๕. จูฬยมกวคฺโค
๑. สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา
๔๓๙. มหาชนกาเย สนฺนิปติเตติ เกจิ ‘‘ปหํสนวิธึ ทสฺเสตฺวา ราชกุมารํ หาเสสฺสามา’’ติ, เกจิ ‘‘ตํ กีฬนํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ เอวํ มหาชนสมูเห สนฺนิปติเต. เทวนฏนฺติ ทิพฺพคนฺธพฺพํ. กุสลํ กุสลนฺติ วจนํ อุปาทายาติ ‘‘กจฺจิ กุสลํ? อาม กุสล’’นฺติ วจนปฏิวจนวเสน ปวตฺตกุสลวาทิตาย เต มนุสฺสา อาทิโต กุสลาติ สมญฺญํ ลภึสุ. เตสํ กุสลานํ อิสฺสราติ ราชกุมารา โกสลา. โกสเล ชาตา. เตสํ นิวาโสติ สพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตี’’ติ.
จาริกํ จรมาโนติ สามญฺญวจนมฺปิ ‘‘มหตา…เป… ตทวสรี’’ติ วจนโต วิเสสํ นิวิฏฺฐเมวาติ อาห ‘‘อตุริตจาริกํ จรมาโน’’ติ. มหตาติ คุณมหตฺเตนปิ สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหตา. ตสฺมิญฺหิ ภิกฺขุสมูเห เกจิ อธิสีลสิกฺขาวเสน สีลสมฺปนฺนา, ตถา เกจิ สีลสมาธิสมฺปนฺนา, เกจิ สีลสมาธิปญฺญาสมฺปนฺนาติ คุณมหตฺเตนปิ โส ภิกฺขุสมูโห มหาติ. ตํ อนามสิตฺวา สงฺขฺยามหตฺตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘สตํ วา’’ติอาทิมาห. อญฺญคามปฏิพทฺธชีวิกาวเสน สโมสรนฺติ เอตฺถาติ สโมสรณํ, คาโม นิวาสคาโม. นฺติ สาลํ พฺราหฺมณคามํ. วิหาโรติ ภควโต วิหรณฏฺฐานํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สาเลยฺยกสุตฺเต. อนิยมิโตติ อสุกสฺมึ อาราเม ปพฺพเต รุกฺขมูเล วาติ น นิยมิโต, สรูปคฺคหณวเสน น นิยมิตฺวา วุตฺโต. ตสฺมาติ อนิยมิตตฺตา. อตฺถาปตฺติสิทฺธมตฺถํ ปริกปฺปนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘วนสณฺโฑ ภวิสฺสตี’’ติ อาห, อทฺธา ภเวยฺยาติ อตฺโถ.
อุปลภึสูติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๕๕; อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๖๔) สวนวเสน อุปลภึสูติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสตทฺวาร…เป… ชานึสู’’ติ อาห. อวธารณผลตฺตา สพฺพมฺปิ วากฺยํ อนฺโตคธาวธารณนฺติ อาห ‘‘ปทปูรณมตฺเต วา นิปาโต’’ติ. อวธารณตฺเถติ ปน อิมินา อิฏฺฐตฺถาวธารณตฺถํ โข-สทฺทคฺคหณนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อสฺโสสุ’’นฺติ ปทํ โข-สทฺเท คหิเต เตน ผุลฺลิตมณฺฑิตวิภูสิตํ วิย โหนฺตํ ปูริตํ นาม โหติ, เตน จ ปุริมปจฺฉิมปทานิ สํสิลิฏฺฐานิ โหนฺติ, น ตสฺมึ อคฺคหิเตติ อาห ‘‘ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมวา’’ติ. มตฺต-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ. เตนสฺส อนตฺถนฺตรทีปนตํ ทสฺเสติ, เอว-สทฺเทน ปน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย เอกนฺติกตํ. สาลายํ ชาตา สํวฑฺฒกา สาเลยฺยกา ยถา ‘‘กตฺเตยฺยกา อุพฺเภยฺยกา’’ติ.
สมิตปาปตฺตาติ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตา. เอวญฺหิ พาหิรกวีตราคเสกฺขาเสกฺขปาปสมนโต ภควโต ปาปสมนํ วิเสสิตํ โหติ. อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ อิธ อนุสฺสวตฺโถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ขลูติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต’’ติ. อาลปนมตฺตนฺติ ปิยาลาปวจนํ. ปิยสมุทาหารา เหเต ‘‘โภ’’ติ วา ‘‘อาวุโส’’ติ วา ‘‘เทวานํปิยา’’ติ วา. โคตฺตวเสนาติ เอตฺถ ตํ ตายตีติ โคตฺตํ. โคตโมติ หิ ปวตฺตมานํ อภิธานํ พุทฺธิญฺจ เอกํสิกวิสยตาย ตายติ รกฺขตีติ โคตมโคตฺตํ. ยถา หิ พุทฺธิ อารมฺมณภูเตน อตฺเถน วินา น วตฺตติ, เอวํ อภิธานํ อภิเธยฺยภูเตน, ตสฺมา โส ตานิ ตายติ รกฺขตีติ วุจฺจติ. โส ปน อตฺถโต อญฺญกุลปรมฺปราสาธารณํ ตสฺส กุลสฺส อาทิปุริสสมุทาคตํ ตํกุลปริยาปนฺนสาธารณํ สามญฺญรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุจฺจากุลปริทีปนํ อุทิโตทิตวิปุลขตฺติยกุลวิภาวนโต. สพฺพขตฺติยานญฺหิ อาทิภูตมหาสมฺมตมหาราชโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนํ อุฬารตมํ สกฺยราชกุลํ. เกนจิ ปาริชุญฺเญนาติ ญาติปาริชุญฺญโภคปาริชุญฺญาทินา เกนจิปิ ปาริชุญฺเญน ปริหานิยา อนภิภูโต อนชฺโฌตฺถโฏ. ตถา หิ กทาจิปิ ตสฺส กุลสฺส ตาทิสปาริชุญฺญาภาโว, อภินิกฺขมนกาเล จ ตโต สมิทฺธตมภาโว โลเก ปากโฏ ปญฺญาโตติ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ อิทํ วจนํ ภควโต สทฺธาปพฺพชิตภาวทีปนํ วุตฺตํ มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ มหนฺตญฺจ โภคกฺขนฺธํ ปหาย ปพฺพชิตภาวทีปนโต. เอตฺถ จ สมโณติ อิมินา ปริกฺขกชเนหิ ภควโต พหุมตภาโว ทสฺสิโต สมิตปาปตาทีปนโต, โคตโมติ อิมินา โลกิยชเนหิ อุฬารตมกุลีนตาทีปนโต.
อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน, ตํโยคโต ปน ‘‘ภวนฺตํ โคตม’’นฺติ อุปโยควจนํ สามิอตฺเถปิ สมานํ อิตฺถมฺภูตโยคทีปนโต ‘‘อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. กลฺยาโณติ ภทฺทโก. สา จสฺส กลฺยาณตา อุฬารวิสยตายาติ อาห ‘‘กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต’’ติ. ตํวิสยตา เหตฺถ สมนฺนาคโม. เสฏฺโฐติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย ยถา ‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๒; อุทา. อฏฺฐ. ๑; อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา; มหานิ. อฏฺฐ. ๕๐). ‘‘ภควา อรห’’นฺติอาทินา คุณานํ สํกิตฺตนโต สํสทฺทนโต จ กิตฺติสทฺโท วณฺโณติ อาห ‘‘กิตฺติเยวา’’ติ. กิตฺติปริยาโยปิ หิ สทฺท-สทฺโท ยถา ตํ ‘‘อุฬารสทฺทา อิสโย คุณวนฺโต ตปสฺสิโน’’ติ. ถุติโฆโสติ อภิตฺถวุทาหาโร. อชฺโฌตฺถริตฺวาติ ปฏิปกฺขาภาเวน อนญฺญสาธารณตาย จ อภิภวิตฺวา.
โส ภควาติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควาติ ลทฺธนาโม, โส ภควา. ‘‘ภควา’’ติ หิ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๔๙, ๑๙๘, ๒๑๐; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒). ปรโต ปน ‘‘ภควา’’ติ คุณกิตฺตนเมว. เอวํ ‘‘อรห’’นฺติอาทีหิ ปเทหิ เย สเทวเก โลเก อติวิย ปญฺญาตา พุทฺธคุณา, เต นานปฺปการโต วิภาวิตาติ ทสฺเสตุํ ปจฺเจกํ อิติปิ-สทฺโท โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควา’’ติ. ‘‘อิติเปตํ ภูตํ, อิติเปตํ ตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖) วิย หิ อิธ อิติ-สทฺโท อาสนฺนปจฺจกฺขการณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ เตน เตสํ คุณานํ พหุภาวทีปนโต. ตานิ คุณสลฺลกฺขณการณานิ สทฺธาสมฺปนฺนานํ วิญฺญุชาติกานํ ปจฺจกฺขานิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ. ตโต วิสุทฺธิมคฺคโต. เตสนฺติ ‘‘อรห’’นฺติอาทีนํ. วิตฺถาโร อตฺถนิทฺเทโส คเหตพฺโพ. ตโต เอว ตํสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๓๐) วุตฺโต ‘‘อารกาติ อรหํ สุวิทูรภาวโต, อารกาติ อรหํ อาสนฺนภาวโต, รหิตพฺพสฺส อภาวโต, สยญฺจ อรหิตพฺพโต, นตฺถิ เอตสฺส รโหคมนํ คตีสุ ปจฺจาชาติ, ปาสํสภาวโต วา อรห’’นฺติอาทินา ‘‘อรห’’นฺติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ.
ภวนฺติ เจตฺถ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๓๐; สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา) –
‘‘สมฺมา นปฺปฏิปชฺชนฺติ, เย นิหีนาสยา นรา;
อารกา เตหิ ภควา, ทูเร เตนารหํ มโต.
เย สมฺมา ปฏิปชฺชนฺติ, สุปฺปณีตาธิมุตฺติกา;
ภควา เตหิ อาสนฺโน, เตนาปิ อรหํ ชิโน.
ปาปธมฺมา รหา นาม, สาธูหิ รหิตพฺพโต;
เตสํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา, ภควา อรหํ มโต.
เย สจฺฉิกตสทฺธมฺมา, อริยา สุทฺธโคจรา;
น เตหิ รหิโต โหติ, นาโถ เตนารหํ มโต.
รโห วา คมนํ ยสฺส, สํสาเร นตฺถิ สพฺพโส;
ปหีนชาติมรโณ, อรหํ สุคโต มโต.
คุเณหิ สทิโส นตฺถิ, ยสฺมา โลเก สเทวเก;
ตสฺมา ปาสํสิยตฺตาปิ, อรหํ ทฺวิปทุตฺตโม.
อารกา มนฺทพุทฺธีนํ, อาสนฺนา จ วิชานตํ;
รหานํ สุปฺปหีนตฺตา, วิทูนมรเหยฺยโต;
ภเวสุ จ รหาภาวา, ปาสํสา อรหํ ชิโน’’ติ.
สุนฺทรนฺติ ภทฺทกํ. ตญฺจ ปสฺสนฺตสฺส หิตสุขาวหภาเวน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อตฺถาวหํ สุขาวห’’นฺติ. ตตฺถ อตฺถาวหนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถสญฺหิตหิตาวหํ. สุขาวหนฺติ ตปฺปริยาปนฺนติวิธสุขาวหํ. ตถารูปานนฺติ ตาทิสานํ. ยาทิเสหิ ปน คุเณหิ ภควา สมนฺนาคโต, เตหิ จตุปฺปมาณิกสฺส โลกสฺส สพฺพถาปิ อจฺจนฺตาย ปสาทนีโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘อเนเกหิปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถาภูต…เป… อรหตนฺติ อิมินา ธมฺมปฺปมาณานํ ลูขปฺปมาณานํ สตฺตานํ ภควโต ปสาทาวหตมาห, อิตเรน อิตเรสํ. ทสฺสนมตฺตมฺปิสาธุ โหตีติ เอตฺถ โกสิยสกุณสฺส วตฺถุ กเถตพฺพํ. เอกํ ปทมฺปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอตฺถ มณฺฑูกเทวปุตฺตวตฺถุ กเถตพฺพํ.
อิมินา นเยน อคาริกปุจฺฉา อาคตาติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. เยภุยฺเยน หิ อคาริกา เอวํ ปุจฺฉนฺติ. อนคาริกปุจฺฉายปิ เอเสว นโย. ยถา น สกฺโกนฺติ…เป… วิสฺสชฺเชนฺโตติ อิมินา สตฺถุ เตสํ พฺราหฺมณคหปติกานํ นิคฺคณฺหนวิธึ ทสฺเสติ. เตสญฺหิ สํขิตฺตรุจิตาย สงฺเขปเทสนา, ตาย อตฺถํ อชานนฺตา วิตฺถารเทสนํ อายาจนฺติ, สา จ เนสํ สํขิตฺตรุจิตา ปณฺฑิตมานิตาย, โส จ มาโน ยถาเทสิตสฺส อตฺถสฺส อชานนฺเต อปฺปติฏฺโฐ โหติ, อิติ ภควา เตสํ มานนิคฺคหวิธึ จินฺเตตฺวา สงฺเขเปเนว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ, น สพฺพโส เทสนาย อสลฺลกฺขณตฺถํ. เตนาห ‘‘ปณฺฑิตมานิกา หี’’ติอาทิ. ยสฺมา มํ ตุเมฺห ยาจถ, สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ น ชานิตฺถาติ อธิปฺปาโย.
๔๔๐. ‘‘เอกวิเธน ญาณวตฺถุ’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๗๕๑) วิย โกฏฺฐาสตฺโถ วิธ-สทฺโท, โส จ วิภตฺติวจนวิปลฺลาสํ กตฺวา ปจฺจตฺเต กรณวจนวเสน ‘‘ติวิธ’’นฺติ วุตฺโต. อตฺโถ ปน กรณปุถุวจนวเสน ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘ติวิธนฺติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหี’’ติ. ปการตฺโถ วา วิธ-สทฺโท, ปการตฺถตฺตาเยว ลพฺภมานํ อธมฺมจริยาวิสมจริยาภาวสามญฺญํ, กายทฺวาริกภาวสามญฺญํ วา อุปาทาย เอกตฺตํ เนตฺวา ‘‘ติวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. ปการเภเท ปน อเปกฺขิเต ‘‘ติวิธา’’อิจฺเจว วุตฺตํ โหติ. กาเยนาติ เอตฺถ กาโยติ โจปนกาโย อธิปฺเปโต, โส จ อธมฺมจริยาย ทฺวารภูโต เตน วินา ตสฺสา อปฺปวตฺตนโต. กาเยนาติ จ เหตุมฺหิ กรณวจนํ. กิญฺจาปิ หิ อธมฺมจริยาสงฺขาตเจตนาสมุฏฺฐานา สา วิญฺญตฺติ, น จ สา ปฏฺฐาเน อาคเตสุ จตุวีสติยา ปจฺจเยสุ เอเกนปิ ปจฺจเยน เจตนาย ปจฺจโย โหติ, ตสฺสา ปน ตถาปวตฺตมานาย กายกมฺมสญฺญิตาย เจตนาย ปวตฺติ โหตีติ เตน ทฺวาเรน ลกฺขิตพฺพภาวโต ตสฺสา การณํ วิย จ สพฺโพหารมตฺตํ โหติ. กายทฺวาเรนาติ วา กาเยน ทฺวารภูเตน กายทฺวารภูเตนาติ ตํ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ. อธมฺมํ จรติ เอตายาติ อธมฺมจริยา, ตถาปวตฺตา เจตนา. อธมฺโมติ ปน ตํสมุฏฺฐาโน ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมโต อนเปตาติ ธมฺมา, น ธมฺมาติ อธมฺมา, อธมฺมา จ สา จริยา จาติ อธมฺมจริยา. ปจฺจนีกสมนฏฺเฐน สมํ, สมานํ สทิสํ ยุตฺตนฺติ วา สมํ, สุจริตํ. สมโต วิคตํ, วิรุทฺธํ วา ตสฺสาติ วิสมํ, ทุจฺจริตํ. สา เอว วิสมา จริยาติ วิสมจริยา. สพฺเพสุ กณฺหสุกฺกปเทสูติ ‘‘จตุพฺพิธํ วาจาย อธมฺมจริยาวิสมจริยา โหตี’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทสวเสน อาคเตสุ สพฺเพสุ กณฺหปเทสุ – ‘‘ติวิธํ โข คหปตโย กาเยน ธมฺมจริยาสมจริยา โหตี’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทสวเสน อาคเตสุ สพฺเพสุ สุกฺกปเทสุ จ.
โรเทติ กุรูรกมฺมนฺตตาย ปรปฏิพทฺเธ สตฺเต อสฺสูนิ โมเจตีติ รุทฺโท, โส เอว ลุทฺโท ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา. กกฺขโฬติ ลุทฺโท. ทารุโณติ ผรุโส. สาหสิโกติ สาหสฺสการี. สเจปิ น ลิปฺปนฺติ. ตถาวิโธ ปเรสํ ฆาตนสีโล โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ ยถา ทานสีโล ปเรสํ ทานตฺถํ อโธตหตฺโถปิ ‘‘ปยตปาณี’’เตฺวว วุจฺจติ. ปหรณํ ปหารทานมตฺตํ หตํ, ปวุทฺธํ ปหรณํ ปรสฺส มารณํ ปหตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘หเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นิวิฏฺโฐติ อภินิวิฏฺโฐ ปสุโต.
ยสฺส วเสน ‘‘ปรสฺสา’’ติ สามินิทฺเทโส, ตํ สาปเตยฺยํ. ยญฺหิ สามญฺญโต คหิตํ, ตํ เตเนว สามินิทฺเทเสน ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘ปรสฺส สนฺตก’’นฺติ. ปรสฺสปรวิตฺตูปกรณนฺติ วา เอกเมเวตํ สมาสปทํ, ยํ กิญฺจิ ปรสนฺตกํ วิเสสโต ปรสฺส วิตฺตูปกรณํ วาติ อตฺโถ. เตหิ ปเรหีติ เยสํ สนฺตกํ, เตหิ. ยสฺส วเสน ปุริโส ‘‘เถโน’’ติ วุจฺจติ, ตํ เถยฺยนฺติ อาห ‘‘อวหรณจิตฺตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. เถยฺยสงฺขาเตน, น วิสฺสาสตาวกาลิกาทิวเสนาติ อตฺโถ.
มเต วาติ วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ. เตน ปพฺพชิตาทิภาวํ สงฺคณฺหาติ. เอเตนุปาเยนาติ ยํ มาตริ มตาย, นฏฺฐาย วา ปิตา รกฺขติ, สา ปิตุรกฺขิตา. ยํ อุโภสุ อสนฺเตสุ ภาตา รกฺขติ, สา ภาตุรกฺขิตาติ เอวมาทึ สนฺธายาห. สภาคกุลานีติ อาวาหกิริยาย สภาคานิ กุลานิ. ทสฺสุกวิธึ วา อุทฺทิสฺส ฐปิตทณฺฑาราชาทีหิ. สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๙) ‘‘อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา’’ติ เอวํ วุตฺตมิจฺฉาจารลกฺขณวเสน.
หตฺถปาทาทิเหตูติ หตฺถปาทาทิเภทนเหตุ. ธนเหตูติ ธนสฺส ลาภเหตุ ชานิเหตุ จ. ลาโภติ ฆาสจฺฉาทนานิ ลพฺภตีติ ลาโภ. กิญฺจิกฺขนฺติ กิญฺจิมตฺตกํ อามิสชาตํ. เตนาห ‘‘ยํ วา’’ติอาทิ. ชานนฺโตเยวาติ มุสาภาวํ ตสฺส วตฺถุโน อตฺถิ, ตํ ชานนฺโต เอว.
อณฺฑกาติ วุจฺจติ รุกฺเข อณฺฑสทิสา คณฺฐิโย. ยถา ถทฺธา วิสมา ทุพฺพินีตา จ โหนฺติ, เอวเมวํ ขุํสนวมฺภนวเสน ปวตฺตวาจาปิ หิ ‘‘อณฺฑกา’’ติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘ยถา สโทเส รุกฺเข’’ติอาทิ. กกฺกสาติ ผรุสา เอว, โส ปนสฺสา กกฺกสภาโว พฺยาปาทนิมิตฺตตาย ตโต ปูติกาติ. เตนาห ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ. กฏุกาติ อนิฏฺฐา. อมนาปาติ น มนวฑฺฒนี, ตโต เอว โทสชนนี, จิตฺตสนฺโทสุปฺปตฺติการิกา. มมฺเมสูติ ฆฏฺฏเนน ทุกฺขุปฺปตฺติโต มมฺมสทิเสสุ ชาติอาทีสุ. ลคฺคนการีติ เอวํ วทนฺตสฺส เอวํ วทามีติ อตฺถาธิปฺปาเยน ลคฺคนการี, น พฺยญฺชนวเสน. โกธสฺส อาสนฺนา ตสฺส การณภาวโต. สโทสวาจายาติ อตฺตโน สมุฏฺฐาปกโทสสฺส วเสน สโทสวาจาย เววจนานิ.
อกาเลนาติ อยุตฺตกาเลน. อการณนิสฺสิตนฺติ นิปฺผลํ. ผลญฺหิ การณนิสฺสิตํ นาม ตทวินาภาวโต. อการณนิสฺสิตํ นิปฺผลํ, สมฺผนฺติ อตฺโถ. อสภาววตฺตาติ อยาถาววาที. อสํวรวินยปฏิสํยุตฺตสฺสาติ สํวรวินยรหิตสฺส, อตฺตโน สุณนฺตสฺส จ น สํวรวินยาวหสฺส วตฺตา. หทยมญฺชูสายํ นิเธตุนฺติ อหิตสํหิตตฺตา จิตฺตํ อนุปฺปวิเสตฺวา นิเธตุํ. อยุตฺตกาเลติ ธมฺมํ กเถนฺเตน โย อตฺโถ ยสฺมึ กาเล วตฺตพฺโพ, ตโต ปุพฺเพ ปจฺฉา ตสฺส อกาโล, ตสฺมึ อยุตฺตกาเล วตฺตา โหติ. อนปเทสนฺติ ภควตา อสุกสุตฺเต เอวํ วุตฺตนฺติ สุตฺตาปเทสวิรหิตํ. อปริจฺเฉทนฺติ ปริจฺเฉทรหิตํ. ยถา ปน วาจา ปริจฺเฉทรหิตา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุตฺตํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปลพฺภนฺติ อนุโยคํ. พาหิรกถํเยวาติ ยํ สุตฺตํ, ชาตกํ วา นิกฺขิตฺตํ, ตสฺส สรีรภูตํ กถํ อนามสิตฺวา ตโต พหิภูตํเยว กถํ. สมฺปชฺชิตฺวาติ วิรุฬฺหํ อาปชฺชิตฺวา. ปเวณิชาตกาวาติ อนุชาตปาโรหมูลานิเยว ติฏฺฐนฺติ. อาหริตฺวาติ นิกฺขิตฺตสุตฺตโต อญฺญมฺปิ อนุโยคอุปมาวตฺถุวเสน ตทนุปโยคินํ อาหริตฺวา. ชานาเปตุนฺติ เอตทตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ ชานาเปตุํ โย สกฺโกติ. ตสฺส กเถตุนฺติ ตสฺส ตถารูปสฺส ธมฺมกถิกสฺส พหุมฺปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. น อตฺถนิสฺสิตนฺติ อตฺตโน ปเรสญฺจ น หิตาวหํ.
อภิชฺฌายนํ เยภุยฺเยน ปรสนฺตกสฺส ทสฺสนวเสน โหตีติ ‘‘อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหตี’’ติ วุตฺตํ. อภิชฺฌายนฺโต วา อภิชฺฌายิตํ วตฺถุํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตมฺปิ ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺโต วิย อภิชฺฌายตีติ วุตฺตํ ‘‘อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหตี’’ติ. กมฺมปถเภโท น โหติ, เกวลํ โลภมตฺโตว โหติ ปริณามนวเสน อปฺปวตฺตตฺตา. ยถา ปน กมฺมปถเภโท โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริณาเมตีติ อตฺตโน สนฺตกภาเวน ปริคฺคยฺห นาเมติ.
วิปนฺนจิตฺโตติ พฺยาปาเทน วิปตฺตึ อาปาทิตจิตฺโต. เตนาห ‘‘ปูติภูตจิตฺโต’’ติ. พฺยาปาโท หิ วิสํ วิย โลหิตสฺส จิตฺตํ ปูติภาวํ ชเนติ. โทเสน ทุฏฺฐจิตฺตสงฺกปฺโปติ วิเสน วิย สปฺปิอาทิโกเปน ทูสิตจิตฺตสงฺกปฺโป. ฆาตียนฺตูติ หนียนฺตุ. วธํ ปาปุณนฺตูติ มรณํ ปาปุณนฺตุ. มา วา อเหสุนฺติ สพฺเพน สพฺพํ น โหนฺตุ. เตนาห ‘‘กิญฺจิปิ มา อเหสุ’’นฺติ, อนวเสสวินาสํ ปาปุณนฺตูติ อตฺโถ. หญฺญนฺตูติ อาทิจินฺตเนเนวาติ เอกนฺตโต วินาสจินฺตาย เอว.
มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ อโยนิโส อุปฺปนฺนทิฏฺฐิโก. โส จ เอกนฺตโต กุสลปฏิปกฺขทิฏฺฐิโกติ อาห ‘‘อกุสลทสฺสโน’’ติ. วิปลฺลตฺถทสฺสโนติ ธมฺมตาย วิปริยาสคฺคาหี. นตฺถิ ทินฺนนฺติ เทยฺยธมฺมสีเสน ทานํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทินฺนสฺส ผลาภาวํ สนฺธาย วทตี’’ติ. ทินฺนํ ปน อนฺนาทิวตฺถุํ กถํ ปฏิกฺขิปติ. เอส นโย ‘‘ยิฏฺฐํ หุต’’นฺติ เอตฺถาปิ. มหายาโคติ สพฺพสาธารณํ มหาทานํ. ปเหณกสกฺกาโรติ ปาหุนกานํ กตฺตพฺพสกฺกาโร. ผลนฺติ อานิสํสผลญฺจ นิสฺสนฺทผลญฺจ. วิปาโกติ สทิสํ ผลํ. ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถีติ ปรโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ อยํ โลโก น โหติ. อิธโลเก ฐิตสฺสปิ ปรโลโก นตฺถีติ อิธโลเก ฐิตสฺส กมฺมุนา ลทฺธพฺโพ ปรโลโก น โหติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ. อิเม สตฺตา ยตฺถ ยตฺถ ภวโยนิคติอาทีสุ ฐิตา ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺติ นิรุทยวินาสวเสน วินสฺสนฺติ. ผลาภาววเสนาติ มาตาปิตูสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลสฺส อภาววเสน ‘‘นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา’’ติ วทติ, น มาตาปิตูนํ, นาปิ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ อภาววเสน เตสํ โลกปจฺจกฺขตฺตา. พุพฺพุฬกสฺส วิย อิเมสํ สตฺตานํ อุปฺปาโท นาม เกวโลว, น จวิตฺวา อาคมนปุพฺพโกติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จวิตฺวา อุปปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทตี’’ติ. สมเณน นาม ยาถาวโต ชานนฺเตน กสฺสจิ กิญฺจิ อกเถตฺวา สญฺญเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา อโหปุริสิกา นาม สิยา, กึ ปโร ปรสฺส กริสฺสติ, ตถา อตฺตโน สมฺปาทนสฺส กสฺสจิ อวสโร เอว นตฺถิ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนโตติ อาห ‘‘เย อิมญฺจ…เป… ปเวเทนฺตี’’ติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา พฺยปเทเสน. ทสวตฺถุกาติ ปฏิกฺขิปิตพฺพานิ ทส วตฺถูนิ เอติสฺสาติ ทสวตฺถุกา.
๔๔๑. อนภิชฺฌาทโย เหฏฺฐา อตฺถโต ปกาสิตตฺตา อุตฺตานตฺถาเยว.
๔๔๒. สห พฺยยติ คจฺฉตีติ สหโพฺย, สหวตฺตนโก, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา, สหปวตฺตีติ อาห ‘‘สหภาวํ อุปคจฺเฉยฺย’’นฺติ. พฺรหฺมานํ กาโย สมูโหติ พฺรหฺมกาโย, ตปฺปริยาปนฺนตาย ตตฺถ คตาติ พฺรหฺมกายิกา. กามํ เจตาย สพฺพสฺสปิ พฺรหฺมนิกายสฺส สมญฺญาย ภวิตพฺพํ, ‘‘อาภาน’’นฺติอาทินา ปน ทุติยชฺฌานภูมิกาทีนํ อุปริ คหิตตฺตา โคพลีพทฺทญาเยน ตทวเสสานํ อยํ สมญฺญาติ อาห ‘‘พฺรหฺมกายิกานํ เทวานนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิเทวาน’’นฺติ. อาภา นาม วิสุํ เทวา นตฺถิ, ปริตฺตาภาทีนํเยว ปน อาภาวนฺตตาสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ปวตฺตํ เอตํ อธิวจนํ, ยทิทํ ‘‘อาภา’’ติ ยถา ‘‘พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมานํ พฺรหฺมกายิกา’’ติ. ปริตฺตาภานนฺติอาทิ ปนาติ อาทิ-สทฺเทน อปฺปมาณาภานํ เทวานํ อาภสฺสรานํ เทวานนฺติ อิมํ ปาฬึ สงฺคณฺหาติ. เอกโต อคฺคเหตฺวาติ อาภาติ วา, เอกตฺตกายนานตฺตสญฺญาติ วา เอกโต อคฺคเหตฺวา. เตสํเยวาติ อาภาติ วุตฺตเทวานํเยว. เภทโต คหณนฺติ การณสฺส หีนาทิเภทภินฺนตาทสฺสนวเสน ปริตฺตาภาทิคฺคหณํ. อิติ ภควา อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวาติ เอวํ ภควา ธมฺมจริยํ, สมจริยํ, วฏฺฏนิสฺสิตํ สุคติคามิปฏิปทํ, วิวฏฺฏนิสฺสิตํ อาสวกฺขยคามิปฏิปทํ กตฺวา ติภวภญฺชนโต อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.
อิธ ฐตฺวาติ อิมสฺมึ ธมฺมจริยาสมจริยาย นิทฺเทเส ฐตฺวา. เทวโลกา สมาเนตพฺพาติ ฉพฺพีสติปิ เทวโลกา สโมธาเนตพฺพา. วีสติ พฺรหฺมโลกาติ ตํตํภวปริยาปนฺนนิกายวเสน วีสติ พฺรหฺมโลกา, วีสติ พฺรหฺมนิกายาติ อตฺโถ. ทสกุสลกมฺมปเถหีติ ยถารหํ ทสกุสลกมฺมปเถหิ กมฺมูปนิสฺสยปจฺจยภูเตหิ เกวลํ อุปนิสฺสยภูเตหิ จ นิพฺพตฺติ ทสฺสิตา.
ติณฺณํ สุจริตานนฺติ ติณฺณํ กามาวจรสุจริตานํ. กามาวจรคฺคหณญฺเจตฺถ มโนสุจริตาเปกฺขาย. วิปาเกเนวาติ อิมินา วิปากุปฺปาเทเนว นิพฺพตฺติ โหติ, น อุปนิสฺสยตามตฺเตนาติ ทสฺเสติ. ‘‘อุปนิสฺสยวเสนา’’ติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ทส กุสลกมฺมปถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุติยาทีนิ ภาเวตฺวาติอาทีสุปิ ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อุปนิสฺสยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, นนุ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๔๑) – ‘‘ปฐเมน ฌาเนน นีวรณานํ ปหานํ สีลํ, เวรมณิ สีลํ, เจตนา สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติอาทินา สพฺเพสุปิ ฌาเนสุ สีลํ อุทฺธฏนฺติ ตสฺส วเสน อุปริเทวโลกานมฺปิ วิปาเกน นิพฺพตฺติ วตฺตพฺพาติ? น, ตสฺส ปริญฺญาย เทสนตฺตา, ปริญฺญาย เทสนตา จสฺส ‘‘ยตฺถ จ ปหาน’’นฺติอาทินา วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๓๗, ๘๓๙) ปกาสิตา เอว. ตถา หิ อิธาปิ ‘‘ทส กุสลกมฺมปถา หิ สีล’’นฺติอาทินา สีลสฺส รูปารูปภวานํ อุปนิสฺสยตา วิภาวิตา, น นิพฺพตฺตกตาย. กสฺมา ปเนตฺถ ภาวนาลกฺขณาย ธมฺมจริยาย ภววิเสเส วิภชิยมาเน อสญฺญภโว น คหิโตติ อาห ‘‘อสญฺญภโว ปน…เป… น นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ. พาหิรกา หิ อยถาภูตทสฺสิตาย อสญฺญภวํ ภววิปฺปโมกฺขํ มญฺญมานา ตทุปคชฺฌานํ ภาเวตฺวา อสญฺเญสุ นิพฺพตฺตนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลฏฺฐกถายํ ตํสํวณฺณนายญฺจ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๘-๗๓; ที. นิ. ฏี. ๑.๖๘-๗๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. เวรญฺชกสุตฺตวณฺณนา
๔๔๔. เวรญฺชวาสิโนติ เวรญฺชคามวาสิโน. เกจิ ปน ‘‘วิวิธรฏฺฐวาสิโน เวรญฺชกา’’ติ เอตมตฺถํ วทนฺติ, เตสํ มเตน ‘‘เวรชฺชกา’’ติ ปาฬิยา ภวิตพฺพนฺติ. อนิยมิตกิจฺเจนาติ ‘‘อิมินา นามา’’ติ เอวํ น นิยมิเตน กิจฺเจน. อยํ วิเสโสติ อยํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานธมฺมาธิฏฺฐานกโต อิเมสุ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ เทสนาย วิเสโส, อตฺโถ ปน เทสนานโย จ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย อวิสิฏฺโฐติ ทสฺเสติ. กสฺมา ปน ภควา กตฺถจิ ปุคฺคลาธิฏฺฐานเทสนํ เทเสติ, กตฺถจิ ธมฺมาธิฏฺฐานนฺติ? เทสนาวิลาสโต เวเนยฺยชฺฌาสยโต จ. เทสนาวิลาสปฺปตฺตา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เต ยถารุจิ กตฺถจิ ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กตฺวา, กตฺถจิ ธมฺมาธิฏฺฐานํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺติ. เย ปน เวเนยฺยา สาสนกฺกมํ อโนติณฺณา, เตสํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานเทสนํ เทเสนฺติ. เย โอติณฺณา, เตสํ ธมฺมาธิฏฺฐานํ. สมฺมุติสจฺจวิสยา ปุคฺคลาธิฏฺฐานา, อิตรา ปรมตฺถสจฺจวิสยา. ปุริมา กรุณานุกูลา, อิตรา ปญฺญานุกูลา. สทฺธานุสาริโคตฺตานํ วา ปุริมา. เต หิ ปุคฺคลปฺปมาณา, ปจฺฉิมา ธมฺมานุสารีนํ. สทฺธาจริตตาย วา โลกาธิปตีนํ วเสน ปุคฺคลาธิฏฺฐานา, ปญฺญาจริตตาย ธมฺมาธิปตีนํ วเสน ธมฺมาธิฏฺฐานา. ปุริมา จ เนยฺยตฺถา, ปจฺฉิมา นีตตฺถา. อิติ ภควา ตํ ตํ วิเสสํ อเวกฺขิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ทุวิธํ เทสนํ เทเสตีติ เวทิตพฺพํ.
เวรญฺชกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา
๔๔๙. ครุภาโว คารวํ, ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณียตา. สห คารเวนาติ สคารโว, ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺเต คารววเสน ปติสฺสวนํ ปติสฺสโว, สห ปติสฺสเวน สปฺปติสฺสโว, ปติสฺสวภูตํ ตํสภาคญฺจ ยํ กิญฺจิ ครุกรณํ. สคารเว สปฺปติสฺสวจนํ สคารวสปฺปติสฺสวจนํ. ครุกรณํ วา คารโว, สคารวสฺส สปฺปติสฺสวจนํ สคารวสปฺปติสฺสวจนํ. เอเตน สภาเวเนว สคารวสฺส ตถาปวตฺตํ วจนนฺติ ทสฺเสติ. อญฺญตฺถ ทุ-สทฺโท ครหตฺโถปิ โหติ ‘‘ทุกฺขํ ทุปฺปุตฺโต’’ติอาทีสุ วิย, อิธ ปน โส น สมฺภวติ กุจฺฉิตาย ปญฺญาย อภาวโตติ อาห ‘‘ปญฺญาย ทุฏฺฐํ นาม นตฺถี’’ติ. ‘‘ทุสฺสีโล’’ติอาทีสุ วิย อภาวตฺโถ ทุ-สทฺโทติ วุตฺตํ ‘‘อปฺปญฺโญ นิปฺปญฺโญติ อตฺโถ’’ติ. กิตฺตเกนาติ เกน ปริมาเณน. ตํ ปน ปริมาณํ ยสฺมา ปริเมยฺยสฺส อตฺถสฺส ปริจฺฉินฺทนํ โหติ, นุ-สทฺโท จ ปุจฺฉาย โชตโก, ตสฺมา ‘‘กิตฺตาวตา นุ โขติ การณปริจฺเฉทปุจฺฉา’’ติ วตฺวา ‘‘กิตฺตเกน นุ โข เอวํ วุจฺจตีติ อตฺโถ’’ติ อาห. ‘‘การณปริจฺเฉทปุจฺฉา’’ติ อิมินา ‘‘กิตฺตาวตา’’ติ สามญฺญโต ปุจฺฉาภาโว ทสฺสิโต, น วิเสสโต, ตสฺส ปุจฺฉาวิเสสภาวญาปนตฺถํ มหานิทฺเทเส อาคตา สพฺพาว ปุจฺฉา อตฺถุทฺธารนเยน ทสฺเสติ ‘‘ปุจฺฉา จ นามา’’ติอาทินา. อทิฏฺฐํ โชตียติ เอตายาติ อทิฏฺฐโชตนา, ปุจฺฉา. ทิฏฺฐสํสนฺทนา สากจฺฉาวเสน วินิจฺฉยกรณํ. วิมติ ฉิชฺชติ เอตายาติ วิมติจฺเฉทนา. อนุมติยา ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว’’ติอาทิปุจฺฉาย หิ ‘‘กึ ตุมฺหากํ อนุมตี’’ติ อนุมติ ปุจฺฉิตา โหติ. กเถตุํ กมฺยตาย ปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา.
ลกฺขณนฺติ ญาตุํ อิจฺฉิโต โย โกจิ สภาโว. อญฺญาตนฺติ เยน เกนจิ ญาเณน อญฺญาตภาวํ อาห. อทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนภูเตน ปจฺจกฺขํ วิย อทิฏฺฐตํ. อตุลิตนฺติ ‘‘เอตฺตกํ อิท’’นฺติ ตุลนภูเตน อตุลิตตํ. อตีริตนฺติ ตีรณภูเตน อกตญาณกิริยาสมาปนตํ. อวิภูตนฺติ ญาณสฺส อปากฏภาวํ. อวิภาวิตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตภาวํ. อิธ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา อธิปฺเปตา, น อทิฏฺฐโชตนา วิมติจฺเฉทนา จาติ.
กถมยํ อตฺโถ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘เถโร หี’’ติอาทิ. สยํ วินิจฺฉินนฺโตติ สยเมว เตสํ ปญฺหานํ อตฺถํ วิเสเสน นิจฺฉินนฺโต. อิทํ สุตฺตนฺติ อิทํ ปญฺจวีสติปญฺหปฏิมณฺฑิตสุตฺตํ, น ยํ กิญฺจิ อนวเสเสเนว มตฺถกํ ปาเปสีติ. ‘‘สยเมว ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตฺวา สยํ วินิจฺฉินนฺโต’’ติ เอตฺถ จตุกฺโกฏิกํ ภวตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิมาห. ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตุํเยว สกฺโกตีติ ปุจฺฉนวิธึเยว ชานาติ. น นิจฺเฉตุนฺติ นิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ, วิสฺสชฺชนวิธึ น ชานาตีติ อตฺโถ. วิเสสฏฺฐานนฺติ อญฺเญหิ อสทิสฏฺฐานํ. เถเรน สทิโสติ เถเรน สทิโส สาวโก นตฺถิ.
สํสนฺทิตฺวาติ สํโยเชตฺวา สมานํ กตฺวา, ยถา ตตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปวตฺตํ, ตถา ตํ อวิโลเมตฺวาติ อตฺโถ. ลีฬายนฺโตติ ลีฬํ กโรนฺโต. ธมฺมกถิกตาย อคฺคภาวปฺปตฺติยา ตตฺถ อปฺปฏิหตญาณตาย พุทฺธลีฬาย วิย จตุนฺนํ ปริสานํ คมนํ คณฺหนฺโต ธมฺมกถํ กเถติ.
อิโต วา เอตฺโต วา อนุกฺกมิตฺวาติ อุคฺคหิตกถามคฺคโต ยตฺถ กตฺถจิ อีสกมฺปิ อนุกฺกมิตฺวา อุคฺคหิตนิยาเมเนวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยฏฺฐิโกฏิ’’นฺติอาทิ. เอกปทิกนฺติ เอกปทนิกฺเขปมตฺตํ. ทณฺฑกเสตุนฺติ เอกทณฺฑกมยํ เสตุํ. เหฏฺฐา จ อุปริ จ สุตฺตปทานํ อาหรเณน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ เหฏฺฐุปริยํ กโรนฺโต. ชาตสฺสรสทิสญฺจ คาถํ, สุตฺตปทํ วา นิกฺขิปิตฺวา ตตฺถ นานาอุปมาการณานิ อาหรนฺโต ตานิ จ เตหิ สุตฺตปเทหิ โพเธนฺโต สมุฏฺฐาเปนฺโต ‘‘ชาตสฺสเร ปญฺจวณฺณานิ กุสุมานิ ผุลฺลาเปนฺโต วิย สิเนรุมตฺถเก วฏฺฏิสหสฺสํ ชาเลนฺโต วิยา’’ติ วุตฺโต.
เอกปทุทฺธาเรติ เอกสฺมึ ปทุทฺธารณกฺขเณ. ปทวเสน สฏฺฐิ ปทสตสหสฺสานิ คาถาวเสน ปนฺนรส คาถาสหสฺสานิ. อากฑฺฒิตฺวา คณฺหนฺโต วิยาติ ปจฺเจกํ ปุปฺผานิ อโนจินิตฺวา วลฺลิเมว อากฑฺฒิตฺวา เอกชฺฌํ ปุปฺผานิ กตฺวา คณฺหนฺโต วิย. เตนาห ‘‘เอกปฺปหาเรเนวา’’ติ. คติมนฺตานนฺติ อติสยาย ญาณคติยา ยุตฺตานํ. ธิติมนฺตานนฺติ ธารณพเลน ยุตฺตานํ.
อนนฺตนยุสฺสทนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนภาสิตตฺถนิพฺพานวิปากกิริยาทิวเสน อนนฺตปเภเท วิสเย ปวตฺติยา อนนฺตนเยหิ อุสฺสนฺนํ อุปจิตํ. จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิกานํ ติตฺเถ ฐปิตนาวา วิยาติ โยชนา. สหสฺสยุตฺตอาชญฺญรโถติ เวชยนฺตรถํ สนฺธาย วทติ.
ยสฺมา ปุจฺฉายํ พฺยาปนิจฺฉานเยน ‘‘ทุปฺปญฺโญ ทุปฺปญฺโญ’’ติ อาเมฑิตวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา ธมฺมเสนาปติ ปุจฺฉิตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต ปุจฺฉาสภาเคน ‘‘นปฺปชานาติ นปฺปชานาตี’’ติ อาเมฑิตวเสเนวาห. ตตฺถ อิติ-สทฺโท การณตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา นปฺปชานาติ, ตสฺมา ทุปฺปญฺโญติ วุจฺจตี’’ติ อาห. อิทํ ทุกฺขนฺติ อิทํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ. ตญฺจ โข รุปฺปนํ เวทิยนํ สญฺชานนํ อภิสงฺขรณํ วิชานนนฺติ สงฺเขปโต เอตฺตกํ. อิโต อุทฺธํ กิญฺจิ ธมฺมชาตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ นาม นตฺถีติ ยาถาวสรสลกฺขณโต ปวตฺติกฺกมโต เจว ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามลกฺขณโต จ ยถาภูตํ อริยมคฺคปญฺญาย นปฺปชานาติ. อวเสสปจฺจยสมาคเม อุทยติ อุปฺปชฺชติ, สฺวายํ สมุทโย สํสารปวตฺติภาเวนาติ อาห ‘‘ปวตฺติทุกฺขปภาวิกา’’ติ, ทุกฺขสจฺจสฺส อุปฺปาทิกาติ อตฺโถ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ อนุปจฺเฉทกรณรสโต เจว สมฺปิณฺฑนนิทานสํโยคปลิโพธลกฺขณโต จ.
อิทํ นาม ฐานํ ปตฺวาติ อิทํ นาม อปฺปวตฺติการณํ อาคมฺม. นิรุชฺฌตีติ อนุปฺปาทนิโรธวเสน นิรุชฺฌติ, เตนาห ‘‘อุภินฺนํ อปฺปวตฺตี’’ติ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ อจฺจุติรสโต เจว นิสฺสรณวิเวกาสงฺขตามตลกฺขณโต จ. อยํ ปฏิปทาติ อยํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิกา สโมธานลกฺขณา ปฏิปชฺชติ เอตายาติ ปฏิปทา. ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉตีติ ทุกฺขนิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน คจฺฉติ อารพฺภ ปวตฺตติ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ กิเลสปฺปหานกรณสรสโต เจว นิยฺยานเหตุทสฺสนาธิปเตยฺยลกฺขณโต จ นปฺปชานาติ. อนนฺตรวาเรติ ทุติยวาเร. อิมินาว นเยนาติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปฐมวาเร วุตฺตนเยน. ตตฺถ หิ ทุปฺปญฺญนิทฺเทสตฺตา ปชานนปฏิกฺเขปวเสน เทสนา อาคตา, อิธ ปญฺญวนฺตนิทฺเทสตฺตา ปชานนวเสนาติ อยเมว วิเสโส. เอตฺถาติ ทุติยวาเร.
สวนโตติ กมฺมฏฺฐานสฺส สวนโต อุคฺคณฺหาติ. คนฺถสวนมุเขน หิ ตทตฺถสฺส อุคฺคหณํ. ฐเปตฺวา ตณฺหนฺติอาทิ ตสฺส อุคฺคหณาการนิทสฺสนํ. อภินิวิสตีติ วิปสฺสนาภินิเวสวเสน อภินิวิสติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ ปฏฺฐเปติ. โน วิวฏฺเฏติ วิวฏฺเฏ อภินิเวโส น โหติ อวิสยตฺตา. อยนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก.
ปญฺจกฺขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ขนฺธวเสน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส จกฺขาทิวเสน เวทนาทิวเสน จ สติปิ อเนกวิธตฺเต สุกรํ สุวิญฺเญยฺยนฺติ จตุธาตุมุเขน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธาตุกมฺมฏฺฐานวเสน โอตริตฺวา’’ติ อาห. รูปนฺติ ววตฺถเปตีติ รุปฺปนฏฺเฐน รูปนฺติ อสงฺกรโต ปริจฺฉินฺทติ. ตทารมฺมณาติ ตํ รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตนกา. นามนฺติ เวทนาทิจตุกฺกํ นมนฏฺเฐน นามนฺติ ววตฺถาเปติ. ยมกตาลกฺขนฺธํ ภินฺทนฺโต วิย ยมกํ ภินฺทิตฺวา ‘‘อรูปํ, รูปญฺจา’’ติ เทฺวว อิเม ธมฺมา, น เอตฺถ โกจิ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วาติ นามรูปํ ววตฺถเปติ ปริจฺฉินฺทติ ปริคฺคณฺหาติ. เอตฺตาวตา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ ทสฺสิตา. ตํ ปเนตํ นามรูปํ น อเหตุกํ. ยสฺมา สพฺพํ สพฺพตฺถ สพฺพทา จ นตฺถิ, ตสฺมา สเหตุกํ. กีทิเสน เหตุนา? น อิสฺสราทิวิสมเหตุนา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๔๔๗) วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. สเหตุกตฺตา เอว สปจฺจยํ. อวิชฺชาทโยติ อวิชฺชาตณฺหุปาทานกมฺมาหาราทโย. เอวนฺติ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย เจว รูปเวทนาทิเก ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเม จ ววตฺถเปตฺวา ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปริคฺคเหตฺวา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย, ตณฺหาสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐). เอตฺตาวตา กงฺขาวิตรณวิสุทฺธึ ทสฺเสติ.
หุตฺวาติ เหตุปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชิตฺวา. อภาวฏฺเฐนาติ ตทนนฺตรเมว วินสฺสนฏฺเฐน. อนิจฺจาติ อนิจฺจา อทฺธุวา. อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปตีติ เตสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อนิจฺจตาสงฺขาตํ สามญฺญลกฺขณํ นิโรเปติ. ตโตติ อนิจฺจลกฺขณาโรปนโต ปรํ, ตโต วา อนิจฺจภาวโต. อุทยพฺพยปฺปฏิปีฬนากาเรนาติ อุปฺปาทนิโรเธหิ ปติ ปติ อภิกฺขณํ ปีฬนากาเรน เหตุนา ทุกฺขา อนิฏฺฐา, ทุกฺขมา วา. อวสวตฺตนากาเรนาติ กสฺสจิ วเสน อวสวตฺตนากาเรน. อนตฺตาติ น สยํ อตฺตา, นาปิ เนสํ โกจิ อตฺตา อตฺถีติ อนตฺตาติ. ติลกฺขณํอาโรเปตฺวาติ เอวํ อนิจฺจสฺส ทุกฺขภาวโต, ทุกฺขสฺส จ อนตฺตภาวโต ขนฺธปญฺจเก ติวิธมฺปิ สามญฺญลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. สมฺมสนฺโตติ อุทยพฺพยญาณุปฺปตฺติยา อุปฺปนฺเน วิปสฺสนุปกฺกิเลเส ปหาย มคฺคามคฺคํ ววตฺถเปตฺวา อุทยพฺพยญาณาทิวิปสฺสนาปฏิปาฏิยา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต โคตฺรภุญาณานนฺตรํ โลกุตฺตรมคฺคํ ปาปุณาติ.
เอกปฏิเวเธนาติ เอเกเนว ญาเณน ปฏิวิชฺฌเนน. ปฏิเวโธ ปฏิฆาตาภาเวน วิสเย นิสฺสงฺคจารสงฺขาตํ นิพฺพิชฺฌนํ. อภิสมโย อวิรชฺฌิตฺวา อธิคมนสงฺขาโต อวโพโธ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ยาถาวโต ชานนเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปริญฺญาปฏิเวโธ, อิทญฺจ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน มคฺคญาณสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘ตสฺมิญฺจสฺส ขเณ’’ติอาทิ. ปหีนสฺส ปุน อปหาตพฺพตาย ปกฏฺฐํ หานํ จชนํ สมุจฺฉินฺทนํ ปหานํ, ปหานเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปหานปฏิเวโธ. อยมฺปิ เยน กิเลเสน อปฺปหียมาเนน มคฺคภาวนาย น ภวิตพฺพํ, อสติ จ มคฺคภาวนาย โย อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส ปทฆาตํ กโรนฺตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺตสฺส ญาณสฺส ตถาปวตฺติยา ปฏิฆาตาภาเวน นิสฺสงฺคจารํ อุปาทาย เอวํ วุตฺโต. สจฺฉิกิริยา ปจฺจกฺขกรณํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกาทิเก มุญฺจิตฺวาว สรูปโต อารมฺมณกรณํ ‘‘อิทํ ต’’นฺติ ยาถาวสภาวโต คหณํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ. อยมฺปิ ยสฺส อาวรณสฺส อสมุจฺฉินฺทนโต ญาณํ นิโรธํ อาลมฺพิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺส สมุจฺฉินฺทนโต ตํ สรูปโต วิภาวิตเมว ปวตฺตตีติ เอวํ วุตฺโต.
ภาวนา อุปฺปาทนา วฑฺฒนา จ. ตตฺถ ปฐมมคฺเค อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา, ทุติยาทีสุ วฑฺฒนฏฺเฐน, อุภยตฺถาปิ วา อุภยํ เวทิตพฺพํ. ปฐมมคฺโคปิ หิ ยถารหํ วุฏฺฐานคามินิยํ ปวตฺตํ ปริชานนาทึ วฑฺเฒนฺโต ปวตฺโตติ ตตฺถาปิ วฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ทุติยาทีสุปิ อปฺปหีนกิเลสปฺปหานโต ปุคฺคลนฺตรสาธนโต จ อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ภาวนาปฏิเวโธ. อยมฺปิ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา มคฺคธมฺมานํ สรูปปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺโต. ติฏฺฐนฺตุ ตาว ยถาธิคตา มคฺคธมฺมา, ยถาปวตฺเตสุ ผเลสุปิ อยํ ยถาธิคตสจฺจธมฺเมสุ วิย วิคตสมฺโมโหว โหติ เสกฺโขปิ สมาโน. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ (มหาว. ๒๗). ยถา จสฺส ธมฺมา ตาสํ โชติตา ยถาธิคตสจฺจธมฺมาวลมฺพินิโย มคฺควีถิโต ปรโต มคฺคผลปหีนาวสิฏฺฐกิเลสนิพฺพานานํ ปจฺจเวกฺขณา ปวตฺตนฺติ. ทุกฺขสจฺจธมฺมา หิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย. อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ปริญฺญาภิสมเยนาติอาทีสุปิ วิภาเวตพฺพา. กิจฺจโตติ อสมฺโมหโต. นิโรธํ อารมฺมณโตติ เอตฺถ ‘‘อารมฺมณโตปี’’ติ ปิ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ นิโรเธปิ อสมฺโมหปฏิเวธสฺส ลพฺภนโต. เอตสฺสาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิกสฺส ปุคฺคลสฺส.
ปญฺญวาติ นิทฺทิฏฺโฐ นิปฺปริยายโต ปญฺญวนฺตตาย อิธ อธิปฺเปตตฺตา. ปาฬิโตติ ธมฺมโต. อตฺถโตติ อฏฺฐกถาโต. อนุสนฺธิโตติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต ตํตํอนุสนฺธิโต. ปุพฺพาปรโตติ ปุพฺเพนาปรสฺส สํสนฺทนโต. สงฺคีติกฺกเมน เจตฺถ ปุพฺพาปรตา เวทิตพฺพา. ตํตํเทสนายเมว วา ปุพฺพภาเคน อปรภาคสฺส สํสนฺทนโต. วิญฺญาณจริโตติ วิชานนจริโต วีมํสนจริโต เตปิฏเก พุทฺธวจเน วิจารณาจารเวปุลฺลโต. ปญฺญวาติ น วตฺตพฺโพ มคฺเคนาคตาย ปญฺญาย อภาวโต. อชฺช อชฺเชว อรหตฺตนฺติ อิตฺตรํ อติขิปฺปเมวาติ อธิปฺปาโย. ปญฺญวาปกฺขํ ภชติ เสกฺขปริยายสพฺภาวโต. สุตฺเต ปน ปฏิเวโธว กถิโต สจฺจาภิสมยวเสน อาคตตฺตา.
เอสาติ อนนฺตเร วุตฺโต อริยปุคฺคโล. กมฺมการกจิตฺตนฺติ ภาวนากมฺมสฺส ปวตฺตนกจิตฺตํ. สุขเวทนมฺปิ วิชานาตีติ โก เวทิยติ, กสฺส เวทนา, กึการณา เวทนา, โสปิ กสฺสจิ อภาวคฺคหณมุเขน สุขํ เวทนํ สภาวโต สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต จ ยถาภูตํ ปริจฺฉินฺทนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโต สุขํ เวทนํ วิชานาติ นาม. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ยสฺมา ‘‘สติปฏฺฐาเน’’ติ อิมินา สติปฏฺฐานกถํ อุปลกฺเขติ. ตาย หิ ตทตฺโถ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ตํสํวณฺณนายมฺปิ (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๘๐) วุตฺตนเยน ตสฺสตฺโถ เวทิตพฺโพ. กามญฺเจตํ วิญฺญาณํ เวทนาโต อญฺญมฺปิ อารมฺมณํ วิชานาติ, อนนฺตรวาเร ปน รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส ทสฺสิตตฺตา อิธ อรูปมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘สุขนฺติปิ วิชานาตี’’ติอาทินา นิทฺทิฏฺฐํ, ปุจฺฉนฺตสฺส วา อชฺฌาสยวเสน.
สํสฏฺฐาติ สมฺปยุตฺตา. เตนาห ‘‘เอกุปฺปาทาทิลกฺขเณน สํโยคฏฺเฐนา’’ติ. วิสํสฏฺฐาติ วิปฺปยุตฺตา. ภินฺทิตฺวาติ อญฺญภูมิกสฺส อญฺญภูมิทสฺสเนเนว วินาเสตฺวา, สํภินฺทิตฺวา วา. สํสฏฺฐภาวํ ปุจฺฉตีติ ตํจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ปญฺจวิญฺญาณานํ สํสฏฺฐภาวํ ปุจฺฉติ. ยทิ เอวํ กถํ ปุจฺฉาย อวสโร วิสํสฏฺฐภาวาสงฺกาย เอว อภาวโต? น, จิตฺตุปฺปาทนฺตรคตานํ มคฺคปญฺญามคฺควิญฺญาณานํ วิปสฺสนาปญฺญาวิปสฺสนาวิญฺญาณานญฺจ โวมิสฺสกสํสฏฺฐภาวสฺส ลพฺภมานตฺตา. วินิวฏฺเฏตฺวาติ อญฺญมญฺญโต วิเวเจตฺวา. นานากรณํ ทสฺเสตุํ น สกฺกาติ อิทํ เกวลํ สํสฏฺฐภาวเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น สภาวเภทํ, สภาวเภทโต ปน นานากรณํ เนสํ ปากฏเมว. เตนาห ‘‘อารมฺมณโต วา วตฺถุโต วา อุปฺปาทโต วา นิโรธโต วา’’ติ. อิทานิ ตเมว สภาวเภทํ วิสยเภเทน สุฏฺฐุ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เตสํ เตสํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิสโยติ ปวตฺติฏฺฐานํ อิสฺสริยภูมิ, เยน จิตฺตปญฺญานํ ตตฺถ ตตฺถ ปุพฺพงฺคมตา วุจฺจติ.
กามญฺจ วิปสฺสนาปิ ปญฺญาวเสเนว กิจฺจการี, มคฺโคปิ วิญฺญาณสหิโตว, น เกวโล, ยถา ปน โลกิยธมฺเมสุ จิตฺตํ ปธานํ ตตฺถสฺส โธรยฺหภาเวน ปวตฺติสพฺภาวโต. ตถา หิ ตํ ‘‘ฉทฺวาราธิปติ ราชา’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๘๑) วุจฺจติ, เอวํ โลกุตฺตรธมฺเมสุ ปญฺญา ปธานา ปฏิปกฺขวิธมนสฺส วิเสสโต ตทธีนตฺตา. ตถา หิ มคฺคธมฺเม สมฺมาทิฏฺฐิ เอว ปฐมํ คหิตา. อยญฺจ เนสํ วิสยวเสน ปวตฺติเภโท, ตถา จ ปญฺญาปนวิธิ น เกวลํ เถเรเหว ทสฺสิโต, อปิจ โข ภควตาปิ ทสฺสิโตติ วิภาเวนฺโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธปี’’ติอาทิมาห. ยตฺถ ปญฺญา น ลพฺภติ, ตตฺถ จิตฺตวเสน ปุจฺฉเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ ยถา ‘‘กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขู’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๓๒-๑๓๕). ยตฺถ ปน ปญฺญา ลพฺภติ, ตตฺถาปิ จิตฺตวเสน โชตนา โหติ ยถา – ‘‘อชฺฌตฺตเมว จิตฺตํ สณฺฐเปติ สนฺนิสาเทติ เอโกทึ กโรติ สมาทหติ (สํ. นิ. ๔.๓๓๒), ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑). อฏฺฐกถายํ ปน โลกิยธมฺเมสุ จิตฺตวเสน, โลกุตฺตรธมฺเมสุ ปญฺญาวเสน โจทนํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘กตมา เต ภิกฺขุ ปญฺญา อธิคตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เยภุยฺยวเสน เจตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ กตฺถจิ โลกิยธมฺมา ปญฺญาสีเสนปิ นิทฺทิสียนฺติ – ‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภิโน กามสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ หานภาคินี ปญฺญา’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑). สญฺญาสีเสนปิ – ‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญาติ วา เสสรูปารูปสญฺญาติ วา อิเม ธมฺมา เอกตฺถา, อุทาหุ นานตฺถา’’ติอาทีสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๔๕.ปทภาชนียวณฺณนา). ตถา โลกุตฺตรธมฺมาปิ กตฺถจิ จิตฺตสีเสน นิทฺทิสียนฺติ – ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ จิตฺตํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๒๗๗), ตถา ผสฺสาทิสีเสนปิ – ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ผสฺสํ ภาเวติ, เวทนํ สญฺญํ เจตนํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๗๗).
จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสูติ สปฺปุริสเสวนา, สทฺธมฺมสฺสวนํ, โยนิโสมนสิกาโร, ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตีติ อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติมคฺคสฺส การเณสุ. กามํ เจเตสุ สติอาทโยปิ ธมฺมา อิจฺฉิตพฺพาว เตหิ วินา เตสํ อสมฺภวโต, ตถาปิ เจตฺถ สทฺธา วิเสสโต กิจฺจการีติ เวทิตพฺพา. สทฺโท เอว หิ สปฺปุริเส ปยิรุปาสติ, สทฺธมฺมํ สุณาติ, โยนิโส จ มนสิ กโรติ, อริยมคฺคสฺส จ อนุธมฺมํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสูติ จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานภาวนาย. จตูสุ สติปฏฺฐาเนสูติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สทฺธา วิย สมฺมปฺปธานภาวนาย วีริยํ วิย จ สติปฏฺฐานภาวนาย – ‘‘สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺส’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. ๑.๑๐๖; สํ. นิ. ๕.๓๘๔, ๔๐๗) วจนโต ปุพฺพภาเค กิจฺจโต สติ อธิกา อิจฺฉิตพฺพา. เอวํ สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิ, ‘‘อริยสจฺจภาวนา ปญฺญาภาวนา’’ติ กตฺวา ตตฺถ ปญฺญา ปุพฺพภาเค อธิกา อิจฺฉิตพฺพาติ ปากโฏยมตฺโถ, อธิคมกฺขเณ ปน สมาธิปญฺญานํ วิย สพฺเพสมฺปิ อินฺทฺริยานํ สทฺธาทีนํ สมรสตาว อิจฺฉิตพฺพา. ตถา หิ ‘‘เอตฺถ สทฺธินฺทฺริย’’นฺติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ เอตฺถคฺคหณํ กตํ. เอวนฺติ ยํ ฐานํ, ตํ อินฺทฺริยสมตฺตาทึ ปจฺจามสติ. สวิสยสฺมึเยวาติ อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอว. โลกิยโลกุตฺตรา ธมฺมา กถิตาติ โลกิยธมฺมา โลกุตฺตรธมฺมา จ เตน เตน ปวตฺติวิเสเสน กถิตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สทฺธาปญฺจเมสุ อินฺทฺริเยสุ สห ปวตฺตมาเนสุ ตตฺถ ตตฺถ วิสเย สทฺธาทีนํ กิจฺจาธิกตาย ตสฺส ตสฺเสว ทฏฺฐพฺพตา วุตฺตา, น สพฺเพสํ. เอวํ อญฺเญปิ โลกิยโลกุตฺตรา ธมฺมา ยถาสกํ วิสเย ปวตฺติวิเสสวเสน โพธิตาติ.
อิทานิ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ตตฺถ ตตฺถ อติเรกกิจฺจตํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺริทํ อุปมาสํสนฺทนํ ราชปญฺจมา สหายา วิย วิมุตฺติปริปาจกานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ. เนสํ กีฬนตฺถํ เอกชฺฌํ วีถิโอตรณํ วิย อินฺทฺริยานํ เอกชฺฌํ วิปสฺสนาวีถิโอตรณํ. สหาเยสุ ปฐมาทีนํ ยถาสกเคเหว วิจารณา วิย สทฺธาทีนํ โสตาปตฺติองฺคาทีนิ ปตฺวา ปุพฺพงฺคมตา. สหาเยสุ อิตเรสํ ตตฺถ ตตฺถ ตุณฺหีภาโว วิย เสสินฺทฺริยานํ ตตฺถ ตตฺถ ตทนฺวยตา. ตสฺส ปุพฺพงฺคมภูตสฺส อินฺทฺริยสฺส กิจฺจานุคตตา. น หิ ตทา เตสํ สสมฺภารปถวีอาทีสุ อาปาทีนํ วิย กิจฺจํ ปากฏํ โหติ, สทฺธาทีนํเยว ปน กิจฺจํ วิภูตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ ปุเรตรํ ตถาปจฺจเยหิ จิตฺตสนฺตานสฺส อภิสงฺขตตฺตา. เอตฺถ จ วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ภาวนา วิเสสโต ปญฺญุตฺตราติ ทสฺสนตฺถํ ราชานํ นิทสฺสนํ กตฺวา ปญฺญินฺทฺริยํ วุตฺตํ. อิตีติอาทิ ยถาธิคตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ.
มคฺควิญฺญาณมฺปีติ อริยมคฺคสหคตํ อปจยคามิวิญฺญาณมฺปิ. ตเถว ตํ วิชานาตีติ สจฺจธมฺมํ ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา นเยเนว วิชานาติ เอกจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา มคฺคานุกูลตฺตา จ. ยํ วิชานาตีติ เอตฺถ วิชานนปชานนานิ วิปสฺสนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานิ อธิปฺเปตานิ, น ‘‘ยํ ปชานาตี’’ติ เอตฺถ วิย มคฺคจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนาติ อาห ‘‘ยํ สงฺขารคต’’นฺติอาทิ. ตเถวาติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา นเยน. เอกจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา วิปสฺสนาภาวโต จ สมานปจฺจเยหิ สห ปวตฺติกตา เอกุปฺปาทตา, ตโต เอว เอกชฺฌํ สเหว นิรุชฺฌนํ เอกนิโรธตา, เอกํเยว วตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺติ เอกวตฺถุกตา, เอกํเยว อารมฺมณํ อารพฺภ ปวตฺติ เอการมฺมณตา. เหตุมฺหิ เจตํ กรณวจนํ. เตน เอกุปฺปาทาทิตาย สํสฏฺฐภาวํ สาเธติ. อนวเสสปริยาทานญฺเจตํ, อิโต ตีหิปิ สมฺปยุตฺตลกฺขณํ โหติเยว.
มคฺคปญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ, สา หิ เอกนฺตโต ภาเวตพฺพา, น ปริญฺเญยฺยา, ปญฺญาย ปน ภาเวตพฺพตาย ตํสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ ตคฺคติกาว โหนฺตีติ อาห ‘‘ตํสมฺปยุตฺตํ ปนา’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ วิปสฺสนาปญฺญาย ภาวนาวเสน ปวตฺตนโต ตํสมฺปยุตฺตวิญฺญาณมฺปิ ตเถว ปวตฺตติ, ตสฺส ปน ปริญฺเญยฺยภาวานติวตฺตนโต ปริญฺเญยฺยตา วุตฺตา. เตเนวาห – ‘‘ยมฺปิ ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺม’’นฺติ.
๔๕๐. เอวํ สนฺเตปีติ เวทนาติ เอวํ สามญฺญคฺคหเณ สติปิ. เตภูมิกสมฺมสนจารเวทนาวาติ ภูมิตฺตยปริยาปนฺนา, ตโต เอว สมฺมสนญาณสฺส โคจรภูตา เวทนา เอว อธิปฺเปตา สพฺรหฺมจารีนํ อุปการาวหภาเวน เทสนาย อารทฺธตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิกาน’’นฺติอาทิ. เอส นโย ปญฺญายปิ. อิธ สุขาทิสทฺทา ตทารมฺมณวิสยาติ อิมมตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘รูปญฺจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนฺตทุกฺขนฺติ เอกนฺเตเนว อนิฏฺฐํ, ตโต เอว ทุกฺขมตาย ทุกฺขํ. อารมฺมณกรณวเสน ทุกฺขเวทนาย อนุปติตํ, โอติณฺณญฺจาติ ทุกฺขานุปติตํ, ทุกฺขาวกฺกนฺตํ. สุเขน อนวกฺกนฺตํ อภวิสฺสาติ โยชนา. นยิทนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. สารชฺเชยฺยุนฺติ สาราคํ อุปฺปาเทยฺยุํ. สุขนฺติ สภาวโต จ อิฏฺฐํ. สาราคา สํยุชฺชนฺตีติ พหลราคเหตุ ยถารหํ ทสหิปิ สํโยชเนหิ สํยุชฺชนฺติ. สํโยคา สํกิลิสฺสนฺตีติ ตถา สํยุตฺตตาย ตณฺหาสํกิเลสาทิวเสน สํกิลิสฺสนฺติ, วิพาธียนฺติ อุปตาปียนฺติ จาติ อตฺโถ. อารมฺมณนฺติ อิฏฺฐํ, อนิฏฺฐํ, มชฺฌตฺตญฺจ อารมฺมณํ ยถากฺกมํ สุขํ, ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขนฺติ กถิตํ. เอวํ อวิเสเสน ปญฺจปิ ขนฺเธ สุขาทิอารมฺมณภาเวน ทสฺเสตฺวา อิทานิ เวทนา เอว สุขาทิอารมฺมณภาเวน ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปากติกปจุรชนวเสนายํ กถิตาติ กตฺวา ‘‘ปุริมํ สุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. วิเสสลาภี ปน อนาคตมฺปิ สุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กโรเตว. วุตฺตเมตํ สติปฏฺฐานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๘๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๙). เวทนาย หิ อารมฺมณํ เวทิยนฺติยา ตํสมงฺคีปุคฺคโล เวเทตีติ โวหารมตฺตํ โหติ.
สพฺพสญฺญายาติ สพฺพายปิ จตุภูมิกสญฺญาย. สพฺพตฺถกสญฺญายาติ สพฺพสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท ปวตฺตนกสญฺญาย. วตฺเถ วาติ วา-สทฺเทน วณฺณธาตุํ สงฺคณฺหาติ. ปาเปนฺโตติ ภาวนํ อุปจารํ วา อปฺปนํ วา อุปเนนฺโต. อุปฺปชฺชนกสญฺญาปีติ ‘‘นีลํ รูปํ, รูปารมฺมณํ นีล’’นฺติ อุปฺปชฺชนกสญฺญาปิ.
อสพฺพสงฺคาหิกตฺตาติ สพฺเพสํ เวทนาสญฺญาวิญฺญาณานํ อสงฺคหิตตฺตา. ตกฺกคตนฺติ สุตฺตกนฺตนกตกฺกมฺหิ, สุตฺตวตฺตนกตกฺกมฺหิ วา เวฐนวเสน ฐิตํ. ปริวฏฺฏกาทิคตนฺติ สุตฺตเวฐนปริวฏฺฏกาทิคตํ. วิสฺสฏฺฐตฺตาว น คหิตา, ยทคฺเคน ปญฺญา วิญฺญาเณน สทฺธึ สมฺปโยคํ ลภาปิตา, ตทคฺเคน เวทนาสญฺญาหิปิ สมฺปโยคํ ลภาปิตา เอวาติ. ตเทว สญฺชานาติ สํสฏฺฐภาวโต.
สญฺชานาติ วิชานาตีติ เอตฺถ ‘‘ปชานาตี’’ติ ปทํ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ ปชานนวเสนปิ วิเสสสฺส วกฺขมานตฺตา. ชานาตีติ อยํ สทฺโท จ ลทฺทโตเยเวตฺถ อวิเสโส, อตฺถโต ปน วิเสสโต อิจฺฉิตพฺโพ. อเนกตฺถตฺตา หิ ธาตูนํ เตน อาขฺยาตปเทน นามปเทน จ วุตฺตมตฺถํ อุปสคฺคปทํ โชตกภาเวน วิเสเสติ, น วาจกภาเวน. เตนาห ‘‘ตสฺสปิ ชานนตฺเถ วิเสโส เวทิตพฺโพ’’ติ. เอเตน สญฺญาวิญฺญาณปญฺญาปทานิ อนฺโตคธชานนตฺเถ ยถาสกํ วิสิฏฺฐวิสเย จ นิฏฺฐานีติ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘สญฺญา หี’’ติอาทิ. สญฺชานนมตฺตเมวาติ เอตฺถ มตฺต-สทฺเทน วิเสสนิวตฺติอตฺเถน วิชานนปชานนากาเร นิวตฺเตติ, เอว-สทฺเทน กทาจิปิ อิมิสฺสา เต วิเสสา นตฺเถวาติ อวธาเรติ. เตเนวาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณกิจฺจมฺปิ กาตุํ อสกฺโกนฺตี สญฺญา กุโต ปญฺญากิจฺจํ กเรยฺยาติ ‘‘ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ’’จฺเจว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘มคฺคปาตุภาว’’นฺติ.
อารมฺมเณ ปวตฺตมานํ วิญฺญาณํ น สญฺญา วิย นีลปีตาทิมตฺตสญฺชานนวเสน ปวตฺตติ, อถ โข ตตฺถ อญฺญมฺปิ ตาทิสํ วิเสสํ ชานนฺตเมว ปวตฺตตีติ อาห ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติอาทิ. กถํ ปน วิญฺญาณํ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตีติ? ปญฺญาย ทสฺสิตมคฺเคน. ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย หิ อเนกวารํ ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปวตฺตมานาย ปคุณภาวโต ปริจยวเสน ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ วิปสฺสนา สมฺภวติ, ยถา ตํ ปคุณสฺส คนฺถสฺส อชฺฌยเน ตตฺถ ตตฺถ คตาปิ วารา น อุปธารียนฺติ. ‘‘ลกฺขณปฏิเวธ’’นฺติ จ ลกฺขณานํ อารมฺมณกรณมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปฏิวิชฺฌนํ. อุสฺสกฺกิตฺวาติ อุทยพฺพยญาณาทิญาณปฏิปาฏิยา อารภิตฺวา. มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ อสมฺโพธสภาวตฺตา. อารมฺมณมฺปิ สญฺชานาติ อวพุชฺฌนวเสเนว, น สญฺชานนมตฺเตน. ตถา ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, น วิชานนมตฺเตน, อตฺตโน ปน อญฺญาสาธารเณน อานุภาเวน อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.
อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อชาตพุทฺธีติ อสญฺชาตพฺยวหารพุทฺธิ. อุปโภคปริโภคนฺติ อุปโภคปริโภคารหํ, อุปโภคปริโภควตฺถูนํ ปฏิลาภโยคฺคนฺติ อตฺโถ. กูโฏติ กหาปณปติรูปโก ตมฺพกํสาทิมโย. เฉโกติ มหาสาโร. กรโตติ อฑฺฒสาโร. สโณฺหติ มุทุชาติโก สมสาโร. อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ปาทสารปโรปาทสารอฑฺฒสาราทีนํ สงฺคโห. ชานนฺโต จ ปน นํ รูปํ ทิสฺวาปิ…เป… อสุกาจริเยน กโตติปิ ชานาติ ตถา เหรญฺญิกคนฺถสฺส สุคฺคหิตตฺตา. เอวเมวนฺติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. สญฺญาวิภาคํ อกตฺวา ปิณฺฑวเสเนว อารมฺมณสฺส คหณโต ทารกสฺส กหาปณทสฺสนสทิสา วุตฺตา. ตถา หิ สา ยถาอุปฏฺฐิตวิสยปทฏฺฐานา วุจฺจติ. วิญฺญาณํ อารมฺมเณ เอกจฺจวิเสสคฺคหณสมตฺถภาวโต คามิกปุริสกหาปณทสฺสนสทิสํ วุตฺตํ. ปญฺญา ปน อารมฺมเณ อนวเสสาวโพธโต เหรญฺญิกกหาปณทสฺสนสทิสา วุตฺตา. เนสนฺติ สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ. วิเสโสติ สภาววิเสโส. ทุปฺปฏิวิชฺโฌ ปกติปญฺญาย. อิมินาว เนสํ อจฺจนฺตสุขุมตํ ทสฺเสติ.
เอการมฺมเณ ปวตฺตมานานนฺติ เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ ปวตฺตมานานํ. เตน อภินฺนวิสยาภินฺนกาลตาทสฺสเนน อวินิพฺโภควุตฺติตํ วิภาเวนฺโต ทุปฺปฏิวิชฺฌตํเยว อุลฺลิงฺเคติ. ววตฺถานนฺติ อสงฺกรโต ฐปนํ. อยํ ผสฺโส…เป… อิทํ จิตฺตนฺติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. อิติ-สทฺโท วา อาทิอตฺโถ. เตน เสสธมฺมานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิทนฺติ อรูปีนํ ธมฺมานํ ววตฺถานกรณํ. ตโตติ ยํ วุตฺตํ ติลเตลาทิอุทฺธรณํ, ตโต. ยทิ ทุกฺกรตรํ, กถํ ตนฺติ อาห ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ.
๔๕๑. นิสฺสเฏนาติ นิกฺขนฺเตน อตํสมฺพนฺเธน. ปริจฺจตฺเตนาติ ปริจฺจตฺตสทิเสน ปจฺจยภาวานุปคมเนน ปจฺจยุปฺปนฺนสมฺพนฺธาภาวโต. นิสฺสกฺกวจนํ อปาทานทีปนโต. กรณวจนํ กตฺตุอตฺถทีปนโต. กามาวจรมโนวิญฺญาณํ น นิยมโต ‘‘อิทํ นาม ปญฺจทฺวาริกาสมฺพนฺธา’’ติ สกฺกา วตฺตุํ, รูปาวจรวิญฺญาณํ ปน น ตถาติ, ตสฺเสว ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ นิสฺสฏตา วุตฺตาติ อาห ‘‘รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานจิตฺเตนา’’ติ. จตุตฺถชฺฌานคฺคหณํ ตสฺเสว อรูปาวจรสฺส ปทฏฺฐานภาวโต. ปริสุทฺเธนาติ วิเสสโต อสํกิเลสิกตฺตาว. ตญฺหิ วิคตูปกฺกิเลสตาย วิเสสโต ปริสุทฺธํ. เตนาห ‘‘นิรุปกฺกิเลเสนา’’ติ. ชานิตพฺพํ เนยฺยํ, สปรสนฺตาเนสุ อิทํ อติสยํ ชานิตพฺพโต พุชฺฌิตพฺพํ โพเธตพฺพํ วาติ อตฺโถ. เนยฺยนฺติ วา อตฺตโน สนฺตาเน เนตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นิพฺพตฺเตตุํ สกฺกา โหติ. เอตฺถ ฐิตสฺส หิ สา อิชฺฌตี’’ติ. ปาฏิเยกฺกนฺติ วิสุํ วิสุํ, อนุปทธมฺมวเสนาติ อตฺโถ. อภินิเวสาภาวโตติ วิปสฺสนาภินิเวสสฺส อสมฺภวโต. กลาปโต นยโตติ กลาปสมฺมสนสงฺขาตโต นยวิปสฺสนโต. ภิกฺขุโนติ สาวกสฺส. สาวกสฺเสว หิ ตตฺร อนุปทธมฺมวิปสฺสนา น สมฺภวติ, น สตฺถุ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. วิสฺสชฺเชสีติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหติ.
หตฺถคตตฺตาติ หตฺถคตสทิสตฺตา, อาสนฺนตฺตาติ อตฺโถ. ยทา หิ โลกนาโถ โพธิมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน – ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔, ๑๐) ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ กตฺวา อธิคนฺตพฺพสพฺพญฺญุตญฺญาณานุรูปํ ฉตฺตึสโกฏิสหสฺสมุเขน มหาวชิรญาณํ นาม มหาโพธิสตฺตสมฺมสนํ ปวตฺเตนฺโต อเนกาการสมาปตฺติธมฺมสมฺมสเน อนุปทเมว เนวสญฺญานาสญฺญายตนธมฺเมปิ อปราปรํ สมฺมสิ. เตนาห ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ. ปโรปญฺญาสาติ เทฺวปญฺญาสํ. กามญฺเจตฺถ เกจิ ธมฺมา เวทนาทโย ผสฺสปญฺจมกาทีสุ วุตฺตาปิ ฌานโกฏฺฐาสาทีสุปิ สงฺคหิตา, ตํตํปจฺจยภาววิสิฏฺเฐน ปน อตฺถวิเสเสน ธมฺมนฺตรานิ วิย โหนฺตีติ เอวํ วุตฺตํ. ตถา หิ โลกุตฺตรจิตฺตุปฺปาเทสุ นวินฺทฺริยตา วุจฺจติ. องฺคุทฺธาเรนาติ ตตฺถ ลพฺภมานฌานงฺคโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคานํ อุทฺธรเณน. องฺค-สทฺโท วา โกฏฺฐาสปริยาโย, ตสฺมา องฺคุทฺธาเรนาติ ผสฺสปญฺจมกาทิโกฏฺฐาสานํ สมุทฺธรเณน. ยาวตา สญฺญาสมาปตฺติโยติ ยตฺตกา สญฺญาสหคตา ฌานสมาปตฺติโย, ตาหิ วุฏฺฐาย อธิคนฺธพฺพตฺตา ตาวติกา เวเนยฺยานํ อญฺญาปฏิเวโธ อรหตฺตสมธิคโม.
ทสฺสนปริณายกฏฺเฐนาติ อนฺธสฺส ยฏฺฐิโกฏึ คเหตฺวา มคฺคเทสโก วิย ธมฺมานํ ยถาสภาวทสฺสนสงฺขาเตน ปริณายกภาเวน. ยถา วา โส ตสฺส จกฺขุภูโต, เอวํ สตฺตานํ ปญฺญา. เตนาห ‘‘จกฺขุภูตาย ปญฺญายา’’ติ. สมาธิสมฺปยุตฺตา ปญฺญา สมาธิปญฺญา. สมาธิ เจตฺถ อารุปฺปสมาธีติ วทนฺติ, สมฺมสนปโยโค ปน โกจิ ฌานสมาธีติ ยุตฺตํ. วิปสฺสนาภูตา ปญฺญา วิปสฺสนาปญฺญา. สมาธิปญฺญาย อนฺโตสมาปตฺติยํ กิจฺจโต ปชานาติ, ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ ปน วจนโต (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙-๑๐๐; ๓.๕.๑๐๗๑-๑๐๗๒; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๒.๑.๑๔) อสมฺโมหโต ปชานาติ. ตตฺถ กิจฺจโตติ โคจรชฺฌตฺเต อารมฺมณกรณกิจฺจโต. อสมฺโมหโตติ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ สมฺโมหวิธมนโต ยถา ปีติปฏิสํเวทนาทีสุ. กิมตฺถิยาติ กึปโยชนาติ อาห ‘‘โก เอติสฺสา อตฺโถ’’ติ. อภิญฺเญยฺเย ธมฺเมติ ยาถาวสรสลกฺขณาวโพธวเสน อภิมุขํ เญยฺเย ชานิตพฺเพ ขนฺธายตนาทิธมฺเม. อภิชานาตีติ สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต จ อภิมุขํ อวิรชฺฌนวเสน ชานาติ. เอเตน ญาตปริญฺญาพฺยาปารมาห. ปริญฺเญยฺเยติ อนิจฺจาติปิ ทุกฺขาติปิ อนตฺตาติปิ ปริจฺฉิชฺช ชานิตพฺเพ. ปริชานาตีติ ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ…เป… อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนา’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานาติ. อิมินา ตีรณปริญฺญาพฺยาปารมาห. ปหาตพฺเพ ธมฺเมติ นิจฺจสญฺญาทิเก ยาว อรหตฺตมคฺควชฺฌา สพฺเพ ปาปธมฺเม. ปชหติ ปกฏฺฐโต ชหติ, วิกฺขมฺเภติ เจว สมุจฺฉินฺทติ จาติ อตฺโถ. อิมินา ปหานปริญฺญาพฺยาปารมาห. สา ปเนสา ปญฺญา โลกิยาปิ ติปฺปการา โลกุตฺตราปิ, ตาสํ วิเสสํ สยเมวาห. กิจฺจโตติ อภิชานนวเสน อารมฺมณกิจฺจโต. อสมฺโมหโตติ ยถาพลํ อภิญฺเญยฺยาทีสุ สมฺโมหวิธมนโต. นิพฺพานมารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตนโต อภิญฺเญยฺยาทีสุ วิคตสมฺโมหโต เอวาติ อาห ‘‘โลกุตฺตรา อสมฺโมหโต’’ติ.
๔๕๒. กมฺมสฺสกตา สมฺมาทิฏฺฐิ จ วฏฺฏนิสฺสิตตฺตา อิธ นาธิปฺเปตา, วิวฏฺฏกถา เหสาติ วุตฺตํ ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา จ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา จา’’ติ. ปรโต โฆโสติ ปรโต สตฺถุโต, สาวกโต วา ลพฺภมาโน ธมฺมโฆโส. เตนาห ‘‘สปฺปายธมฺมสฺสวน’’นฺติ. ตญฺหิ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺโกติ, น โย โกจิ ปรโตโฆโส. อุปายมนสิกาโรติ เยน นามรูปปริคฺคหาทิ สิชฺฌติ, ตาทิโส ปถมนสิกาโร. อยญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปจฺจโยติ นิยมปกฺขิโก, น สพฺพสํคาหโกติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปจฺเจกพุทฺธานํ ปนา’’ติอาทิมาห. โยนิโสมนสิการสฺมึเยวาติ อวธารเณน ปรโตโฆสเมว นิวตฺเตติ, น ปทฏฺฐานวิเสสํ ปฏิโยคีนิวตฺตนตฺถตฺตา เอว-สทฺทสฺส.
ลทฺธุปการาติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๒๕) ยถารหํ นิสฺสยาทิวเสน ลทฺธปจฺจยา. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา อนุคฺคหิตภาเวน คหิตตฺตา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐีสุ จ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ, อนนฺตรสฺส หิ วิธิ, ปฏิเสโธ วา. อคฺคผลสมาธิมฺหิ ตปฺปริกฺขารธมฺเมสุเยว จ เกวโล เจโตปริยาโย นิรุโฬฺหติ สมฺมาทิฏฺฐีติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ผลกฺขเณติ อนนฺตเร กาลนฺตเร จาติ ทุวิเธ ผลกฺขเณ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน สพฺพสํกิเลเสหิ เจโต วิมุจฺจติ เอตายาติ เจโตวิมุตฺติ, อคฺคผลปญฺญํ ฐเปตฺวา อวเสสา ผลธมฺมา. เตนาห ‘‘เจโตวิมุตฺติ ผลํ อสฺสาติ. เจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ ผลํ อานิสํโส’’ติ, สพฺพสํกิเลเสหิ เจตโส วิมุจฺจนสงฺขาตํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนสญฺญิตํ ปหานํ ผลํ อานิสํโส จาติ โยชนา. อิธ จ เจโตวิมุตฺติ-สทฺเทน ปหานมตฺตํ คหิตํ, ปุพฺเพ ปหายกธมฺมา, อญฺญถา ผลธมฺมา เอว อานิสํโสติ คยฺหมาเน ปุนวจนํ นิรตฺถกํ สิยา.
ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสาติ เอตฺถาปิ เอวเมว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา สีลสภาวตฺตา วิเสสโต สมาธิสฺส อุปการา, ตถา สมฺมาสงฺกปฺโป ฌานสภาวตฺตา. ตถา หิ โส ‘‘อปฺปนา’’ติ นิทฺทิฏฺโฐ. สมฺมาสติสมฺมาวายามา ปน สมาธิปกฺขิยา เอวาติ อาห ‘‘อวเสสา ธมฺมา เจโตวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ. จตุปาริสุทฺธิสีลนฺติ อริยมคฺคาธิคมสฺส ปทฏฺฐานภูตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สุตาทีสุปิ เอเสว นโย. อตฺตโน จิตฺตปฺปวตฺติอาโรจนวเสน สห กถนํ สํกถา, สํกถาว สากจฺฉา. อิธ ปน กมฺมฏฺฐานปฏิพทฺธาติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐาเน…เป… กถา’’ติ. ตตฺถ กมฺมฏฺฐานสฺส เอกวารํ วีถิยา อปฺปฏิปชฺชนํ ขลนํ, อเนกวารํ ปกฺขลนํ, ตทุภยสฺส วิจฺเฉทนีกถา ขลนปกฺขลนเฉทนกถา. ปูเรนฺตสฺสาติ วิวฏฺฏนิสฺสิตํ กตฺวา ปาเลนฺตสฺส พฺรูเหนฺตสฺส จ. สุณนฺตสฺสาติ ‘‘ยถาอุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คมิสฺสตี’’ติ เอวํ สุณนฺตสฺส. เตเนว หิ ‘‘สปฺปายธมฺมสฺสวน’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ ภาวนานุโยคกมฺมํ กโรนฺตสฺส.
ปญฺจสุปิ ฐาเนสุ อนฺต-สทฺโท เหตุอตฺถโชตโน ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ‘‘ยถา หี’’ติอาทินา วุจฺจมานา อมฺพุปมา จ ยุชฺเชยฺย. อุทกโกฏฺฐกนฺติ อาลวาลํ. ถิรํ กตฺวา พนฺธตีติ อสิถิลํ ทฬฺหํ นาติมหนฺตํ นาติขุทฺทกํ กตฺวา โยเชติ. ถิรํ กโรตีติ อุทกสิญฺจนกาเล ตโต ตโต วิสฺสริตฺวา อุทกสฺส อนิกฺขมนตฺถํ อาลวาลํ ถิรตรํ กโรติ. สุกฺขทณฺฑโกติ ตสฺเสว อมฺพคจฺฉกสฺส สุกฺโข สาขาสีสโก. กิปิลฺลิกปุโฏติ ตมฺพกิปิลฺลิกกุฏชํ. ขณิตฺตินฺติ กุทาลํ. โกฏฺฐกพนฺธนํ วิย สีลํ สมฺมาทิฏฺฐิยา วฑฺฒนุปายสฺส มูลภาวโต. อุทกสิญฺจนํ วิย ธมฺมสฺสวนํ ภาวนาย ปริพฺรูหนโต. มริยาทาย ถิรภาวกรณํ วิย สมโถ ยถาวุตฺตภาวนาธิฏฺฐานาย สีลมริยาทาย ทฬฺหภาวาปาทนโต. สมาหิตสฺส หิ สีลํ ถิรตรํ โหติ. สมีเป วลฺลิอาทีนํ หรณํ วิย กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนํ อิชฺฌิตพฺพภาวนาย วิพนฺธาปนยนโต. มูลขณนํ วิย สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ ภาวนา ตสฺสา วิพนฺธสฺส มูลกานํ ตณฺหามานทิฏฺฐีนํ ปลิขณนโต. เอตฺถ จ ยสฺมา สุปริสุทฺธสีลสฺส กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺตสฺส สปฺปายธมฺมสฺสวนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตโต ยถาสุเต อตฺเถ สากจฺฉาสมาปชฺชนํ, ตโต กมฺมฏฺฐานวิโสธเนน สมถนิปฺผตฺติ, ตโต สมาหิตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส วิปสฺสนาปาริปูริ. ปริปุณฺณวิปสฺสโน มคฺคสมฺมาทิฏฺฐึ ปริพฺรูเหตีติ เอวเมเตสํ องฺคานํ ปรมฺปราย สมฺมุขา จ อนุคฺคณฺหนโต อยมานุปุพฺพี กถิตาติ เวทิตพฺพํ.
๔๕๓. อิธ กึ ปุจฺฉตีติ อิธ เอวํ อรหตฺตผลํ ปาปิตาย เทสนาย ‘‘กติ ปนาวุโส, ภวา’’ติ ภวํ ปุจฺฉนฺโต กีทิสํ อนุสนฺธึ อุปาทาย ปุจฺฉตีติ อตฺโถ. เตเนว หิ ‘‘มูลเมว คโต อนุสนฺธี’’ติ วตฺวา อธิปฺปายํ ปกาเสนฺโต ‘‘ทุปฺปญฺโญ’’ติอาทิมาห. ทุปฺปญฺโญติ หิ อิธ อปฺปฏิวิทฺธสจฺโจ อธิปฺเปโต, น ชโฬ เอว. กามภโวติอาทีสุ กมฺโมปปตฺติเภทโต ทุวิโธปิ ภโว อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามภวูปคํ กมฺม’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเคตํสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๔๗; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๖๔๖-๖๔๗) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ปุนพฺภวสฺสาติ ปุนปฺปุนํ อปราปรํ ภวนโต ชายนโต ปุนพฺภโวติ ลทฺธนามสฺส วฏฺฏปพนฺธสฺส. เตนาห ‘‘อิธ วฏฺฏํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อภินิพฺพตฺตีติ ภวโยนิคติอาทิวเสน นิพฺพตฺติ. ตหึ ตหึ ตสฺมึ ตสฺมึ ภวาทิเก. อภินนฺทนาติ ตณฺหาอภินนฺทนเหตุ. คมนาคมนํ โหตีติอาทินา ภวาทีสุ สตฺตานํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิโย ทสฺเสติ. ขยนิโรเธนาติ อจฺจนฺตขยสงฺขาเตน อนุปฺปาทนิโรเธน. อุภยเมตํ น วตฺตพฺพํ ปหานาภิสมยภาวนาภิสมยานํ อจฺจาสนฺนกาลตฺตา. วตฺตพฺพํ ตํ เหตุผลธมฺมูปจารวเสน. ยถา หิ ปทีปุชฺชลนเหตุโก อนฺธการวิคโม, เอวํ วิชฺชุปฺปาทเหตุโก อวิชฺชานิโรโธ, เหตุผลธมฺมา จ สมานกาลาปิ ปุพฺพาปรกาลา วิย โวหรียนฺติ ยถา – ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ม. นิ. ๓.๔๒๐, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนกิริยา. คมนํ อุปจฺฉิชฺชติ อิธ กามภเว ปรินิพฺพาเนน. อาคมนํ อุปจฺฉิชฺชติ ตตฺถ รูปารูเปสุ ปรินิพฺพาเนน. คมนาคมนํ อุปจฺฉิชฺชติ สพฺพโส อปราปรุปฺปตฺติยา อภาวโต.
๔๕๔. วิวฏฺฏกถาย ปรโต โชติตํ ปฐมํ ฌานํ วิวฏฺฏํ ปตฺวา ฐิตสฺส อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน อุภโตภาควิมุตฺตสฺส นิโรธสาธกํ วิภาวิตุํ ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘กตมํ ปนาวุโสติ อิธ กึ ปุจฺฉตี’’ติอาทิ. ตถา หิ อนนฺตรํ นิโรธสมาปชฺชนเกน ภิกฺขุนา ชานิตพฺพานิ ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปโยคปหานงฺคานิ ปุจฺฉิตานิ. องฺคววตฺถานนฺติ ฌานงฺคววตฺถานํ. โกฏฺฐาสปริจฺเฉโทติ ตตฺถ ลพฺภมานผสฺสปญฺจมกาทิธมฺมโกฏฺฐาสปริจฺเฉโท ชานิตพฺโพ. อิมสฺมึ ฌาเน เอตฺตกา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ, เอตฺตกา นิโรธิตาติ ชานิตพฺพํ. อุปการานุปการานิ องฺคานีติ นิโรธสมาปตฺติยา อุปการานิ จ อนุปการานิ จ องฺคานิ. นิโรธสมาปตฺติยา หิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ จ ปตฺตพฺพตฺตา ตํตํญาณสฺส สมาธิจริยาหิ สมติกฺกมิตพฺพา ธมฺมา อนุปการกงฺคานิ, สมติกฺกมกา อุปการกงฺคานิ. เตสญฺหิ วเสน ยถานุปุพฺพํ อุปสนฺตุปสนฺตโอฬาริกภาวาย ภวคฺคสมาปตฺติยา สงฺขาราวเสสสุขุมตํ ปตฺตา จิตฺตเจตสิกา ยถาปริจฺฉินฺนํ กาลํ นิรุชฺฌนฺติ, อปฺปวตฺตึ คจฺฉนฺติ. ตสฺสาติ นิโรธสฺส. อนนฺตรปจฺจยนฺติ อนนฺตรปจฺจยสทิสํ. น หิ นิโรธสฺส โกจิ ธมฺโม อนนฺตรปจฺจโย นาม อตฺถิ. ยญฺหิ ตทา จิตฺตเจตสิกานํ ตถา นิรุชฺฌนํ, ตํ ยถาวุตฺตปุพฺพาภิสงฺขารเหตุกาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อโหสีติ สา ตสฺส อนนฺตรปจฺจโย วิย โหตีติ ตํ วุตฺตํ. ฉ สมาปตฺติโยติ สุตฺตนฺตนเยน วุตฺตสุตฺตนฺตปิฏกสํวณฺณนาติ กตฺวา. ‘‘สตฺต สมาปตฺติโย’’ติ ปน วตฺตพฺพํ, อญฺญถา อิทํ ‘‘จตุรงฺคิก’’นฺติ น วตฺตพฺพํ สิยา. นยํ วา ทสฺเสตฺวาติ อาทิอนฺตทสฺสนวเสน นยทสฺสนํ กตฺวา.
๔๕๕. เอวํ นิโรธสฺส ปาทกํ วิภาเวตฺวา อิทานิ อนฺโตนิโรเธ อนุปพนฺธภาวโต ปญฺจนฺนํ ปสาทานํ ปจฺจยปุจฺฉเน ปฐมํ ตาว เต สรูปโต อาเวณิกโต อาเวณิกวิสยโต ปฏิสฺสรณโต จ ปุจฺฉนวเสน ปาฬิ ปวตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาณนิสฺสเย ปญฺจ ปสาเท ปุจฺฉนฺโต’’ติ อาห. โคจรวิสยนฺติ เอตฺถ กามํ ตพฺพหุลจาริตาเปกฺขํ โคจรคฺคหณํ, อนญฺญตฺถภาวาเปกฺขํ วิสยคฺคหณนฺติ อตฺเถว โคจรวิสยภาวานํ วิเสโส, วิวริยมานํ ปน อุภยมฺปิ อารมฺมณสภาวเมวาติ อาห ‘‘โคจรภูตํ วิสย’’นฺติ. เอเกกสฺสาติ เอโก เอกสฺส, อญฺโญ อญฺญสฺสาติ อตฺโถ. อญฺญตฺโถ หิ อยํ เอก-สทฺโท ‘‘อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗) วิย. สเจ หีติอาทิ อภูตปริกปฺปนวจนเมตํ. ตตฺถ สโมธาเนตฺวาติ เอกชฺฌํ กตฺวา. วินาปิ มุเขนาติอาทินา อตฺถสลฺลาปิกนิทสฺสนํ นาม ทสฺเสติ. ยถา วิญฺญาณาธิฏฺฐิตเมว จกฺขุ รูปํ ปสฺสติ, น เกวลํ, เอวํ จกฺขุนิสฺสยเมว วิญฺญาณํ ตํ ปสฺสติ, น อิตรนฺติ อาห ‘‘จกฺขุปสาเท อุปเนหี’’ติ. เตน เตสํ ตตฺถ สํหจฺจการิตํ ทสฺเสติ. ยทิ วา นีลํ ยทิ วา ปีตกนฺติ อิทํ นีลปีตาทิสภาวชานนมตฺตํ สนฺธายาห. นีลํ ปีตกนฺติ ปชานนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นตฺเถว อวิกปฺปกภาวโต. เอเตสํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ. นิสฺสยสีเสน นิสฺสิตปุจฺฉา เหสา, เอวญฺหิ วิสยานุภวนโจทนา สมตฺถิตา โหติ. เตนาห ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ หี’’ติอาทิ. ยถาสกํ วิสยํ รชฺชนาทิวเสน อนุภวิตุํ อสมตฺถานิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ, ตตฺถ สมตฺถตาเยว จ นตฺถิ, น กิญฺจิ อตฺถโต ปฏิสรนฺตานิ วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘กึ เอตานิ ปฏิสรนฺตี’’ติ. ชวนมโน ปฏิสรณนฺติ ปญฺจทฺวาริกํ อิตรญฺจ สาธารณโต วตฺวา ปุน ยาย’สฺส รชฺชนาทิปวตฺติยา ปฏิสรณตา, สา สวิเสสา ยตฺถ ลพฺภติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มโนทฺวาริกชวนมโน วา’’ติ อาห. เอตสฺมึ ปน ทฺวาเรติ จกฺขุทฺวาเร ชวนํ รชฺชติ วา ทุสฺสติ วา มุยฺหติ วา, ยโต ตตฺถ อญฺญาณาทิอสํวโร ปวตฺตติ.
ตตฺราติ ตสฺมึ ชวนมนสฺเสว ปฏิสรณภาเว. ทุพฺพลโภชกาติ หีนสามตฺถิยา ราชโภคฺคา. เสวกานํ คณนาย โยชิตทิวเส ลพฺภมานกหาปโณ ยุตฺติกหาปโณ. อนฺทุพนฺธเนน พทฺธสฺส วิสฺสชฺชเนน ลพฺภมานกหาปโณ พนฺธกหาปโณ. กิญฺจิ ปหรนฺเต มา ปหรนฺตูติ ปฏิกฺขิปโต ทาตพฺพทณฺโฑ มาปหารกหาปโณ. โส สพฺโพปิ ปริตฺตเกสุ คามิกมนุสฺเสสุ ตถา ลพฺภมาโน เอตฺตโก โหตีติ อาห ‘‘อฏฺฐกหาปโณ วา’’ติอาทิ. สตวตฺถุกนฺติ สตกรีสวตฺถุกํ. เอส นโย เสสปททฺวเยปิ. ตตฺถาติอาทิ อุปมาสํสนฺธนํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
๔๕๖. อนฺโตนิโรธสฺมึ ปญฺจ ปสาเทติ นิโรธสมาปนฺนสฺส ปวตฺตมาเน ปญฺจ ปสาเท. กิริยมยปวตฺตสฺมินฺติ ชวนาทิกิริยานิพฺพตฺตกธมฺมปฺปวตฺติยํ. พลวปจฺจยา โหนฺตีติ ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจยา โหนฺติ, อุปตฺถมฺภกภาเวน พลวปจฺจยา โหนฺติ. ชีวิตินฺทฺริยํ ปฏิจฺจาติ อินฺทฺริยอตฺถิอวิคตปจฺจยวเสน ปจฺจยภูตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ปญฺจวิโธปิ ปสาโท ติฏฺฐติ. ชีวิตินฺทฺริเยน วินา น ติฏฺฐติ ชีวิตินฺทฺริยรหิตสฺส กมฺมสมุฏฺฐานรูปกลาปสฺส อภาวโต. ตสฺมาติ ยสฺมา อนุปาลนลกฺขเณน ชีวิเตน อนุปาลิตา เอว อุสฺมา ปวตฺตติ, น เตน อนนุปาลิตา, ตสฺมา อุสฺมา อายุํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ. ชาลสิขํ ปฏิจฺจ อาภา ปญฺญายตีติ ชาลสิขาสงฺขาตภูตสงฺฆาตํ สเหว ปวตฺตมานํ นิสฺสาย ‘‘อาภา’’ติ ลทฺธนามา วณฺณธาตุ ‘‘อุชฺชลติ, อนฺธการํ วิธมติ, รูปคตานิ จ วิทํเสตี’’ติอาทีหิ ปกาเรหิ ญายติ. ตํ อาโลกํ ปฏิจฺจาติ ตํ วุตฺตปฺปการํ อาโลกํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา. ชาลสิขา ปญฺญายตีติ ‘‘อปฺปิกา, มหตี, อุชุ, กุฏิลา’’ติอาทินา ปากฏา โหติ.
ชาลสิขา วิย กมฺมชเตโช นิสฺสยภาวโต. อาโลโก วิย ชีวิตินฺทฺริยํ ตนฺนิสฺสิตภาวโต. อิทานิ อุปโมปมิตพฺพานํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาลสิขา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาโลกํ คเหตฺวาว อุปฺปชฺชตีติ อิมินา ยถา ชาลสิขาย สเหว อาโลโก อุปฺปชฺชติ, เอวํ กมฺมชุสฺมนา สเหว ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ ทสฺเสติ. ชาลสิขาสนฺนิสฺสโย ตสฺสา สติเยว โหนฺโต อาโลโก ตาย อุปฺปาทิโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อตฺตนา ชนิตอาโลเกเนวา’’ติ. อุสฺมา นาเมตฺถ กมฺมสมุฏฺฐานา เตโชธาตุ ตนฺนิสฺสิตญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ ตทนุปาลกญฺจาติ อาห ‘‘กมฺมชมหาภูตสมฺภเวน ชีวิตินฺทฺริเยน อุสฺมาย อนุปาลน’’นฺติ. น เกวลํ ขณฏฺฐิติยา เอว, อถ โข ปพนฺธานุปจฺเฉทสฺสปิ ชีวิตินฺทฺริยํ การณนฺติ อาห ‘‘วสฺสสตมฺปิ กมฺมชเตชปวตฺตํ ปาเลตี’’ติ. อุสฺมา อายุโน ปจฺจโย โหนฺโต เสสภูตสหิโต เอว โหตีติ อาห ‘‘มหาภูตานี’’ติ. ตถา อายุปิ สหชาตรูปํ ปาเลนฺตเมว อุสฺมาย ปจฺจโย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘มหาภูตานิ ปาเลตี’’ติ.
๔๕๗. อายุ เอว อินฺทฺริยปจฺจยาทิวเสน สหชาตธมฺมานํ อนุปาลนวเสน สงฺขรณโต อายุสงฺขาโร. พหุวจนนิทฺเทโส ปน อเนกสตสหสฺสเภเทสุ รูปกลาเปสุ ปวตฺติยา อเนกเภทนฺติ กตฺวา. อารมฺมณรสํ อนุภวนฺตีติ เวทนิยา ยถา ‘‘นิยฺยานิกา’’ติ. เตนาห ‘‘เวทนา ธมฺมาวา’’ติ. สุขาทิเภทภินฺนตฺตา พหุวจนนิทฺเทโส. อิเมสํ อายุสงฺขารเวทนานํ เอกนฺตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มรเณน ภวิตพฺพํ เวทนาย นิรุทฺธตฺตา. อายุสงฺขารานํ ตถา อนิรุทฺธตฺตา นิโรธสฺส สมาปชฺชนเมว น สิยา, กุโต วุฏฺฐานํ. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘เต จ หาวุโส’’ติอาทิ. วุฏฺฐานํ ปญฺญายติ สญฺญาเวทนาทีนํ อุปฺปตฺติยา. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุกฺกณฺฐิตฺวาติ นานารมฺมณาปาตโต นิพฺพินฺทิตฺวา. ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสนาติ ยถาปริจฺฉินฺเน กาเล สมฺปตฺเต. รูปชีวิตินฺทฺริยปจฺจยาติ อินฺทฺริยปจฺจยภูตา. ชาลาปวตฺตํ วิย อรูปธมฺมา เตชุสฺสทภาวโต วิสโยภาสนโต จ. อุทกปฺปหาโร วิย นิโรธสมาปตฺติยา ปุพฺพาภิสงฺขาโร. ปิหิตองฺคารา วิย รูปชีวิตินฺทฺริยํ อุสฺมามตฺตตาย อโนภาสนโต. ยถาปริจฺฉินฺนกาลาคมนนฺติ ยถาปริจฺฉินฺนกาลสฺส อุปคมนํ. อนุรูปปตฺติวเสเนว รูปปวตฺติคฺคหณํ. อิมํ รูปกายํ ชหนฺตีติ อิมสฺมา รูปกายา กเฬวรา วิคจฺฉนฺติ นปฺปวตฺตนฺติ.
กาเยน สงฺขรียนฺตีติ กายสงฺขารา ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ วจีสงฺขารา. วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา หิ วาจํ ภินฺทติ กเถติ. จิตฺเตน สงฺขรียนฺตีติ จิตฺตสงฺขารา ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติโต. จิตฺตสงฺขารนิโรธโจทนาย รูปนิโรโธ วิย จิตฺตนิโรโธ อโจทิโต เตสํ ตโต อญฺญตฺตาติ น จิตฺตสมฺปยุตฺตนิโรโธ เอกนฺติโก วิตกฺกาทินิโรเธ ตทภาวโต. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘วาจา อนิรุทฺธา โหตี’’ติ, ตมฺปิ น. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ หิ วจีสงฺขารา, เตสุ นิรุทฺเธสุ กถํ วาจาย อนิโรโธ. จิตฺตํ ปน นิรุทฺเธสุปิ จิตฺตสงฺขาเรสุ เตหิ อนภิสงฺขตตฺตา วิตกฺกาทินิโรโธ วิย ปวตฺตติเยวาติ อยเมตฺถ ปรสฺส อธิปฺปาโย. อานนฺตริยกมฺมํ กตํ ภเวยฺย, จิตฺตสฺส อนิรุทฺธตฺตา ตํ นิสฺสาย จ รูปธมฺมานํ อนปคตตฺตา เต ชีวนฺติ เอว นามาติ. พฺยญฺชเน อภินิเวสํ อกตฺวาติ ‘‘จิตฺตสงฺขารา นิรุทฺธา’’ติ วจนโต เตว นิรุทฺธา, น จิตฺตนฺติ เอวํ เนยฺยตฺถํ สุตฺตํ ‘‘นีตตฺถ’’นฺติ อภินิเวสํ อกตฺวา. อาจริยานํ นเย ฐตฺวาติ ปรมฺปราคตานํ อาจริยานํ อธิปฺปาเย ฐตฺวาติ อตฺโถ. อุปปริกฺขิตพฺโพติ สุตฺตนฺตราคมโต สุตฺตนฺตรปทสฺส อวิปรีโต อตฺโถ วีมํสิตพฺโพ. ยถา หิ ‘‘อสญฺญภโว’’ติ วจนโต ‘‘สญฺญาว ตตฺถ นตฺถิ, อิตเร ปน จิตฺตเจตสิกา สนฺตี’’ติ อยเมตฺถ อตฺโถ น คยฺหติ. ยถา จ ‘‘เนวสญฺญานาสญฺญายตน’’นฺติ วจนโต ‘‘สญฺญาว ตตฺถ ตาทิสี, น ผสฺสาทโย’’ติ อยเมตฺถ อตฺโถ น คยฺหติ สญฺญาสีเสน เทสนาติ กตฺวา, เอวมิธาปิ ‘‘จิตฺตสงฺขารา นิรุทฺธา’’ติ, ‘‘สญฺญาเวทยิตนิโรโธ’’ติ จ เทสนาสีสเมว. สพฺเพปิ ปน จิตฺตเจตสิกา ตตฺถ นิรุชฺฌนฺเตวาติ อยเมตฺถ อวิปรีโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ตถาปุพฺพาภิสงฺขาเรน สพฺเพสํเยว จิตฺตเจตสิกานํ ตตฺถ นิรุชฺฌนโต. เอเตน ยํ ปุพฺเพ ‘‘อญฺญตฺตา, ตทภาวโต’’ติ จ ยุตฺติวจนํ, ตทยุตฺตํ อธิปฺปายานวโพธโตติ ทสฺสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘อตฺโถ หิ ปฏิสรณํ, น พฺยญฺชน’’นฺติ.
อุปหตานีติ พาธิตานิ. มกฺขิตานีติ ธํสิตานิ. อารมฺมณฆฏฺฏนาย อินฺทฺริยานํ กิลมโถ จกฺขุนา ภาสุรรูปสุขุมรชทสฺสเนน วิภาเวตพฺโพ. ตถา หิ อุณฺหกาเล ปุรโต อคฺคิมฺหิ ชลนฺเต ขรสฺสเร จ ปณเว อาโกฏิเต อกฺขีนิ เภทานิ วิย น สหนฺติ โสตานิ ‘‘สิขเรน วิย อภิหญฺญนฺตี’’ติ วตฺตาโร โหนฺติ.
๔๕๘. รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานเมว รูปวิราคภาวนาวเสน ปวตฺตํ อรูปชฺฌานนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ วิสฺสชฺเชนฺโต ธมฺมเสนาปติ ‘‘สุขสฺส จ ปหานา’’ติอาทินา วิสฺสชฺเชสิ. อปคมเนน วิคเมน ปจฺจยา อปคมนปจฺจยา สุขาทิปฺปหานานิ. อธิคมปจฺจยา ปน กสิเณสุ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ เหฏฺฐิมา ตโย จ อารุปฺปา. น หิ สกฺกา ตานิ อนธิคนฺตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนมธิคนฺตุํ. นิโรธโต วุฏฺฐานกผลสมาปตฺตินฺติ นิโรธโต วุฏฺฐานภูตํ อนิจฺจานุปสฺสนาสมุทาคตผลสมาปตฺตึ. สา หิ ‘‘อนิมิตฺตา เจโตวิมุตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา สมถนิสฺสนฺโท อภิญฺญา, เมตฺตากรุณามุทิตาพฺรหฺมวิหารนิสฺสนฺโท อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหาโร, กสิณนิสฺสนฺโท อารุปฺปา, สมถวิปสฺสนานิสฺสนฺโท นิโรธสมาปตฺติ, เอวํ วิปสฺสนาย นิสฺสนฺทผลภูตํ สามญฺญผลนฺติ อาห ‘‘วิปสฺสนานิสฺสนฺทาย ผลสมาปตฺติยา’’ติ. อารมฺมณา นาม สารมฺมณธมฺมานํ วิเสสโต อุปฺปตฺตินิมิตฺตนฺติ อาห ‘‘สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปาทีนํ สพฺพารมฺมณาน’’นฺติ. นตฺถิ เอตฺถ กิญฺจิ สงฺขารนิมิตฺตนฺติ อนิมิตฺตา, อสงฺขตา ธาตูติ อาห ‘‘สพฺพนิมิตฺตาปคตาย นิพฺพานธาตุยา’’ติ. ผลสมาปตฺติสหชาตํ มนสิการํ สนฺธายาห, น อาวชฺชนมนสิการํ. น เหตฺถ ตสฺส สมฺภโว อนุโลมานนฺตรํ อุปฺปชฺชนโต.
อิมสฺมึ ฐาเนติ อิธ วุตฺตนิโรธสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานานํ คหิตานํ อิมสฺมึ ปริโยสานสฺส คหิตฏฺฐาเน. ทฺวีหิ พเลหีติ สมถวิปสฺสนาพเลหิ. ตโย จ สงฺขารานนฺติ กายสงฺขาราทีนํ ติณฺณํ สงฺขารานํ. โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ อนิจฺจานุปสฺสนา, ทุกฺขา, อนตฺตา, นิพฺพิทา, วิราคา, นิโรธา, ปฏินิสฺสคฺคา, วิวฏฺฏานุปสฺสนา, โสตาปตฺติมคฺโค…เป… อรหตฺตผลสมาปตฺตีติ อิมาหิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ. นวหิ สมาธิจริยาหีติ ปฐมชฺฌานสมาธิอาทีหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ. โย ยถาวุตฺตาสุ จริยาสุ ปุคฺคลสฺส วสีภาโว, สา วสีภาวตาปญฺญา. อสฺสา สา กถิตาติ โยชนา. วินิจฺฉยกถาติ วินิจฺฉยวเสน ปวตฺตา อฏฺฐกถา กถิตา. ตสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๘๖๘-๘๖๙) ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๖๘) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.
วลญฺชนสมาปตฺติ อริยวิหารวเสน วิหรณสมาปตฺติ. ฐิติยาติ เอตฺถ ปพนฺธฏฺฐิติ อธิปฺเปตา, น ขณฏฺฐิติ. กสฺมา? สมาปชฺชนตฺตา. เตนาห ‘‘ฐิติยาติ จิรฏฺฐิตตฺถ’’นฺติ. อทฺธานปริจฺเฉโทติ เอตฺตกํ กาลํ สมาปตฺติยา วีตินาเมสฺสามีติ ปเคว กาลปริจฺเฉโท. รูปาทินิมิตฺตวเสนาติ กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺเตสุ ยถารหํ ลพฺภมานรูปาทินิมิตฺตวเสน. ตตฺถ ยสฺมา กมฺมนิมิตฺเต ฉพฺพิธมฺปิ อารมฺมณํ ลพฺภติ, ตสฺมา ‘‘สพฺพนิมิตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ, น สพฺเพสํ อารมฺมณานํ เอกชฺฌํ, เอกนฺตโต วา มนสิกาตพฺพโต. ลกฺขณวจนเญฺหตํ ยถา ‘‘ทาตพฺพเมตํ เภสชฺชํ, ยทิ เม พฺยาธิตา สิยุ’’นฺติ.
๔๕๙. นีลมฺปิ สญฺชานาตีติอาทินา นีลาทิคฺคหณมุเขน ตํวณฺณานํ สตฺตานํ สญฺชานนํ อเวราทิภาวมนสิกรณํ โชติตนฺติ อาห ‘‘เอตสฺมิญฺหิ ฐาเน อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติ กถิตา’’ติ. เอตฺถ อากิญฺจญฺญํ กถิตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เอตฺถ สุญฺญตา’’ติ, ‘‘เอตฺถ อนิมิตฺตา’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. นฺติ ‘‘อิธ อญฺญํ อภินวํ นาม นตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตํ อตฺถวจนํ. เอตาติ อปฺปมาณเจโตวิมุตฺติอาทโย. เอกนามกาติ เอเกกนามกา, เย นานาพฺยญฺชนาติ อธิปฺเปตา. เอโก ธมฺโมติ อรหตฺตผลสมาปตฺติ. จตุนามโกติ อปฺปมาณเจโตวิมุตฺติอาทินามโก. เอตนฺติ เอตมตฺถํ. อปฺปมาณาติ อโนธิโส, โอธิโสปิ วา ‘‘เอตฺตกา’’ติ อปริมิตา. อเสเสตฺวาติ อสุภสมาปตฺติ วิย เอกสฺเสว อคฺคหณโต.
กิญฺจาปิ อสุภนิมิตฺตารมฺมณมฺปิ กิญฺจนํ โหติ, อารมฺมณสงฺฆฏฺฏนสฺส กิญฺจนสฺส อสุภสมาปตฺตีนมฺปิ ปฏิภาคนิมิตฺตสงฺขาตํ อารมฺมณํ สพิมฺพํ วิย วิคฺคหํ กิญฺจนํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, น ตถา อิมสฺสาติ. นนุ พฺรหฺมวิหารปฐมารุปฺปานมฺปิ ปฏิภาคนิมิตฺตภูตํ กิญฺจิ อารมฺมณํ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, อยํ ปน ปฐมารุปฺปวิญฺญาณํ วิย น ปฏิภาคนิมิตฺตภูตอารมฺมณตาย เอวํ วุตฺตา. อตฺเตนาติ อตฺตนา. ภวติ เอเตน อตฺตาติ อภิธานํ พุทฺธิ จาติ ภาโว, อตฺตา. ภาว-สทฺโทปิ อตฺตปริยาโยติ อาห ‘‘ภาวโปสปุคฺคลาทิสงฺขาเตนา’’ติ. เนสํ อปฺปมาณสมาธิอาทีนํ จตุนฺนํ. ‘‘นานตา ปากฏาวา’’ติ วุตฺตํ นานตฺตํ ภูมิโต อารมฺมณโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺโถ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริตฺตาทิภาเวน อตีตาทิภาเวน อชฺฌตฺตาทิภาเวน จ น วตฺตพฺพํ อารมฺมณํ เอติสฺสาติ นวตฺตพฺพารมฺมณา นิพฺพานารมฺมณผลสมาปตฺติภาวโต.
เอตฺตโกติ ราคาทีหิ สํกิลิฏฺฐตาย เอตฺตกปฺปมาโณ, อุตฺตาโน ปริตฺตเจตโสติ อตฺโถ. นิพฺพานมฺปิ อปฺปมาณเมว ปมาณกรณานํ อภาเวนาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. อกุปฺปาติ อรหตฺตผลเจโตวิมุตฺติ ปฏิปกฺเขหิ อโกปนียตาย. กิญฺจตีติ กตฺตริ ปฐิโต ธาตุ มทฺทนตฺโถติ อาห ‘‘กิญฺจติ มทฺทตี’’ติ. ตสฺส ปโยคํ ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สมูหาทิฆนวเสน สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สวิคฺคหา วิย อุปฏฺฐิตา สงฺขารา นิจฺจาทิคฺคาหสฺส วตฺถุตาย ‘‘นิจฺจนิมิตฺตํ สุขาทินิมิตฺต’’นฺติ จ วุจฺจติ. วิปสฺสนา ปน ตตฺถ ฆนวินิพฺโภคํ กโรนฺตี นิจฺจาทิคฺคาหํ วิธเมนฺตี ‘‘นิมิตฺตํ สมุคฺฆาเตตี’’ติ วุตฺตา ฆนนิมิตฺตสฺส อารมฺมณภูตสฺส อภาวา. น คหิตาติ เอกตฺถปทนิทฺเทเส ปาฬิยํ กสฺมา น คหิตา? สาติ สุญฺญตา เจโตวิมุตฺติ. สพฺพตฺถาติ อปฺปมาณาเจโตวิมุตฺติอาทินิทฺเทเสสุ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณวเสนปิ เอกตฺถา, น เกวลํ สภาวสรสโตว. อิมินา ปริยาเยนาติ อปฺปมาณโตติอาทินา อารมฺมณโต ลทฺธปริยาเยน. อญฺญสฺมึ ปน ฐาเนติ อากิญฺจญฺญาทิสทฺทปวตฺติเหตุโต อญฺเญน เหตุนา อปฺปมาณาติสทฺทปฺปวตฺติยํ เอตสฺส เจโตวิมุตฺติยา โหนฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิมินา ปริยาเยนาติ อิมินา ตาย ตาย สมญฺญาย โวหริตพฺพตาปริยาเยน. สจฺจานํ ทสฺสนมุเขน วฏฺฏวเสน อุฏฺฐิตเทสนํ อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๔. จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา
๔๖๐. อยํ เทสนา ยสฺมา ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตา, ตสฺมา ปุจฺฉกวิสฺสชฺชเก ปุจฺฉานิมิตฺตญฺจ สมุทายโต วิภาเวตุํ ‘‘โก ปนาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อุปาสกตฺตนฺติ อมคฺคาคตํ อุปาสกตฺตํ. เตสนฺติ เอกาทสนหุตานํ. มคฺคาคเตน อุปสเมน สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส.
‘‘กึ นุ โข อชฺช ภวิสฺสติ อยฺยปุตฺโต’’ติ วีถึ โอโลกยมานา. โอลมฺพนตฺถนฺติ ตสฺส หตฺถาวลมฺพนตฺถํ ปุพฺพาจิณฺณวเสน อตฺตโน หตฺถํ ปสาเรสิ. พหิทฺธาติ อตฺตนา อญฺญํ วิสภาควตฺถุํ สนฺธาย วทติ. ปริเภทเกนาติ เปสุญฺญวาทินา.
อธิคมปฺปิจฺฉตาย ‘‘น ปกาเสตพฺโพ’’ติ จินฺเตสิ. ปุน ตํ อนุกมฺปนฺโต ‘‘สเจ โข ปนาห’’นฺติอาทึ จินฺเตสิ. เอโส ธมฺโมติ เอโส โลกุตฺตรธมฺโม. วิวฏฺฏํ อุทฺทิสฺส อุปจิตํ นิพฺเพธภาคิยํ กุสลํ อุปนิสฺสโย. ‘‘ยทิ เม อุปนิสฺสโย อตฺถิ, สกฺกา เอตํ ปฏิลทฺธุํ. สเจปิ นตฺถิ, อายตึ อุปนิสฺสโย ภวิสฺสตี’’ติ จิรกาลปริภาวิตาย ฆเฏ ปทีปชาลา วิย อพฺภนฺตเร ทิปฺปมานาย เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมานา อาห ‘‘เอวํ สนฺเต มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถา’’ติ.
ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ สุจิรกาลํ กตูปจิตปุญฺญตาย. อภินีหารสมฺปนฺนตฺตาติ สุชาตตฺเถรสฺส ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อคฺคสาวกสฺส นิปจฺจการํ กตฺวา – ‘‘ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺส ภาคี อสฺส’’นฺติ นิพฺเพธภาคิยํ ทานํ ทตฺวา กตปตฺถนาสงฺขาตสมฺปนฺนาภินีหารตฺตา. นาติจิรํ กิลมิตฺถาติ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวนฺตี วิปสฺสนาย ปริปากวเสน จิรํ น กิลมิตฺถ. วุตฺตเมวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุติยคมเนนาติ ปพฺพาชนตฺถํ คมนโต ทุติยคมเนน.
อุปเนตฺวาติ ปญฺหสฺส อตฺถภาเวน อุปเนตฺวา. สกฺกายนฺติ สกายํ. อุปนิกฺขิตฺตํ กิญฺจิ วตฺถุํ สมฺปฏิจฺฉมานา, วิย สมฺปฏิจฺฉนฺตี วิย. เอโก เอว ปาโส เอติสฺสาติ เอกปาสกา, คณฺฐิ. สา หิ สุโมจิยา, อเนกปาสา ปน ทุมฺโมจิยา, เอกปาสคฺคหณํ วิสฺสชฺชนสฺส สุกรภาวทสฺสนตฺถํ. ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวาติ เอเตน เถริยา ปภินฺนปฏิสมฺภิทตํ ทสฺเสติ. ปจฺจยภูตาติ อารมฺมณาทิวเสน ปจฺจยภูตา.
เถริยา วิเสสาธิคมสฺส อตฺตโน อวิสยตาย วิสาโข ‘‘น สกฺกา’’ติอาทินา จินฺเตสีติ ทฏฺฐพฺพํ. สจฺจวินิพฺโภคปญฺหพฺยากรเณนาติ สจฺจปริยาปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ทสฺสนโต อญฺญานญฺญตฺถนิทฺธารณเภทนาสงฺขาตสฺส วินิพฺโภคปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเนน. เทฺว สจฺจานีติ ทุกฺขสมุทยสจฺจานิ. ปฏินิวตฺเตตฺวาติ ปริวตฺเตตฺวา. คณฺฐิปญฺหนฺติ ทุพฺพินิพฺเพธตาย คณฺฐิภูตํ ปญฺหํ.
น ตํเยว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา เอกเทสสฺส สมุทายตาภาวโต, สมุทายสฺส จ เอกเทสตาภาวโต. นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานํ ตสฺส ตเทกเทสภาวโต. น หิ เอกเทโส สมุทายวินิมุตฺโต โหติ. ยทิ หิ ตญฺเญวาติอาทินา อุภยปกฺเขปิ โทสํ ทสฺเสติ. รูปาทิสภาวมฺปีติ รูปเวทนาสญฺญาวิญฺญาณสภาวมฺปิ, ผสฺสเจตนาทิสภาวมฺปิ อุปาทานํ สิยา. อญฺญตฺร สิยาติ ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ วิสุํเยว อุปาทานํ ยทิ สิยา. ปรสมเยติ นิกายวาเท. จิตฺตวิปฺปยุตฺโต อนุสโยติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ นิกายวาเท จิตฺตสภาวาภาววิญฺญาณาทีนมฺปิ จิตฺตวิปฺปยุตฺตภาวปฏิชานนโต. เอวํ พฺยากาสีติ ‘‘น โข, อาวุโส’’ติอาทินา ขนฺธคตฉนฺทราคภาเวน พฺยากาสิ. อตฺถธมฺมนิจฺฉยสมฺภวโต อสมฺพนฺเธน. เตสุ กตฺถจิปิ อสมฺมุยฺหนโต อวิตฺถายนฺเตน. ปุจฺฉาวิสเย โมหนฺธการวิคมเนน ปทีปสหสฺสํ ชาเลนฺเตน วิย. สอุปาทานุปาทานฏฺฐานํ อนุตฺตานตาย ปจุรชนสฺส คูโฬฺห. อคฺคหิตสงฺเกตานํ เกสญฺจิ ปฏิจฺฉาทิตสทิสตฺตา ปฏิจฺฉนฺโน. ติลกฺขณพฺภาหตธมฺมวิสยตาย ติลกฺขณาหโต. คมฺภีรญาณโคจรตาย คมฺภีโร. ลทฺธปติฏฺฐา อริยสจฺจสมฺปฏิเวธนโต. เอวํ ทิฏฺฐธมฺมาทิภาวโต เวสารชฺชปฺปตฺตา. สพฺพโส นิวุตฺถพฺรหฺมจริยตาย ติณฺณํ ภวานมฺปิ อปรภาเค นิพฺพาเน นิวุตฺถวตีติ ภวมตฺถเก ฐิตา.
๔๖๑. ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ ปทุทฺธารํ กตฺวา ‘‘อิเธกจฺโจ’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐) ปฏิสมฺภิทาปาเฐน ตทตฺถํ วิวรติ. ตตฺถ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อตฺตาติ สมนุปสฺสติ, อตฺตภาเวน สมนุปสฺสติ. อหนฺติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ. อหํพุทฺธินิพนฺธนญฺหิ อตฺตานํ อตฺตวาที ปญฺญเปติ, ตสฺมา ยํ รูปํ โส อหนฺติ ยเทตํ มม รูปํ นาม, โส อหนฺติ วุจฺจมาโน มม อตฺตา ตํ มม รูปนฺติ รูปญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ อนญฺญํ สมนุปสฺสติ. ตถา ปสฺสโต จ อตฺตา วิย รูปํ, รูปํ วิย วา อตฺตา อนิจฺโจติ อาปนฺนเมว. อจฺจีติ ชาลสิขา. สา เจ วณฺโณ, จกฺขุวิญฺเญยฺยาว สิยา, น กายวิญฺเญยฺยา, วณฺโณปิ วา กายาทิวิญฺเญยฺโย อจฺจิยา อนญฺญตฺตาติ อุปเมยฺยํ วิย อุปมาปิ ทิฏฺฐิคติกสฺส อยุตฺตาว. ทิฏฺฐิปสฺสนายาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตาย ปสฺสนาย ปสฺสติ, น ตณฺหามานปญฺญานุปสฺสนาย. อรูปํ เวทนาทึ อตฺตาติ คเหตฺวา ฉายาย รุกฺขาธีนตาย ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย, รูปสฺส สนฺตกภาเวน อตฺตาธีนตาย รูปวนฺตํ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ. ปุปฺผาธีนตาย ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อาเธยฺยภาเวน อตฺตาธีนตาย รูปสฺส อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. ยถา กรณฺโฑ มณิโน อาธาโร, เอวํ รูปมฺปิ อตฺตโน อาธาโรติ กตฺวา อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เอเสว นโยติ อิมินา อตฺตโน เวทนาทีหิ อนญฺญตฺตํ เตสญฺจาธารณตํ นิสฺสิตตญฺจ ยถาวุตฺตํ อติทิสติ.
อรูปํ อตฺตาติ กถิตํ ‘‘เวทนาวนฺต’’นฺติอาทีสุ วิย รูเปน โวมิสฺสกตาย อภาวโต. รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต รูเปน สทฺธึ เสสารูปธมฺมานํ อตฺตาติ คหิตตฺตา. อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา รูปาทีนํ วินาสทสฺสนโต. เตเนวาห ‘‘รูปํ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชติ, อตฺตา เม อุปฺปชฺชติ จ เวติ จาติ อิจฺจสฺส เอวมาคตํ โหตี’’ติอาทิ. อวเสเสสูติ ปนฺนรสสุ ฐาเนสุ. สสฺสตทิฏฺฐิ กถิตา รูปวนฺตาทิภาเวน คหิตสฺส อนิทฺธาริตรูปตฺตา.
ทิฏฺฐิคติโก ยํ วตฺถุํ อตฺตาติ สมนุปสฺสติ, เยภุยฺเยน ตํ นิจฺจํ สุขนฺติ จ สมนุปสฺสเตว. สาวโก ปน ตปฺปฏิกฺเขเปน สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ สุทิฏฺฐตฺตา รูปํ อตฺตาติ น สมนุปสฺสติ, ตถาภูโต จ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ สมนุปสฺสติ, ตถา เวทนาทโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น รูปํ อตฺตโต’’ติอาทิมาห. เอวํ ภวทิฏฺฐิปิ อวิชฺชาภวตณฺหา วิย วฏฺฏสฺส สมุทโยเยวาติ ทิฏฺฐิกถายํ ‘‘เอตฺตเกน คมนํ โหตี’’ติอาทิ. ทิฏฺฐิปฺปหานกถายญฺจ ‘‘เอตฺตเกน คมนํ น โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๔๖๒. เหฏฺฐา วุตฺตมตฺถเมว ปุจฺฉิตตฺตา ‘‘เถริยา ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ’’ติ วตฺวา ปฏิปุจฺฉนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปาสกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติวเสนาติ สกฺกายนิโรธคามินิปฏิปทาภาเวน. สงฺขตาสงฺขตวเสน โลกิยโลกุตฺตรวเสน สงฺคหิตาสงฺคหิตวเสนาติ ‘‘วเสนา’’ติ ปทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ กามํ อสงฺขโต นาม มคฺโค นตฺถิ, กึ สงฺขโต, อุทาหุ อสงฺขโตติ ปน ปุจฺฉาวเสน ตถา วุตฺตํ? ‘‘อริโย’’ติ วจเนเนว มคฺคสฺส โลกุตฺตรโต สิทฺธา, สงฺคาหกขนฺธปริยาปนฺนานํ ปน มคฺคธมฺมานมฺปิ สิยา โลกิยตาติ อิธ โลกิยคฺคหณํ. กิญฺจาปิ สงฺคหิตปทเมว ปาฬิยํ อาคตํ, น อสงฺคหิตปทํ, เย ปน สงฺคาหกภาเวน วุตฺตา, เต สงฺคหิตา น โหนฺตีติ อฏฺฐกถายํ อสงฺคหิตคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สงฺขโตติอาทีสุ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กโตติ สงฺขโต. ตถาภูโต จ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส ปุพฺพภาคเจตนาติ มยฺหํ มคฺโค อฏฺฐงฺคิโก โหตุ สตฺตงฺคิโก วาติ เจติตภาเวน เจติโต. สหชาตเจตนายปิ เจติโตว ตสฺสา สหการีการณภาวโต, ตโต เอว ปกปฺปิโต อายูหิโต. ปจฺจเยหิ นิปฺผาทิตตฺตา กโต นิพฺพตฺติโต จ. สมาปชฺชนฺเตน อตฺตโน สนฺตาเน สมฺมเทว อาปชฺชนฺเตน อุปฺปาเทนฺเตน. อิติ สตฺตหิปิ ปเทหิ ปจฺจยนิพฺพตฺติตํเยว อริยมคฺคสฺส ทสฺเสติ.
อสงฺคหิโต ขนฺธานํ ปเทโส เอตสฺส อตฺถีติ มคฺโค สปฺปเทโส. นตฺถิ เอเตสํ ปเทสาติ ขนฺธา นิปฺปเทสา. ปทิสฺสติ เอเตน สมุทาโยติ หิ ปเทโส, อวยโว. อยนฺติ มคฺโค. สปฺปเทสตฺตา เอกเทสตฺตา. นิปฺปเทเสหิ สมุทายภาวโต นิรวเสสปเทเสหิ. ยถา นครํ รชฺเชกเทสภูตํ ตทนฺโตคธตฺตา รชฺเชน สงฺคหิตํ, เอวํ อริยมคฺโค ขนฺธตฺตเยกเทสภูโต ตทนฺโตคธตฺตา ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโตติ ทสฺเสติ ‘‘นครํ วิย รชฺเชนา’’ติ อิมินา. สชาติโตติ สมานชาติตาย, สมานสภาวตฺตา เอวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สีลกฺขนฺโธ ‘‘นว โกฏิสหสฺสานี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐; อป. อฏฺฐ. ๒.๕๕.๕๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๗) วุตฺตปเภทวเสน เจว สมฺปตฺตสมาทานวิรติอาทิวเสน จ คยฺหมาโน นิปฺปเทโส, มคฺคสีลํ ปน อาชีวฏฺฐมกเมว สมุจฺเฉทวิรติมตฺตเมวาติ สปฺปเทสํ. สมาธิกฺขนฺโธ ปริตฺตมหคฺคตาทิวเสน เจว อุปจารปฺปนาสมาธิวเสน จ อเนกเภทตาย นิปฺปเทโส, มคฺคสมาธิ ปน โลกุตฺตโรว, อปฺปนาสมาธิ เอวาติ สปฺปเทโส. ตถา ปญฺญากฺขนฺโธ ปริตฺตมหคฺคตาทิวเสน เจว สุตมยญาณาทิวเสน จ อเนกเภทตาย นิปฺปเทโส, มคฺคปญฺญา ปน โลกุตฺตราว, ภาวนามยา เอวาติ สปฺปเทสา. อตฺตโน ธมฺมตายาติ สหการีการณํ อนเปกฺขิตฺวา อตฺตโน สภาเวน อตฺตโน พเลน อปฺเปตุํ น สกฺโกติ วีริเยน อนุปตฺถมฺภิตํ, สติยา จ อนุปฏฺฐิตํ. ปคฺคหกิจฺจนฺติ ยถา โกสชฺชปกฺเข น ปติตา จิตฺตฏฺฐิติ, ตถา ปคฺคณฺหนกิจฺจํ. อปิลาปนกิจฺจนฺติ ยถา อารมฺมเณ น ปิลวติ, เอวํ อปิลาปนกิจฺจํ.
เอกโต ชาตาติ สหชาตา. ปิฏฺฐึ ทตฺวา โอนตสหาโย วิย วายาโม สมาธิสฺส อารมฺมเณ อปฺปนาย วิเสสปจฺจยภาวโต. อํสกูฏํ ทตฺวา ฐิตสหาโย วิย สติ สมาธิสฺส อารมฺมเณ ทฬฺหปวตฺติยา ปจฺจยภาวโต. กิริยโตติ อุปการกิริยโต.
อาโกเฏตฺวาติ อารมฺมณํ อาหนิตฺวา. ตถา หิ วิตกฺโก ‘‘อาหนนรโส’’ติ, โยคาวจโร จ ‘‘กมฺมฏฺฐานํ ตกฺกาหตํ วิตกฺกปริยาหตํ กโรตี’’ติ วุจฺจติ. อิธาปีติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺเปสุ. กิริยโตติ วุตฺตปฺปการอุปการกิริยโต.
สุภสุขาทินิมิตฺตคฺคาหวิธมนํ จตุกิจฺจสาธนํ. ปจฺจยตฺเตนาติ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน. จตุกิจฺจสาธนวเสเนวาติ อิทํ มคฺควีริยสฺเสว คหิตภาวทสฺสนํ. ตญฺหิ เอกํเยว หุตฺวา จตุกิจฺจํ ยถาวุตฺตอุปการกสภาเวน จ ปริวารฏฺเฐน ปริกฺขาโร โหติ. มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมานนฺติ อิมินา มคฺคธมฺมานมฺปิ คหณํ, น ตํสมฺปยุตฺตผสฺสาทีนํเยว. เอกจิตฺตกฺขณิกาติ มคฺคจิตฺตุปฺปาทวเสน เอกจิตฺตกฺขณิกา.
สตฺตหิ ญาเณหีติ ปรมุกฺกํสคเตหิ สตฺตหิ ชวเนหิ สมฺปยุตฺตญาเณหิ, สตฺตหิ วา อนุปสฺสนาญาเณหิ. อาทิโต เสวนา อาเสวนา, ตโต ปรํ วฑฺฒนา ภาวนา, ปุนปฺปุนํ กรณํ พหุลีกมฺมนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อญฺเญน จิตฺเตนา’’ติอาทิ. อธิปฺปายวเสน นิทฺธาเรตฺวา คเหตพฺพตฺถํ สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ. ยถารุตวเสน คเหตพฺพตฺถํ นีตตฺถํ. เอวํ สนฺเตติ ยทิ อิทํ สุตฺตํ นีตตฺถํ, อาเสวนาทิ จ วิสุํ วิสุํ จิตฺเตหิ โหติ, เอวํ สนฺเต. อาเสวนาทิ นาม จิตฺตสฺส อเนกวารํ อุปฺปตฺติยา โหติ, น เอกวารเมวาติ อาห ‘‘เอกํ จิตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อาเสวนาวเสน ปวตฺตมานํ จิตฺตํ สุจิรมฺปิ กาลํ อาเสวนาวเสเนว ปวตฺเตยฺย, ตถา ภาวนาพหุลีกมฺมวเสน ปวตฺตมานานิปิ, น เจตฺถ เอตฺตกาเนว จิตฺตานิ อาเสวนาวเสน ปวตฺตนฺติ, เอตฺตกานิ ภาวนาวเสน, พหุลีกมฺมวเสนาติ นิยโม ลพฺภติ. อิติ อเนกจิตฺตกฺขณิกอริยมคฺคํ วทนฺตสฺส ทุนฺนิวาริโยวายํ โทโส. ยถา ปน ปุพฺพภาเคปิ นานาจิตฺเตสุ ปวตฺตปริญฺญาทิกิจฺจานํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ปฏิเวธกาเล ยถารหํ จตุกิจฺจสาธนํ, เอกจิตฺตกฺขณิกา จ ปวตฺติ, เอวํ วิปสฺสนาย ปวตฺตาภิสงฺขารวเสน อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมานิ ปฏิเวธกาเล เอกจิตฺตกฺขณิกาเนว โหนฺตีติ วทนฺตานํ อาจริยานํ น โกจิ โทโส อาเสวนาทีหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส ตทา เอกจิตฺตกฺขเณเยว สิชฺฌนโต. เตนาห ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิกาวา’’ติอาทิ. สเจ สญฺชานาตีติ สเจ สญฺญตฺตึ คจฺฉติ. ยาคุํ ปิวาหีติ อุยฺโยเชตพฺโพ ธมฺมสากจฺฉาย อภพฺพภาวโตติ อธิปฺปาโย.
๔๖๓. ปุญฺญาภิสงฺขาราทีสูติ อาทิ-สทฺเทน กายสญฺเจตนาทิ ลกฺขเณ กายสงฺขาราทิเกปิ สงฺคณฺหาติ, น อปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขาเร เอว. กายปฏิพทฺธตฺตา กาเยน สงฺขรียติ, น กายสมุฏฺฐานตฺตา. จิตฺตสมุฏฺฐานา หิ เต ธมฺมาติ. นิพฺพตฺตียตีติ จ อิทํ กาเย สติ สพฺภาวํ, อสติ จ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. วาจนฺติ วจีโฆสํ. สงฺขโรตีติ ชเนติ. เตนาห ‘‘นิพฺพตฺเตตี’’ติ. น หิ ตํ วิตกฺกวิจารรหิตจิตฺตํ วจีโฆสํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกติ. จิตฺตปฏิพทฺธตฺตาติ เอเตน จิตฺตสฺส นิสฺสยาทิปจฺจยภาโว จิตฺตสงฺขารสงฺขรณนฺติ ทสฺเสติ. อญฺญมญฺญมิสฺสาติ อตฺถโต ภินฺนาปิ กายสงฺขาราทิวจนวจนียภาเวน อญฺญมญฺญมิสฺสิตา อภินฺนา วิย, ตโต เอว อาลุฬิตา สํกิณฺณา อวิภูตา อปากฏา ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปยา. อาทานคฺคหณมุญฺจนโจปนานีติ ยสฺส กสฺสจิ กาเยน อาทาตพฺพสฺส อาทานสงฺขาตํ คหณํ, วิสฺสชฺชนสงฺขาตํ มุญฺจนํ, ยถาตถาจลนสงฺขาตํ โจปนนฺติ อิมานิ ปาเปตฺวา สาเธตฺวา อุปฺปนฺนา. กายโต ปวตฺตา สงฺขารา, กาเยน สงฺขรียนฺตีติ จ กายสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ. หนุสํโจปนนฺติ หนุสญฺจลนํ. วจีเภทนฺติ วาจานิจฺฉารณํ. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ กตฺวา อิธ วจีสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ.
๔๖๔. สมาปชฺชิสฺสนฺติ ปทํ นิโรธสฺส อาสนฺนานาคตภาววิสยํ อาสนฺนํ วชฺเชตฺวา ทูรสฺส คหเณ ปโยชนาภาวโต. นิโรธปาทกสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนจิตฺตสฺส จ คหณโต ปฏฺฐาย นิโรธํ สมาปชฺชติ นามาติ อธิปฺปาเยน ‘‘ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต’’ติ วุตฺตํ. ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ เอตฺถ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตคฺคหณํ อิตเรสํ นานนฺตริยภาวโต. น หิ พลทฺวยญาณสมาธิจริยานํ วสีภาวาปาทนจิตฺเตหิ วินา อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ อจิตฺตกภาวาย โหติ.
เสสสงฺขาเรหีติ กายสงฺขารจิตฺตสงฺขาเรหิ. ทุติยชฺฌาเนเยว นิรุชฺฌติ อนุปฺปตฺตินิโรเธน. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. วุฏฺฐหิสฺสนฺติ ปทํ วุฏฺฐหนสฺส อาสนฺนานาคตภาววิสยํ อาสนฺนํ วชฺเชตฺวา ทูรสฺส คหเณ ปโยชนาภาวโต. นิโรธโต วุฏฺฐานสฺส จ จิตฺตุปฺปาเทน ปริจฺฉินฺนตฺตา ตโต โอรเมวาติ อาห ‘‘ปททฺวเยน อนฺโตนิโรธกาโล กถิโต’’ติ. ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ ยถา ยถาปริจฺฉินฺนกาลเมว อจิตฺตกภาโว, ตโต ปรํ สจิตฺตกภาโว โหติ, ตถา นิโรธสฺส ปริกมฺมจิตฺตํ อุปฺปาทิตํ โหติ.
ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาย อิทเมว กาตพฺพํ ชานิตฺวา อปฺปวตฺติมตฺตํ. สมาปชฺชนฺตีติ อจิตฺตกภาวํ สมฺปเทว อาปชฺชนฺติ. อถ กสฺมา สตฺตาหเมว สมาปชฺชนฺตีติ? ยถากาลปริจฺเฉทกรณโต, ตญฺจ เยภุยฺเยน อาหารูปชีวีนํ สตฺตานํ อุปาทินฺนกปวตฺตสฺส เอกทิวสํ ภุตฺตาหารสฺส สตฺตาหเมว ยาปนโต.
สพฺพา ผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ อิทํ นตฺถีติ อาห ‘‘สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. ยา ปน น สมุฏฺฐาเปติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมสฺส ปน…เป… น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ อาห. ตตฺถ อิมสฺสาติ อิธ ปาฬิยํ วุตฺตนิโรธสมาปชฺชนภิกฺขุโน. ตสฺส ปน ผลสมาปตฺติ จตุตฺถชฺฌานิกาวาติ นิยโม นตฺถีติ อาห ‘‘กึ วา เอเตนา’’ติอาทิ. อพฺโพหาริกาติ สุขุมตฺตภาวปฺปตฺติยา ‘‘อตฺถี’’ติ โวหริตุํ อสกฺกุเณยฺยาติ เกจิ. นิโรธสฺส ปน ปาทกภูตาย จตุตฺถชฺฌานาทิสมาธิจริยาย วเสน อจตุตฺถชฺฌานิกาปิ นิโรธานนฺตรผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ อภาวโต เอว เต อพฺโพหาริกา วุตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา สญฺชีวตฺเถรวตฺถุมฺหิ อานีตสมาปตฺติผลนิทสฺสนมฺปิ สุฏฺฐุ อุปปชฺชติ. เตนาห ‘‘ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิต’’นฺติ. กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเลติ เอตฺถ กิริยมยปวตฺตํ กายวจีวิญฺญตฺติวิปฺผาโร, ตสฺส วฬญฺชนกาเล ปวตฺตนสมเย. วาจํ อภิสงฺขาตุํ น สกฺโกนฺติ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา เตสํ วิตกฺกวิจารานํ.
สคุเณนาติ สรเสน, สภาเวนาติ อตฺโถ. สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคาทีหิ สุญฺญตฺตา. ตถา ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวา อนิมิตฺตา, ราคปณิธิอาทีนํ อภาวา อปฺปณิหิตาติ อาห ‘‘อนิมิตฺตอปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย’’ติ. อนิมิตฺตํ อปฺปณิหิตญฺจ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนผลสมาปตฺติยํ ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโส นามาติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ.
อตฺตสุญฺญตาทสฺสนโต อนตฺตานุปสฺสนา สุญฺญตา, นิจฺจนิมิตฺตุคฺฆาฏนโต อนิจฺจานุปสฺสนา อนิมิตฺตา, สุขปฺปณิธิปฏิกฺเขปโต ทุกฺขานุปสฺสนา อปฺปณิหิตาติ อาห – ‘‘สุญฺญตา…เป… วิปสฺสนาปิ วุจฺจตี’’ติ. อนิจฺจโต วุฏฺฐาตีติ สงฺขารานํ อนิจฺจาการคฺคาหินิยา วุฏฺฐานคามินิยา ปรโต เอกโตวุฏฺฐานอุภโตวุฏฺฐาเนหิ นิมิตฺตปวตฺตโต วุฏฺฐาติ. อนิจฺจโต ปริคฺคเหตฺวาติ จ อิทํ ‘‘น เอกนฺติกํ เอวมฺปิ โหตี’’ติ กตฺวา วุตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. อปฺปณิหิตวิปสฺสนาย มคฺโคติอาทินา, สุญฺญตวิปสฺสนาย มคฺโคติอาทินา จ โยชนํ สนฺธายาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย อาคมนสฺส ววตฺถานสฺส อภาเวน อววตฺถานกรตฺตา. เอวญฺหิ ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ เอวํ สคุณโต อารมฺมณโต จ นามลาเภ สุญฺญตาทินามกา ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ อนิยมวจนํ. สเมติ ยุชฺชติ เอกสฺเสว ผสฺสสฺส นามตฺตยโยคโต.
สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตาย นิพฺพานํ วิเวโก นาม อุปธิวิเวโกติ กตฺวา. นินฺนตา ตปฺปฏิปกฺขวิมุขสฺส ตทภิมุขตา. โปณตา โอนมนํ, ปพฺภารตา ตโต วิสฺสฏฺฐภาโว.
๔๖๕. จกฺขาทิโต รูปาทีสุ ปวตฺตรูปกายโต อุปฺปชฺชนโต ปญฺจทฺวาริกํ สุขํ กายิกํ นาม, มโนทฺวาริกํ เจโตผสฺสชาตาย เจตสิกํ นาม. สภาวนิทฺเทโส สุขยตีติ กตฺวา. มธุรภาวทีปกนฺติ อิฏฺฐภาวโชตนํ. เวทยิตภาวทีปกนฺติ เวทกภาววิภาวกํ. เวทนา เอว หิ ปรมตฺถโต อารมฺมณํ เวเทติ, อารมฺมณํ ปน เวทิตพฺพนฺติ. ทุกฺขนฺติ สภาวนิทฺเทโสติเอวมาทิอตฺถวจนํ สนฺธายาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. ฐิติสุขาติ ฐิติยา ธรมานตาย สุขา, น ฐิติกฺขณมตฺเตน. เตนาห ‘‘อตฺถิภาโว สุข’’นฺติ. วิปริณามทุกฺขาติ วิปริณมเนน วิคมเนน ทุกฺขา, น นิโรธกฺขเณน. เตนาห ‘‘นตฺถิภาโว ทุกฺข’’นฺติ. อปริญฺญาตวตฺถุกานญฺหิ สุขเวทนุปรโม ทุกฺขโต อุปฏฺฐาติ. สฺวายมตฺโถ ปิยวิปฺปโยเคน ทีเปตพฺโพ. ฐิติทุกฺขา วิปริณามสุขาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ‘‘อตฺถิภาโว ทุกฺขํ, นตฺถิภาโว สุข’’นฺติ. ทุกฺขเวทนุปรโม หิ สตฺตานํ สุขโต อุปฏฺฐาติ. เอวญฺหิ วทนฺติ – ‘‘ตสฺส โรคสฺส วูปสเมน อโห สุขํ ชาต’’นฺติ. ชานนภาโวติ ยาถาวสภาวโต อวพุชฺฌนํ. อทุกฺขมสุขญฺหิ เวทนํ ชานนฺตสฺส สุขํ โหติ ตสฺส สุขุมภาวโต, ยถา ตทญฺเญ ธมฺเม สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต จ สมฺมเทว อวโพโธ ปรมํ สุขํ. เตเนวาห –
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๔);
อชานนภาโวติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุกฺขญฺหิ สมฺโมหวิหาโรติ. อปโร นโย ชานนภาโวติ ชานนสฺส ญาณสฺส สพฺภาโว. ญาณสมฺปยุตฺตา หิ ญาโณปนิสฺสยา จ อทุกฺขมสุขา เวทนา สุขา อิฏฺฐาการา. ยถาห ‘‘อิฏฺฐา เจว อิฏฺฐผลา จา’’ติ. อชานนภาโว ทุกฺขนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กตโม อนุสโย อนุเสตีติ กามราคานุสยาทีสุ สตฺตสุ อนุสเยสุ กตโม อนุสโย อนุสยวเสน ปวตฺตติ? อปฺปหีนภาเวน หิ สนฺตาเน อนุสยนฺตีติ อนุสยา, อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนารหตา เนสํ ทสฺสิตา. อปฺปหีนา หิ กิเลสา การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนฺติ. เตนาห ‘‘อปฺปหีนฏฺเฐน สยิโต วิย โหตี’’ติ. เต จ นิปฺปริยายโต อนาคตา กิเลสา ทฏฺฐพฺพา, อตีตา ปจฺจุปฺปนฺนา จ ตํสภาวตฺตา ตถา วุจฺจนฺติ. น หิ ธมฺมานํ กาลเภเทน สภาวเภโท อตฺถิ. ยทิ อปฺปหีนฏฺโฐ อนุสยฏฺโฐ, นนุ สพฺเพปิ กิเลสา อปฺปหีนา อนุสยา ภเวยฺยุนฺติ? น มยํ อปฺปหีนตามตฺเตน อนุสยฏฺฐํ วทาม, อถ โข ปน อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตา กิเลสา อนุสยา. อิทํ ถามคมนญฺจ ราคาทีนเมว อาเวณิโก สภาโว ทฏฺฐพฺโพ, ยโต อภิธมฺเม – ‘‘ถามคตํ อนุสยํ ปชหตี’’ติ วุตฺตํ. โสติ ราคานุสโย. อปฺปหีโนติ อปฺปหีนภาวมุเขน อนุสยนฏฺฐมาห. โส จ อปริญฺญาตกฺขนฺธวตฺถุโต, ปริญฺญาเตสุ ปติฏฺฐํ น ลภติ. เตนาห ‘‘น สพฺพาย สุขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน’’ติ. อารมฺมณวเสน จายํ อนุสยฏฺโฐ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘น สพฺพํ สุขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ’’ติ.
วตฺถุวเสนปิ ปน อนุสยฏฺโฐ เวทิตพฺโพ, โย ‘‘ภูมิลทฺธ’’นฺติ วุจฺจติ. เตน หิ อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๘๓๔) วุตฺตํ –
‘‘ภูมีติ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา. ภูมิลทฺธํ นาม เตสุ ขนฺเธสุ อุปฺปตฺติรหํ กิเลสชาตํ. เตน หิ สา ภูมิลทฺธา นาม โหติ, ตสฺมา ภูมิลทฺธนฺติ วุจฺจติ, สา จ โข น อารมฺมณวเสน. อารมฺมณวเสน หิ สพฺเพปิ อตีตานาคเต ปริญฺญาเตปิ จ ขีณาสวานํ ขนฺเธ อารพฺภ กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ มหากจฺจานอุปฺปลวณฺณาทีนํ ขนฺเธ อารพฺภ โสเรยฺยเสฏฺฐินนฺทมาณวกาทีนํ วิย. ยทิ จ ตํ ภูมิลทฺธํ นาม สิยา, ตสฺส อปฺปเหยฺยโต น โกจิ ภวมูลํ ปชเหยฺย, วตฺถุวเสน ปน ภูมิลทฺธํ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ วิปสฺสนาย อปริญฺญาตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปาทโต ปภุติ เตสุ วฏฺฏมูลํ กิเลสชาตํ อนุเสติ. ตํ อปฺปหีนฏฺเฐน ภูมิลทฺธนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติอาทิ.
เอส นโย สพฺพตฺถาติ อิมินา ‘‘น สพฺพาย ทุกฺขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน, น สพฺพํ ทุกฺขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทึ อติทิสติ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘โย อนุสโย ยตฺถ อนุเสติ, โส ปหียมาโน ตตฺถ ปหีโน นาม โหตี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ ปหานปุจฺฉา, ตํ สนฺธายาห ‘‘กึ ปหาตพฺพนฺติ อยํ ปหานปุจฺฉา นามา’’ติ.
เอเกเนว พฺยากรเณนาติ ‘‘อิธาวุโส, วิสาข, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๗๔) เอเกเนว วิสฺสชฺชเนน. เทฺว ปุจฺฉาติ อนุสยปุจฺฉา ปหานปุจฺฉาติ เทฺวปิ ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสิ. ‘‘ราคํ เตน ปชหตี’’ติ อิทเมกํ วิสฺสชฺชนํ, ‘‘น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ อิทเมกํ วิสฺสชฺชนํ, ปุจฺฉานุกฺกมญฺเจตฺถ อนาทิยิตฺวา ปหานกฺกเมน วิสฺสชฺชนา ปวตฺตา. ‘‘เทฺว ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตถาวิกฺขมฺภิตเมว กตฺวาติ อิมินา โย ราคํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปุน อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานโต ตถาวิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา มคฺเคน สมุคฺฆาเตติ, ตสฺส วเสน ‘‘ราคํ เตน ปชหติ, น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. กาโมฆาทีหิ จตูหิ โอเฆหิ สํสารภโวเฆเนว วา เวคสา วุยฺหมาเนสุ สตฺเตสุ ตํ อุตฺตริตฺวา ปตฺตพฺพํ, ตสฺส ปน คาธภาวโต ปติฏฺฐานภูตํ. เตนาห ภควา – ‘‘ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘; อิติวุ. ๖๙; ปุ. ป. ๑๘๗).
สุญฺญตาทิเภเทน อเนกเภทตฺตา ปาฬิยํ ‘‘อนุตฺตเรสู’’ติ พหุวจนนิทฺเทโสติ ‘‘อนุตฺตรา วิโมกฺขา’’ติ วตฺวา ปุน เตสํ สพฺเพสมฺปิ อรหตฺตภาวสามญฺเญน ‘‘อรหตฺเต’’ติ วุตฺตํ. วิสเย เจตํ ภุมฺมํ. ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺสาติ ‘‘อโห วตาหํ อรหตฺตํ ลเภยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อุปฏฺฐเปนฺตสฺส, ปตฺเถนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ปฏฺฐเปนฺตสฺสาติ เจตฺถ เหตุมฺหิ อนฺตสทฺโท. กถํ ปน อรหตฺตวิสยา ปตฺถนา อุปฺปชฺชตีติ? น กาจิ อรหตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ อนธิคตตฺตา อวิสยภาวโต. ปริกปฺปิตรูปํ ปน ตํ อุทฺทิสฺส ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ. ‘‘อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ ปรมฺปรปจฺจยตํ สนฺธาย, อุชุกํ ปน ปจฺจยภาโว นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘น ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อิทํ ปน เสวิตพฺพํ โทมนสฺสํ อกุสลปฺปหานสฺส กุสลาภิวุฑฺฒิยา จ นิมิตฺตภาวโต. เตนาห ภควา – ‘‘โทมนสฺสมฺปาหํ, เทวานมินฺท, ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕๙-๓๖๒). ตีหิ มาเสหิ สมฺปชฺชนกา เตมาสิกา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ วาเรติ อิมสฺมึ ปวารณวาเร. วิสุทฺธิปวารณนฺติ ‘‘ปริสุทฺโธ อห’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ วิสุทฺธิปวารณํ. อรหนฺตานเมว เหส ปวารณา.
น กทาจิ ปหาตพฺพสฺส ปหายกตา อตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น โทมนสฺเสน วา’’ติอาทึ วตฺวา ปริยาเยเนตํ วุตฺตํ, ตํ วิภาเวนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต วิตฺถาเรน อาคมิสฺสติ. ปฏิปทํ คเหตฺวา ปตฺถนํ กตฺวา ปตฺถนํ ฐเปตฺวา. ปฏิสญฺจิกฺขตีติ โอวาทวเสน อตฺตานํ สมุตฺเตเชนฺโต กเถติ. สีเลน หีนฏฺฐานนฺติ อญฺเญหิ อรหตฺตาย ปฏิปชฺชนฺเตหิ สีเลน หีนฏฺฐานํ กึ ตุยฺหํ อตฺถีติ อธิปฺปาโย. สุปริสุทฺธนฺติ อขณฺฑาทิภาวโต สุโธตชาติมณิ วิย สุฏฺฐุ ปริสุทฺธํ. สุปคฺคหิตนฺติ กทาจิปิ สงฺโกจาภาวโต วีริยํ สุฏฺฐุ ปคฺคหิตํ. ปญฺญาติ วิปสฺสนาปญฺญา ปฏิปกฺเขหิ อนธิภูตตาย อกุณฺฐา ติกฺขวิสทา สงฺขารานํ สมฺมสเน สูรา หุตฺวา วหติ ปวตฺตติ. ปริยาเยนาติ ตสฺส โทมนสฺสสฺส อรหตฺตุปนิสฺสยตาปริยาเยน. อารมฺมณวเสน อนุสยนํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘น ตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อนุปฺปชฺชนเมตฺถ ปหานํ นามาติ วุตฺตํ ‘‘ปหีโนว ตตฺถ ปฏิฆานุสโยติ อตฺโถ’’ติ. ตติยชฺฌาเนน วิกฺขมฺเภตพฺพา อวิชฺชา, สา เอว อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺทียตีติ ‘‘อวิชฺชานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ, อนุสยสทิสตาย วา. ‘‘ราคานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จตุตฺถชฺฌาเน นานุเสติ นาม ตตฺถ กาตพฺพกิจฺจากรณโต.
๔๖๖. ตสฺมาติ ปจฺจนีกตฺตา สภาวโต กิจฺจโต ปจฺจยโต จาติ อธิปฺปาโย. วิสภาคปฏิภาโค กถิโต ‘‘กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิย. อนฺธการาติ อนฺธการสทิสา อปฺปกา สภาวโต. อวิภูตา อปากฏา อโนฬาริกภาวโต. ตโต เอว ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปนา. ตาทิสาวาติ อุเปกฺขาสทิสาว. ยถา อุเปกฺขา สุขทุกฺขานิ วิย น โอฬาริกา, เอวํ อวิชฺชา ราคโทสา วิย น โอฬาริกา. อถ โข อนฺธการา อวิภูตา ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปนาติ อตฺโถ. สภาคปฏิภาโค กถิโต ‘‘ปณิธิ ปฏิโฆโส’’ติอาทีสุ วิย. ยตฺตเกสุ ฐาเนสูติ ทุกฺขาทีสุ ยตฺตเกสุ ฐาเนสุ, ยตฺถ วา เญยฺยฏฺฐาเนสุ. วิสภาคปฏิภาโคติ อนฺธการสฺส วิย อาโลโก วิฆาตกปฏิภาโค. วิชฺชาติ มคฺคญาณํ อธิปฺเปตํ, วิมุตฺตีติ ผลนฺติ อาห ‘‘อุโภเปเต ธมฺมา อนาสวา’’ติ. อนาสวฏฺเฐนาติอาทีสุ ปณีตฏฺเฐนาติปิ วตฺตพฺพํ. โสปิ หิ วิมุตฺตินิพฺพานานํ สาธารโณ, วิมุตฺติยา อสงฺขตฏฺเฐน นิพฺพานสฺส วิสภาคตาปิ ลพฺภเตว. ปญฺหํ อติกฺกมิตฺวา คโตสิ, อปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉนฺโตติ อธิปฺปาโย. ปญฺหานํ ปริจฺเฉทปมาณํ คเหตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน อฏฺฐตฺวา ตโต ปรํ ปุจฺฉนฺโต นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุํ. อปฺปฏิภาคธมฺมสฺสาติ นิปฺปริยายโต สภาคปฏิภาเคน อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส. อนาคตาทิปริยาเยน นิพฺพานสฺส สภาคปฏิภาโค วุตฺโต, วิสภาเค จ อตฺเถว สงฺขตธมฺมา, ตสฺมา นิปฺปริยายโต กิญฺจิ สภาคปฏิภาคํ สนฺธาย ปุจฺฉตีติ กตฺวา ‘‘อจฺจยาสี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสงฺขตสฺส หิ อปฺปติฏฺฐสฺส เอกนฺตนิจฺจสฺส สโต นิพฺพานสฺส กุโต นิปฺปริยาเยน สภาคสฺส สมฺภโว. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ นาเมต’’นฺติอาทิ.
วิรทฺโธติ เอตฺถ สภาคปฏิภาคํ ปุจฺฉิสฺสามีติ นิจฺฉยาภาวโต ปุจฺฉิตมตฺถํ วิรชฺฌิตฺวาว ปุจฺฉิ, น อชานิตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน เหฏฺฐา สพฺพปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนนเยน ชานิตฺวาว ปวตฺตาติ ทีปิตํ โหติ. เถรี ปน ตํ ตํ ปุจฺฉิตมตฺถํ สภาวโต วิภาเวนฺตี สตฺถุ เทสนาญาณํ อนุคนฺตฺวาว วิสฺสชฺเชสิ. นิพฺพาโนคธนฺติ นิพฺพานํ โอคาหิตฺวา ฐิตํ นิพฺพานนฺโตคธํ. เตนาห ‘‘นิพฺพานพฺภนฺตรํ นิพฺพานํ อนุปวิฏฺฐ’’นฺติ. อสฺสาติ พฺรหฺมจริยสฺส.
๔๖๗. ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตาติ เอตฺถ วุตฺตปณฺฑิจฺจํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธาตุกุสลา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, ปณฺฑิโต โหติ? ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ธาตุกุสโล จ โหติ, อายตนกุสโล จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล จ ฐานาฏฺฐานกุสโล จ. เอตฺตาวตา นุ โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ปณฺฑิโต โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๔). ปญฺญามหตฺตํ นาม เถริยา อเสกฺขปฺปฏิสมฺภิทปฺปตฺตาย ปฏิสมฺภิทาโย ปูเรตฺวา ฐิตตาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มหนฺเต อตฺเถ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ราชยุตฺเตหีติ รญฺโญ กมฺเม นิยุตฺตปุริเสหิ. อาหจฺจวจเนนาติ สตฺถารา กรณาทีนิ อาหนิตฺวา ปวตฺติตวจเนน. ยเทตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.
จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๕. จูฬธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนา
๔๖๘. ธมฺโมติ คหิตคหณานีติ ธมฺโม วา โหตุ อิตโร วา, ธมฺโมติ ปคฺคหิตคฺคาหปฺปวตฺตา จริยาว. อายูหนกฺขเณติ ตสฺส ธมฺโมติ คหิตสฺส ปวตฺตนกฺขเณ. สุขนฺติ อกิจฺฉํ. เตนาห ‘‘สุกร’’นฺติ. ทุกฺขวิปากนฺติ อนิฏฺฐผลวิปจฺจนํ.
๔๖๙. ยถา จกฺขาทีนํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ยถาสกํ วิสยคฺคหณํ สภาวสิทฺธํ, เอวํ มนโสปิ. เต จ วิสยา อิฏฺฐาการโต คหเณ น โกจิ โทโส, ปุริสตฺตภาเว น จ เต โทสํ ปวตฺเตนฺตีติ อยํ เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ ลทฺธีติ อาห ‘‘วตฺถุกาเมสุปิ กิเลสกาเมสุปิ โทโส นตฺถี’’ติ, อสฺสาเทตฺวา วิสยปริโภเค นตฺถิ อาทีนโว, ตปฺปจฺจยา น โกจิ อนฺตราโยติ อธิปฺปาโย. ปาตพฺยตํ อาปชฺชนฺตีติ ปริภุญฺชนกตํ อุปคจฺฉนฺติ. ปริโภคตฺโถ หิ อยํ ปา-สทฺโท กตฺตุสาธโน จ ตพฺย-สทฺโท, ยถารุจิ ปริภุญฺชนฺตีติ อตฺโถ. กิเลสกาโมปิ อสฺสาทิยมาโน วตฺถุกามนฺโตคโธเยว, กิเลสกามวเสน ปน เนสํ อสฺสาเทตพฺพตาติ อาห ‘‘วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมน ปาตพฺยต’’นฺติ. กิเลสกาเมนาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ. ปาตพฺยตํ ปริภุญฺชิตพฺพตนฺติ เอตฺถาปิ กตฺตุวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โมฬึ กตฺวาติ เวณิพนฺธวเสน โมฬึ กตฺวา. ตาปสปริพฺพาชิกาหีติ ตาปสปพฺพชฺชูปคตาหิ. ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตีติ อิทํ ‘‘ปหานมาหํสู’’ติ ปทสฺเสว เววจนนฺติ ‘‘ปหานํ สมติกฺกมํ ปญฺญเปนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เตน กามา นาเมเต อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมาติ ยาถาวโต ปริชานนํ อิธ ‘‘ปหาน’’นฺติ อธิปฺเปตํ, น วินาภาวมตฺตนฺติ ทสฺเสติ. มาลุวาสิปาฏิกาติ มาลุวาวิทลํ มาลุวาผเล โปฏฺฏลิกา. สนฺตาสํ อาปชฺเชยฺยาติ สาเล อธิวตฺถเทวตาย ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺตํ. ตทา หิ ตสฺสา เอวํ โหติ. โกวิฬารปตฺตสทิเสหีติ มหาโกวิฬารปตฺตสณฺฐาเนหิ. สณฺฐานวเสน เหตํ วุตฺตํ, มาลุวาปตฺตา ปน โกวิฬารปตฺเตหิ มหนฺตตรานิ เจว ฆนตรานิ จ โหนฺติ. วิปุลพหุฆนครุปตฺตตาย มหนฺตํ ภารํ ชเนตฺวา. สาติ มาลุวาลตา. โอฆนนฺติ เหฏฺฐโต โอลมฺพนเหตุภูตํ ฆนภาวํ.
อนฺธวนสุภควนคฺคหณํ เตสํ อภิลกฺขิตภาวโต. นาฬิเกราทีสุ ติณชาตีสุ. ขาทนุปลกฺขณํ อุปจิกานํ อุฏฺฐหนคฺคหณนฺติ อาห ‘‘อุฏฺฐเหยฺยุ’’นฺติ. เกฬึ กโรนฺตี วิยาติ วิลมฺพนนที วิย เกฬึ กโรนฺตี. อิทานิ อหํ ตํ อชฺโฌตฺถรินฺติ ปโมทมานา วิย อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทมานา วิลมฺพนฺตี. สมฺผสฺโสปิ สุโข มุทุตลุณโกมลภาวโต. ทสฺสนมฺปิ สุขํ ฆนพหลปตฺตสํหตตาย. โสมนสฺสชาตาติ ปุพฺเพ อนุสฺสววเสน ภวนวินาสภยา สนฺตาสํ อาปชฺชิ, อิทานิ ตสฺสา สมฺปตฺติทสฺสเนน ปโลภิตา โสมนสฺสชาตา อโหสิ.
วิฏภึ กเรยฺยาติ อาตานวิตานวเสน ชเฏนฺตี ชาลํ กเรยฺย. ตถาภูตา จ ฆนปตฺตสญฺฉนฺนตาย ฉตฺตสทิสี โหตีติ อาห ‘‘ฉตฺตากาเรน ติฏฺเฐยฺยา’’ติ. สกลํ รุกฺขนฺติ อุปริ สพฺพสาขาปสาขํ สพฺพรุกฺขํ. ภสฺสมานาติ ปลิเวฐนวเสเนว โอตรมานา. ยาว มูลา โอติณฺณสาขาหีติ มาลุวา ภาเรน โอนมิตฺวา รุกฺขสฺส ยาว มูลา โอติณฺณสาขาหิ ปุน อภิรุหมานา. สพฺพสาขาติ เหฏฺฐา มชฺเฌ อุปริ จาติ สพฺพาปิ สาขาโย ปลิเวเฐนฺตี. สํสิพฺพิตฺวา ชาลสนฺตานกนิยาเมน ชเฏตฺวา. เอวํ อปราปรํ สํสิพฺพเนน อชฺโฌตฺถรนฺตี. สพฺพสาขา เหฏฺฐา กตฺวา สยํ อุปริ ฐตฺวา มหาภารภาเวน วาเต วา วายนฺเต เทเว วา วสฺสนฺเต ปทาเลยฺย. สาขฏฺฐกวิมานนฺติ สาขาปฏิพทฺธํ วิมานํ. ยสฺมา อิธ สตฺถารา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา ภูตปุพฺพเมว วตฺถุ อุปมาภาเวน อาหฏํ, ตสฺมา ‘‘อิทํ ปน วิมาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
๔๗๑. พหลราคสภาโวติ ปจฺจเวกฺขณาหิ นีหริตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย พลวา หุตฺวา อภิภวนราคธาตุโก. ราคชนฺติ ราคนิมิตฺตชาตํ. ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ อารมฺมเณติ ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ วิสภาคารมฺมเณ. นิมิตฺตํ คณฺหาตีติ กิเลสุปฺปตฺติยา การณภูตํ อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตํ คณฺหาติ, สิกฺขาคารเวน ปน กิเลเสหิ นิสฺสิตํ มคฺคํ น ปฏิปชฺชติ, ตโต เอว อาจริยุปชฺฌาเยหิ อาณตฺตํ ทณฺฑกมฺมํ กโรเตว. เตนาห ‘‘น เตฺวว วีติกฺกมํ กโรตี’’ติ. หตฺถปรามาสาทีนีติ – ‘‘เอหิ ตาว ตยา วุตฺตํ มยา วุตฺตญฺจ อมุตฺร คนฺตฺวา วีมํสิสฺสามา’’ติอาทินา หตฺถคฺคหณาทีนิ กโรนฺโต, น กรุณาเมตฺตานิทานวเสน. โมหชาติโกติ พหลโมหสภาโว.
๔๗๒. กมฺมนิยาเมนาติ ปุริมชาติสิทฺเธน โลภุสฺสทตาทินิยมิเตน กมฺมนิยาเมน. อิทานิ ตํ โลภุสฺสทตาทึ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กมฺมายูหนกฺขเณติ กมฺมกรณเวลาย. โลโภ พลวาติ ตชฺชาย สามคฺคิยา สามตฺถิยโต โลโภ อธิโก โหติ. อโลโภ มนฺโทติ ตปฺปฏิปกฺโข อโลโภ ทุพฺพโล โหติ. กถํ ปเนเต โลภาโลภา อญฺญมญฺญํ อุชุวิปจฺจนีกภูตา เอกกฺขเณ ปวตฺตนฺติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘เอกกฺขเณ ปวตฺตนฺตี’’ติ, นิกนฺติกฺขณํ ปน อายูหนกฺขณเมว กตฺวา เอวํ วุตฺตํ. เอส นโย เสเสสุ. ปริยาทาตุนฺติ อภิภวิตุํ น สกฺโกติ. โย หิ ‘‘เอวํสุนฺทรํ เอวํวิปุลํ เอวํมหคฺฆญฺจ น สกฺกา ปรสฺส ทาตุ’’นฺติอาทินา อมุตฺตจาคตาทิวเสน ปวตฺตาย เจตนาย สมฺปยุตฺโต อโลโภ สมฺมเทว โลภํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ. โทสโมหานํ อนุปฺปตฺติยํ ตาทิสปจฺจยลาเภเนว อโทสาโมหา พลวนฺโต. ตสฺมาติ โลภาโทสาโมหานํ พลวภาวโต อโลภโทสโมหานญฺจ ทุพฺพลภาวโตติ วุตฺตเมว การณํ ปจฺจามสติ. โสติ ตํสมงฺคี. เตน กมฺเมนาติ เตน โลภาทิอุปนิสฺสยวตา กุสลกมฺมุนา. สุขสีโลติ สขิโล. ตเมวตฺถํ อกฺโกธโนติ ปริยาเยน วทติ.
มนฺทา อโลภาโทสา โลภโทเส ปริยาทาตุํ น สกฺโกนฺติ, อโมโห ปน พลวา โมหํ ปริยาทาตุํ สกฺโกตีติ เอวํ ยถารหํ ปฐมวาเร วุตฺตนเยเนว อติเทสตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปุริมนเยเนวาติ ปุพฺเพ วุตฺตนยานุสาเรน. ทุฏฺโฐติ โกธโน. ทนฺโธติ มนฺทมญฺโญ. สุขสีลโกติ สุขสีโล.
เอตฺถ จ โลภวเสน, โทสโมห-โลภโทส-โลภโมห-โทสโมห-โลภโทสโมหวเสนาติ ตโย เอกกา, ตโย ทุกา, เอโก ติโกติ โลภาทิอุสฺสทวเสน อกุสลปกฺเข เอว สตฺต วารา, ตถา กุสลปกฺเข อโลภาทิอุสฺสทวเสนาติ จุทฺทส วารา ลพฺภนฺติ. ตตฺถ อโลภโทสโมหา, อโลภาโทสโมหา, อโลภโทสาโมหา พลวนฺโตติ อาคเตหิ กุสลปกฺเข ตติยทุติยปฐมวาเรหิ โทสุสฺสทโมหุสฺสทโทสโมหุสฺสทวารา คหิตา เอว โหนฺติ. ตถา อกุสลปกฺเข โลภาโทสาโมหา, โลภโทสาโมหา, โลภาโทสโมหา พลวนฺโตติ อาคเตหิ ตติยทุติยปฐมวาเรหิ อโทสุสฺสทอโมหุสฺสทอโทสาโมหุสฺสทวารา คหิตา เอวาติ อกุสลกุสลปกฺเขสุ ตโย ตโย วาเร อนฺโตคเธ กตฺวา อฏฺเฐว วารา ทสฺสิตา. เย ปน อุภยสมฺมิสฺสตาวเสน โลภาโลภุสฺสทวาราทโย อปเร เอกูนปญฺญาส วารา กามํ ทสฺเสตพฺพา, เตสํ อสมฺภวโต เอว น ทสฺสิตา. น หิ ‘‘เอกสฺมึ สนฺตาเน อนฺตเรน อวตฺถนฺตรํ โลโภ จ พลวา อโลโภ จา’’ติอาทิ ยุชฺชติ. ปฏิปกฺขวเสน วาปิ เอเตสํ พลวทุพฺพลภาโว สหชาตธมฺมวเสน วา. ตตฺถ โลภสฺส ตาว ปฏิปกฺขวเสน อนภิภูตตาย พลวภาโว, ตถา โทสโมหานํ อโทสาโมเหหิ. อโลภาทีนํ ปน โลภาทิอนภิภวนโต. สพฺเพสญฺจ สมานชาติยสมธิภุยฺย ปวตฺติวเสน สหชาตธมฺมโต พลวภาโว. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๗๒) – ‘‘โลโภ พลวา, อโลโภ มนฺโท. อโทสาโมหา พลวนฺโต, โทสโมหา มนฺทา’’ติอาทิ, โส จ เนสํ มนฺทพลวภาโว ปุริมูปนิสฺสยโต ตถา อาสยสฺส ปริภาวิตตาย เวทิตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘กมฺมนิยาเมนา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
จูฬธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. มหาธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนา
๔๗๓. เอวํ อิทานิ วุจฺจมานากาโร กาโม กามนํ อิจฺฉา เอเตสนฺติ เอวํกามา. เอวํ ฉนฺโท ฉนฺทนํ โรจนํ อชฺฌาสโย เอเตสนฺติ เอวํฉนฺทา. อภิมุขํ, อภินิวิสฺส วา ปกาเรหิ เอติ อุปคจฺฉตีติ อธิปฺปาโย, ลทฺธิ. สา หิ ลทฺธพฺพวตฺถุํ อภิมุขํ ‘‘เอวเมต’’นฺติ อภินิวิสนฺตี เตน เตน ปกาเรน อุปคจฺฉติ, หตฺถคตํ กตฺวา ติฏฺฐติ น วิสฺสชฺเชติ. เอวํ วุจฺจมานากาโร อธิปฺปาโย เอเตสนฺติ เอวํอธิปฺปายา. ภควา มูลํ การณํ เอเตสํ ยาถาวโต อธิคมายาติ ภควํมูลกา. เตนาห ‘‘ภควนฺตญฺหิ นิสฺสาย มยํ อิเม ธมฺเม อาชานาม ปฏิวิชฺฌามา’’ติ. อมฺหากํธมฺมาติ เตหิ อตฺตนา อธิคนฺตพฺพตาย วุตฺตํ. เสวิตพฺพานญฺหิ ยาถาวโต อธิคมญาณานิ อธิคจฺฉนกสมฺพนฺธีนิ, ตานิ จ สมฺมาสมฺพุทฺธมูลกานิ อนญฺญวิสยตฺตา. เตนาห ‘‘ปุพฺเพ กสฺสปสมฺพุทฺเธนา’’ติอาทิ. ภควา เนตา เตสนฺติ ภควํเนตฺติกา. เนตาติ เสวิตพฺพธมฺเม วิเนยฺยสนฺตานํ ปาเปตา. วิเนตาติ อเสวิตพฺพธมฺเม วิเนยฺยสนฺตานโต อปเนตา. ตทงฺควินยาทิวเสน วา วิเนตา. อนุเนตาติ อิเม ธมฺมา เสวิตพฺพา, อิเม น เสวิตพฺพาติ อุภยสมฺปาปนาปนยนตฺถํ ปญฺญเปตา. เตนาห ‘‘ยถาสภาวโต’’ติอาทิ.