๔. จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา

๔๖๐. อยํ เทสนา ยสฺมา ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตา, ตสฺมา ปุจฺฉกวิสฺสชฺชเก ปุจฺฉานิมิตฺตญฺจ สมุทายโต วิภาเวตุํ ‘‘โก ปนาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อุปาสกตฺตนฺติ อมคฺคาคตํ อุปาสกตฺตํ. เตสนฺติ เอกาทสนหุตานํ. มคฺคาคเตน อุปสเมน สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส.

‘‘กึ นุ โข อชฺช ภวิสฺสติ อยฺยปุตฺโต’’ติ วีถึ โอโลกยมานา. โอลมฺพนตฺถนฺติ ตสฺส หตฺถาวลมฺพนตฺถํ ปุพฺพาจิณฺณวเสน อตฺตโน หตฺถํ ปสาเรสิ. พหิทฺธาติ อตฺตนา อญฺญํ วิสภาควตฺถุํ สนฺธาย วทติ. ปริเภทเกนาติ เปสุญฺญวาทินา.

อธิคมปฺปิจฺฉตาย ‘‘น ปกาเสตพฺโพ’’ติ จินฺเตสิ. ปุน ตํ อนุกมฺปนฺโต ‘‘สเจ โข ปนาห’’นฺติอาทึ จินฺเตสิ. เอโส ธมฺโมติ เอโส โลกุตฺตรธมฺโม. วิวฏฺฏํ อุทฺทิสฺส อุปจิตํ นิพฺเพธภาคิยํ กุสลํ อุปนิสฺสโย. ‘‘ยทิ เม อุปนิสฺสโย อตฺถิ, สกฺกา เอตํ ปฏิลทฺธุํ. สเจปิ นตฺถิ, อายตึ อุปนิสฺสโย ภวิสฺสตี’’ติ จิรกาลปริภาวิตาย ฆเฏ ปทีปชาลา วิย อพฺภนฺตเร ทิปฺปมานาย เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมานา อาห ‘‘เอวํ สนฺเต มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถา’’ติ.

ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ สุจิรกาลํ กตูปจิตปุญฺญตาย. อภินีหารสมฺปนฺนตฺตาติ สุชาตตฺเถรสฺส ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อคฺคสาวกสฺส นิปจฺจการํ กตฺวา – ‘‘ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺส ภาคี อสฺส’’นฺติ นิพฺเพธภาคิยํ ทานํ ทตฺวา กตปตฺถนาสงฺขาตสมฺปนฺนาภินีหารตฺตา. นาติจิรํ กิลมิตฺถาติ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวนฺตี วิปสฺสนาย ปริปากวเสน จิรํ น กิลมิตฺถ. วุตฺตเมวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุติยคมเนนาติ ปพฺพาชนตฺถํ คมนโต ทุติยคมเนน.

อุปเนตฺวาติ ปญฺหสฺส อตฺถภาเวน อุปเนตฺวา. สกฺกายนฺติ สกายํ. อุปนิกฺขิตฺตํ กิญฺจิ วตฺถุํ สมฺปฏิจฺฉมานา, วิย สมฺปฏิจฺฉนฺตี วิย. เอโก เอว ปาโส เอติสฺสาติ เอกปาสกา, คณฺฐิ. สา หิ สุโมจิยา, อเนกปาสา ปน ทุมฺโมจิยา, เอกปาสคฺคหณํ วิสฺสชฺชนสฺส สุกรภาวทสฺสนตฺถํ. ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวาติ เอเตน เถริยา ปภินฺนปฏิสมฺภิทตํ ทสฺเสติ. ปจฺจยภูตาติ อารมฺมณาทิวเสน ปจฺจยภูตา.

เถริยา วิเสสาธิคมสฺส อตฺตโน อวิสยตาย วิสาโข ‘‘น สกฺกา’’ติอาทินา จินฺเตสีติ ทฏฺฐพฺพํ. สจฺจวินิพฺโภคปญฺหพฺยากรเณนาติ สจฺจปริยาปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ทสฺสนโต อญฺญานญฺญตฺถนิทฺธารณเภทนาสงฺขาตสฺส วินิพฺโภคปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเนน. เทฺว สจฺจานีติ ทุกฺขสมุทยสจฺจานิ. ปฏินิวตฺเตตฺวาติ ปริวตฺเตตฺวา. คณฺฐิปญฺหนฺติ ทุพฺพินิพฺเพธตาย คณฺฐิภูตํ ปญฺหํ.

น ตํเยว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา เอกเทสสฺส สมุทายตาภาวโต, สมุทายสฺส จ เอกเทสตาภาวโต. นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานํ ตสฺส ตเทกเทสภาวโต. น หิ เอกเทโส สมุทายวินิมุตฺโต โหติ. ยทิ หิ ตญฺเญวาติอาทินา อุภยปกฺเขปิ โทสํ ทสฺเสติ. รูปาทิสภาวมฺปีติ รูปเวทนาสญฺญาวิญฺญาณสภาวมฺปิ, ผสฺสเจตนาทิสภาวมฺปิ อุปาทานํ สิยา. อญฺญตฺร สิยาติ ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ วิสุํเยว อุปาทานํ ยทิ สิยา. ปรสมเยติ นิกายวาเท. จิตฺตวิปฺปยุตฺโต อนุสโยติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ นิกายวาเท จิตฺตสภาวาภาววิญฺญาณาทีนมฺปิ จิตฺตวิปฺปยุตฺตภาวปฏิชานนโต. เอวํ พฺยากาสีติ ‘‘น โข, อาวุโส’’ติอาทินา ขนฺธคตฉนฺทราคภาเวน พฺยากาสิ. อตฺถธมฺมนิจฺฉยสมฺภวโต อสมฺพนฺเธน. เตสุ กตฺถจิปิ อสมฺมุยฺหนโต อวิตฺถายนฺเตน. ปุจฺฉาวิสเย โมหนฺธการวิคมเนน ปทีปสหสฺสํ ชาเลนฺเตน วิย. สอุปาทานุปาทานฏฺฐานํ อนุตฺตานตาย ปจุรชนสฺส คูโฬฺห. อคฺคหิตสงฺเกตานํ เกสญฺจิ ปฏิจฺฉาทิตสทิสตฺตา ปฏิจฺฉนฺโน. ติลกฺขณพฺภาหตธมฺมวิสยตาย ติลกฺขณาหโต. คมฺภีรญาณโคจรตาย คมฺภีโร. ลทฺธปติฏฺฐา อริยสจฺจสมฺปฏิเวธนโต. เอวํ ทิฏฺฐธมฺมาทิภาวโต เวสารชฺชปฺปตฺตา. สพฺพโส นิวุตฺถพฺรหฺมจริยตาย ติณฺณํ ภวานมฺปิ อปรภาเค นิพฺพาเน นิวุตฺถวตีติ ภวมตฺถเก ฐิตา.

๔๖๑. ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ ปทุทฺธารํ กตฺวา ‘‘อิเธกจฺโจ’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๐) ปฏิสมฺภิทาปาเฐน ตทตฺถํ วิวรติ. ตตฺถ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อตฺตาติ สมนุปสฺสติ, อตฺตภาเวน สมนุปสฺสติ. อหนฺติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ. อหํพุทฺธินิพนฺธนญฺหิ อตฺตานํ อตฺตวาที ปญฺญเปติ, ตสฺมา ยํ รูปํ โส อหนฺติ ยเทตํ มม รูปํ นาม, โส อหนฺติ วุจฺจมาโน มม อตฺตา ตํ มม รูปนฺติ รูปญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ อนญฺญํ สมนุปสฺสติ. ตถา ปสฺสโต จ อตฺตา วิย รูปํ, รูปํ วิย วา อตฺตา อนิจฺโจติ อาปนฺนเมว. อจฺจีติ ชาลสิขา. สา เจ วณฺโณ, จกฺขุวิญฺเญยฺยาว สิยา, น กายวิญฺเญยฺยา, วณฺโณปิ วา กายาทิวิญฺเญยฺโย อจฺจิยา อนญฺญตฺตาติ อุปเมยฺยํ วิย อุปมาปิ ทิฏฺฐิคติกสฺส อยุตฺตาว. ทิฏฺฐิปสฺสนายาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺขาตาย ปสฺสนาย ปสฺสติ, น ตณฺหามานปญฺญานุปสฺสนาย. อรูปํ เวทนาทึ อตฺตาติ คเหตฺวา ฉายาย รุกฺขาธีนตาย ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย, รูปสฺส สนฺตกภาเวน อตฺตาธีนตาย รูปวนฺตํ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ. ปุปฺผาธีนตาย ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อาเธยฺยภาเวน อตฺตาธีนตาย รูปสฺส อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. ยถา กรณฺโฑ มณิโน อาธาโร, เอวํ รูปมฺปิ อตฺตโน อาธาโรติ กตฺวา อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เอเสว นโยติ อิมินา อตฺตโน เวทนาทีหิ อนญฺญตฺตํ เตสญฺจาธารณตํ นิสฺสิตตญฺจ ยถาวุตฺตํ อติทิสติ.

อรูปํ อตฺตาติ กถิตํ ‘‘เวทนาวนฺต’’นฺติอาทีสุ วิย รูเปน โวมิสฺสกตาย อภาวโต. รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต รูเปน สทฺธึ เสสารูปธมฺมานํ อตฺตาติ คหิตตฺตา. อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา รูปาทีนํ วินาสทสฺสนโต. เตเนวาห ‘‘รูปํ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชติ, อตฺตา เม อุปฺปชฺชติ จ เวติ จาติ อิจฺจสฺส เอวมาคตํ โหตี’’ติอาทิ. อวเสเสสูติ ปนฺนรสสุ ฐาเนสุ. สสฺสตทิฏฺฐิ กถิตา รูปวนฺตาทิภาเวน คหิตสฺส อนิทฺธาริตรูปตฺตา.

ทิฏฺฐิคติโก ยํ วตฺถุํ อตฺตาติ สมนุปสฺสติ, เยภุยฺเยน ตํ นิจฺจํ สุขนฺติ จ สมนุปสฺสเตว. สาวโก ปน ตปฺปฏิกฺเขเปน สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ สุทิฏฺฐตฺตา รูปํ อตฺตาติ น สมนุปสฺสติ, ตถาภูโต จ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ สมนุปสฺสติ, ตถา เวทนาทโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น รูปํ อตฺตโต’’ติอาทิมาห. เอวํ ภวทิฏฺฐิปิ อวิชฺชาภวตณฺหา วิย วฏฺฏสฺส สมุทโยเยวาติ ทิฏฺฐิกถายํ ‘‘เอตฺตเกน คมนํ โหตี’’ติอาทิ. ทิฏฺฐิปฺปหานกถายญฺจ ‘‘เอตฺตเกน คมนํ น โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๔๖๒. เหฏฺฐา วุตฺตมตฺถเมว ปุจฺฉิตตฺตา ‘‘เถริยา ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ’’ติ วตฺวา ปฏิปุจฺฉนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปาสกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏิปตฺติวเสนาติ สกฺกายนิโรธคามินิปฏิปทาภาเวน. สงฺขตาสงฺขตวเสน โลกิยโลกุตฺตรวเสน สงฺคหิตาสงฺคหิตวเสนาติ ‘‘วเสนา’’ติ ปทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ กามํ อสงฺขโต นาม มคฺโค นตฺถิ, กึ สงฺขโต, อุทาหุ อสงฺขโตติ ปน ปุจฺฉาวเสน ตถา วุตฺตํ? ‘‘อริโย’’ติ วจเนเนว มคฺคสฺส โลกุตฺตรโต สิทฺธา, สงฺคาหกขนฺธปริยาปนฺนานํ ปน มคฺคธมฺมานมฺปิ สิยา โลกิยตาติ อิธ โลกิยคฺคหณํ. กิญฺจาปิ สงฺคหิตปทเมว ปาฬิยํ อาคตํ, น อสงฺคหิตปทํ, เย ปน สงฺคาหกภาเวน วุตฺตา, เต สงฺคหิตา น โหนฺตีติ อฏฺฐกถายํ อสงฺคหิตคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สงฺขโตติอาทีสุ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กโตติ สงฺขโต. ตถาภูโต จ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส ปุพฺพภาคเจตนาติ มยฺหํ มคฺโค อฏฺฐงฺคิโก โหตุ สตฺตงฺคิโก วาติ เจติตภาเวน เจติโต. สหชาตเจตนายปิ เจติโตว ตสฺสา สหการีการณภาวโต, ตโต เอว ปกปฺปิโต อายูหิโต. ปจฺจเยหิ นิปฺผาทิตตฺตา กโต นิพฺพตฺติโต จ. สมาปชฺชนฺเตน อตฺตโน สนฺตาเน สมฺมเทว อาปชฺชนฺเตน อุปฺปาเทนฺเตน. อิติ สตฺตหิปิ ปเทหิ ปจฺจยนิพฺพตฺติตํเยว อริยมคฺคสฺส ทสฺเสติ.

อสงฺคหิโต ขนฺธานํ ปเทโส เอตสฺส อตฺถีติ มคฺโค สปฺปเทโส. นตฺถิ เอเตสํ ปเทสาติ ขนฺธา นิปฺปเทสา. ปทิสฺสติ เอเตน สมุทาโยติ หิ ปเทโส, อวยโว. อยนฺติ มคฺโค. สปฺปเทสตฺตา เอกเทสตฺตา. นิปฺปเทเสหิ สมุทายภาวโต นิรวเสสปเทเสหิ. ยถา นครํ รชฺเชกเทสภูตํ ตทนฺโตคธตฺตา รชฺเชน สงฺคหิตํ, เอวํ อริยมคฺโค ขนฺธตฺตเยกเทสภูโต ตทนฺโตคธตฺตา ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโตติ ทสฺเสติ ‘‘นครํ วิย รชฺเชนา’’ติ อิมินา. สชาติโตติ สมานชาติตาย, สมานสภาวตฺตา เอวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สีลกฺขนฺโธ ‘‘นว โกฏิสหสฺสานี’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๒๐; อป. อฏฺฐ. ๒.๕๕.๕๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๗) วุตฺตปเภทวเสน เจว สมฺปตฺตสมาทานวิรติอาทิวเสน จ คยฺหมาโน นิปฺปเทโส, มคฺคสีลํ ปน อาชีวฏฺฐมกเมว สมุจฺเฉทวิรติมตฺตเมวาติ สปฺปเทสํ. สมาธิกฺขนฺโธ ปริตฺตมหคฺคตาทิวเสน เจว อุปจารปฺปนาสมาธิวเสน จ อเนกเภทตาย นิปฺปเทโส, มคฺคสมาธิ ปน โลกุตฺตโรว, อปฺปนาสมาธิ เอวาติ สปฺปเทโส. ตถา ปญฺญากฺขนฺโธ ปริตฺตมหคฺคตาทิวเสน เจว สุตมยญาณาทิวเสน จ อเนกเภทตาย นิปฺปเทโส, มคฺคปญฺญา ปน โลกุตฺตราว, ภาวนามยา เอวาติ สปฺปเทสา. อตฺตโน ธมฺมตายาติ สหการีการณํ อนเปกฺขิตฺวา อตฺตโน สภาเวน อตฺตโน พเลน อปฺเปตุํ น สกฺโกติ วีริเยน อนุปตฺถมฺภิตํ, สติยา จ อนุปฏฺฐิตํ. ปคฺคหกิจฺจนฺติ ยถา โกสชฺชปกฺเข น ปติตา จิตฺตฏฺฐิติ, ตถา ปคฺคณฺหนกิจฺจํ. อปิลาปนกิจฺจนฺติ ยถา อารมฺมเณ น ปิลวติ, เอวํ อปิลาปนกิจฺจํ.

เอกโต ชาตาติ สหชาตา. ปิฏฺฐึ ทตฺวา โอนตสหาโย วิย วายาโม สมาธิสฺส อารมฺมเณ อปฺปนาย วิเสสปจฺจยภาวโต. อํสกูฏํ ทตฺวา ฐิตสหาโย วิย สติ สมาธิสฺส อารมฺมเณ ทฬฺหปวตฺติยา ปจฺจยภาวโต. กิริยโตติ อุปการกิริยโต.

อาโกเฏตฺวาติ อารมฺมณํ อาหนิตฺวา. ตถา หิ วิตกฺโก ‘‘อาหนนรโส’’ติ, โยคาวจโร จ ‘‘กมฺมฏฺฐานํ ตกฺกาหตํ วิตกฺกปริยาหตํ กโรตี’’ติ วุจฺจติ. อิธาปีติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺเปสุ. กิริยโตติ วุตฺตปฺปการอุปการกิริยโต.

สุภสุขาทินิมิตฺตคฺคาหวิธมนํ จตุกิจฺจสาธนํ. ปจฺจยตฺเตนาติ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน. จตุกิจฺจสาธนวเสเนวาติ อิทํ มคฺควีริยสฺเสว คหิตภาวทสฺสนํ. ตญฺหิ เอกํเยว หุตฺวา จตุกิจฺจํ ยถาวุตฺตอุปการกสภาเวน จ ปริวารฏฺเฐน ปริกฺขาโร โหติ. มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมานนฺติ อิมินา มคฺคธมฺมานมฺปิ คหณํ, น ตํสมฺปยุตฺตผสฺสาทีนํเยว. เอกจิตฺตกฺขณิกาติ มคฺคจิตฺตุปฺปาทวเสน เอกจิตฺตกฺขณิกา.

สตฺตหิ ญาเณหีติ ปรมุกฺกํสคเตหิ สตฺตหิ ชวเนหิ สมฺปยุตฺตญาเณหิ, สตฺตหิ วา อนุปสฺสนาญาเณหิ. อาทิโต เสวนา อาเสวนา, ตโต ปรํ วฑฺฒนา ภาวนา, ปุนปฺปุนํ กรณํ พหุลีกมฺมนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อญฺเญน จิตฺเตนา’’ติอาทิ. อธิปฺปายวเสน นิทฺธาเรตฺวา คเหตพฺพตฺถํ สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ. ยถารุตวเสน คเหตพฺพตฺถํ นีตตฺถํ. เอวํ สนฺเตติ ยทิ อิทํ สุตฺตํ นีตตฺถํ, อาเสวนาทิ จ วิสุํ วิสุํ จิตฺเตหิ โหติ, เอวํ สนฺเต. อาเสวนาทิ นาม จิตฺตสฺส อเนกวารํ อุปฺปตฺติยา โหติ, น เอกวารเมวาติ อาห ‘‘เอกํ จิตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อาเสวนาวเสน ปวตฺตมานํ จิตฺตํ สุจิรมฺปิ กาลํ อาเสวนาวเสเนว ปวตฺเตยฺย, ตถา ภาวนาพหุลีกมฺมวเสน ปวตฺตมานานิปิ, น เจตฺถ เอตฺตกาเนว จิตฺตานิ อาเสวนาวเสน ปวตฺตนฺติ, เอตฺตกานิ ภาวนาวเสน, พหุลีกมฺมวเสนาติ นิยโม ลพฺภติ. อิติ อเนกจิตฺตกฺขณิกอริยมคฺคํ วทนฺตสฺส ทุนฺนิวาริโยวายํ โทโส. ยถา ปน ปุพฺพภาเคปิ นานาจิตฺเตสุ ปวตฺตปริญฺญาทิกิจฺจานํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ปฏิเวธกาเล ยถารหํ จตุกิจฺจสาธนํ, เอกจิตฺตกฺขณิกา จ ปวตฺติ, เอวํ วิปสฺสนาย ปวตฺตาภิสงฺขารวเสน อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมานิ ปฏิเวธกาเล เอกจิตฺตกฺขณิกาเนว โหนฺตีติ วทนฺตานํ อาจริยานํ น โกจิ โทโส อาเสวนาทีหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส ตทา เอกจิตฺตกฺขเณเยว สิชฺฌนโต. เตนาห ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิกาวา’’ติอาทิ. สเจ สญฺชานาตีติ สเจ สญฺญตฺตึ คจฺฉติ. ยาคุํ ปิวาหีติ อุยฺโยเชตพฺโพ ธมฺมสากจฺฉาย อภพฺพภาวโตติ อธิปฺปาโย.

๔๖๓. ปุญฺญาภิสงฺขาราทีสูติ อาทิ-สทฺเทน กายสญฺเจตนาทิ ลกฺขเณ กายสงฺขาราทิเกปิ สงฺคณฺหาติ, น อปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขาเร เอว. กายปฏิพทฺธตฺตา กาเยน สงฺขรียติ, น กายสมุฏฺฐานตฺตา. จิตฺตสมุฏฺฐานา หิ เต ธมฺมาติ. นิพฺพตฺตียตีติ จ อิทํ กาเย สติ สพฺภาวํ, อสติ จ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. วาจนฺติ วจีโฆสํ. สงฺขโรตีติ ชเนติ. เตนาห ‘‘นิพฺพตฺเตตี’’ติ. น หิ ตํ วิตกฺกวิจารรหิตจิตฺตํ วจีโฆสํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกติ. จิตฺตปฏิพทฺธตฺตาติ เอเตน จิตฺตสฺส นิสฺสยาทิปจฺจยภาโว จิตฺตสงฺขารสงฺขรณนฺติ ทสฺเสติ. อญฺญมญฺญมิสฺสาติ อตฺถโต ภินฺนาปิ กายสงฺขาราทิวจนวจนียภาเวน อญฺญมญฺญมิสฺสิตา อภินฺนา วิย, ตโต เอว อาลุฬิตา สํกิณฺณา อวิภูตา อปากฏา ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปยา. อาทานคฺคหณมุญฺจนโจปนานีติ ยสฺส กสฺสจิ กาเยน อาทาตพฺพสฺส อาทานสงฺขาตํ คหณํ, วิสฺสชฺชนสงฺขาตํ มุญฺจนํ, ยถาตถาจลนสงฺขาตํ โจปนนฺติ อิมานิ ปาเปตฺวา สาเธตฺวา อุปฺปนฺนา. กายโต ปวตฺตา สงฺขารา, กาเยน สงฺขรียนฺตีติ จ กายสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ. หนุสํโจปนนฺติ หนุสญฺจลนํ. วจีเภทนฺติ วาจานิจฺฉารณํ. วาจํ สงฺขโรนฺตีติ กตฺวา อิธ วจีสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ.

๔๖๔. สมาปชฺชิสฺสนฺติ ปทํ นิโรธสฺส อาสนฺนานาคตภาววิสยํ อาสนฺนํ วชฺเชตฺวา ทูรสฺส คหเณ ปโยชนาภาวโต. นิโรธปาทกสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนจิตฺตสฺส จ คหณโต ปฏฺฐาย นิโรธํ สมาปชฺชติ นามาติ อธิปฺปาเยน ‘‘ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต’’ติ วุตฺตํ. ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ เอตฺถ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตคฺคหณํ อิตเรสํ นานนฺตริยภาวโต. น หิ พลทฺวยญาณสมาธิจริยานํ วสีภาวาปาทนจิตฺเตหิ วินา อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ อจิตฺตกภาวาย โหติ.

เสสสงฺขาเรหีติ กายสงฺขารจิตฺตสงฺขาเรหิ. ทุติยชฺฌาเนเยว นิรุชฺฌติ อนุปฺปตฺตินิโรเธน. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. วุฏฺฐหิสฺสนฺติ ปทํ วุฏฺฐหนสฺส อาสนฺนานาคตภาววิสยํ อาสนฺนํ วชฺเชตฺวา ทูรสฺส คหเณ ปโยชนาภาวโต. นิโรธโต วุฏฺฐานสฺส จ จิตฺตุปฺปาเทน ปริจฺฉินฺนตฺตา ตโต โอรเมวาติ อาห ‘‘ปททฺวเยน อนฺโตนิโรธกาโล กถิโต’’ติ. ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ ยถา ยถาปริจฺฉินฺนกาลเมว อจิตฺตกภาโว, ตโต ปรํ สจิตฺตกภาโว โหติ, ตถา นิโรธสฺส ปริกมฺมจิตฺตํ อุปฺปาทิตํ โหติ.

ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาย อิทเมว กาตพฺพํ ชานิตฺวา อปฺปวตฺติมตฺตํ. สมาปชฺชนฺตีติ อจิตฺตกภาวํ สมฺปเทว อาปชฺชนฺติ. อถ กสฺมา สตฺตาหเมว สมาปชฺชนฺตีติ? ยถากาลปริจฺเฉทกรณโต, ตญฺจ เยภุยฺเยน อาหารูปชีวีนํ สตฺตานํ อุปาทินฺนกปวตฺตสฺส เอกทิวสํ ภุตฺตาหารสฺส สตฺตาหเมว ยาปนโต.

สพฺพา ผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ อิทํ นตฺถีติ อาห ‘‘สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. ยา ปน น สมุฏฺฐาเปติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมสฺส ปน…เป… น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ อาห. ตตฺถ อิมสฺสาติ อิธ ปาฬิยํ วุตฺตนิโรธสมาปชฺชนภิกฺขุโน. ตสฺส ปน ผลสมาปตฺติ จตุตฺถชฺฌานิกาวาติ นิยโม นตฺถีติ อาห ‘‘กึ วา เอเตนา’’ติอาทิ. อพฺโพหาริกาติ สุขุมตฺตภาวปฺปตฺติยา ‘‘อตฺถี’’ติ โวหริตุํ อสกฺกุเณยฺยาติ เกจิ. นิโรธสฺส ปน ปาทกภูตาย จตุตฺถชฺฌานาทิสมาธิจริยาย วเสน อจตุตฺถชฺฌานิกาปิ นิโรธานนฺตรผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ อภาวโต เอว เต อพฺโพหาริกา วุตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา สญฺชีวตฺเถรวตฺถุมฺหิ อานีตสมาปตฺติผลนิทสฺสนมฺปิ สุฏฺฐุ อุปปชฺชติ. เตนาห ‘‘ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิต’’นฺติ. กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเลติ เอตฺถ กิริยมยปวตฺตํ กายวจีวิญฺญตฺติวิปฺผาโร, ตสฺส วฬญฺชนกาเล ปวตฺตนสมเย. วาจํ อภิสงฺขาตุํ น สกฺโกนฺติ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา เตสํ วิตกฺกวิจารานํ.

สคุเณนาติ สรเสน, สภาเวนาติ อตฺโถ. สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคาทีหิ สุญฺญตฺตา. ตถา ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวา อนิมิตฺตา, ราคปณิธิอาทีนํ อภาวา อปฺปณิหิตาติ อาห ‘‘อนิมิตฺตอปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย’’ติ. อนิมิตฺตํ อปฺปณิหิตญฺจ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนผลสมาปตฺติยํ ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโส นามาติ อิมมตฺถํ ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา อติทิสติ.

อตฺตสุญฺญตาทสฺสนโต อนตฺตานุปสฺสนา สุญฺญตา, นิจฺจนิมิตฺตุคฺฆาฏนโต อนิจฺจานุปสฺสนา อนิมิตฺตา, สุขปฺปณิธิปฏิกฺเขปโต ทุกฺขานุปสฺสนา อปฺปณิหิตาติ อาห – ‘‘สุญฺญตา…เป… วิปสฺสนาปิ วุจฺจตี’’ติ. อนิจฺจโต วุฏฺฐาตีติ สงฺขารานํ อนิจฺจาการคฺคาหินิยา วุฏฺฐานคามินิยา ปรโต เอกโตวุฏฺฐานอุภโตวุฏฺฐาเนหิ นิมิตฺตปวตฺตโต วุฏฺฐาติ. อนิจฺจโต ปริคฺคเหตฺวาติ จ อิทํ ‘‘น เอกนฺติกํ เอวมฺปิ โหตี’’ติ กตฺวา วุตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. อปฺปณิหิตวิปสฺสนาย มคฺโคติอาทินา, สุญฺญตวิปสฺสนาย มคฺโคติอาทินา จ โยชนํ สนฺธายาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย อาคมนสฺส ววตฺถานสฺส อภาเวน อววตฺถานกรตฺตา. เอวญฺหิ ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ เอวํ สคุณโต อารมฺมณโต จ นามลาเภ สุญฺญตาทินามกา ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ อนิยมวจนํ. สเมติ ยุชฺชติ เอกสฺเสว ผสฺสสฺส นามตฺตยโยคโต.

สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตาย นิพฺพานํ วิเวโก นาม อุปธิวิเวโกติ กตฺวา. นินฺนตา ตปฺปฏิปกฺขวิมุขสฺส ตทภิมุขตา. โปณตา โอนมนํ, ปพฺภารตา ตโต วิสฺสฏฺฐภาโว.

๔๖๕. จกฺขาทิโต รูปาทีสุ ปวตฺตรูปกายโต อุปฺปชฺชนโต ปญฺจทฺวาริกํ สุขํ กายิกํ นาม, มโนทฺวาริกํ เจโตผสฺสชาตาย เจตสิกํ นาม. สภาวนิทฺเทโส สุขยตีติ กตฺวา. มธุรภาวทีปกนฺติ อิฏฺฐภาวโชตนํ. เวทยิตภาวทีปกนฺติ เวทกภาววิภาวกํ. เวทนา เอว หิ ปรมตฺถโต อารมฺมณํ เวเทติ, อารมฺมณํ ปน เวทิตพฺพนฺติ. ทุกฺขนฺติ สภาวนิทฺเทโสติเอวมาทิอตฺถวจนํ สนฺธายาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. ฐิติสุขาติ ฐิติยา ธรมานตาย สุขา, น ฐิติกฺขณมตฺเตน. เตนาห ‘‘อตฺถิภาโว สุข’’นฺติ. วิปริณามทุกฺขาติ วิปริณมเนน วิคมเนน ทุกฺขา, น นิโรธกฺขเณน. เตนาห ‘‘นตฺถิภาโว ทุกฺข’’นฺติ. อปริญฺญาตวตฺถุกานญฺหิ สุขเวทนุปรโม ทุกฺขโต อุปฏฺฐาติ. สฺวายมตฺโถ ปิยวิปฺปโยเคน ทีเปตพฺโพ. ฐิติทุกฺขา วิปริณามสุขาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ‘‘อตฺถิภาโว ทุกฺขํ, นตฺถิภาโว สุข’’นฺติ. ทุกฺขเวทนุปรโม หิ สตฺตานํ สุขโต อุปฏฺฐาติ. เอวญฺหิ วทนฺติ – ‘‘ตสฺส โรคสฺส วูปสเมน อโห สุขํ ชาต’’นฺติ. ชานนภาโวติ ยาถาวสภาวโต อวพุชฺฌนํ. อทุกฺขมสุขญฺหิ เวทนํ ชานนฺตสฺส สุขํ โหติ ตสฺส สุขุมภาวโต, ยถา ตทญฺเญ ธมฺเม สลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต จ สมฺมเทว อวโพโธ ปรมํ สุขํ. เตเนวาห –

‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;

ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๔);

อชานนภาโวติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุกฺขญฺหิ สมฺโมหวิหาโรติ. อปโร นโย ชานนภาโวติ ชานนสฺส ญาณสฺส สพฺภาโว. ญาณสมฺปยุตฺตา หิ ญาโณปนิสฺสยา จ อทุกฺขมสุขา เวทนา สุขา อิฏฺฐาการา. ยถาห ‘‘อิฏฺฐา เจว อิฏฺฐผลา จา’’ติ. อชานนภาโว ทุกฺขนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

กตโม อนุสโย อนุเสตีติ กามราคานุสยาทีสุ สตฺตสุ อนุสเยสุ กตโม อนุสโย อนุสยวเสน ปวตฺตติ? อปฺปหีนภาเวน หิ สนฺตาเน อนุสยนฺตีติ อนุสยา, อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนารหตา เนสํ ทสฺสิตา. อปฺปหีนา หิ กิเลสา การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนฺติ. เตนาห ‘‘อปฺปหีนฏฺเฐน สยิโต วิย โหตี’’ติ. เต จ นิปฺปริยายโต อนาคตา กิเลสา ทฏฺฐพฺพา, อตีตา ปจฺจุปฺปนฺนา จ ตํสภาวตฺตา ตถา วุจฺจนฺติ. น หิ ธมฺมานํ กาลเภเทน สภาวเภโท อตฺถิ. ยทิ อปฺปหีนฏฺโฐ อนุสยฏฺโฐ, นนุ สพฺเพปิ กิเลสา อปฺปหีนา อนุสยา ภเวยฺยุนฺติ? น มยํ อปฺปหีนตามตฺเตน อนุสยฏฺฐํ วทาม, อถ โข ปน อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตา กิเลสา อนุสยา. อิทํ ถามคมนญฺจ ราคาทีนเมว อาเวณิโก สภาโว ทฏฺฐพฺโพ, ยโต อภิธมฺเม – ‘‘ถามคตํ อนุสยํ ปชหตี’’ติ วุตฺตํ. โสติ ราคานุสโย. อปฺปหีโนติ อปฺปหีนภาวมุเขน อนุสยนฏฺฐมาห. โส จ อปริญฺญาตกฺขนฺธวตฺถุโต, ปริญฺญาเตสุ ปติฏฺฐํ น ลภติ. เตนาห ‘‘น สพฺพาย สุขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน’’ติ. อารมฺมณวเสน จายํ อนุสยฏฺโฐ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘น สพฺพํ สุขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ’’ติ.

วตฺถุวเสนปิ ปน อนุสยฏฺโฐ เวทิตพฺโพ, โย ‘‘ภูมิลทฺธ’’นฺติ วุจฺจติ. เตน หิ อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๘๓๔) วุตฺตํ –

‘‘ภูมีติ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา. ภูมิลทฺธํ นาม เตสุ ขนฺเธสุ อุปฺปตฺติรหํ กิเลสชาตํ. เตน หิ สา ภูมิลทฺธา นาม โหติ, ตสฺมา ภูมิลทฺธนฺติ วุจฺจติ, สา จ โข น อารมฺมณวเสน. อารมฺมณวเสน หิ สพฺเพปิ อตีตานาคเต ปริญฺญาเตปิ จ ขีณาสวานํ ขนฺเธ อารพฺภ กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ มหากจฺจานอุปฺปลวณฺณาทีนํ ขนฺเธ อารพฺภ โสเรยฺยเสฏฺฐินนฺทมาณวกาทีนํ วิย. ยทิ จ ตํ ภูมิลทฺธํ นาม สิยา, ตสฺส อปฺปเหยฺยโต น โกจิ ภวมูลํ ปชเหยฺย, วตฺถุวเสน ปน ภูมิลทฺธํ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ วิปสฺสนาย อปริญฺญาตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปาทโต ปภุติ เตสุ วฏฺฏมูลํ กิเลสชาตํ อนุเสติ. ตํ อปฺปหีนฏฺเฐน ภูมิลทฺธนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติอาทิ.

เอส นโย สพฺพตฺถาติ อิมินา ‘‘น สพฺพาย ทุกฺขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน, น สพฺพํ ทุกฺขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทึ อติทิสติ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘โย อนุสโย ยตฺถ อนุเสติ, โส ปหียมาโน ตตฺถ ปหีโน นาม โหตี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ ปหานปุจฺฉา, ตํ สนฺธายาห ‘‘กึ ปหาตพฺพนฺติ อยํ ปหานปุจฺฉา นามา’’ติ.

เอเกเนว พฺยากรเณนาติ ‘‘อิธาวุโส, วิสาข, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๗๔) เอเกเนว วิสฺสชฺชเนน. เทฺว ปุจฺฉาติ อนุสยปุจฺฉา ปหานปุจฺฉาติ เทฺวปิ ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสิ. ‘‘ราคํ เตน ปชหตี’’ติ อิทเมกํ วิสฺสชฺชนํ, ‘‘น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ อิทเมกํ วิสฺสชฺชนํ, ปุจฺฉานุกฺกมญฺเจตฺถ อนาทิยิตฺวา ปหานกฺกเมน วิสฺสชฺชนา ปวตฺตา. ‘‘เทฺว ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตถาวิกฺขมฺภิตเมว กตฺวาติ อิมินา โย ราคํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปุน อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานโต ตถาวิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา มคฺเคน สมุคฺฆาเตติ, ตสฺส วเสน ‘‘ราคํ เตน ปชหติ, น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. กาโมฆาทีหิ จตูหิ โอเฆหิ สํสารภโวเฆเนว วา เวคสา วุยฺหมาเนสุ สตฺเตสุ ตํ อุตฺตริตฺวา ปตฺตพฺพํ, ตสฺส ปน คาธภาวโต ปติฏฺฐานภูตํ. เตนาห ภควา – ‘‘ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘; อิติวุ. ๖๙; ปุ. ป. ๑๘๗).

สุญฺญตาทิเภเทน อเนกเภทตฺตา ปาฬิยํ ‘‘อนุตฺตเรสู’’ติ พหุวจนนิทฺเทโสติ ‘‘อนุตฺตรา วิโมกฺขา’’ติ วตฺวา ปุน เตสํ สพฺเพสมฺปิ อรหตฺตภาวสามญฺเญน ‘‘อรหตฺเต’’ติ วุตฺตํ. วิสเย เจตํ ภุมฺมํ. ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺสาติ ‘‘อโห วตาหํ อรหตฺตํ ลเภยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อุปฏฺฐเปนฺตสฺส, ปตฺเถนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ปฏฺฐเปนฺตสฺสาติ เจตฺถ เหตุมฺหิ อนฺตสทฺโท. กถํ ปน อรหตฺตวิสยา ปตฺถนา อุปฺปชฺชตีติ? น กาจิ อรหตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ อนธิคตตฺตา อวิสยภาวโต. ปริกปฺปิตรูปํ ปน ตํ อุทฺทิสฺส ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ. ‘‘อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ ปรมฺปรปจฺจยตํ สนฺธาย, อุชุกํ ปน ปจฺจยภาโว นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘น ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อิทํ ปน เสวิตพฺพํ โทมนสฺสํ อกุสลปฺปหานสฺส กุสลาภิวุฑฺฒิยา จ นิมิตฺตภาวโต. เตนาห ภควา – ‘‘โทมนสฺสมฺปาหํ, เทวานมินฺท, ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕๙-๓๖๒). ตีหิ มาเสหิ สมฺปชฺชนกา เตมาสิกา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ วาเรติ อิมสฺมึ ปวารณวาเร. วิสุทฺธิปวารณนฺติ ‘‘ปริสุทฺโธ อห’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ วิสุทฺธิปวารณํ. อรหนฺตานเมว เหส ปวารณา.

น กทาจิ ปหาตพฺพสฺส ปหายกตา อตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น โทมนสฺเสน วา’’ติอาทึ วตฺวา ปริยาเยเนตํ วุตฺตํ, ตํ วิภาเวนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต วิตฺถาเรน อาคมิสฺสติ. ปฏิปทํ คเหตฺวา ปตฺถนํ กตฺวา ปตฺถนํ ฐเปตฺวา. ปฏิสญฺจิกฺขตีติ โอวาทวเสน อตฺตานํ สมุตฺเตเชนฺโต กเถติ. สีเลน หีนฏฺฐานนฺติ อญฺเญหิ อรหตฺตาย ปฏิปชฺชนฺเตหิ สีเลน หีนฏฺฐานํ กึ ตุยฺหํ อตฺถีติ อธิปฺปาโย. สุปริสุทฺธนฺติ อขณฺฑาทิภาวโต สุโธตชาติมณิ วิย สุฏฺฐุ ปริสุทฺธํ. สุปคฺคหิตนฺติ กทาจิปิ สงฺโกจาภาวโต วีริยํ สุฏฺฐุ ปคฺคหิตํ. ปญฺญาติ วิปสฺสนาปญฺญา ปฏิปกฺเขหิ อนธิภูตตาย อกุณฺฐา ติกฺขวิสทา สงฺขารานํ สมฺมสเน สูรา หุตฺวา วหติ ปวตฺตติ. ปริยาเยนาติ ตสฺส โทมนสฺสสฺส อรหตฺตุปนิสฺสยตาปริยาเยน. อารมฺมณวเสน อนุสยนํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘น ตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อนุปฺปชฺชนเมตฺถ ปหานํ นามาติ วุตฺตํ ‘‘ปหีโนว ตตฺถ ปฏิฆานุสโยติ อตฺโถ’’ติ. ตติยชฺฌาเนน วิกฺขมฺเภตพฺพา อวิชฺชา, สา เอว อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺทียตีติ ‘‘อวิชฺชานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ, อนุสยสทิสตาย วา. ‘‘ราคานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จตุตฺถชฺฌาเน นานุเสติ นาม ตตฺถ กาตพฺพกิจฺจากรณโต.

๔๖๖. ตสฺมาติ ปจฺจนีกตฺตา สภาวโต กิจฺจโต ปจฺจยโต จาติ อธิปฺปาโย. วิสภาคปฏิภาโค กถิโต ‘‘กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิย. อนฺธการาติ อนฺธการสทิสา อปฺปกา สภาวโต. อวิภูตา อปากฏา อโนฬาริกภาวโต. ตโต เอว ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปนา. ตาทิสาวาติ อุเปกฺขาสทิสาว. ยถา อุเปกฺขา สุขทุกฺขานิ วิย น โอฬาริกา, เอวํ อวิชฺชา ราคโทสา วิย น โอฬาริกา. อถ โข อนฺธการา อวิภูตา ทุทฺทีปนา ทุวิญฺญาปนาติ อตฺโถ. สภาคปฏิภาโค กถิโต ‘‘ปณิธิ ปฏิโฆโส’’ติอาทีสุ วิย. ยตฺตเกสุ ฐาเนสูติ ทุกฺขาทีสุ ยตฺตเกสุ ฐาเนสุ, ยตฺถ วา เญยฺยฏฺฐาเนสุ. วิสภาคปฏิภาโคติ อนฺธการสฺส วิย อาโลโก วิฆาตกปฏิภาโค. วิชฺชาติ มคฺคญาณํ อธิปฺเปตํ, วิมุตฺตีติ ผลนฺติ อาห ‘‘อุโภเปเต ธมฺมา อนาสวา’’ติ. อนาสวฏฺเฐนาติอาทีสุ ปณีตฏฺเฐนาติปิ วตฺตพฺพํ. โสปิ หิ วิมุตฺตินิพฺพานานํ สาธารโณ, วิมุตฺติยา อสงฺขตฏฺเฐน นิพฺพานสฺส วิสภาคตาปิ ลพฺภเตว. ปญฺหํ อติกฺกมิตฺวา คโตสิ, อปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉนฺโตติ อธิปฺปาโย. ปญฺหานํ ปริจฺเฉทปมาณํ คเหตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน อฏฺฐตฺวา ตโต ปรํ ปุจฺฉนฺโต นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุํ. อปฺปฏิภาคธมฺมสฺสาติ นิปฺปริยายโต สภาคปฏิภาเคน อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส. อนาคตาทิปริยาเยน นิพฺพานสฺส สภาคปฏิภาโค วุตฺโต, วิสภาเค จ อตฺเถว สงฺขตธมฺมา, ตสฺมา นิปฺปริยายโต กิญฺจิ สภาคปฏิภาคํ สนฺธาย ปุจฺฉตีติ กตฺวา ‘‘อจฺจยาสี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสงฺขตสฺส หิ อปฺปติฏฺฐสฺส เอกนฺตนิจฺจสฺส สโต นิพฺพานสฺส กุโต นิปฺปริยาเยน สภาคสฺส สมฺภโว. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ นาเมต’’นฺติอาทิ.

วิรทฺโธติ เอตฺถ สภาคปฏิภาคํ ปุจฺฉิสฺสามีติ นิจฺฉยาภาวโต ปุจฺฉิตมตฺถํ วิรชฺฌิตฺวาว ปุจฺฉิ, น อชานิตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน เหฏฺฐา สพฺพปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนนเยน ชานิตฺวาว ปวตฺตาติ ทีปิตํ โหติ. เถรี ปน ตํ ตํ ปุจฺฉิตมตฺถํ สภาวโต วิภาเวนฺตี สตฺถุ เทสนาญาณํ อนุคนฺตฺวาว วิสฺสชฺเชสิ. นิพฺพาโนคธนฺติ นิพฺพานํ โอคาหิตฺวา ฐิตํ นิพฺพานนฺโตคธํ. เตนาห ‘‘นิพฺพานพฺภนฺตรํ นิพฺพานํ อนุปวิฏฺฐ’’นฺติ. อสฺสาติ พฺรหฺมจริยสฺส.

๔๖๗. ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตาติ เอตฺถ วุตฺตปณฺฑิจฺจํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธาตุกุสลา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, ปณฺฑิโต โหติ? ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ธาตุกุสโล จ โหติ, อายตนกุสโล จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล จ ฐานาฏฺฐานกุสโล จ. เอตฺตาวตา นุ โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ปณฺฑิโต โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๔). ปญฺญามหตฺตํ นาม เถริยา อเสกฺขปฺปฏิสมฺภิทปฺปตฺตาย ปฏิสมฺภิทาโย ปูเรตฺวา ฐิตตาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มหนฺเต อตฺเถ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ราชยุตฺเตหีติ รญฺโญ กมฺเม นิยุตฺตปุริเสหิ. อาหจฺจวจเนนาติ สตฺถารา กรณาทีนิ อาหนิตฺวา ปวตฺติตวจเนน. ยเทตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.