๘. มหาตณฺหาสงฺขยสุตฺตวณฺณนา
๓๙๖. ลทฺธิมตฺตนฺติ มิจฺฉาคาหมตฺตํ, น ทิฏฺฐาภินิเวโส. สสฺสตทิฏฺฐีติ นิจฺจาภินิเวโส. โสติ อริฏฺโฐ ภิกฺขุ. กเถตฺวา สโมธาเนนฺตนฺติ โยชนา. สโมธาเนนฺตนฺติ จ นิคเมนฺตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺเถวาติ เตสุ เตสุ เอว ภเวสุ นิรุชฺฌนฺติ, น ภวนฺตรํ สงฺกมนฺติ. วิญฺญาณํ ปน อภินฺนสภาวํ อนญฺญนฺติ อธิปฺปาโย. อิธโลกโตติ อิมสฺมา อตฺตภาวา. ปรโลกนฺติ ปรภวสญฺญิตํ อตฺตภาวํ. สนฺธาวตีติ นิจฺจตาย เกนจิ อสมฺพทฺธํ วิย คจฺฉติ. เตน อิธโลกโต ปรโลกคมนมาห. สํสรตีติ อิมินา ปรโลกโต อิธาคมนํ. สนฺธาวตีติ วา ภวนฺตรสงฺกมนมาห. สํสรตีติ ตตฺถ ตตฺถ อปราปรสญฺจรณํ.
‘‘ปจฺจเย สติ ภวตี’’ติอาทินา วิญฺญาณสฺส อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนภาวํ ทสฺเสนฺโต สสฺสตภาวํ ปฏิกฺขิปติ. พุทฺเธน อกถิตํ กเถสีติ อิมินา ‘‘ยํ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน, ตํ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๒, ๓๕๓) อิมสฺมึ เภทกรวตฺถุสฺมึ สนฺทิสฺสตีติ ทสฺเสติ. ชินจกฺเก ปหารํ เทตีติ ‘‘ตเทวิทํ วิญฺญาณํ…เป… อนญฺญ’’นฺติ นิจฺจตํ ปฏิชานนฺโต – ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา (ธ. ป. ๒๗๗), รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจ’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๙๓-๙๔) จ อาทินยปฺปวตฺเต สตฺถุ ธมฺมจกฺเก ขีลํ อุปฺปาเทนฺโต ปหารํ เทติ. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน อนิจฺจนฺติ ทิฏฺฐํ ปเวทิตญฺจ วิญฺญาณํ นิจฺจนฺติ ปฏิชานนฺโต เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหติ. โสตุกามํ ชนนฺติ อริยธมฺมาธิคมสฺส เอกนฺตอุปายภูตํ วิปสฺสนามคฺคํ โสตุกามํ ชนํ นิจฺจคฺคาหปคฺคณฺหเนน วิสํวาเทติ. ตโต เอว อริยปเถ อริยธมฺมวีถิยํ ตสฺสา ปฏิกฺขิปเนน ติริยํ นิปติตฺวา.
๓๙๘. วิญฺญาณสีเสน อตฺตนา คหิตํ อตฺตานํ วิภาเวนฺโต ‘‘ยฺวายํ, ภนฺเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วโท เวเทยฺโยติอาทโย สสฺสตทิฏฺฐิยา เอว อภินิเวสาการา. วทตีติ วโท, วจีกมฺมสฺส การโกติ อตฺโถ. อิมินา หิ การกภาวุปายิกสตฺตานํ หิตสุขาวโพธนสมตฺถตํ อตฺตโน ทสฺเสติ. เวทิโยว เวเทยฺโย, ชานาติ อนุภวติ จาติ อตฺโถ. อีทิสานญฺหิ ปทานํ พหุลา กตฺตุสาธนตํ สทฺทวิทู มญฺญนฺติ. เวทยตีติ ตํ ตํ อนุภวิตพฺพํ อนุภวติ. ตหึ ตหินฺติ เตสุ เตสุ ภวโยนิคติฐิติสตฺตาวาสสตฺตนิกาเยสุ.
๓๙๙. ตํ วาทํ ปคฺคยฺห ฐิตตฺตา สาติสฺส ฉินฺนปจฺจยตา อวิรุฬฺหธมฺมตา จ เวทิตพฺพา. เหฏฺฐาติ อลคทฺทสุตฺตสํวณฺณนํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๓๖-๒๓๗) สนฺธายาห. ปรโต เหฏฺฐาติ วุตฺตฏฺฐาเนปิ เอเสว นโย. ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธีติ ตีหิปิ อนุสนฺธีหิ อโวมิสฺโส วิสุํเยเวโก อนุสนฺธิ. นนุ จายมฺปิ สาติสฺส อชฺฌาสยวเสน ปวตฺติตตฺตา อชฺฌาสยานุสนฺธิเยวาติ? น, นิยฺยานมุเขน อปฺปวตฺตตฺตา. นิยฺยานญฺหิ ปุรกฺขตฺวา ปุจฺฉาทิวเสน ปวตฺตา อิตรา เทสนาปุจฺฉานุสนฺธิอาทโย. อิธ ตทภาวโต วุตฺตํ ‘‘ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ. ปริสาย ลทฺธึ โสเธนฺโตติ ยาทิสี สาติสฺส ลทฺธิ, ตทภาวทสฺสนวเสน ปริสาย ลทฺธึ โสเธนฺโต, ปริสาย ลทฺธิโสธเนเนว สาติ คณโต นิสฺสาริโต นาม ชาโต.
๔๐๐. ยํ ยเทวาติ อิทํ ยทิปิ อวิเสสโต ปจฺจยธมฺมคฺคหณํ, ‘‘วิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตี’’ติ ปน วุตฺตตฺตา ตํตํวิญฺญาณสฺส สมญฺญานิมิตฺตปจฺจยชาตํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ – ‘‘จกฺขุวิญฺญาณนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตี’’ติอาทิ. อถ วา ตํตํทฺวารนิยตํ อิตรมฺปิ สพฺพํ ตสฺส ตสฺส วิญฺญาณสฺส ปจฺจยชาตํ อิธ ‘‘ยํ ยเทวา’’ติ คหิตํ, ตตฺถ ปน ยํ อสาธารณํ, เตน สมญฺญาติ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณนฺเตฺววา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทฺวารสงฺกนฺติยา อภาวนฺติ วิญฺญาณสฺส ทฺวารนฺตรสงฺกมนสฺส อภาวํ. สฺวายํ โอฬาริกนเยน มนฺทพุทฺธีนํ สุขาวโพธนตฺถํ นยทสฺสนวเสน วุตฺโต. น หิ กทาจิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ วิคจฺฉนฺตํ อนนฺตรวิญฺญาณํ สงฺกมติ อนนฺตราทิปจฺจยาลาเภ ตสฺส อนุปฺปชฺชนโต.
เอวเมวาติ ยถา อคฺคิ อุปาทานํ ปฏิจฺจ ชลนฺโต อนุปาทาโน ตตฺเถว นิพฺพายติ, น กตฺถจิ สงฺกมติ, เอวเมว. ‘‘ปจฺจยเวกลฺเลน ตตฺเถว นิรุชฺฌตี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, น เหตฺถ อนุปฺปาทนิโรโธ อิจฺฉิโต ตาทิสสฺส นิโรธสฺส อิธ อนธิปฺเปตตฺตา, อถ โข ขณนิโรโธ, โส จ สาภาวิกตฺตา น ปจฺจยเวกลฺลเหตุโก? สจฺจเมตํ, ตํตํทฺวาริกสฺส ปน วิญฺญาณสฺส ทฺวารนฺตรํ อสงฺกมิตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว นิรุชฺฌนํ อิธาธิปฺเปตํ. เยสญฺจ ปจฺจยานํ วเสน ทฺวารนฺตริกวิญฺญาเณน ภวิตพฺพํ, เตสํ ตทภาวโต ปจฺจยเวกลฺลคฺคหณํ, ตสฺมา ปจฺจยเวกลฺเลน น โสตาทีนิ สงฺกมิตฺวา โสตวิญฺญาณนฺติอาทิ สงฺขฺยํ คจฺฉตีติ โยชนา. เอเตน ยํ วิญฺญาณํ จกฺขุรูปาทิปจฺจยสามคฺคิยา วเสน จกฺขุวิญฺญาณสงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺเถว นิรุชฺฌติ ตาวกาลิกภาวโต, ตสฺส ปน โสตสทฺทาทิปจฺจยาภาวโต กุโต โสตวิญฺญาณาทิสมญฺญา, เอวมปฺปวตฺติโต ตสฺส กุโต สงฺกโมติ ทสฺสิตํ โหติ. วิญฺญาณปฺปวตฺเตติ วิญฺญาณปฺปวตฺติยํ. ทฺวารสงฺกนฺติมตฺตนฺติ ทฺวารนฺตรสงฺกมนมตฺตมฺปิ น วทามิ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนโต ปจฺจยสฺส อุปฺปาทวนฺตโต สติ จ อุปฺปาเท อวสฺสํภาวี นิโรโธติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจตา ทีปิตา โหตีติ.
๔๐๑. ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ วุตฺตํ มยา, อญฺญตฺร ปจฺจยา นตฺถิ วิญฺญาณสฺส สมฺภโว’’ติ ปาฬิยา อนฺวยโต จ พฺยติเรกโต จ วิญฺญาณสฺส สงฺขตตาว ทสฺสิตาติ อาห ‘‘สปฺปจฺจยภาวํ ทสฺเสตฺวา’’ติ. เหตุปจฺจเยหิ ชาตํ นิพฺพตฺตํ ‘‘ภูต’’นฺติ อิธาธิปฺเปตํ, ตํ อตฺถโต ปญฺจกฺขนฺธา ตพฺพินิมุตฺตสฺส สปฺปจฺจยสฺส อภาวโต, ยญฺจ ขนฺธปญฺจกํ อตฺตโน เตสญฺจ ภิกฺขูนํ, ตํ ‘‘ภูตมิท’’นฺติ ภควา อโวจาติ อาห ‘‘อิทํ ขนฺธปญฺจก’’นฺติ. อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ อาหาโร, ปจฺจโย. สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโว, อาหาโร สมฺภโว เอตสฺสาติ อาหารสมฺภวํ. เตนาห ‘‘ปจฺจยสมฺภว’’นฺติ. ตสฺส ปจฺจยสฺส นิโรธาติ เยน อวิชฺชาทินา ปจฺจเยน ขนฺธปญฺจกํ สมฺภวติ, ตสฺส ปจฺจยสฺส อนุปฺปาทนิโรธา. ขณนิโรโธ ปน การณนิรเปกฺโข.
โนสฺสูติ สํสยโชตโน นิปาโตติ อาห ‘‘ภูตํ นุ โข อิทํ, น นุ โข ภูต’’นฺติ. ภูตมิทํ โนสฺสูติ จ อิมินา ขนฺธปญฺจกเมว นุ โข อิทํ, อุทาหุ อตฺตตฺตนิยนฺติ เอวํชาติโก สํสยนากาโร คหิโต. ตทาหารสมฺภวํ โนสฺสูติ ปน อิมินา สเหตุกํ นุ โข อิทํ ภูตํ, อุทาหุ อเหตุกนฺติ ยถา อเหตุกภาวาปนฺโน สํสยนากาโร คหิโต, เอวํ วิสมเหตุกภาวาปนฺโนปิ สํสยนากาโร คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. วิสมเหตุโนปิ ปรมตฺถโต ภูตสฺส อเหตุกภาวโต. วิสมเหตุวาโทปิ ปเรหิ ปริกปฺปิตมตฺตตาย สภาวนิยติยทิจฺฉาทิวาเทหิ สมานโยคกฺขโมติ. นิโรธธมฺมํ โนสฺสูติ อิมินา ยถา อนิจฺจํ นุ โข อิทํ ภูตํ, อุทาหุ นิจฺจนฺติ อนิจฺจตํ ปฏิจฺจ สํสยนากาโร คหิโต, เอวํ ทุกฺขํ นุ โข, อุทาหุ น ทุกฺขํ, อนตฺตา นุ โข, อุทาหุ น อนตฺตาติปิ สํสยนากาโร คหิโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ อนิจฺจสฺส ทุกฺขภาวาทิอวสฺสํภาวโต, นิจฺเจ จ ตทุภยาภาวโต. ยาถาวสรสลกฺขณโตติ อวิปรีตสรสโต สลกฺขณโต จ, กิจฺจโต เจว สภาวโต จาติ อตฺโถ. วิปสฺสนาย อธิฏฺฐานภูตาปิ ปญฺญา วิปสฺสนา เอวาติ วุตฺตํ ‘‘วิปสฺสนาปญฺญายา’’ติ. สรสโตติ จ สภาวโต. สลกฺขณโตติ สามญฺญลกฺขณโต. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาปญฺญาย สมฺมา ปสฺสนฺตสฺสา’’ติ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘ยาถาวสรสลกฺขณโต’’ติ วุตฺตนเยเนว. เย เยติ ตสฺสํ ปริสายํ เย เย ภิกฺขู. สลฺลกฺเขสุนฺติ สมฺมเทว อุปธาเรสุํ.
เตหีติ เตหิ ภิกฺขูหิ. ตตฺถาติ ติสฺสํ วิปสฺสนาปญฺญายํ. นิตฺตณฺหภาวนฺติ ตณฺหาภาวํ ‘‘เอตํ มม’’นฺติ ตณฺหาคฺคาหสฺส ปหีนตํ. เอเตนปิ ภควา ‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุปิ ตณฺหาปหานเมว วณฺเณมิ, สาติ ปน โมฆปุริโส อตฺตภาเวปิ ตณฺหาสํวทฺธนึ วิปรีตทิฏฺฐึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐตี’’ติ สาตึ นิคฺคณฺหาติ. สภาวทสฺสเนนาติ ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวทสฺสเนน. ปจฺจยทสฺสเนนาติ การณทสฺสเนน อนวเสสโต เหตุโน ปจฺจยสฺส จ ทสฺสเนน. อลฺลีเยถาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน นิสฺสเยถ. เตนาห ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐีหี’’ติ. เกลาเยถาติ ปริหรณเกฬิยา ปริหเรยฺยาถ. เตนาห ‘‘กีฬมานา วิหเรยฺยาถา’’ติ. ธนํ วิย อิจฺฉนฺตาติ ธนํ วิย ทฺรพฺยํ วิย อิจฺฉํ ตณฺหํ ชเนนฺตา. เตนาห ‘‘เคธํ อาปชฺเชยฺยาถา’’ติ. มมตฺตํ อุปฺปาเทยฺยาถาติ ‘‘มมมิท’’นฺติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อภินิเวสํ ชเนยฺยาถ. นิกนฺติวเสนปิ คหณตฺถาย โน เทสิโต, ตสฺส วา สณฺหสุขุมสฺส วิปสฺสนาธมฺมสฺส คหณํ นาม นิกนฺติยา เอว สิยา, น โอฬาริกตณฺหายาติ วุตฺตํ ‘‘นิกนฺติวเสนา’’ติ.
๔๐๒. ปฏิจฺจ เอตสฺมา ผลํ เอตีติ ปจฺจโย, สพฺโพ การณวิเสโสติ อาห ‘‘ขนฺธานํ ปจฺจยํ ทสฺเสนฺโต’’ติ. ยาว อวิชฺชา หิ สพฺโพ เนสํ การณวิเสโส อิธ ทสฺสิโต. ปุน อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา, อนฺตโต ปฏฺฐาย ยาว อาทีติ อนุโลมโต ปฏิโลมโต จ วฏฺฏวิวฏฺฏทสฺสนวเสน นานานเยหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต, นิจฺจคฺคาหสฺส นิมิตฺตภูโต กิเลโสปิ อิธ นตฺถีติ ทีเปติ. ตมฺปิ วุตฺตตฺถเมวาติ ตมฺปิ ‘‘อิเม จ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาหารา’’ติอาทิ ยาว ‘‘ตณฺหาปภวา’’ติ ปาฬิปทํ, ตาว วุตฺตตฺถเมว สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตวณฺณนายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘๙). เสสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถาภาวโต วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๗๐) วิตฺถาริตาวาติ อิมินาว สงฺคหิตํ.
๔๐๔. อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรมตฺถทีปนิยํ อุทานฏฺฐกถายํ (อุทา. อฏฺฐ. ๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๔๐๗. ปฏิธาวนาติ ปฏิสรณํ, ปุพฺเพ อตฺตโน อาคตํ อตีตํ อทฺธานํ อุทฺทิสฺส ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปฏิคมนนฺติ อตฺโถ. นนุ วิจิกิจฺฉาวเสน ปาฬิยํ ปฏิธาวนา อาคตาติ? สจฺจํ อาคตา, สา ปน ตณฺหาทิฏฺฐิเหตุกาติ ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิวเสนา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาธิคเต ญาณทสฺสเน.
นิจฺจลภาวนฺติ สุปฺปติฏฺฐิตภาวํ, ติตฺถิยวาทวาเตหิ อกมฺปิยภาวญฺจ. ครูติ ครุคุณยุตฺโต. ภาริโก ปาสาณจฺฉตฺตสทิโส. อกามา อนุวตฺติตพฺโพติ สทฺธามตฺตเกเนว อนุวตฺตนมาห, น อเวจฺจปฺปสาเทน. กิจฺจนฺติ สตฺถุกิจฺจํ. พฺราหฺมณานนฺติ ชาติมนฺตพฺราหฺมณานํ. วตสมาทานานีติ มควตาทิวตสมาทานานิ. ทิฏฺฐิกุตูหลานีติ ตํตํทิฏฺฐิคฺคาหวเสน ‘‘อิทํ สจฺจํ, อิทํ สจฺจ’’นฺติอาทินา คเหตพฺพกุตูหลานิ. เอวํ นิสฺสฏฺฐานีติ ยถา มยา ตุมฺหากํ โอวาโท ทินฺโน, เอวํ นิสฺสฏฺฐานิ วตาทีนิ ตํ อติกฺกมิตฺวา กึ คเณฺหยฺยาถ. สยํ ญาเณน ญาตนฺติ ปรเนยฺยตํ มุญฺจิตฺวา อตฺตโน เอว ญาเณน ยาถาวโต ญาตํ. เอวํภูตญฺจ สยํ ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐํ นาม โหตีติ อาห ‘‘สยํ ปญฺญาจกฺขุนา ทิฏฺฐ’’นฺติ. สยํ วิภาวิตนฺติ เตหิ ภิกฺขูหิ ตสฺส อตฺถสฺส ปจฺจตฺตํ วิภูตภาวํ อาปาทิตํ. อุปนีตาติ อุปกฺกเมน ธมฺมเทสนานุสาเรน นีตา. มยาติ กตฺตริ กรณวจนํ. ธมฺเมนาติ การเณน. เอตํ วจนนฺติ เอตํ ‘‘สนฺทิฏฺฐิโก’’ติอาทิวจนํ.
๔๐๘. ตํ สมฺโมหฏฺฐานํ อสฺส โลกสฺส. สโมธาเนนาติ สมาคเมน. คพฺภติ อตฺตภาวภาเวน วตฺตตีติ คพฺโภ, กลลาทิอวตฺโถ ธมฺมปพนฺโธ, ตนฺนิสฺสิตตฺตา ปน สตฺตสนฺตาโน ‘‘คพฺโภ’’ติ วุตฺโต ยถา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. ตนฺนิสฺสยภาวโต มาตุกุจฺฉิ ‘‘คพฺโภ’’ติ เวทิตพฺโพ, คพฺโภ วิยาติ วา. ยถา หิ นิวาสฏฺฐานตาย สตฺตานํ โอวรโก ‘‘คพฺโภ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ คพฺภเสยฺยกานํ ยาว อภิชาติ นิวาสฏฺฐานตาย มาตุกุจฺฉิ ‘‘คพฺโภ’’ติ วุตฺโตติ.
ยเมกรตฺตินฺติ ยสฺสํ เอกรตฺติยํ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ อุปโยควจนํ, อจฺจนฺตสํโยเค วา. ปฐมนฺติ สพฺพปฐมํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ. คพฺเภติ มาตุกุจฺฉิยํ. มาณโวติ สตฺโต. เยภุยฺเยน สตฺตา รตฺติยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตีติ รตฺติคฺคหณํ. อพฺภุฏฺฐิโตวาติ อุฏฺฐิตอพฺโภ วิย, อภิมุขภาเวน วา อุฏฺฐิโต เอว มรณสฺสาติ อธิปฺปาโย. โส ยาตีติ โส มาณโว ยาติ ปฐมกฺขณโต ปฏฺฐาย คจฺฉเตว. ส คจฺฉํ น นิวตฺตตีติ โส เอวํ คจฺฉนฺโต ขณมตฺตมฺปิ น นิวตฺตติ, อญฺญทตฺถุ มรณเมว อุปคจฺฉตีติ คาถาย อตฺโถ.
อุตุสมยํ สนฺธาย วุตฺตํ, น โลกสมญฺญาตรชสฺส ลคฺคนทิวสมตฺตํ. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘มาตุคามสฺส กิร ยสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ คพฺภาสเย. สณฺฐหิตฺวาติ นิพฺพตฺติตฺวา. ภิชฺชิตฺวาติ อคฺคหิตคพฺภา เอว ภินฺนา หุตฺวา. อยญฺหิ ตสฺสา สภาโว. วตฺถุ สุทฺธํ โหตีติ ปคฺฆริตโลหิตตฺตา อนามยตฺตา จ คพฺภาสโย สุทฺโธ โหติ. สุทฺธวตฺถุตฺตา ตโต ปรํ กติปยทิวสานิ เขตฺตเมว โหติ คพฺภสณฺฐหนสฺส ปริตฺตสฺส โลหิตเลสสฺส วิชฺชมานตฺตา. สมฺภวสฺส ปน กถํ สพฺภาโวติ อาห ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติอาทิ. อิตฺถิสนฺตาเนปิ สุกฺกธาตุ ลพฺภเตว. เตนาห ‘‘องฺคปรามสเนนปิ ทารโก นิพฺพตฺตติเยวา’’ติ. ยถา ปาริกาย นาภิปรามสเนน สามสฺส โพธิสตฺตสฺส, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย นาภิปรามสเนน มณฺฑพฺยสฺส นิพฺพตฺติ. คนฺธพฺโพติ คนฺธนโต อุปฺปชฺชนคติยา นิมิตฺตุปฏฺฐาปเนน สูจนโต คนฺโธติ ลทฺธนาเมน ภวคามิกมฺมุนา อพฺพติ ปวตฺตตีติ คนฺธพฺโพ, ตตฺถ อุปฺปชฺชนกสตฺโต. เตนาห ‘‘ตตฺรูปคสตฺโต’’ติ. กมฺมยนฺตยนฺติโตติ ตตฺรูปปตฺติอาวเหน กมฺมสงฺขาเตน เปลฺลนกยนฺเตน ตถตฺตาย เปลฺลิโต อุปนีโต. มหนฺเตน ชีวิตสํสเยนาติ วิชายนปริกฺกิเลเสน ‘‘ชีวิสฺสามิ โข, น นุ โข ชีวิสฺสามิ อหํ วา, ปุตฺโต วา เม’’ติ เอวํ ปวตฺเตน ชีวิตสํสเยน วิปุเลน ครุตเรน สํสเยน. ตํ ฐานนฺติ ถนปฺปเทสมาห. กีฬนฺติ เตนาติ กีฬนํ, กีฬนเมว กีฬนกํ.
๔๐๙. สารชฺชตีติ สารตฺตจิตฺโต โหติ. พฺยาปชฺชตีติ พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ. กาเย เกสาทิทฺวตฺตึสาสุจิสมุทาเย ตํสภาวารมฺมณา สติ กายสติ. อนุปฏฺฐเปตฺวาติ อนุปฺปาเทตฺวา, ยถาสภาวโต กายํ อนุปธาเรตฺวาติ อตฺโถ. ปริตฺตเจตโสติ กิเลเสหิ ปริโต ขณฺฑิตจิตฺโต. เตนาห ‘‘อกุสลจิตฺโต’’ติ. เอเต อกุสลธมฺมา. นิรุชฺฌนฺตีติ นิโรธํ ปตฺตา โหนฺติ. ตณฺหาวเสน อภินนฺทตีติ สปฺปีติกตณฺหาวเสน อภิมุขํ หุตฺวา นนฺทติ. อภิวทตีติ ตณฺหาวเสน ตํ ตํ อารมฺมณํ อภินิวิสฺส วทติ. อชฺโฌสายาติ อนญฺญสาธารณํ วิย อารมฺมณํ ตณฺหาวเสน อนุปวิสิตฺวา. เตนาห ‘‘คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา’’ติ. ทุกฺขํ กถํ อภินนฺทตีติ เอตฺถ ทุกฺขเหตุกํ อภินนฺทนฺโต ทุกฺขํ อภินนฺทติ นามาติ ทฏฺฐพฺพํ. อฏฺฐกถายํ ปน ยาวตา ยสฺส ทุกฺเข ทิฏฺฐิตณฺหา อภินนฺทนา อปฺปหีนา, ตาวตายํ ทุกฺขํ อภินนฺทติ นามาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อหํ ทุกฺขิโต มม ทุกฺขนฺติ คณฺหนฺโต อภินนฺทติ นามา’’ติ วุตฺตํ. เตน คาหทฺวยเหตุกา ตตฺถ อภินนฺทนาติ ทสฺเสติ. ปุน เอกวารนฺติ ปุนปิ เอกวารํ. ผลเหตุสนฺธิเหตุผลสนฺธิวเสน ทฺวิสนฺธี. ‘‘คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติอาทินา อตฺถโต สรูปโต จ เอตรหิ ผลสงฺเขปสฺส. สรูเปเนว จ อิตรทฺวยสฺส เทสิตตฺตา อาห ‘‘ติสงฺเขป’’นฺติ.
๔๑๐-๔๑๔. สมถยานิกสฺส ภิกฺขุโน เวทนามุเขน สงฺเขเปเนว ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ อิธ กถิตนฺติ อาห ‘‘สํขิตฺเตน ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตึ ธาเรถา’’ติ. ‘‘อิมํ ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติ’’นฺติ จ ภควา ยถาเทสิตํ เทสนํ อโวจาติ วุตฺตํ ‘‘อิมํ…เป… วิมุตฺติเทสน’’นฺติ. ยทิ เอวํ กถํ เทสนา วิมุตฺตีติ อาห ‘‘เทสนา หิ…เป… วิมุตฺตีติ วุตฺตา’’ติ. ยสฺสา ตณฺหาย วเสน สาติ ภิกฺขุ สสฺสตคฺคาหมหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก, สา สพฺพพุทฺธานํ เทสนา หตฺถาวลมฺพมาเนปิ ทุรุคฺฆาฏิยา ชาตาติ อาห ‘‘มหาตณฺหาชาลตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺก’’นฺติ. มหาตณฺหาชาเลติ มหนฺเต ตณฺหาชเฏ. ตณฺหาสงฺฆาเฏติ ตณฺหาย สงฺฆาเฏ. ตถาภูโต จ ตสฺส อพฺภนฺตเร กโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนุปวิฏฺโฐ อนฺโตคโธ’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหาตณฺหาสงฺขยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.