๓. มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา

๔๔๙. ครุภาโว คารวํ, ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณียตา. สห คารเวนาติ สคารโว, ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺเต คารววเสน ปติสฺสวนํ ปติสฺสโว, สห ปติสฺสเวน สปฺปติสฺสโว, ปติสฺสวภูตํ ตํสภาคญฺจ ยํ กิญฺจิ ครุกรณํ. สคารเว สปฺปติสฺสวจนํ สคารวสปฺปติสฺสวจนํ. ครุกรณํ วา คารโว, สคารวสฺส สปฺปติสฺสวจนํ สคารวสปฺปติสฺสวจนํ. เอเตน สภาเวเนว สคารวสฺส ตถาปวตฺตํ วจนนฺติ ทสฺเสติ. อญฺญตฺถ ทุ-สทฺโท ครหตฺโถปิ โหติ ‘‘ทุกฺขํ ทุปฺปุตฺโต’’ติอาทีสุ วิย, อิธ ปน โส น สมฺภวติ กุจฺฉิตาย ปญฺญาย อภาวโตติ อาห ‘‘ปญฺญาย ทุฏฺฐํ นาม นตฺถี’’ติ. ‘‘ทุสฺสีโล’’ติอาทีสุ วิย อภาวตฺโถ ทุ-สทฺโทติ วุตฺตํ ‘‘อปฺปญฺโญ นิปฺปญฺโญติ อตฺโถ’’ติ. กิตฺตเกนาติ เกน ปริมาเณน. ตํ ปน ปริมาณํ ยสฺมา ปริเมยฺยสฺส อตฺถสฺส ปริจฺฉินฺทนํ โหติ, นุ-สทฺโท จ ปุจฺฉาย โชตโก, ตสฺมา ‘‘กิตฺตาวตา นุ โขติ การณปริจฺเฉทปุจฺฉา’’ติ วตฺวา ‘‘กิตฺตเกน นุ โข เอวํ วุจฺจตีติ อตฺโถ’’ติ อาห. ‘‘การณปริจฺเฉทปุจฺฉา’’ติ อิมินา ‘‘กิตฺตาวตา’’ติ สามญฺญโต ปุจฺฉาภาโว ทสฺสิโต, น วิเสสโต, ตสฺส ปุจฺฉาวิเสสภาวญาปนตฺถํ มหานิทฺเทเส อาคตา สพฺพาว ปุจฺฉา อตฺถุทฺธารนเยน ทสฺเสติ ‘‘ปุจฺฉา จ นามา’’ติอาทินา. อทิฏฺฐํ โชตียติ เอตายาติ อทิฏฺฐโชตนา, ปุจฺฉา. ทิฏฺฐสํสนฺทนา สากจฺฉาวเสน วินิจฺฉยกรณํ. วิมติ ฉิชฺชติ เอตายาติ วิมติจฺเฉทนา. อนุมติยา ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว’’ติอาทิปุจฺฉาย หิ ‘‘กึ ตุมฺหากํ อนุมตี’’ติ อนุมติ ปุจฺฉิตา โหติ. กเถตุํ กมฺยตาย ปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา.

ลกฺขณนฺติ ญาตุํ อิจฺฉิโต โย โกจิ สภาโว. อญฺญาตนฺติ เยน เกนจิ ญาเณน อญฺญาตภาวํ อาห. อทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนภูเตน ปจฺจกฺขํ วิย อทิฏฺฐตํ. อตุลิตนฺติ ‘‘เอตฺตกํ อิท’’นฺติ ตุลนภูเตน อตุลิตตํ. อตีริตนฺติ ตีรณภูเตน อกตญาณกิริยาสมาปนตํ. อวิภูตนฺติ ญาณสฺส อปากฏภาวํ. อวิภาวิตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตภาวํ. อิธ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา อธิปฺเปตา, น อทิฏฺฐโชตนา วิมติจฺเฉทนา จาติ.

กถมยํ อตฺโถ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘เถโร หี’’ติอาทิ. สยํ วินิจฺฉินนฺโตติ สยเมว เตสํ ปญฺหานํ อตฺถํ วิเสเสน นิจฺฉินนฺโต. อิทํ สุตฺตนฺติ อิทํ ปญฺจวีสติปญฺหปฏิมณฺฑิตสุตฺตํ, น ยํ กิญฺจิ อนวเสเสเนว มตฺถกํ ปาเปสีติ. ‘‘สยเมว ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตฺวา สยํ วินิจฺฉินนฺโต’’ติ เอตฺถ จตุกฺโกฏิกํ ภวตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิมาห. ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตุํเยว สกฺโกตีติ ปุจฺฉนวิธึเยว ชานาติ. น นิจฺเฉตุนฺติ นิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ, วิสฺสชฺชนวิธึ น ชานาตีติ อตฺโถ. วิเสสฏฺฐานนฺติ อญฺเญหิ อสทิสฏฺฐานํ. เถเรน สทิโสติ เถเรน สทิโส สาวโก นตฺถิ.

สํสนฺทิตฺวาติ สํโยเชตฺวา สมานํ กตฺวา, ยถา ตตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปวตฺตํ, ตถา ตํ อวิโลเมตฺวาติ อตฺโถ. ลีฬายนฺโตติ ลีฬํ กโรนฺโต. ธมฺมกถิกตาย อคฺคภาวปฺปตฺติยา ตตฺถ อปฺปฏิหตญาณตาย พุทฺธลีฬาย วิย จตุนฺนํ ปริสานํ คมนํ คณฺหนฺโต ธมฺมกถํ กเถติ.

อิโต วา เอตฺโต วา อนุกฺกมิตฺวาติ อุคฺคหิตกถามคฺคโต ยตฺถ กตฺถจิ อีสกมฺปิ อนุกฺกมิตฺวา อุคฺคหิตนิยาเมเนวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยฏฺฐิโกฏิ’’นฺติอาทิ. เอกปทิกนฺติ เอกปทนิกฺเขปมตฺตํ. ทณฺฑกเสตุนฺติ เอกทณฺฑกมยํ เสตุํ. เหฏฺฐา จ อุปริ จ สุตฺตปทานํ อาหรเณน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ เหฏฺฐุปริยํ กโรนฺโต. ชาตสฺสรสทิสญฺจ คาถํ, สุตฺตปทํ วา นิกฺขิปิตฺวา ตตฺถ นานาอุปมาการณานิ อาหรนฺโต ตานิ จ เตหิ สุตฺตปเทหิ โพเธนฺโต สมุฏฺฐาเปนฺโต ‘‘ชาตสฺสเร ปญฺจวณฺณานิ กุสุมานิ ผุลฺลาเปนฺโต วิย สิเนรุมตฺถเก วฏฺฏิสหสฺสํ ชาเลนฺโต วิยา’’ติ วุตฺโต.

เอกปทุทฺธาเรติ เอกสฺมึ ปทุทฺธารณกฺขเณ. ปทวเสน สฏฺฐิ ปทสตสหสฺสานิ คาถาวเสน ปนฺนรส คาถาสหสฺสานิ. อากฑฺฒิตฺวา คณฺหนฺโต วิยาติ ปจฺเจกํ ปุปฺผานิ อโนจินิตฺวา วลฺลิเมว อากฑฺฒิตฺวา เอกชฺฌํ ปุปฺผานิ กตฺวา คณฺหนฺโต วิย. เตนาห ‘‘เอกปฺปหาเรเนวา’’ติ. คติมนฺตานนฺติ อติสยาย ญาณคติยา ยุตฺตานํ. ธิติมนฺตานนฺติ ธารณพเลน ยุตฺตานํ.

อนนฺตนยุสฺสทนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนภาสิตตฺถนิพฺพานวิปากกิริยาทิวเสน อนนฺตปเภเท วิสเย ปวตฺติยา อนนฺตนเยหิ อุสฺสนฺนํ อุปจิตํ. จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิกานํ ติตฺเถ ฐปิตนาวา วิยาติ โยชนา. สหสฺสยุตฺตอาชญฺญรโถติ เวชยนฺตรถํ สนฺธาย วทติ.

ยสฺมา ปุจฺฉายํ พฺยาปนิจฺฉานเยน ‘‘ทุปฺปญฺโญ ทุปฺปญฺโญ’’ติ อาเมฑิตวเสน วุตฺตํ, ตสฺมา ธมฺมเสนาปติ ปุจฺฉิตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต ปุจฺฉาสภาเคน ‘‘นปฺปชานาติ นปฺปชานาตี’’ติ อาเมฑิตวเสเนวาห. ตตฺถ อิติ-สทฺโท การณตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา นปฺปชานาติ, ตสฺมา ทุปฺปญฺโญติ วุจฺจตี’’ติ อาห. อิทํ ทุกฺขนฺติ อิทํ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ. ตญฺจ โข รุปฺปนํ เวทิยนํ สญฺชานนํ อภิสงฺขรณํ วิชานนนฺติ สงฺเขปโต เอตฺตกํ. อิโต อุทฺธํ กิญฺจิ ธมฺมชาตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ นาม นตฺถีติ ยาถาวสรสลกฺขณโต ปวตฺติกฺกมโต เจว ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามลกฺขณโต จ ยถาภูตํ อริยมคฺคปญฺญาย นปฺปชานาติ. อวเสสปจฺจยสมาคเม อุทยติ อุปฺปชฺชติ, สฺวายํ สมุทโย สํสารปวตฺติภาเวนาติ อาห ‘‘ปวตฺติทุกฺขปภาวิกา’’ติ, ทุกฺขสจฺจสฺส อุปฺปาทิกาติ อตฺโถ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ อนุปจฺเฉทกรณรสโต เจว สมฺปิณฺฑนนิทานสํโยคปลิโพธลกฺขณโต จ.

อิทํ นาม ฐานํ ปตฺวาติ อิทํ นาม อปฺปวตฺติการณํ อาคมฺม. นิรุชฺฌตีติ อนุปฺปาทนิโรธวเสน นิรุชฺฌติ, เตนาห ‘‘อุภินฺนํ อปฺปวตฺตี’’ติ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ อจฺจุติรสโต เจว นิสฺสรณวิเวกาสงฺขตามตลกฺขณโต จ. อยํ ปฏิปทาติ อยํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิกา สโมธานลกฺขณา ปฏิปชฺชติ เอตายาติ ปฏิปทา. ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉตีติ ทุกฺขนิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน คจฺฉติ อารพฺภ ปวตฺตติ. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ ยถาภูตํ กิเลสปฺปหานกรณสรสโต เจว นิยฺยานเหตุทสฺสนาธิปเตยฺยลกฺขณโต จ นปฺปชานาติ. อนนฺตรวาเรติ ทุติยวาเร. อิมินาว นเยนาติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปฐมวาเร วุตฺตนเยน. ตตฺถ หิ ทุปฺปญฺญนิทฺเทสตฺตา ปชานนปฏิกฺเขปวเสน เทสนา อาคตา, อิธ ปญฺญวนฺตนิทฺเทสตฺตา ปชานนวเสนาติ อยเมว วิเสโส. เอตฺถาติ ทุติยวาเร.

สวนโตติ กมฺมฏฺฐานสฺส สวนโต อุคฺคณฺหาติ. คนฺถสวนมุเขน หิ ตทตฺถสฺส อุคฺคหณํ. ฐเปตฺวา ตณฺหนฺติอาทิ ตสฺส อุคฺคหณาการนิทสฺสนํ. อภินิวิสตีติ วิปสฺสนาภินิเวสวเสน อภินิวิสติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ ปฏฺฐเปติ. โน วิวฏฺเฏติ วิวฏฺเฏ อภินิเวโส น โหติ อวิสยตฺตา. อยนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก.

ปญฺจกฺขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ขนฺธวเสน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส จกฺขาทิวเสน เวทนาทิวเสน จ สติปิ อเนกวิธตฺเต สุกรํ สุวิญฺเญยฺยนฺติ จตุธาตุมุเขน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธาตุกมฺมฏฺฐานวเสน โอตริตฺวา’’ติ อาห. รูปนฺติ ววตฺถเปตีติ รุปฺปนฏฺเฐน รูปนฺติ อสงฺกรโต ปริจฺฉินฺทติ. ตทารมฺมณาติ ตํ รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตนกา. นามนฺติ เวทนาทิจตุกฺกํ นมนฏฺเฐน นามนฺติ ววตฺถาเปติ. ยมกตาลกฺขนฺธํ ภินฺทนฺโต วิย ยมกํ ภินฺทิตฺวา ‘‘อรูปํ, รูปญฺจา’’ติ เทฺวว อิเม ธมฺมา, น เอตฺถ โกจิ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วาติ นามรูปํ ววตฺถเปติ ปริจฺฉินฺทติ ปริคฺคณฺหาติ. เอตฺตาวตา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ ทสฺสิตา. ตํ ปเนตํ นามรูปํ น อเหตุกํ. ยสฺมา สพฺพํ สพฺพตฺถ สพฺพทา จ นตฺถิ, ตสฺมา สเหตุกํ. กีทิเสน เหตุนา? น อิสฺสราทิวิสมเหตุนา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๔๔๗) วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. สเหตุกตฺตา เอว สปจฺจยํ. อวิชฺชาทโยติ อวิชฺชาตณฺหุปาทานกมฺมาหาราทโย. เอวนฺติ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย เจว รูปเวทนาทิเก ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเม จ ววตฺถเปตฺวา ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปริคฺคเหตฺวา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย, ตณฺหาสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐). เอตฺตาวตา กงฺขาวิตรณวิสุทฺธึ ทสฺเสติ.

หุตฺวาติ เหตุปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชิตฺวา. อภาวฏฺเฐนาติ ตทนนฺตรเมว วินสฺสนฏฺเฐน. อนิจฺจาติ อนิจฺจา อทฺธุวา. อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปตีติ เตสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อนิจฺจตาสงฺขาตํ สามญฺญลกฺขณํ นิโรเปติ. ตโตติ อนิจฺจลกฺขณาโรปนโต ปรํ, ตโต วา อนิจฺจภาวโต. อุทยพฺพยปฺปฏิปีฬนากาเรนาติ อุปฺปาทนิโรเธหิ ปติ ปติ อภิกฺขณํ ปีฬนากาเรน เหตุนา ทุกฺขา อนิฏฺฐา, ทุกฺขมา วา. อวสวตฺตนากาเรนาติ กสฺสจิ วเสน อวสวตฺตนากาเรน. อนตฺตาติ น สยํ อตฺตา, นาปิ เนสํ โกจิ อตฺตา อตฺถีติ อนตฺตาติ. ติลกฺขณํอาโรเปตฺวาติ เอวํ อนิจฺจสฺส ทุกฺขภาวโต, ทุกฺขสฺส จ อนตฺตภาวโต ขนฺธปญฺจเก ติวิธมฺปิ สามญฺญลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. สมฺมสนฺโตติ อุทยพฺพยญาณุปฺปตฺติยา อุปฺปนฺเน วิปสฺสนุปกฺกิเลเส ปหาย มคฺคามคฺคํ ววตฺถเปตฺวา อุทยพฺพยญาณาทิวิปสฺสนาปฏิปาฏิยา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต โคตฺรภุญาณานนฺตรํ โลกุตฺตรมคฺคํ ปาปุณาติ.

เอกปฏิเวเธนาติ เอเกเนว ญาเณน ปฏิวิชฺฌเนน. ปฏิเวโธ ปฏิฆาตาภาเวน วิสเย นิสฺสงฺคจารสงฺขาตํ นิพฺพิชฺฌนํ. อภิสมโย อวิรชฺฌิตฺวา อธิคมนสงฺขาโต อวโพโธ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ยาถาวโต ชานนเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปริญฺญาปฏิเวโธ, อิทญฺจ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน มคฺคญาณสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘ตสฺมิญฺจสฺส ขเณ’’ติอาทิ. ปหีนสฺส ปุน อปหาตพฺพตาย ปกฏฺฐํ หานํ จชนํ สมุจฺฉินฺทนํ ปหานํ, ปหานเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปหานปฏิเวโธ. อยมฺปิ เยน กิเลเสน อปฺปหียมาเนน มคฺคภาวนาย น ภวิตพฺพํ, อสติ จ มคฺคภาวนาย โย อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส ปทฆาตํ กโรนฺตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺตสฺส ญาณสฺส ตถาปวตฺติยา ปฏิฆาตาภาเวน นิสฺสงฺคจารํ อุปาทาย เอวํ วุตฺโต. สจฺฉิกิริยา ปจฺจกฺขกรณํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกาทิเก มุญฺจิตฺวาว สรูปโต อารมฺมณกรณํ ‘‘อิทํ ต’’นฺติ ยาถาวสภาวโต คหณํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ. อยมฺปิ ยสฺส อาวรณสฺส อสมุจฺฉินฺทนโต ญาณํ นิโรธํ อาลมฺพิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺส สมุจฺฉินฺทนโต ตํ สรูปโต วิภาวิตเมว ปวตฺตตีติ เอวํ วุตฺโต.

ภาวนา อุปฺปาทนา วฑฺฒนา จ. ตตฺถ ปฐมมคฺเค อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา, ทุติยาทีสุ วฑฺฒนฏฺเฐน, อุภยตฺถาปิ วา อุภยํ เวทิตพฺพํ. ปฐมมคฺโคปิ หิ ยถารหํ วุฏฺฐานคามินิยํ ปวตฺตํ ปริชานนาทึ วฑฺเฒนฺโต ปวตฺโตติ ตตฺถาปิ วฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ทุติยาทีสุปิ อปฺปหีนกิเลสปฺปหานโต ปุคฺคลนฺตรสาธนโต จ อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ภาวนาปฏิเวโธ. อยมฺปิ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา มคฺคธมฺมานํ สรูปปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺโต. ติฏฺฐนฺตุ ตาว ยถาธิคตา มคฺคธมฺมา, ยถาปวตฺเตสุ ผเลสุปิ อยํ ยถาธิคตสจฺจธมฺเมสุ วิย วิคตสมฺโมโหว โหติ เสกฺโขปิ สมาโน. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ (มหาว. ๒๗). ยถา จสฺส ธมฺมา ตาสํ โชติตา ยถาธิคตสจฺจธมฺมาวลมฺพินิโย มคฺควีถิโต ปรโต มคฺคผลปหีนาวสิฏฺฐกิเลสนิพฺพานานํ ปจฺจเวกฺขณา ปวตฺตนฺติ. ทุกฺขสจฺจธมฺมา หิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย. อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ปริญฺญาภิสมเยนาติอาทีสุปิ วิภาเวตพฺพา. กิจฺจโตติ อสมฺโมหโต. นิโรธํ อารมฺมณโตติ เอตฺถ ‘‘อารมฺมณโตปี’’ติ ปิ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ นิโรเธปิ อสมฺโมหปฏิเวธสฺส ลพฺภนโต. เอตสฺสาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิกสฺส ปุคฺคลสฺส.

ปญฺญวาติ นิทฺทิฏฺโฐ นิปฺปริยายโต ปญฺญวนฺตตาย อิธ อธิปฺเปตตฺตา. ปาฬิโตติ ธมฺมโต. อตฺถโตติ อฏฺฐกถาโต. อนุสนฺธิโตติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต ตํตํอนุสนฺธิโต. ปุพฺพาปรโตติ ปุพฺเพนาปรสฺส สํสนฺทนโต. สงฺคีติกฺกเมน เจตฺถ ปุพฺพาปรตา เวทิตพฺพา. ตํตํเทสนายเมว วา ปุพฺพภาเคน อปรภาคสฺส สํสนฺทนโต. วิญฺญาณจริโตติ วิชานนจริโต วีมํสนจริโต เตปิฏเก พุทฺธวจเน วิจารณาจารเวปุลฺลโต. ปญฺญวาติ น วตฺตพฺโพ มคฺเคนาคตาย ปญฺญาย อภาวโต. อชฺช อชฺเชว อรหตฺตนฺติ อิตฺตรํ อติขิปฺปเมวาติ อธิปฺปาโย. ปญฺญวาปกฺขํ ภชติ เสกฺขปริยายสพฺภาวโต. สุตฺเต ปน ปฏิเวโธว กถิโต สจฺจาภิสมยวเสน อาคตตฺตา.

เอสาติ อนนฺตเร วุตฺโต อริยปุคฺคโล. กมฺมการกจิตฺตนฺติ ภาวนากมฺมสฺส ปวตฺตนกจิตฺตํ. สุขเวทนมฺปิ วิชานาตีติ โก เวทิยติ, กสฺส เวทนา, กึการณา เวทนา, โสปิ กสฺสจิ อภาวคฺคหณมุเขน สุขํ เวทนํ สภาวโต สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต จ ยถาภูตํ ปริจฺฉินฺทนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโต สุขํ เวทนํ วิชานาติ นาม. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ยสฺมา ‘‘สติปฏฺฐาเน’’ติ อิมินา สติปฏฺฐานกถํ อุปลกฺเขติ. ตาย หิ ตทตฺโถ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ตํสํวณฺณนายมฺปิ (ที. นิ. ฏี. ๒.๓๘๐) วุตฺตนเยน ตสฺสตฺโถ เวทิตพฺโพ. กามญฺเจตํ วิญฺญาณํ เวทนาโต อญฺญมฺปิ อารมฺมณํ วิชานาติ, อนนฺตรวาเร ปน รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส ทสฺสิตตฺตา อิธ อรูปมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘สุขนฺติปิ วิชานาตี’’ติอาทินา นิทฺทิฏฺฐํ, ปุจฺฉนฺตสฺส วา อชฺฌาสยวเสน.

สํสฏฺฐาติ สมฺปยุตฺตา. เตนาห ‘‘เอกุปฺปาทาทิลกฺขเณน สํโยคฏฺเฐนา’’ติ. วิสํสฏฺฐาติ วิปฺปยุตฺตา. ภินฺทิตฺวาติ อญฺญภูมิกสฺส อญฺญภูมิทสฺสเนเนว วินาเสตฺวา, สํภินฺทิตฺวา วา. สํสฏฺฐภาวํ ปุจฺฉตีติ ตํจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานํ ปญฺจวิญฺญาณานํ สํสฏฺฐภาวํ ปุจฺฉติ. ยทิ เอวํ กถํ ปุจฺฉาย อวสโร วิสํสฏฺฐภาวาสงฺกาย เอว อภาวโต? น, จิตฺตุปฺปาทนฺตรคตานํ มคฺคปญฺญามคฺควิญฺญาณานํ วิปสฺสนาปญฺญาวิปสฺสนาวิญฺญาณานญฺจ โวมิสฺสกสํสฏฺฐภาวสฺส ลพฺภมานตฺตา. วินิวฏฺเฏตฺวาติ อญฺญมญฺญโต วิเวเจตฺวา. นานากรณํ ทสฺเสตุํ น สกฺกาติ อิทํ เกวลํ สํสฏฺฐภาวเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น สภาวเภทํ, สภาวเภทโต ปน นานากรณํ เนสํ ปากฏเมว. เตนาห ‘‘อารมฺมณโต วา วตฺถุโต วา อุปฺปาทโต วา นิโรธโต วา’’ติ. อิทานิ ตเมว สภาวเภทํ วิสยเภเทน สุฏฺฐุ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เตสํ เตสํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิสโยติ ปวตฺติฏฺฐานํ อิสฺสริยภูมิ, เยน จิตฺตปญฺญานํ ตตฺถ ตตฺถ ปุพฺพงฺคมตา วุจฺจติ.

กามญฺจ วิปสฺสนาปิ ปญฺญาวเสเนว กิจฺจการี, มคฺโคปิ วิญฺญาณสหิโตว, น เกวโล, ยถา ปน โลกิยธมฺเมสุ จิตฺตํ ปธานํ ตตฺถสฺส โธรยฺหภาเวน ปวตฺติสพฺภาวโต. ตถา หิ ตํ ‘‘ฉทฺวาราธิปติ ราชา’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๘๑) วุจฺจติ, เอวํ โลกุตฺตรธมฺเมสุ ปญฺญา ปธานา ปฏิปกฺขวิธมนสฺส วิเสสโต ตทธีนตฺตา. ตถา หิ มคฺคธมฺเม สมฺมาทิฏฺฐิ เอว ปฐมํ คหิตา. อยญฺจ เนสํ วิสยวเสน ปวตฺติเภโท, ตถา จ ปญฺญาปนวิธิ น เกวลํ เถเรเหว ทสฺสิโต, อปิจ โข ภควตาปิ ทสฺสิโตติ วิภาเวนฺโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธปี’’ติอาทิมาห. ยตฺถ ปญฺญา น ลพฺภติ, ตตฺถ จิตฺตวเสน ปุจฺฉเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ ยถา ‘‘กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขู’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๓๒-๑๓๕). ยตฺถ ปน ปญฺญา ลพฺภติ, ตตฺถาปิ จิตฺตวเสน โชตนา โหติ ยถา – ‘‘อชฺฌตฺตเมว จิตฺตํ สณฺฐเปติ สนฺนิสาเทติ เอโกทึ กโรติ สมาทหติ (สํ. นิ. ๔.๓๓๒), ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑). อฏฺฐกถายํ ปน โลกิยธมฺเมสุ จิตฺตวเสน, โลกุตฺตรธมฺเมสุ ปญฺญาวเสน โจทนํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘กตมา เต ภิกฺขุ ปญฺญา อธิคตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เยภุยฺยวเสน เจตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ กตฺถจิ โลกิยธมฺมา ปญฺญาสีเสนปิ นิทฺทิสียนฺติ – ‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภิโน กามสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ หานภาคินี ปญฺญา’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑). สญฺญาสีเสนปิ – ‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญาติ วา เสสรูปารูปสญฺญาติ วา อิเม ธมฺมา เอกตฺถา, อุทาหุ นานตฺถา’’ติอาทีสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๔๕.ปทภาชนียวณฺณนา). ตถา โลกุตฺตรธมฺมาปิ กตฺถจิ จิตฺตสีเสน นิทฺทิสียนฺติ – ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ จิตฺตํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๒๗๗), ตถา ผสฺสาทิสีเสนปิ – ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ผสฺสํ ภาเวติ, เวทนํ สญฺญํ เจตนํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๒๗๗).

จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสูติ สปฺปุริสเสวนา, สทฺธมฺมสฺสวนํ, โยนิโสมนสิกาโร, ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตีติ อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติมคฺคสฺส การเณสุ. กามํ เจเตสุ สติอาทโยปิ ธมฺมา อิจฺฉิตพฺพาว เตหิ วินา เตสํ อสมฺภวโต, ตถาปิ เจตฺถ สทฺธา วิเสสโต กิจฺจการีติ เวทิตพฺพา. สทฺโท เอว หิ สปฺปุริเส ปยิรุปาสติ, สทฺธมฺมํ สุณาติ, โยนิโส จ มนสิ กโรติ, อริยมคฺคสฺส จ อนุธมฺมํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสูติ จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานภาวนาย. จตูสุ สติปฏฺฐาเนสูติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สทฺธา วิย สมฺมปฺปธานภาวนาย วีริยํ วิย จ สติปฏฺฐานภาวนาย – ‘‘สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺส’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. ๑.๑๐๖; สํ. นิ. ๕.๓๘๔, ๔๐๗) วจนโต ปุพฺพภาเค กิจฺจโต สติ อธิกา อิจฺฉิตพฺพา. เอวํ สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิ, ‘‘อริยสจฺจภาวนา ปญฺญาภาวนา’’ติ กตฺวา ตตฺถ ปญฺญา ปุพฺพภาเค อธิกา อิจฺฉิตพฺพาติ ปากโฏยมตฺโถ, อธิคมกฺขเณ ปน สมาธิปญฺญานํ วิย สพฺเพสมฺปิ อินฺทฺริยานํ สทฺธาทีนํ สมรสตาว อิจฺฉิตพฺพา. ตถา หิ ‘‘เอตฺถ สทฺธินฺทฺริย’’นฺติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ เอตฺถคฺคหณํ กตํ. เอวนฺติ ยํ ฐานํ, ตํ อินฺทฺริยสมตฺตาทึ ปจฺจามสติ. สวิสยสฺมึเยวาติ อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอว. โลกิยโลกุตฺตรา ธมฺมา กถิตาติ โลกิยธมฺมา โลกุตฺตรธมฺมา จ เตน เตน ปวตฺติวิเสเสน กถิตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สทฺธาปญฺจเมสุ อินฺทฺริเยสุ สห ปวตฺตมาเนสุ ตตฺถ ตตฺถ วิสเย สทฺธาทีนํ กิจฺจาธิกตาย ตสฺส ตสฺเสว ทฏฺฐพฺพตา วุตฺตา, น สพฺเพสํ. เอวํ อญฺเญปิ โลกิยโลกุตฺตรา ธมฺมา ยถาสกํ วิสเย ปวตฺติวิเสสวเสน โพธิตาติ.

อิทานิ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ตตฺถ ตตฺถ อติเรกกิจฺจตํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺริทํ อุปมาสํสนฺทนํ ราชปญฺจมา สหายา วิย วิมุตฺติปริปาจกานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ. เนสํ กีฬนตฺถํ เอกชฺฌํ วีถิโอตรณํ วิย อินฺทฺริยานํ เอกชฺฌํ วิปสฺสนาวีถิโอตรณํ. สหาเยสุ ปฐมาทีนํ ยถาสกเคเหว วิจารณา วิย สทฺธาทีนํ โสตาปตฺติองฺคาทีนิ ปตฺวา ปุพฺพงฺคมตา. สหาเยสุ อิตเรสํ ตตฺถ ตตฺถ ตุณฺหีภาโว วิย เสสินฺทฺริยานํ ตตฺถ ตตฺถ ตทนฺวยตา. ตสฺส ปุพฺพงฺคมภูตสฺส อินฺทฺริยสฺส กิจฺจานุคตตา. น หิ ตทา เตสํ สสมฺภารปถวีอาทีสุ อาปาทีนํ วิย กิจฺจํ ปากฏํ โหติ, สทฺธาทีนํเยว ปน กิจฺจํ วิภูตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ ปุเรตรํ ตถาปจฺจเยหิ จิตฺตสนฺตานสฺส อภิสงฺขตตฺตา. เอตฺถ จ วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ภาวนา วิเสสโต ปญฺญุตฺตราติ ทสฺสนตฺถํ ราชานํ นิทสฺสนํ กตฺวา ปญฺญินฺทฺริยํ วุตฺตํ. อิตีติอาทิ ยถาธิคตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ.

มคฺควิญฺญาณมฺปีติ อริยมคฺคสหคตํ อปจยคามิวิญฺญาณมฺปิ. ตเถว ตํ วิชานาตีติ สจฺจธมฺมํ ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา นเยเนว วิชานาติ เอกจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา มคฺคานุกูลตฺตา จ. ยํ วิชานาตีติ เอตฺถ วิชานนปชานนานิ วิปสฺสนาจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนานิ อธิปฺเปตานิ, น ‘‘ยํ ปชานาตี’’ติ เอตฺถ วิย มคฺคจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนาติ อาห ‘‘ยํ สงฺขารคต’’นฺติอาทิ. ตเถวาติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา นเยน. เอกจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตฺตา วิปสฺสนาภาวโต จ สมานปจฺจเยหิ สห ปวตฺติกตา เอกุปฺปาทตา, ตโต เอว เอกชฺฌํ สเหว นิรุชฺฌนํ เอกนิโรธตา, เอกํเยว วตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺติ เอกวตฺถุกตา, เอกํเยว อารมฺมณํ อารพฺภ ปวตฺติ เอการมฺมณตา. เหตุมฺหิ เจตํ กรณวจนํ. เตน เอกุปฺปาทาทิตาย สํสฏฺฐภาวํ สาเธติ. อนวเสสปริยาทานญฺเจตํ, อิโต ตีหิปิ สมฺปยุตฺตลกฺขณํ โหติเยว.

มคฺคปญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ, สา หิ เอกนฺตโต ภาเวตพฺพา, น ปริญฺเญยฺยา, ปญฺญาย ปน ภาเวตพฺพตาย ตํสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ ตคฺคติกาว โหนฺตีติ อาห ‘‘ตํสมฺปยุตฺตํ ปนา’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ วิปสฺสนาปญฺญาย ภาวนาวเสน ปวตฺตนโต ตํสมฺปยุตฺตวิญฺญาณมฺปิ ตเถว ปวตฺตติ, ตสฺส ปน ปริญฺเญยฺยภาวานติวตฺตนโต ปริญฺเญยฺยตา วุตฺตา. เตเนวาห – ‘‘ยมฺปิ ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺม’’นฺติ.

๔๕๐. เอวํ สนฺเตปีติ เวทนาติ เอวํ สามญฺญคฺคหเณ สติปิ. เตภูมิกสมฺมสนจารเวทนาวาติ ภูมิตฺตยปริยาปนฺนา, ตโต เอว สมฺมสนญาณสฺส โคจรภูตา เวทนา เอว อธิปฺเปตา สพฺรหฺมจารีนํ อุปการาวหภาเวน เทสนาย อารทฺธตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิกาน’’นฺติอาทิ. เอส นโย ปญฺญายปิ. อิธ สุขาทิสทฺทา ตทารมฺมณวิสยาติ อิมมตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘รูปญฺจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนฺตทุกฺขนฺติ เอกนฺเตเนว อนิฏฺฐํ, ตโต เอว ทุกฺขมตาย ทุกฺขํ. อารมฺมณกรณวเสน ทุกฺขเวทนาย อนุปติตํ, โอติณฺณญฺจาติ ทุกฺขานุปติตํ, ทุกฺขาวกฺกนฺตํ. สุเขน อนวกฺกนฺตํ อภวิสฺสาติ โยชนา. นยิทนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. สารชฺเชยฺยุนฺติ สาราคํ อุปฺปาเทยฺยุํ. สุขนฺติ สภาวโต จ อิฏฺฐํ. สาราคา สํยุชฺชนฺตีติ พหลราคเหตุ ยถารหํ ทสหิปิ สํโยชเนหิ สํยุชฺชนฺติ. สํโยคา สํกิลิสฺสนฺตีติ ตถา สํยุตฺตตาย ตณฺหาสํกิเลสาทิวเสน สํกิลิสฺสนฺติ, วิพาธียนฺติ อุปตาปียนฺติ จาติ อตฺโถ. อารมฺมณนฺติ อิฏฺฐํ, อนิฏฺฐํ, มชฺฌตฺตญฺจ อารมฺมณํ ยถากฺกมํ สุขํ, ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขนฺติ กถิตํ. เอวํ อวิเสเสน ปญฺจปิ ขนฺเธ สุขาทิอารมฺมณภาเวน ทสฺเสตฺวา อิทานิ เวทนา เอว สุขาทิอารมฺมณภาเวน ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปากติกปจุรชนวเสนายํ กถิตาติ กตฺวา ‘‘ปุริมํ สุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. วิเสสลาภี ปน อนาคตมฺปิ สุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กโรเตว. วุตฺตเมตํ สติปฏฺฐานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๘๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗๙). เวทนาย หิ อารมฺมณํ เวทิยนฺติยา ตํสมงฺคีปุคฺคโล เวเทตีติ โวหารมตฺตํ โหติ.

สพฺพสญฺญายาติ สพฺพายปิ จตุภูมิกสญฺญาย. สพฺพตฺถกสญฺญายาติ สพฺพสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท ปวตฺตนกสญฺญาย. วตฺเถ วาติ วา-สทฺเทน วณฺณธาตุํ สงฺคณฺหาติ. ปาเปนฺโตติ ภาวนํ อุปจารํ วา อปฺปนํ วา อุปเนนฺโต. อุปฺปชฺชนกสญฺญาปีติ ‘‘นีลํ รูปํ, รูปารมฺมณํ นีล’’นฺติ อุปฺปชฺชนกสญฺญาปิ.

อสพฺพสงฺคาหิกตฺตาติ สพฺเพสํ เวทนาสญฺญาวิญฺญาณานํ อสงฺคหิตตฺตา. ตกฺกคตนฺติ สุตฺตกนฺตนกตกฺกมฺหิ, สุตฺตวตฺตนกตกฺกมฺหิ วา เวฐนวเสน ฐิตํ. ปริวฏฺฏกาทิคตนฺติ สุตฺตเวฐนปริวฏฺฏกาทิคตํ. วิสฺสฏฺฐตฺตาว น คหิตา, ยทคฺเคน ปญฺญา วิญฺญาเณน สทฺธึ สมฺปโยคํ ลภาปิตา, ตทคฺเคน เวทนาสญฺญาหิปิ สมฺปโยคํ ลภาปิตา เอวาติ. ตเทว สญฺชานาติ สํสฏฺฐภาวโต.

สญฺชานาติ วิชานาตีติ เอตฺถ ‘‘ปชานาตี’’ติ ปทํ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ ปชานนวเสนปิ วิเสสสฺส วกฺขมานตฺตา. ชานาตีติ อยํ สทฺโท จ ลทฺทโตเยเวตฺถ อวิเสโส, อตฺถโต ปน วิเสสโต อิจฺฉิตพฺโพ. อเนกตฺถตฺตา หิ ธาตูนํ เตน อาขฺยาตปเทน นามปเทน จ วุตฺตมตฺถํ อุปสคฺคปทํ โชตกภาเวน วิเสเสติ, น วาจกภาเวน. เตนาห ‘‘ตสฺสปิ ชานนตฺเถ วิเสโส เวทิตพฺโพ’’ติ. เอเตน สญฺญาวิญฺญาณปญฺญาปทานิ อนฺโตคธชานนตฺเถ ยถาสกํ วิสิฏฺฐวิสเย จ นิฏฺฐานีติ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘สญฺญา หี’’ติอาทิ. สญฺชานนมตฺตเมวาติ เอตฺถ มตฺต-สทฺเทน วิเสสนิวตฺติอตฺเถน วิชานนปชานนากาเร นิวตฺเตติ, เอว-สทฺเทน กทาจิปิ อิมิสฺสา เต วิเสสา นตฺเถวาติ อวธาเรติ. เตเนวาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณกิจฺจมฺปิ กาตุํ อสกฺโกนฺตี สญฺญา กุโต ปญฺญากิจฺจํ กเรยฺยาติ ‘‘ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ’’จฺเจว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘มคฺคปาตุภาว’’นฺติ.

อารมฺมเณ ปวตฺตมานํ วิญฺญาณํ น สญฺญา วิย นีลปีตาทิมตฺตสญฺชานนวเสน ปวตฺตติ, อถ โข ตตฺถ อญฺญมฺปิ ตาทิสํ วิเสสํ ชานนฺตเมว ปวตฺตตีติ อาห ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติอาทิ. กถํ ปน วิญฺญาณํ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตีติ? ปญฺญาย ทสฺสิตมคฺเคน. ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย หิ อเนกวารํ ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปวตฺตมานาย ปคุณภาวโต ปริจยวเสน ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ วิปสฺสนา สมฺภวติ, ยถา ตํ ปคุณสฺส คนฺถสฺส อชฺฌยเน ตตฺถ ตตฺถ คตาปิ วารา น อุปธารียนฺติ. ‘‘ลกฺขณปฏิเวธ’’นฺติ จ ลกฺขณานํ อารมฺมณกรณมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปฏิวิชฺฌนํ. อุสฺสกฺกิตฺวาติ อุทยพฺพยญาณาทิญาณปฏิปาฏิยา อารภิตฺวา. มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ อสมฺโพธสภาวตฺตา. อารมฺมณมฺปิ สญฺชานาติ อวพุชฺฌนวเสเนว, น สญฺชานนมตฺเตน. ตถา ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, น วิชานนมตฺเตน, อตฺตโน ปน อญฺญาสาธารเณน อานุภาเวน อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อชาตพุทฺธีติ อสญฺชาตพฺยวหารพุทฺธิ. อุปโภคปริโภคนฺติ อุปโภคปริโภคารหํ, อุปโภคปริโภควตฺถูนํ ปฏิลาภโยคฺคนฺติ อตฺโถ. กูโฏติ กหาปณปติรูปโก ตมฺพกํสาทิมโย. เฉโกติ มหาสาโร. กรโตติ อฑฺฒสาโร. สโณฺหติ มุทุชาติโก สมสาโร. อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ปาทสารปโรปาทสารอฑฺฒสาราทีนํ สงฺคโห. ชานนฺโต จ ปน นํ รูปํ ทิสฺวาปิ…เป… อสุกาจริเยน กโตติปิ ชานาติ ตถา เหรญฺญิกคนฺถสฺส สุคฺคหิตตฺตา. เอวเมวนฺติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. สญฺญาวิภาคํ อกตฺวา ปิณฺฑวเสเนว อารมฺมณสฺส คหณโต ทารกสฺส กหาปณทสฺสนสทิสา วุตฺตา. ตถา หิ สา ยถาอุปฏฺฐิตวิสยปทฏฺฐานา วุจฺจติ. วิญฺญาณํ อารมฺมเณ เอกจฺจวิเสสคฺคหณสมตฺถภาวโต คามิกปุริสกหาปณทสฺสนสทิสํ วุตฺตํ. ปญฺญา ปน อารมฺมเณ อนวเสสาวโพธโต เหรญฺญิกกหาปณทสฺสนสทิสา วุตฺตา. เนสนฺติ สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ. วิเสโสติ สภาววิเสโส. ทุปฺปฏิวิชฺโฌ ปกติปญฺญาย. อิมินาว เนสํ อจฺจนฺตสุขุมตํ ทสฺเสติ.

เอการมฺมเณ ปวตฺตมานานนฺติ เอกสฺมึเยว อารมฺมเณ ปวตฺตมานานํ. เตน อภินฺนวิสยาภินฺนกาลตาทสฺสเนน อวินิพฺโภควุตฺติตํ วิภาเวนฺโต ทุปฺปฏิวิชฺฌตํเยว อุลฺลิงฺเคติ. ววตฺถานนฺติ อสงฺกรโต ฐปนํ. อยํ ผสฺโส…เป… อิทํ จิตฺตนฺติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. อิติ-สทฺโท วา อาทิอตฺโถ. เตน เสสธมฺมานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิทนฺติ อรูปีนํ ธมฺมานํ ววตฺถานกรณํ. ตโตติ ยํ วุตฺตํ ติลเตลาทิอุทฺธรณํ, ตโต. ยทิ ทุกฺกรตรํ, กถํ ตนฺติ อาห ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ.

๔๕๑. นิสฺสเฏนาติ นิกฺขนฺเตน อตํสมฺพนฺเธน. ปริจฺจตฺเตนาติ ปริจฺจตฺตสทิเสน ปจฺจยภาวานุปคมเนน ปจฺจยุปฺปนฺนสมฺพนฺธาภาวโต. นิสฺสกฺกวจนํ อปาทานทีปนโต. กรณวจนํ กตฺตุอตฺถทีปนโต. กามาวจรมโนวิญฺญาณํ น นิยมโต ‘‘อิทํ นาม ปญฺจทฺวาริกาสมฺพนฺธา’’ติ สกฺกา วตฺตุํ, รูปาวจรวิญฺญาณํ ปน น ตถาติ, ตสฺเสว ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ นิสฺสฏตา วุตฺตาติ อาห ‘‘รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานจิตฺเตนา’’ติ. จตุตฺถชฺฌานคฺคหณํ ตสฺเสว อรูปาวจรสฺส ปทฏฺฐานภาวโต. ปริสุทฺเธนาติ วิเสสโต อสํกิเลสิกตฺตาว. ตญฺหิ วิคตูปกฺกิเลสตาย วิเสสโต ปริสุทฺธํ. เตนาห ‘‘นิรุปกฺกิเลเสนา’’ติ. ชานิตพฺพํ เนยฺยํ, สปรสนฺตาเนสุ อิทํ อติสยํ ชานิตพฺพโต พุชฺฌิตพฺพํ โพเธตพฺพํ วาติ อตฺโถ. เนยฺยนฺติ วา อตฺตโน สนฺตาเน เนตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นิพฺพตฺเตตุํ สกฺกา โหติ. เอตฺถ ฐิตสฺส หิ สา อิชฺฌตี’’ติ. ปาฏิเยกฺกนฺติ วิสุํ วิสุํ, อนุปทธมฺมวเสนาติ อตฺโถ. อภินิเวสาภาวโตติ วิปสฺสนาภินิเวสสฺส อสมฺภวโต. กลาปโต นยโตติ กลาปสมฺมสนสงฺขาตโต นยวิปสฺสนโต. ภิกฺขุโนติ สาวกสฺส. สาวกสฺเสว หิ ตตฺร อนุปทธมฺมวิปสฺสนา น สมฺภวติ, น สตฺถุ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. วิสฺสชฺเชสีติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหติ.

หตฺถคตตฺตาติ หตฺถคตสทิสตฺตา, อาสนฺนตฺตาติ อตฺโถ. ยทา หิ โลกนาโถ โพธิมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน – ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔, ๑๐) ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ กตฺวา อธิคนฺตพฺพสพฺพญฺญุตญฺญาณานุรูปํ ฉตฺตึสโกฏิสหสฺสมุเขน มหาวชิรญาณํ นาม มหาโพธิสตฺตสมฺมสนํ ปวตฺเตนฺโต อเนกาการสมาปตฺติธมฺมสมฺมสเน อนุปทเมว เนวสญฺญานาสญฺญายตนธมฺเมปิ อปราปรํ สมฺมสิ. เตนาห ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ. ปโรปญฺญาสาติ เทฺวปญฺญาสํ. กามญฺเจตฺถ เกจิ ธมฺมา เวทนาทโย ผสฺสปญฺจมกาทีสุ วุตฺตาปิ ฌานโกฏฺฐาสาทีสุปิ สงฺคหิตา, ตํตํปจฺจยภาววิสิฏฺเฐน ปน อตฺถวิเสเสน ธมฺมนฺตรานิ วิย โหนฺตีติ เอวํ วุตฺตํ. ตถา หิ โลกุตฺตรจิตฺตุปฺปาเทสุ นวินฺทฺริยตา วุจฺจติ. องฺคุทฺธาเรนาติ ตตฺถ ลพฺภมานฌานงฺคโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคานํ อุทฺธรเณน. องฺค-สทฺโท วา โกฏฺฐาสปริยาโย, ตสฺมา องฺคุทฺธาเรนาติ ผสฺสปญฺจมกาทิโกฏฺฐาสานํ สมุทฺธรเณน. ยาวตา สญฺญาสมาปตฺติโยติ ยตฺตกา สญฺญาสหคตา ฌานสมาปตฺติโย, ตาหิ วุฏฺฐาย อธิคนฺธพฺพตฺตา ตาวติกา เวเนยฺยานํ อญฺญาปฏิเวโธ อรหตฺตสมธิคโม.

ทสฺสนปริณายกฏฺเฐนาติ อนฺธสฺส ยฏฺฐิโกฏึ คเหตฺวา มคฺคเทสโก วิย ธมฺมานํ ยถาสภาวทสฺสนสงฺขาเตน ปริณายกภาเวน. ยถา วา โส ตสฺส จกฺขุภูโต, เอวํ สตฺตานํ ปญฺญา. เตนาห ‘‘จกฺขุภูตาย ปญฺญายา’’ติ. สมาธิสมฺปยุตฺตา ปญฺญา สมาธิปญฺญา. สมาธิ เจตฺถ อารุปฺปสมาธีติ วทนฺติ, สมฺมสนปโยโค ปน โกจิ ฌานสมาธีติ ยุตฺตํ. วิปสฺสนาภูตา ปญฺญา วิปสฺสนาปญฺญา. สมาธิปญฺญาย อนฺโตสมาปตฺติยํ กิจฺจโต ปชานาติ, ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ ปน วจนโต (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙-๑๐๐; ๓.๕.๑๐๗๑-๑๐๗๒; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๒.๑.๑๔) อสมฺโมหโต ปชานาติ. ตตฺถ กิจฺจโตติ โคจรชฺฌตฺเต อารมฺมณกรณกิจฺจโต. อสมฺโมหโตติ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ สมฺโมหวิธมนโต ยถา ปีติปฏิสํเวทนาทีสุ. กิมตฺถิยาติ กึปโยชนาติ อาห ‘‘โก เอติสฺสา อตฺโถ’’ติ. อภิญฺเญยฺเย ธมฺเมติ ยาถาวสรสลกฺขณาวโพธวเสน อภิมุขํ เญยฺเย ชานิตพฺเพ ขนฺธายตนาทิธมฺเม. อภิชานาตีติ สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต จ อภิมุขํ อวิรชฺฌนวเสน ชานาติ. เอเตน ญาตปริญฺญาพฺยาปารมาห. ปริญฺเญยฺเยติ อนิจฺจาติปิ ทุกฺขาติปิ อนตฺตาติปิ ปริจฺฉิชฺช ชานิตพฺเพ. ปริชานาตีติ ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ…เป… อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนา’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานาติ. อิมินา ตีรณปริญฺญาพฺยาปารมาห. ปหาตพฺเพ ธมฺเมติ นิจฺจสญฺญาทิเก ยาว อรหตฺตมคฺควชฺฌา สพฺเพ ปาปธมฺเม. ปชหติ ปกฏฺฐโต ชหติ, วิกฺขมฺเภติ เจว สมุจฺฉินฺทติ จาติ อตฺโถ. อิมินา ปหานปริญฺญาพฺยาปารมาห. สา ปเนสา ปญฺญา โลกิยาปิ ติปฺปการา โลกุตฺตราปิ, ตาสํ วิเสสํ สยเมวาห. กิจฺจโตติ อภิชานนวเสน อารมฺมณกิจฺจโต. อสมฺโมหโตติ ยถาพลํ อภิญฺเญยฺยาทีสุ สมฺโมหวิธมนโต. นิพฺพานมารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตนโต อภิญฺเญยฺยาทีสุ วิคตสมฺโมหโต เอวาติ อาห ‘‘โลกุตฺตรา อสมฺโมหโต’’ติ.

๔๕๒. กมฺมสฺสกตา สมฺมาทิฏฺฐิ จ วฏฺฏนิสฺสิตตฺตา อิธ นาธิปฺเปตา, วิวฏฺฏกถา เหสาติ วุตฺตํ ‘‘วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา จ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา จา’’ติ. ปรโต โฆโสติ ปรโต สตฺถุโต, สาวกโต วา ลพฺภมาโน ธมฺมโฆโส. เตนาห ‘‘สปฺปายธมฺมสฺสวน’’นฺติ. ตญฺหิ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺโกติ, น โย โกจิ ปรโตโฆโส. อุปายมนสิกาโรติ เยน นามรูปปริคฺคหาทิ สิชฺฌติ, ตาทิโส ปถมนสิกาโร. อยญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปจฺจโยติ นิยมปกฺขิโก, น สพฺพสํคาหโกติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปจฺเจกพุทฺธานํ ปนา’’ติอาทิมาห. โยนิโสมนสิการสฺมึเยวาติ อวธารเณน ปรโตโฆสเมว นิวตฺเตติ, น ปทฏฺฐานวิเสสํ ปฏิโยคีนิวตฺตนตฺถตฺตา เอว-สทฺทสฺส.

ลทฺธุปการาติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๒๕) ยถารหํ นิสฺสยาทิวเสน ลทฺธปจฺจยา. วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา อนุคฺคหิตภาเวน คหิตตฺตา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐีสุ จ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ, อนนฺตรสฺส หิ วิธิ, ปฏิเสโธ วา. อคฺคผลสมาธิมฺหิ ตปฺปริกฺขารธมฺเมสุเยว จ เกวโล เจโตปริยาโย นิรุโฬฺหติ สมฺมาทิฏฺฐีติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ผลกฺขเณติ อนนฺตเร กาลนฺตเร จาติ ทุวิเธ ผลกฺขเณ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน สพฺพสํกิเลเสหิ เจโต วิมุจฺจติ เอตายาติ เจโตวิมุตฺติ, อคฺคผลปญฺญํ ฐเปตฺวา อวเสสา ผลธมฺมา. เตนาห ‘‘เจโตวิมุตฺติ ผลํ อสฺสาติ. เจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ ผลํ อานิสํโส’’ติ, สพฺพสํกิเลเสหิ เจตโส วิมุจฺจนสงฺขาตํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนสญฺญิตํ ปหานํ ผลํ อานิสํโส จาติ โยชนา. อิธ จ เจโตวิมุตฺติ-สทฺเทน ปหานมตฺตํ คหิตํ, ปุพฺเพ ปหายกธมฺมา, อญฺญถา ผลธมฺมา เอว อานิสํโสติ คยฺหมาเน ปุนวจนํ นิรตฺถกํ สิยา.

ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสาติ เอตฺถาปิ เอวเมว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา สีลสภาวตฺตา วิเสสโต สมาธิสฺส อุปการา, ตถา สมฺมาสงฺกปฺโป ฌานสภาวตฺตา. ตถา หิ โส ‘‘อปฺปนา’’ติ นิทฺทิฏฺโฐ. สมฺมาสติสมฺมาวายามา ปน สมาธิปกฺขิยา เอวาติ อาห ‘‘อวเสสา ธมฺมา เจโตวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา’’ติ. จตุปาริสุทฺธิสีลนฺติ อริยมคฺคาธิคมสฺส ปทฏฺฐานภูตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สุตาทีสุปิ เอเสว นโย. อตฺตโน จิตฺตปฺปวตฺติอาโรจนวเสน สห กถนํ สํกถา, สํกถาว สากจฺฉา. อิธ ปน กมฺมฏฺฐานปฏิพทฺธาติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐาเน…เป… กถา’’ติ. ตตฺถ กมฺมฏฺฐานสฺส เอกวารํ วีถิยา อปฺปฏิปชฺชนํ ขลนํ, อเนกวารํ ปกฺขลนํ, ตทุภยสฺส วิจฺเฉทนีกถา ขลนปกฺขลนเฉทนกถา. ปูเรนฺตสฺสาติ วิวฏฺฏนิสฺสิตํ กตฺวา ปาเลนฺตสฺส พฺรูเหนฺตสฺส จ. สุณนฺตสฺสาติ ‘‘ยถาอุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คมิสฺสตี’’ติ เอวํ สุณนฺตสฺส. เตเนว หิ ‘‘สปฺปายธมฺมสฺสวน’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ ภาวนานุโยคกมฺมํ กโรนฺตสฺส.

ปญฺจสุปิ ฐาเนสุ อนฺต-สทฺโท เหตุอตฺถโชตโน ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ‘‘ยถา หี’’ติอาทินา วุจฺจมานา อมฺพุปมา จ ยุชฺเชยฺย. อุทกโกฏฺฐกนฺติ อาลวาลํ. ถิรํ กตฺวา พนฺธตีติ อสิถิลํ ทฬฺหํ นาติมหนฺตํ นาติขุทฺทกํ กตฺวา โยเชติ. ถิรํ กโรตีติ อุทกสิญฺจนกาเล ตโต ตโต วิสฺสริตฺวา อุทกสฺส อนิกฺขมนตฺถํ อาลวาลํ ถิรตรํ กโรติ. สุกฺขทณฺฑโกติ ตสฺเสว อมฺพคจฺฉกสฺส สุกฺโข สาขาสีสโก. กิปิลฺลิกปุโฏติ ตมฺพกิปิลฺลิกกุฏชํ. ขณิตฺตินฺติ กุทาลํ. โกฏฺฐกพนฺธนํ วิย สีลํ สมฺมาทิฏฺฐิยา วฑฺฒนุปายสฺส มูลภาวโต. อุทกสิญฺจนํ วิย ธมฺมสฺสวนํ ภาวนาย ปริพฺรูหนโต. มริยาทาย ถิรภาวกรณํ วิย สมโถ ยถาวุตฺตภาวนาธิฏฺฐานาย สีลมริยาทาย ทฬฺหภาวาปาทนโต. สมาหิตสฺส หิ สีลํ ถิรตรํ โหติ. สมีเป วลฺลิอาทีนํ หรณํ วิย กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนํ อิชฺฌิตพฺพภาวนาย วิพนฺธาปนยนโต. มูลขณนํ วิย สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ ภาวนา ตสฺสา วิพนฺธสฺส มูลกานํ ตณฺหามานทิฏฺฐีนํ ปลิขณนโต. เอตฺถ จ ยสฺมา สุปริสุทฺธสีลสฺส กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺตสฺส สปฺปายธมฺมสฺสวนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตโต ยถาสุเต อตฺเถ สากจฺฉาสมาปชฺชนํ, ตโต กมฺมฏฺฐานวิโสธเนน สมถนิปฺผตฺติ, ตโต สมาหิตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส วิปสฺสนาปาริปูริ. ปริปุณฺณวิปสฺสโน มคฺคสมฺมาทิฏฺฐึ ปริพฺรูเหตีติ เอวเมเตสํ องฺคานํ ปรมฺปราย สมฺมุขา จ อนุคฺคณฺหนโต อยมานุปุพฺพี กถิตาติ เวทิตพฺพํ.

๔๕๓. อิธ กึ ปุจฺฉตีติ อิธ เอวํ อรหตฺตผลํ ปาปิตาย เทสนาย ‘‘กติ ปนาวุโส, ภวา’’ติ ภวํ ปุจฺฉนฺโต กีทิสํ อนุสนฺธึ อุปาทาย ปุจฺฉตีติ อตฺโถ. เตเนว หิ ‘‘มูลเมว คโต อนุสนฺธี’’ติ วตฺวา อธิปฺปายํ ปกาเสนฺโต ‘‘ทุปฺปญฺโญ’’ติอาทิมาห. ทุปฺปญฺโญติ หิ อิธ อปฺปฏิวิทฺธสจฺโจ อธิปฺเปโต, น ชโฬ เอว. กามภโวติอาทีสุ กมฺโมปปตฺติเภทโต ทุวิโธปิ ภโว อธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามภวูปคํ กมฺม’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเคตํสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๔๗; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๖๔๖-๖๔๗) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ปุนพฺภวสฺสาติ ปุนปฺปุนํ อปราปรํ ภวนโต ชายนโต ปุนพฺภโวติ ลทฺธนามสฺส วฏฺฏปพนฺธสฺส. เตนาห ‘‘อิธ วฏฺฏํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อภินิพฺพตฺตีติ ภวโยนิคติอาทิวเสน นิพฺพตฺติ. ตหึ ตหึ ตสฺมึ ตสฺมึ ภวาทิเก. อภินนฺทนาติ ตณฺหาอภินนฺทนเหตุ. คมนาคมนํ โหตีติอาทินา ภวาทีสุ สตฺตานํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิโย ทสฺเสติ. ขยนิโรเธนาติ อจฺจนฺตขยสงฺขาเตน อนุปฺปาทนิโรเธน. อุภยเมตํ น วตฺตพฺพํ ปหานาภิสมยภาวนาภิสมยานํ อจฺจาสนฺนกาลตฺตา. วตฺตพฺพํ ตํ เหตุผลธมฺมูปจารวเสน. ยถา หิ ปทีปุชฺชลนเหตุโก อนฺธการวิคโม, เอวํ วิชฺชุปฺปาทเหตุโก อวิชฺชานิโรโธ, เหตุผลธมฺมา จ สมานกาลาปิ ปุพฺพาปรกาลา วิย โวหรียนฺติ ยถา – ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ม. นิ. ๓.๔๒๐, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนกิริยา. คมนํ อุปจฺฉิชฺชติ อิธ กามภเว ปรินิพฺพาเนน. อาคมนํ อุปจฺฉิชฺชติ ตตฺถ รูปารูเปสุ ปรินิพฺพาเนน. คมนาคมนํ อุปจฺฉิชฺชติ สพฺพโส อปราปรุปฺปตฺติยา อภาวโต.

๔๕๔. วิวฏฺฏกถาย ปรโต โชติตํ ปฐมํ ฌานํ วิวฏฺฏํ ปตฺวา ฐิตสฺส อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน อุภโตภาควิมุตฺตสฺส นิโรธสาธกํ วิภาวิตุํ ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘กตมํ ปนาวุโสติ อิธ กึ ปุจฺฉตี’’ติอาทิ. ตถา หิ อนนฺตรํ นิโรธสมาปชฺชนเกน ภิกฺขุนา ชานิตพฺพานิ ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปโยคปหานงฺคานิ ปุจฺฉิตานิ. องฺคววตฺถานนฺติ ฌานงฺคววตฺถานํ. โกฏฺฐาสปริจฺเฉโทติ ตตฺถ ลพฺภมานผสฺสปญฺจมกาทิธมฺมโกฏฺฐาสปริจฺเฉโท ชานิตพฺโพ. อิมสฺมึ ฌาเน เอตฺตกา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ, เอตฺตกา นิโรธิตาติ ชานิตพฺพํ. อุปการานุปการานิ องฺคานีติ นิโรธสมาปตฺติยา อุปการานิ จ อนุปการานิ จ องฺคานิ. นิโรธสมาปตฺติยา หิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ จ ปตฺตพฺพตฺตา ตํตํญาณสฺส สมาธิจริยาหิ สมติกฺกมิตพฺพา ธมฺมา อนุปการกงฺคานิ, สมติกฺกมกา อุปการกงฺคานิ. เตสญฺหิ วเสน ยถานุปุพฺพํ อุปสนฺตุปสนฺตโอฬาริกภาวาย ภวคฺคสมาปตฺติยา สงฺขาราวเสสสุขุมตํ ปตฺตา จิตฺตเจตสิกา ยถาปริจฺฉินฺนํ กาลํ นิรุชฺฌนฺติ, อปฺปวตฺตึ คจฺฉนฺติ. ตสฺสาติ นิโรธสฺส. อนนฺตรปจฺจยนฺติ อนนฺตรปจฺจยสทิสํ. น หิ นิโรธสฺส โกจิ ธมฺโม อนนฺตรปจฺจโย นาม อตฺถิ. ยญฺหิ ตทา จิตฺตเจตสิกานํ ตถา นิรุชฺฌนํ, ตํ ยถาวุตฺตปุพฺพาภิสงฺขารเหตุกาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อโหสีติ สา ตสฺส อนนฺตรปจฺจโย วิย โหตีติ ตํ วุตฺตํ. ฉ สมาปตฺติโยติ สุตฺตนฺตนเยน วุตฺตสุตฺตนฺตปิฏกสํวณฺณนาติ กตฺวา. ‘‘สตฺต สมาปตฺติโย’’ติ ปน วตฺตพฺพํ, อญฺญถา อิทํ ‘‘จตุรงฺคิก’’นฺติ น วตฺตพฺพํ สิยา. นยํ วา ทสฺเสตฺวาติ อาทิอนฺตทสฺสนวเสน นยทสฺสนํ กตฺวา.

๔๕๕. เอวํ นิโรธสฺส ปาทกํ วิภาเวตฺวา อิทานิ อนฺโตนิโรเธ อนุปพนฺธภาวโต ปญฺจนฺนํ ปสาทานํ ปจฺจยปุจฺฉเน ปฐมํ ตาว เต สรูปโต อาเวณิกโต อาเวณิกวิสยโต ปฏิสฺสรณโต จ ปุจฺฉนวเสน ปาฬิ ปวตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาณนิสฺสเย ปญฺจ ปสาเท ปุจฺฉนฺโต’’ติ อาห. โคจรวิสยนฺติ เอตฺถ กามํ ตพฺพหุลจาริตาเปกฺขํ โคจรคฺคหณํ, อนญฺญตฺถภาวาเปกฺขํ วิสยคฺคหณนฺติ อตฺเถว โคจรวิสยภาวานํ วิเสโส, วิวริยมานํ ปน อุภยมฺปิ อารมฺมณสภาวเมวาติ อาห ‘‘โคจรภูตํ วิสย’’นฺติ. เอเกกสฺสาติ เอโก เอกสฺส, อญฺโญ อญฺญสฺสาติ อตฺโถ. อญฺญตฺโถ หิ อยํ เอก-สทฺโท ‘‘อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗) วิย. สเจ หีติอาทิ อภูตปริกปฺปนวจนเมตํ. ตตฺถ สโมธาเนตฺวาติ เอกชฺฌํ กตฺวา. วินาปิ มุเขนาติอาทินา อตฺถสลฺลาปิกนิทสฺสนํ นาม ทสฺเสติ. ยถา วิญฺญาณาธิฏฺฐิตเมว จกฺขุ รูปํ ปสฺสติ, น เกวลํ, เอวํ จกฺขุนิสฺสยเมว วิญฺญาณํ ตํ ปสฺสติ, น อิตรนฺติ อาห ‘‘จกฺขุปสาเท อุปเนหี’’ติ. เตน เตสํ ตตฺถ สํหจฺจการิตํ ทสฺเสติ. ยทิ วา นีลํ ยทิ วา ปีตกนฺติ อิทํ นีลปีตาทิสภาวชานนมตฺตํ สนฺธายาห. นีลํ ปีตกนฺติ ปชานนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นตฺเถว อวิกปฺปกภาวโต. เอเตสํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ. นิสฺสยสีเสน นิสฺสิตปุจฺฉา เหสา, เอวญฺหิ วิสยานุภวนโจทนา สมตฺถิตา โหติ. เตนาห ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ หี’’ติอาทิ. ยถาสกํ วิสยํ รชฺชนาทิวเสน อนุภวิตุํ อสมตฺถานิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ, ตตฺถ สมตฺถตาเยว จ นตฺถิ, น กิญฺจิ อตฺถโต ปฏิสรนฺตานิ วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘กึ เอตานิ ปฏิสรนฺตี’’ติ. ชวนมโน ปฏิสรณนฺติ ปญฺจทฺวาริกํ อิตรญฺจ สาธารณโต วตฺวา ปุน ยาย’สฺส รชฺชนาทิปวตฺติยา ปฏิสรณตา, สา สวิเสสา ยตฺถ ลพฺภติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มโนทฺวาริกชวนมโน วา’’ติ อาห. เอตสฺมึ ปน ทฺวาเรติ จกฺขุทฺวาเร ชวนํ รชฺชติ วา ทุสฺสติ วา มุยฺหติ วา, ยโต ตตฺถ อญฺญาณาทิอสํวโร ปวตฺตติ.

ตตฺราติ ตสฺมึ ชวนมนสฺเสว ปฏิสรณภาเว. ทุพฺพลโภชกาติ หีนสามตฺถิยา ราชโภคฺคา. เสวกานํ คณนาย โยชิตทิวเส ลพฺภมานกหาปโณ ยุตฺติกหาปโณ. อนฺทุพนฺธเนน พทฺธสฺส วิสฺสชฺชเนน ลพฺภมานกหาปโณ พนฺธกหาปโณ. กิญฺจิ ปหรนฺเต มา ปหรนฺตูติ ปฏิกฺขิปโต ทาตพฺพทณฺโฑ มาปหารกหาปโณ. โส สพฺโพปิ ปริตฺตเกสุ คามิกมนุสฺเสสุ ตถา ลพฺภมาโน เอตฺตโก โหตีติ อาห ‘‘อฏฺฐกหาปโณ วา’’ติอาทิ. สตวตฺถุกนฺติ สตกรีสวตฺถุกํ. เอส นโย เสสปททฺวเยปิ. ตตฺถาติอาทิ อุปมาสํสนฺธนํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

๔๕๖. อนฺโตนิโรธสฺมึ ปญฺจ ปสาเทติ นิโรธสมาปนฺนสฺส ปวตฺตมาเน ปญฺจ ปสาเท. กิริยมยปวตฺตสฺมินฺติ ชวนาทิกิริยานิพฺพตฺตกธมฺมปฺปวตฺติยํ. พลวปจฺจยา โหนฺตีติ ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจยา โหนฺติ, อุปตฺถมฺภกภาเวน พลวปจฺจยา โหนฺติ. ชีวิตินฺทฺริยํ ปฏิจฺจาติ อินฺทฺริยอตฺถิอวิคตปจฺจยวเสน ปจฺจยภูตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ปญฺจวิโธปิ ปสาโท ติฏฺฐติ. ชีวิตินฺทฺริเยน วินา น ติฏฺฐติ ชีวิตินฺทฺริยรหิตสฺส กมฺมสมุฏฺฐานรูปกลาปสฺส อภาวโต. ตสฺมาติ ยสฺมา อนุปาลนลกฺขเณน ชีวิเตน อนุปาลิตา เอว อุสฺมา ปวตฺตติ, น เตน อนนุปาลิตา, ตสฺมา อุสฺมา อายุํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ. ชาลสิขํ ปฏิจฺจ อาภา ปญฺญายตีติ ชาลสิขาสงฺขาตภูตสงฺฆาตํ สเหว ปวตฺตมานํ นิสฺสาย ‘‘อาภา’’ติ ลทฺธนามา วณฺณธาตุ ‘‘อุชฺชลติ, อนฺธการํ วิธมติ, รูปคตานิ จ วิทํเสตี’’ติอาทีหิ ปกาเรหิ ญายติ. ตํ อาโลกํ ปฏิจฺจาติ ตํ วุตฺตปฺปการํ อาโลกํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา. ชาลสิขา ปญฺญายตีติ ‘‘อปฺปิกา, มหตี, อุชุ, กุฏิลา’’ติอาทินา ปากฏา โหติ.

ชาลสิขา วิย กมฺมชเตโช นิสฺสยภาวโต. อาโลโก วิย ชีวิตินฺทฺริยํ ตนฺนิสฺสิตภาวโต. อิทานิ อุปโมปมิตพฺพานํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาลสิขา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาโลกํ คเหตฺวาว อุปฺปชฺชตีติ อิมินา ยถา ชาลสิขาย สเหว อาโลโก อุปฺปชฺชติ, เอวํ กมฺมชุสฺมนา สเหว ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ ทสฺเสติ. ชาลสิขาสนฺนิสฺสโย ตสฺสา สติเยว โหนฺโต อาโลโก ตาย อุปฺปาทิโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อตฺตนา ชนิตอาโลเกเนวา’’ติ. อุสฺมา นาเมตฺถ กมฺมสมุฏฺฐานา เตโชธาตุ ตนฺนิสฺสิตญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ ตทนุปาลกญฺจาติ อาห ‘‘กมฺมชมหาภูตสมฺภเวน ชีวิตินฺทฺริเยน อุสฺมาย อนุปาลน’’นฺติ. น เกวลํ ขณฏฺฐิติยา เอว, อถ โข ปพนฺธานุปจฺเฉทสฺสปิ ชีวิตินฺทฺริยํ การณนฺติ อาห ‘‘วสฺสสตมฺปิ กมฺมชเตชปวตฺตํ ปาเลตี’’ติ. อุสฺมา อายุโน ปจฺจโย โหนฺโต เสสภูตสหิโต เอว โหตีติ อาห ‘‘มหาภูตานี’’ติ. ตถา อายุปิ สหชาตรูปํ ปาเลนฺตเมว อุสฺมาย ปจฺจโย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘มหาภูตานิ ปาเลตี’’ติ.

๔๕๗. อายุ เอว อินฺทฺริยปจฺจยาทิวเสน สหชาตธมฺมานํ อนุปาลนวเสน สงฺขรณโต อายุสงฺขาโร. พหุวจนนิทฺเทโส ปน อเนกสตสหสฺสเภเทสุ รูปกลาเปสุ ปวตฺติยา อเนกเภทนฺติ กตฺวา. อารมฺมณรสํ อนุภวนฺตีติ เวทนิยา ยถา ‘‘นิยฺยานิกา’’ติ. เตนาห ‘‘เวทนา ธมฺมาวา’’ติ. สุขาทิเภทภินฺนตฺตา พหุวจนนิทฺเทโส. อิเมสํ อายุสงฺขารเวทนานํ เอกนฺตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มรเณน ภวิตพฺพํ เวทนาย นิรุทฺธตฺตา. อายุสงฺขารานํ ตถา อนิรุทฺธตฺตา นิโรธสฺส สมาปชฺชนเมว น สิยา, กุโต วุฏฺฐานํ. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘เต จ หาวุโส’’ติอาทิ. วุฏฺฐานํ ปญฺญายติ สญฺญาเวทนาทีนํ อุปฺปตฺติยา. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘โย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุกฺกณฺฐิตฺวาติ นานารมฺมณาปาตโต นิพฺพินฺทิตฺวา. ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสนาติ ยถาปริจฺฉินฺเน กาเล สมฺปตฺเต. รูปชีวิตินฺทฺริยปจฺจยาติ อินฺทฺริยปจฺจยภูตา. ชาลาปวตฺตํ วิย อรูปธมฺมา เตชุสฺสทภาวโต วิสโยภาสนโต จ. อุทกปฺปหาโร วิย นิโรธสมาปตฺติยา ปุพฺพาภิสงฺขาโร. ปิหิตองฺคารา วิย รูปชีวิตินฺทฺริยํ อุสฺมามตฺตตาย อโนภาสนโต. ยถาปริจฺฉินฺนกาลาคมนนฺติ ยถาปริจฺฉินฺนกาลสฺส อุปคมนํ. อนุรูปปตฺติวเสเนว รูปปวตฺติคฺคหณํ. อิมํ รูปกายํ ชหนฺตีติ อิมสฺมา รูปกายา กเฬวรา วิคจฺฉนฺติ นปฺปวตฺตนฺติ.

กาเยน สงฺขรียนฺตีติ กายสงฺขารา ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ วจีสงฺขารา. วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา หิ วาจํ ภินฺทติ กเถติ. จิตฺเตน สงฺขรียนฺตีติ จิตฺตสงฺขารา ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติโต. จิตฺตสงฺขารนิโรธโจทนาย รูปนิโรโธ วิย จิตฺตนิโรโธ อโจทิโต เตสํ ตโต อญฺญตฺตาติ น จิตฺตสมฺปยุตฺตนิโรโธ เอกนฺติโก วิตกฺกาทินิโรเธ ตทภาวโต. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘วาจา อนิรุทฺธา โหตี’’ติ, ตมฺปิ น. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ หิ วจีสงฺขารา, เตสุ นิรุทฺเธสุ กถํ วาจาย อนิโรโธ. จิตฺตํ ปน นิรุทฺเธสุปิ จิตฺตสงฺขาเรสุ เตหิ อนภิสงฺขตตฺตา วิตกฺกาทินิโรโธ วิย ปวตฺตติเยวาติ อยเมตฺถ ปรสฺส อธิปฺปาโย. อานนฺตริยกมฺมํ กตํ ภเวยฺย, จิตฺตสฺส อนิรุทฺธตฺตา ตํ นิสฺสาย จ รูปธมฺมานํ อนปคตตฺตา เต ชีวนฺติ เอว นามาติ. พฺยญฺชเน อภินิเวสํ อกตฺวาติ ‘‘จิตฺตสงฺขารา นิรุทฺธา’’ติ วจนโต เตว นิรุทฺธา, น จิตฺตนฺติ เอวํ เนยฺยตฺถํ สุตฺตํ ‘‘นีตตฺถ’’นฺติ อภินิเวสํ อกตฺวา. อาจริยานํ นเย ฐตฺวาติ ปรมฺปราคตานํ อาจริยานํ อธิปฺปาเย ฐตฺวาติ อตฺโถ. อุปปริกฺขิตพฺโพติ สุตฺตนฺตราคมโต สุตฺตนฺตรปทสฺส อวิปรีโต อตฺโถ วีมํสิตพฺโพ. ยถา หิ ‘‘อสญฺญภโว’’ติ วจนโต ‘‘สญฺญาว ตตฺถ นตฺถิ, อิตเร ปน จิตฺตเจตสิกา สนฺตี’’ติ อยเมตฺถ อตฺโถ น คยฺหติ. ยถา จ ‘‘เนวสญฺญานาสญฺญายตน’’นฺติ วจนโต ‘‘สญฺญาว ตตฺถ ตาทิสี, น ผสฺสาทโย’’ติ อยเมตฺถ อตฺโถ น คยฺหติ สญฺญาสีเสน เทสนาติ กตฺวา, เอวมิธาปิ ‘‘จิตฺตสงฺขารา นิรุทฺธา’’ติ, ‘‘สญฺญาเวทยิตนิโรโธ’’ติ จ เทสนาสีสเมว. สพฺเพปิ ปน จิตฺตเจตสิกา ตตฺถ นิรุชฺฌนฺเตวาติ อยเมตฺถ อวิปรีโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ตถาปุพฺพาภิสงฺขาเรน สพฺเพสํเยว จิตฺตเจตสิกานํ ตตฺถ นิรุชฺฌนโต. เอเตน ยํ ปุพฺเพ ‘‘อญฺญตฺตา, ตทภาวโต’’ติ จ ยุตฺติวจนํ, ตทยุตฺตํ อธิปฺปายานวโพธโตติ ทสฺสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘อตฺโถ หิ ปฏิสรณํ, น พฺยญฺชน’’นฺติ.

อุปหตานีติ พาธิตานิ. มกฺขิตานีติ ธํสิตานิ. อารมฺมณฆฏฺฏนาย อินฺทฺริยานํ กิลมโถ จกฺขุนา ภาสุรรูปสุขุมรชทสฺสเนน วิภาเวตพฺโพ. ตถา หิ อุณฺหกาเล ปุรโต อคฺคิมฺหิ ชลนฺเต ขรสฺสเร จ ปณเว อาโกฏิเต อกฺขีนิ เภทานิ วิย น สหนฺติ โสตานิ ‘‘สิขเรน วิย อภิหญฺญนฺตี’’ติ วตฺตาโร โหนฺติ.

๔๕๘. รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานเมว รูปวิราคภาวนาวเสน ปวตฺตํ อรูปชฺฌานนฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ วิสฺสชฺเชนฺโต ธมฺมเสนาปติ ‘‘สุขสฺส จ ปหานา’’ติอาทินา วิสฺสชฺเชสิ. อปคมเนน วิคเมน ปจฺจยา อปคมนปจฺจยา สุขาทิปฺปหานานิ. อธิคมปจฺจยา ปน กสิเณสุ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ เหฏฺฐิมา ตโย จ อารุปฺปา. น หิ สกฺกา ตานิ อนธิคนฺตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนมธิคนฺตุํ. นิโรธโต วุฏฺฐานกผลสมาปตฺตินฺติ นิโรธโต วุฏฺฐานภูตํ อนิจฺจานุปสฺสนาสมุทาคตผลสมาปตฺตึ. สา หิ ‘‘อนิมิตฺตา เจโตวิมุตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา สมถนิสฺสนฺโท อภิญฺญา, เมตฺตากรุณามุทิตาพฺรหฺมวิหารนิสฺสนฺโท อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหาโร, กสิณนิสฺสนฺโท อารุปฺปา, สมถวิปสฺสนานิสฺสนฺโท นิโรธสมาปตฺติ, เอวํ วิปสฺสนาย นิสฺสนฺทผลภูตํ สามญฺญผลนฺติ อาห ‘‘วิปสฺสนานิสฺสนฺทาย ผลสมาปตฺติยา’’ติ. อารมฺมณา นาม สารมฺมณธมฺมานํ วิเสสโต อุปฺปตฺตินิมิตฺตนฺติ อาห ‘‘สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปาทีนํ สพฺพารมฺมณาน’’นฺติ. นตฺถิ เอตฺถ กิญฺจิ สงฺขารนิมิตฺตนฺติ อนิมิตฺตา, อสงฺขตา ธาตูติ อาห ‘‘สพฺพนิมิตฺตาปคตาย นิพฺพานธาตุยา’’ติ. ผลสมาปตฺติสหชาตํ มนสิการํ สนฺธายาห, น อาวชฺชนมนสิการํ. น เหตฺถ ตสฺส สมฺภโว อนุโลมานนฺตรํ อุปฺปชฺชนโต.

อิมสฺมึ ฐาเนติ อิธ วุตฺตนิโรธสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานานํ คหิตานํ อิมสฺมึ ปริโยสานสฺส คหิตฏฺฐาเน. ทฺวีหิ พเลหีติ สมถวิปสฺสนาพเลหิ. ตโย จ สงฺขารานนฺติ กายสงฺขาราทีนํ ติณฺณํ สงฺขารานํ. โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ อนิจฺจานุปสฺสนา, ทุกฺขา, อนตฺตา, นิพฺพิทา, วิราคา, นิโรธา, ปฏินิสฺสคฺคา, วิวฏฺฏานุปสฺสนา, โสตาปตฺติมคฺโค…เป… อรหตฺตผลสมาปตฺตีติ อิมาหิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ. นวหิ สมาธิจริยาหีติ ปฐมชฺฌานสมาธิอาทีหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ. โย ยถาวุตฺตาสุ จริยาสุ ปุคฺคลสฺส วสีภาโว, สา วสีภาวตาปญฺญา. อสฺสา สา กถิตาติ โยชนา. วินิจฺฉยกถาติ วินิจฺฉยวเสน ปวตฺตา อฏฺฐกถา กถิตา. ตสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๘๖๘-๘๖๙) ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๘๖๘) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.

วลญฺชนสมาปตฺติ อริยวิหารวเสน วิหรณสมาปตฺติ. ฐิติยาติ เอตฺถ ปพนฺธฏฺฐิติ อธิปฺเปตา, น ขณฏฺฐิติ. กสฺมา? สมาปชฺชนตฺตา. เตนาห ‘‘ฐิติยาติ จิรฏฺฐิตตฺถ’’นฺติ. อทฺธานปริจฺเฉโทติ เอตฺตกํ กาลํ สมาปตฺติยา วีตินาเมสฺสามีติ ปเคว กาลปริจฺเฉโท. รูปาทินิมิตฺตวเสนาติ กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺเตสุ ยถารหํ ลพฺภมานรูปาทินิมิตฺตวเสน. ตตฺถ ยสฺมา กมฺมนิมิตฺเต ฉพฺพิธมฺปิ อารมฺมณํ ลพฺภติ, ตสฺมา ‘‘สพฺพนิมิตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ, น สพฺเพสํ อารมฺมณานํ เอกชฺฌํ, เอกนฺตโต วา มนสิกาตพฺพโต. ลกฺขณวจนเญฺหตํ ยถา ‘‘ทาตพฺพเมตํ เภสชฺชํ, ยทิ เม พฺยาธิตา สิยุ’’นฺติ.

๔๕๙. นีลมฺปิ สญฺชานาตีติอาทินา นีลาทิคฺคหณมุเขน ตํวณฺณานํ สตฺตานํ สญฺชานนํ อเวราทิภาวมนสิกรณํ โชติตนฺติ อาห ‘‘เอตสฺมิญฺหิ ฐาเน อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติ กถิตา’’ติ. เอตฺถ อากิญฺจญฺญํ กถิตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เอตฺถ สุญฺญตา’’ติ, ‘‘เอตฺถ อนิมิตฺตา’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. นฺติ ‘‘อิธ อญฺญํ อภินวํ นาม นตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตํ อตฺถวจนํ. เอตาติ อปฺปมาณเจโตวิมุตฺติอาทโย. เอกนามกาติ เอเกกนามกา, เย นานาพฺยญฺชนาติ อธิปฺเปตา. เอโก ธมฺโมติ อรหตฺตผลสมาปตฺติ. จตุนามโกติ อปฺปมาณเจโตวิมุตฺติอาทินามโก. เอตนฺติ เอตมตฺถํ. อปฺปมาณาติ อโนธิโส, โอธิโสปิ วา ‘‘เอตฺตกา’’ติ อปริมิตา. อเสเสตฺวาติ อสุภสมาปตฺติ วิย เอกสฺเสว อคฺคหณโต.

กิญฺจาปิ อสุภนิมิตฺตารมฺมณมฺปิ กิญฺจนํ โหติ, อารมฺมณสงฺฆฏฺฏนสฺส กิญฺจนสฺส อสุภสมาปตฺตีนมฺปิ ปฏิภาคนิมิตฺตสงฺขาตํ อารมฺมณํ สพิมฺพํ วิย วิคฺคหํ กิญฺจนํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, น ตถา อิมสฺสาติ. นนุ พฺรหฺมวิหารปฐมารุปฺปานมฺปิ ปฏิภาคนิมิตฺตภูตํ กิญฺจิ อารมฺมณํ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, อยํ ปน ปฐมารุปฺปวิญฺญาณํ วิย น ปฏิภาคนิมิตฺตภูตอารมฺมณตาย เอวํ วุตฺตา. อตฺเตนาติ อตฺตนา. ภวติ เอเตน อตฺตาติ อภิธานํ พุทฺธิ จาติ ภาโว, อตฺตา. ภาว-สทฺโทปิ อตฺตปริยาโยติ อาห ‘‘ภาวโปสปุคฺคลาทิสงฺขาเตนา’’ติ. เนสํ อปฺปมาณสมาธิอาทีนํ จตุนฺนํ. ‘‘นานตา ปากฏาวา’’ติ วุตฺตํ นานตฺตํ ภูมิโต อารมฺมณโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺโถ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริตฺตาทิภาเวน อตีตาทิภาเวน อชฺฌตฺตาทิภาเวน จ น วตฺตพฺพํ อารมฺมณํ เอติสฺสาติ นวตฺตพฺพารมฺมณา นิพฺพานารมฺมณผลสมาปตฺติภาวโต.

เอตฺตโกติ ราคาทีหิ สํกิลิฏฺฐตาย เอตฺตกปฺปมาโณ, อุตฺตาโน ปริตฺตเจตโสติ อตฺโถ. นิพฺพานมฺปิ อปฺปมาณเมว ปมาณกรณานํ อภาเวนาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. อกุปฺปาติ อรหตฺตผลเจโตวิมุตฺติ ปฏิปกฺเขหิ อโกปนียตาย. กิญฺจตีติ กตฺตริ ปฐิโต ธาตุ มทฺทนตฺโถติ อาห ‘‘กิญฺจติ มทฺทตี’’ติ. ตสฺส ปโยคํ ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สมูหาทิฆนวเสน สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สวิคฺคหา วิย อุปฏฺฐิตา สงฺขารา นิจฺจาทิคฺคาหสฺส วตฺถุตาย ‘‘นิจฺจนิมิตฺตํ สุขาทินิมิตฺต’’นฺติ จ วุจฺจติ. วิปสฺสนา ปน ตตฺถ ฆนวินิพฺโภคํ กโรนฺตี นิจฺจาทิคฺคาหํ วิธเมนฺตี ‘‘นิมิตฺตํ สมุคฺฆาเตตี’’ติ วุตฺตา ฆนนิมิตฺตสฺส อารมฺมณภูตสฺส อภาวา. น คหิตาติ เอกตฺถปทนิทฺเทเส ปาฬิยํ กสฺมา น คหิตา? สาติ สุญฺญตา เจโตวิมุตฺติ. สพฺพตฺถาติ อปฺปมาณาเจโตวิมุตฺติอาทินิทฺเทเสสุ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณวเสนปิ เอกตฺถา, น เกวลํ สภาวสรสโตว. อิมินา ปริยาเยนาติ อปฺปมาณโตติอาทินา อารมฺมณโต ลทฺธปริยาเยน. อญฺญสฺมึ ปน ฐาเนติ อากิญฺจญฺญาทิสทฺทปวตฺติเหตุโต อญฺเญน เหตุนา อปฺปมาณาติสทฺทปฺปวตฺติยํ เอตสฺส เจโตวิมุตฺติยา โหนฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิมินา ปริยาเยนาติ อิมินา ตาย ตาย สมญฺญาย โวหริตพฺพตาปริยาเยน. สจฺจานํ ทสฺสนมุเขน วฏฺฏวเสน อุฏฺฐิตเทสนํ อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.