๙. มหาอสฺสปุรสุตฺตวณฺณนา

๔๑๕. ชานปทิโนติ ชนปทวนฺโต, ชนปทสฺส วา อิสฺสรา ราชกุมารา โคตฺตวเสน องฺคา นาม. เตสํ นิวาโส ยทิ เอโก ชนปโท, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหีสทฺเทนา’’ติ. อกฺขรจินฺตกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยุตฺเต วิย สลิงฺควจนานิ (ปาณินิ ๑.๒.๕๑) อิจฺฉนฺติ. อยเมตฺถ รุฬฺหี ยถา ‘‘กุรูสุ วิหรติ, มลฺเลสุ วิหรตี’’ติ จ. ตพฺพิเสสเน ปน ชนปทสทฺเท ชาติสทฺเท เอกวจนเมว. เตนาห ‘‘องฺเคสุ ชนปเท’’ติ. อสฺสา วุจฺจนฺติ ปาสาณานิ, ตานิ สุนฺทรานิ ตตฺถ สนฺตีติ ‘‘อสฺสปุร’’นฺติ โส นิคโม วุตฺโตติ เกจี. อปเร ปน อาชานีโย อสฺโส รญฺโญ ตตฺถ คหณํ อุปคโตติ ‘‘อสฺสปุร’’นฺติ วุตฺโตติ วทนฺติ. กึ เตหิ, นามเมตํ ตสฺส นิคมสฺส. ยสฺมา ปน ตตฺถ ภควโต นิพทฺธวสนฏฺฐานํ กิญฺจิ นาโหสิ, ตสฺมา ‘‘ตํ โคจรคามํ กตฺวา วิหรติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ตถา หิ ปาฬิยํ ‘‘อสฺสปุรํ นาม องฺคานํ นิคโม’’ติ โคจรคามกิตฺตนเมว กตํ.

เอวรูเปน สีเลนาติอาทีสุ สีลคฺคหเณน วาริตฺตสีลมาห. เตน สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีเว ทสฺเสติ. อาจารคฺคหเณน จาริตฺตสีลํ. เตน ปริสุทฺธํ กายวจีสมาจารํ. ปฏิปตฺติคฺคหเณน สมถวิปสฺสนามคฺคผลสงฺคหํ สมฺมาปฏิปตฺตึ. ลชฺชิโนติ อิมินา ยถาวุตฺตสีลาจารมูลการณํ. เปสลาติ อิมินา ปาริสุทฺธึ. อุฬารคุณาติ อิมินา ปฏิปตฺติยา ปาริปูรึ. ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว วณฺณํ กเถนฺตีติ อิทํ เตสํ อุปาสกานํ เยภุยฺเยน ภิกฺขูนํ คุณกิตฺตนปสุตตาย วุตฺตํ. เต ปน สทฺธมฺเมปิ สมฺมาสมฺพุทฺเธปิ อภิปฺปสนฺนา เอว. เตนาห ‘‘พุทฺธมามกา ธมฺมมามกา’’ติ. วตฺถุตฺตเย หิ เอกสฺมึ อภิปฺปสนฺนา อิตรทฺวเย อภิปฺปสนฺนา เอว ตทวินาภาวโต. ปิณฺฑปาตาปจายเนติ ลกฺขณวจนเมตํ ยถา ‘‘กาเกหิ สปฺปิ รกฺขิตพฺพ’’นฺติ, ตสฺมา ปจฺจยปฏิปูชเนติ วุตฺตํ โหติ. ปจฺจยทายกานญฺหิ การสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา มหปฺผลภาวสฺส กรณํ อิธ ‘‘ปิณฺฑปาตาปจายน’’นฺติ อธิปฺเปตํ.

สมณกรณาติ สมณภาวกรา, สมณภาวสฺส การกาติ อตฺโถ. เต ปน เอกนฺตโต อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาทิตา วฑฺฒิตา จ โหนฺตีติ อาห ‘‘สมาทาย ปริปูริตา’’ติ. สมณคฺคหณญฺเจตฺถ สมณวเสน, น สามญฺญมตฺเตนาติ อาห ‘‘สมิตปาปสมณ’’นฺติ. พฺราหฺมณกรณาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยเนวตฺโถ เวทิตพฺโพ. พฺยญฺชนโต เอว จายํ เภโท, ยทิทํ สมณพฺราหฺมณาติ, น อตฺถโต. สมเณนกตฺตพฺพธมฺมาติ สมณธมฺเม ฐิเตน สมฺปาเทตพฺพธมฺมา. โย หิ เหฏฺฐิมสิกฺขาสงฺขาตสมณภาเว สุปฺปติฏฺฐิโต, เตน เย อุปริสิกฺขาสงฺขาตสมณภาวา สมฺปาเทตพฺพา, เตสํ วเสเนว วุตฺตสมเณน กตฺตพฺพธมฺมา วุตฺตาติ. ตถา หิ เตสํ สมณภาวาวหตํ สนฺธายาห ‘‘เตปิ จ สมณกรณา โหนฺติเยวา’’ติ. อิธ ปนาติ มหาอสฺสปุเร. หิโรตฺตปฺปาทิวเสน เทสนา วิตฺถาริตาติ หิโรตฺตปฺป-ปริสุทฺธกายวจีมโนสมาจาราชีวอินฺทฺริยสํวร-โภชเนมตฺตญฺญุต- ชาคริยานุโยคสติสมฺปชญฺญ-ฌานวิชฺชาวเสน สมณกรณธมฺมเทสนา วิตฺถารโต เทสิตา, น ติกนิปาเต วิย สงฺเขปโต. ผลคฺคหเณเนว วิปากผลํ คหิตํ, ตํ ปน อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน จตุพฺพิธํ สามญฺญผลํ ทฏฺฐพฺพํ. อานิสํสคฺคหเณน ปิยมนาปตาทิอุทฺรโย. ตสฺเสว อตฺโถติ ตสฺเสว อวญฺจาปทสฺเสว อตฺถนิทฺเทโส. ‘‘ยสฺสา หี’’ติอาทินา พฺยติเรกวเสน อตฺถํ วทติ. เอตฺตเกน ฐาเนนาติ เอตฺตเกน ปาฬิปเทเสน. หิโรตฺตปฺปาทีนํ อุปริ ปาฬิยํ วุจฺจมานานํ สมณกรณธมฺมานํ. วณฺณํ กเถสีติ คุณํ อานิสํสํ อภาสิ. สติปฏฺฐาเน วุตฺตนเยนาติ ‘‘อปิจ วณฺณภณนเมต’’นฺติอาทินา สติปฏฺฐานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) วุตฺตนเยน.

๔๑๖. ยํ หิรียตีติ เยน ธมฺเมน เหตุภูเตน วา ชิคุจฺฉติ. กรเณ เหตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ยนฺติ วา ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺโต, ธมฺโมติ อตฺโถ. หิรียิตพฺเพนาติ อุปโยคตฺเถ กรณวจนํ, หิรียิตพฺพยุตฺตกํ กายทุจฺจริตาทินฺติ อตฺโถ. โอตฺตปฺปิตพฺเพนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อชฺฌตฺตํ นิยกชฺฌตฺตํ ชาติอาทิ สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี, พหิทฺธา อตฺตโต พหิภูโต ปรสตฺโต สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ. อตฺตาธิปติโต อาคตา อตฺตาธิปเตยฺยา, อตฺตานํ อธิปตึ กตฺวา ปวตฺตา. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตาติ ปาปชิคุจฺฉนสภาวฏฺฐายินี. สปฺปติสฺสวลกฺขณตฺตา ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺเต คารววเสน ปติสฺสวนํ ปติสฺสโว, สห ปติสฺสเวนาติ สปฺปติสฺสวํ, ปติสฺสวภูตํ ตํสภาวญฺจ ยํ กิญฺจิ คารวํ. ชาติอาทิมหตฺตตาปจฺจเวกฺขเณน อุปฺปชฺชมานา จ หิรี ตตฺถ คารววเสน ปวตฺตตีติ สปฺปติสฺสวลกฺขณาติ วุจฺจติ. ภยสภาวสณฺฐิตนฺติ ปาปโต ภายนสภาวฏฺฐายี, วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณตฺตา วชฺชํ ภายติ ตํ ภยโต ปสฺสตีติ วชฺชภีรุกภยทสฺสาวี, เอวํสภาวํ โอตฺตปฺปํ. อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานาทิตา จ หิโรตฺตปฺปานํ ตตฺถ ตตฺถ ปากฏภาเวเนว วุจฺจติ, น ปเรสํ กทาจิ อญฺญมญฺญวิปฺปโยคา. น หิ ลชฺชนํ นิพฺภยํ, ปาปภยํ วา อลชฺชนํ โหตีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.พลราสิวณฺณนา) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. โลกมริยาทสฺส ปาลนโต โลกปาลธมฺมา นาม. สุกฺกาติ โอทาตา ปภสฺสรภาวการกา, สุกฺกาภิชาติเหตุตาย วา สุกฺกา. สมฺเภทนฺติ อาจารมริยาทาสงฺกรํ. เทวภาวาวหา ธมฺมาติ เทวธมฺมา.

สุกฺกธมฺมสมาหิตาติ ยถาวุตฺตสุกฺกธมฺมสมงฺคิโน. สนฺโตติ วูปสนฺตโทสา. สปฺปุริสาติ สนฺตชนา. สปรหิตสาธกา หิ สาธโว.

อวยววินิมุตฺตสฺส สมุทายสฺส อภาวโต, อวยเวน จ สมุทายสฺส อปทิสิตพฺพโต โอวาทูปสมฺปทาวหโอวาเทกเทโส โอวาทูปสมฺปทาติ. อิธาติ อิมสฺมึ อสฺสปุเร. เอเต หิโรตฺตปฺปธมฺมา. สมณธมฺมา นามาติ ทสฺสิตา มูลภูตสมณภาวกรา ธมฺมาติ กตฺวา. ตถา หิ เตสํ อาทิโต คหณํ.

ยสฺส อธิคเมน นิปฺปริยายโต สมณา นาม โหนฺติ, โส อริยมคฺโค ‘‘สมณสฺส กมฺมํ ปฏิปทา’’ติ กตฺวา สามญฺญํ, ตสฺส ปน ผลภาวโต, อารมฺมณกรณวเสน อรณียโต ผลนิพฺพานานิ สามญฺญตฺโถ. ราคํ เขเปตีติ ราคกฺขโย, อริยมคฺโค. ราโค ขียติ เอตฺถาติ ราคกฺขโย, นิพฺพานํ. ผลํ ปน การณูปจาเรน ราคกฺขโย ทฏฺฐพฺโพ. โทสกฺขโย โมหกฺขโยติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สามญฺญภูโต อตฺโถ สามญฺญตฺโถ, มคฺโค, สามญฺญสฺส อตฺโถติ สามญฺญตฺโถ, ผลนฺติ อาห ‘‘มคฺคมฺปิ ผลมฺปิ เอกโต กตฺวา สามญฺญตฺโถ กถิโต’’ติ. ตยิทํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน วุตฺตํ. สีลาทิปุพฺพภาคปฏิปทาปิ หิ อิธ ‘‘สามญฺญตฺโถ’’ติ คหิตา. เตเนวาห ‘‘สติ อุตฺตริกรณีเย’’ติ. ปฏิเวทยามีติ ปุนปฺปุนํ ญาเปมิ.

๔๑๗. กมฺมปถวเสเนวาติ อกุสลกมฺมปถภาเวเนว, ตโต ตาทิสมฺปิ อกุสลกมฺมํ ภิกฺขุสฺส กาตุํ น ยุตฺตนฺติ ทุฏฺฐุลฺลภาเวเนว ตโต โอรมตีติ อธิปฺปาโย. สิกฺขาปทพทฺเธนาติ สิกฺขาปทปญฺญาปเนน. ปานียฆเฏ วา ปตฺเต วา กากานํ หตฺถํ วา ทณฺฑํ วา เลฑฺฑุํ วาติ สพฺพมิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. ยตฺถ กตฺถจิ หิ ฐิตานํ อญฺเญสมฺปิ ปาณีนํ อุฏฺฐาปนาทิ สพฺพํ อนิฏฺฐกรณํ อิธ อปริสุทฺธกายสมาจารภาเวเนว สงฺคหิตนฺติ. อุตฺตาโนติ อุทฺธมุทฺธํ ตโนตีติ อุตฺตาโน. เอวํภูโต จ เกนจิ อนุปฺปาทภูมิยํ สญฺชาตสาลกลฺยาณีขนฺโธ วิย อุปรูปริ อุคฺคตุคฺคโต ปากโฏ จ โหตีติ อาห ‘‘อุคฺคโต ปากโฏ’’ติ. อนาวโฏติ อนิวุโต. เตนาห ‘‘อสญฺฉนฺโน’’ติ, นจฺฉาเทตพฺโพติ อตฺโถ. เอกสทิโส วิสุทฺธภาเวน. อนฺตรนฺตเร ฉิทฺทรหิโต ปุพฺเพนาปรํ สมฺมาปฏิปตฺติยา สนฺธาเนน. สํวุโต กายิกสฺส สํวรสฺส อนุปกฺกิเลสโต. เตนาห ‘‘กิเลสานํ ทฺวารํ ปิทหเนนา’’ติ.

๔๑๘. เอตฺถ ยถา ลหุกตรํ กากุฏฺฐาปนาทิกายกมฺมํ กายสมาจารสฺส อปริสุทฺธภาวาวหํ สลฺเลขวิโกปนโต, มิจฺฉาวิตกฺกนมตฺตญฺจ มโนสมาจารสฺส, เอวํ ยํ กิญฺจิ อนิยฺยานกถากถนมตฺตํ วจีสมาจารสฺส อปริสุทฺธภาวาวหํ สลฺเลขวิโกปนโต, น หสาธิปฺปาเยน มุสากถนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. หสาธิปฺปาเยน หิ มุสากถนํ สิกฺขาปทพทฺเธเนว ปฏิกฺขิตฺตนฺติ.

๔๒๐. อาชีโวปิ เอกจฺโจ กมฺมปถวเสน วาริโต ลพฺภติ. โส ปน อติโอฬาริโก กายวจีสมาจารวาเรสุ วุตฺตนโย เอวาติ น คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เย ปน ‘‘ตาทิโส ภิกฺขูนํ อโยคฺยโต น คหิโต’’ติ วทนฺติ, ตํ มิจฺฉา ตถา สติ กายวจีสมาจารวาเรปิ ตสฺส อคฺคเหตพฺพภาวาปตฺติโต. ‘‘ขาทถ ปิวถา’’ติ ปุจฺฉา อตฺตโน ขาทิตุกามตาทีปเนน, ปริยายกถาภาวโต ปเนสา สลฺเลขวิโกปนา ชาตา.

๔๒๒. อเนสนํ ปหาย ธมฺเมน สเมน ปจฺจเย ปริเยสนฺโต ปริเยสนมตฺตญฺญู นาม. ทายกสฺส เทยฺยธมฺมสฺส อตฺตโน จ ปมาณญฺญุตาปฏิคฺคณฺหนฺโต ปฏิคฺคหณมตฺตญฺญู นาม. โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺโต ปริโภคมตฺตญฺญู นาม.

๔๒๓. เอกสฺมึ โกฏฺฐาเสติ มชฺฌิมยามสญฺญิเต เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส. ‘‘วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ เอวํ วุตฺตา. ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ ทกฺขิณหตฺถสฺส สรีรคฺคหณาทิปโยคกฺขมโต. ปุริสวเสน เจตํ วุตฺตํ.

เตชุสฺสทตฺตาติ อิมินา สีหสฺส อภีรุกภาวํ ทสฺเสติ. ภีรุกา หิ เสสมิคา อตฺตโน อาสยํ ปวิสิตฺวา สนฺตาสปุพฺพกํ ยถา ตถา สยนฺติ, สีโห ปน อภีรุกภาวโต สโตการี ภิกฺขุ วิย สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาว สยติ. เตนาห ‘‘เทฺว ปุริมปาเท’’ติอาทิ. เสติ อพฺยาวฏภาเวน ปวตฺตติ เอตฺถาติ เสยฺยา, จตุตฺถชฺฌานเมว เสยฺยา. กึ ปน ตํ จตุตฺถชฺฌานนฺติ? อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ. ตตฺถ หิ ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ภควา อนุกฺกเมน อคฺคมคฺคํ อธิคโต ตถาคโต ชาโตติ เกจิ, ตยิทํ ปทฏฺฐานํ นาม น เสยฺยา. อปเร ปน ‘‘จตุตฺถชฺฌานสมนนฺตรา ภควา ปรินิพฺพายี’’ติ วุตฺตปทํ คเหตฺวา ‘‘โลกิยจตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ ตถาคตเสยฺยา’’ติ วทนฺติ, ตถา สติ ปรินิพฺพานกาลิกา ตถาคตเสยฺยาติ อาปชฺชติ, น จ ภควา จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชนพหุโล วิหาสิ, อคฺคผลฌานํ ปเนตฺถ ‘‘จตุตฺถชฺฌาน’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยถา สตฺตานํ นิทฺทุปคมนลกฺขณา เสยฺยา ภวงฺคจิตฺตวารวเสน โหติ, ตญฺจ เตสํ ปฐมชาติสมนฺวยํ เยภุยฺยวุตฺติกํ, เอวํ ภควโต อริยชาติสมนฺวยํ เยภุยฺยวุตฺติกํ อคฺคผลภูตํ จตุตฺถชฺฌานํ ‘‘ตถาคตเสยฺยา’’ติ เวทิตพฺพํ. สีหเสยฺยาติ เสฏฺฐเสยฺยาติ อาห ‘‘อุตฺตมเสยฺยา’’ติ.

๔๒๖. วิคตนฺตานีติ อิณมูลานิ. เตสนฺติ อิณมูลานํ. ปริยนฺโตติ อวเสโส.

ปวตฺตินิวารเณน จตุอิริยาปถํ ฉินฺทนฺโต. อาพาธตีติ ปีเฬติ. ทุกฺขิโตติ สญฺชาตทุกฺโข. อปฺปํ พลํ พลมตฺตา. อปฺปตฺโถ หิ อยํ มตฺตา-สทฺโท ‘‘มตฺตาสุขปริจฺจาคา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๒๙๐) วิย, พลวตฺโถ ปน มตฺตา-สทฺโท อนตฺถนฺตโร. เสสนฺติ ‘‘ตสฺส หิ พนฺธนา มุตฺโตมฺหีติ อาวชฺชยโต ตทุภยํ โหตี’’ติอาทินา วตฺตพฺพํ สนฺธายาห. สพฺพปเทสูติ วุตฺตาวสิฏฺเฐสุ สพฺพปเทสุ. เยนกามํ ยถารุจิ คจฺฉตีติ เยนกามํคโมติ อนุนาสิกโลปํ อกตฺวา นิทฺเทโส. ภุโช อตฺตโน ยถาสุขวินิโยโค อิสฺโส อิจฺฉิตพฺโพ เอตฺถาติ ภุชิสฺโส, สามิโก. โส ปน อปรสนฺตกตาย ‘‘อตฺตโน สนฺตโก’’ติ วุตฺโต. ทุลฺลภอาปตาย กํ ตาเรนฺติ เอตฺถาติ กนฺตาโรติ อาห ‘‘นิรุทกํ ทีฆมคฺค’’นฺติ.

วินาเสตีติ ขาทนทุพฺพินิโยชนาทีหิ ยถา อิณมูลํ กิญฺจิ น โหติ, ตถา กโรติ. ยมฺหิ ราควตฺถุมฺหิ. โส ปุคฺคโล. เตน ราควตฺถุนา, ปุริโส เจ อิตฺถิยา, อิตฺถี เจ ปุริเสน. อิณํ วิย กามจฺฉนฺโท ทฏฺฐพฺโพ ปีฬาสมานโต.

น วินฺทตีติ น ชานาติ. อุปทฺทเวถาติ สุขวิหารสฺส อุปทฺทวํ กโรถ, วิพาเธถาติ อตฺโถ. โรโค วิย พฺยาปาโท ทฏฺฐพฺโพ สุขภญฺชนสมานโต.

นานาวิธเหตูปายาลงฺกตตาย ขนฺธายตนธาตุปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิธมฺมนีติวิจิตฺตตาย จ วิจิตฺตนเย. ธมฺมสฺสวเนติ ธมฺมกถายํ. กถา หิ โสตพฺพฏฺเฐน ‘‘สวน’’นฺติ วุตฺตา. เอวเมตฺถ สีลํ วิภตฺตํ, เอวํ ฌานาภิญฺญา, เอวํ วิปสฺสนามคฺคผลานีติ เนว ตสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ ชานาติ. อุฏฺฐิเตติ นิฏฺฐิเต. อโห การณนฺติ ตตฺถ ตตฺถ ปฏิญฺญานุรูเปน นิกฺขิตฺตสาธนวเสน คหิตการณํ. อโห อุปมาติ ตสฺเสว การณสฺส ปติฏฺฐาปนวเสน อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ ปติฏฺฐํ อุทาหรณาทิ. พนฺธนาคารํ วิย ถินมิทฺธํ ทฏฺฐพฺพํ ทุกฺขโต นิยฺยานสฺส วิพนฺธนโต.

ยสฺมา กุกฺกุจฺจนีวรณํ อุทฺธจฺจรหิตํ นตฺถิ, ยสฺมา วา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ สมานกิจฺจาหารปฏิปกฺขํ, ตสฺมา กุกฺกุจฺจสฺส วิสยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วินเย อปกตญฺญุนา’’ติอาทิมาห. ยถา หิ อุทฺธจฺจํ สตฺตสฺส อวูปสมกรํ, ตถา กุกฺกุจฺจมฺปิ. ยถาปิ อุทฺธจฺจสฺส ญาติวิตกฺกาทิ อาหาโร, ตถา กุกฺกุจฺจสฺสปิ. ยถา จ อุทฺธจฺจสฺส สมโถ ปฏิปกฺโข, ตถา กุกฺกุจฺจสฺสปีติ. ทาสพฺยํ วิย อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ทฏฺฐพฺพํ อเสริภาวาปาทนโต.

โสฬสวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา อฏฺฐวตฺถุกํ วิจิกิจฺฉํ อนุปวิฏฺฐาติ อาห ‘‘อฏฺฐสุ ฐาเนสุ วิจิกิจฺฉา’’ติ. วิจิกิจฺฉนฺโตติ สํสยนฺโต. อธิมุจฺจิตฺวาติ ปตฺติยาเยตฺวา. คณฺหิตุนฺติ สทฺเธยฺยวตฺถุํ ปริคฺคเหตุํ. อภิมุขํ สปฺปนํ อาสปฺปนํ, ปริโต สปฺปนํ ปริสปฺปนํ. ปททฺวเยนปิ จิตฺตสฺส อนิจฺฉนาการเมว วทติ. เขมนฺตคามิมคฺคํ น ปริโยคาหติ เอเตนาติ อปริโยคาหนํ, อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิตภาเวน ฉมฺภิตํ โหติ จิตฺตํ ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน, โส ธมฺโม ฉมฺภิตตฺตนฺติ วิจิกิจฺฉนาการมาห. เตนาห ‘‘จิตฺตสฺส อุปฺปาทยมานา’’ติ. กนฺตารทฺธานมคฺโค วิยาติ สาสงฺกกนฺตารทฺธานมคฺโค วิย ทฏฺฐพฺพา อปฺปฏิปตฺติเหตุภาวโต.

นตฺถิ เอตฺถ อิณนฺติ อณโณ, ตสฺส ภาโว อาณณฺยํ, กสฺสจิ อิณสฺส อธารณํ. สมิทฺธกมฺมนฺโตติ นิปฺผนฺนชีวิกปฺปโยโค. ปริพุนฺธติ อุปโรเธตีติ ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา ปลิโพโธ, อเสริวิหาโร, ตสฺส มูลํ การณนฺติ ปลิโพธมูลํ. ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวาติ อสุภนิมิตฺตคฺคาหาทิเก ฉ ธมฺเม อุปฺปาเทตฺวา วฑฺเฒตฺวา. ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวาติ จ เมตฺตานิมิตฺตคฺคาหาทโย จ ตตฺถ ตตฺถ ฉ ธมฺมาติ วุตฺตาติ เวทิตพฺโพ. ปชหตีติ วิกฺขมฺภนวเสน ปชหติ. เตนาห ‘‘อาจารปณฺณตฺติอาทีนิ สิกฺขาปิยมาโน’’ติอาทิ. ปรวตฺถุมฺหีติ วิสภาควตฺถุสฺมึ, ปรวิสเย วา. ปรวิสยา เหเต ภิกฺขุโน, ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา. อาณณฺยมิว กามจฺฉนฺทปฺปหานํ อาห ปิยวตฺถุอภาวาวหโต.

อาจารวิปตฺติปฏิพาหกานิ สิกฺขาปทานิ อาจารปณฺณตฺติอาทีนิ. อาโรคฺยมิว พฺยาปาทปฺปหานํ อาห กายจิตฺตานํ ผาสุภาวาวหโต.

พนฺธนา โมกฺขมิว ถินมิทฺธปฺปหานํ อาห จิตฺตสฺส นิคฺคหิตภาวาวหโต.

ภุชิสฺสํ วิย อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปฺปหานํ อาห จิตฺตสฺส เสริภาวาวหโต.

ติณํ วิยาติ ติณมิว กตฺวา. อคเณตฺวาติ อจินฺเตตฺวา. เขมนฺตภูมึ วิย วิจิกิจฺฉาปหานํ อาห อนุสฺสงฺกิตาปริสงฺกิตภาเวน สมฺมาปฏิปตฺติเหตุภาวโต.

๔๒๗. กิรียติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๒๘-๒๙) คพฺภาสเย ขิปียตีติ กโร, สมฺภโว, กรโต ชาโตติ กรโช, มาตาเปตฺติกสมฺภโวติ อตฺโถ. มาตุยา หิ สรีรสณฺฐาปนวเสน กรโต ชาโตติ กรโชติ อปเร. อุภยถาปิ กรชกายนฺติ จตุสนฺตติรูปมาห. เตเมตีติ ตินฺตํ กโรติ. โก ปเนตฺถ ตินฺตภาโวติ อาห ‘‘เสฺนเหตี’’ติ, ปีติเสฺนเหน ปีณนํ กโรตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สพฺพตฺถ ปวตฺตปีติสุขํ กโรตี’’ติ. ปีติสมุฏฺฐานปณีตรูเปหิ สกลสฺส กรชกายสฺส ปริผุฏตาย เจตฺถ ตํสมุฏฺฐาปกปีติสุขานํ สพฺพตฺถ ปวตฺติ โชติตา. ปริสนฺเทตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถาปิ หิ ‘‘สมนฺตโต สนฺเทติ เตเมติ เสฺนเหติ, สพฺพตฺถ ปวตฺตปีติสุขํ กโรตี’’ติอาทินา ยถารหํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปริปูเรตีติ วายุนา ภสฺตํ วิย อิมํ กรชกายํ ปีติสุเขน ปูเรติ. สมนฺตโต ผุสตีติ อิมํ กรชกายํ ปีติสุเขน ผุสติ. สพฺพาวโตติ อ-การสฺส อา-กาโร กโต, สพฺพาวยววโตติ อตฺโถติ อาห ‘‘สพฺพโกฏฺฐาสวโต’’ติ, มํสาทิสพฺพาภาควโตติ อตฺโถ. อผุฏํ นาม น โหติ ปีติสุขสมุฏฺฐาเนหิ รูเปหิ สพฺพตฺถกเมว พฺยาปิตตฺตา. กาตุญฺเจว โยเชตุญฺจ เฉโก สนฺเนตุํ ปฏิพโลติ โยชนา. นฺหานียจุณฺณานํ ปริมทฺทนวเสน ปิณฺฑํ กโรนฺเตน หตฺเถน ภาชนํ นิปฺปีเฬตพฺพํ โหตีติ อาห ‘‘สนฺเนนฺตสฺส ภิชฺชตี’’ติ. อนุคตาติ อนุปวิฏฺฐา. ปริคตาติ ปริโต สมนฺตโต ตินฺตา. ตินฺตภาเวเนว สมํ อนฺตรํ พาหิรญฺจ เอติสฺสาติ สนฺตรพาหิรา. สพฺพตฺถกเมวาติ สพฺพตฺเถว. น จ ปคฺฆริณี ปมาณยุตฺตสฺเสว อุทกสฺส สิตฺตตฺตา. เอตฺถ จ นฺหานียปิณฺฑํ วิย กรชกาโย, ตํ เตเมตฺวา สมฺปิณฺฑิตปมาณยุตฺตอุทกํ วิย ปฐมชฺฌานสุขํ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๒๘. เหฏฺฐา อุพฺภิชฺชิตฺวา อุคฺคจฺฉนอุทโกติ รหทสฺส อโธถูลธาราวเสน อุพฺภิชฺช อุฏฺฐหนอุทโก. อนฺโตเยว อุพฺภิชฺชนอุทโกติ รหทสฺส อพฺภนฺตเรเยว ถูลธารา อหุตฺวา อุฏฺฐิตอุทกสิรามุเขหิ อุพฺภิชฺชนโก. อาคมนมคฺโคติ นทีตฬากกนฺทรสรอาทิโต อาคมนมคฺโค.

๔๒๙. อุปฺปลคจฺฉานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี (อ. นิ. ฏี. ๓.๕.๒๘-๒๙), วาริ. อยเมตฺถ วินิจฺฉโย, ตถา หิ โลเก รตฺตกฺขิโก ‘‘ปุณฺฑรีกกฺโข’’ติ วุจฺจติ. เกจิ ปน ‘‘รตฺตํ ปทุมํ, เสตํ ปุณฺฑรีก’’นฺติ วทนฺติ. อุปฺปลาทีนิ วิย กรชกาโย, อุทกํ วิย ตติยชฺฌานสุขนฺติ อยมฺปิ อตฺโถ ‘‘ปุริมนเยนา’’ติ อติเทเสเนว วิภาวิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๓๐. นิรุปกฺกิเลสฏฺเฐนาติ รโชชลฺลาทินา อนุปกฺกิลิฏฺฐตาย อมลีนภาเวน. อมลีนมฺปิ กิญฺจิ วตฺถุ ปภสฺสรสภาวํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปภสฺสรฏฺเฐนา’’ติ. อุตุผรณนฺติ อุณฺหอุตุผรณํ. สพฺพตฺถกเมว ฌานสุเขน ผุฏฺโฐ กรชกาโย ยถา อุตุนา ผุฏฺฐวตฺถสทิโสติ อาห ‘‘วตฺถํ วิย กรชกาโย’’ติ. ตสฺมาติ ‘‘วตฺถํ วิยา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ, กรชกายสฺส วตฺถสทิสตฺตา จตุตฺถชฺฌานสุขสฺส จ อุตุผรณสทิสตฺตาติ อตฺโถ. สนฺตสภาวตฺตา ญาณุตฺตรตฺตา เจตฺถ อุเปกฺขาปิ สุเข สงฺคหิตาติ จตุตฺถชฺฌาเนปิ สุขคฺคหณํ กตํ. ‘‘ปริสุทฺเธน ปริโยทาเตน ผริตฺวา นิสินฺโน โหตี’’ติ วจนโต จตุตฺถชฺฌานจิตฺตสฺส วตฺถสทิสตา วุตฺตา. จตุตฺถชฺฌานสมุฏฺฐานรูเปหิ ภิกฺขุโน กายสฺส ผุฏภาวํ สนฺธาย ‘‘ตํสมุฏฺฐานรูปํ อุตุผรณํ วิยา’’ติ วุตฺตํ. ปุริสสฺส กาโย วิย ภิกฺขุโน กรชกาโยติ อยํ ปนตฺโถ ปากโฏติ น คหิโต, คหิโต เอว วา ‘‘ยถา หิ กตฺถจิ…เป… กาโย ผุโฏ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา.

๔๓๑. ปุพฺเพนิวาสญาณอุปมายนฺติ ปุพฺเพนิวาสญาณสฺส ทสฺสิตอุปมายํ. ตํทิวสํกตกิริยาคหณํ ปากติกสตฺตสฺสปิ เยภุยฺเยน ปากฏา โหตีติ ทสฺสนตฺถํ. ตํทิวสคตคามตฺตยคฺคหเณเนว มหาภินีหาเรหิ อญฺเญสมฺปิ ปุพฺเพนิวาสญาณลาภีนํ ตีสุ ภเวสุ กตา กิริยา เยภุยฺเยน ปากฏา โหตีติ ทีปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๓๒. สมฺมุขทฺวาราติ อญฺญมญฺญสฺส อภิมุขทฺวารา. อปราปรํ สญฺจรนฺเตติ ตํตํกิจฺจวเสน อิโต จิโต จ สญฺจรนฺเต. อิโต ปน เคหา…เป… ปวิสนวเสนปีติ อิทํ จุตูปปาตญาณสฺส วิสยทสฺสนวเสน วุตฺตํ. ทฺวินฺนํ เคหานํ อนฺตเร ฐตฺวาติ ทฺวินฺนํ เคหทฺวารานํ สมฺมุขฏฺฐานภูเต อนฺตรวีถิยํ เวมชฺเฌ ฐตฺวา. เตสุ หิ เอกสฺส เจ ปาจีนมุขทฺวารํ อิตรสฺส ปจฺฉิมมุขํ, ตสฺส สมฺมุขํ อุภินฺนํ อนฺตรวีถิยํ ฐิตสฺส ทกฺขิณามุขสฺส, อุตฺตรามุขสฺส วา จกฺขุมโต ปุริสสฺส ตตฺถ ปวิสนกนิกฺขมนกปุริสา ยถา สุเขเนว ปากฏา โหนฺติ, เอวํ ทิพฺพจกฺขุญาณสมงฺคิโน จวนกอุปปชฺชนกปุริสา. ยถา ปน ตสฺส ปุริสสฺส อญฺเญเนว ขเณน ปวิสนฺตสฺส ทสฺสนํ, อญฺเญน นิกฺขมนฺตสฺส ทสฺสนํ, เอวํ อิมสฺสปิ อญฺเญเนว ขเณน จวมานสฺส ทสฺสนํ, อญฺเญน อุปปชฺชมานสฺส ทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ญาณสฺส ปากฏาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ ญาณสฺส.

๔๓๓. ปพฺพตสิขรํ เยภุยฺเยน สํขิตฺตํ สงฺกุจิตํ โหตีติ อิธ ปพฺพตมตฺถกํ ‘‘ปพฺพตสงฺเขโป’’ติ วุตฺตํ, ปพฺพตปริยาปนฺโน วา ปเทโส ปพฺพตสงฺเขโป. อนาวิโลติ อกาลุสฺโส. สา จสฺส อนาวิลตา กทฺทมาภาเวน โหตีติ อาห ‘‘นิกฺกทฺทโม’’ติ. ฐิตาสุปิ นิสินฺนาสุปิ คาวีสุ. วิชฺชมานาสูติ ลพฺภมานาสุ. อิตรา ฐิตาปิ นิสินฺนาปิ จรนฺตีติ วุจฺจนฺติ สหจรณญาเยน. ติฏฺฐนฺตเมว, น กทาจิปิ จรนฺตํ. ทฺวยนฺติ สิปฺปิสมฺมุกํ มจฺฉคุมฺพนฺติ อิมํ อุภยํ ติฏฺฐนฺตนฺติ วุตฺตํ, จรนฺตมฺปีติ อธิปฺปาโย. กึ วา อิมาย สหจริยาย, ยถาลาภคฺคหณํ ปเนตฺถ ทฏฺฐพฺพํ. สกฺขรกถลสฺส หิ วเสน ‘‘ติฏฺฐนฺต’’นฺติ, สิปฺปิสมฺพุกสฺส มจฺฉคุมฺพสฺส จ วเสน ‘‘ติฏฺฐนฺตมฺปิ, จรนฺตมฺปี’’ติ โยชนา กาตพฺพา.

๔๓๔. ภิกฺขูติ ภินฺนกิเลโสติ ภิกฺขุ. โส หิ ปรมตฺถโต สมโณตินามโก. ตตฺถ อริยมคฺเคน สพฺพโส ปาปานํ สมิตาวีติ สมโณ. เตนาห ‘‘สมิตปาปตฺตา’’ติ. เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมา วุจฺจติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ตโต อาคโตติ พฺรหฺมา, อริยมคฺโค, ตํ อสมฺโมหปฏิเวธวเสน อญฺญาสีติ พฺราหฺมโณ. ตํสมงฺคิตาย หิสฺส ปาปานํ พาหิตภาโว. เตนาห ‘‘พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ’’ติ. อฏฺฐงฺคิเกน อริยมคฺคชเลน นฺหาตวา นิทฺโธตกิเลโสติ นฺหาตโก. คตตฺตาติ ปหานาภิสมยวเสน ปฏิวิทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘วิทิตตฺตา’’ติ. นิสฺสุตตฺตาติ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน สนฺตานโต สพฺพโส นิหตตฺตา. เตนาห ‘‘อปหตตฺตา’’ติ, มริยาทวเสน กิเลสานํ หึสิตตฺตา อริยมคฺเคหิ โอธิโส สพฺพโส กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘หตตฺตา’’ติ. อารกตฺตาติ สุปฺปหีนตาย วิปฺปกฏฺฐภาวโต. เตนาห ‘‘ทูรีภูตตฺตา’’ติ. อุภยมฺปิ อุภยตฺถ โยเชตพฺพํ – กิเลสานํ อารกตฺตา หตตฺตา ทูรีภูตตฺตา จ อริโย, ตถา อรหนฺติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ อุตฺตานตฺถตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

มหาอสฺสปุรสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.