๗. วีมํสกสุตฺตวณฺณนา

๔๘๗. อตฺถวีมํสโกติ อตฺตตฺถปรตฺถาทิอตฺถวิชานนโก. สงฺขารวีมํสโกติ สงฺขตธมฺเม สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต วา อายตนาทิวิภาคโต จ วีมํสโก. สตฺถุวีมํสโกติ ‘‘สตฺถา นาม คุณโต เอทิโส เอทิโส จา’’ติ สตฺถุ อุปปริกฺขโก. วีมํสโกติ วิจารโก. ยํ เจตโส สราคาทิวิภาคโต ปริจฺฉินฺทนํ, ตํ เจโตปริยาโย. เตนาห ‘‘จิตฺตปริจฺเฉท’’นฺติ. ยสฺมา เจโตปริยายญาณลาภี – ‘‘อิทํ จิตฺตํ อิโต ปรํ ปวตฺตํ อิทมิโต ปร’’นฺติ ปรสฺส จิตฺตุปฺปตฺตึ ปชานาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เจโตปริยายนฺติ จิตฺตวาร’’นฺติ. วารตฺเถปิ หิ ปริยาย-สทฺโท โหติ – ‘‘กสฺส นุ โข, อานนฺท, ปริยาโย อชฺช ภิกฺขุนิโย โอวทิตุ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๙๘). จิตฺตจารนฺติปิ ปาโฐ, จิตฺตปวตฺตินฺติ อตฺโถ. เอวํ วิชานนตฺถายาติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน วีมํสนตฺถาย.

๔๘๘. กลฺยาณมิตฺตูปนิสฺสยนฺติ กลฺยาณมิตฺตสงฺขาตํ พฺรหฺมจริยวาสสฺส พลวสนฺนิสฺสยํ. อุปฑฺฒํ อตฺตโน อานุภาเวนาติ อิมินา ปุคฺคเลน สมฺปาทิยมานสฺส พฺรหฺมจริยสฺส อุปฑฺฒภาคมตฺตํ อตฺตโน วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานุภาเวน สิชฺฌติ. อุปฑฺฒํ กลฺยาณมิตฺตานุภาเวนาติ อิตโร ปน อุปฑฺฒภาโค ยํ นิสฺสาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ, ตสฺส กลฺยาณมิตฺตสฺส อุปเทสานุภาเวน โหติ, สิชฺฌตีติ อตฺโถ. โลกสิทฺโธ เอว อยมตฺโถ. โลกิยา หิ –

‘‘ปาโท สิทฺโธ อาจริยา, ปาโท หิสฺสานุภาวโต;

ตํวิชฺชาเสวกา ปาโท, ปาโท กาเลน ปจฺจตี’’ติ. –

วทนฺติ. อตฺตโน ธมฺมตายาติ อตฺตโน สภาเวน, ญาเณนาติ อตฺโถ. กลฺยาณมิตฺตตาติ กลฺยาโณ ภโทฺร สุนฺทโร มิตฺโต เอตสฺสาติ กลฺยาณมิตฺโต, ตสฺส ภาโว กลฺยาณมิตฺตตา, กลฺยาณมิตฺตวนฺตตา. สีลาทิคุณสมฺปนฺเนหิ กลฺยาณปุคฺคเลเหว อยนํ ปวตฺติ กลฺยาณสหายตา. เตสุ เอว จิตฺเตน เจว กาเยน จ นินฺนโปณปพฺภารภาเวน ปวตฺติ กลฺยาณสมฺปวงฺกตา. มาเหวนฺติ เอวํ มา อาห, ‘‘อุปฑฺฒํ พฺรหฺมจริยสฺสา’’ติ มา กเถหีติ อตฺโถ. ตทมินาติ เอตฺถ นฺติ นิปาตมตฺตํ ท-กาโร ปทสนฺธิกโร อิ-การสฺส อ-การํ กตฺวา นิทฺเทโส. อิมินาปีติ อิทานิ วุจฺจมาเนนปีติ อตฺโถ. ปริยาเยนาติ การเณน. อิทานิ ตํ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘มมํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยถา เจตฺถ, อญฺเญสุปิ สุตฺเตสุ กลฺยาณมิตฺตุปนิสฺสยเมว วิเสโสติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขูนํ พาหิรงฺคสมฺปตฺตึ กเถนฺโตปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิมุตฺติปริปาจนิยธมฺเมติ วิมุตฺติยา อรหตฺตสฺส ปริปาจกธมฺเม. ปจฺจเยติ คิลานปจฺจยเภสชฺเช. มหาชจฺโจติ มหากุลีโน.

กายิโก สมาจาโรติ อภิกฺกมปฏิกฺกมาทิโก สติสมฺปชญฺญปริกฺขโต ปากติโก จ. วีมํสกสฺส อุปปริกฺขกสฺส. จกฺขุวิญฺเญยฺโย นาม จกฺขุทฺวารานุสาเรน วิญฺญาตพฺพตฺตา. โสตวิญฺเญยฺโยติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สํกิลิฏฺฐาติ ราคาทิสํกิเลสธมฺเมหิ วิพาธิตา, อุปตาปิตา วิทูสิตา มลีนา จาติ อตฺโถ. เต ปน เตหิ สมนฺนาคตา โหนฺตีติ อาห ‘‘กิเลสสมฺปยุตฺตา’’ติ. ยทิ น จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา, ปาฬิยํ กถํ ตถา วุตฺตาติ อาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. กายวจีสมาจาราปิสํกิลิฏฺฐาเยว นาม สํกิลิฏฺฐจิตฺตสมุฏฺฐานโต. ภวติ หิ ตํเหตุเกปิ ตทุปจาโร ยถา ‘‘เสโมฺห คุโฬ’’ติ. ‘‘มา เม อิทํ อสารุปฺปํ ปโร อญฺญาสี’’ติ ปน ปฏิจฺฉนฺนตาย น น อุปลพฺภนฺติ. ‘‘น โข มยํ, ภนฺเต, ภควโต กิญฺจิ ครหามา’’ติ วตฺวา ครหิตพฺพาภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. อภาวิตมคฺคสฺส หิ ครหิตพฺพตา นาม สิยา, น ภาวิตมคฺคสฺส. เอส อุตฺตโร มาณโว ‘‘พุทฺธมฺปิ ครหิตฺวา ปกฺกมิสฺสามี’’ติ กตฺวา อนุพนฺธิ. เอวํ จินฺเตสิ มหาภินิกฺขมนทิวเส อตฺตโน วจเน อฏฺฐิตตฺตา. กิญฺจิ วชฺชํ อปสฺสนฺโต มาโร เอวมาห –

‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;

โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);

กาเล กณฺหา, กาเล สุกฺกาติ ยถาสมาทินฺนํ สมฺมาปฏิปตฺตึ ปริสุทฺธํ กตฺวา ปวตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตสฺส กทาจิ กณฺหา อปริสุทฺธา กายสมาจาราทโย, กทาจิ สุกฺกา ปริสุทฺธาติ เอวํ อนฺตรนฺตรา พฺยามิสฺสวเสน โวมิสฺสกา. นิกฺกิเลสาติ นิรุปกฺกิเลสา อนุปกฺกิลิฏฺฐา.

อนวชฺชํ วชฺชรหิตตฺตา. ทีฆรตฺตนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. สมาปนฺโนติ สมฺมา อาปนฺโน สมงฺคีภูโต. เตนาห ‘‘สมนฺนาคโต’’ติ. อตฺตนา กตสฺส อสารุปฺปสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ อารญฺญโก วิย หุตฺวา. ตสฺส ปริหารนฺติ อุฬาเรหิ ปูชาสกฺกาเรหิ มนุสฺเสหิ ตสฺส ปริหริยมานตํ. อติทปฺปิโตติ เอวํ มนุสฺสานํ สมฺภาวนาย อติวิย ทตฺโต คพฺพิโต.

น อิตฺตรสมาปนฺโนติ ชานาติ. กสฺมา? สีลํ นาม ทีเฆน อทฺธุนา ชานิตพฺพํ, น อิตฺตเรน. อิทานิ อเนกชาติสมุทาจารวเสน ตถาคโต อิมํ กุสลํ ธมฺมํ ทีฆรตฺตํ สมาปนฺโน, ตญฺจสฺส อติวิย อจฺฉริยนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนจฺฉริยํ เจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

อรญฺญคามเกติ อรญฺญปเทเส เอกสฺมึ ขุทฺทกคาเม. ตตฺถ เนสํ ทิวเส ทิวเส ปิณฺฑาย จรณสฺส อวิจฺฉินฺนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปิณฺฑาย จรนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ปิวนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ทุลฺลภโลโณ โหติ สมุทฺทสฺส ทูรตาย.

ตทา กิร วิเทหรฏฺเฐ โสฬส คามสหสฺสานิ มหนฺตาเนว. เตนาห – ‘‘หิตฺวา คามสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ โสฬสา’’ติ. อิทานิ กสฺมา ‘‘สนฺนิธึ ทานิ กุพฺพสี’’ติ มํ ฆฏฺเฏถาติ วตฺถุกาโม ตํ อนาวิกตฺวา ‘‘โลณ…เป… น กโรถา’’ติ อาห. คนฺธาโร ตสฺสาธิปฺปายํ วิภาเวตุกาโม ‘‘กึ มยา กตํ เวเทหีสี’’ติ อาห.

อิตโร อตฺตโน อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘หิตฺวา’’ติ คาถมาห. อิตโร ‘‘ธมฺมํ ภณามี’’ติ คาถนฺติ เอวํ สพฺพาปิ เนสํ วจนปฏิวจนคาถา. ตตฺถ ปสาสสีติ ฆฏฺเฏนฺโต วิย อนุสาสสิ. น ปาปมุปลิมฺปติ จิตฺตปฺปโกปาภาวโต. มหตฺถิยนฺติ มหาอตฺถสํหิตํ. โน เจ อสฺส สกา พุทฺธีติอาทิ เวเทหอิสิโน – ‘‘อาจริโย มม หิเตสิตาย ฐตฺวา ธมฺมํ เอว ภณตี’’ติ โยนิโส อุมฺมุชฺชนาการทสฺสนํ. เตนาห ‘‘เอวญฺจ ปน วตฺวา’’ติอาทิ.

‘‘ญตฺตา’’ติ โลเก ญายติ วิสฺสุโตติ ญาโต, ญาตสฺส ภาโว ญตฺตํ. อชฺฌาปนฺโนติ อุปคโต. ญตฺต-คฺคหเณน ปตฺถฏยสตา วิภาวิตาติ อาห ‘‘ยสญฺจ ปริวารสมฺปตฺติ’’นฺติ. กินฺติ กึปโยชนํ, โก เอตฺถ โทโสติ อธิปฺปาโย.

ตตฺถ ตตฺถ วิชฺฌนฺโตติ ยสมเทน ปริวารมเทน จ มตฺโต หุตฺวา คาเมปิ วิหาเรปิ ชนวิวิตฺเตปิ สงฺฆมชฺเฌปิ อญฺเญ ภิกฺขู ฆฏฺเฏนฺโต ‘‘มยฺหํ นาม ปาทา อิตเรสํ ปาทผุสนฏฺฐานํ ผุสนฺตี’’ติ อผุสิตุกามตาย อคฺคปาเทน ภูมึ ผุสนฺโต วิย จรติ. โอนมตีติ นิวาตวุตฺติตาย อวนมติ อนุทฺธโต อตฺถทฺโธ โหติ. อกิญฺจนภาวนฺติ ‘‘ปพฺพชิเตน นาม อกิญฺจนญาเณน สมปริคฺคเหน ภวิตพฺพ’’นฺติ อกิญฺจนชฺฌาสยํ ปฏิอเวกฺขิตฺวา. ลาเภปิ ตาที, อลาเภปิ ตาทีติ ยถา อลาภกาเล ลาภสฺส ลทฺธกาเลปิ ตเถวาติ ตาที เอกสทิโส. ยเส สติปิ มหาปริวารกาเลปิ.

อภโย หุตฺวา อุปรโตติ นิพฺภโย หุตฺวา ภยสฺส อภาเวเนว โอรมิตพฺพโต อุปรโต ภยเหตูนํ ปหีนตฺตา. ตญฺจ โข น กติปยกาลํ, อถ โข อจฺจนฺตเมว อุปรโตติ อจฺจนฺตูปรโต. อถ โข ภายิตพฺพวตฺถุํ อเวกฺขิตฺวา ตโต ภเยน อุปรโต. กิเลสา เอว ภายิตพฺพโต กิเลสภยํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สตฺต เสกฺขาติ สตฺต เสกฺขาปิ ภยูปรตา, ปเคว ปุถุชฺชโนติ อธิปฺปาโย.

ถณฺฑิลปีฐกนฺติ ถณฺฑิลมญฺจสทิสํ ปีฐกนฺติ อตฺโถ. นิสฺสายาติ อปสฺสาย ตํ อปสฺสายํ กตฺวา. ทฺวินฺนํ มชฺเฌ ถณฺฑิลปีฐกา ทฺวาเร ฐตฺวา โอโลเกนฺตสฺส เนวาสิกภิกฺขุสฺส น ปญฺญายิ. อสญฺญตนีหาเรนาติ น สญฺญตากาเรน. ‘‘มํ ภายนฺโต เหฏฺฐามญฺจํ ปวิฏฺโฐ ภวิสฺสตี’’ติ เหฏฺฐามญฺจํ โอโลเกตฺวา. อุกฺกาสิ ‘‘พหิ คจฺฉนฺโต อกฺโกสิตฺวา มา อปุญฺญํ ปสวี’’ติ. อธิวาเสตุนฺติ ตาทิสํ อิทฺธานภาวํ ทิสฺวาปิ ปฏปฏายนฺโต อตฺตโน โกธํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต.

ขเยเนวาติ ราคสฺส อจฺจนฺตกฺขเยเนว วีตราคตฺตา. น ปฏิสงฺขาย วาเรตฺวาติ น ปฏิสงฺขานพเลน ราคปริยุฏฺฐานํ นิวาเรตฺวา วีตราคตฺตา. เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน. กายสมาจาราทีนํ สํกิลิฏฺฐานํ วีติกฺกมิยานญฺจ อภาวํ อาจารสฺส โวทานํ จิรกาลสมาจิณฺณตาย ญาตสฺส สหิตภาเวปิ อนุปกฺกิลิฏฺฐตาย อภยูปรตภาวสมนฺเนสนาย อากรียติ ญาเปตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ ปการโต ญาปียติ เอเตหีติ อาการา, อุปปตฺติสาธนการณานิ. ตานิ ปน ยสฺมา อตฺตโน ยถานุมตสฺส อตฺถสฺส ญาปกภาเวน ววตฺถียนฺติ, ตสฺมา ตานิ เตสํ มูลการณภูตานิ อนุมานญาณานิ จ ทสฺเสนฺโต ภควา – ‘‘เก ปนายสฺมโต อาการา เก อนฺวยา’’ติ อโวจาติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘อาการาติ การณานิ, อนฺวยาติ อนุพุทฺธิโย’’ติ อาห. ยถา หิ โลเก ทิฏฺเฐน ธูเมน อทิฏฺฐํ อคฺคึ อเนฺวติ อนุมานโต ชานาติ, เอวํ วีมํสโก ภิกฺขุ – ‘‘ภควา เอเกกวิหาเรสุ สุปฺปฏิปนฺเนสุ ทุปฺปฏิปนฺเนสุ จ ยถา เอกสทิสตาทสฺสเนน อภยูปรตตํ อเนฺวติ อนุมานโต ชานาติ, สุปฺปฏิปนฺนทุปฺปฏิปนฺนปุคฺคเลสุ อนุสฺสาทนานปสาทนปฺปตฺตาย สตฺถุ อวิปรีตธมฺมเทสนตาย สมฺมาสมฺพุทฺธตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติญฺจ อเนฺวติ อนุมานโต ชานาติ, เอวํ ชานนฺโต จ อภยูปรโต ตถาคโต สพฺพธิ วีตราคตฺตา, โย ยตฺถ วีตราโค, น โส ตนฺนิมิตฺตํ กิญฺจิ ภยํ ปสฺสติ เสยฺยถาปิ พฺรหฺมา กามภวนิมิตฺตํ, ตถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา อวิปรีตธมฺมเทสนตฺตา, สฺวาขาโต ธมฺโม เอกนฺตนิยฺยานิกตฺตา, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ อเวจฺจปฺปสนฺนตฺตา’’ติ วตฺถุตฺตยํ คุณโต ยาถาวโต ชานาติ.

คณพนฺธเนนาติ ‘‘มม สทฺธิวิหาริกา มม อนฺเตวาสิกา’’ติ เอวํ คเณ อเปกฺขาสงฺขาเตน พนฺธเนน พทฺธา ปยุตฺตา. ตาย ตาย ปฏิปตฺติยาติ ‘‘สุคตา ทุคฺคตา’’ติ วุตฺตาย สุปฺปฏิปตฺติยา ทุปฺปฏิปตฺติยา จ. อุสฺสาทนาติ คุณวเสน อุกฺกํสนา. อปสาทนาติ หีฬนา. อุภยตฺถ เคหสฺสิตวเสนาติ อิมินา สมฺมาปฏิปตฺติยา ปเรสํ อุยฺโยชนตฺถํ – ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, มหากจฺจาโน’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๕; ๓.๒๘๕, ๓๒๒) คุณโต อุกฺกํสนมฺปิ อายตึ สํวราย ยถาปราธํ ครหณมฺปิ น นิวาเรติ.

๔๘๙. วีมํสกสฺสปิ อธิปฺปาโย วีมํสนวเสน ปวตฺโต. มูลวีมํสโก เหตุวาทิตาย. คณฺฐิวีมํสกสฺส อนุสฺสุติภาวโต วุตฺตํ ‘‘ปรสฺเสว กถาย นิฏฺฐงฺคโต’’ติ. เตนาห ภควา – ‘‘ปรสฺส เจโตปริยายํ อชานนฺเตนา’’ติ. ตถาคโตว ปฏิปุจฺฉิตพฺโพติ อิมินา ปุพฺเพ สาธารณโต วุตฺตํ อนุมานํ อุกฺกํสํ ปาเปตฺวา วทติ. อุกฺกํสคตเญฺหตํ อนุมานํ, ยทิทํ สพฺพญฺญุวจนํ อวิสํวาทํ สามญฺญโต อปุถุชฺชนโคจรสฺส อตฺถสฺส อนุมานโต. ติวิโธ หิ อตฺโถ, โกจิ ปจฺจกฺขสิทฺโธ, โย รูปาทิธมฺมานํ ปจฺจตฺตเวทนิโย อนิทฺทิสิตพฺพากาโร. โกจิ อนุมานสิทฺโธ, โย ฆฏาทีสุ ปสิทฺเธน ปจฺจยายตฺตภาเวน สาธิยมาโน สทฺทาทีนํ อนิจฺจตาทิอากาโร. โกจิ โอกปฺปนสิทฺโธ, โย ปจุรชนสฺส อจฺจนฺตมทิฏฺโฐ สทฺธาวิสโย ปรโลกนิพฺพานาทิ. ตตฺถ ยสฺส สตฺถุโน วจนํ ปจฺจกฺขสิทฺเธ อนุมานสิทฺเธ จ อตฺเถ น วิสํวาเทติ อวิปรีตปฺปวตฺติยา, ตสฺส วจเนน สทฺเธยฺยตฺถสิทฺธิ, สทฺเธยฺยรูปา เอว จ เยภุยฺเยน สตฺถุคุณา อจฺจนฺตสมฺภวโต.

เอส มยฺหํ ปโถติ ยฺวายํ อาชีวฏฺฐมกสีลสงฺขาโต มยฺหํ โอรมตฺตโก คุโณ, เอส อปรจิตฺตวิทุโน วีมํสกสฺส ภิกฺขุโน มม ชานนปโถ ชานนมคฺโค. เอส โคจโรติ เอโส เอตฺตโก เอว ตสฺส มยิ โคจโร, น อิโต ปรํ. ตถา หิ พฺรหฺมชาเลปิ (ที. นิ. ๑.๗) ภควตา อาชีวฏฺฐมกสีลเมว นิทฺทิฏฺฐํ. เอตาปาโถติ เอตฺตกาปาโถ. โย สีเล ปติฏฺฐิโต ‘‘เอตํ มมา’’ติ, ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ ตณฺหาย ปรามสนฺโต, ตสฺส วิเสสภาคิยตาย, นิพฺเพธภาคิยตาย วา อการเณน ตณฺหํ อนติวตฺตนโต โส ตมฺมโย นาม. เตนาห ‘‘น ตมฺมโย น สตโณฺห’’ติอาทิ.

สุตสฺส อุปรูปริ วิเสสาวหภาเวน อุตฺตรุตฺตรญฺเจว ตสฺส จ วิเสสสฺส อนุกฺกเมน ปณีตตรภาวโต ปณีตตรญฺจ กตฺวา เทเสติ. สวิปกฺขนฺติ ปหาตพฺพปหายกภาเวน สปฺปฏิปกฺขํ. กณฺหํ ปฏิพาหิตฺวา สุกฺกนฺติ อิทํ ธมฺมชาตํ กณฺหํ นาม, อิมสฺส ปหายกํ อิทํ สุกฺกํ นามาติ เอวํ กณฺหํ ปฏิพาหิตฺวา สุกฺกํ. สุกฺกํ ปฏิพาหิตฺวา กณฺหนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิธ ปน ‘‘อิมินา ปหาตพฺพ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. สอุสฺสาหนฺติ สพฺยาปารํ. กิริยมยจิตฺตานญฺหิ อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามานาทิเก สนฺตาเน สพฺยาปารตา สอุสฺสาหตา, สวิปากธมฺมตาติ อตฺโถ. ตสฺมึ เทสิเต ธมฺเมติ ตสฺมึ สตฺถารา เทสิเต โลกิยโลกุตฺตรธมฺเม. เอกจฺจํ เอกเทสภูตํ มคฺคผลนิพฺพานสงฺขาตํ ปฏิเวธธมฺมํ อภิญฺญาย อภิวิสิฏฺฐาย มคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา. ปฏิเวธธมฺเมน มคฺเคน. เทสนาธมฺเมติ เทสนารุเฬฺห ปุพฺพภาคิเย โพธิปกฺขิยธมฺเม นิฏฺฐํ คจฺฉติ – ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปทาย ชรามรณโต มุจฺจิสฺสามี’’ติ. ปุพฺเพ โปถุชฺชนิกสทฺธายปิ ปสนฺโน, ตโต ภิยฺโยโสมตฺตาย อวิปรีตธมฺมเทสโน สมฺมาสมฺพุทฺโธ โส ภควาติ สตฺถริ ปสีทติ. นิยฺยานิกตฺตาติ วฏฺฏทุกฺขโต เอว ตโต นิยฺยานาวหตฺตา. วงฺกาทีติ อาทิ-สทฺเทน อญฺญํ อสามีจิปริยายํ สพฺพํ โทสํ สงฺคณฺหาติ.

๔๙๐. อิเมหิ สตฺถุวีมํสนการเณหีติ ‘‘ปริสุทฺธกายสมาจารตาทีหิ เจว อุตฺตรุตฺตริปณีตปณีตอวิปรีตธมฺมเทสนาหิ จา’’ติ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ สตฺถุอุปปริกฺขนการเณหิ. อกฺขรสมฺปิณฺฑนปเทหีติ เตสํเยว การณานํ สมฺโพธเนหิ อกฺขรสมุทายลกฺขเณหิ ปเทหิ. อิธ วุตฺเตหิ อกฺขเรหีติ อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺเตหิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส อภิพฺยญฺชนโต พฺยญฺชนสญฺญิเตหิ อกฺขเรหิ. โอกปฺปนาติ สทฺเธยฺยวตฺถุํ โอกฺกนฺติตฺวา ปสีทนโต โอกปฺปนลกฺขณา. สทฺธาย มูลํ นามาติ อเวจฺจปฺปสาทภูตาย สทฺธาย มูลํ นาม การณนฺติ สทฺทหนสฺส การณํ ปริสุทฺธกายสมาจาราทิกํ. ถิรา ปฏิปกฺขสมุจฺเฉเทน สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา. หริตุํ น สกฺกาติ อปเนตุํ อสกฺกุเณยฺยา. อิตเรสุ สมณพฺราหฺมณเทเวสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘สมิตปาปสมเณน วา’’ติอาทิ.

‘‘พุทฺธานํ เกสญฺจิ สาวกานญฺจ วิพาธนตฺถํ มาโร อุปคจฺฉตี’’ติ สุตปุพฺพตฺตา ‘‘อยํ มาโร อาคโต’’ติ จินฺเตสิ. อานุภาวสมฺปนฺเนน อริยสาวเกน ปุจฺฉิตตฺตา มุสาวาทํ กาตุํ นาสกฺขิ. เอเตติ ยถาวุตฺเต สมิตปาปสมณาทโย ฐเปตฺวา. สภาวสมนฺเนสนาติ ยาถาวสมนฺเนสนา อวิปรีตวีมํสา. สภาเวเนวาติ สพฺภาเวเนว ยถาภูตคุณโต เอว. สุฏฺฐุ สมฺมเทว. สมนฺเนสิโตติ อุปปริกฺขิโต. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

วีมํสกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.