ฆฏฺเฏตฺวา, กณฺฑูยิตฺวาติ อตฺโถ.

๒๑๔. เยน กาโย มธุรกชาโต โหติ, ตํ กิร กุฏฺฐํ ฉวึ วินาเสติ, จมฺมํ ฉิทฺทชาตํ วิย โหติ. เตเนวาห ‘‘อุปหตกายปฺปสาโท’’ติ. ปจฺจลตฺถาติ ปฏิลภิ. อวิชฺชาภิภูตตาย วิโรธิปจฺจยสมาโยเคน ปญฺญินฺทฺริยสฺส อุปหตตฺตา. อายตึ ทุกฺขผลตาย เอตรหิ จ กิเลสทุกฺขพหุลตาย กามานํ ทุกฺขสมฺผสฺสตา, ตทุภยสํยุตฺเตสุ เตสุ จ ตํ อสลฺลกฺขิตฺวา เอกนฺตสุขาภินิเวโส วิปรีตสญฺญาย, น เกวลาย สุขเวทนาย สุขาติ ปวตฺตสญฺญี.

๒๑๕. ตานีติ กุฏฺฐสรีเร วณมุขานิ. อสุจีนีติ อสุภานิ. ทุคฺคนฺธานีติ วิสฺสคนฺธานิ. ปูตีนีติ กุณปภูตานิ. อิทานีติ เอตรหิ. นเขหิ วิปฺปตจฺฉนอคฺคิปริตาปเนหิ อตินิปฺปีฬนกาเล ปาณกา…เป… ปคฺฆรนฺติ, เตน เวทนา ตนุกา โหติ. เอวนฺติ วุตฺตนเยน เวทนาย ตนุกภาวโต.

อาโรคฺยภาเว ธนลาภาทิลาภุปฺปตฺติโต, อสติ จ อาโรเคฺย ลาภสฺส นิรตฺถกภาวโต, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิสพฺพสมฺปตฺตีนํ ลาภสฺส นิมิตฺตภาวโต จ อาโรคฺยปรมา ลาภา. นิพฺพาเน สุขุปฺปตฺติโต, อสติ จ นิพฺพานาธิคเม ตาทิสสฺส สุขสฺส อนุปลพฺภนโต, สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตฺตา จ สพฺพโส จ สํสารทุกฺขาภาวโต, อธิคเต จ ตสฺมึ สกลวฏฺฏทุกฺขาภาวโต จ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ. ปุพฺพภาคมคฺคานนฺติ กายานุปสฺสนาทิเภทภินฺนานํ อริยมคฺคสฺส ปุพฺพภาคิยานํ มคฺคานํ. เตสญฺจ อมตคามิตา นาม ตนฺนินฺนตาวเสเนว สจฺฉิกิริยาวเสนาติ อาห ‘‘ปุพฺพภาคคมเนเนว อมตคามิน’’นฺติ. อฏฺฐงฺคิโก อริยมคฺโค เขโม สพฺพปริสฺสยสมุคฺฆาตเนน อนุปทฺทุตตฺตา, ตํสมงฺคีนํ สพฺพโส อนุปทฺทุตตฺตา ตํสมงฺคีนํ สพฺพโส อนุปทฺทวเหตุโต จ. ลทฺธิวเสน คหิตาติ สสฺสตวาทาทีหิ เกวลํ เตสํ ลทฺธิวเสน ตถา คหิตา. เขมอมตคามินนฺติ อิมินา หิ ‘‘เขมํอมตคามิน’’นฺติ วิภตฺติอโลเปน นิทฺเทโส, อตฺโถ ปน วิภตฺติโลเปน ทฏฺฐพฺโพติ ทสฺเสติ.

๒๑๖. อโนมชฺชตีติ อนุ อนุ โอมชฺชติ. อปราปรํ หตฺถํ เหฏฺฐา โอตาเรนฺโต มชฺชติ.

๒๑๗. เฉกนฺติ ฆนภาเวน วีตํ. ฆนมฏฺฐภาเวน สุนฺทรํ โหตีติ อาห ‘‘สมฺปนฺน’’นฺติ. สาธูหิ ปรมปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺเฐหิ ลาโต คหิโตติ สาหุฬิ. สงฺการโจฬกํ นิจฺจกาฬกํ.

๒๑๘. ตตฺถ ตตฺถ รุชนฏฺเฐน วิพาธนฏฺเฐน โรโคว ภูโต. วิปสฺสนาญาเณนปิ สิขาปฺปตฺเตน อาโรคฺยํ เอกเทเสน ปสฺสติ, นิพฺพานญฺจ วฏฺฏปฏิปกฺขโตติ อาห ‘‘วิปสฺสนาญาณญฺเจวา’’ติ.

๒๑๙. อนฺตราติ ปฐมุปฺปตฺติ ชรามรณานํ เวมชฺเฌ. อุปหโตติ ปิตฺตเสมฺหาทิโทเสหิ ทูสิตภาเวน กถิโต. ปิตฺตาทิโทเส ปน เภสชฺชเสวนาย นิวตฺเตนฺโต อุปหตํ ปฏิปากติกํ กโรนฺโต จกฺขูนิ อุปฺปาเทติ นาม. วินฏฺฐานีติ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปนฺนานิ.

๒๒๐. ปุพฺเพ วุตฺเต สาหุฬิยจีเร. วฏฺเฏ อนุคตจิตฺเตนาติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อนาทีนวทสฺสิตาย อนุคามิจิตฺเตน.

๒๒๑. ธมฺมสฺสาติ นิพฺพานสฺส. อนุธมฺมนฺติ อนุรูปํ นิยฺยานธมฺมํ. เตนาห ‘‘อนุจฺฉวิกํ ปฏิปท’’นฺติ. ปญฺจกฺขนฺเธติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ ทสฺเสติ. ‘‘ทีฆรตฺตํ วต, โภ’’ติอาทินา ปาฬิยํ วิวฏฺฏํ ทสฺสิตํ. เตนาห ‘‘อุปาทานนิโรธาติ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.