๓. ปริพฺพาชกวคฺโค
๑. เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตวณฺณนา
๑๘๕. ตตฺถาติ เอกปุณฺฑรีกสญฺญิเต ปริพฺพาชการาเม. อนาคตปุพฺโพ โลกิยสมุทาหารวเสน ‘‘จิรสฺสํ โข, ภนฺเต’’ติอาทินา วุจฺจติ, อยํ ปเนตฺถ อาคตปุพฺพตํ อุปาทาย ตถา วุตฺโต. ภควา หิ เกสญฺจิ วิมุตฺติชนนตฺถํ, เกสญฺจิ อินฺทฺริยปริปากตฺถํ, เกสญฺจิ วิเสสาธิคมตฺถํ กทาจิ ติตฺถิยารามํ อุปคจฺฉติ. อนนุญฺญาย ฐตฺวาติ อนนุชานิตพฺเพ ฐตฺวา. อนุชานิตพฺพํ สิยา อนญฺญาตสฺส เญยฺยสฺส อภาวโต. ยาวตกญฺหิ เญยฺยํ, ตาวตกํ ภควโต ญาณํ, ยาวตกญฺจ ภควโต ญาณํ ตาวตกํ เญยฺยํ. เตเนวาห – ‘‘น ตสฺส อทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ, อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพ’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑). สพฺพญฺญุตญฺญาเณน หิ ภควา อาวชฺเชตฺวา ปชานาติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อาวชฺชนปฏิพทฺธํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณ’’นฺติ (มิ. ป. ๔.๑.๒). ยทิ เอวํ ‘‘จรํ สมาหิโต นาโค, ติฏฺฐํ นาโค สมาหิโต’’ติ (อ. นิ. ๖.๔๓) อิทํ สุตฺตปทํ กถนฺติ? วิกฺเขปาภาวทีปนปทเมตํ, น อนาวชฺชเนนปิ ญาณานํ ปวตฺติปริทีปนํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วิตฺถารโต วุตฺตเมว.
๑๘๖. ยาวเทวาติ อิทํ ยถารุจิ ปวตฺติ วิย อปราปรุปฺปตฺติปิ อิจฺฉิตพฺพาติ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สกึ ขีณานํ อาสวานํ ปุน เขเปตพฺพาภาวา’’ติ. ปจฺจุปฺปนฺนชานนคุณนฺติ อิทํ ทิพฺพจกฺขุญาณสฺส ปริภณฺฑญาณํ อนาคตํสญาณํ อนาทิยิตฺวา วุตฺตํ, ตสฺส ปน วเสน อนาคตํสญาณคุณํ ทสฺเสตีติ วตฺตพฺพํ สิยา.
คิหิปริกฺขาเรสูติ วตฺถาภรณาทิธนธญฺญาทิคิหิปริกฺขาเรสุ. คิหิลิงฺคํ ปน อปฺปมาณํ, ตสฺมา คิหิพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกรา โหนฺติเยว. สติ ปน ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย คิหิลิงฺเค เต น ติฏฺฐนฺติเยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เยปี’’ติอาทิมาห. สุกฺขาเปตฺวา สมุจฺฉินฺทิตฺวา. อรหตฺตํ ปตฺตทิวเสเยว ปพฺพชนํ วา ปรินิพฺพานํ วาติ อยํ นโย น สพฺพสาธารโณติ อาห ‘‘ภูมเทวตา ปน ติฏฺฐนฺตี’’ติ. ตตฺถ การณวจนํ ‘‘นิลียโนกาสสฺส อตฺถิตายา’’ติ. อรญฺญปพฺพตาทิปวิเวกฏฺฐานํ นิลียโนกาโส. เสสกามภเวติ กามโลเก. ลฬิตชนสฺสาติ อาภรณาลงฺการนจฺจคีตาทิวเสน วิลาสยุตฺตชนสฺส.
โสปีติ ‘‘โส อญฺญตฺร เอเกนา’’ติ วุตฺโต โสปิ. กรโต น กรียติ ปาปนฺติ เอวํ น กิริยํ ปฏิพาหติ. ยทิ อตฺตานํเยว คเหตฺวา กเถติ, อถ กสฺมา มหาสตฺโต ตทา อาชีวกปพฺพชฺชํ อุปคจฺฉีติ อาห ‘‘ตทา กิรา’’ติอาทิ. ตสฺสปีติ น เกวลํ อญฺเญสํ เอว ปาสณฺฑานํ, ตสฺสปิ. วีริยํ น หาเปสีติ ตโปชิคุจฺฉวาทํ สมาทิยิตฺวา ฐิโต วิราคตฺถาย ตํ สมาทิณฺณวตฺตํ น ปริจฺจชิ, สตฺถุสาสนํ น ฉฑฺเฑสิ. เตนาห – ‘‘กิริยวาที หุตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตตี’’ติ.
เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. อคฺคิวจฺฉสุตฺตวณฺณนา
๑๘๗. โลกสฺส สสฺสตตาปวตฺติปฏิกฺเขปวเสน ปวตฺโต วาโท อุจฺเฉทวาโท เอว โหตีติ สสฺสตคฺคาหาภาเว อุจฺเฉทคฺคาหภาวโต ปุน ปริพฺพาชเกน ‘‘อสสฺสโต โลโก’’ติ วทนฺเตน อุจฺเฉทคฺคาโห ปุจฺฉิโต, ภควตาปิ โส เอว ปฏิกฺขิตฺโตติ อาห ‘‘ทุติเย นาหํ อุจฺเฉททิฏฺฐิโก’’ติ. อนฺตานนฺติกาทิวเสนาติ เอตฺถ อนฺตานนฺติกคฺคหเณน อนฺตวา โลโก อนนฺตวา โลโกติ อิมํ วาททฺวยมาห. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติอาทิวาทจตุกฺกํ สงฺคณฺหาติ, อิตรํ ปน ทฺวยํ สรูเปเนว คหิตนฺติ. ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพติ ‘‘ตติเย นาหํ อนฺตวาทิฏฺฐิโก, จตุตฺเถ นาหํ อนนฺตวาทิฏฺฐิโก’’ติ เอวมาทินา ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ อยมฺปิ สสฺสตวาโท, โส จ โข อปรนฺตกปฺปิกวเสน, ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติ ปน ปุพฺพนฺตกปฺปิกวเสนาติ อยเมเตสํ วิเสโส. ‘‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ อยมฺปิ อุจฺเฉทวาโท, โส จ โข สตฺตวเสน, ‘‘อสสฺสโต โลโก’’ติ ปน สตฺตสงฺขารวเสนาติ วทนฺติ.
๑๘๙. สปฺปติภยํ อุปฺปชฺชนโต สห ทุกฺเขนาติ สทุกฺขํ. เตนาห ‘‘กิเลสทุกฺเขนา’’ติอาทิ. เตสํเยวาติ กิเลสทุกฺขวิปากทุกฺขานํเยว. สอุปฆาตกนฺติ สพาธํ. สอุปายาสนฺติ สปริสฺสมํ สอุปตาปํ สปีฬํ. สปริฬาหนฺติ สทรถํ.
กิญฺจิ ทิฏฺฐิคตนฺติ อิมา ตาว อฏฺฐ ทิฏฺฐิโย มา โหนฺตุ, อตฺถิ ปน, โภ โคตม, ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐิคตํ คหิตํ. น หิ ตาย ทิฏฺฐิยา วินา กญฺจิ สมยํ ปวตฺเตตุํ ยุชฺชตีติ อธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ. อปวิทฺธนฺติ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน ฉฑฺฑิตํ. ปญฺญาย ทิฏฺฐนฺติ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ภควตา ปฏิวิทฺธํ. ยตฺถ อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ สตฺตํ มเถนฺติ สมฺมทฺทนฺตีติ มถิตาติ อาห ‘‘มถิตานนฺติ เตสํเยว เววจน’’นฺติ. กญฺจิ ธมฺมนฺติ รูปธมฺมํ อรูปธมฺมํ วา. อนุปาทิยิตฺวาติ อคฺคเหตฺวา.
๑๙๐. น อุเปตีติ สงฺขํ น คจฺฉตีติ อตฺโถติ อาห ‘‘น ยุชฺชตี’’ติ. อนุชานิตพฺพํ สิยา อนุปาทาวิมุตฺตสฺส กญฺจิปิ อุปฺปตฺติยา อภาวโต. ‘‘เอวํ วิมุตฺตจิตฺโต น อุปปชฺชตี’’ติ กามญฺเจตํ สภาวปเวทนํ ปรินิพฺพานํ, เอเก ปน อุจฺเฉทวาทิโน ‘‘มยมฺปิ ‘สตฺโต อายตึ น อุปปชฺชตี’ติ วทาม, สมโณ โคตโมปิ ตถา วทตี’’ติ อุจฺเฉทภาเวเยว ปติฏฺฐหิสฺสนฺติ, ตสฺมา ภควา ‘‘น อุปปชฺชตีติ โข วจฺฉ น อุเปตี’’ติ อาห. ‘‘อุปปชฺชตี’’ติ ปน วุตฺเต สสฺสตเมว คเณฺหยฺยาติ โยชนา. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อปฺปติฏฺโฐติ อุจฺเฉทวาทาทิวเสน ปติฏฺฐารหิโต. อนาลมฺโพติ เตสํเยว วาทานํ โอลมฺพารมฺมณสฺส อภาเวน อนาลมฺโพ. สุขปเวสนฏฺฐานนฺติ เตสญฺเญว วาทานํ สุขปเวสโนกาสํ มา ลภตูติ. อนนุญฺญาย ฐตฺวาติ ‘‘น อุปปชฺชตี’’ติอาทินา อนุชานิตพฺพาย ปฏิญฺญาย ฐานเหตุ. อนุญฺญมฺปีติ อนุชานิตพฺพมฺปิ ทุติยปญฺหํ ปฏิกฺขิปิ. ปริยตฺโต ปน ธมฺโม อตฺถโต ปจฺจยากาโร เอวาติ อาห ‘‘ธมฺโมติ ปจฺจยาการธมฺโม’’ติ. อญฺญตฺถ ปโยเคนาติ อิมมฺหา นิยฺยานิกสาสนา อญฺญสฺมึ มิจฺฉาสมเย ปวตฺตปฺปโยเคน, อนิยฺยานิกํ วิวิธํ มิจฺฉาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชนฺเตนาติ อตฺโถ. ‘‘อญฺญวาทิยเกนา’’ติปิ ปาโฐ, ปจฺจยาการโต อญฺญาการทีปกอาจริยวาทํ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺเตนาติ อตฺโถ.
๑๙๑. อปฺปจฺจโยติ อนุปาทาโน, นิรินฺธโนติ อตฺโถ.
๑๙๒. เยน รูเปนาติ เยน ภูตุปาทาทิเภเทน รูปธมฺเมน. ตํ รูปํ ตปฺปฏิพทฺธสํโยชนปฺปหาเนน ขีณาสว-ตถาคตสฺส ปหีนํ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปนฺนํ. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘อนุปฺปาทธมฺม’’นฺติอาทิ. อญฺเญสํ ชานนาย อภาวคุณตาย คุณคมฺภีโร. ‘‘เอตฺตกา คุณา’’ติ ปมาณํ คณฺหิตุํ น สกฺกุเณยฺโย. ‘‘อีทิสา เอตสฺส คุณา’’ติ ปริโยคาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุปฺปริโยคาโฬฺหติ. ทุชฺชาโนติ อคาธตาย คมฺภีโร ‘‘เอตฺตกานิ อุทกฬฺหกสตานี’’ติอาทินา ปเมตุํ น สกฺกาติ อปฺปเมยฺโย, ตโต เอว ทุชฺชาโน. เอวเมวานฺติ ยถา มหาสมุทฺโท คมฺภีโร อปฺปเมยฺโย ทุชฺชาโน, เอวเมว ขีณาสโวปิ คุณวเสน, ตสฺมา อยํ รูปาทึ คเหตฺวา รูปีติอาทิโวหาโร ภเวยฺย, ปรินิพฺพุตสฺส ปน ตทภาวา ตถา ปญฺญาเปตุํ น สกฺกา, ตโต ตํ อารพฺภ อุปปชฺชตีติอาทิ น ยุชฺเชยฺย. ยถา ปน วิชฺชมาโน เอว ชาตเวโท พฺยตฺเตน ปุริเสน นียมาโน ปุรตฺถิมาทิทิสํ คโตติ วุจฺเจยฺย, น นิพฺพุโต, เอวํ ขีณาสโวปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวเมวา’’ติอาทิมาห.
อนิจฺจตาติ เอตฺถ อนิจฺจตาคหณํ อสารนิทสฺสนํ. เตน ยถา โส สาลรุกฺโข สาขาปลาสาทิอสาราปคเมน สุทฺโธ สาเร ปติฏฺฐิโต, เอวมยํ ธมฺมวินโย สาสวสงฺขาตอสารวิคเมน โลกุตฺตรธมฺมสาเร ปติฏฺฐิโตติ ทสฺเสติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อคฺคิวจฺฉสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. มหาวจฺฉสุตฺตวณฺณนา
๑๙๓. สห กถา เอตสฺส อตฺถีติ สหกถี, ‘‘มยํ ปุจฺฉาวเสน ตุเมฺห วิสฺสชฺชนวเสนา’’ติ เอวํ สหปวตฺตกโถติ อตฺโถ. เอตสฺเสว กถิตานิ, ตตฺถ ปฐเม วิชฺชาตฺตยํ เทสิตํ, ทุติเย อคฺคินา ทสฺสิตนฺติ เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตํ อคฺคิวจฺฉสุตฺตนฺติ นามํ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. สีฆํ ลทฺธึ น วิสฺสชฺเชนฺติ, ยสฺมา สงฺขารานํ นิยโตยํ วินาโส อนญฺญสมุปฺปาโท, เหตุสมุปฺปนฺนาปิ น จิเรน นิชฺฌานํ ขมนฺติ, น ลหุํ. เตนาห ‘‘วสาเตล …เป… สุชฺฌนฺตี’’ติ. ปจฺฉิมคมนํ ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา. ยฏฺฐึ อาลมฺพิตฺวา อุทกํ ตริตุํ โอตรนฺโต ปุริโส ‘‘ยฏฺฐึ โอตริตฺวา อุทเก ปตมาโน’’ติ วุตฺโต. กมฺมปถวเสน วิตฺถารเทสนนฺติ สํขิตฺตเทสนํ อุปาทาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘มูลวเสน เจตฺถา’’ติอาทิ. วิตฺถารสทิสาติ กมฺมปถวเสน อิธ เทสิตเทสนาว มูลวเสน เทสิตเทสนํ อุปาทาย วิตฺถารสทิสา. วิตฺถารเทสนา นาม นตฺถีติ น เกวลํ อยเมว, อถ โข สพฺพาปิ พุทฺธานํ นิปฺปริยาเยน อุชุเกน นิรวเสสโต วิตฺถารเทสนา นาม นตฺถิ เทสนาญาณสฺส มหาวิสยตาย กรณสมฺปตฺติยา จ ตชฺชาย มหานุภาวตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส. สพฺพญฺญุตญฺญาณสมงฺคิตาย หิ อวเสสปฏิสมฺภิทานุภาวิตาย อปริมิตกาลสมฺภตญาณสมฺภารสมุทาคตาย กทาจิปิ ปริกฺขยานรหาย อนญฺญสาธารณาย ปฏิภานปฏิสมฺภิทาย ปหูตชิวฺหาทิตทนุรูปรูปกายสมฺปตฺติสมฺปทาย วิตฺถาริยมานา ภควโต เทสนา กถํ ปริมิตา ปริจฺฉินฺนา ภเวยฺย, มหาการุณิกตาย ปน ภควา เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ ตตฺถ ตตฺถ ปริมิตํ ปริจฺฉินฺนํ กตฺวา นิฏฺฐเปติ. อยญฺจ อตฺโถ มหาสีหนาทสุตฺเตน (ม. นิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) ทีเปตพฺโพ. สพฺพํ สํขิตฺตเมว อตฺตชฺฌาสยวเสน อกเถตฺวา โพธเนยฺยปุคฺคลชฺฌาสยวเสน เทสนาย นิฏฺฐาปิตตฺตา. น เจตฺถ ธมฺมสาสนวิโรโธ ปริยายํ อนิสฺสาย ยถาธมฺมํ ธมฺมานํ โพธิตตฺตา สพฺพลหุตฺตา จาติ.
๑๙๔. สตฺต ธมฺมา กามาวจรา สมฺปตฺตสมาทานวิรตีนํ อิธาธิปฺเปตตฺตา.
อนิยเมตฺวาติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สาวโก’’ติ วา นิยมํ วิเสเสน อกตฺวา. อตฺตานเมว…เป… เวทิตพฺพํ, ตถา หิ ปริพฺพาชโก ‘‘ติฏฺฐตุ ภวํ โคตโม’’ติ อาห.
๑๙๕. สตฺถาว อรหา โหติ ปฏิปตฺติยา ปาริปูริภาวโต. ตสฺมึ พฺยากเตติ ตสฺมึ ‘‘เอกภิกฺขุปิ สาวโก’’ติอาทินา สุฏฺฐุ ปเญฺห กถิเต.
๑๙๖. สมฺปาทโกติ ปฏิปตฺติสมฺปาทโก.
๑๙๗. เสขาย วิชฺชายาติ เสขลกฺขณปฺปตฺตาย มคฺคปญฺญาย สาติสยํ กตฺวา กรณวเสน วุตฺตา, ผลปญฺญา ปน ตาย ปตฺตพฺพตฺตา กมฺมภาเวน วุตฺตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐิมผลตฺตยํ ปตฺตพฺพ’’นฺติ. อิมํ ปเนตฺถ อวิปรีตมตฺถํ ปาฬิโต เอว วิญฺญายมานํ อปฺปฏิวิชฺฌนโต วิตณฺฑวาที ‘‘ยาวตกํ เสเขน ปตฺตพฺพํ, อนุปฺปตฺตํ ตํ มยา’’ติ วจนเลสํ คเหตฺวา ‘‘อรหตฺตมคฺโคปิ อเนน ปตฺโตเยวา’’ติ วทติ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาย คาถาย.
กิเลสานิ ปหาย ปญฺจาติ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนสงฺขาเต สํกิเลเส ปหาย ปชหิตฺวา, ปหานเหตุ วา. ปริปุณฺณเสโขติ สพฺพโส วฑฺฒิตเสขธมฺโม. อปริหานธมฺโมติ อปริหานสภาโว. น หิ ยสฺส ผาติคเตหิ สีลาทิธมฺเมหิ ปริหานิ อตฺถิ, สมาธิมฺหิ ปริปูรการิตาย เจโตวสิปฺปตฺโต. เตนาห ‘‘สมาหิตินฺทฺริโย’’ติ. อปริหานธมฺมตฺตาว ฐิตตฺโต.
อนาคามินา หิ อเสขภาวาวหา ธมฺมา ปริปูเรตพฺพา, น เสขภาวาวหาติ โส เอกนฺตปริปุณฺเณ เสโข วุตฺโต. เอตํ น พุทฺธวจนนฺติ ‘‘มคฺโค พหุจิตฺตกฺขณิโก’’ติ เอตํ วจนํ น พุทฺธวจนํ อนนฺตเรกนฺตวิปากทานโต, พหุกฺขตฺตุํ ปวตฺตเน ปโยชนาภาวโต จ โลกุตฺตรกุสลสฺส, ‘‘สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหุ (ขุ. ปา. ๖.๕; สุ. นิ. ๒๒๘), น ปารํ ทิคุณํ ยนฺตี’’ติ (สุ. นิ. ๗๑๙) เอวมาทีนิ สุตฺตปทานิ เอตสฺสตฺถสาธกานิ. โอรมฺภาคิยสํโยชนปฺปหาเนน เสกฺขธมฺมปริปูริภาวสฺส วุตฺตตาย อตฺโถ ตว วจเนน วิรุชฺฌตีติ. อสฺส อายสฺมโต วจฺฉสฺส.
๑๙๘. อภิญฺญา วา การณนฺติ ยญฺหิ ตํ ตตฺร ตตฺร สกฺขิภพฺพตาสงฺขาตํ อิทฺธิวิธปจฺจนุภวนาทิ, ตสฺส อภิญฺญา การณํ. อถ อิทฺธิวิธปจฺจนุภวนาทิ อภิญฺญา, เอวํ สติ อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ การณํ. อวสาเน ฉฏฺฐาภิญฺญาย ปน อรหตฺตํ. เอตฺถ จ ยสฺมา ปฐมสุตฺเต อาสวกฺขโย อธิปฺเปโต, อาสวา ขีณา เอว, น ปุน เขเปตพฺพา, ตสฺมา ตตฺถ ‘‘ยาวเทวา’’ติ น วุตฺตํ. อิธ ผลสมาปตฺติ อธิปฺเปตา, สา จ ปุนปฺปุนํ สมาปชฺชียติ, ตสฺมา ‘‘ยาวเทวา’’ติ วุตฺตํ. ตโต เอว หิ ‘‘อรหตฺตํ วา การณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตญฺหิ ‘‘กุทาสฺสุ นามาหํ ตทายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามิ, ยทริยา เอตรหิ อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕; ๓.๓๐๗) อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐเปตฺวา อภิญฺญา นิพฺพตฺเตนฺตสฺส การณํ, ตยิทํ สพฺพสาธารณํ น โหตีติ สาธารณวเสน นํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรหตฺตสฺส วิปสฺสนา วา’’ติ อาห.
๒๐๐. ปริจรนฺติ นาม วิปฺปกตพฺรหฺมจริยวาสตฺตา. ปริจิณฺโณ โหติ สาวเกน นาม สตฺถุ ธมฺเม กตฺตพฺพา ปริจริยา สมฺมเทว นิฏฺฐาปิตตฺตา. เตนาห ‘‘อิติ…เป… เถโร เอวมาหา’’ติ. เตสํ คุณานนฺติ เตสํ อเสกฺขคุณานํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหาวจฺฉสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๔. ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา
๒๐๑. ขนนํ ขตํ, สูกรสฺส ขตํ เอตฺถ อตฺถีติ สูกรขตา, สูกรสฺส วา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปฐมํ ขตํ อุปาทาย สูกรขตา, ตาย. เอวํนามเกติ เอวํ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามเก. ปํสุโธเตติ โธตปํสุเก. โอตริตฺวา อภิรุหิตพฺพนฺติ ปกติภูมิโต อเนเกหิ โสปานผลเกหิ โอตริตฺวา ปุน เลณทฺวารํ กติปเยหิ อภิรุหิตพฺพํ.
ฐิตโกวาติ มาตุลสฺส ฐิตตฺตา ตตฺถ สคารวสปติสฺสวเสน ฐิตโกว. กิญฺจาปิ สพฺพ-สทฺโท อวิเสสโต อนวเสสปริยาทายโก, วตฺถุอธิปฺปายานุโรธี ปน สทฺทปฺปโยโคติ ตมตฺถํ สนฺธาย ปริพฺพาชโก ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ อาห. ยา โลเก มนุสฺสอุปปตฺติโยติอาทิกา อุปปตฺติโย, ตา อนตฺถสมุทาคตา ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตานํ อุจฺฉิชฺชนโต, ตสฺมา สมยวาทีหิ วุจฺจมานา สพฺพา อายตึ อุปฺปชฺชนอุปปตฺติ น โหติ. ชลพุพฺพุฬกา วิย หิ อิเม สตฺตา ตตฺถ ตตฺถ สมเย อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺติ, เตสํ ตตฺถ ปฏิสนฺธิ นตฺถีติ อสฺส อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิโย’’ติอาทิ. อสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวาติ เยนาธิปฺปาเยน ปริพฺพาชโก ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ อาห, ตํ ตสฺส อธิปฺปายํ ชานนฺโตปิ อชานนฺโต วิย หุตฺวา ตสฺส อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโตติ ปเทสสพฺพํ สนฺธาย เตน วุตฺตํ, สพฺพสพฺพวิสยํ กตฺวา ตตฺถ โทสํ คณฺหนฺโต. ยถา โลเก เกนจิ ‘‘สพฺพํ วุตฺตํ, ตํ มุสา’’ติ วุตฺเต ตสฺส วจนสฺส สพฺพนฺโตคธตฺตา มุสาภาโว อาปชฺเชยฺย, เอวํ อิมสฺสปิ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วทโต ตถา ปวตฺตา ทิฏฺฐิปิ นกฺขมตีติ อตฺถโต อาปนฺนเมว โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘เอสาปิ เต ทิฏฺฐิ นกฺขมตี’’ติ. ยถา ปน เกนจิ ‘‘สพฺพํ วุตฺตํ มุสา’’ติ วุตฺเต อธิปฺปายานุโรธินี สทฺทปฺปวตฺติ, ตสฺส วจนํ มุญฺจิตฺวา ตทญฺเญสเมว มุสาภาโว ญายาคโต, เอวมิธาปิ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วจนโต ยสฺสา ทิฏฺฐิยา วเสน ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ เตน วุตฺตํ, ตํ ทิฏฺฐึ มุญฺจิตฺวา ตทญฺญเมว ยถาธิปฺเปตํ สพฺพํ นกฺขมตีติ อยมตฺโถ ญายาคโต, ภควา ปน วาทีวโร สุขุมาย อาณิยา ถูลํ อาณึ นีหรนฺโต วิย อุปาเยน ตสฺส ทิฏฺฐิคตํ นีหริตุํ ตสฺส อธิปฺปาเยน อวตฺวา สทฺทวเสน ตาว ลพฺภมานํ โทสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาปิ โข เต’’ติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘อสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวา อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโต’’ติ.
ปริพฺพาชโก ปน ยํ สนฺธาย ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ มยา วุตฺตํ, ‘‘อยํ โส’’ติ ยถาวุตฺตโทสปริหรณตฺถํ ตสฺมึ อตฺเถ วุจฺจมาเน เอส โทโส สพฺโพ น โหติ, เอวมฺปิ สมโณ โคตโม มม วาเท โทสเมว อาโรเปยฺยาติ อตฺตโน อชฺฌาสยํ นิคุหิตฺวา ยถาวุตฺตโทสํ ปริหริตุกาโม ‘‘เอสา เม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตมฺปสฺส ตาทิสเมวาติ ยํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ คหิตํ วตฺถุ, ตมฺปิ ตาทิสเมว ภเวยฺยาติ. อยญฺจ สพฺพนฺโตคธทิฏฺฐิ มยฺหมฺปิ ทิฏฺฐิวตฺถุ, ตํ เม ขเมยฺยวาติ. ยสฺมา ปน ‘‘เอสาปิ ทิฏฺฐิ ตุยฺหํ นกฺขมตี’’ติ ยาปิ ทิฏฺฐิ วุตฺตา ภวตา โคตเมน, สาปิ มยฺหํ นกฺขมติ, ตสฺมา สพฺพํ เม นกฺขมเตวาติ ปริพฺพาชกสฺส อธิปฺปาโย. เตนาห – ‘‘ตํ ปริหรามีติ สญฺญาย วทตี’’ติ. ตถา จ วกฺขติ ‘‘ตสฺมาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิ มยฺหํ นกฺขมตี’’ติ. ‘‘เอสา เม ทิฏฺฐี’’ติ ยา ฐิติภูตา ทิฏฺฐิ, ตาย ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ ปเนตฺถ สพฺพคฺคหเณน คหิตตฺตา อาห – ‘‘อตฺถโต ปนสฺส เอสา ทิฏฺฐิ น เม ขมตีติ อาปชฺชตี’’ติ. อยํ โทโสติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยสฺส ปนา’’ติอาทิ. เอสาติ ทิฏฺฐิ. รุจิตนฺติ ทิฏฺฐิทสฺสเนน อภินิวิสิตฺวา โรเจตฺวา คหิตํ. เตน หิ ทิฏฺฐิอกฺขเมน อรุจิเตน ภวิตพฺพนฺติ สติ ทิฏฺฐิยา อกฺขมภาเว ตโต ตาย คหิตาย ขเมยฺย รุจฺเจยฺย ยถา, เอวํ สพฺพสฺส อกฺขมภาเวติ อปรภาเค สพฺพํ ขมติ รุจฺจตีติ อาปชฺชติ. น ปเนส ตํ สมฺปฏิจฺฉตีติ เอส ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ เอวํ วทนฺโต อุจฺเฉทวาที ตํ วุตฺตนเยน สพฺพสฺส ขมนํ รุจฺจนํ น สมฺปฏิจฺฉติ. ญาเยน วุตฺตมตฺถํ กถํ น สมฺปฏิจฺฉตีติ อาห ‘‘เกวลํ ตสฺสาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อุจฺเฉทเมว คณฺหาตี’’ติ. สพฺเพสญฺหิ ธมฺมานํ อายตึ อุปฺปาทํ อรุจฺจิตฺวา ตํ สนฺธาย อยํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วทติ, อุจฺเฉททิฏฺฐิเกสุ จ อุจฺฉินฺเนสุ กุโต อุจฺเฉททิฏฺฐิสภาโวติ.
เตนาติ เตน การเณน, ยสฺมา อิเธกจฺเจ สตฺตา อีทิสํ ทิฏฺฐึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. ปชหนเกน วา จิตฺเตน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ปชหนเกหิ อปฺปชหนเก นิทฺธาเรตุํ ภควา ‘‘อโต…เป… พหุตรา’’ติ อโวจาติ อาห – ‘‘ปชหนเกสุ นิสฺสกฺก’’นฺติ ยถา ‘‘ปญฺจสีเลหิ ปภาวนา ปญฺญวนฺตตรา’’ติ. ‘‘พหู’’ติ วตฺวา น เกวลํ พหู, อถ โข อติวิย พหูติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหุตรา’’ติ อาห. ‘‘พหู หี’’ติ นยิทํ นิสฺสกฺกวจนํ, อถ โข ปจฺจตฺตวจนํ. กถํ หิ-สทฺโทติ อาห ‘‘หิ-กาโร นิปาตมตฺต’’นฺติ. อนิสฺสกฺกวจนํ ตาว ตสฺส ปชหนกานํ พหุภาวโต เตปิ ปรโต ‘‘พหุตรา’’ติ วุจฺจียนฺติ. มูลทสฺสนนฺติ เย ตาทิสํ ทสฺสนํ ปฐมํ อุปาทิยนฺติ, ตชฺชาติกเมว ปจฺฉา คหิตทสฺสนํ. วิชาติยญฺหิ ปฐมํ คหิตทสฺสนํ อปฺปหาย วิชาติยสฺส คหณํ น สมฺภวติ วิรุทฺธสฺส อภินิเวสสฺส สห อนวฏฺฐานโต. อวิรุทฺธํ ปน มูลทสฺสนํ อวิสฺสชฺชิตฺวา วิสยาทิเภทภินฺนํ อปรทสฺสนํ คเหตุํ ลพฺภติ. เตนาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ เอกจฺจสสฺสตวาโท สสฺสตุจฺเฉทาภินิเวสานํ วเสน ยถากฺกมํ สสฺสตุจฺเฉทคฺคาหนชาติโก, อุจฺเฉทคฺคาเหน ปน สสฺสตาภินิเวสสฺส ตํคาเหน จ อสสฺสตาภินิเวสสฺส วิรุชฺฌนโต อุภยตฺถปิ ‘‘เอกจฺจสสฺสตํ วา คเหตุํ น สกฺกา’’ติ วุตฺตํ, ตถา ‘‘สสฺสตํ วา อุจฺเฉทํ วา น สกฺกา คเหตุ’’นฺติ จ. มูลสสฺสตญฺหิ ปฐมํ คหิตํ. อายตเนสุปิ โยเชตพฺพนฺติ ปฐมํ จกฺขายตนํ สสฺสตนฺติ คเหตฺวา อปรภาเค น เกวลํ จกฺขายตนเมว สสฺสตํ, โสตายตนมฺปิ สสฺสตํ, ฆานายตนาทิปิ สสฺสตนฺติ คณฺหาตีติอาทินา โยเชตพฺพํ. อายตเนสุปีติ ปิ-สทฺเทน ธาตูนํ อินฺทฺริยานมฺปิ คาโห ทฏฺฐพฺโพ. อิทํ สนฺธายาติ ‘‘มูเล สสฺสต’’นฺติอาทินา วุตฺตปฐมคฺคาหสฺส สมานชาติยํ อปรคฺคาหํ สนฺธาย.
ทุติยวาเร ปฐมวาเร วุตฺตสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อาทีนวํ ทิสฺวาติ ‘‘ยทิ รูปํ สสฺสตํ สิยา, นยิทํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย. ยสฺมา จ โข อิทํ รูปํ อสสฺสตํ, ตสฺมา อภิณฺหปฏิปีฬนฏฺเฐน อุทยวยวนฺตตาย รูปํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ, สสฺสตาภินิเวโส มิจฺฉา’’ติอาทินา ตตฺถ สสฺสตวาเท อาทีนวํ โทสํ ทิสฺวา. โอฬาริกนฺติ ตสฺมา ปฏิปีฬนฏฺเฐน อยาถาวคฺคาหตาย รูปํ น สณฺหํ โอฬาริกเมว. เวทนาทีนมฺปิ อนิจฺจาทิภาวทสฺสนํ รูปเวทนาอาทีนํ สมานโยคกฺขมตฺตา. วิสฺสชฺเชตีติ ปชหติ.
ติสฺโส ลทฺธิโยติ สสฺสตุจฺเฉทเอกจฺจสสฺสตทิฏฺฐิโย. ยสฺมา สสฺสตทิฏฺฐิกา วฏฺเฏ รชฺชนสฺส อาสนฺนา. ตถา หิ เต โอลียนฺตีติ วุจฺจนฺติ, ภวาภวทิฏฺฐีนํ วเสน อิเมสํ สตฺตานํ สํสารโต สีสุกฺขิปนํ นตฺถีติ เอตาว ติสฺโส วิเสสโต คเหตพฺพา.
อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาตีติ เอตฺตาวตา สสฺสตทสฺสนสฺส อปฺปสาวชฺชตาการณมาห, วฏฺฏํ อสฺสาเทติ, อภินนฺทตีติ อิมินา ทนฺธวิราคตาย. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาตีติ อิมินา ตาสุ ตาสุ คตีสุ สตฺตานํ สํสรณํ ปฏิกฺขิปตีติ ทสฺเสติ, สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาตีติ อิมินา กมฺมผลํ. กุสลํ น กโรตีติ อิมินา กมฺมํ, อกุสลํ กโรนฺโต น ภายตีติ อิมินา ปุญฺญาปุญฺญานิ สภาวโต ชายนฺตีติ ทสฺเสติ. วฏฺฏํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตนฺนินฺนภาวโต. สีฆํ ลทฺธึ ชหิตุํ น สกฺโกติ วฏฺฏุปจฺเฉทสฺส อรุจฺจนโต. อุจฺเฉทวาที หิ ตสฺมึ ภเว อุจฺเฉทํ มญฺญติ. ตโต ปรํ อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาติ สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ กมฺมผลวาทีภาวโต. เยภุยฺเยน หิ อุจฺเฉทวาที สภาวนิยติยทิจฺฉาภินิเวเสสุ อญฺญตฺราภินิเวโส โหติ. สีฆํ ทสฺสนํ ปชหติ วฏฺฏาภิรติยา อภาวโต. ปารมิโย ปูเรตุํ สกฺโกนฺโต ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา, โลกโวหารมตฺเตเนว โส สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายตีติ โยชนา. อสกฺโกนฺโตติ พุทฺโธ โหตุํ อสกฺโกนฺโต. อภินีหารํ กตฺวา อคฺคสาวกาทิภาวสฺส อภินีหารํ สมฺปาเทตฺวา. สาวโก หุตฺวาติ อคฺคสาวโก มหาสาวโก หุตฺวา, ตตฺถาปิ เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต วา สุกฺขวิปสฺสโก เอว วา พุทฺธสาวโก หุตฺวา ปรินิพฺพายติ. สพฺพมิทํ อุจฺเฉทวาทิโน กลฺยาณมิตฺตนิสฺสเยน สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมเน ขิปฺปวิราคตาทสฺสนตฺถํ อาคตํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
๒๐๒. กญฺชิเยเนวาติ อารนาเฬน. กญฺชิยสทิเสน อุจฺเฉททสฺสเนน. ปูริโตติ ปริปุณฺณชฺฌาสโย. โสติ ปริพฺพาชโก. อปฺปหายาติ อภินฺทิตฺวา. วิคฺคโหติ กลโห อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญนฺติ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธคฺคาโหติ กตฺวา. วิวาทนฺติ วิรุทฺธวาทํ. วิฆาตนฺติ วิโรธเหตุกํ จิตฺตวิฆาตํ. วิเหสนฺติ วิคฺคหวิวาทนิมิตฺตํ กายิกํ เจตสิกญฺจ กิลมถํ. อาทีนวํ ทิสฺวาติ เอตาสํ ทิฏฺฐีนํ เอวรูโป อาทีนโว, อนิยฺยานิกภาวตาย ปน สมฺปติ อายติญฺจ มหาทีนโวติ เอวํ อาทีนวํ ทิสฺวา.
๒๐๕. ‘‘เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๑; สํ. นิ. ๓.๘) กายํ อเนฺวตีติ กายนฺวโย, โสเยว, ตสฺส วา สมูโห กายนฺวยตา, กายปฏิพทฺโธ กิเลโส. เตนาห ‘‘กายํ…เป… อตฺโถ’’ติ.
อสมฺมิสฺสภาวนฺติ อสงฺกรโต ววตฺถิตภาวํ. เตน ตาสํ ยถาสกํ ปจฺจยานํ อุปฺปชฺชิตฺวา วิคมํ ทสฺเสติ. เอวญฺหิ ตาสํ กทาจิปิ สงฺกโร นตฺถิ. เตนาห ‘‘ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ’’ติอาทิ. สรูปํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อญฺญา เวทนา’’ติ อนิยเมน วุตฺตตฺตา ตเมว วิคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนุปฺปนฺนาว โหนฺติ อนฺตรหิตา วา’’ติ อาห. สรูปโต นิยเมตฺวา วุจฺจมาเน กาจิ อนุปฺปนฺนา วา โหติ, กาจิ อนฺตรหิตา วาติ. จุณฺณวิจุณฺณภาวทสฺสนตฺถนฺติ ขเณ ขเณ ภิชฺชมานภาวทสฺสนตฺถํ.
น เกนจิ สํวทตีติ เกนจิ ปุคฺคเลน สทฺธึ ทิฏฺฐิราควเสน สํกิลิฏฺฐจิตฺโต น วทติ. เตนาห ‘‘สสฺสตํ คเหตฺวา’’ติอาทิ. น วิวทตีติ วิรุทฺธภาโว หุตฺวา น วิวทติ. ปริวตฺเตตฺวาติ อุจฺเฉทํ คเหตฺวา เอกจฺจสสฺสตํ คเหตฺวา เอวํ วุตฺตนเยน ตโยปิ วาทา ปริวตฺเตตฺวา โยเชตพฺพา. เตน โวหรตีติ เตน โลกโวหาเรน โลกสมญฺญํ อนติธาวนฺโต สตฺโต ปุริโส ปุคฺคโลติอาทินา โวหรติ, น ปน อิโต พาหิรกา วิย อภินิวิสติ. เตนาห ‘‘อปรามสนฺโต’’ติ. กญฺจิ ธมฺมนฺติ รูปาทีสุ เอกํ ธมฺมมฺปิ. ปรามาสคฺคาเหน อคฺคณฺหนฺโตติ ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา, ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา จ ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสิตฺวา คหเณน อคฺคณฺหนฺโต.
กตาวีติ กตกิจฺโจ. โส วเทยฺยาติ ขีณาสโว ภิกฺขุ อหงฺการมมงฺกาเรสุ สพฺพโส สมุจฺฉินฺเนสุปิ อหํ วทามีติ วเทยฺย. ตตฺถ อหนฺติ นิยกชฺฌตฺตสนฺตาเน. มมนฺติ ตสฺส สนฺตกภูเต วตฺถุสฺมึ โลกนิรุเฬฺห. สมญฺญนฺติ ตตฺถ สุกุสลตาย โลเก สมญฺญา กุสโล วิทิตฺวา. โวหารมตฺเตนาติ เกวลํ ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา มหาโพธิปารมิโย ปูเรตุํ อสกฺโกนฺโต สาวโก หุตฺวา เทสโวหารมตฺเตน น อปฺปหีนตโณฺห วิย อนฺธปุถุชฺชโน อภินิเวสนวเสน.
๒๐๖. สสฺสตาทีสูติ สสฺสตาภินิเวสาทีสุ. เตสํ เตสํ ธมฺมานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. สสฺสตํ อภิญฺญายาติ สสฺสตทิฏฺฐึ สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต นิสฺสรณโต อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปฏิวิชฺฌิตฺวา. ปหานนฺติ อจฺจนฺตปฺปหานํ สมุจฺเฉทํ. รูปสฺส ปหานนฺติ รูปสฺส ตปฺปฏิพทฺธสญฺโญชนปฺปหาเนน ปหานํ. อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺเธหิ อาสเวหิ อคฺคเหตฺวาว จิตฺตํ วิมุจฺจิ. ‘‘อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจี’’ติ เอตฺถ กิญฺจิปิ อคฺคเหตฺวา อเสเสตฺวา. โสฬส ปญฺญาติ มหาปญฺญาทิกา โสฬส ปญฺญา. จตุรงฺคสมนฺนาคโตติ ปุณฺณอุโปสถทิวสตา, เกนจิ อนามนฺติตเมว อเนกสตานํเยว อเนกสหสฺสานํ วา ภิกฺขูนํ สนฺนิปติตตา, สพฺเพสํ เอหิภิกฺขุภาเวน อุปสมฺปนฺนตา, ฉฬภิญฺญตา จาติ. เตนาห ‘‘ตตฺริมานิ องฺคานี’’ติอาทิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทีฆนขสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๕. มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา
๒๐๗. เทฺว มาคณฺฑิยาติ เทฺว มาคณฺฑิยนามกา. เทวคพฺภสทิสนฺติ เทวานํ วสนโอวรกสทิสํ. เอตํ วุตฺตนฺติ ‘‘ภารทฺวาชโคตฺตสฺส พฺราหฺมณสฺส อคฺยาคาเร ติณสนฺถารเก’’ติ เอตํ วุตฺตํ. น เกวลํ ตํ ทิวสเมวาติ ยํ ทิวสํ มาคณฺฑิโย ปริพฺพาชโก ติณสนฺถารกํ ปญฺญตฺตํ, น เกวลํ ตํ ทิวสเมว ภควา เยนญฺญตโร วนสณฺโฑ, เตนุปสงฺกมีติ โยชนา. คามูปจาเรติ คามสมีเป. สญฺญาณํ กตฺวาติ สญฺญาณํ กตฺวา วิย. น หิ ภควโต ตสฺส สญฺญาณกรเณ ปโยชนํ อตฺถิ.
สมณเสยฺยานุรูปนฺติ สมณสฺส อนุจฺฉวิกา เสยฺยา. ปาสํสตฺโถ หิ อยํ รูป-สทฺโท. เตนาห ‘‘อิมํ ติณสนฺถารก’’นฺติอาทิ. อนากิณฺโณติ วิลุฬิโต อฆฏฺฏิโต. หตฺถปาทสีเสหิ ตตฺถ ตตฺถ ปหเฏน น จลิโต อภินฺโน, อจลิตตฺตา เอว อภินฺนํ อตฺถรณํ. ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปญฺญตฺโต วิยาติ อยํ เฉเกน จิตฺตกาเรน จินฺเตตฺวา ตุลิกาย ปริจฺฉินฺนเลขาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ลิขิตา จิตฺตกตเสยฺยา วิย. ภูนํ วุจฺจติ วฑฺฒิตํ, ตํ หนฺตีติ ภูนหุโน. เตนาห ‘‘หตวฑฺฒิโน’’ติ. ตํ ปนายํ จกฺขาทีสุ สํวรวิธานํ วฑฺฒิหนนํ มญฺญติ. เตนาห ‘‘มริยาทการกสฺสา’’ติ. พฺรูเหตพฺพนฺติ อุฬารวิสยูปหาเรน วฑฺเฒตพฺพํ ปีเณตพฺพํ. ตํ ปน อนนุภูตานุภวเนน โหตีติ อาห ‘‘อทิฏฺฐํ ทกฺขิตพฺพ’’นฺติ. อนุภูตํ ปน อปณีตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพ’’นฺติ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาที กิเรส ปริพฺพาชโก, ตสฺมา เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒึ ปญฺญเปติ. ยสฺมา ยํ ฉนฺนมฺปิ จกฺขาทีนํ ยถาสกํ วิสยคฺคหณํ ปฏิกฺขิปนฺโต โลกสฺส อวฑฺฒิตํ วินาสเมว ปญฺญเปติ, ตสฺมา โส สยมฺปิ วฑฺฒิหโต หตวฑฺฒิโต.
สํกิเลสโต อารกตฺตา อริโย นิยฺยานิกธมฺมภาวโต ญาโย ธมฺโม. วชฺชเลสสฺสปิ อภาวโต กุสโล. เตนาห ‘‘ปริสุทฺเธ การณธมฺเม อนวชฺเช’’ติ. อุคฺคตสฺสาติ อุจฺจกุลีนตาทินา อุฬารสฺส. มุเข อารกฺขํ ฐเปตฺวาติ มุเขน สํยโต หุตฺวา. อมฺพชมฺพูอาทีนิ คเหตฺวา วิย อปูรยมาโนติ อมฺพชมฺพูอาทีนิ อญฺญมญฺญวิสทิสานิ วิย ปูรณกถานเยน ยํ กิญฺจิ อกเถตฺวา. เตนาห ‘‘มยา กถิตนิยาเมนา’’ติ.
๒๐๘. ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิโตติ ทิวาวิหารโต วุฏฺฐิโตติ อตฺโถ. ทิวาวิหาโรปิ หิ ‘‘ปฏิสลฺลาน’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาที’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๘). ภควา หิ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐานุตฺตรกาลํ เตสํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา ทิวาวิหารโต วุฏฺฐาย ตตฺถ คโต. สํเวโค นาม สโหตฺตปฺปญาณํ, ตํ นิพฺพินฺทนวเสนปิ โหติ, สํเวคนิสฺสิตํ สนฺธายาห ‘‘ปีติสํเวเคน สํวิคฺโค’’ติ. โส ปน ยสฺมา ปุริมาวตฺถาย จลนํ โหติ จิตฺตสฺส, ตสฺมา อาห ‘‘จลิโต กมฺปิโต’’ติ. ติขิณโสเตน ปุริเสนาติ ภควนฺตํ สนฺธายาห.
๒๐๙. ธมฺมเทสนํ อารภิ ยถา วิเนยฺยทมนกุสโล วสนฏฺฐานฏฺเฐนาติ อิทํ อารมิตพฺพภาวสฺส ภาวลกฺขณวจนํ. อารมติ เอตฺถาติ อาราโม, รูปํ อาราโม เอตสฺสาติ รูปารามํ, ตโต เอว ตนฺนินฺนภาเวน รูเป รตนฺติ รูปรตํ, เตน สมฺโม ทุปฺปตฺติยา รูเปน สมฺมุทิตนฺติ รูปสมฺมุทิตํ, ตเทตํ ตทภิหตชวนกิจฺจํ ตตฺถ อาโรเปตฺวา วุตฺตํ. ทนฺตนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ทนฺตํ ทมิตํ. นิพฺพิเสวนนฺติ วิคตวิสุกายิกํ. คุตฺตนฺติ สติยา คุตฺตํ. รกฺขิตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. สํวุตนฺติ อปนีตํ ปเวสนิวารเณน. เตนาห ‘‘ปิหิต’’นฺติ.
๒๑๐. อุปฺปชฺชนปริฬาหนฺติ อุปฺปชฺชนกิเลสปริฬาหํ. กึ วจนํ วตฺตพฺพํ อสฺสาติ รูปารมฺมณํ อนุภวิตฺวา สมุทยาทิปหานํ ปริคฺคณฺหิตฺวา ปรินิพฺพินฺทิตฺวา วิรชฺชิตฺวา โย วิมุตฺโต, ตตฺถ กึ วุทฺธิหตปริยาโย อวสฺสํ ลภติ น ลภตีติ ปุจฺฉติ. ปริพฺพาชโก ตาทิเส สารพทฺธวิมุตฺติเก วุทฺธิหโตติ น วเทยฺยาติ อาห ‘‘น กิญฺจิ, โภ, โคตมา’’ติ.
๒๑๑. เตติ ตยา, อยเมว วา ปาโฐ. วสฺสํ วาโส วสฺสํ อุตฺตรปทโลเปน, วสฺสิตุํ อรหตีติ วสฺสิโก, วสฺสกาเล นิวาสานุจฺฉวิโกติ อตฺโถ.
นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจติ คิมฺหิโก วิย อุจฺโจ, เหมนฺติโก วิย นีโจ น โหติ, อถ โข ตทุภยเวมชฺฌลกฺขณตาย นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจ. นาติตนูนีติ เหมนฺติกสฺส วิย น ขุทฺทกานิ. นาติพหูนีติ คิมฺหิกสฺส วิย น อติพหูนิ. มิสฺสกาเนวาติ เหมนฺติกคิมฺหิเกสุ วุตฺตลกฺขณโวมิสฺสกานิ. อุณฺหปเวสนตฺถายาติ นิยูเหสุ ปุเรภตฺตํ ปจฺฉาภตฺตญฺจ ปติตสูริโยภาสวเสน อุณฺหสฺส อพฺภนฺตรปเวสนตฺถาย. ภิตฺตินิยูหานิ นีหรียนฺตีติ ทกฺขิณปสฺเส ภิตฺตีสุ นิยูหานิ นีหริตฺวา กรียนฺติ. วิปุลชาลานีติ ปุถุลฉิทฺทานิ. อุทกยนฺตานีติ อุทกวาหกยนฺตานิ.
นีลุปฺปลคจฺฉเก กตฺวาติ วิกสิเตหิ นีลุปฺปเลหิ คจฺฉเก นฬินิเก กตฺวา. คนฺธกลลนฺติ คนฺธมิสฺสกกทฺทมํ. ยมกภิตฺตีติ ยุคฬภิตฺติ, ตสฺสา อนฺตเร นาฬิ, ยโต อุทกํ อภิรุหติ. โลหนาฬินฺติ โลหมยยนฺตนาฬึ. ชาลนฺติ ตมฺพโลหมยํ ชาลํ. เหฏฺฐา ยนฺตํ ปริวตฺเตนฺตีติ เหฏฺฐาภาเค อุทกยนฺตํ คเมนฺติ. อุทกผุสิเต เตเมนฺเต วิวณฺณตา มาโหสีติ นีลปฏํ นิวาเสติ. ทิวากาเลติ ทิวสเวลาย. อชฺฌตฺตํ วูปสนฺตจิตฺโต วิหรามีติ เอเตน อตฺตโน ผลสมาปตฺติวิหาโร ภควตา ทสฺสิโตติ อาห – ‘‘ตาย รติยา รมมาโนติ อิทํ จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรตึ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ.
๒๑๒. มหาจ เนสํ ปปญฺโจติ เนสํ ราชูนํ มหาปปญฺโจ ราชิทฺธิวเสน สพฺพทา สมฺปตฺติวิสโย จ, อนุภวิตุํ น ลภนฺตีติ อธิปฺปาโย. มนฺเต คเวสนฺตา วิจรนฺติ, น โภคสุขํ. คณนา นาม อจฺฉินฺนคณนา, น วิคณคณนา น ปณคณนา. อาวฏฺโฏติ ยถาธิคเต ทิพฺเพ กาเม ปหาย กามเหตุ อาวฏฺโฏ นิวตฺโต ปริวตฺติโต ภเวยฺย. เอวํ มานุสกา กามาติ ยถา โกจิ กุสคฺเคน อุทกํ คเหตฺวา มหาสมุทฺเท อุทกํ มิเนยฺย. ตตฺถ มหาสมุทฺเท อุทกเมว มหนฺตํ วิปุลํ ปณีตญฺจ, เอวํ ทิพฺพานํ กามานํ สมีเป อุปนิธาย มานุสกา กามา อปฺปมตฺตกา โอรมตฺตกา นิหีนา, ทิพฺพาว กามา มหนฺตา วิปุลา อุฬารา ปณีตา. สมธิคยฺหาติ สมฺมา อธิคมนวเสน นิคฺคยฺห ทิพฺพมฺปิ สุขํ หีนํ กตฺวา ติฏฺฐติ.
๒๑๓. อาโรคฺยเหตุกํ สุขํ อสฺส อตฺถีติ สุขี, ตํ ปนสฺส โรควิคมโตวาติ อาห ‘‘ปฐมํ ทุกฺขิโต ปจฺฉา สุขิโต’’ติ. เสรี นาม อตฺตาธีนวุตฺตีติ อาห ‘‘เสรี เอกโก ภเวยฺยา’’ติ. อตฺตโน วโส สยํวโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ สยํวสี. องฺคารกปลฺลํ วิย กามวตฺถุปริฬาหเหตุโต. ตจฺเฉตฺวาติ ฆฏฺเฏตฺวา, กณฺฑูยิตฺวาติ อตฺโถ.
๒๑๔. เยน กาโย มธุรกชาโต โหติ, ตํ กิร กุฏฺฐํ ฉวึ วินาเสติ, จมฺมํ ฉิทฺทชาตํ วิย โหติ. เตเนวาห ‘‘อุปหตกายปฺปสาโท’’ติ. ปจฺจลตฺถาติ ปฏิลภิ. อวิชฺชาภิภูตตาย วิโรธิปจฺจยสมาโยเคน ปญฺญินฺทฺริยสฺส อุปหตตฺตา. อายตึ ทุกฺขผลตาย เอตรหิ จ กิเลสทุกฺขพหุลตาย กามานํ ทุกฺขสมฺผสฺสตา, ตทุภยสํยุตฺเตสุ เตสุ จ ตํ อสลฺลกฺขิตฺวา เอกนฺตสุขาภินิเวโส วิปรีตสญฺญาย, น เกวลาย สุขเวทนาย สุขาติ ปวตฺตสญฺญี.
๒๑๕. ตานีติ กุฏฺฐสรีเร วณมุขานิ. อสุจีนีติ อสุภานิ. ทุคฺคนฺธานีติ วิสฺสคนฺธานิ. ปูตีนีติ กุณปภูตานิ. อิทานีติ เอตรหิ. นเขหิ วิปฺปตจฺฉนอคฺคิปริตาปเนหิ อตินิปฺปีฬนกาเล ปาณกา…เป… ปคฺฆรนฺติ, เตน เวทนา ตนุกา โหติ. เอวนฺติ วุตฺตนเยน เวทนาย ตนุกภาวโต.
อาโรคฺยภาเว ธนลาภาทิลาภุปฺปตฺติโต, อสติ จ อาโรเคฺย ลาภสฺส นิรตฺถกภาวโต, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิสพฺพสมฺปตฺตีนํ ลาภสฺส นิมิตฺตภาวโต จ อาโรคฺยปรมา ลาภา. นิพฺพาเน สุขุปฺปตฺติโต, อสติ จ นิพฺพานาธิคเม ตาทิสสฺส สุขสฺส อนุปลพฺภนโต, สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตฺตา จ สพฺพโส จ สํสารทุกฺขาภาวโต, อธิคเต จ ตสฺมึ สกลวฏฺฏทุกฺขาภาวโต จ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ. ปุพฺพภาคมคฺคานนฺติ กายานุปสฺสนาทิเภทภินฺนานํ อริยมคฺคสฺส ปุพฺพภาคิยานํ มคฺคานํ. เตสญฺจ อมตคามิตา นาม ตนฺนินฺนตาวเสเนว สจฺฉิกิริยาวเสนาติ อาห ‘‘ปุพฺพภาคคมเนเนว อมตคามิน’’นฺติ. อฏฺฐงฺคิโก อริยมคฺโค เขโม สพฺพปริสฺสยสมุคฺฆาตเนน อนุปทฺทุตตฺตา, ตํสมงฺคีนํ สพฺพโส อนุปทฺทุตตฺตา ตํสมงฺคีนํ สพฺพโส อนุปทฺทวเหตุโต จ. ลทฺธิวเสน คหิตาติ สสฺสตวาทาทีหิ เกวลํ เตสํ ลทฺธิวเสน ตถา คหิตา. เขมอมตคามินนฺติ อิมินา หิ ‘‘เขมํอมตคามิน’’นฺติ วิภตฺติอโลเปน นิทฺเทโส, อตฺโถ ปน วิภตฺติโลเปน ทฏฺฐพฺโพติ ทสฺเสติ.
๒๑๖. อโนมชฺชตีติ อนุ อนุ โอมชฺชติ. อปราปรํ หตฺถํ เหฏฺฐา โอตาเรนฺโต มชฺชติ.
๒๑๗. เฉกนฺติ ฆนภาเวน วีตํ. ฆนมฏฺฐภาเวน สุนฺทรํ โหตีติ อาห ‘‘สมฺปนฺน’’นฺติ. สาธูหิ ปรมปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺเฐหิ ลาโต คหิโตติ สาหุฬิ. สงฺการโจฬกํ นิจฺจกาฬกํ.
๒๑๘. ตตฺถ ตตฺถ รุชนฏฺเฐน วิพาธนฏฺเฐน โรโคว ภูโต. วิปสฺสนาญาเณนปิ สิขาปฺปตฺเตน อาโรคฺยํ เอกเทเสน ปสฺสติ, นิพฺพานญฺจ วฏฺฏปฏิปกฺขโตติ อาห ‘‘วิปสฺสนาญาณญฺเจวา’’ติ.
๒๑๙. อนฺตราติ ปฐมุปฺปตฺติ ชรามรณานํ เวมชฺเฌ. อุปหโตติ ปิตฺตเสมฺหาทิโทเสหิ ทูสิตภาเวน กถิโต. ปิตฺตาทิโทเส ปน เภสชฺชเสวนาย นิวตฺเตนฺโต อุปหตํ ปฏิปากติกํ กโรนฺโต จกฺขูนิ อุปฺปาเทติ นาม. วินฏฺฐานีติ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปนฺนานิ.
๒๒๐. ปุพฺเพ วุตฺเต สาหุฬิยจีเร. วฏฺเฏ อนุคตจิตฺเตนาติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อนาทีนวทสฺสิตาย อนุคามิจิตฺเตน.
๒๒๑. ธมฺมสฺสาติ นิพฺพานสฺส. อนุธมฺมนฺติ อนุรูปํ นิยฺยานธมฺมํ. เตนาห ‘‘อนุจฺฉวิกํ ปฏิปท’’นฺติ. ปญฺจกฺขนฺเธติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ ทสฺเสติ. ‘‘ทีฆรตฺตํ วต, โภ’’ติอาทินา ปาฬิยํ วิวฏฺฏํ ทสฺสิตํ. เตนาห ‘‘อุปาทานนิโรธาติ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. สนฺทกสุตฺตวณฺณนา
๒๒๓. เทเวน วสฺเสน กโต โสพฺโภ เทวกตโสพฺโภ. เตนาห ‘‘วสฺโส…เป… รหโท’’ติ. คุหาติ ปํสุคุหา ปาสาณคุหา มิสฺสกคุหาติ ติสฺโส คุหา. ตตฺถ ปํสุคุหา อุทกมุตฺตฏฺฐาเน อโหสิ นินฺนฏฺฐานํ ปน อุทเกน อชฺโฌตฺถตํ. อุมงฺคํ กตฺวาติ เหฏฺฐา สุทุคฺคํ กตฺวา. อนมตคฺคิยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ ‘‘น โข โส สตฺตาวาโส สุลภรูโป, โย อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา อนาวุฏฺฐปุพฺโพ’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๖๐) อิทญฺจ ตฬากํ มยา วุตฺถปุพฺพํ ภวิสฺสติ, ตมฺปิ ฐานํ โส จ อตฺตภาโว อปญฺญตฺติกภาวํ คโตติ เอวํ อนมตคฺคิยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตาทิสํ ฐานํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. อิมินา นเยน สมุทฺทปพฺพตทสฺสนาทีสุปิ ปจฺจเวกฺขณาวิธิ เวทิตพฺโพ.
อุจฺจํ นทมานายาติ อุจฺจํ กตฺวา สทฺทํ กโรนฺติยา กามสฺสาทภวสฺสาทาทิวตฺถุนฺติ ‘‘อยญฺจ อยญฺจ กาโม อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป, อสุโก ภโว อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป, เอวมยํ โลโก ปิเยหิ ปิยตโร’’ติ เอวํ กามสฺสาทภวสฺสาทโลกสฺสาทาทิสงฺขาตํ วตฺถุํ. ทุคฺคติโต สํสารโต จ นิยฺยาติ เอเตนาติ นิยฺยานํ, สคฺคมคฺโค โมกฺขมคฺโค จ, ตํ นิยฺยานํ อรหติ, นิยฺยาเน วา นิยุตฺตาติ นิยฺยานิกา, นิยฺยานํ วา ผลํ เอติสฺสา อตฺถีติ นิยฺยานิกา, วจีทุจฺจริตาทิสํกิเลสโต นิยฺยาตีติ วา นิยฺยานียา, อี-การสฺส รสฺสตฺตํ ย-การสฺส จ ก-การํ กตฺวา นิยฺยานิกา, เจตนาย สทฺธึ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิ. ตปฺปฏิปกฺขโต อนิยฺยานิกา, ตสฺสา ภาโว อนิยฺยานิกตฺตํ, ตสฺมา อนิยฺยานิกตฺตา. ติรจฺฉานภูตาติ ติโรกรณภูตา. เคหสฺสิตกถาติ กามปฏิสํยุตฺตกถา. กมฺมฏฺฐานภาเวติ อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตจตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาเว. สห อตฺเถนาติ สาตฺถกํ, หิตปฏิสํยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วิสิขาติ ฆรสนฺนิเวโส, วิสิขาคหเณน จ ตนฺนิวาสิโน คหิตา ‘‘คาโม อาคโต’’ติอาทีสุ (สารตฺถ. ฏี. ๑.อาจริยปรมฺปรกถาวณฺณนา) วิย. เตเนวาห ‘‘สูรา สมตฺถา’’ติ ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติ จ. กุมฺภฏฺฐานปฺปเทเสน กุมฺภทาสิโย วุตฺตาติ อาห ‘‘กุมฺภทาสิกถา วา’’ติ.
๒๒๘. โวหาโร วิย เตสํ ตถา โวหารมตฺตํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมจริยวาเส’’ติ. อกตาติ สเมน, วิสเมน วา เกนจิ เหตุนา น กตา น วิหิตา. กตวิโธ กรณวิธิ นตฺถิ เอเตสนฺติ อกฏวิธา. ปททฺวเยนปิ โลเก เกนจิ เหตุปจฺจเยน เนสํ อนิพฺพตฺตตํ ทสฺเสติ. อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตาติ กสฺสจิ อิทฺธิมโต เจโตวสิปฺปตฺตสฺส เทวสฺส, อิสฺสราทิโน วา อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตา. อนิมฺมาตาติ กสฺสจิ อนิมฺมาปิตา. รูปาทิชนกภาวนฺติ รูปสทฺทาทีนํ ปจฺจยภาวํ, รูปาทโยปิ ปถวิยาทีหิ อปฺปฏิพทฺธวุตฺติกาติ ตสฺส อธิปฺปาโย. ยถา ปพฺพตกูฏํ เกนจิ อนิพฺพตฺติตํ กสฺสจิ จ อนิพฺพตฺตนกํ, เอวเมเตปีติ อาห ‘‘ปพฺพตกูฏา วิย ฐิตาติ กูฏฏฺฐา’’ติ. ยมิทํ พีชโต องฺกุราทิ ชายตีติ วุจฺจติ, ตํ วิชฺชมานเมว ตโต นิกฺขมติ นาวิชฺชมานํ, อญฺญถา อญฺญโตปิ อญฺญสฺส อุปลทฺธิ สิยาติ อธิปฺปาโย. เอวํ ฐิตาติ เอวํ นิพฺพิการา ฐิตา. อุภเยนปีติ อตฺถทฺวเยนปีติ วทนฺติ. ‘‘กูฏฏฺฐา เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตา’’ติ ปททฺวเยนปิ. เตสํ สตฺตนฺนํ กายานํ. ฐิตตฺตาติ นิพฺพิการาภาเวน ฐิตตฺตา. น จลนฺตีติ วิการํ นาปชฺชนฺติ. วิการาภาวโต หิ เตสํ สตฺตนฺนํ กายานํ เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตตา. อนิญฺชนญฺจ อตฺถโต ปกติยา อวฏฺฐานเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น วิปริณาเมนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา อวิปริณามธมฺมตฺตา เอว เต อญฺญมญฺญํ น พฺยาพาเธนฺติ. สติ หิ วิการํ อาปาเทตพฺพตาย พฺยาพาธกตาปิ สิยา, ตถา อนุคฺคเหตพฺพตาย อนุคฺคาหกตาติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘นาล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ปถวี เอว กาเยกเทสตฺตา ปถวีกาโย. หนฺตุํ วา ฆาเตตุํ วา สมตฺโถ นาม นตฺถิ ชีวสตฺตมานํ กายานํ นิจฺจตาย นิพฺพิการภาวโต, เอเตเนว เนสมหนฺตพฺพตา อฆาเตตพฺพตา อตฺถโต วุตฺตาเยวาติ ทฏฺฐพฺพา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สตฺตนฺนํเตฺวว กายาน’’นฺติอาทิ. โสตุํ วา สาเวตุํ วา สมตฺโถ นาม นตฺถีติ ปจฺเจกํ เนสํ สวเนสุ อสมตฺถตฺตา ตเทกเทสาทีสุปิ อสมตฺถตํ ทีเปติ. ยทิ โกจิ หนฺตา นตฺถิ, กถํ สตฺถปฺปหาโรติ อาห ‘‘ยถา มุคฺคราสิอาทีสู’’ติอาทิ. เกวลํ สญฺญามตฺตเมว โหติ, หนนฆาตนาทิ ปน ปรมตฺถโต นตฺเถว กายานํ อวิโกปนียภาวโตติ อธิปฺปาโย. เกวลํ ตกฺกมตฺเตน นิรตฺถกํ ทิฏฺฐึ ทีเปตีติ เอเตน ยสฺมา ตกฺกิกา นิรงฺกุสตาย ปริกปฺปนสฺส ยํ กิญฺจิ อตฺตนา ปริกปฺปิตํ สารโต มญฺญมานา ตเถว อภินิวิสฺส ตกฺกทิฏฺฐิคฺคาหํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา น เตสํ ทิฏฺฐิวตฺถุสฺมึ วิญฺญูหิ วิจารณา กตฺตพฺพาติ ทสฺเสติ. เกจีติ สารสมาสาจริยา. ปญฺจินฺทฺริยวเสนาติ ปญฺจรูปินฺทฺริยวเสน. กมฺมนฺติ ลทฺธิ กมฺมภาเวน สุปากฏตฺตา. อวงฺกกถาตารณาทิกา ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทา. เอกสฺมึ กปฺเปติ เอกสฺมึ มหากปฺเป.
ปุริสภูมิโยติ ปธานปุคฺคเลน นิทฺเทโส, อิตฺถีนมฺเปตา ภูมิโย อิจฺฉนฺเตว. ภิกฺขุ จ ปนฺนโกติอาทิ เตสํ ปาฬิเยว. ตตฺถ ปนฺนโกติ ภิกฺขาย วิจรณโกติ วทนฺติ, เตสํ วา ปฏิปตฺตึ ปฏิปนฺนโก. ชิโนติ ชิณฺโณ, ชราวเสน นิหีนธาตุโกติ วทนฺติ, อตฺตโน วา ปฏิปตฺติยา ปฏิปกฺขํ ชินิตฺวา ฐิโต. โส กิร ตถาภูโต กสฺสจิปิ ธมฺมํ น กเถติ, เตนาห ‘‘น กิญฺจิ อาหา’’ติ. อลาภินฺติ ‘‘โส น กุมฺภิมุขา ปฏิคฺคณฺหตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๙๔) นเยน วุตฺตอลาภเหตุสมาโยเคน อลาภึ. ตโต เอว ชิฆจฺฉาทุพฺพลปเรตตาย สยนปรายณํ สมณํ ปนฺนภูมีติ วทติ.
อาชีววุตฺติสตานีติ สตฺตานํ อาชีวภูตานิ ชีวิกาวุตฺติสตานิ. ปสุคฺคหเณน เอฬกชาติ คหิตา, มิคคฺคหเณน รุรุควยาทิสพฺพมิคชาติ. พหู เทวาติ จาตุมหาราชิกาทิพฺรหฺมกายิกาทิวเสน เนสํ อนฺตรเภทวเสน พหู เทวา. ตตฺถ จาตุมหาราชิกานํ เอกจฺโจ อนฺตรเภโท ‘‘มหาสมยสุตฺเตน’’ (ที. นิ. ๒.๓๓๑ อาทโย) ทีเปตพฺโพ. มานุสาปิ อนนฺตาติ ทีปเทสกุลวํสาชีวาทิวิภาควเสน มานุสาปิ อนนฺตเภทา. ปิสาจา เอว เปสาจา, เต อปรเปตาทโย มหนฺตา เวทิตพฺพา.
ฉทฺทนฺตทหมนฺทากินิโย กุฬีรมุจลินฺทนาเมน วทติ. คณฺฐิกาติ ปพฺพคณฺฐิกา. ปณฺฑิโตปิ…เป… อุทฺธํ น คจฺฉติ, กสฺมา? สตฺตานํ สํสรณกาลสฺส นิยตภาวโต.
อปริปกฺกํ สํสรณนิมิตฺตํ สีลาทินา ปริปาเจติ นาม สีฆํเยว วิสุทฺธิปฺปตฺติยา. ปริปกฺกํ ผุสฺส ผุสฺส ปตฺวา ปตฺวา ปริปกฺกภาวาปาทเนน พฺยนฺตึ กโรติ นาม. สุตฺตคุเฬติ สุตฺตวฏฺฏิยํ. นิพฺเพฐิยมานเมว ปเลตีติ อุปมาย สตฺตานํ สํสาโร อนุกฺกเมน ขียเตว, น ตสฺส วทฺธีติ ทสฺเสติ ปริจฺฉินฺนรูปตฺตา.
๒๒๙. นิยติวาเท ปกฺขิปนฺโตติ สพฺพญฺญุตํ ปฏิชานิตฺวาปิ ปเทสญฺญุตาย อสมฺปายมาโน ตตฺถ อตฺตโน อญฺญาณกิริยํ ปริหริตุํ อสกฺโกนฺโต จ ‘‘เอวเมสา นิยตี’’ติ นิยติวาเท ปกฺขิปนฺโต.
๒๓๐. ธมฺมกถาย อปสฺสยภูโต อนุสฺสโว เอตสฺส อตฺถีติ อนุสฺสวี, เตเนวสฺส อปสฺสยวาทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อนุสฺสวนิสฺสิโต’’ติ อาห. สวนํ สจฺจโตติ ยํ กิญฺจิ อนุสฺสวํ, ตํ สวนํ สจฺจนฺติ คเหตฺวา ฐิโต. ปิฏกสมฺปทายาติ คนฺถสมฺปาทเนน, ตาทิสํ คนฺถํ ปคุณํ วาจุคฺคตํ กตฺวา ตํ นิสฺสาย ธมฺมํ กเถติ. เตนาห ‘‘วคฺคปณฺณาสกายา’’ติอาทิ.
๒๓๒. มนฺทปญฺโญติ ปริตฺตปญฺโญ. โมมูโหติ สมฺมุยฺหโก. ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา วิวิโธ นานปฺปกาโร เขโป วาจาย ปรวาทานํ ขีปนํ วาจาวิกฺเขโป, ตํ วาจาวิกฺเขปํ, น มรติ น ปจฺฉิชฺชติ ยถาวุตฺโต วาทวิกฺเขโป เอตายาติ อมรา, ตตฺถ ปวตฺตา ทิฏฺฐิ อมราวิกฺเขโป, ตํ อมราวิกฺเขปํ. อปริยนฺตวิกฺเขปนฺติ ‘‘เอวมฺปิ เม โน’’ติอาทินา ปุจฺฉิตสฺส อปริโยสาปนวเสน วิกฺเขปํ. อิโต จิโต จ สนฺธาวติ เอกสฺมึ สภาเว อนวฏฺฐานโต. คาหํ น อุปคจฺฉตีติ มิจฺฉาคาหตาย อุตฺตรวิธานาย ปุริมปกฺขํ ฐเปตฺวา คาหํ น อุปคจฺฉติ. อมราสทิสาย อมราย วิกฺเขโปติ อมราวิกฺเขโป.
อิทํ กุสลนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, อิมินา ปกาเรนาติ อตฺโถ. อมราวิกฺเขปิโก ยถา กุสเล, เอวํ อญฺญสฺมึ ยํ กิญฺจิ เกนจิ ปุจฺฉิตํ อตฺถํ อตฺตโน อรุจฺจนตาย ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ วิกฺเขปญฺเญว อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทิ ตตฺถ ตตฺถ ปุจฺฉิตาการปฏิเสธนวเสน วิกฺขิปนาการทสฺสนํ. นนุ เจตฺถ วิกฺเขปวาทิโน วิกฺเขปปกฺขสฺส อนนุชานนํ วิกฺเขปปกฺเข อวฏฺฐานํ ยุตฺตนฺติ? น, ตตฺถาปิ ตสฺส สมฺมูฬฺหสฺส ปฏิกฺเขปวเสเนว วิกฺเขปวาทสฺส ปวตฺตนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘โน’’ติ. ตถา หิ สญฺจโย เพลฏฺฐปุตฺโต รญฺญา อชาตสตฺตุนา สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปุฏฺโฐ ปรโลกตฺติกาทีนํ ปฏิเสธนมุเขน วิกฺเขปํ พฺยากาสิ.
เอตฺถาห – ‘‘นนุ จายํ สพฺโพปิ อมราวิกฺเขปิโก กุสลาทโย ธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ ยถาภูตํ อนวพุชฺฌมาโน ตตฺถ ตตฺถ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมาโน ปุจฺฉาย วิกฺเขปมตฺตํ อาปชฺชติ, ตสฺส กถํ ทิฏฺฐิคตภาโว. น หิ อวตฺตุกามสฺส วิย ปุจฺฉิตมตฺถํ อชานนฺตสฺส วิกฺเขปกรณมตฺเตน ตสฺส ทิฏฺฐิคติกตา ยุตฺตา’’ติ? วุจฺจเต – น เหว โข ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณมตฺเตน ตสฺส ทิฏฺฐิคติกตา, อถ โข มิจฺฉาภินิเวสวเสน. สสฺสตาภินิเวเสน มิจฺฉาภินิวิฏฺโฐเยว หิ ปุคฺคโล มนฺทพุทฺธิตาย กุสลาทิธมฺเม ปรโลกตฺติกาทีนิ จ ยาถาวโต อปฺปฏิปชฺชมาโน อตฺตนา อวิญฺญาตสฺส อตฺถสฺส ปรํ วิญฺญาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย มุสาวาทภเยน จ วิกฺเขปํ อาปชฺชตีติ. อถ วา ปุญฺญปาปานํ ตพฺพิปากานญฺจ อนวโพเธน อสทฺทหเนน จ ตพฺพิสยาย ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณํเยว สุนฺทรนฺติ ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อภินิวิสนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิสุํเยว สา เอกา ทิฏฺฐิ สตฺตภงฺคทิฏฺฐิ วิยาติ ทฏฺฐพฺพา, อินฺทฺริยพทฺธโต จ ตติยฏฺฐานภาเว ทสฺสิโต.
๒๓๔. สนฺนิธิการกํ กาเมติ เอตฺถ อนินฺทฺริยพทฺธานิ อธิปฺเปตานีติ ติลตณฺฑุลาทิคฺคหณํ, ตสฺส โลกสฺส อปฺปสาทปริหารตฺถํ กทาจิ ตณฺฑุลนาฬิอาทิสงฺคหณกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ติลตณฺฑุลาทโย ปญฺญายนฺตี’’ติ.
๒๓๖. อาชีวกา มตา นามาติ อิเม อาชีวกา สพฺพโส สมฺมาปฏิปตฺติรหิตา มิจฺฉา เอว จ ปฏิปชฺชมานา อธิสีลสงฺขาตสฺส สีลชีวิตสฺส อภาเวน มตา นาม. ปุตฺตมตาติ มตปุตฺตา. สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยวาโส อตฺถีติ สมณํ เอว โคตมํ ปริสุทฺโธ สุปริปุณฺโณ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาวโห พฺรหฺมจริยวาโส อตฺถิ. เอเตเนตฺถ ธมฺมสุธมฺมตาทิทีปเนน พุทฺธสุพุทฺธตญฺจ ทีเปติ, อญฺญตฺถ นตฺถีติ อิมินา พาหิรเกสุ ตสฺส อภาวํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สนฺทกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๗. มหาสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา
๒๓๗. อภิญฺญาตาติ เอทิโส เอทิโส จาติ อภิลกฺขณวเสน ญาตา. อปฺปสทฺทสฺส วินีโต, อปฺปสทฺทตาย มนฺทภาณิตาย วินีโตติ จ อปฺปสทฺทวินีโตติ วุจฺจมาเน อญฺเญน วินีตภาโว ทีปิโต โหติ, ภควา ปน สยมฺภุญาเณน สยเมว วินีโต. ตสฺมา ปาฬิยํ ‘‘อปฺปสทฺทวินีโต’’ติ น วุตฺตํ. เตนาห ‘‘น หิ ภควา อญฺเญน วินีโต’’ติ.
๒๓๘. หิยฺโยทิวสํ อุปาทาย ตโต อาสนฺนานิ กติปยานิ ทิวสานิ ปุริมานิ นาม โหนฺติ, ปุริมานีติ จ ปุพฺพกานิ, อตีตานีติ อตฺโถ. ตโต ปรนฺติ ยถา วุตฺตอตีตทิวสโต อนนฺตรํ ปรํ ปุริมตรํ อติสเยน ปุริมตฺตา. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ ปวตฺติโต ยถากฺกมํ ปุริมปุริมตรภาโว, เอวํ สนฺเตปิ ยเทตฺถ ‘‘ปุริมตร’’นฺติ วุตฺตํ, ตโต ปภุติ ยํ ยํ โอรํ, ตํ ตํ ปรํ, ยํ ยํ ปรํ, ตํ ตํ ‘‘ปุริมตร’’นฺติ วุตฺตํ โหติ. กุตูหลยุตฺตา สาลา กุตูหลสาลา ยถา ‘‘อาชญฺญรโถ’’ติ. อิเม ทสฺสนาทโย.
อยถาภูตคุเณหีติ อยถาภูตํ มิจฺฉาทีปิตอตฺถมตฺเตเนว อุคฺโฆสิตคุเณหิ สมุคฺคโต โฆสิโต. ตรนฺติ อติกฺกมนฺติ เอเตนาติ ติตฺถํ, อคฺคมคฺโค. ทิฏฺฐิคติกมคฺโค ปน อยถาภูโตปิ เตสํ ตถา วิตรณํ อุปาทาย ติตฺถนฺติ โวหรียตีติ ตํ กโรนฺตา ติตฺถกรา. โอสรตีติ ปวิสติ.
๒๓๙. สหิตนฺติ ปุพฺพาปราวิรุทฺธํ. น กิญฺจิ ชาตนฺติ ปฏิญฺญาโทสเหตุโทสอุทาหรณโทสทุฏฺฐโทสตาย น กิญฺจิ ชาตํ. เตนาห ‘‘อาโรปิโต เต วาโท’’ติ. วทนฺติ เตน ปริภาสนฺตีติ วาโท โทโส. สภาวกฺโกเสนาติ สภาวโต ปวตฺตโกฏฺฐาเสน.
๒๔๐. ปีเฬยฺยาติ มธุภณฺเฑน สห ภาชเน ปีเฬตฺวา ทเทยฺย. สพฺรหฺมจารีหิ สมฺปโยเชตฺวาติ สหธมฺมิเกหิ วิเหฐนปโยคํ กตฺวา, เตนาห ‘‘วิวาทํ กตฺวา’’ติ.
๒๔๑. อิตรีตเรนาติ ปณีตโต อิตเรน. เตนาห ‘‘ลามกลามเกนา’’ติ.
๒๔๒. ภตฺตโกสเกนาติ โกสกภตฺเตน, ขุทฺทกสราวภตฺตเกนาติ อตฺโถ. เพลุวมตฺตภตฺตาหาราติ พิลฺลปมาณภตฺตโภชนา. โอฏฺฐวฏฺฏิยาติ มุขวฏฺฏิยา. สพฺพากาเรเนวาติ สพฺพปฺปกาเรเนว. อนปฺปาหาโรติ น วตฺตพฺโพ กทาจิ อปฺปาหาโรติ กตฺวา. ตตฺถ อติวิย อญฺเญหิ อวิสยฺหํ อปฺปาหารตํ ภควโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปธานภูมิย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. มยาติ นิสฺสกฺกวจนํ. วิเสสตราติ เตน ธมฺเมน วิเสสวนฺตตรา.
วตสมาทานวเสเนว ปํสุกูลํ ธาเรนฺตีติ ปํสุกูลิกาติ อาห – ‘‘สมาทินฺนปํสุกูลิกงฺคา’’ติ, สทฺทตฺโถ ปน ‘‘วิสุทฺธิมคฺเค’’ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. ปิณฺฑปาติกา สปทานจาริโนติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ตตฺถ สตฺเถน ฉินฺทิตตฺตา สตฺถลูขานิ. ยํ ยํ สปฺปายํ, ตสฺเสว คหณํ อุจฺจินนฺติ อาห ‘‘อุจฺจินิตฺวา…เป… ถิรฏฺฐานเมว คเหตฺวา’’ติ. อลาพุโลมสานีติ อลาพุโลมานิ วิย สุขุมตรานิ จีวรสุตฺตํสูนิ เอเตสํ สนฺตีติ อลาพุโลมสานิ. ปาติตสาณปํสุกูลนฺติ กเฬวเรน สทฺธึ ฉฑฺฑิตสาณมยํ ปํสุกูลํ, ยํ ตุมฺพมตฺเต ปุฬเว โอธุนิตฺวา สตฺถา คณฺหิ.
‘‘ยถาปิ ภมโร ปุปฺผ’’นฺติอาทินา (ธ. ป. ๔๙) วุตฺตํ มธุกรภิกฺขาจารวตํ ‘‘ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา’’ติ (มหาว. ๗๓, ๑๒๘) วจนโต ภิกฺขูนํ ปกติภูตํ วตนฺติ วุตฺตํ ‘‘อุญฺฉาสเก วเต รตา’’ติ. วต-สทฺโท เจตฺถ ปกติวตสงฺขาตํ สกวตํ วทติ. เตนาห ‘‘อุญฺฉาจริยสงฺขาเต ภิกฺขูนํ ปกติวเต’’ติ. อุจฺจนีจฆรทฺวารฏฺฐายิโนติ มหนฺตขุทฺทกเคหานํ พหิทฺวารโกฏฺฐกฏฺฐายิโน. กพรมิสฺสกํ ภตฺตํ สํหริตฺวาติ กณาชกมิสฺสกํ ภตฺตํ สมฺปิณฺฑิตฺวา. อุมฺมารโต ปฏฺฐายาติ ฆรุมฺมารโต ปฏฺฐาย.
จีวรานุคฺคหตฺถนฺติ จีวรานุรกฺขณตฺถํ. เอตฺถ จ ยสฺมา พุทฺธา นาม สเทวเก โลเก อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ, สา จสฺส ปุญฺญกฺเขตฺตตา ปรมุกฺกํสคตา, ตสฺมา สตฺตานํ ตาทิสํ อุปการํ อาจิกฺขิตฺวา เต จ อนุคฺคณฺหนฺตา คหปติจีวรํ สาทิยนฺติ, จตุปจฺจยสนฺโตเส ปน เน ปรมุกฺกํสคตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๔๔. สปฺปจฺจยนฺติ สเหตุกํ สการณํ หุตฺวา ธมฺมํ เทเสตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. โจทโก ปน อธิปฺปายํ อชานนฺโต ‘‘กึ ปนา’’ติอาทิมาห. อิตโร ‘‘โน น เทเสตี’’ติอาทินา อธิปฺปายํ วิวรติ. นิทานนฺติ เจตฺถ ญาปกํ อุปฺปตฺติการณํ อธิปฺเปตํ, ตญฺจ ตสฺส ตสฺส อนุปฺปตฺติยุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปฏิปกฺขหรณโต ‘‘สปฺปาฏิหาริย’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ปุริมสฺเสเวตํ เววจน’’นฺติ. ราคาทีนํ วา ปฏิหรณํ ปฏิหาริยํ, ตเทว ปาฏิหาริยํ, สห ปาฏิหาริเยนาติ สปฺปาฏิหาริยํ. ราคาทิปฏิเสธวเสเนว หิ สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ.
๒๔๕. ตสฺส ตสฺส ปญฺหสฺสาติ ยํ ยํ ปญฺหํ ปโร อภิสงฺขริตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉติ, ตสฺส ตสฺส ปญฺหสฺส. อุปริ อาคมนวาทปถนฺติ วิสฺสชฺชเน กเต ตโต อุปริ อาคจฺฉนกํ วาทมคฺคํ. วิเสเสตฺวา วทนฺโตติ วตฺตติ, ‘‘โภ โคตม, วตฺตุมรหตี’’ติ อตฺตโน วาทเภทนตฺถํ อาหตํ การณํ อตฺตโน มารณตฺถํ อาวุธํ นิทสฺเสนฺโต วิย วิเสเสตฺวา วทนฺโต ปหารเกน วจเนน. อนฺตรนฺตเรติ มยา วุจฺจมานกถาปพนฺธสฺส อนฺตรนฺตเร. ทเทยฺย วเทยฺย. เอวรูเปสุ ฐาเนสูติ ปรวาทีหิ สทฺธึ วาทปฏิวาทฏฺฐาเนสุ. เต นิคฺคเหตุํ มยา เทสิตํ สุตฺตปทํ อาเนตฺวา มมเยว อนุสาสนึ โอวาทํ ปจฺจาสีสนฺติ.
๒๔๖. สมฺปาเทมีติ มโนรถํ สมฺปาเทมิ. ปริปูเรมีติ อชฺฌาสยํ ปริปูเรมิ. อธิสีเลติ อธิเก อุตฺตมสีเล. สาวกสีลโต จ ปจฺเจกพุทฺธสีลโต จ พุทฺธานํ สีลํ อธิกํ อุกฺกฏฺฐํ ปรมุกฺกํสโต อนญฺญสาธารณภาวโต. เตนาห ‘‘พุทฺธสีลํ นาม กถิต’’นฺติ. ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาติ ตตฺถ ตตฺถ ฐานโส อุปฺปนฺนปญฺญา. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. อวเสสา ปญฺญาติ อิธ ปาฬิยํ อาคตา อนาคตา จ ยถาวุตฺตญาณทฺวยวินิมุตฺตา ปญฺญา.
๒๔๗. วิเสสาธิคมานนฺติ สติปฏฺฐานาทีนํ อธิคนฺธพฺพวิเสสานํ. อภิญฺญา นาม ฉ อภิญฺญา, ตาสุ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ฉฬภิญฺญารหโตว อคฺคมคฺคปญฺญา อิธ อภิญฺญาติ อธิปฺเปตา, ตสฺส โวสานํ ปริโยสานํ ปารมี ปรมุกฺกํสาติ อวกํสาติ จ อคฺคผลํ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อภิญฺญา…เป… อรหตฺตํ ปตฺตา’’ติ.
อุปายปธาเนติ อริยผลาธิคมนสฺส อุปายภูเต ปธาเน. ‘‘อนุปฺปนฺนปาปกานุปฺปาทาทิอตฺถา’’ติ คหิตา ตเถว โหนฺติ, ตํ อตฺถํ สาเธนฺติเยวาติ เอตสฺส อตฺถสฺส ทีปโก สมฺมา-สทฺโทติ ยถาอธิปฺเปตตฺถสฺส อนุปฺปนฺนปาปกานุปฺปาทาทิโน อุปายภูเต, ปธานอุปายภูเตติ อตฺโถ. สมฺมา-สทฺทสฺส วา โยนิโส อตฺถทีปกตํ สนฺธาย ‘‘โยนิโส ปธาเน’’ติ วุตฺตํ. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทํ อุปฺปาเทติ ปวตฺเตติ วา. วายมตีติ ปโยคปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ กายิกเจตสิกวีริยํ กโรติ. จิตฺตํ อุกฺขิปตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน โกสชฺชปกฺขโต จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ สมฺมปฺปธานภูตํ วีริยํ ปวตฺเตติ. ปฏิปาฏิยา ปเนตานิ จตฺตาริ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ. ‘‘ปทหตี’’ติ วา อิมินา อาเสวนาทีหิ สทฺธึ สิขาปตฺตํ อุสฺโสฬฺหิวีริยํ โยเชตพฺพํ. วฑฺฒิยา ปริปูรณตฺถนฺติ ยาวตา ภาวนาปาริปูริยา ปริปูรณตฺถํ. ยา ฐิตีติ ยา กุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิปกฺขวิคเมน อวฏฺฐิติ. โส อสมฺโมโสติ โส อวินาโส. ยํ เวปุลฺลนฺติ โย สพฺพโส วิปุลภาโว มหนฺตตา. ภาวนาปาริปูรีติ ภาวนาย ปริปูริตา. อตฺโถติปิ เวทิตพฺพํ ปุริมปจฺฉิมปทานํ สมานตฺถภาวโต.
ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตาตํตํวิเสสาธิคมสฺส ปฏิปทาวิภาวนาย อารทฺธตฺตา. อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปชฺชเนน อนตฺถาวหตา นาม นตฺถีติ วุตฺตํ – ‘‘อุปฺปชฺชมานา’’ติ วจนํ อุปฺปนฺนานํ ราสนฺตรภาเวน คหิตตฺตา. ตถา กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปชฺชเนนาติ วุตฺตํ – อนุปฺปชฺชมานาติ วจนํ อุปฺปนฺนานํ ราสนฺตรภาเวน คหิตตฺตา. นิรุชฺฌมานาติ ปฏิปกฺขสมาโยเคน วินสฺสมานา, น ขณนิโรธวเสน นิรุชฺฌมานา.
โลภาทโย เวทิตพฺพา, เย อารทฺธวิปสฺสกานํ อุปฺปชฺชนารหา. สกึ อุปฺปชฺชิตฺวาติ สภาวกถนมตฺตเมตํ. เอกวารเมว หิ มคฺโค อุปฺปชฺชติ. นิรุชฺฌมาโนติ สรเสเนว นิรุชฺฌมาโน. น หิ ตสฺส ปฏิปกฺขสมาโยโค นาม อตฺถิ. ผลสฺสาติ อนนฺตรกาเลว อุปฺปชฺชนกผลสฺส. ปจฺจยํ ทตฺวาว นิรุชฺฌตีติ อิมินา มคฺโค สมฺปติ อายติญฺจ เอกนฺเตเนว อตฺถาวโหติ ทสฺเสติ. ปุริมสฺมิมฺปีติ ‘‘อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา อนุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ เอตสฺมึ ตติยวาเรปิ. ‘‘สมถวิปสฺสนา คเหตพฺพา’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ, ตํ ปน มคฺคสฺส อนุปฺปนฺนตาย สพฺภาวโต, อนุปฺปชฺชมาเน จ ตสฺมึ วฏฺฏานตฺถสพฺภาวโตติ มคฺคสฺสปิ สาธารณภาวโต น ยุตฺตนฺติ ปฏิกฺขิปติ. ยทิ สมถวิปสฺสนานมฺปิ อนุปฺปตฺติ อนตฺถาวหา, มคฺคสฺส อนุปฺปตฺติยา วตฺตพฺพํ นตฺถีติ.
มหนฺตํ, คารวํ โหติ, ตสฺมา ‘‘สงฺฆคารเวน ยถารุจิ วนฺทิตุํ น ลภามี’’ติ สงฺเฆน สห น นิกฺขมิ. เอตฺตกํ ธาตูนํ นิธานํ นาม อญฺญตฺร นตฺถิ, มหาธาตุนิธานโต หิ นีหริตฺวา กติปยา ธาตุโย ตตฺถ ตตฺถ เจติเย อุปนีตา, อิธ ปน รามคามถูเป วินฏฺเฐ นาคภวนํ ปวิฏฺฐา โทณมตฺตา ธาตุโย อุปนีตา. อติมนฺทานิ โนติ นนุ อติวิย มนฺทานิ.
สํวิชฺชิตฺวาติ ‘‘กถญฺหิ นาม มาทิโส อีทิสํ อนตฺถํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ สํเวคํ ชเนตฺวา. อีทิสํ นาม มาทิสํ อารพฺภ วตฺตพฺพนฺติ กึ วทตีติ ตํ วจนํ อนาทิยนฺโต.
สนฺตสมาปตฺติโต อญฺญํ สนฺถมฺภนการณํ พลวํ นตฺถีติ ตโต ปริหีโน สมฺมาปฏิปตฺติยํ ปติฏฺฐา กถํ ภวิสฺสตีติ อาห ‘‘สนฺตาย…เป… น สกฺโกตี’’ติ. น หิ มหารชฺชุยา ฉินฺนาย สุตฺตตนฺตู สนฺถมฺเภตุํ สกฺโกนฺตีติ. สมเถ ทสฺเสตฺวา เตน สมานคติกา อิมสฺมึ วิสเย วิปสฺสนาปีติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘เอวํ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา…เป… สํวตฺตนฺตี’’ติ.
กาสาวนฺติ กาสาววตฺถํ. กจฺฉํ ปีเฬตฺวา นิวตฺถนฺติ ปจฺฉิมํ โอวฏฺฏิกํ ปีเฬนฺโต วิย ทฬฺหํ กตฺวา นิวตฺถํ อทฺทสํสูติ โยชนา.
วุตฺตนเยนาติ (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๓๙๔) ‘‘กามา นาเมเต อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา’’ติอาทินา วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ อาทีนวทสฺสนปุพฺพกเนกฺขมฺมปฏิปตฺติยา ฉนฺทราคํ วิกฺขมฺภยโต สมุจฺฉินฺทนฺตสฺส จ ‘‘อนุปฺปนฺโน จ กามาสโว น อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา เหฏฺฐา สพฺพาสวสุตฺตวณฺณนาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕ อาทโย; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕ อาทโย) วุตฺตนเยน. อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺธวิปาโกติ ตทารมฺมณมาห. อนุภวิตฺวา ภวิตฺวา จ วิคตํ ภูตวิคตํ. อนุภูตภูตา หิ ภูตตาสามญฺเญน ภูต-สทฺเทน วุตฺตา. สามญฺญเมว หิ อุปสคฺเคน วิเสสียตีติ. อนุภูตสทฺโท จ กมฺมวจนิจฺฉาย อภาวโต อนุภวกวาจโก ทฏฺฐพฺโพ. วิปาโก อารมฺมเณ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺโธ ภุตฺวาวิคโตติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, วิกปฺปคาหวเสน ราคาทีหิ ตพฺพิปกฺเขหิ จ อกุสลํ กุสลญฺจ กมฺมํ อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา วิคตนฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ยถาวุตฺโต ปน วิปาโก เกวลํ อารมฺมณรสานุภวนวเสเนว ปวตฺตตีติ อนุภวิตฺวา วิคตตฺตา นิปฺปริยาเยเนว วุตฺโต, ตสฺส จ ตถา วุตฺตตฺตา กมฺมํ ภวิตฺวา วิคตปริยาเยน, ยํ ‘‘อุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา’’ติ เอตฺถ ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ คเหตฺวา ตํสทิสานํ ปหานํ, วุทฺธิ จ วุตฺตา. วิปจฺจิตุํ โอกาสกรณวเสน อุปฺปติตํ อตีตกมฺมญฺจ ตโต อุปฺปชฺชิตุํ อารทฺโธ อนาคโต วิปาโก จ ‘‘โอกาสกตุปฺปนฺโน’’ติ วุตฺโต. ยํ อุปฺปนฺนสทฺเทน วินาปิ วิญฺญายมานํ อุปฺปนฺนํ สนฺธาย ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, สญฺเจตนิกาน’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๒๑๗, ๒๑๙) วุตฺตํ.
เตสูติ วิปสฺสนาย ภูมิภูเตสุ ขนฺเธสุ. อนุสยิตกิเลสาติ อนุสยวเสน ปวตฺตา อปฺปหีนา มคฺเคน ปหาตพฺพา กิเลสา อธิปฺเปตา. เตนาห ‘‘อตีตา…เป… น วตฺตพฺพา’’ติ. เตสญฺหิ อมฺพรุกฺโขปมาย วตฺตมานาทิตา น วตฺตพฺพา มคฺเคน ปหาตพฺพานํ ตาทิสสฺส วิภาคสฺส อนุปฺปชฺชนโต. อปฺปหีนาว โหนฺตีติ อิมินา อปฺปหีนฏฺเฐน อนุสยฏฺโฐติ ทสฺเสติ. อิทํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นามาติ อิทํ เตสุ ขนฺเธสุ อุปฺปตฺติรหกิเลสชาตํ ตาย เอว อุปฺปตฺติรหตาย ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม, เตภูมกภูมิลทฺธา นาม โหตีติ อตฺโถ. ตาสุ ตาสุ ภูมีสูติ มนุสฺสเทวาทิอตฺตภาวสงฺขาเตสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. ตสฺมึ ตสฺมึ สนฺตาเน อนุปฺปตฺติอนาปาทิตตาย อสมุคฺฆาติตา. เอตฺถ จ ลทฺธภูมิกํ ภูมิลทฺธนฺติ วุตฺตํ อคฺคิอาหิโต วิย.
โอกาสกตุปฺปนฺน-สทฺเทปิ จ โอกาโส กโต เอเตนาติ โอกาโส กโต เอตสฺสาติ จ อตฺถทฺวเยปิ กต-สทฺทสฺส ปรนิปาโต ทฏฺฐพฺโพ. อาหตขีรรุกฺโข วิย นิมิตฺตคฺคาหวเสน อธิคฺคหิตํ อารมฺมณํ, อนาหตขีรรุกฺโข วิย อวิกฺขมฺภิตตาย อนฺโตคธกิเลสํ อารมฺมณํ. นิมิตฺตคฺคาหกาวิกฺขมฺภิตกิเลสา วา ปุคฺคลา อาหตานาหตขีรรุกฺขสทิสา. ปุริมนเยเนวาติ อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺเน วิย ‘‘อิมสฺมึ นาม ฐาเน นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อสมุคฺฆาติตตฺตา’’ติ โยเชตฺวา วิตฺถาเรตพฺพํ.
วุตฺตํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค. ตตฺถ จ มคฺเคน ปหีนกิเลสานเมว ติธา นวตฺตพฺพตํ อปากฏํ สุปากฏํ กาตุํ อชาตผลรุกฺโข อุปมาภาเวน อาคโต. อตีตาทีนํ อปฺปหีนตา ทสฺสนตฺถมฺปิ ‘‘ชาตผลรุกฺเขน ทีเปตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา อจฺฉินฺเน รุกฺเข นิพฺพตฺตารหานิ ผลานิ ฉินฺเน อนุปฺปชฺชมานานิ น กทาจิ สสภาวานิ อเหสุํ โหนฺติ ภวิสฺสนฺติ จาติ ตานิ อตีตาทิภาเวน น วตฺตพฺพานิ, เอวํ มคฺเคน ปหีนกิเลสา จ ทฏฺฐพฺพา. ยถา เฉเท อสติ ผลานิ อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, สติ จ นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ เฉทสฺส สาตฺถกตา, เอวํ มคฺคภาวนาย จ สาตฺถกตา โยเชตพฺพา.
เตปิ ปชหติเยว กิเลสปฺปหาเนเนว เตสมฺปิ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนโต. อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺสาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส. อุปาทินฺนอนุปาทินฺนโตติ อุปาทินฺนขนฺธโต เจว กิเลสโต จ. อุปปตฺติวเสน วุฏฺฐานํ ทสฺเสตุมาห – ‘‘ภววเสน ปนา’’ติอาทิ. เย โสตาปนฺนสฺส สตฺต ภวา อปฺปหีนา, ตโต ปญฺจ ฐเปตฺวา อิตเร เทฺว ‘‘สุคติภเวกเทสา’’ติ อธิปฺเปตา. สุคติกามภวโตติ สุคติภเวกเทสภูตกามภวโต. อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวโต วุฏฺฐาติ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนสมุคฺฆาตภาวโต. ยทิ อรหตฺตมคฺโค เอว อริยมคฺโค สิยา, โส เอว สพฺพกิเลเส ปชเหยฺย, สพฺพภเวหิปิ วุฏฺฐเหยฺย. ยสฺมา ปน โอธิโสว กิเลสา ปหียนฺติ, ตสฺมา เหฏฺฐิมเหฏฺฐิมมคฺเคหิ ปหีนาวเสเส กิเลเส โส ปชหติ, อิติ อิมํ สามตฺถิยํ สนฺธาย ‘‘สพฺพภเวหิ วุฏฺฐาติเยวาติปิ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ โส เอว ‘‘วชิรูปโม’’ติ วุตฺโต.
โหตุ ตาว วุตฺตนเยน อนุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ อนุปฺปาทาย, อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนสทิสานํ ปหานาย อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนาย มคฺคภาวนา, อถ มคฺคกฺขเณ กถํ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ อุปฺปาทาย อุปฺปนฺนานญฺจ ฐิติยา ภาวนา โหติ เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา ตสฺสาติ โจเทติ, อิตโร ‘‘มคฺคปฺปวตฺติยาเยวา’’ติ ปริหารมาห. มคฺโค หิ กามญฺเจกจิตฺตกฺขณิโก, ตถารูโป ปนสฺส ปวตฺติวิเสโส, ยํ อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา สาติสยํ อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ สวิเสสํ ปาริปูรึ ปาปุณนฺติ. เตนาห ‘‘มคฺโค หี’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ อริยมคฺโค วตฺตมานกฺขเณ อนุปฺปนฺโน นาม น โหติ, อนุปฺปนฺนปุพฺพตํ อุปาทาย อุปจารวเสน ตถา วุจฺจตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนาคตปุพฺพํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยเมวาติ อยํ มคฺคสฺส ยถาปจฺจยปวตฺติ เอว ฐิติ นามาติ, มคฺคสมงฺคี ปุคฺคโล มคฺคมฺปิ ภาเวนฺโต เอว ตสฺส ฐิติยา ภาเวตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
อุปสมมานํ คจฺฉตีติ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน กิเลเส อุปสเมนฺตํ วตฺตติ. ปุพฺพภาคินฺทฺริยานิ เอว วา อธิปฺเปตานิ. เตเนวาห ‘‘กิเลสูปสมตฺถํ วา คจฺฉตี’’ติ.
๒๔๘. อธิมุจฺจนฏฺเฐนาติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๒๙; อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๖๖) อธิกํ สวิเสสํ มุจฺจนฏฺเฐน, เตนาห ‘‘สุฏฺฐุ มุจฺจนฏฺโฐ’’ติ. เอเตน สติปิ สพฺพสฺสปิ รูปาวจรชฺฌานสฺส วิกฺขมฺภนวเสน ปฏิปกฺขโต วิมุตฺตภาเว เยน ภาวนาวิเสเสน ตํ ฌานํ สาติสยํ ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจิตฺวา ปวตฺตติ, โส ภาวนาวิเสโส ทีปิโต. ภวติ หิ สมานชาติยุตฺโตปิ ภาวนาวิเสเสน ปวตฺติอาการวิเสโส. ยถา ตํ สทฺธาวิมุตฺตโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส, ตถา ปจฺจนีกธมฺเมหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตตาย เอว อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อภิรติวเสน สุฏฺฐุ อธิมุจฺจนฏฺเฐนปิ วิโมกฺโข. เตนาห ‘‘อารมฺมเณ จา’’ติอาทิ. อยํ ปนตฺโถติ อยํ อธิมุจฺจนตฺโถ ปจฺฉิมวิโมกฺเข นิโรเธ นตฺถิ. เกวโล วิมุตฺตตฺโถ เอว ตตฺถ ลพฺภติ, ตํ สยเมว ปรโต วกฺขติ.
รูปีติ เยนายํ สสนฺตติปริยาปนฺเนน รูเปน สมนฺนาคโต, ตํ ยสฺส ฌานสฺส เหตุภาเวน วิสิฏฺฐํ รูปํ โหติ. เยน วิสิฏฺเฐน รูเปน ‘‘รูปี’’ติ วุจฺเจยฺย รูปี-สทฺทสฺส อติสยตฺถทีปนโต, ตเทว สสนฺตติปริยาปนฺนรูปนิมิตฺตํ ฌานมิว ปรมตฺถโต รูปีภาวสาธกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติอาทิ. รูปชฺฌานํ รูปํ อุตฺตรปทโลเปน. รูปานีติ ปเนตฺถ ปุริมปทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีลกสิณาทีนิ รูปานี’’ติ.
อนฺโตอปฺปนายํ สุภนฺติ อาโภโค นตฺถีติ อิมินา ปุพฺพาโภควเสน อธิมุตฺติ สิยาติ ทสฺเสติ. เอวเญฺหตฺถ ตถาวตฺตพฺพตาปตฺติโจทนา อนวกาสา โหติ. ยสฺมา สุวิสุทฺเธสุ นีลาทีสุ วณฺณกสิเณสุ ตตฺถ กตาธิการานํ อภิรติวเสน สุฏฺฐุ อธิมุตฺติ สิยา, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ตถา ตติโย วิโมกฺโข สํวณฺณิโต. ยสฺมา ปน เมตฺตาทิวเสน ปวตฺตมานา ภาวนา สตฺเต อปฺปฏิกูลโต ทหติ, เต สุภโต อธิมุจฺจิตฺวาว ปวตฺตติ, ตสฺมา ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๒๑๒) พฺรหฺมวิหารภาวนา ‘‘สุภวิโมกฺโข’’ติ วุตฺตา, ตยิทํ อุภยมฺปิ เตน เตน ปริยาเยน วุตฺตตฺตา น วิรุชฺฌตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺพโสติ อนวเสสโต. น หิ จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ เอกเทโสปิ ตตฺถ อวสิฏฺโฐติ. วิสฺสฏฺฐตฺตาติ ยถาปริจฺฉินฺเน กาเล นิโรธิตตฺตา. อุตฺตโม วิโมกฺโข นาม อริเยเหว สมาปชฺชิตพฺพโต, อริยผลปริโยสานตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺติภาวโต จ.
๒๔๙. อภิภวตีติ อภิภุ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๗๓; อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๖๑-๖๕) ปริกมฺมํ, ญาณํ วา. อภิภุ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อภิภวิตพฺพํ วา อารมฺมณสงฺขาตํ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อารมฺมณาภิภวนโต อภิภุ จ ตํ อายตนญฺจ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต มนายตนธมฺมายตนภาวโต จาติปิ สสมฺปยุตฺตํ ฌานํ อภิภายตนํ. เตนาห ‘‘อภิภวนการณานี’’ติอาทิ. ตานีติ อภิภายตนสญฺญิตานิ ฌานานิ. สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส อาโภโค ปุพฺพภาคภาวนาวเสน ฌานกฺขเณ ปวตฺตํ อภิภวนาการํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ปริกมฺมวเสน อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี, น อปฺปนาวเสน. น หิ ปฏิภาคนิมิตฺตารมฺมณา อปฺปนา อชฺฌตฺตวิสยา สมฺภวติ. ตํ ปน อชฺฌตฺต ปริกมฺมวเสน ลทฺธํ กสิณนิมิตฺตํ อสุวิสุทฺธเมว โหติ, น พหิทฺธา ปริกมฺมวเสน ลทฺธํ วิย วิสุทฺธํ.
ปริตฺตานีติ ยถาลทฺธานิ สุปฺปสราวมตฺตานิ. เตนาห ‘‘อวฑฺฒิตานี’’ติ. ปริตฺตวเสเนวาติ วณฺณวเสน อาโภเค วิชฺชมาเนปิ ปริตฺตวเสเนว อิทมภิภายตนํ วุตฺตํ. ปริตฺตตา เหตฺถ อภิภวนสฺส การณํ. วณฺณาโภเค สติปิ อสติปิ อภิภายตนภาวนา นาม ติกฺขปญฺญสฺเสว สมฺภวติ, น อิตรสฺสาติ ‘‘ญาณุตฺตริโก ปุคฺคโล’’ติ. อภิภวิตฺวา สมาปชฺชตีติ เอตฺถ อภิภวนํ สมาปชฺชนญฺจ อุปจารชฺฌานาธิคมสมนนฺตรเมว อปฺปนาฌานุปฺปาทนนฺติ อาห ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ. สห นิมิตฺตุปฺปาเทนาติ จ อปฺปนาปริวาสาภาวสฺส ลกฺขณวจนเมตํ. โย ‘‘ขิปฺปาภิญฺโญ’’ติ วุจฺจติ, ตโตปิ ญาณุตฺตรสฺเสว อภิภายตนภาวนา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ นิมิตฺเต. อปฺปนํ ปาเปตีติ ภาวนา อปฺปนํ เนติ.
เอตฺถ จ เกจิ ‘‘อุปฺปนฺเน อุปจารชฺฌาเน ตํ อารพฺภ เย เหฏฺฐิมนฺเตน เทฺว ตโย ชวนวารา ปวตฺตนฺติ, เต อุปจารชฺฌาน ปกฺขิกา เอว, ตทนนฺตรญฺจ ภวงฺคปริวาเสน อุปจาราเสวนาย จ วินา อปฺปนา โหติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนว อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. น หิ ปาริวาสิกปริกมฺเมน อปฺปนาวาโร อิจฺฉิโต, นาปิ มหคฺคตปฺปมาณชฺฌาเนสุ วิย อุปจารชฺฌาเน เอกนฺตโต ปจฺจเวกฺขณา อิจฺฉิตพฺพา, ตสฺมา อุปจารชฺฌานาธิคมโต ปรํ กติปยภวงฺคจิตฺตาวสาเน อปฺปนํ ปาปุณนฺโต ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วุตฺโต. ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทนา’’ติ จ อธิปฺปายิกมิทํ วจนํ, น นีตตฺถํ, อธิปฺปาโย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
น อนฺโตสมาปตฺติยํ ตทา ตถารูปสฺส อาโภคสฺส อสมฺภวโต, สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส อาโภโค ปุพฺพภาคภาวนาวเสน ฌานกฺขเณ ปวตฺตํ อภิภวนาการํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อภิธมฺมฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๐๔) ปน ‘‘อิมินา ปนสฺส ปุพฺพภาโค กถิโต’’ติ วุตฺตํ. อนฺโตสมาปตฺติยํ ตถา อาโภคาภาเว กสฺมา ‘‘ฌานสญฺญายปี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อภิภว…เป… อตฺถี’’ติ.
วฑฺฒิตปฺปมาณานีติ วิปุลปฺปมาณานีติ อตฺโถ, น เอกงฺคุลทฺวงฺคุลาทิวเสน วฑฺฒิตปฺปมาณานีติ ตถา วฑฺฒนสฺเสเวตฺถ อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘มหนฺตานี’’ติ.
รูเป สญฺญา รูปสญฺญา, สา อสฺส อตฺถีติ รูปสญฺญี, น รูปสญฺญี อรูปสญฺญี. สญฺญาสีเสน ฌานํ วทติ. รูปสญฺญาย อนุปฺปาทนเมเวตฺถ อลาภิตา. พหิทฺธาว อุปฺปนฺนนฺติ พหิทฺธาวตฺถุสฺมึเยว อุปฺปนฺนํ. อภิธมฺเม ปน ‘‘อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ, อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ เอวํ จตุนฺนํ อภิภายตนานํ อาคตตฺตา อภิธมฺมฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๐๔) ‘‘กสฺมา ปน ยถา สุตฺตนฺเต – ‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานี’ติอาทิ วุตฺตํ, เอวํ อวตฺวา อิธ จตูสุปิ อภิภายตเนสุ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญิตาว วุตฺตา’’ติ โจทนํ กตฺวา ‘‘อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต’’ติ การณํ วตฺวา ‘‘ตตฺถ วา หิ อิธ วา พหิทฺธารูปาเนว อภิภวิตพฺพานิ, ตสฺมา ตานิ นิยมโต วตฺตพฺพานีติ ตตฺราปิ อิธาปิ วุตฺตานิ. ‘อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี’ติ อิทํ ปน สตฺถุ เทสนาวิลาสมตฺตเมวา’’ติ วุตฺตํ.
เอตฺถ จ วณฺณาโภครหิตานิ สหิตานิ จ สพฺพานิ ‘‘ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ วุตฺตานิ, ตถา ‘‘อปฺปมาณานี’’ติ ทฏฺฐพฺพานิ. อตฺถิ หิ เอโส ปริยาโย ‘‘ปริตฺตานิ อภิภุยฺย ตานิ เจ กทาจิ วณฺณวเสน อาภุชิตานิ โหนฺติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ อภิภุยฺยา’’ติ. ปริยายกถา หิ สุตฺตนฺตเทสนาติ. อภิธมฺเม ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วณฺณาโภครหิตานิ วิสุํ วุตฺตานิ, ตถา สหิตานิ. อตฺถิ หิ อุภยตฺถ อภิภวนปริยาโยติ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติอาทินา ปฐมทุติยอภิภายตเนสุ ปฐมวิโมกฺโข, ตติยจตุตฺถาภิภายตเนสุ ทุติยวิโมกฺโข, วณฺณาภิภายตเนสุ ตติยวิโมกฺโข จ อภิภวนปฺปวตฺติโต สงฺคหิโต, อภิธมฺเม ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขาภิภายตนานิ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ วิโมกฺเข วชฺเชตฺวา อภิภายตนานิ กถิตานิ, สพฺพานิ จ วิโมกฺขกิจฺจานิ ฌานานิ วิโมกฺขเทสนายํ วุตฺตานิ. ตเทตํ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติ อาคตสฺส อภิภายตนทฺวยสฺส อภิธมฺเม อภิภายตเนสุ อวจนโต ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนญฺจ สพฺพวิโมกฺขกิจฺจสาธารณวจนภาวโต ววตฺถานํ กตนฺติ วิญฺญายติ.
‘‘อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต’’ติ อิทํ อภิธมฺเม กตฺถจิปิ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปานิ ปสฺสตี’’ติ อวตฺวา สพฺพตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘พหิทฺธารูปานิ ปสฺสตี’’ติ, ตสฺส การณวจนํ. เตน ยํ อญฺญเหตุกํ, ตํ เตน เหตุนา วุตฺตํ, ยํ ปน เทสนาวิลาสเหตุกํ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญิตาย เอว อภิธมฺเม วจนํ, น ตสฺส อญฺญํ การณํ มคฺคิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียตา จ เตสํ พหิทฺธารูปานํ วิย อวิภูตตฺตา, เทสนาวิลาโส จ ยถาวุตฺตววตฺถานวเสน เวทิตพฺโพ, เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน วิชฺชมานปริยายกถนภาวโต. ‘‘สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา นีลาทิอภิภายตนานิ น วตฺตพฺพานีติ เจ? น, นีลาทีสุ กตาธิการานํ นีลาทิภาวสฺเสว อภิภวนการณตฺตา. น หิ เตสํ ปริสุทฺธาปริสุทฺธวณฺณานํ ปริตฺตตา ตทปฺปมาณตา วา อภิภวนการณํ, อถ โข นีลาทิภาโว เอวาติ. เอเตสุ จ ปริตฺตาทิกสิณรูเปสุ ยํ จริตสฺส อิมานิ อภิภายตนานิ อิชฺฌนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเมสุ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สพฺพสงฺคาหิกวเสนาติ สกลนีลวณฺณนีลนิทสฺสนนีลนิภาสานํ สาธารณวเสน. วณฺณวเสนาติ สภาววณฺณวเสน. นิทสฺสนวเสนาติ ปสฺสิตพฺพตาวเสน. โอภาสวเสนาติ สปฺปภาสตาย อวภาสนวเสน. อุมาปุปฺผนฺติ อตสิปุปฺผํ. นีลเมว โหติ วณฺณสงฺกราภาวโต. พาราณสิยํ ภวนฺติ พาราณสิยํ สมุฏฺฐิตํ.
เต ธมฺเมติ เต สติปฏฺฐานาทิธมฺเม เจว อฏฺฐวิโมกฺขธมฺเม จ. จิณฺณวสีภาวาเยว ตตฺถ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปริโยสานุตฺตรํ สตํ คตา อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตา.
๒๕๐. สกลฏฺเฐนาติ (ที. นิ. ฏี. ๓.๓๔๖; อ. นิ. ฏี. ๓.๑๐.๒๕) สกลภาเวน, อสุภนิมิตฺตาทีสุ วิย เอกเทเส อฏฺฐตฺวา อนวเสสโต คเหตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ยถา เขตฺตํ สสฺสานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ วฑฺฒิฏฺฐานญฺจ, เอวเมว ตํตํสมฺปยุตฺตธมฺมานนฺติ อาห ‘‘เขตฺตฏฺเฐนา’’ติ. ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ อิทํ อุทฺธํ อโธ ติริยนฺติ โยเชตพฺพํ. ปริจฺฉินฺทิตฺวา เอว หิ สพฺพตฺถ กสิณํ วฑฺเฒตพฺพํ. เตน เตน การเณนาติ อุปริอาทีสุ เตน เตน กสิเณน. ยถา กินฺติ อาห – ‘‘อาโลกมิว รูปทสฺสนกาโม’’ติ, ยถา ทิพฺพจกฺขุนา อุทฺธํ เจ รูปํ ทฏฺฐุกาโม, อุทฺธํ อาโลกํ ปสาเรติ, อโธ เจ, อโธ, สมนฺตโต เจ รูปํ ทฏฺฐุกาโม, สมนฺตโต อาโลกํ ปสาเรติ, เอวํ สพฺพกสิณนฺติ อตฺโถ. เอกสฺสาติ ปถวีกสิณาทีสุ เอเกกสฺส. อญฺญภาวานุปคมนตฺถนฺติ อญฺญกสิณภาวานุปคมนทีปนตฺถํ, อญฺญสฺส วา กสิณภาวานุปคมนทีปนตฺถํ. น หิ อญฺเญน ปสาริตกสิณํ ตโต อญฺเญน ปสาริตกสิณภาวํ อุปคจฺฉติ, เอวมฺปิ เนสํ อญฺญกสิณสมฺเภทาภาโว เวทิตพฺโพ. น อญฺญํ ปถวีอาทิ. น หิ อุทเกน ฐิตฏฺฐาเน สสมฺภารปถวี อตฺถิ. อญฺญกสิณสมฺเภโทติ อาโปกสิณาทินา สงฺกโร. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ เสสกสิเณสุ. เอกเทเส อฏฺฐตฺวา อนวเสสผรณํ ปมาณสฺส อคฺคหณโต อปฺปมาณํ. เตเนว หิ เนสํ กสิณสมญฺญา. ตถา หิ ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เจตสา ผรนฺโตติ ภาวนาจิตฺเตน อารมฺมณํ กโรนฺโต. ภาวนาจิตฺตญฺหิ กสิณํ ปริตฺตํ วา วิปุลํ วา สกลเมว มนสิ กโรติ.
กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตํ วิญฺญาณํ ผรณอปฺปมาณวเสน ‘‘วิญฺญาณกสิณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ ตํ ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. กสิณวเสนาติ อุคฺฆาฏิตกสิณวเสน กสิณุคฺฆาฏิมากาเส อุทฺธํอโธติริยตา เวทิตพฺพา. ยตฺตกญฺหิ ฐานํ กสิณํ ปสาริตํ, ตตฺตกํ อากาสภาวนาวเสน อากาสํ โหตีติ. เอวํ ยตฺตกํ ฐานํ อากาสํ หุตฺวา อุปฏฺฐิตํ, ตตฺตกํ อากาสเมว หุตฺวา วิญฺญาณสฺส ปวตฺตนโต อาคมนวเสน วิญฺญาณกสิเณปิ อุทฺธํอโธติริยตา วุตฺตาติ ‘‘กสิณุคฺฆาฏิมากาสวเสน ตตฺถ ปวตฺตวิญฺญาเณ อุทฺธํอโธติริยตา เวทิตพฺพา’’ติ อาห.
๒๕๒. วุตฺโตเยว วมฺมิกสุตฺเต. นิสฺสิตญฺจ ฉวตฺถุนิสฺสิตตฺตา วิปสฺสนาญาณสฺส. ปฏิพทฺธญฺจ เตน วินา อปฺปวตฺตนโต กายสญฺญิตานํ รูปธมฺมานํ อารมฺมณกรณโต จ. สุฏฺฐุ ภาติ โอภาสตีติ วา สุโภ. กุรุวินฺทชาติอาทิชาติวิเสโสปิ มณิ อากรปาริสุทฺธิมูลโก เอวาติ อาห ‘‘สุปริสุทฺธอากรสมุฏฺฐิโต’’ติ. โทสนีหรณวเสน ปริกมฺมนิปฺผตฺตีติ อาห ‘‘สุฏฺฐุ กตปริกมฺโม อปนีตปาสาณสกฺขโร’’ติ. โธวนเวธนาทีหีติ จตูสุ ปาสาเณสุ โธวเนน เจว กาฬกาทิอปหรณตฺถาย สุตฺเตน อาวุนนตฺถาย จ วิชฺฌเนน. ตาปสณฺหกรณาทีนํ สงฺคโห อาทิ-สทฺเทน. วณฺณสมฺปตฺตินฺติ สุตฺตสฺส วณฺณสมฺปตฺตึ.
มณิ วิย กรชกาโย ปจฺจเวกฺขิตพฺพโต. อาวุตสุตฺตํ วิย วิปสฺสนาญาณํ อนุปวิสิตฺวา ฐิตตฺตา. จกฺขุมา ปุริโส วิย วิปสฺสนาลาภี ภิกฺขุ สมฺมเทว ตสฺส ทสฺสนโต. ตทารมฺมณานนฺติ รูปธมฺมารมฺมณานํ. ผสฺสปญฺจมกจิตฺตเจตสิกคฺคหเณน คหิตธมฺมาปิ วิปสฺสนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนา เอวาติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺหิ เตสํ วิปสฺสนาญาณคติกตฺตา ‘‘อาวุตสุตฺตํ วิย วิปสฺสนาญาณ’’นฺติ วจนํ อวิโรธิตํ โหติ.
ญาณสฺสาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส. ยทิ เอวํ ญาณสฺส วเสน วตฺตพฺพํ, น ปุคฺคลสฺสาติ อาห ‘‘ตสฺส ปนา’’ติอาทิ. มคฺคสฺส อนนฺตรํ, ตสฺมา โลกิยาภิญฺญานํ ปรโต ฉฏฺฐาภิญฺญาย ปุรโต วตฺตพฺพํ วิปสฺสนาญาณํ. เอวํ สนฺเตปีติ ยทิปายํ ญาณานุปุพฺพฏฺฐิติ, เอวํ สนฺเตปิ เอตสฺส อนฺตรา วาโร นตฺถีติ ปญฺจสุ โลกิยาภิญฺญาสุ กถิตาสุ อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) วิย ฉฏฺฐาภิญฺญา กเถตพฺพาติ เอตสฺส อนภิญฺญาลกฺขณสฺส วิปสฺสนาญาณสฺส ตาสํ อนฺตรา วาโร น โหติ, ตสฺมา ตตฺถ อวสราภาวโต อิเธว รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานานนฺตรเมว ทสฺสิตํ วิปสฺสนาญาณํ. ยสฺมา จาติ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน น เกวลํ ตเทว, อถ โข อิทมฺปิ การณํ วิปสฺสนาญาณสฺส อิเธว ทสฺสเนติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา เภรวรูปํ ปสฺสโตติ เอตฺถ อิทฺธิวิธญาเณน เภรวํ รูปํ นิมฺมินิตฺวา จกฺขุนา ปสฺสโตติ วตฺตพฺพํ, เอวมฺปิ อภิญฺญาลาภิโน อปริญฺญาณวตฺถุกสฺส ภยสนฺตาโส อุปฺปชฺชติ อุจฺจวาลิกวาสีมหานาคตฺเถรสฺส วิย. อิธาปีติ อิมสฺมึ วิปสฺสนาญาเณปิ, น สติปฏฺฐานาทีสุ เอวาติ อธิปฺปาโย.
๒๕๓. มโนมยิทฺธิยํ จิณฺณวสิตาย อภิญฺญา โวสานปารมิปฺปตฺตตา เวทิตพฺพาติ โยชนา. มเนน นิพฺพตฺตนฺติ อภิญฺญามเนน นิพฺพตฺติตํ. ตํ สทิสภาวทสฺสนตฺถเมวาติ สณฺฐานโตปิ วณฺณโตปิ อวยววิเสสโตปิ สทิสภาวทสฺสนตฺถเมว. สชาติยํ ฐิโต, น นาคิทฺธิยา อญฺญชาติรูโป. สุปริกมฺมกตมตฺติกาทโย วิย อิทฺธิวิธญาณํ วิกุพฺพนกิริยาย นิสฺสยภาวโต.
๒๕๕. อปฺปกสิเรเนวาติ อกิจฺเฉเนว.
๒๕๖. มนฺโท อุตฺตานเสยฺยกทารโกปิ ‘‘ทหโร’’ติ วุจฺจตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ยุวา’’ติ วุตฺตํ. ยุวาปิ โกจิ อนิจฺฉนโต อมณฺฑนสีโล โหตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘มณฺฑนกชาติโก’’ติ วุตฺตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยุวาปี’’ติอาทิ. กาฬติลปฺปมาณา พินฺทโว กาฬติลกานิ. นาติกมฺมาสติลปฺปมาณา พินฺทโว ติลกานิ. วงฺกํ นาม ปิยงฺคํ. โยพฺพนปีฬกาทโย มุขทูสิปีฬกา. มุขคโต โทโส มุขโทโส, ลกฺขณวจนญฺเจตํ มุเข อโทสสฺสปิ ปากฏภาวสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ยถา วา มุเข โทโส, เอวํ มุเข อโทโสปิ มุขโทโส สรโลเปน, มุขโทโส จ มุขโทโส จ มุขโทโสติ เอกเสสนเยนเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ปเรสํ โสฬสวิธํ จิตฺตํ ปากฏํ โหตีติ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ.
๒๕๙. ปฏิปทาวเสนาติ ยถารหํ สมถวิปสฺสนามคฺคปฏิปทาวเสน. อฏฺฐสุ โกฏฺฐาเสสูติ สติปฏฺฐานาทีสุ โพธิปกฺขิยธมฺมโกฏฺฐาเสสุ, วิโมกฺขโกฏฺฐาเสสุ วาติ อิเมสุ อฏฺฐสุ โกฏฺฐาเสสุ. เสเสสูติ วุตฺตาวเสเสสุ อภิภายตนโกฏฺฐาสาทีสุ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหาสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๘. สมณมุณฺฑิกาปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๖๐. อุคฺคหิตุนฺติ สิกฺขิตุํ. อุคฺคาเหตุนฺติ สิกฺขาเปตุํ, ปาฐโต อตฺตนา ยถาอุคฺคหิตมตฺถํ ตพฺพิภาวนตฺถาย อุจฺจารณวเสน ปเรสํ คาเหตุนฺติ อตฺโถ. สมยนฺติ ทิฏฺฐึ. สา หิ สํโยชนภาวโต สเมติ สมฺพนฺธา เอติ ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา สํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโยติ วุจฺจติ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺตีติ. สูริยสฺส อุคฺคมนโต อตฺถงฺคมา อยํ เอตฺตโก กาโล รตฺตนฺธการวิธมนโต ทิวา นาม, ตสฺส ปน มชฺฌิมปหารสญฺญิโต กาโล สมุชฺชลิตปภาเตชทหนภาเวน ทิวา นาม. เตนาห ‘‘ทิวสสฺสปิ ทิวาภูเต’’ติ. ปฏิสํหริตฺวาติ นิวตฺเตตฺวา. เอวํ จิตฺตสฺส ปฏิสํหรณํ นาม โคจรกฺเขตฺเต ฐปนนฺติ อาห ‘‘ฌานรติเสวนวเสน เอกีภาวํ คโต’’ติ. เอเตน กายวิเวกปุพฺพกํ จิตฺตวิเวกมาห. สีลาทิคุณวิเสสโยคโต มนสา สมฺภาวนียา, เต ปน ยสฺมา อตฺตโน สีลาทิคุเณหิ วิญฺญูนํ มนาปา โหนฺติ (กิเลสอนิคฺคหสฺส ปญฺจปสาทายตฺตตฺตา,) ตสฺมา อาห ‘‘มนวฑฺฒนกาน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อุนฺนมตีติ อุทคฺคํ โหติ. วฑฺฒตีติ สทฺธาวเสน วฑฺฒติ. เตนาห ภควา – ‘‘อนุสฺสรณมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามี’’ติ (อิติวุ. ๑๐๔; สํ. นิ. ๕.๑๘๔).
๒๖๑. ปญฺญเปมีติ ปชานนภาเวน ญาเปมิ ตถา ววตฺถเปมิ. เตนาห ‘‘ทสฺเสมิ ฐเปมี’’ติ. ปริปุณฺณกุสลนฺติ สพฺพโส ปุณฺณกุสลธมฺมํ, อุตฺตมกุสลนฺติ อุตฺตมภาวํ เสฏฺฐภาวํ ปตฺตกุสลธมฺมํ. อโยชฺฌนฺติ วาทยุทฺเธน อโยธนียํ, วาทยุทฺธํ โหตุ, เตน ปราชโย น โหตีติ ทสฺเสติ, เตนาห ‘‘วาทยุทฺเธนา’’ติอาทิ. สํวรปฺปหานนฺติ ปญฺจสุ สํวเรสุ เยน เกนจิ สํวเรน สํวรลกฺขณํ ปหานํ. ปฏิเสวนปฺปหานํ วาติ วา-สทฺเทน ปริวชฺชนปฺปหานาทึ สงฺคณฺหาติ. เสสปเทสูติ ‘‘น ภาสตี’’ติอาทีสุ ปเทสุ. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘อภาสนมตฺตเมว วทตี’’ติ เอวมาทึ อติทิสติ.
นาภินนฺทีติ น สมฺปฏิจฺฉิ. สาสเน ติณฺณํ ทุจฺจริตานํ มิจฺฉาชีวสฺส วิวชฺชนํ วณฺณียติ, อยญฺจ เอวํ กเถติ, ตสฺมา สาสนสฺส อนุโลมํ วิย วทติ, วทนฺโต จ สมฺมาสมฺพุทฺเธ ธมฺเม จสฺส อปฺปสาทํ น ทสฺเสติ, ตสฺมา ปสนฺนการมฺปิ วทตีติ มญฺญมาโน ตสฺส วาทํ น ปฏิเสเธติ.
๒๖๒. ยถา ตสฺส วจนํ, เอวํ สนฺเตติ ยถา ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส วจนํ, เอวํ สมณภาเว สนฺเต ลพฺภมาเน. มยํ ปน เอวํ น วทามาติ เอเตน สมณภาโว นาม เอวํ น โหตีติ ทสฺเสติ. โย หิ ธมฺโม ยาทิโส, ตเถว ตํ พุทฺธา ทีเปนฺติ. วิเสสญาณํ น โหตีติ กายวิเสสวิสยญาณํ ตสฺส ตทา นตฺถิ, ยโต ปรกาเย อุปกฺกมํ กเรยฺยาติ ทสฺเสติ, ตสฺส ปน ตตฺถ วิเสสญาณมฺปิ นตฺเถวาติ. ยสฺมา กายปฏิพทฺธํ กายกมฺมํ, ตสฺมา ตํ นิวตฺเตนฺโต อาห ‘‘อญฺญตฺร ผนฺทิตมตฺตา’’ติ. กิเลสสหคตจิตฺเตเนวาติ ทุกฺขสมฺผสฺสสฺส อสหนนิมิตฺเตน โทมนสฺสสหคตจิตฺเตเนว. ทุติยวาเรปิ เอเสว นโย. ชิฆจฺฉาปิปาสทุกฺขสฺส อสหนนิมิตฺเตน โทมนสฺเสเนว. วิกูชิตมตฺตาติ เอตฺถ วิรูปํ กูชิตํ วิกูชิตํ ปุพฺเพนิวาสสนฺนิสฺสยํ อุปยํ, ตํ ปเนตฺถ โรทนหสนสมุฏฺฐาปกจิตฺตสหคตนฺติ โทสสหคตํ โลภสหคตญฺจาติ ทฏฺฐพฺพํ. จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺตํ. อกุสลจิตฺตํ ปน อตีตารมฺมณํ ปวตฺตตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. สริตฺวาติ ยาว น สติสณฺฐาปนา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ตาว สุปินนฺเต อนุภูตํ วิย ทุกฺขํ สริตฺวา โรทนฺติ. หสนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อยญฺจ นโย เย ลทฺธสุขารมฺมณา หุตฺวา คหิตปฏิสนฺธิกา มาตุกุจฺฉิโตปิ สุเขเนว นิกฺขมนฺติ, เตสํ วเสน วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ปายนฺติยาติ อตฺตโน ชนปทเทสรูเปน ปายนฺติยา. อยมฺปีติ อาชีโวปิ มาตุ อญฺญวิหิตกาเล จ โลกสฺสาทวเสน กิเลสสหคตจิตฺเตเนว โหติ.
๒๖๓. สมธิคยฺหาติ สมฺมา อธิคตภาเวน คเหตฺวา อภิภวิตฺวา วิเสเสตฺวา วิสิฏฺโฐ หุตฺวา. ขีณาสวํ สนฺธายาติ พฺยติเรกวเสน ขีณาสวํ สนฺธาย. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ขีณาสวมฺปิ โสตาปนฺนกุสลํ ปญฺญเปติ เสกฺขภูมิยํ ฐิตตฺตา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
ตีณิ ปทานิ นิสฺสายาติ น กาเยน ปาปกํ กมฺมํ กโรติ, น ปาปกํ วาจํ ภาสติ, น ปาปกํ อาชีวํ อาชีวตีติ อิมานิ ตีณิ ปทานิ นิสฺสาย กุสลสีลมูลกา จ อกุสลสีลมูลกา จาติ เทฺว ปฐมจตุกฺกา ฐปิตา. เอกํ ปทํ นิสฺสายาติ น ปาปกํ สงฺกปฺปํ สงฺกปฺเปตีติ อิมํ เอกปทํ นิสฺสาย กุสลสงฺกปฺปมูลกา อกุสลสงฺกปฺปมูลกา จาติ อิเม เทฺว ปจฺฉิมจตุกฺกา ฐปิตา.
๒๖๔. วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตจิตฺตทฺวยมฺปิ วฏฺฏติ พลวตา โมเหน สมนฺนาคตตฺตา. ตถา หิ ตานิ ‘‘โมมูหจิตฺตานี’’ติ วุจฺจนฺติ.
กุหินฺติ กึนิมิตฺตํ. กตรํฐานํ ปาปุณิตฺวาติ กึ การณํ อาคมฺม. เอตฺเถเตติ เอตฺถาติ กายวจีมโนสุจริตภาวนาสาชีวนิปฺผตฺติยํ. สา ปน เหฏฺฐิมโกฏิยา โสตาปตฺติผเลน ทีเปตพฺพาติ อาห ‘‘โสตาปตฺติผเล ภุมฺม’’นฺติ. ยสฺมา อาชีวฏฺฐมกํ อวสิฏฺฐญฺจ สีลํ ปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส จ ปาริสุทฺธิปาติโมกฺขาธิคเมน โสตาปตฺติผลปฺปตฺติยา สิทฺโธ โหตีติ อาห – ‘‘ปาติโมกฺข…เป… นิรุชฺฌตี’’ติ. ‘‘สุขสีโล ทุกฺขสีโล’’ติอาทีสุ วิย ปกติอตฺถสีลสทฺทํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘อกุสลสีล’’นฺติอาทิ.
๒๖๕. กามาวจรกุสลจิตฺตเมว วุตฺตํ สมฺปตฺตสมาทานวิรติปุพฺพกสฺส สีลสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เตนาห – ‘‘เอเตน หิ กุสลสีลํ สมุฏฺฐาตี’’ติ.
สีลวาติ เอตฺถ วา-สทฺโท ปาสํสตฺโถว เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘สีลสมฺปนฺโน โหตี’’ติ. โย สีลมตฺเต ปติฏฺฐิโต, น สมาธิปญฺญาสุ, โส สีลมยธมฺมปูริตตาย สีลมโย. เตนาห ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติอาทิ. ยตฺถาติ ยสฺสํ เจโตวิมุตฺติยํ ปญฺญาวิมุตฺติยญฺจ. ตทุภยญฺจ ยสฺมา อรหตฺตผเล สงฺคหิตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อรหตฺตผเล ภุมฺม’’นฺติ. อเสสํ นิรุชฺฌติ สุขวิปากภาวสฺส สพฺพโส ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต.
๒๖๖. กามปฏิสํยุตฺตา สญฺญา กามสญฺญา. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อิตรา เทฺวติ พฺยาปาทวิหึสาสญฺญา.
อนาคามิผลปฐมชฺฌานนฺติ อนาคามิผลสหคตํ ปฐมชฺฌานํ. เอตฺถาติ ยถาวุตฺเต ปฐมชฺฌาเน. เอตฺถ จ อุชุวิปจฺจนีเกน ปฏิปกฺขปฺปหานํ สาติสยนฺติ ปฐมชฺฌานคฺคหณํ. เตนาห ‘‘อปริเสสา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ. เนกฺขมฺมสญฺญานํ กามาวจรจิตฺตสหคตตา ตสฺส สีลสฺส สมุฏฺฐานตา จ สมฺปยุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.
๒๖๗. กุสลสงฺกปฺปนิโรธทุติยชฺฌานิกอรหตฺตผลอกุสลสงฺกปฺปนิโรธ- ปฐมชฺฌานิกอนาคามิผลคฺคหเณน สมโณ ทสฺสิโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.