๘. โกสมฺพิยสุตฺตวณฺณนา
๔๙๑. ตสฺมาติ ยสฺมา โกสมฺพรุกฺขวตี, ตสฺมา นครํ โกสมฺพีติสงฺขมคมาสิ. กุสมฺพสฺส วา อิสิโน นิวาสภูมิ โกสมฺพี, ตสฺสาวิทูเร ภวตฺตา นครํ โกสมฺพี.
โฆสิตเสฏฺฐินา การิเต อาราเมติ เอตฺถ โก โฆสิตเสฏฺฐิ, กถญฺจาเนน อาราโม การิโตติ อนฺโตลีนาย โจทนาย วิสฺสชฺชเน สมุทาคมโต ปฏฺฐาย โฆสิตเสฏฺฐึ ทสฺเสตุํ ‘‘อทฺทิลรฏฺฐํ นาม อโหสี’’ติอาทิ อารทฺธํ. เกทารปริจฺฉินฺนนฺติ ตตฺถ ตตฺถ เกทารภูมิยา ปริจฺฉินฺนํ. คจฺฉนฺโตติ เกทารปาฬิยา คจฺฉนฺโต. ปหูตปายสนฺติ ปหูตตรํ ปายสํ, ตํ ปน ครุ สินิทฺธํ อนฺตรามคฺเค อปฺปาหารตาย มนฺทคหณิโก สมาโน ชีราเปตุํ นาสกฺขิ. เตนาห ‘‘ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต’’ติอาทิ. ยสวติ รูปวติ กุลฆเร นิพฺพตฺติ. โฆสิตเสฏฺฐิ นาม ชาโตติ เอวเมตฺถ สงฺเขเปเนว โฆสิตเสฏฺฐิวตฺถุํ กเถติ, วิตฺถาโร ปน ธมฺมปทวตฺถุมฺหิ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.สามาวตีวตฺถุ) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อุปสํกปฺปนวเสนาติ อุปสงฺกปฺปนนิยาเมน. อาหารปริกฺขีณกายสฺสาติ อาหารนิมิตฺตปริกฺขีณกายสฺส, อาหารกฺขเยน ปริกฺขีณกายสฺสาติ อตฺโถ. สุญฺญาคาเรติ ชนวิวิตฺเต ผาสุกฏฺฐาเน.
กลหสฺส ปุพฺพภาโค ภณฺฑนํ นามาติ กลหสฺส เหตุภูตา ปริภาสา ตํสทิสี จ อนิฏฺฐกิริยา ภณฺฑนํ นาม. หตฺถปรามาสาทิวเสนาติ กุชฺฌิตฺวา อญฺญมญฺญสฺส หตฺเถ คเหตฺวา ปรามสนอจฺจนฺตพนฺธนาทิวเสน. ‘‘อยํ ธมฺโม’’ติอาทินา วิรุทฺธวาทภูตํ อาปนฺนาติ วิวาทาปนฺนา. เตนาห ‘‘วิรุทฺธภูต’’นฺติอาทิ. มุขสนฺนิสฺสิตตาย วาจา อิธ ‘‘มุข’’นฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘มุขสตฺตีหีติ วาจาสตฺตีหี’’ติ. สญฺญตฺตินฺติ สญฺญาปนํ ‘‘อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย’’ติ สญฺญาเปตพฺพตํ. นิชฺฌตฺตินฺติ ยาถาวโต ตสฺส นิชฺฌานํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สญฺญตฺติเววจนเมเวต’’นฺติ วุตฺตํ.
สเจ โหติ เทเสสฺสามีติ สุพฺพจตาย สิกฺขากามตาย จ อาปตฺตึ ปสฺสิ. นตฺถิ เต อาปตฺตีติ อนาปตฺติปกฺโขปิ เอตฺถ สมฺภวตีติ อธิปฺปาเยนาห. สา ปนาปตฺติ เอว. เตนาห – ‘‘ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ อโหสี’’ติ.
๔๙๒. กลหภณฺฑนวเสนาติ กลหภณฺฑนสฺส นิมิตฺตวเสน. ยถานุสนฺธินาว คตนฺติ กลหภณฺฑนานํ สารณียธมฺมปฏิปกฺขตฺตา ตทุปสมาวหา เหฏฺฐาเทสนาย อนุรูปาว อุปริเทสนาติ ยถานุสนฺธินาว อุปริสุตฺตเทสนา ปวตฺตา. สริตพฺพยุตฺตาติ อนุสฺสรณารหา. สพฺรหฺมจารีนนฺติ สหธมฺมิกานํ. ปิยํ ปิยายิตพฺพํ กโรนฺตีติ ปิยกรณา. ครุํ ครุฏฺฐานิยํ กโรนฺตีติ ครุกรณา. สงฺคหณตฺถายาติ สงฺคหวตฺถุวิเสสภาวโต สพฺรหฺมจารีนํ สงฺคณฺหนาย สํวตฺตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อวิวาทนตฺถายาติ สงฺคหวตฺถุภาวโต เอว น วิวาทนาย. สติ จ อวิวาทนเหตุภูตสงฺคาหณตฺเต เตสํ วเสน สพฺรหฺมจารีนํ สมคฺคภาโว เภทาภาโว สิทฺโธเยวาติ อาห ‘‘สามคฺคิยา’’ติอาทิ. มิชฺชติ สินิยฺหติ เอตายาติ เมตฺตา, มิตฺตภาโว, เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, กายกมฺมํ. ตํ ปน ยสฺมา เมตฺตาสหคตจิตฺตสมุฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมตฺตจิตฺเตน กตฺตพฺพํ กายกมฺม’’นฺติ. อิมานิ เมตฺตกายกมฺมาทีนิ ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ ปาเฐ ภิกฺขูหิ ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพตาวจนโต. ภิกฺขุคฺคหเณเนว เจตฺถ เสสสหธมฺมิกานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ภิกฺขุโน สพฺพมฺปิ อนวชฺชกายกมฺมํ อาภิสมาจาริกกมฺมนฺโตคธเมวาติ อาห – ‘‘เมตฺตจิตฺเตน…เป… กายกมฺมํ นามา’’ติ. วตฺตวเสน ปวตฺติยมานา เจติยโพธีนํ วนฺทนา เมตฺตาสทิสีติ กตฺวา ตทตฺถาย คมนํ เมตฺตํ กายกมฺมนฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน เจติยโพธิภิกฺขูสุ วุตฺตาวเสสอปจายนาทึ เมตฺตาวเสน ปวตฺตํ กายิกํ กิริยํ สงฺคณฺหาติ.
เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ กถิยมานนฺติ อธิปฺปาโย. ตีณิ สุจริตานิ กายวจีมโนสุจริตานิ. จินฺตนนฺติ อิมินา เอวํ จินฺตนมตฺตมฺปิ เมตฺตํ มโนกมฺมํ, ปเคว วิธิปฏิปนฺนา ภาวนาติ ทสฺเสติ.
สหายภาวูปคมนํ เตสํ ปุรโต. เตสุ กโรนฺเตสุเยว หิ สหายภาวูปคมนํ สมฺมุขา กายกมฺมํ นาม โหติ. เกวลํ ‘‘เทโว’’ติ อวตฺวา คุเณหิ ถิรภาวโชตนํ เทวตฺเถโรติ วจนํ ปคฺคยฺห วจนํ. มมตฺตโพธนํ วจนํ มมายนวจนํ. เอกนฺตติโรกฺขกสฺส มโนกมฺมสฺส สมฺมุขตา นาม วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสเนว โหติ, ตญฺจ โข โลเก กายกมฺมนฺติ ปากฏํ ปญฺญาตํ หตฺถวิการาทึ อนามสิตฺวา เอว ทสฺเสนฺโต ‘‘นยนานิ อุมฺมีเลตฺวา’’ติ อาห. ตถา หิ วจีเภทวเสน ปวตฺติ น คหิตา.
ลทฺธปจฺจยา ลพฺภนฺตีติ ลาภา, ปริสุทฺธาคมนา ปจฺจยา. น สมฺมา คยฺหมานาปิ น ธมฺมลทฺธา นาม น โหนฺตีติ ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วุตฺตํ. เทยฺยํ ทกฺขิเณยฺยญฺจ อปฺปฏิวิภตฺตํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี. เตนาห ‘‘เทฺว ปฏิวิภตฺตานิ นามา’’ติอาทิ. จิตฺเตน วิภชนนฺติ เอเตน – ‘‘จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ วิภชนํ ปฏิวิภตฺตํ นาม, ปเคว ปโยคโต’’ติ ทสฺเสติ.
ปฏิคฺคณฺหนฺโตว…เป… ปสฺสตีติ อิมินา อาคมนโต ปฏฺฐาย สาธารณพุทฺธึ อุปฏฺฐาเปติ. เอวํ หิสฺส สาธารณโภคิตา สุกรา, สารณียธมฺโม จสฺส สุปูโร โหติ. วตฺตนฺติ สารณียธมฺมปูรณวตฺตํ.
ทาตพฺพนฺติ อวสฺสํ ทาตพฺพํ. อตฺตโน ปลิโพธวเสน สปลิโพธสฺเสว ปูเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา โอทิสฺสกทานมฺปิสฺส น สพฺพตฺถ วาริตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อทาตุมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทุสฺสีลสฺสปิ อตฺถิกสฺส สติ สมฺภเว ทาตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ทานญฺหิ นาม กสฺสจิ น นิวาริตํ.
มหาคิริคาโม นาม นาคทีปปสฺเส เอโก คาโม. สารณียธมฺโม เม, ภนฺเต, ปูริโต…เป… ปตฺตคตํ น ขียตีติ อาห เตสํ กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถํ. ตํ สุตฺวา เตปิ เถรา ‘‘สารณียธมฺมปูรโก อย’’นฺติ อพฺภญฺญํสุ. ทหรกาเล เอว กิเรส สารณียธมฺมปูรโก อโหสิ, ตสฺสา จ ปฏิปตฺติยา อวญฺฌภาววิภาวนตฺถํ ‘‘เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ อาห.
อหํ สารณียธมฺมปูริกา, มม ปตฺตปริยาปนฺเนนปิ สพฺพาปิมา ภิกฺขุนิโย ยาเปสฺสนฺตีติ อาห ‘‘มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถา’’ติ.
สตฺตสุ อาปตฺติกฺขนฺเธสุ อาทิมฺหิ วา อนฺเต วา, เวมชฺเฌติ จ อิทํ อุทฺเทสาคตปาฬิวเสน วุตฺตํ. น หิ อญฺโญ โกจิ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อนุกฺกโม อตฺถิ. ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิยาติ วตฺถนฺเต, ทสนฺเต วา ฉินฺนวตฺถํ วิย. ขณฺฑนฺติ ขณฺฑวนฺตํ, ขณฺฑิตํ วา. ฉิทฺทนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วิสภาควณฺเณน อุปฑฺฒํ, ตติยภาคํ วา สมฺภินฺนวณฺณํ สพลํ, วิสภาควณฺเณเหว ปน พินฺทูหิ อนฺตรนฺตรา วิมิสฺสํ กมฺมาสํ, อยํ อิเมสํ วิเสโส. ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนวจเนเนว เตสํ สีลานํ วิวฏฺฏุปนิสฺสยตมาห. ภุชิสฺสภาวกรณโตติ อิมินา ภุชิสฺสกรานิ ภุชิสฺสานีติ อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. อวิญฺญูนํ อปฺปมาณตาย ‘‘วิญฺญุปฺปสตฺถานี’’ติ วุตฺตํ. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อปรามฏฺฐตฺตาติ – ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ ตณฺหาปรามาเสน – ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว หุตฺวา ตตฺถ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต ภวิสฺสามี’’ติ ทิฏฺฐิปรามาเสน จ อปรามฏฺฐตฺตา. ปรามฏฺฐุนฺติ โจเทตุํ. สีลํ นาม อวิปฺปฏิสาราทิปารมฺปริเยน ยาวเทว สมาธิสมฺปาทนตฺถนฺติ อาห ‘‘สมาธิสํวตฺตกานี’’ติ. สมานภาโว สามญฺญํ, ปริปุณฺณจตุปาริสุทฺธิภาเวน มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณสฺส วิย เภทาภาวโต สีเลน สามญฺญํ สีลสามญฺญํ, ตํ คโต อุปคโตติ สีลสามญฺญคโต. เตนาห ‘‘สมานภาวูปคตสีโล’’ติ.
ยายํ ทิฏฺฐีติ ยา อยํ ทิฏฺฐิ มยฺหญฺเจว ตุมฺหากญฺจ ปจฺจกฺขภูตา. จตุสจฺจทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิ, ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ, ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวาขาโต ภควตา ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ จ ทิฏฺฐิยา สามญฺญํ สมานทิฏฺฐิภาวํ. อคฺคํ อิตเรสํ สารณียธมฺมานํ ปธานภาวโต. เอตสฺมึ สติ สุขสิทฺธิโต เตสํ สงฺคาหิกํ, ตโต เอว เตสํ สงฺฆาฏนิกํ โคปานสิโย อปริปตนฺเต กตฺวา สงฺคณฺหาติ ธาเรตีติ สงฺคาหิกํ. สงฺฆาฏนฺติ อคฺคภาเวน สงฺฆาฏภาวํ. สงฺฆาฏนํ เอเตสํ อตฺถีติ สงฺฆาฏนิกํ, สงฺฆาฏนิยนฺติ วา ปาโฐ, สงฺฆาฏเน นิยุตฺตนฺติ วา สงฺฆาฏนิกํ, ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา สงฺฆาฏนิยํ. สามญฺญโต เอว คหิตตฺตา นปุํสกนิทฺเทโส.
๔๙๓. ปฐมมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิปิ เอวํสภาวา, อญฺญมคฺคสมฺมาทิฏฺฐีสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘ยายํ โสตาปตฺติมคฺคทิฏฺฐี’’ติ. เอตฺตาวตาปีติ เอตฺตเกนปิ ราคาทีสุ เอเกเกน ปริยุฏฺฐิตจิตฺตตายปิ ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตเยว นาม โหติ, ปเคว ทฺวีหิ, พหูหิ วา ปริยุฏฺฐิตจิตฺตตาย. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ อฏฺฐสุปิ วาเรสุ. สุฏฺฐุ ฐปิตนฺติ ยถา มคฺคภาวนา อุปริ สจฺจาภิสมฺโพโธ โหติ, เอวํ สมฺมา ฐปิตํ. เตนาห ‘‘สจฺจานํ โพธายา’’ติ. ตํ ญาณนฺติ ‘‘นตฺถิ โข เม ตํ ปริยุฏฺฐาน’’นฺติอาทินา ปวตฺตํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. อริยานํ โหตีติ อริยานเมว โหติ. เตสญฺหิ เอกเทสโตปิ ปหีนํ วตฺตพฺพตํ อรหติ. เตนาห ‘‘น ปุถุชฺชนาน’’นฺติ. อริยนฺติ วุตฺตํ ‘‘อริเยสุ ชาต’’นฺติ กตฺวา. โลกุตฺตรเหตุกตาย โลกุตฺตรนฺติ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘เยสํ ปนา’’ติอาทิ. ตถา หิสฺส ปุถุชฺชเนหิ อสาธารณตา. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชนานํ ปน อภาวโต’’ติ. สพฺพวาเรสูติ สพฺเพสุ อิตเรสุ ฉสุ วาเรสุ.
๔๙๔. ปจฺจตฺตนฺติ ปาฏิเยกฺกํ อตฺตนิ มม จิตฺเตเยว. เตนาห ‘‘อตฺตโน จิตฺเต’’ติ. ‘‘ปจฺจตฺตํ อตฺตโน จิตฺเต นิพฺพุตึ กิเลสวูปสมํ ลภามี’’ติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ.
๔๙๕. ตถารูปาย ทิฏฺฐิยาติ อิทํ ‘‘ยถารูปาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต’’ติ อิมสฺส อตฺถสฺส ปจฺจามสนนฺติ อาห ‘‘ตถารูปาย ทิฏฺฐิยาติ เอวรูปาย โสตาปตฺติมคฺคทิฏฺฐิยา’’ติ.
๔๙๖. สภาเวนาติ นิยตปญฺจสิกฺขาปทตาทิสภาเวน. สงฺฆกมฺมวเสนาติ มานตฺตจริยาทิสงฺฆกมฺมวเสน. ทหโรติ พาโล. กุมาโรติ ทารโก. ยสฺมา ทหโร ‘‘กุมาโร’’ติ จ ‘‘ยุวา’’ติ จ วุจฺจติ, ตสฺมา มนฺโทติ วุตฺตํ. มนฺทินฺทฺริยตาย หิ มนฺโท. เตนาห ‘‘จกฺขุโสตาทีนํ มนฺทตายา’’ติ. เอวมฺปิ ยุวาวตฺถาปิ เกจิ มนฺทินฺทฺริยา โหนฺตีติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘อุตฺตานเสยฺยโก’’ติ วุตฺตํ. ยทิ อุตฺตานเสยฺยโก, กถมสฺส องฺคารกฺกมนนฺติ? ยถา ตถา องฺคารสฺส ผุสนํ อิธ ‘‘อกฺกมน’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘อิโต จิโต จา’’ติอาทิ. มนุสฺสานนฺติ มหลฺลกมนุสฺสานํ. น สีฆํ หตฺโถ ฌายติ กถินหตฺถตาย. ขิปฺปํ ปฏิสํหรติ มุทุตลุณสรีรตาย. อธิวาเสติ กิญฺจิ ปโยชนํ อเปกฺขิตฺวา.
๔๙๗. อุจฺจาวจานีติ มหนฺตานิ เจว ขุทฺทกานิ จ. ตตฺเถวาติ สุธากมฺมาทิมฺหิเยว. กสาวปจนํ สุธาทิสงฺขรณตฺถํ, อุทกานยนํ โธวนาทิอตฺถํ, หลิทฺทิวณฺณธาตุเลปนตฺถํ กุจฺฉกรณํ. พหลปตฺถโนติ ทฬฺหฉนฺโท. วจฺฉกนฺติ นิพฺพตฺตเธนุปควจฺฉํ. อปจินาตีติ อปวินฺทติ, อาโลเกตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อปโลเกตี’’ติ. ตนฺนินฺโน โหตีติ อธิสีลสิกฺขาทินินฺโนว โหติ อุจฺจาวจานมฺปิ กึกรณียานํ จาริตฺตสีลสฺส ปูรณวเสเนว กรณโต, โยนิโสมนสิการวเสเนว จ เตสํ ปฏิปชฺชนโต. เถรสฺส สนฺติเก อฏฺฐาสิ โยนิโสมนสิการาภาวโต ‘‘ตํ ตํ สมุลฺลปิสฺสามี’’ติ.
๔๙๘. พลํ เอว พลตาติ อาห ‘‘พเลน สมนฺนาคโต’’ติ. อตฺถิกภาวํ กตฺวาติ เตน ธมฺเมน สวิเสสํ อตฺถิกภาวํ อุปฺปาเทตฺวา. สกลจิตฺเตนาติ เทสนายอาทิมฺหิ มชฺเฌ ปริโยสาเนติ สพฺพตฺเถว ปวตฺตตาย สกเลน อนวเสเสน จิตฺเตน.
๕๐๐. สภาโวติ อริยสาวกสฺส ปุถุชฺชเนหิ อสาธารณตาย อาเวณิโก สภาโว. สุฏฺฐุ สมนฺเนสิโตติ สมฺมเทว อุปปริกฺขิโต. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ โสตาปตฺติผลสฺส สจฺฉิกรเณน, สจฺฉิกตภาเวนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกตญาเณนา’’ติ. ปฐมมคฺคผลสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณวิเสสา เหเต ปวตฺติอาการภินฺนา. เตเนวาห ‘‘สตฺตหิ มหาปจฺจเวกฺขณญาเณหี’’ติ. อยํ ตาว อาจริยานํ สมานกถาติ ‘‘อิทมสฺส ปฐมํ ญาณ’’นฺติอาทินา วุตฺตานิ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ, น มคฺคญาณานีติ เอวํ ปวตฺตา ปรมฺปราคตา ปุพฺพาจริยานํ สมานา สาธารณา อิมิสฺสา ปาฬิยา อฏฺฐกถา อตฺถวณฺณนา. ตตฺถ การณมาห ‘‘โลกุตฺตรมคฺโค หิ พหุจิตฺตกฺขณิโก นาม นตฺถี’’ติ. ยทิ โส พหุจิตฺตกฺขณิโก สิยา นานาภิสมโย, ตถา สติ สํโยชนตฺตยาทีนํ เอกเทสปฺปหานํ ปาปุณาตีติ อริยมคฺคสฺส อนนฺตรผลตฺตา เอกเทสโสตาปนฺนตาทิภาโว อาปชฺชติ, ผลานํ วา อเนกภาโว, สพฺพเมตํ อยุตฺตนฺติ ตสฺมา เอกจิตฺตกฺขณิโกว อริยมคฺโค.
ยํ ปน สุตฺตปทํ นิสฺสาย วิตณฺฑวาที อริยมคฺคสฺส เอกจิตฺตกฺขณิกตํ ปฏิกฺขิปติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺต วสฺสานีติ หิ วจนโต’’ติ อาห. กิเลสา ปน ลหุ…เป… ฉิชฺชนฺตีติ วทนฺเตน หิ ขิปฺปํ ตาว กิเลสปฺปหานํ, ทนฺธปวตฺติกา มคฺคภาวนาติ ปฏิญฺญาตํ โหติ. ตตฺถ สเจ มคฺคสฺส ภาวนาย อารทฺธมตฺตาย กิเลสา ปหียนฺติ, เสสา มคฺคภาวนา นิรตฺถกา สิยา, อถ ปจฺฉา กิเลสปฺปหานํ, กิเลสา ปน ลหุ ฉิชฺชนฺตีติ อิทํ มิจฺฉา, ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายา’’ติ วกฺขตีติ. ตโต สุตฺตปฏิชานนโต. มคฺคํ อภาเวตฺวาติ อริยมคฺคํ ปริปุณฺณํ กตฺวา อภาเวตฺวา. อตฺถรสํ วิทิตฺวาติ สุตฺตสฺส อวิปรีโต อตฺโถ เอว อตฺถรโส, ตํ ยาถาวโต ญตฺวา. เอวํ วิตณฺฑวาทิวาทํ ภินฺทิตฺวา วุตฺตเมวตฺถํ นิคเมตุํ ‘‘อิมานิ สตฺต ญาณานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
โกสมฺพิยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.