๔. มหายมกวคฺโค
๑. จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๒๕. ญาตีนํ (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๑๙) นิวาสฏฺฐานภูโต คาโม ญาติโก, โส เอว นาติโก. โส กิร คาโม เยสํ สนฺตโก, เตสํ ปุพฺพปุริเสน อตฺตโน ญาตีนํ สาธารณภาเวน นิเวสิโต, เตน ‘‘นาติโก’’ติ ปญฺญายิตฺถ. อถ ปจฺฉา ตตฺถ ทฺวีหิ ทายาเทหิ ทฺวิธา วิภชิตฺวา ปริภุตฺโต. เตนาห ‘‘ทฺวินฺนํ จูฬปิติมหาปิติปุตฺตานํ เทฺว คามา’’ติ. คิญฺชกา วุจฺจนฺติ อิฏฺฐกา, คิญฺชกาหิเยว กโต อาวสโถ คิญฺชกาวสโถ. ตสฺมึ กิร ปเทเส มตฺติกา สกฺขรมรุมฺพวาลิกาทีหิ อสมฺมิสฺสา อกฐินา สณฺหา สุขุมา, ตาย กตานิ กุลาลภาชนานิปิ สิลามยานิ วิย ทฬฺหานิ, ตสฺมา เต อุปาสกา ตาย มตฺติกาย ทีฆปุถุลอิฏฺฐกา กาเรตฺวา ตาหิ ฐเปตฺวา ทฺวารพาหวาตปานกวาฏตุลาโย เสสํ สพฺพํ ทพฺพสมฺภาเรน วินา อิฏฺฐกาหิ เอว ปาสาทํ กาเรสุํ. เตนาห ‘‘อิฏฺฐกาเหวา’’ติอาทิ.
โคสิงฺคสาลวนทายนฺติ โคสิงฺคสาลวนนฺติ ลทฺธนามํ รกฺขิตํ อรญฺญํ. เชฏฺฐกรุกฺขสฺสาติ วนปฺปติภูตสฺส สาลรุกฺขสฺส. สามคฺคิรสนฺติ สมคฺคภาวาทิคุณํ วิเวกสุขํ. อุปริปณฺณาสเก อุปกฺกิเลสสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๒๓๗-๒๓๘) ปุถุชฺชนกาโล กถิโต, อิธ จูฬโคสิงฺคสุตฺเต ขีณาสวกาโล กถิโต. กตกิจฺจาปิ หิ เต มหาเถรา อตฺตโน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ ปเรสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนญฺจ สมฺปสฺสนฺตา ปรมญฺจ วิเวกํ อนุพฺรูหนฺตา สามคฺคิรสํ อนุภวมานา ตตฺถ วิหรนฺติ. ตทาติ ตสฺมึ อุปกฺกิเลสสุตฺตเทสนากาเล. เตติ อนุรุทฺธปฺปมุขา กุลปุตฺตา. ลทฺธสฺสาทาติ วิปสฺสนาย วีถิปฏิปตฺติยา อธิคตสฺสาทา. วิปสฺสนา หิ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ อาวหนฺตี ปวตฺตมานา สาติสยํ ปีติโสมนสฺสํ อาวหติ. เตนาห ภควา –
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภติ ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๔);
ลทฺธปติฏฺฐา มคฺคผลาธิคมเนน. สติ หิ มคฺคผลาธิคเม สาสเน ปติฏฺฐา ลทฺธา นาม โหติ, โน อญฺญถา.
กามํ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาปิ มหาสาวกปริยาปนฺนาว, อคฺคสาวกภาเวน ปน เนสํ วิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรสุ วา’’ติ วิสุํ คหณํ. สติปิ หิ สามญฺญโยเค วิเสสวนฺโต วิสุํ คยฺหนฺติ ยถา ‘‘พฺราหฺมณา อาคตา, วาสิฏฺโฐปิ อาคโต’’ติ. เตสุ ปน วิสุํ คหิเตสุปิ ‘‘อสีติมหาสาวเกสู’’ติ อสีติคฺคหณํ อปฺปกํ อูนมธิกํ วา คณนุปคํ น โหตีติ. อนฺตมโสติ อิทํ ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส อุปฏฺฐากภาเวน อาสนฺนจาริตาย วุตฺตํ. อนีกาติ หตฺถานีกา, หตฺถานีกโต หตฺถิสมูหโตติ อตฺโถ. กาฬสีโห เยภุยฺเยน ยูถจโรติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ยูถา นิสฺสโฏ กาฬสีโห วิยา’’ติ. เกสรี ปน เอกจโรว. วาตจฺฉินฺโน วลาหโก วิยาติ วาตจฺฉินฺโน ปพฺพตกูฏปฺปมาโณ วลาหกจฺเฉโท วิย. เตสํ ปคฺคณฺหนโตติ ยถา นาม ชิฆจฺฉิตสฺส โภชเน, ปิปาสิตสฺส ปานีเย, สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุเณฺห, อุเณฺหน ผุฏฺฐสฺส สีเต, ทุกฺขิตสฺส สุเข อภิรุจิ อุปฺปชฺชติ, เอวเมวํ ภควโต โกสมฺพเก ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ วิวาทาปนฺเน ทิสฺวา อปเร สมคฺคาวาสํ วสนฺเต อาวชฺชิตสฺส อิเม ตโย กุลปุตฺตา อาปาถํ อาคมึสุ, อถ เน ปคฺคณฺหิตุกาโม อุปสงฺกมิ, เอวายํ ปฏิปตฺติอนุกฺกเมน โกสมฺพกานํ ภิกฺขูนํ วินยนุปาโย โหตีติ. เตนาห ‘‘เตสํ ปคฺคณฺหนโต’’ติ. เอเตเนว ปจฺฉิมชนตํ อนุกมฺปนโตติ อิทมฺปิ การณํ เอกเทเสน สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุกฺกํสิตฺวาติ ยถาภูเตหิ คุเณหิ สมฺปหํสเนน วิเสเสตฺวา วิสิฏฺเฐ กตฺวา ปสํสาวเสน เจตํ อาเมฑิตวจนํ.
ตํ อรญฺญํ รกฺขติ วนสามินา อาณตฺโต. รกฺขิตโคปิตํ วนสณฺฑํ, น มหาวนาทิ วิย อปริคฺคหิตํ. สีลาทิปฺปเภทาย อตฺตตฺถาย ปฏิปนฺนา อตฺตกามา, น อปริจฺจตฺตสิเนหาติ อาห ‘‘อตฺตโน หิตํ กามยมานา’’ติ. เตนาห ‘‘โย หี’’ติอาทิ. ภินฺเทยฺยาติ วินาเสยฺย.
ทุพฺพลมนุสฺสาติ ปญฺญาย ทุพฺพลา อวิทฺทสุโน มนุสฺสา. ตานีติ อภิชาติอาทีสุ อุปฺปนฺนปาฏิหาริยานิ. จีวรคพฺเภน ปฏิจฺฉาเทตฺวาติ จีวรสงฺขาเต โอวรเก นิคูหิตฺวา วิย. น หิ จีวรปารุปนมตฺเตน พุทฺธานุภาโว ปฏิจฺฉนฺโน โหติ. ‘‘มา สุธ โกจิมํ พุทฺธานุภาวํ อญฺญาสี’’ติ ปน ตถารูเปน อิทฺธาภิสงฺขาเรน ตํ ฉาเทตฺวา คโต ภควา ตถา วุตฺโต. เตนาห ‘‘อญฺญาตกเวเสน อคมาสี’’ติ.
อภิกฺกมถาติ ปทํ อภิมุขภาเวน วิธิมุเขน วทตีติ อาห ‘‘อิโต อาคจฺฉถา’’ติ. พุทฺธานํ กาโย นาม สุวิสุทฺธชาติมณิ วิย โสภโน, กิญฺจิ มลํ อปเนตพฺพํ นตฺถิ, กิมตฺถํ ภควา ปาเท ปกฺขาเลสีติ อาห ‘‘พุทฺธาน’’นฺติอาทิ.
๓๒๖. อนุรุทฺธาติ วา เอกเสสนเยน วุตฺตํ วิรูเปกเสสสฺสปิ อิจฺฉิตพฺพตฺตา, เอวญฺจ กตฺวา พหุวจนนิทฺเทโสปิ สมตฺถิโต โหติ. อิริยาปโถ ขมตีติ สรีรสฺส ลหุฏฺฐานตาย จตุพฺพิโธปิ อิริยาปโถ สุขปฺปวตฺติโก. ชีวิตํ ยาเปตีติ ยาปนาลกฺขณํ ชีวิตํ อิมํ สรีรยนฺตํ ยาเปติ สุเขน ปวตฺเตติ. อุฬุงฺกยาคุํ วา กฏจฺฉุภิกฺขํ วาติ อิทํ มกรวุตฺติยา มิสฺสกภตฺเตน ยาปนํ วตฺตนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ภิกฺขาจารวตฺตํ ปุจฺฉตี’’ติ.
อญฺญมญฺญํ สํสนฺทตีติ สติปิ อุภเยสํ กลาปานํ ปรมตฺถโต เภเท ปจุรชเนหิ ทุวิญฺเญยฺยนานตฺตํ ขีโรทกสมฺโมทิตํ อจฺจนฺตเมว สํสฏฺฐํ วิย หุตฺวา ติฏฺฐติ. เตนาห ‘‘วิสุํ น โหติ, เอกตฺตํ วิย อุเปตี’’ติ. ปิยภาวทีปนานิ จกฺขูนิ ปิยจกฺขูนิ. ปิยายติ, ปิยายิตพฺโพติ วา ปิโยติ. สมคฺควาสสฺส ยํ เอกนฺตการณํ, ตํ ปุจฺฉนฺโต ภควา ‘‘ยถา กถํ ปนา’’ติอาทิมาหาติ ‘‘กถนฺติ การณปุจฺฉา’’ติ วุตฺตํ. โย เนสํ เมตฺตาสหิตานํเยว กมฺมาทีนํ อญฺญมญฺญสฺมึ ปจฺจุปฏฺฐานากาโร, ตํ สนฺธาย ‘‘กถ’’นฺติ ปุจฺฉา. ตถา หิ ปรโต ‘‘เอวํ โข มยํ, ภนฺเต’’ติอาทินา เถเรหิ วิสฺสชฺชนํ กถิตํ.
มิตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, กายกมฺมํ. อาวีติ ปกาสํ. รโหติ อปฺปกาสํ. ยญฺหิ อุทฺทิสฺส เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐเปติ, ตํ ตสฺส สมฺมุขา เจ, ปกาสํ โหติ, ปรมฺมุขา เจ, อปฺปกาสํ. เตนาห ‘‘อาวิ เจว รโห จาติ สมฺมุขา เจว ปรมฺมุขา จา’’ติ. อิตรานีติ ปรมฺมุขา กายวจีกมฺมานิ. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมชฺชนาทิวเสน ปฏิชคฺคิตพฺพยุตฺตํ ฐานํ วา. ตเถวาติ ยถา สมฺมุขา กเต เมตฺตากายกมฺเม วุตฺตํ, ตเถว. ‘‘กจฺจิ ขมนีย’’นฺติ เอวมาทิกา กถา สมฺโมทนียกถา. ยถา ปเรหิ สทฺธึ อตฺตโน ฉิทฺทํ น โหติ, ตถา ปฏิสนฺถารวเสน ปวตฺตา กถา ปฏิสนฺถารกถา. ‘‘อโห ตทา เถเรน มยฺหํ ทินฺโน โอวาโท, ทินฺนา อนุสาสนี’’ติ เอวํ กาลนฺตเร สริตพฺพยุตฺตา, ฉสารณียปฏิสํยุตฺตา วา กถา สารณียกถา. สุตฺตปทํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อตฺถนิทฺเทสวเสน สีลาทิธมฺมปฏิสํยุตฺตา กถา ธมฺมีกถา. สเรน สุตฺตสฺส อุจฺจารณํ สรภญฺญํ. ปญฺหสฺส ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส อตฺถสฺส ปุจฺฉนํ ปญฺหปุจฺฉนํ. ตสฺส ยถาปุจฺฉิตสฺสอาทิสนํ ปญฺหวิสฺสชฺชนํ. เอวํ สมนฺนาหรโตติ เอวํ มนสิกโรโต, เอวํ เมตฺตํ อุปสํหรโตติ อตฺโถ.
เอกโต กาตุํ น สกฺกา, ตสฺมา นานา. หิตฏฺเฐนาติ อตฺตโน วิย อญฺญมญฺญสฺส หิตภาเวน. นิรนฺตรฏฺเฐนาติ อนฺตราภาเวน เภทาภาเวน. อวิคฺคหฏฺเฐนาติ อวิโรธภาเวน. สมคฺคฏฺเฐนาติ สหิตภาเวน. ปริภณฺฑํ กตฺวาติ พหลตนุมตฺติกาเลเปหิ ลิมฺเปตฺวา. จีวรํ วา โธวนฺตีติ อตฺตโน จีวรํ วา โธวนฺติ. ปริภณฺฑํ วาติ อตฺตโน ปณฺณสาลาย ปริภณฺฑํ วา กโรนฺติ.
๓๒๗. ปฏิวิรุทฺธา เอวาติ เอตฺถาปิ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตสํ อปฺปมาทลกฺขณนฺติ เตสํ อปฺปมชฺชนสภาวํ. กจฺจิ ปน โว อนุรุทฺธา สมคฺคาติ เอตฺถาปิ โวติ นิปาตมตฺตํ, ปจฺจตฺตวจนํ วา, กจฺจิ ตุเมฺหติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมุคฺคปาตินฺติ สมุคฺคปุฏสทิสํ ปาตึ.
ปณฺณสาลายํ อนฺโต พหิ จ สมฺมชฺชเนน โสธิตงฺคณตา วตฺตปฏิปตฺติ. ปฏิวิสมตฺตเมวาติ อตฺตโน ยาปนปฏิวิสมตฺตเมว. โอสาเปตฺวาติ ปกฺขิปิตฺวา. ปมาณเมวาติ อตฺตโน ยาปนปมาณเมว. วุตฺตนเยน ชหิตฺวาติ ปาฬิยํ วุตฺตนเยน ชหิตฺวา.
หตฺเถน หตฺถํ สํสิพฺพนฺตาติ อตฺตโน หตฺเถน อิตรสฺส หตฺถํ ทฬฺหคฺคหณวเสน พนฺธนฺตา. วิลงฺเฆติ เทสนฺตรํ ปาเปติ เอเตนาติ วิลงฺฆโก, หตฺโถ. หตฺโถ เอว วิลงฺฆโก หตฺถวิลงฺฆโก, เตน หตฺถวิลงฺฆเกน.
ตํ อขณฺฑํ กตฺวาติ ตํ ตีสุปิ ทิวเสสุ ธมฺมสฺสวนํ ปวตฺตนวเสน อขณฺฑิกํ กตฺวา. เอตนฺติ ‘‘ปญฺจาหิกํ โข ปนา’’ติอาทิวจนํ. ปญฺจเม ปญฺจเม อหนิ ภวตีติ ปญฺจาหิกํ. ภควตา ปุจฺฉิเตน อนุรุทฺธตฺเถเรน. ปมาทฏฺฐาเนสุเยวาติ อญฺเญสํ ปมาทฏฺฐาเนสุเยว. ‘‘ปมาทฏฺฐาเนสุเยวา’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘อญฺเญสญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปปญฺจกรณฏฺฐานานีติ กถาปปญฺจสฺส กรณฏฺฐานานิ วิสฺสฏฺฐกถาปวตฺตเนน กมฺมฏฺฐาเน ปมชฺชนฏฺฐานานิ. ตตฺถาปิ ‘‘มยํ, ภนฺเต, กมฺมฏฺฐานวิรุทฺธํ น ปฏิปชฺชามา’’ติ สิขาปฺปตฺตํ อตฺตโน อปฺปมาทลกฺขณํ เถโร ทสฺเสติ. เอตฺตกํ ฐานํ มุญฺจิตฺวาติ ปน อิทํ ตทา วิหารสมาปตฺตีนํ วฬญฺชาภาเวน วุตฺตํ.
๓๒๘. ฌานสฺส อธิปฺเปตตฺตา ‘‘อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อตฺตโน สมฺมาปฏิปนฺนตาย สตฺถุ จิตฺตาราธนตฺถํ ตสฺส จ วิเสสาธิคมสฺส สตฺถุ ปจฺจกฺขภาวโต เถโร ‘‘กิญฺหิ โน สิยา, ภนฺเต’’ติ อาห. ยาวเทวาติ ยตฺตกํ กาลํ เอกํ ทิวสภาคํ วา สกลรตฺตึ วา ยาว สตฺต วา ทิวเส.
๓๒๙. สมติกฺกมายาติ สมฺมเทว อติกฺกมนาย. สติ หิ อุปริ วิเสสาธิคเม เหฏฺฐิมชฺฌานํ สมติกฺกนฺตํ นาม โหติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ จ. เตนาห ‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา’’ติ. ญาณทสฺสนวิเสโสติ การณูปจาเรน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เวทยิตสุขโตติ เวทนาสหิตชฺฌานสุขโต วา ผลสุขโต วา. อเวทยิตสุขนฺติ นิพฺพานสุขํ วิย เวทนารหิตํ สุขํ. อเวทยิตสุขนฺติ จ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, ตํ ปน อผสฺสํ อสญฺญํ อเจตนนฺติ สพฺพจิตฺตเจตสิกรหิตเมว. ตโต จ สติปิ รูปธมฺมปฺปวตฺติยํ ตสฺส อเจตนตฺตา สพฺพโส สงฺขารทุกฺขวิรหิตตาย สนฺตตรา ปณีตตรา จ นิโรธสมาปตฺตีติ วุจฺจเต. เตนาห ‘‘อเวทยิตสุขํ สนฺตตรํ ปณีตตรํ โหตี’’ติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิมมฺหา จา’’ติอาทิ.
๓๓๐. สามคฺคิรสานิสํสเมว เนสํ ภควา กเถสิ อชฺฌาสยานุกูลตฺตา ตสฺส. อนุสาเวตฺวาติ อนุปคมนวเสน สมฺมเทว อาโรเจตฺวา. ‘‘อนุสํสาเวตฺวา’’ติ วา ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ตโต ปฏินิวตฺติตฺวาติ เอตรหิ ภควโต เอกวิหาเร อชฺฌาสโยติ สตฺถุ มนํ คณฺหนฺตา ‘‘อิเธว ติฏฺฐถา’’ติ วิสฺสชฺชิตฏฺฐานโต นิวตฺติตฺวา. ปพฺพชฺชาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน อุปสมฺปทา-วิสุทฺธิ-ธุตกมฺมฏฺฐานานุโยค-ฌานวิโมกฺข-สมาปตฺติ-ญาณทสฺสน-มคฺคภาวนา-ผลสจฺฉิกิริยาทิเก สงฺคณฺหาติ. อธิคนฺตฺวาปีติ ปิ-สทฺเทน ยถาธิคตานมฺปิ. อตฺตโน คุณกถาย อฏฺฏิยมานาติ ภควนฺตํ นิสฺสาย อธิคนฺตฺวาปิ ธมฺมาธิกรณํ สตฺถุวิเหสาภาวทีปเน ภควโต ปากฏคุณานํ กถาย อฏฺฏิยมานาปีติ โยชนา. เทวตาติ ตํตํสมาปตฺติลาภินิโย เทวตา. มุขํ เม สชฺชนฺติ มุขํ เม กถเน สมตฺถํ, กถเน โยคฺยนฺติ อตฺโถ.
๓๓๑. เอวํ อาคโตติ เอวํ อาฏานาฏิยสุตฺเต อาคโต. ปลิเวเฐนฺเตติ โจเทนฺเต. มจฺฉรายนฺตีติ อตฺตโน คุณานํ ภควโตปิ อาโรจนํ อสหมานา มจฺฉรายนฺตีติ โส จินฺเตตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
๐๑. เตสํ ลาภาติ เตสํ วชฺชิราชูนํ วชฺชิรฏฺฐวาสีนญฺจ มนุสฺสตฺตํ, ปติรูปเทสวาสาทิโก, ภควโต ติณฺณญฺจ กุลปุตฺตานํ ทสฺสนวนฺทนทานธมฺมสฺสวนาทโย ลาภา. สุลทฺธา ลาภาติ โยชนา. ปสนฺนจิตฺตํ อนุสฺสเรยฺยาติ ตํ กุลเญฺหตํ สีลาทิคุเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อนุสฺสเรยฺย. วุตฺตํ เตสํ ‘‘อนุสฺสรณมฺปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามี’’ติ (อิติวุ. ๑๐๔; สํ. นิ. ๕.๑๘๔).
จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๒. มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๓๒. โกจิเทวาติ โคสิงฺคสาลวนสามนฺตโต นิวิฏฺเฐสุ โย โกจิ คาโม โคจรคาโม ภวิสฺสติ, ตสฺมา อนิพทฺธภาวโต โคจรคาโม น คหิโต, วสนฏฺฐานเมว ปริทีปิตํ, ตโต เอว อรญฺญนิทานกํ นาเมตํ. สพฺพตฺถาติ เทวโลเก มนุสฺสโลเก จ. ถิรการเกหีติ สาสเน ถิรภาวการเกหิ. สวนนฺเต ชาตตฺตาติ จตุสจฺจคพฺภสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส ปริโยสาเน อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา. ยถา ปฏิเวธพาหุสจฺจํ อิชฺฌติ, ตถา ธมฺมสฺส สวนโต สาวกา. สูริโย วิย ภาสุรคุณรํสิตาย โมหนฺธการวิธมนโต. จนฺโท วิย รมณียมโนหรสีตลคุณตาย กิเลสปริฬาหวูปสมโต. สาคโร วิย คมฺภีรถิรวิปุลาเนกคุณตาย ฐิตธมฺมสภาวโต. คุณมหนฺตตาย เถรสฺส อภิญฺญาตตา, คุณมหนฺตตา จ สุตฺเตสุ อาคตนเยเนว ญาตพฺพาติ ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สีหนาทสุตฺตนฺติ มชฺฌิมนิกาเย อาคตํ มหาสีหนาทสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๑๔๖). เถรปญฺหสุตฺตนฺติ สุตฺตนิปาเต อฏฺฐกวคฺเค อาคตํ สาริปุตฺตสุตฺตํ (สุ. นิ. ๙๖๑-๙๘๑). เถรสีหนาทสุตฺตนฺติ อิมสฺส จ เถรสฺส ชนปทจาริกาย สตฺถุ สมฺมุขา สีหนาทสุตฺตํ. อภินิกฺขมนนฺติ เถรสฺเสว มหตา ญาติปริวฏฺเฏน มหตา จ โภคปริวฏฺเฏน สห ฆราวาสปริจฺจาโค อภินิกฺขมนํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ยทิทนฺติ นิปาโต, โย อยนฺติ อตฺโถ.
มหาปญฺเญ ภิกฺขู คเหตฺวาติ อายสฺมโต กิร สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปริวารภิกฺขูปิ มหาปญฺญา เอว อเหสุํ. ธาตุโส หิ สตฺตา สํสนฺทนฺติ. สยํ อิทฺธิมาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปนตฺโถ ธาตุสํยุตฺเตน (สํ. นิ. ๒.๙๙) ทีเปตพฺโพ – คิชฺฌกูฏปพฺพเต คิลานเสยฺยาย นิสินฺโน ภควา อารกฺขตฺถาย ปริวาเรตฺวา วสนฺเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทีสุ เอกเมกํ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ จงฺกมนฺตํ โวโลเกตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ. เอวํ, ภนฺเต. สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหาปญฺญา’’ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
วนนฺเตติ อุปวนนฺเต. เมฆวณฺณายาติ นีลาภาย. สมุทฺทกุจฺฉิโต อุคฺคจฺฉนฺตสฺส วิย อุปฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ. จกฺกวาฬปพฺพตมตฺถกสมีเป อาภาผรณวเสน ปวตฺติยา ‘‘ปาจีนจกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก’’ติ วุตฺตํ, น จกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก จนฺทมณฺฑลสฺส วิจรณโต. ตถา สติ โลกนฺตริกนิรเยสุปิ จนฺทิมสูริยานํ อาภา ผเรยฺย. อุพฺเพธวเสน หิ จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺฌโต จนฺทิมสูริยา วิจรนฺติ. สาลกุสุมปภานํ อติรตฺตตาย วุตฺตํ ‘‘ลาขารเสน สิญฺจมานํ วิยา’’ติ. อุปคายมานา วิยาติ ปยิรุปาสนวเสน อุเปจฺจ คายมานา วิย. กาย นุ โข อชฺช รติยาติ อชฺช ฌานสมาปตฺติรติยา เอว นุ โข, อุทาหุ ธมฺมสากจฺฉารติยา ธมฺมเทสนารติยาติ จินฺเตสิ.
เทฺว จนฺทมณฺฑลานิ วิย ปรมโสภคฺคปฺปตฺตาย กนฺติยา. เทฺว สูริยมณฺฑลานิ วิย อติวิย สุวิสุทฺธสมุชฺชลาย คุณวิภูติยา. เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย มหานุภาวตาย. เทฺว สีหา วิย เตชุสฺสทตาย. เทฺว พฺยคฺฆา วิย อโนลีนวุตฺติตาย. สพฺพปาลิผุลฺลเมวาติ สพฺพเมว สมนฺตโต วิกสิตํ.
๓๓๓. กถา อุปจรติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ กถาอุปจาโร, สวนูปจาโร ปเทโส, ตํ กถาอุปจารํ. รมณียเมว รามเณยฺยกํ. อุชฺชงฺคเลติ ลูขปเทเส กฐินปเทเส. โทเสหิ อิตา อปคตาติ โทสินา ต-การสฺส น-การํ กตฺวา. ทิพฺพา มญฺเญ คนฺธาติ เทวโลเก คนฺธา วิย. ทิวิ ภวาติ ทิพฺพา. เทฺว เถราติ สาริปุตฺตตฺเถรอานนฺทตฺเถรา. อานนฺทตฺเถโร ตาว มมายตุ อขีณาสวภาวโต, สาริปุตฺตตฺเถโร กถนฺติ? น อิทํ มมายนํ เคหสฺสิตเปมวเสน, อถ โข คุณภตฺติวเสนาติ นายํ โทโส.
อนุมติยา ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา, อนุมติคฺคหณตฺถํ ปุจฺฉนํ. ตตฺถ ยสฺมา อธมฺมิกมฺปิ วุทฺธสฺส อนุมตึ อิตโร ปฏิกฺขิปิตุํ น ลภติ, เตน สา อนุชานิตพฺพาว โหติ, ตสฺมา สงฺฆขุทฺทกโต ปฏฺฐาย อนุมติ ปุจฺฉิตพฺพา. เตนาห ‘‘อนุมติปุจฺฉา นาเมสา’’ติอาทิ. ขุทฺทกโต ปฏฺฐายาติ กณิฏฺฐโต ปฏฺฐาย. ปฏิภาติ อุปฏฺฐาตีติ ปฏิภานํ, ยถาธิปฺเปโต อตฺโถ, ตํ ปฏิภานํ. สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา น ภวิสฺสติ ปเทสญาเณ ฐิเตหิ ภาสิตตฺตา. สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺทิตตฺตา. วุตฺตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปจฺจตฺถิกา อฏฺฏิยนฺติ ทุกฺขายนฺติ เอเตนาติ อฏฺโฏ, วินิจฺฉิตพฺพโวหาโร. คามโภชกนฺติ ยสฺมึ คาเม โส อุปฺปนฺโน, ตํ คามโภชกํ. ชนปทโภชกนฺติ ยสฺมึ ชนปเท โส อุปฺปนฺโน, ตํ ชนปทโภชกํ. มหาวินิจฺฉยอมจฺจนฺติ ยสฺมึ รชฺเช โส ชนปโท, ตสฺส ราชธานิยํ มหาวินิจฺฉยอมจฺจํ. เสนาปตินฺติ ยสฺส รญฺโญ โส อมจฺโจ, ตสฺส เสนาปตึ. ตถา อุปราชนฺติ. อิทํ ปเนตฺถ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ อุปเมยฺยตฺถานุรูปโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อปราปรํ น สญฺจรติ วินิจฺฉยนารเหน วินิจฺฉิตภาวโต.
ปกฏฺฐานํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๒๒) อุกฺกฏฺฐานํ สีลาทิอตฺถานํ โพธนโต, สภาวนิรุตฺติวเสน พุทฺธาทีหิ ภาสิตตฺตา จ ปกฏฺฐานํ วจนปฺปพนฺธานํ อาฬีติ ปาฬิ, ปริยตฺติธมฺโม. ปุริมสฺส อตฺถสฺส ปจฺฉิเมน อตฺเถน อนุสนฺธานํ อนุสนฺธิ. อตฺถมุเขน ปน ปาฬิปเทสานมฺปิ อนุสนฺธิ โหติเยว, โส จ ปุพฺพาปรานุสนฺธิ-ปุจฺฉานุสนฺธิ-อชฺฌาสยานุสนฺธิ-ยถานุสนฺธิวเสน จตุพฺพิโธ. ตํตํเทสนานํ ปน ปุพฺพาปรสํสนฺทนํ ปุพฺพาปรํ. ปาฬิวเสน อนุสนฺธิวเสน ปุพฺพาปรวเสนาติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. อุคฺคหิตนฺติ พฺยญฺชนโส อตฺถโส จ อุทฺธํ อุทฺธํ คหิตํ, ปริยาปุณนวเสน เจว ปริปุจฺฉาวเสน จ หทเยน คหิตนฺติ อตฺโถ. วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ โสตพฺพโต สุตํ, ปริยตฺติธมฺโม, ตํ ธาเรตีติ สุตธโร. โย หิ สุตธโร, สุตํ ตสฺมึ ปติฏฺฐิตํ โหติ สุปฺปติฏฺฐิตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุตสฺส อาธารภูโต’’ติ. เตนาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. เอกปทํ เอกกฺขรมฺปิ อวินฏฺฐํ หุตฺวา สนฺนิจียตีติ สนฺนิจโย, สุตํ สนฺนิจโย เอตสฺมินฺติ สุตสนฺนิจโย. อชฺโฌสายาติ อนุปวิสิตฺวา. ติฏฺฐตีติ น มุสฺสติ.
ฐิตา ปคุณาติ ปคุณา วาจุคฺคตา. นิจฺจลิตนฺติ อปริวตฺติตํ. สํสนฺทิตฺวาติ อญฺเญหิ สํสนฺทิตฺวา. สมนุคฺคาหิตฺวาติ ปริปุจฺฉาวเสน อตฺถํ โอคาเหตฺวา. ปพนฺธสฺส วิพนฺธาภาวโต คงฺคาโสตสทิสํ, ‘‘ภวงฺคโสตสทิส’’นฺติ วา ปาโฐ, อกิตฺติมํ สุขปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. สุตฺเตกเทสสฺส สุตฺตสฺส จ วจสา ปริจโย อิธ นาธิปฺเปโต, วคฺคาทิวเสน ปน อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สุตฺตทสก…เป… สชฺฌายิตา’’ติ, ‘‘ทส สุตฺตานิ คตานิ, ทส วคฺคาคตา’’ติอาทินา สลฺลกฺเขตฺวา วาจาย สชฺฌายิตาติ อตฺโถ. มนสา อนุ อนุ เปกฺขิตา ภาคโส นิชฺฌายิตา จินฺติตา มนสานุเปกฺขิตา. รูปคตํ วิย ปญฺญายตีติ รูปคตํ วิย จกฺขุสฺส วิภูตํ หุตฺวา ปญฺญายติ. สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺชฏํ นิคฺคุมฺพํ กตฺวา สุฏฺฐุ ยาถาวโต ปฏิวิทฺธา.
ปชฺชติ อตฺโถ ญายติ เอเตนาติ ปทํ, ตเทว อตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนนฺติ อาห ‘‘ปทเมว อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชน’’นฺติ. อกฺขรปาริปูริยา ปทพฺยญฺชนสฺส ปริมณฺฑลตา, สา ปน ปาริปูรี เอวํ เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘ทสวิธพฺยญฺชนพุทฺธิโย อปริหาเปตฺวา’’ติ. อญฺญํ อุปารมฺภกรนฺติ ยถานิกฺขิตฺตสุตฺตโต อญฺญํ ตสฺส อนนุโลมกํ สุตฺตํ อาหรติ. ตทตฺถํ โอตาเรตีติ ตสฺส อาหฏสุตฺตสฺเสว อตฺถํ วิจาเรติ. ตสฺส กถา อปริมณฺฑลา นาม โหติ อตฺถสฺส อปริปุณฺณภาวโต. ยถานิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส อตฺถสํวณฺณนาวเสเนว สุตฺตนฺตรมฺปิ อาเนนฺโต พหิ เอกปทมฺปิ น คจฺฉติ นาม. อมกฺเขนฺโตติ อวินาเสนฺโต. ตํ ตํ อตฺถํ สุฏฺฐุ ววตฺถิตํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ตุลิกาย ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย. คมฺภีรตรมตฺถํ คเมนฺโต คมฺภีรมาติกาย อุทกํ เปเสนฺโต วิย. อุตฺตานมาติกาย หิ มริยาทํ โอตฺถริตฺวา อุทกํ อญฺญถา คจฺเฉยฺย. เอกํเยว ปทํ อเนเกหิ ปริยาเยหิ ปุนปฺปุนํ สํวณฺเณนฺโต ปทํ โกฏฺเฏนฺโต สินฺธวาชานีโย วิย. โส หิ วคฺคิตาย คติยา ปเท ปทํ โกฏฺเฏนฺโต คจฺฉติ. กถามคฺเคน ตสฺส กถา ปริมณฺฑลา นาม โหติ ธมฺมโต อตฺถโต อนุสนฺธิโต ปุพฺพาปรโต อาจริยุคฺคหโตติ สพฺพโส ปริปุณฺณภาวโต.
อนุปฺปพนฺเธหีติ วิสฺสฏฺเฐหิ อาสชฺชมาเนหิ. นาติสีฆํ นาติสณิกํ นิรนฺตรํ เอกรสญฺจ กตฺวา ปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ กเถนฺโต วิสฺสฏฺฐาย กถาย กเถติ นาม, น อญฺญถาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย ภิกฺขู’’ติอาทิมาห. อรณึ มนฺเถนฺโต วิย, อุณฺหขาทนียํ ขาทนฺโต วิยาติ สีฆํ สีฆํ กถนสฺส อุทาหรณํ, คหิตํ คหิตเมวาติอาทิ ลงฺเฆตฺวา กถนสฺส. ปุราณปณฺณนฺตเรสุ หิ ปริปาติยมานโคธา กทาจิ ทิสฺสติ, เอวเมกจฺจสฺส อตฺถวณฺณนา กตฺถจิ น ทิสฺสติ. โอหายาติ ฐเปตฺวา. โยปีติอาทินา เอกรูเปน กถาย อกถนํ ทสฺเสติ. เปตคฺคิ นิชฺฌามตณฺหิกเปตสฺส มุขโต นิจฺฉรณกอคฺคิ. วิตฺถายตีติ อปฺปฏิตานตมาปชฺชติ. เกนจิ โรเคน ทุกฺขํ ปตฺโต วิย นิตฺถุนนฺโต. กนฺทนฺโต วิยาติ อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺโต วิย. อปฺปพนฺธา นาม โหติ สุเขน อปฺปวตฺตภาวโต. อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐิโตติ อาจริยุคฺคหํ อมุญฺจนฺโต, ยถา จ อาจริยา ตํ ตํ สุตฺตํ สํวณฺเณสุํ, เตเนว นเยน สํวณฺเณนฺโตติ อตฺโถ. อจฺฉินฺนธารํ กตฺวาติ ‘‘นาติสีฆํ นาติสณิก’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อวิจฺฉินฺนํ กถาปพนฺธํ กตฺวา. อนุสยสมุคฺฆาตายาติ อิมินา ตสฺสา กถาย อรหตฺตปริโยสานตํ ทสฺเสติ. เอวรูเปนาติ นยิทํ เอกวจนํ ตตฺตกวเสน คเหตพฺพํ, อถ โข ลกฺขเณ ปวตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถารูเปเนว ภิกฺขุสเตน ภิกฺขุสหสฺเสน วา’’ติ วุตฺตํ. ปลฺลงฺเกนาติ ปลฺลงฺกปเทเสน, ปลฺลงฺกาสนนฺเตนาติ อตฺโถ. อิมินา นเยนาติ วารนฺตรสาธารณํ อตฺถํ อติทิสติ, อสาธารณํ ปน วกฺขเตวาติ.
๓๓๔. อารมติ เอเตนาติ อาราโม.
๓๓๕. ธุวเสวนนฺติ นิยตเสวิตํ. ปาสาทปริเวเณติ ปาสาทงฺคเณ. นาภิยา ปติฏฺฐิตานนฺติ นาภิยา ภูมิยํ ปติฏฺฐิตานํ. อรนฺตรานีติ อรวิวรานิ ตํตํอรานํ เวมชฺฌฏฺฐานานิ.
๓๓๖. สมาทินฺนอรญฺญธุตงฺโค อารญฺญิโก, น อรญฺญวาสมตฺเตน.
๓๓๗. น โอสาเทนฺตีติ น อวสาเทนฺติ, น อวสาทนาเปกฺขา อญฺญมญฺญํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ปวตฺตินีติ ปคุณา.
๓๓๘. โลกุตฺตรา วิหารสมาปตฺติ นาม เถรสฺส อรหตฺตผลสมาปตฺติโย, ปริยายโต ปน นิโรธสมาปตฺติปิ เวทิตพฺพา.
๓๓๙. สาธุกาโร อานนฺทตฺเถรสฺส ทินฺโน. เตนาห ภควา ‘‘ยถา ตํ อานนฺโทว สมฺมา พฺยากรมาโน พฺยากเรยฺยา’’ติอาทิ. สมฺมาติ สุฏฺฐุ, ยถาอชฺฌาสยนฺติ อธิปฺปาโย. เยน หิ ยํ ยถาจิตฺตํ กถิตํ, ตํ สมฺมา กถิตํ นาม โหติ. สมฺปตฺตวเสน หิ ยถาการี ตถาวาที โสภติ. เตนาห ‘‘อตฺตโน อนุจฺฉวิกเมวา’’ติอาทิ. พหุสฺสุโต ภิกฺขุ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเต สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเน เตสํ สุวิทิตตฺตา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ตานิ ปริปูเรตีติ อาห ‘‘สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน’’ติอาทิ. มคฺคาทิปสวนาย วิปสฺสนาคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา ปริปากํ คเมตฺวาติ อตฺโถ.
๓๔๐. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทสวเสน สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘อายสฺมา หิ เรวโต’’ติอาทิมาห.
๓๔๒. อปเรปิ นานปฺปกาเร กิเลเสติ อปเรปิ นานปฺปกาเร โทสโมหาทิกิเลเส. ธุนิตฺวาติ วิธเมตฺวา.
๓๔๓. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอวํ พฺยากาสีติ สมฺพนฺโธ. สกลมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณวีถิคตํ จิตฺตํ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อคฺคเหตฺวา จกฺขุสนฺนิสฺสิตเมว ปน วิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตทนนฺตรํ สมฺปฏิจฺฉนํ, ตทนนฺตรํ สนฺตีรณนฺติอาทินา สณฺหํ สุขุมํ อติอิตฺตรขณวนฺตํ จิตฺตนฺตรํ จิตฺตนานตฺตํ. ขนฺธาทีนญฺจ นานตฺตสงฺขาตํ ขนฺธนฺตราทิ. ปถวีกสิเณ ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตเถว ตติยํ ฌานนฺติอาทินา อารมฺมณํ อนุกฺกมิตฺวา ฌานสฺเสว เอกนฺตริกภาเวน อุกฺกมนํ ฌาโนกฺกนฺติกํ นาม. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ปุน ตเทว เตโชกสิเณติอาทินา ฌานํ อนุกฺกมิตฺวา อารมฺมณสฺเสว เอกนฺตริกภาเวน อุกฺกมนํ อารมฺมโณกฺกนฺติกํ นาม. ‘‘ปฐมชฺฌานํ ปญฺจงฺคิก’’นฺติอาทินา ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ทุวงฺคิกนฺติ ฌานงฺคมตฺตสฺเสว ววตฺถาปนํ องฺคววตฺถานํ. ‘‘อิทํ ปถวีกสิณํ…เป… อิทํ โอทาตกสิณ’’นฺติ อารมฺมณมตฺตสฺเสว ววตฺถาปนํ อารมฺมณววตฺถานํ. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตตฺเถว อิตเรสมฺปิ สมาปชฺชนํ องฺคสงฺกนฺติ. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตเทว อาโปกสิเณติ เอวํ สพฺพกสิเณสุ เอกสฺเสว ฌานสฺส สมาปชฺชนํ อารมฺมณสงฺกนฺติ. เอกโตวฑฺฒนํ อุภโตวฑฺฒนนฺติ อิทํ ขนฺธาทิเทสนายํ ลพฺภติ. อภิธมฺมภาชนีเย หิ เวทนากฺขนฺธํ ภาเชนฺโต ภควา ติเก คเหตฺวา ทุเกสุ ปกฺขิปิ, ทุเก คเหตฺวา ติเกสุ ปกฺขิปิ, อิทํ เอกโตวฑฺฒนํ. ติเก จ ทุเก จ อุภโตวฑฺฒนนีหาเรน กเถสิ, อิทํ อุภโตวฑฺฒนํ. เอวํ เสสขนฺเธสุ ธาตายตนาทีสุ จ ยถารหํ วิภงฺคปฺปกรเณ (วิภ. ๓๒-๓๓; ๑๕๕-๑๕๖, ๑๘๓-๑๘๔) อภิธมฺมภาชนีเย อาคตนเยน เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อาภิธมฺมิกธมฺมกถิกสฺเสว ปากฏ’’นฺติ. ขนฺธาทีสุ สภาวธมฺเมสุ ตีสุ ลกฺขเณสุ ปญฺญตฺติยํ สมยนฺตเรสุ จ โกสลฺลาภาวโต อยํ สกวาโท อยํ ปรวาโทติ น ชานาติ. ตโต เอว สกวาทํ…เป… ธมฺมนฺตรํ วิสํวาเทติ. ขนฺธาทีสุ ปน กุสลตาย อาภิธมฺมิโก สกวาทํ…เป… น วิสํวาเทติ.
๓๔๔. จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตุํ สกฺโกติ ปฏิสงฺขานภาวนาพเลหิ ปริคฺคณฺหนสมตฺถตฺตา. อิทานิ ตมตฺถํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘ทุปฺปญฺโญ หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพานสฺสาติ สพฺพานิ อสฺส. วิเสวิตวิปฺผนฺทิตานีติ กิเลสวิสูกายิกานิ เจว ทุจฺจริตวิปฺผนฺทิตานิ จ. ภญฺชิตฺวาติ มทฺทิตฺวา. พหีติ กมฺมฏฺฐานโต พหิ ปุถุตฺตารมฺมเณ.
๓๔๕. ปริยาเยนาติ เอตฺถ ปริยาย-สทฺโท ‘‘อตฺถิ เขฺวส, พฺราหฺมณ, ปริยาโย’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๓-๙) วิย การณตฺโถติ อาห ‘‘โสภนการณํ อตฺถี’’ติ. ยทิ ภควา – ‘‘อิธ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต’’ติอาทินา อตฺตโน มหาโพธิปลฺลงฺกํ สนฺธายาห, เอวํ สนฺเต สมฺมาสมฺพุทฺเธเหว สงฺฆาราโม โสเภตพฺโพ, น อญฺเญหีติ อาปนฺนนฺติ อาห ‘‘อปิจ ปจฺฉิมํ ชนต’’นฺติอาทิ. นิพฺพานตฺถาย ปฏิปตฺติสารํ เอตสฺสาติ ปฏิปตฺติสาโร, ตํ ปฏิปตฺติสารํ. นิปฺปริยาเยเนวาติ เกนจิ ปริยาเยน เลเสน วินา มุเขฺยน นเยเนว. โย ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ทฬฺหสมาทานํ กตฺวา นิสินฺโน ตํ อธิคนฺตฺวาว อุฏฺฐหติ. เอวรูเปน อิทํ โคสิงฺคสาลวนํ โสภติ, สาสเน สพฺพารมฺภานํ ตทตฺถตฺตาติ อตฺโถ. อาสวกฺขยาวหํ ปฏิปตฺตึ อารภิตฺวา อาสวกฺขเยเนว เทสนาย ปริโยสาปิตตฺตา ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.
มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๓. มหาโคปาลกสุตฺตวณฺณนา
๓๔๖. ตตฺถาติ โคปาลกสุตฺเต. ติสฺโส กถาติ (อ. นิ. ฏี. ๓.๑๑.๑๗) ติสฺโส อฏฺฐกถา, ติวิธา สุตฺตสฺส อตฺถวณฺณนาติ อตฺโถ. เอเกกํ ปทํ นาฬํ มูลํ เอติสฺสาติ เอวํสญฺญิตา เอกนาฬิกา, เอเกกํ วา ปทํ นาฬํ อตฺถนิคฺคมนมคฺโค เอติสฺสาติ เอกนาฬิกา. เตนาห ‘‘เอเกกปทสฺส อตฺถกถน’’นฺติ. จตฺตาโร อํสา ภาคา อตฺถสลฺลกฺขณูปายา เอติสฺสาติ จตุรสฺสา. เตนาห ‘‘จตุกฺกํ พนฺธิตฺวา กถน’’นฺติ. นิยมโต นิสินฺนสฺส อารทฺธสฺส วตฺโต สํวตฺโต เอติสฺสา อตฺถีติ นิสินฺนวตฺติกา, ยถารทฺธสฺส อตฺถสฺส วิสุํ วิสุํ ปริโยสาปิกาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปณฺฑิตํ โคปาลกํ ทสฺเสตฺวา’’ติอาทิ. เอเกกปทสฺสาติ ปิณฺฑตฺถทสฺสนวเสน พหุนฺนํ ปทานํ เอกชฺฌํ อตฺถํ อกเถตฺวา เอกเมกสฺส ปทสฺส อตฺถวณฺณนา. อยํ สพฺพตฺเถว ลพฺภติ. จตุกฺกํ พนฺธิตฺวาติ กณฺหปกฺเข อุปมูปเมยฺยทฺวยํ, ตถา สุกฺกปกฺเขติ อิทํ จตุกฺกํ โยเชตฺวา. อยํ อีทิเสสุ เอว สุตฺเตสุ ลพฺภติ. ปริโยสานคมนนฺติ เกจิ ตาว อาหุ – ‘‘กณฺหปกฺเข อุปมํ ทสฺเสตฺวา อุปมา จ นาม ยาวเทว อุปเมยฺยสมฺปฏิทานตฺถาติ อุปเมยฺยตฺถํ อาหริตฺวา สํกิเลสปกฺขนิทฺเทโส จ โวทานปกฺขวิภาวนตฺถายาติ สุกฺกปกฺขมฺปิ อุปมูปเมยฺยวิภาเคน อาหริตฺวา สุตฺตตฺถสฺส ปริโยสาปน’’นฺติ. กณฺหปกฺเข อุปเมยฺยํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนาทีสุปิ เอเสว นโย. อปเร ปน ‘‘กณฺหปกฺเข สุกฺกปกฺเข จ ตํตํอุปมูปเมยฺยตฺถานํ วิสุํ วิสุํ ปริโยสาเปตฺวาว กถนํ ปริโยสานคมน’’นฺติ วทนฺติ. อยนฺติ นิสินฺนวตฺติกา. อิธาติ อิมสฺมึ โคปาลกสุตฺเต. สพฺพาจริยานํ อาจิณฺณาติ สพฺเพหิปิ ปุพฺพาจริเยหิ อาจริตา สํวณฺณิตา, ตถา เจว ปาฬิ ปวตฺตาติ.
องฺคียนฺติ อวยวภาเวน ญายนฺตีติ องฺคานิ, ภาคา. ตานิ ปเนตฺถ ยสฺมา สาวชฺชสภาวานิ, ตสฺมา อาห ‘‘องฺเคหีติ อคุณโกฏฺฐาเสหี’’ติ. โคมณฺฑลนฺติ โคสมูหํ. ปริหริตุนฺติ รกฺขิตุํ. ตํ ปน ปริหรณํ ปริคฺคเหตฺวา วิจรณนฺติ อาห ‘‘ปริคฺคเหตฺวา วิจริตุ’’นฺติ. วฑฺฒินฺติ คุนฺนํ พหุภาวํ พหุโครสตาสงฺขาตํ ปริวุทฺธึ. ‘‘เอตฺตกมิท’’นฺติ รูปียตีติ รูปํ, ปริมานปริจฺเฉโทปิ สรีรรูปมฺปีติ อาห ‘‘คณนโต วา วณฺณโต วา’’ติ. น ปริเยสติ วินฏฺฐภาวสฺเสว อชานนโต. นีลาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน เสตสพลาทิวณฺณํ สงฺคณฺหาติ.
ธนุสตฺติสูลาทีติ เอตฺถ อิสฺสาสาจริยานํ คาวีสุ กตํ ธนุลกฺขณํ. กุมารภตฺติคณานํ คาวีสุ กตํ สตฺติลกฺขณํ. อิสฺสรภตฺติคณานํ คาวีสุ กตํ สูลลกฺขณนฺติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน รามวาสุเทวคณาทีนํ คาวีสุ กตํ ผรสุจกฺกาทิลกฺขณํ สงฺคณฺหาติ.
นีลมกฺขิกาติ ปิงฺคลมกฺขิกา, ขุทฺทมกฺขิกา เอว วา. สฏติ รุชติ เอตายาติ สาฏิกา, สํวทฺธา สาฏิกาติ อาสาฏิกา. เตนาห ‘‘วฑฺฒนฺตี’’ติอาทิ.
วาเกนาติ วากปตฺเตน. จีรเกนาติ ปิโลติเกน. อนฺโตวสฺเสติ วสฺสกาลสฺส อพฺภนฺตเร. นิคฺคาหนฺติ สุสุมาราทิคฺคาหรหิตํ. ปีตนฺติ ปานียสฺส ปีตภาวํ. สีหพฺยคฺฆาทิปริสฺสเยน สาสงฺโก สปฺปฏิภโย.
ปญฺจ อหานิ ภูตานิ เอตสฺสาติ ปญฺจาหิโต, โส เอว วาโรติ ปญฺจาหิกวาโร. เอวํ สตฺตาหิกวาโรติ เวทิตพฺโพ. จิณฺณฏฺฐานนฺติ จริตฏฺฐานํ โคจรคฺคหิตฏฺฐานํ.
ปิตุฏฺฐานนฺติ ปิตรา กาตพฺพฏฺฐานํ, ปิตรา กาตพฺพกรณนฺติ อตฺโถ. ยถารุจึ คเหตฺวา คจฺฉนฺตีติ คุนฺนํ รุจิอนุรูปํ โคจรภูมิยํ วา นทิปารํ วา คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. โคภตฺตนฺติ กปฺปาสฏฺฐิกาทิมิสฺสํ โคภุญฺชิตพฺพํ ภตฺตํ, ภตฺตคฺคหเณเนว ยาคุปิ คหิตา.
๓๔๗. ‘‘ทฺวีหากาเรหี’’ติ วุตฺตํ อาการทฺวยํ ทสฺเสตุํ ‘‘คณนโต วา สมุฏฺฐานโต วา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ปาฬิยํ อาคตาติ ‘‘อุปจโย สนฺตตี’’ติ ชาตึ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา หทยวตฺถุํ อคฺคเหตฺวา ‘‘ทส อายตนานิ ปญฺจทส สุขุมรูปานี’’ติ เอวํ รูปกณฺฑปาฬิยํ (ธ. ส. ๖๕๑-๖๕๕) อาคตา. ปญฺจวีสติ รูปโกฏฺฐาสาติ สลกฺขณโต อญฺญมญฺญสงฺกราภาวโต รูปภาคา. รูปโกฏฺฐาสาติ วา วิสุํ วิสุํ อปฺปวตฺติตฺวา กลาปภาเวเนว ปวตฺตนโต รูปกลาปา. โกฏฺฐาสาติ จ อํสา, อวยวาติ อตฺโถ. โกฏฺฐนฺติ วา สรีรํ, ตสฺส อํสา เกสาทโย โกฏฺฐาสาติ อญฺเญปิ อวยวา โกฏฺฐาสา วิย โกฏฺฐาสา. เสยฺยถาปีติ อุปมาสํสนฺทนํ. ตตฺถ รูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ ยถาวุตฺตํ รูปํ สลกฺขณโต ญาเณน ปริคฺคณฺหิตฺวา. อรูปํ ววตฺถเปตฺวาติ ตํ รูปํ นิสฺสาย อารมฺมณญฺจ กตฺวา ปวตฺตมาเน เวทนาทิเก จตฺตาโร ขนฺเธ ‘‘อรูป’’นฺติ ววตฺถเปตฺวา. รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ ปุน ตตฺถ ยํ รุปฺปนลกฺขณํ, ตํ รูปํ, ตทญฺญํ อรูปํ, อุภยวินิมุตฺตํ กิญฺจิ นตฺถิ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วาติ เอวํ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา. ตทุภยญฺจ อวิชฺชาทินา ปจฺจเยน สปฺปจฺจยนฺติ ปจฺจยํ สลฺลกฺเขตฺวา อนิจฺจาทิลกฺขณํ อาโรเปตฺวา โย กลาปสมฺมสนาทิกฺกเมน กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ, โส น วฑฺฒตีติ โยชนา.
เอตฺตกํ รูปํ เอกสมุฏฺฐานนฺติ จกฺขายตนํ, โสตฆานชิวฺหากายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยนฺติ อฏฺฐวิธํ กมฺมวเสน, กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺตีติ อิทํ ทฺวยํ จิตฺตวเสนาติ เอตฺตกํ รูปํ เอกสมุฏฺฐานํ. สทฺทายตนเมกํ อุตุจิตฺตวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานํ. รูปสฺส ลหุตา มุทุตา กมฺมญฺญตาติ เอตฺตกํ รูปํ อุตุจิตฺตาหารวเสน ติสมุฏฺฐานํ. รูปคนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ กพฬีกาโร อาหาโรติ เอตฺตกํ รูปํ อุตุจิตฺตาหารกมฺมวเสน จตุสมุฏฺฐานํ. อุปจโย สนฺตติ ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตาติ เอตฺตกํ รูปํ น กุโตจิ สมุฏฺฐาตีติ น ชานาติ. สมุฏฺฐานโต รูปํ อชานนฺโตติอาทีสุ วตฺตพฺพํ ‘‘คณนโต รูปํ อชานนฺโต’’ติอาเทสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
กมฺมลกฺขโณติ อตฺตนา กตํ ทุจฺจริตกมฺมํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ กมฺมลกฺขโณ, พาโล. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, พาลสฺส พาลลกฺขณานิ. กตมานิ ตีณิ? ทุจฺจินฺติตจินฺตี โหติ, ทุพฺภาสิตภาสี, ทุกฺกฏกมฺมการี. อิมานิ โข…เป… ลกฺขณานี’’ติ (อ. นิ. ๓.๒; เนตฺติ. ๑๑๖). อตฺตนา กตํ สุจริตกมฺมํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ กมฺมลกฺขโณ, ปณฺฑิโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตสฺส ปณฺฑิตลกฺขณานิ. กตมานิ ตีณิ? สุจินฺติตจินฺตี โหติ, สุภาสิตภาสี, สุกตกมฺมการี. อิมานิ โข…เป… ปณฺฑิตลกฺขณานี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๓; อ. นิ. ๓.๓; เนตฺติ. ๑๑๖). เตนาห ‘‘กุสลากุสลํ กมฺมํ ปณฺฑิตมาลลกฺขณ’’นฺติ. พาเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิเต น เสวตีติ ยํ พาลปุคฺคเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิตเสวนํ อตฺถกาเมน กาตพฺพํ, ตํ น กโรติ. ตถาภูตสฺส อยมาทีนโวติ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘พาเล วชฺเชตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ ภควตา ‘‘อิทํ โว กปฺปตี’’ติ อนุญฺญาตํ, ตทนุโลมญฺเจ, ตํ กปฺปิยํ. ยํ ‘‘อิทํ โว น กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตทนุโลมญฺเจ, ตํ อกปฺปิยํ. ยํ โกสลฺลสมฺภูตํ, ตํ กุสลํ, ตปฺปฏิปกฺขํ อกุสลํ. ตเทว สาวชฺชํ, กุสลํ อนวชฺชํ. อาปตฺติโต อาทิโต เทฺว อาปตฺติกฺขนฺธา ครุกํ, ตทญฺญํ ลหุกํ. ธมฺมโต มหาสาวชฺชํ ครุกํ, อปฺปสาวชฺชํ ลหุกํ. สปฺปฏิการํ สเตกิจฺจํ, อปฺปฏิการํ อเตกิจฺฉํ. ธมฺมตานุคตํ การณํ, อิตรํ อการณํ. ตํ อชานนฺโตติ กปฺปิยากปฺปิยํ ครุกลหุกํ สเตกิจฺฉาเตกิจฺฉํ อชานนฺโต สุวิสุทฺธํ กตฺวา สีลํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ, กุสลากุสลํ สาวชฺชานวชฺชํ การณาการณํ อชานนฺโต ขนฺธาทีสุ อกุสลตาย รูปารูปปริคฺคหมฺปิ กาตุํ น สกฺโกติ, กุโต ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺฒนา. เตนาห ‘‘กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกตี’’ติ.
โควณสทิเส อตฺตภาเว อุปฺปชฺชิตฺวา ตตฺถ ทุกฺขุปฺปตฺติเหตุโต มิจฺฉาวิตกฺกา อาสาฏิกา วิยาติ อาสาฏิกาติ อาห ‘‘อกุสลวิตกฺกํ อาสาฏิกํ อหาเรตฺวา’’ติ.
‘‘คณฺโฑติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ วจนโต (อ. นิ. ๘.๕๖) ฉหิ วณมุเขหิ วิสฺสนฺทมานยูโส คณฺโฑ วิย ปิโลติกขณฺเฑน ฉหิ ทฺวาเรหิ วิสฺสนฺทมานกิเลสาสุจิ อตฺตภาววโณ สติสํวเรน ปิทหิตพฺโพ, อยํ ปน เอวํ น กโรตีติ อาห ‘‘ยถา โส โคปาลโก วณํ น ปฏิจฺฉาเทติ, เอวํ สํวรํ น สมฺปาเทตี’’ติ.
ยถา ธูโม อินฺธนํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมาโน สโณฺห สุขุโม ตํ ตํ วิวรํ อนุปวิสฺส พฺยาเปนฺโต สตฺตานํ ฑํสมกสาทิปริสฺสยํ วิโนเทติ, อคฺคิชาลสมุฏฺฐานสฺส ปุพฺพงฺคโม โหติ, เอวํ ธมฺมเทสนาญาณสฺส อินฺธนภูตํ รูปารูปธมฺมชาตํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมานา สณฺหา สุขุมา ตํ ตํ ขนฺธนฺตรํ อายตนนฺตรญฺจ อนุปวิสฺส พฺยาเปติ, สตฺตานํ มิจฺฉาวิตกฺกาทิปริสฺสยํ วิโนเทติ, ญาณคฺคิชาลสมุฏฺฐานสฺส ปุพฺพงฺคโมติ ธูโม วิยาติ ธูโมติ อาห ‘‘โคปาลโก ธูมํ วิย ธมฺมเทสนาธูมํ น กโรตี’’ติ. อตฺตโน สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา นิสินฺนสฺส กาตพฺพา ตทนุจฺฉวิกา ธมฺมกถา อุปนิสินฺนกถา. กตสฺส ทานาทิปุญฺญสฺส อนุโมทนกถา อนุโมทนา. ตโตติ ธมฺมกถาทีนํ อกรณโต. ‘‘พหุสฺสุโต คุณวา’’ติ น ชานนฺตีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อตฺตโน ชานาปนตฺถํ ธมฺมกถาทิ น กาตพฺพเมวาติ? สจฺจํ, น กาตพฺพเมว, สุทฺธาสเยน ปน ธมฺเม กถิเต ตสฺส คุณชานนตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนาห ภควา –
‘‘นาภาสมานํ ชานนฺติ, มิสฺสํ พาเลหิ ปณฺฑิตํ;
ภาสเย โชตเย ธมฺมํ, ปคฺคเณฺห อิสินํ ธช’’นฺติ. (สํ. นิ. ๒.๒๔๑);
ตรนฺติ เอตฺถาติ ติตฺถํ, นทีตฬากาทีนํ นหานาทิอตฺถํ โอตรณฏฺฐานํ. ยถา ปน ตํ อุทเกน โอติณฺณสตฺตานํ สรีรมลํ ปวาเหติ, ปริสฺสมํ วิโนเทติ, วิสุทฺธึ อุปฺปาเทติ, เอวํ พหุสฺสุตา อตฺตโน สมีปํ โอติณฺณสตฺตานํ ธมฺมูทเกน จิตฺตมลํ ปวาเหนฺติ, ปริสฺสมํ วิโนเทนฺติ, วิสุทฺธึ อุปฺปาเทนฺติ, ตสฺมา เต ติตฺถํ วิยาติ ติตฺถํ. เตนาห ‘‘ติตฺถภูเต พหุสฺสุตภิกฺขู’’ติ. พฺยญฺชนํ กถํ โรเปตพฺพนฺติ, ภนฺเต, อิทํ พฺยญฺชนํ อยํ สทฺโท กถํ อิมสฺมึ อตฺเถ โรเปตพฺโพ, เกน ปกาเรน อิมสฺส อตฺถสฺส วาจโก ชาโต. ‘‘นิรูเปตพฺพ’’นฺติ วา ปาโฐ, นิรูเปตพฺพํ อยํ สภาวนิรุตฺติ กถเมตฺถ นิรุฬฺหาติ อธิปฺปาโย. อิมสฺส ภาสิตสฺส โก อตฺโถติ สทฺทตฺถํ ปุจฺฉติ. อิมสฺมึ ฐาเนติ อิมสฺมึ ปาฬิปเทเส. ปาฬิ กึ วเทตีติ ภาวตฺถํ ปุจฺฉติ. อตฺโถ กึ ทีเปตีติ ภาวตฺถํ วา สงฺเกตตฺถํ วา. น ปริปุจฺฉตีติ วิมติจฺเฉทนปุจฺฉาวเสน สพฺพโส ปุจฺฉํ น กโรติ. น ปริปญฺหตีติ ปริ ปริ อตฺตโน ญาตุํ อิจฺฉํ น อาจิกฺขติ น วิภาเวติ. เตนาห ‘‘น ชานาเปตี’’ติ. เตติ พหุสฺสุตภิกฺขู. วิวรณํ นาม อตฺถสฺส วิภชิตฺวา กถนนฺติ อาห ‘‘ภาเชตฺวา น ทสฺเสนฺตี’’ติ. อนุตฺตานีกตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตํ คุยฺหํ ปฏิจฺฉนฺนํ. น อุตฺตานีกโรนฺตีติ สิเนรุมูลกํ วาลิกํ อุทฺธรนฺโต วิย ปถวีสนฺธาโรทกํ วิวริตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย จ อุตฺตานํ น กโรนฺติ. เอวํ ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน พหุสฺสุตา ‘‘ติตฺถ’’นฺติ วุตฺตา ปริยายโต, อิทานิ ตเมว ธมฺมํ นิปฺปริยายโต ติตฺถนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺโม หิ ตรนฺติ เอเตน นิพฺพานํ นาม ตฬากนฺติ ‘‘ติตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. เตนาห ภควา สุเมธภูโต –
‘‘เอวํ กิเลสมลโธวํ, วิชฺชนฺเต อมตนฺตเฬ;
น คเวสติ ตํ ตฬากํ, น โทโส อมตนฺตเฬ’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๑๔);
ธมฺมสฺเสว นิพฺพานสฺโสตรณติตฺถภูตสฺส โอตรณปการํ อชานนฺโต ‘‘ธมฺมติตฺถํ น ชานาตี’’ติ วุตฺโต.
ปีตาปีตนฺติ โคคเณ ปีตํ อปีตญฺจ โครูปํ น ชานาติ น วินฺทติ. อวินฺทนฺโต หิ น ลภตีติ วุตฺโต. ‘‘อานิสํสํ น วินฺทตี’’ติ วตฺวา ตสฺส อวินฺทนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมสฺสวนคฺคํ คนฺตฺวา’’ติอาทิมาห.
อยํ โลกุตฺตโรติ ปทํ สนฺธายาห ‘‘อริย’’นฺติ. ปจฺจาสตฺติญาเยน อนนฺตรวิธิปฺปฏิเสโธ วา, อริย-สทฺโท วา นิทฺโทสปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐงฺคิกนฺติ จ วิสุํ เอกชฺฌญฺจ อฏฺฐงฺคิกํ อุปาทาย คเหตพฺพํ, อฏฺฐงฺคตา พาหุลฺลโต จ. เอวญฺจ กตฺวา สตฺตงฺคสฺสปิ อริยมคฺคสฺส สงฺคโห สิทฺโธ โหติ.
จตฺตาโร สติปฏฺฐาเนติอาทีสุ อวิเสเสน สติปฏฺฐานา วุตฺตา. ตตฺถ กายเวทนาจิตฺตธมฺมารมฺมณา สติปฏฺฐานา โลกิยา, ตตฺถ สมฺโมหวิทฺธํสนวเสน ปวตฺตา นิพฺพานารมฺมณา โลกุตฺตราติ เอวํ อิเม โลกิยา, อิเม โลกุตฺตราติ ยถาภูตํ น ปชานาติ.
อนวเสสํ ทุหตีติ ปฏิคฺคหเณ มตฺตํ อชานนฺโต กิสฺมิญฺจิ ทายเก สทฺธาหานิยา กิสฺมิญฺจิ ปจฺจยหานิยา อนวเสสํ ทุหติ. วาจาย อภิหาโร วาจาภิหาโร. ปจฺจยานํ อภิหาโร ปจฺจยาภิหาโร.
อิเม อเมฺหสุ ครุจิตฺตีการํ น กโรนฺตีติ อิมินา นวกานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติยา อภาวํ ทสฺเสติ อาจริยุปชฺฌาเยสุ ปิตุเปมสฺส อนุปฏฺฐาปนโต. เตน จ สิกฺขาคารวตาภาวทีปเนน สงฺคหสฺส อภาชนภาวํ, เตน เถรานํ เตสุ อนุคฺคหาภาวํ. น หิ สีลาทิคุเณหิ สาสเน ถิรภาวปฺปตฺตา อนนุคฺคเหตพฺเพ สพฺรหฺมจารี อนุคฺคณฺหนฺติ, นิรตฺถกํ วา อนุคฺคหํ กโรนฺติ. เตนาห ‘‘นวเก ภิกฺขู’’ติ. ธมฺมกถาพนฺธนฺติ ปเวณิอาคตํ ปกิณฺณกธมฺมกถามคฺคํ. สจฺจสตฺตปฏิสนฺธิปจฺจยาการปฏิสํยุตฺตํ สุญฺญตาทีปนํ คุยฺหคนฺถํ. วุตฺตวิปลฺลาสวเสนาติ ‘‘น รูปญฺญู’’ติอาทีสุ วุตฺตสฺส ปฏิเสธสฺส ปฏิกฺเขปวเสน อคฺคหณวเสน. โยเชตฺวาติ ‘‘รูปญฺญู โหตีติ คณนาโต วา วณฺณโต วา รูปํ ชานาตี’’ติอาทินา, ‘‘ตสฺส โคคโณปิ น ปริหายติ, ปญฺจโครสปริโภคโตปิ น ปริพาหิโร โหตี’’ติอาทินา จ อตฺถํ โยเชตฺวา. เวทิตพฺโพติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปเทเส ยถารหํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
มหาโคปาลกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๔. จูฬโคปาลกสุตฺตวณฺณนา
๓๕๐. เจลุกฺกาหีติ เจลมยาหิ อุกฺกาหิ. อุกฺกภูตานิ เจลานิ เอตฺถาติ อุกฺกเจลา, นครํ. สพฺพา คงฺคา ปากฏา หุตฺวา ปญฺญายตีติ ปกติจกฺขุสฺส ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ทิพฺพจกฺขุสฺส ปน สมนฺตจกฺขุสฺส วา ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺนสฺสปิ ภควโต ปากฏา หุตฺวา ปญฺญายเตว. โสตฺถีติ อนุปทฺทโว. วฑฺฒีติ อปริหานิ. อาโรคฺยนฺติ อโรคตา อาพาธาภาโว.
มคโธ ชนปโท นิวาโส เอตสฺสาติ มาคโธ, มาคโธว มาคธิโก. ปญฺญาย นาม ทุฏฺฐุภาโว นตฺถิ เอกนฺตานวชฺชตาย, ตสฺมา ทุ-สทฺโท อภาววาจี ‘‘ทุสฺสีโล’’ติอาทีสุ วิย, ชาติ-สทฺโท จ สภาวตฺโถติ อาห ‘‘นิปฺปญฺญสภาโว’’ติ. -สทฺโท อารมฺภตฺโถติ อาห ‘‘ปตาเรสีติ ตาเรตุํ อารภี’’ติ ปรตีรํ คาวีนํ อปฺปตฺตตฺตา. สุวิเทหานนฺติ สุนฺทรวิเทหานํ. วิเทหรฏฺฐํ กิร ภูมิภาคทสฺสนสมฺปตฺติยา จ วนรามเณยฺยกาทินา จ สุนฺทรํ. อามณฺฑลิกํ กริตฺวาติ อาวตฺเต ปติตา เตมณฺฑลากาเรน ปริพฺภมิตฺวา. กติปยาปิ คาวิโย อเสเสตฺวา นทีโสเตน วูฬฺหตฺตา วุตฺตํ ‘‘อวฑฺฒึ วินาสํ ปาปุณึสู’’ติ. กติปยาสุปิ หิ อวสิฏฺฐาสุ คาวีสุ อนุกฺกเมนปิ สิยา โคคณสฺส วฑฺฒีติ. วิสฺสมฏฺฐานนฺติ ปริสฺสมวิโนทนฏฺฐานํ. ติตฺถา ภฏฺฐาติ คเหตุํ อสมตฺถตาย ติตฺถํ อปฺปตฺตา. อโรโค นาม นาโหสีติ โลมมตฺตมฺปิ อเสเสตฺวา สพฺพา คาวิโย นทีโสเต วินฏฺฐาติ อตฺโถ.
เยสุ ขนฺธายตนธาตูสุ อิธ โลกสมญฺญา, เต อชานนฺตา ‘‘อกุสลา อิมสฺส โลกสฺสา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อิธโลเก ขนฺธธาตายตเนสุ อกุสลา อเฉกา’’ติ. อยเมว นโย ‘‘อกุสลา ปรสฺส โลกสฺสา’’ติ เอตฺถาปีติ อาห ‘‘ปรโลเกปิ เอเสว นโย’’ติ. มาโร เอตฺถ ธียตีติ มารเธยฺยํ. มาโรติ เจตฺถ กิเลสมาโร เวทิตพฺโพ. ขนฺธาภิสงฺขารา หิ ตสฺส ปวตฺตนภาเวน คหิตา, มจฺจุมาโร วิสุํ คหิโต เอว, กิเลสมารวเสเนว จ เทวปุตฺตมารสฺส กามภเว อาธิปจฺจนฺติ. เตสนฺติ เย อิธโลกาทีสุ อเฉกา, เตสํ. เต ปน อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิมินา ฉ สตฺถาโร ทสฺสิตา’’ติ.
๓๕๑. พลวคาโวติ พลวนฺเต โครูเป. เต ปน ทมฺมตํ อุปคตโคณา เจว เธนุโย จาติ อาห ‘‘ทนฺตโคเณ เจว เธนุโย จา’’ติ. อวิชาตคาโวติ น วิชาตคาวิโย. วจฺฉเกติ ขุทฺทกวจฺเฉ. อปฺปตฺโถ หิ อยํ ก-สทฺโท. เตนาห ‘‘ตรุณวจฺฉเก’’ติ. กิสาพลเกติ ทุพฺพเล.
๓๕๒. มารสฺส ตณฺหาโสตํ เฉตฺวาติ ขนฺธมารสมฺพนฺธีตณฺหาสงฺขาตํ โสตํ สมุจฺฉินฺทิตฺวา. ตโย โกฏฺฐาเส เขเปตฺวา ฐิตาติ อนาคามิโน สนฺธายาห. สพฺพวาเรสูติ สกทาคามิโสตาปนฺนอฏฺฐมกวาเรสุ. ตตฺถ ปน ยถากฺกมํ จตุมคฺควชฺฌานํ กิเลสานํ เทฺว โกฏฺฐาเส เขเปตฺวา ฐิตา, เอกโกฏฺฐาสํ เขเปตฺวา ฐิตา, ปฐมํ โกฏฺฐาสํ เขเปนฺโตติ วตฺตพฺพํ. ธมฺมํ อนุสฺสรนฺติ, ธมฺมสฺส วา อนุสฺสรณสีลาติ ธมฺมานุสาริโน. ธมฺโมติ เจตฺถ ปญฺญา อธิปฺเปตา. สทฺธํ อนุสฺสรนฺติ, สทฺธาย วา อนุสฺสรณสีลาติ สทฺธานุสาริโน.
ชานตาติ เอตฺถ ชานนกิริยาวิสยสฺส อวิเสสิตตฺตา อธิการวเสน อนวเสสเญยฺยวิเสสา อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘สพฺพธมฺเม ชานนฺเตนา’’ติ. อนฺโตสารวิรหโต อพฺภุคฺคตฏฺเฐน จ นโฬ วิยาติ นโฬ, มาโนติ อาห ‘‘วิคตมานนฬํ กต’’นฺติ. เขมํ ปตฺเถถาติ เอตฺถ จตูหิ โยเคหิ อนุปทฺทวตฺตา ‘‘เขม’’นฺติ อรหตฺตํ อธิปฺเปตํ. ปตฺถนา จ ฉนฺทปตฺถนา, น ตณฺหาปตฺถนาติ อาห ‘‘กตฺตุกมฺยตาฉนฺเทน อรหตฺตํ ปตฺเถถา’’ติ. ปตฺตาเยว นาม ตสฺส ปตฺติยา น โกจิ อนฺตราโย. โสตฺถินา ปารคมนํ อุทฺทิสฺส เทสนํ อารภิตฺวา เขมปฺปตฺติยา เทสนาย ปริโยสาปิตตฺตา ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ.
จูฬโคปาลกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๕. จูฬสจฺจกสุตฺตวณฺณนา
๓๕๓. หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนนาติ หํสวฏฺฏกปฏิจฺฉนฺเนน, หํสมณฺฑลากาเรนาติ อตฺโถ.
วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, มคฺโค. กึ วทนฺติ? อุตฺตรํ. วาทานํ สตานิ วาทสตานิ. ‘‘นิคณฺโฐ ปญฺจวาทสตานิ, นิคณฺฐี ปญฺจวาทสตานี’’ติ เอวํ นิคณฺโฐ จ นิคณฺฐี จ ปญฺจ ปญฺจ วาทสตานิ อุคฺคเหตฺวา วิจรนฺตา. กิริยโต เต ปุจฺฉึสุ, ลิงฺคโต ปน นิคณฺฐภาโว ญาโต. เตนาห ‘‘อหํ วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ.
ชคฺคนฺโต สมฺมชฺชนาทิวเสน. ทิวาตรนฺติ อติทิวํ. ‘‘กสฺส ปุจฺฉา, กสฺส วิสฺสชฺชนํ โหตู’’ติ ปริพฺพาชิกาหิ วุตฺเต เถโร อาห ‘‘ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา’’ติ. ปุจฺฉา วาทานํ ปุพฺพปกฺโข, ยสฺมา ตุเมฺห วาทปสุตา วาทาภิรตา ธชํ ปคฺคยฺห วิจรถ, ตสฺมา วาทานํ ปุพฺพปกฺโข อมฺหากํ ปตฺโต, เอวํ สนฺเตปิ ตุมฺหากํ มาตุคามภาวโต ปุพฺพปกฺขํ เทมาติ อาห ‘‘ตุเมฺห ปน มาตุคามา นาม ปฐมํ ปุจฺฉถา’’ติ. ตา ปริพฺพาชิกา เอเกกา อฑฺฒเตยฺยสตวาทมคฺคํ ปุจฺฉนฺติโย วาทสหสฺสํ ปุจฺฉึสุ. ยถา นิสิตสฺส ขคฺคสฺส กุมุทนาฬจฺเฉทเน กิมตฺถิ ภาริยํ, เอวํ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตสฺส สาวเกสุ ปญฺญวนฺตานํ อคฺคภาเว ฐิตสฺส ธมฺมเสนาปติโน ปุถุชฺชนปริกปฺปิตปญฺหวิสฺสชฺชเน กิมตฺถิ ภาริยํ. เตนาห ‘‘เถโร ขคฺเคนา’’ติอาทิ. ตตฺถ นิชฺชฏํ นิคฺคณฺฐึ กตฺวาติ ยถา ตา ปุน ตตฺถ ชฏํ คณฺฐึ กาตุํ น วิสหนฺติ, ตถา วิชเฏตฺวา กเถสิ. อยํ เถโร จตุรงฺคสมนฺนาคเต อนฺธกาเร สหสฺสวฏฺฏิกํ ทีเปนฺโต วิย อญฺเญสํ อวิสเย อนฺธการภูเต ปเญฺห ปุจฺฉิตมตฺเตเยว วิสฺสชฺเชสีติ เถรสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ทิสฺวา สยญฺจ อนฺติมภวิกตาย โกหญฺเญ ฐาตุํ อสกฺโกนฺติโย ‘‘เอตฺตกเมว, ภนฺเต, มยํ ชานามา’’ติ อาหํสุ. เถรสฺส วิสยนฺติ เถรสฺส ปญฺญาวิสยํ.
เนว อนฺตํ น โกฏึ อทฺทสํสูติ เอกนฺติ วตฺตพฺพสฺส พหุภาวโต ตสฺสา ปุจฺฉาย อตฺโถ เอวมนฺโต เอวมวสานโกฏีติ น ปสฺสึสุ น ชานึสุ. เถโร ตาสํ อชฺฌาสยํ โอโลเกนฺโต ปพฺพชฺชารุจึ ทิสฺวา อาห ‘‘อิทานิ กึ กริสฺสถา’’ติ? อุตฺตริตรปญฺโญติ วาทมคฺคปริจเยน เมธาวิตาย จ ยาทิสา ตาสํ ปญฺญา, ตโต อุตฺตริตรปญฺโญ.
กถามคฺโคติ วาทมคฺโค. ตสฺมา เตหิ เตหิ ปรปฺปวาทาทีหิ ภสฺสํ วาทมคฺคํ ปกาเรหิ วเทตีติ ภสฺสปฺปวาทโก. ปณฺฑิตวาโทติ อหํ ปณฺฑิโต นิปุโณ พหุสฺสุโตติ เอวํวาที. ยํ ยํ นกฺขตฺตาจาเรน อาทิสตีติ นกฺขตฺตคติยา กาลญาเณน ‘‘อสุกทิวเส จนฺทคฺคาโห ภวิสฺสติ, สูริยคฺคาโห ภวิสฺสตี’’ติอาทินา ยํ ยํ อาเทสํ ภณติ. สาธุลทฺธิโก ญาณสมฺปตฺติยา สุนฺทโร. อาโรปิโตติ ปฏิญฺญาเหตุนิทสฺสนาทิโทสํ อุปริ อาโรปิโต วาโท สฺวาโรปิโต. โทสปทํ อาโรเปนฺเตน วาทินา ปรวาทิมฺหิ อภิภุยฺย ตสฺส ธาตุกฺโขโภปิ สิยา, จิตฺตวิกฺเขเปน เยน โทโส เตน สงฺกปฺปิโต สมฺปเวธิโตติ. ถูณนฺติ สรีรํ โขภิตนฺติ กตฺวา. ถูณนฺติ หิ โลหิตปิตฺตเสมฺหานํ อธิวจนํ สพฺพงฺคสรีรธารณโต. อปิจ ถูณปโท นาม อตฺถิ กถามคฺโค วาทมคฺคํ คณฺหนฺตานํ. สจฺจโก ปน โกหญฺเญ ฐตฺวา อตฺตโน วาทปฺปเภทวเสน ปเร วิมฺหาเปนฺโต ‘‘ถูณํ เจปาห’’นฺติอาทิมาห. สาวกานํ วินยํ นาม สิกฺขาปทํ, ตญฺจ ธมฺมเทสนา โหตีติ เอสา เอว จสฺส อนุสาสนีติ วินยนาทิมุเขน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มตํ สาสนํ ปุจฺฉนฺโต สจฺจโก ‘‘กถํ ปน, โภ, อสฺสชี’’ติอาทิมาห. อถสฺส เถโร ‘‘ลกฺขณตฺตยกถา นาม อนญฺญสาธารณา พุทฺธาเวณิกา ธมฺมเทสนา, ตตฺร จ มยา อนิจฺจกถาย สมุฏฺฐาปิตาย ตํ อสหนฺโต สจฺจโก ตุจฺฉมาเนน ปฏปฏายนฺโต กุรุมาโน ลิจฺฉวี คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ อาคมิสฺสติ, อถสฺส ภควา วาทํ มทฺทิตฺวา อนิจฺจนฺติ ปติฏฺฐเปนฺโต ธมฺมํ กเถสฺสติ, ตทา ภวิสฺสติ วิชหิตวาโท สมฺมาปฏิปตฺติยา ปติฏฺฐิโต’’ติ จินฺเตตฺวา อนิจฺจานตฺตลกฺขณปฏิสํยุตฺตํ ภควโต อนุสาสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ, โภ, อคฺคิเวสฺสนา’’ติอาทิมาห.
กสฺมา ปเนตฺถ ทุกฺขลกฺขณํ อคฺคหิตนฺติ อาห ‘‘เถโร ปนา’’ติอาทิ. ‘‘อุปารมฺภสฺส โอกาโส โหตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘มคฺคผลานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปริยาเยนาติ สงฺขารทุกฺขตาปริยาเยน. อยนฺติ สจฺจโก. นยิทํ ตุมฺหากํ สาสนํ นามาติ ยตฺถ ตุเมฺห อวฏฺฐิตา, อิทํ ตุมฺหากํ สพฺพญฺญุสาสนํ นาม น โหติ ทุกฺขโต อนิสฺสรณตฺตา, อถ โข มหาอาฆาตนํ นาเมตํ, มหาทุกฺขนิทฺทิฏฺฐตฺตา ปน นิรยุสฺสโท นาม อุสฺสทนิรโย นาม, ตสฺมา นตฺติ นาม ตุมฺหากํ สุขาสา. อุฏฺฐายุฏฺฐายาติ อุสฺสุกฺกํ กตฺวา, ทุกฺขเมว ชีราเปนฺตา สพฺพโส ทุกฺขเมว อนุภวนฺตา, อาหิณฺฑถ วิจรถาติ. สพฺพมิทํ ตสฺส มิจฺฉาปริกปฺปิตเมว. กสฺมา? ทุกฺขสจฺจูปสญฺหิตาเยว เหตฺถ นิปฺปริยายกถา นาม. ตสฺส หิ ปริญฺญตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ. มคฺคผลานิ สงฺขารภาเวน ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ ปริยายโต ทุกฺขํ, น นิปฺปริยายโต. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. โสตุํ อยุตฺตํ มิจฺฉาวาทตฺตาติ อธิปฺปาโย.
๓๕๔. สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติ สนฺธาคารํ, ราชกุลานํ สนฺถาปนอคารนฺติปิ สนฺธาคารํ, ตสฺมึ สนฺถาคาเรติ อตฺโถ. เอกสฺมึ กาเล ตาทิเส กาเล ราชกิจฺจานํ สนฺถานเมตฺถ วิจาเรนฺตีติ สนฺธาคารํ, ตสฺมึ สนฺถาคาเรติปิ อตฺโถ. ปติฏฺฐิตนฺติ ‘‘อนิจฺจํ อนตฺตา’’ติ จ ปฏิญฺญาตํ. อิทาเนว ปิฏฺฐึ ปริวตฺเตนฺโตติ ภควโต นลาฏํ อโนโลเกตฺวา วิมุขภาวํ อาปชฺชนฺโต. สุราฆเรติ สุราสมฺปาทกเคเห. ปิฏฺฐกิลญฺชนฺติ ปิฏฺฐฐปนกิฬญฺชํ. วาลนฺติ จงฺควารํ. สาณสาฏกกรณตฺถนฺติ สาณสาฏกํ กโรนฺติ เอเตนาติ สาณสาฏกกรณํ, สุตฺตํ, ตทตฺถํ. สาณวากา เอเตสุ สนฺตีติ สาณวากา, สาณทณฺฑา. เต คเหตฺวา สาณานํ โธวนสทิสํ กีฬิตชาตํ ยถา ‘‘อุทฺทาลปุปฺผภญฺชิกา, สาณภญฺชิกา’’ติ จ. กึ โส ภวมาโนติ กีทิโส หุตฺวา โส ภวมาโน, กึ โหนฺโต โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วาทาโรปนํ นาม ตโต อุตฺตริตรสูรคุโณ เอว ยกฺขาทิภาเวน โส ภวมาโน อภิสมฺภุเณยฺย. อยํ ปน อปฺปานุภาวตาย ปิสาจรูโป กึ เอตฺตกํ กาลํ นิทฺทายนฺโต อชฺช ปพุชฺฌิตฺวา เอวํ วทตีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘กึ ยกฺโข’’ติอาทิ.
๓๕๕. มหามชฺฌนฺหิกสมเยติ มหติ มชฺฌนฺหิกกาเล, คคนมชฺเฌ สูริยคตเวลาย. ทิวาปธานิกา ปธานานุยุญฺชกา. วตฺตํ ทสฺเสตฺวาติ ปจฺฉาภตฺตํ ทิวาวิหารูปคมนโต ปุพฺเพ กาตพฺพวตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิปชฺชิตฺวา. ภควนฺตํ ทสฺเสนฺโตติ ภควติ คารวพหุมานํ วิภาเวนฺโต อุโภ หตฺเถ กมลมกุลากาเร กตฺวา อุกฺขิปฺป ภควนฺตํ ทสฺเสนฺโต.
ตํ สนฺธายาติ ตํ อปริจฺฉินฺนคณนํ สนฺธาย เอวํ ‘‘มหติยา ลิจฺฉวิปริสายา’’ติ วุตฺตํ. กึ สีเสน ภูมึ ปหรนฺเตเนว วนฺทนา กตา โหติ? เกราฏิกาติ สฐา. โมเจนฺตาติ ภิกฺขาทานโต โมเจนฺตา. อวกฺขิตฺตมตฺติกาปิณฺโฑ วิยาติ เหฏฺฐาขิตฺตมตฺติกาปิณฺโฑ วิย. ยตฺถ กตฺถจีติ อตฺตโน อนุรูปํ วจนํ อสลฺลเปนฺโต ยตฺถ กตฺถจิ.
๓๕๖. ทิสฺสติ ‘‘อิทํ อิมสฺส ผล’’นฺติ อปทิสฺสติ เอเตนาติ เทโส, การณํ, ตเทว ตสฺส ปวตฺติฏฺฐานตาย โอกาโสติ อาห ‘‘กญฺจิเทว เทสนฺติ กญฺจิ โอกาสํ กิญฺจิ การณ’’นฺติ. โอกาโส ฐานนฺติ จ การณํ วุจฺจติ ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๖๑; ม. นิ. ๓.๑๒๘-๑๓๑; อ. นิ. ๑.๒๖๘-๒๙๕; วิภ. ๘๐๙). ยทากงฺขสีติ น วทนฺติ อนวเสสธมฺมวิสยตฺตา ปฏิญฺญาย. ตุมฺหนฺติ ตุมฺหากํ. ยกฺข…เป… ปริพฺพาชกานนฺติ เอตฺถ ‘‘ปุจฺฉาวุโส, ยทากงฺขสี’’ติอาทีนิ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. อาฬวกสุตฺต) ปุจฺฉาวจนานิ ยถากฺกมํ โยเชตพฺพานิ.
ญตฺวา สยํ โลกมิมํ ปรญฺจาติ อิทํ มหาสตฺโต นิรยํ สคฺคญฺจ เตสํ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสตฺวา อาห.
ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ, ยถาปิ กุสโล ตถาติ ยถา ปกาเรน สุกุสโล สพฺพญฺญู ชานาติ กเถติ, ตถา อหํ กเถสฺสามิ. ตสฺส ปน การณํ อการณญฺจ อวิชานนฺโต ราชานํ กโรตุ วา มา วา, อหํ ปน เต อกฺขิสฺสามีติ อาห ‘‘ราชา จ โข…เป… น วา’’ติ.
กถิตนิยาเมเนว กเถนฺโตติ เตปริวฏฺฏกถาย ทุกฺขลกฺขณมฺเปส กเถสฺสติ, อิธ ปน อญฺญถา สาวเกน อสฺสชินา กถิตํ, อญฺญถา สมเณน โคตเมนาติ วจโนกาสปริหรณตฺถํ ทุกฺขลกฺขณํ อนามสิตฺวา เถเรน กถิตนิยาเมเนว อนิจฺจานตฺตลกฺขณเมว กเถนฺเตน ภควตา – ‘‘รูปํ อนตฺตา ยาว วิญฺญาณํ อนตฺตา’’ติ วุตฺเต สจฺจโก ตํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต อุปมาย อตฺถญาปเน อุปมาปมาณํ ยถา ‘‘โค วิย ควโย’’ติ อตฺตานํ อุปเมยฺยํ กตฺวา อุปมาปมาเณน ปติฏฺฐาเปตุกาโม อาห ‘‘อุปมา มํ, โภ โคตม, ปฏิภาตี’’ติ, อุปมํ เต กริสฺสามิ, อุปมายปิเธกจฺเจ วิญฺญู ปุริสา ภาสิตสฺส อตฺถํ อาชานนฺตีติ อธิปฺปาโย. ภควา อุปมาสเตน, อญฺเญน วาปิ ปมาเณน ตว อตฺตา ปติฏฺฐาเปตุํ น ลพฺภา อตฺตโน วิย ปมาณสฺสปิ อนุปลพฺภนโตติ อาห ‘‘ปฏิภาตุ ตํ อคฺคิเวสฺสนา’’ติ. ยถา หิ อตฺตา นาม โกจิ ปรมตฺถโต น อุปลพฺภติ เอกํเสน อนุปลทฺธิโต, เอวสฺส ญาปกปุคฺคลํ ปมาณมฺปิ น อุปลพฺภติ. เตนาห ‘‘อาหร ตํ อุปมํ วิสฺสตฺโถ’’ติ, น เตน ตว อตฺตวาโท ปติฏฺฐํ ลภตีติ อธิปฺปาโย.
ยํ ทิฏฺฐํ กายิกํ วา ปุญฺญาปุญฺญํ ปุริสปุคฺคเล อุปลพฺภติ, เตน วิญฺญายติ รูปตฺตายํ ปุริสปุคฺคโล, ตถา ยํ ทิฏฺฐํ สุขทุกฺขปฏิสํเวทนํ ปุริสปุคฺคเล อุปลพฺภติ, ยํ ทิฏฺฐํ นีลาทิสญฺชานนํ, ยํ ทิฏฺฐํ รชฺชนทุสฺสนาทิ, ยํ ทิฏฺฐํ อารมฺมณปฏิวิชานนํ ปุริสปุคฺคเล อุปลพฺภติ, เตน วิญฺญายติ วิญฺญาณตฺตายํ ปุริสปุคฺคโลติ. เอวํ รูปาทิลกฺขโณ อตฺตา ตตฺถ ตตฺถ กาเย กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ, เอวญฺเจตํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา กมฺมผลสมฺพนฺโธ น ยุชฺเชยฺยาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา กึ ทีเปตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เตติ สตฺตา. ปติฏฺฐายาติ นิสฺสาย. ‘‘รูปตฺตายํ ปุริสปุคฺคโล’’ติอาทินา รูปาทิธมฺเม ‘‘อตฺตา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘รูเป ปติฏฺฐายา’’ติอาทึ วทนฺโต อยํ นิคณฺโฐ อตฺตโน วาทํ ภินฺทติ ปติฏฺฐานสฺส, ปติฏฺฐายกสฺส จ อเภททีปนโต. รูปาทโย เวทนาทิสภาวา อตฺตา ตนฺนิสฺสเยน ปุญฺญาทิกิริยาสมุปลทฺธิโต อิธ ยํ นิสฺสาย ปุญฺญาทิกิริยา สมุปลพฺภติ, เต รูปาทโย สตฺตสญฺญิตา อตฺตสภาวา ทิฏฺฐา ยถา ตํ เทวตาทีสุ, เย ปน สตฺตสญฺญิตา ตโต อญฺเญ อสตฺตสภาวา ทิฏฺฐา ยถา ตํ กฏฺฐกลิงฺคราทีสูติ เอวํ สาเธตพฺพํ อตฺถํ สเหตุํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นิคณฺโฐ นิทสฺสนํ อาเนสีติ อาห ‘‘อติวิย สการณํ กตฺวา อุปมํ อาหรี’’ติ. ตสฺส ปน ‘‘พลกรณียา’’ติ วุตฺตปุริสปฺปโยคา วิย พีชคามภูตคามาปิ สชีวา เอวาติ ลทฺธีติ เต สทิสูทาหรณภาเวน วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. สเจ ปน เย ชีวสฺส อาธารณภาเวน สหิเตน ปวตฺเตตพฺพภาเวน สลฺลกฺเขตพฺพา, เต สชีวาติ อิจฺฉิตา, น เกวเลน ปวตฺเตตพฺพภาเวน. เอวํ สติ ‘‘พลกรณียา กมฺมนฺตา’’ติ วทนฺเตน วิสทิสูทาหรณภาเวน อุปนีตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
สมตฺโถ นาม นตฺถิ อตฺตวาทภญฺชนสฺส อนตฺตตาปติฏฺฐาปนสฺส จ สุคตาเวณิกตฺตา. ยํ ปเนตรหิ สาสนิกา ยถาสตฺติ ตทุภยํ กโรนฺติ, ตํ พุทฺเธหิ ทินฺนนเย ฐตฺวา เตสํ เทสนานุสารโต. นิวตฺเตตฺวาติ นีหริตฺวา, วิสุํ กตฺวาติ อตฺโถ. สกลํ เวสาลินฺติ สพฺพเวสาลิวาสินํ ชนํ นิสฺสยูปจาเรน นิสฺสิตํ วทติ ยถา ‘‘คาโม อาคโต’’ติ. สํวฏฺฏิตฺวาติ สมฺปิณฺฑิตฺวา, เอกชฺฌํ คเหตฺวาติ อตฺโถ.
๓๕๗. ปติฏฺฐเปตฺวาติ ยถา ตํ วาทํ น อวชานาติ, เอวํ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวาติ อตฺโถ. ฆาติ-สทฺโท หึสนตฺโถ, ตโต จ สทฺทวิทู อรหตฺถํ ตาย-สทฺทํ อุปฺปาเทตฺวา ฆาเตตายนฺติ รูปสิทฺธึ อิจฺฉนฺตีติ อาห ‘‘ฆาตารห’’นฺติ. ชาเปตายนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. วตฺติตุญฺจ มรหตีติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. วิเสเสตฺวา ทีเปตีติ ‘‘วตฺตติ’’อิจฺเจว อวตฺวา ‘‘วตฺติตุญฺจ มรหตี’’ติ ทุติเยน ปเทน ภควตา วุตฺตํ วิเสเสตฺวา ทีเปติ.
ปาสาทิกํ อภิรูปนฺติ อภิมตรูปสมฺปนฺนํ สพฺพาวยวํ. ตโต เอว สุสชฺชิตํ สพฺพกาลํ สุฏฺฐุ สชฺชิตาการเมว. เอวํวิธนฺติ ยาทิสํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตํ ทสฺเสติ ‘‘ทุพฺพณฺณ’’นฺติอาทินา. อิมสฺมึ ฐาเนติ ‘‘วตฺตติ เต ตสฺมึ รูเป วโส’’ติ เอตสฺมึ การณคฺคหเณ. การณเญฺหตํ ภควตา คหิตํ ‘‘วตฺตติ…เป… มา อโหสี’’ติ. เตเนตํ ทสฺเสติ รูปํ อนตฺตา อวสวตฺตนโต, ยญฺหิ วเส น วตฺตติ, ตํ อนตฺตกเมว ทิฏฺฐํ ยถา ตํ สมฺปตฺติ. วาทนฺติ โทสํ นิคฺคหํ อาโรเปสฺสติ. สตฺตธา มุทฺธา ผลตีติ สหธมฺมิกสากจฺฉาหิ ตถาคเต, ปุจฺฉนฺเต อพฺยากรเณน วิเหสาย กยิรมานตฺตา ตติเย วาเร ธมฺมตาวเสน วิเหสกสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลติ ยถา ตํ สพฺพญฺญุปฏิญฺญาย ภควโต สมฺมุขภาวูปคมเน. วชิรปาณิ ปน กสฺมา ฐิโต โหตีติ? ภควา วิย อนุกมฺปมาโน มหนฺตํ ภยานกํ รูปํ มาเปตฺวา ตาเสตฺวา อิมํ ทิฏฺฐึ วิสฺสชฺชาเปมีติ ตสฺส ปุรโต อากาเส วชิรํ อาหรนฺโต ติฏฺฐติ, น มุทฺธํ ผาเลตุกาโม. น หิ ภควโต ปุรโต กสฺสจิ อนตฺโถ นาม โหติ. ยสฺมา ปน ภควา เอกํสโต สหธมฺมิกเมว ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘ปุจฺฉิเต’’อิจฺเจว วุตฺตํ.
อาทิตฺตนฺติ ทิปฺปมานํ. อกฺขินาสาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน เอฬกสีสสทิสเกสมสฺสุอาทีนํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘ทิฏฺฐิวิสฺสชฺชาปนตฺถ’’นฺติ วตฺวา นยิทํ ยทิจฺฉาวเสน อาคมนํ, อถ โข อาทิโต มหาพฺรหฺมานํ ปุรโต กตฺวา อตฺตนา กตปฏิญฺญาวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. นฺติ วชิรปาณึ. ตํ สจฺจกสฺส ปฏิญฺญาย ปริวตฺตนการณํ. อญฺเญปิ นุ โขติอาทิ สจฺจกสฺส วีมํสกภาวทสฺสนํ. อวีมํสเกน หิ ตํ ทิสฺวา มหายกฺโขติ วเทยฺย, เตนสฺส อสารุปฺปํ สิยา, อยํ ปน อญฺเญสํ อภีตภาวํ อุปธาเรตฺวา ‘‘อทฺธาเม ยกฺขํ น ปสฺสนฺติ, ตสฺมา มยฺหเมว ภยํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ตีเรตฺวา ยุตฺตปฺปตฺตวเสน ปฏิปชฺชิ.
๓๕๘. อุปธาเรตฺวาติ พฺยากาตพฺพมตฺถํ สลฺลกฺเขตฺวา. เอเสว นโยติ สงฺขารวิญฺญาเณสุปิ สญฺญาย วิย นโยติ อตฺโถ. วุตฺตวิปริยาเยนาติ ‘‘อกุสลา ทุกฺขา เวทนา มา อโหสิ, อกุสลา โทมนสฺสสมฺปยุตฺตา สญฺญา มา อโหสี’’ติอาทินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สปฺปทฏฺฐวิสนฺติ สพฺพสตฺตานํ สปฺปทฏฺฐฏฺฐาเน สรีรปเทเส ปติตํ วิสํ. อลฺลีโนติ สํสิลิฏฺโฐ. อุปคโตติ น อปคโต. อชฺโฌสิโตติ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา ฐิโต. ปริโต ชาเนยฺยาติ สมนฺตโต สพฺพโส กิญฺจิปิ อเสเสตฺวา ชาเนยฺย. ปริกฺเขเปตฺวาติ อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนวเสน สพฺพโส เขเปตฺวา. ตถาภูโต จสฺส ขยวยํ อุปเนติ นามาติ อาห ‘‘ขยํ วยํ อนุปฺปาทํ อุปเนตฺวา’’ติ.
๓๕๙. อตฺตโน วาทสฺส อสารภาวโต, ยถาปริกปฺปิตสฺส วา สารสฺส อภาวโต อนฺโตสารวิรหิโต ริตฺโต. วิปฺปการนฺติ ทิฏฺฐิยา สีลาจารสฺส จ วเสน วิรูปตํ สาปราธตํ สาวชฺชตํ เตสํ อุปริ อาโรเปตฺวา. สินฺนปตฺโตติ ตนุกปตฺโต. วิผาริตนฺติ วิผาฬิตํ.
อสารกรุกฺขปริจิโตติ ปลาสาทิอสารรุกฺขโกฏฺฏเน กตปริจโย. ถทฺธภาวนฺติ วิปกฺกภาวํ, ติกฺขภาวนฺติ อตฺโถ. นตฺถีติ สทา นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ. ปริสตีติ จตุปริสมชฺเฌ. ตถา หิ ‘‘คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา ปฏิจฺฉนฺนสรีรา’’ติ วุตฺตํ. ยนฺตารุฬฺหสฺส วิยาติ พฺยากรณตฺถํ วายมยนฺตํ อารุฬฺหสฺส วิย.
๓๖๐. ทิฏฺฐิวิสูกานีติ ทิฏฺฐิกิญฺจกานิ. ทิฏฺฐิสญฺจริตานีติ ทิฏฺฐิตาฬนานิ. ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตานีติ ทิฏฺฐิอิญฺชิตานิ. เตสํ อธิปฺปายํ ญตฺวาติ เตสํ ลิจฺฉวิกุมารานํ อิญฺชิเตเนว อชฺฌาสยํ ชานิตฺวา. เตนาห ‘‘อิเม’’ติอาทิ.
๓๖๑. ยสฺมึ อธิคเต ปุคฺคโล สตฺถุสาสเน วิสารโท โหติ ปเรหิ อสํหาริโย, ตํ ญาณํ วิสารทสฺส ภาโวติ กตฺวา เวสารชฺชนฺติ อาห ‘‘เวสารชฺชปฺปตฺโตติ ญาณปฺปตฺโต’’ติ. ตโต เอวมสฺส น ปโร ปจฺเจตพฺโพ เอตสฺส อตฺถีติ อปรปฺปจฺจโย. น ปโร ปตฺติโย สทฺทหาตพฺโพ เอตสฺส อตฺถีติ อปรปฺปตฺติโย. กามํ สจฺจโก เสกฺขภูมิ อเสกฺขภูมีติ อิทํ สาสนโวหารํ น ชานาติ. ปสฺสตีติ ปน ทสฺสนกิริยาย วิปฺปกตภาวสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘น เอตฺตาวตา ภิกฺขุกิจฺจํ ปริโยสิต’’นฺติ อญฺญาสิ, ตสฺมา ปุน ‘‘กิตฺตาวตา ปนา’’ติ ปุจฺฉํ อารภิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสฺสตีติ วุตฺตตฺตา’’ติอาทิ.
ยถาภูตํ ปสฺสตีติ ทสฺสนํ, วิสิฏฺฐฏฺเฐน อนุตฺตริยํ, ทสฺสนเมว อนุตฺตริยนฺติ ทสฺสนานุตฺตริยํ, ทสฺสเนสุ วา อนุตฺตริยํ ทสฺสนานุตฺตริยํ. โลกิยปญฺญาติ เจตฺถ วิปสฺสนาปญฺญา เวทิตพฺพา. สา หิ สพฺพโลกิยปญฺญาหิ วิสิฏฺฐฏฺเฐน ‘‘อนุตฺตรา’’ติ วุตฺตา. โลกิยปฏิปทานุตฺตริเยสุปิ เอเสว นโย. อิทานิ นิปฺปริยายโตว ติวิธมฺปิ อนุตฺตริยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุทฺธโลกุตฺตรเมวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สติปิ สพฺเพสมฺปิ โลกุตฺตรธมฺมานํ อนุตฺตรภาเว อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน อคฺคมคฺคปญฺญา ตโต อุตฺตริตรสฺส อภาวโต ทสฺสนานุตฺตริยํ. เตนาห ‘‘อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐี’’ติ. เสสานิ มคฺคงฺคานีติ เสสานิ อรหตฺตมคฺคงฺคานิ. ตานิ หิ มตฺถกปฺปตฺตานิ นิพฺพานคามินี ปฏิปทาติ. อคฺคผลวิมุตฺตีติ อคฺคมคฺคสฺส ผลวิมุตฺติ อรหตฺตผลํ. ขีณาสวสฺสาติ สพฺพโส ขียมานาสวสฺส. นิพฺพานทสฺสนนฺติ อคฺคมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา สจฺฉิกิริยาภิสมยมาห. ตตฺถ มคฺคงฺคานีติ อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ. จตุสจฺจนฺโตคธตฺตา สพฺพสฺส เญยฺยธมฺมสฺส ‘‘จตฺตาริ สจฺจานิ พุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ. สจฺจานุคตสมฺโมหวิทฺธํสเนเนว หิ ภควโต สพฺพโส เญยฺยาวรณปฺปหานํ. นิพฺพิเสวโนติ นิรุทฺธกิเลสวิเสวโน.
๓๖๒. ธํสีติ อนุทฺธํสนสีลา. อนุปหตนฺติ อวิกฺขิตฺตํ. สกลนฺติ อนูนํ. กายงฺคนฺติ กายเมว องฺคนฺติ วทนฺติ, กายสงฺขาตํ องฺคํ สีสาทิอวยวนฺติ อตฺโถ. ตถา ‘‘โหตุ, สาธู’’ติ เอวมิทํ วาจาย อวยโว วาจงฺคนฺติ.
๓๖๓. อาหรนฺตีติ อภิหรนฺติ. ปุญฺญนฺติ ปุญฺญผลสงฺขาโต อานุภาโว. ปุญฺญผลมฺปิ หิ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ วุจฺจติ – ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐). เตนาห ‘‘อายตึ วิปากกฺขนฺธา’’ติ. ปุญฺญมหีติ มหติ ปุญฺญผลวิภูติ เสตจฺฉตฺตมกุฏจามราทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิปากกฺขนฺธานํเยว ปริวาโร’’ติ. ลิจฺฉวีหิ เปสิเตน ขาทนียโภชนีเยน สมโณ โคตโม สสาวกสงฺโฆ มยา ปริวิสิโต, ตสฺมา ลิจฺฉวีนเมว ตํ ปุญฺญํ โหตีติ. เตนาห ‘‘ตํ ทายกานํ สุขาย โหตู’’ติ. ยสฺมา ปน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สจฺจเกน ทานํ ทินฺนํ, น ลิจฺฉวีหิ, ตสฺมา ภควา สจฺจกสฺส สตึ ปริวตฺเตนฺโต ‘‘ยํ โข’’ติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ ‘‘อิติ ภควา’’ติอาทิ. นิคณฺฐสฺส มเตน วินาเยวาติ สจฺจกสฺส จิตฺเตน วินา เอว ตสฺส ทกฺขิณํ เขตฺตคตํ กตฺวา ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อตฺตโน ทินฺนํ ทกฺขิณํ…เป… นิยฺยาเตสี’’ติ.
จูฬสจฺจกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๖. มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนา
๓๖๔. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรตีติ อิมินา ตทา ภควโต เวสาลิยํ นิวาสปริจฺฉินฺโน ปุพฺพณฺหาทิเภโท สพฺโพ สมโย สาธารณโต คหิโต, ตถา เตน โข ปน สมเยนาติ จ อิมินา. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ปน อิมินา ตพฺพิเสโส, โย ภิกฺขาจารตฺถาย ปจฺจเวกฺขณกาโล. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ตีหิ ปเทหิ เอโกว สมโย วุตฺโต’’ติ วุตฺตํ วิเสสสฺส สามญฺญนฺโตคธตฺตา. มุขโธวนสฺส ปุพฺพกาลกิริยาภาวสามญฺญโต วุตฺตํ ‘‘มุขํ โธวิตฺวา’’ติ. มุขํ โธวิตฺวา เอว หิ วาสธุโร เจ, เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา ยถาจิณฺณํ ภาวนานุโยคํ, คนฺถธุโร เจ, คนฺถปริจเย กติปเย นิสชฺชวาเร อนุยุญฺชิตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย วิตกฺกมาฬํ อุปคจฺฉติ.
การณํ ยุตฺตํ, อนุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพ ยถาจินฺติตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิตฺวา อญฺญํ ปุจฺฉนฺโต มคฺคํ ฐเปตฺวา อุมฺมคฺคโต ปริวตฺเตนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘ปสฺเสน ตาว ปริหรนฺโต’’ติ.
๓๖๕. อูรุกฺขมฺโภปิ นาม ภวิสฺสตีติ เอตฺถ นาม-สทฺโท วิมฺหยตฺโถติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘วิมฺหยตฺถวเสนา’’ติอาทิ. ‘‘อนฺโธ นาม ปพฺพตํ อภิรุหิสฺสตี’’ติอาทีสุ วิย วิมฺหยวาจีสทฺทโยเคน หิ ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ อนาคตวจนํ. กายนฺวยนฺติ กายานุคตํ. ‘‘อยมฺปิ โข กาโย เอวํธมฺโม เอวํภาวี เอวํอนตีโต’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๙; ม. นิ. ๑.๑๑๒; ม. นิ. ๓.๑๕๔) กายสฺส อสุภานิจฺจาทิตาย อนุปสฺสนา กายภาวนาติ อาห ‘‘กายภาวนาติ ปน วิปสฺสนา วุจฺจตี’’ติ. อนาคตรูปนฺติ อภีเต อตฺเถ อนาคตสทฺทาโรปนํ อนาคตปฺปโยโค น สเมติ. อตฺโถปีติ ‘‘อูรุกฺขมฺโภปิ นาม ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺตอตฺโถปิ น สเมติ. อยนฺติ อตฺตกิลมถานุโยโค. เตสนฺติ นิคณฺฐานํ.
๓๖๖. อตฺตโน อธิปฺเปตกายภาวนํ วิตฺถาเรนฺโต วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต เย ตํ อนุยุตฺตา, เต นามโคตฺตโต วิภาเวนฺโต ‘‘นนฺโท วจฺโฉ’’ติอาทิมาห. กิลิฏฺฐตปานนฺติ กายสฺส กิเลสนตปานํ ปุคฺคลานํ. ชาตเมทนฺติ เมทภาวาปตฺติวเสน อุปฺปนฺนเมทํ. ปุริมํ ปหายาติ กาลปริจฺเฉเทน อนาหารอปฺปาหารตาทิวเสน กายสฺส อปจินนํ เขทนํ ปริจฺจชิตฺวา. กายภาวนา ปน น ปญฺญายตีติ นิยมํ ปรมตฺถโต กายภาวนาปิ ตว ญาเณน น ญายติ, เสสโตปิ น ทิสฺสติ.
๓๖๗. อิมสฺมึ ปน ฐาเนติ ‘‘กายภาวนมฺปิ โข ตฺวํ, อคฺคิเวสฺสน, น อญฺญาสิ, กุโต ปน ตฺวํ จิตฺตภาวนํ ชานิสฺสสี’’ติ อิมสฺมึ ฐาเน. ตถา ‘‘โย ตฺวํ เอวํ โอฬาริกํ ทุพฺพลํ กายภาวนํ น ชานาสิ, โส ตฺวํ กุโต สนฺตสุขุมํ จิตฺตภาวนํ ชานิสฺสสี’’ติ เอตสฺมึ อตฺถวณฺณนาฐาเน. อพุทฺธวจนํ นาเมตํ ปทนฺติ กายภาวนาสญฺญิตวิปสฺสนาโต จิตฺตภาวนา สนฺตา, วิปสฺสนา ปน ปาทกชฺฌานโต โอฬาริกา เจว ทุพฺพลา จาติ อยญฺจ เอตสฺส ปทสฺส อตฺโถ. ‘‘อพุทฺธวจนํ นาเมตํ วจนํ สิยา’’ติ วตฺวา เถโร ปกฺกมิตุํ อารภติ. อถ นํ มหาสีวตฺเถโร ‘‘วิปสฺสนา นาเมสา น อาทิโต สุพฺรูหิตา พลวตี ติกฺขา วิสทา โหติ, ตสฺมา ตรุณวเสนายมตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิสฺสติ, ภิกฺขเว’’ติ สุตฺตปทํ (สํ. นิ. ๒.๖๒) อาหริ. ตตฺถ อาทานนฺติ ปฏิสนฺธิ. นิกฺเขปนนฺติ จุติ. โอฬาริกนฺติ อรูปธมฺเมหิ ทุฏฺฐุลฺลภาวตฺตา โอฬาริกํ. กายนฺติ จตุสนฺตติรูปสมูหภูตํ กายํ. โอฬาริกนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, โอฬาริกากาเรนาติ อตฺโถ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘อาทานมฺปิ นิกฺเขปนมฺปี’’ติ.
๓๖๘. สุขสาราเคน สมนฺนาคโตติ สุขเวทนาย พลวตรราเคน สมงฺคีภูโต. ปฏฺฐาเน ปฏิสิทฺธา อวจเนเนว. ตสฺมาติ สุเข ฐิเต เอว ทุกฺขสฺสานุปฺปชฺชนโต. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘สุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา’’ติ เอวํ วุตฺตํ, น อนนฺตราว อุปฺปชฺชนโต. เขเปตฺวาติ กุสลานิ เขเปตฺวา. คณฺหิตฺวา อตฺตโน เอว โอกาสํ คเหตฺวา. อุภโตปกฺขํ หุตฺวาติ ‘‘กทาจิ สุขเวทนา, กทาจิ ทุกฺขเวทนา’’ติ ปกฺขทฺวยวเสนปิ เวทนา จิตฺตสฺส ปริยาทาย โหติ ยถากฺกมํ อภาวิตกายสฺส อภาวิตจิตฺตสฺส.
๓๖๙. วิปสฺสนา จ สุขสฺส ปจฺจนีกาติ สุกฺขวิปสฺสกสฺสอาทิกมฺมิกสฺส มหาภูตปริคฺคหาทิกาเล พหิ จิตฺตจารํ นิเสเธตฺวา กมฺมฏฺฐาเน เอว สตึ สํหรนฺตสฺส อลทฺธสฺสาทํ กายสุขํ น วินฺทติ, สมฺพาเธ วเช สนฺนิรุทฺโธ โคคโณ วิย วิหญฺญติ วิปฺผนฺทติ, อจฺจาสนฺนเหตุกญฺจ สรีเร ทุกฺขํ อุปฺปชฺชเตว. เตน วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขสฺส อาสนฺนา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา’’ติอาทิ. อทฺธาเน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเตติ มหาภูตปริคฺคหาทิวเสน กาเล คจฺฉนฺเต. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สรีรปเทเส. ทุกฺขํ ทูราปคตํ โหติ สมาปตฺติพเลน วิกฺขมฺภิตตฺตา อปฺปนาภาวโต. อนปฺปกํ วิปุลํ. สุขนฺติ ฌานสุขํ. โอกฺกมตีติ ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปวเสน รูปกายํ อนุปวิสติ, นามกาโยกฺกมเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. กายปสฺสทฺธิกมฺมิกสฺสปิ สมฺมสนภาวนา ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนสฺส กสฺสจิ อาทิโตว กายกิลมถจิตฺตุปฆาตาปิ สมฺภวนฺติ, สมาธิสฺส ปน อปจฺจนีกตฺตา สินิทฺธภาวโต จ น สุกฺขวิปสฺสนา วิย สุขสฺส วิปจฺจนีโก, อนุกฺกเมน จ ทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตีติ อาห ‘‘ยถา สมาธี’’ติ. ยถา สมาธิ, วิปสฺสนาย ปเนตํ นตฺถีติ อาห ‘‘น จ ตถา วิปสฺสนา’’ติ. เตน วุตฺตนฺติ ยสฺมา วิปสฺสนา สุขสฺส ปจฺจนีกา, สา จ กายภาวนา, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนาปิ สุขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา กายสฺสา’’ติ. ตถา ยสฺมา สมาธิ ทุกฺขสฺส ปจฺจนีโก, โส จ จิตฺตภาวนา, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนาปิ ทุกฺขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา จิตฺตสฺสา’’ติ โยชนา.
๓๗๐. คุเณ ฆฏฺเฏตฺวาติ อปเทเสน วินา สมีปเมว เนตฺวา. ตํ วต มม จิตฺตํ อุปฺปนฺนา สุขา เวทนา ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ โยชนา.
๓๗๑. กึ น ภวิสฺสติ, สุขาปิ ทุกฺขาปิ เวทนา ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชเตวาติ อตฺโถ. ตมตฺถนฺติ สุขทุกฺขเวทนานํ อุปฺปตฺติยา อตฺตโน จิตฺตสฺส อนภิภวนียตาสงฺขาตํ อตฺถํ. ตตฺถ ตาว ปาสราสิสุตฺเต โพธิปลฺลงฺเก นิสชฺชา ‘‘ตตฺเถว นิสีทิ’’นฺติ วุตฺตา. อิธ มหาสจฺจกสุตฺเต ทุกฺกรการิกาย ทุกฺกรจรเณ นิสชฺชา ‘‘ตตฺเถว นิสีทิ’’นฺติ วุตฺตา.
๓๗๔. ฉนฺทกรณวเสนาติ ตณฺหายนวเสนาติ อตฺโถ. สิเนหกรณวเสนาติ สิเนหนวเสน. มุจฺฉากรณวเสนาติ โมหนวเสน ปมาทาปาทเนน. วิปาสากรณวเสนาติ ปาตุกมฺยตาวเสน. อนุทหนวเสนาติ ราคคฺคินา อนุทหนวเสน. โลกุตฺตรมคฺคเววจนเมว วฏฺฏนิสฺสรณสฺส อธิปฺเปตตฺตา.
อลฺลคฺคหเณน กิเลสานํ อสมุจฺฉินฺนภาวํ ทสฺเสติ, สเสฺนหคฺคหเณน อวิกฺขมฺภิตภาวํ, อุทเก ปกฺขิตฺตภาวคฺคหเณน สมุทาจาราวตฺถํ, อุทุมฺพรกฏฺฐคฺคหเณน อตฺตภาวสฺส อสารกตฺตํ. อิมินาว นเยนาติ ‘‘อลฺลํ อุทุมฺพรกฏฺฐ’’นฺติอาทินา วุตฺตนเยน. สปุตฺตภริยปพฺพชฺชายาติ ปุตฺตภริเยหิ สทฺธึ กตปริพฺพาชกปพฺพชฺชาวเสน เวทิตพฺพา. กุฏีจกพหูทกหํส-ปรมหํสาทิเภทา พฺราหฺมณปพฺพชฺชา.
๓๗๖. กุโตปิ อิมสฺส อาโปสิเนโห นตฺถีติ โกฬาปํ. เตนาห ‘‘ฉินฺนสิเนหํ นิราป’’นฺติ. โกฬนฺติ วา สุกฺขกลิงฺครํ วุจฺจติ, โกฬํ โกฬภาวํ อาปนฺนนฺติ โกฬาปํ. ปฏิปนฺนสฺส อุปกฺกมมหตฺตนิสฺสิตตา ปกติยา กิเลเสหิ อนภิภูตตาย. อตินฺตตา ปฏิปกฺขภาวนาย. ตถา หิ สุกฺขโกฬาปภาโว, อารกา อุทกา ถเล นิกฺขิตฺตภาโว จ นิทสฺสิโต. โอปกฺกมิกาหีติ กิเลสอตินิคฺคณฺหนุปกฺกมปฺปภวาหิ. เวทนาหีติ ปฏิปตฺติเวทนาหิ. ทุกฺขา ปฏิปทา หิ อิธาธิปฺเปตา.
๓๗๗. กึ ปน น สมตฺโถ, ยโต เอวํ ปเรหิ จินฺติตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยํ ทุกฺกรจริยํ ฉพฺพสฺสานิ อกาสีติ อธิปฺปาโย. กตฺวาปิ อกตฺวาปิ สมตฺโถว การณสฺส นิปฺผนฺนตฺตา. ‘‘ยถาปิ สพฺเพสมฺปิ โข โพธิสตฺตานํ จริมภเว อนฺตมโส สตฺตาหมตฺตมฺปิ ธมฺมตาวเสน ทุกฺกรจริยา โหติเยว, เอวํ ภควา สมตฺโถ ทุกฺกรจริยํ กาตุํ, เอวญฺจ นํ อกาสิ, น ปน ตาย พุทฺโธ ชาโต, อถ โข มชฺฌิมาย เอว ปฏิปตฺติยา’’ติ ตสฺสา พฺยติเรกมุเขน สเทวกสฺส โลกสฺส โพธาย อมคฺคภาวทีปนตฺถํ, อิมสฺส ปน ภควโต กมฺมวิปากวเสน ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรจริยา อโหสิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อวจาหํ โชติปาโล, กสฺสปํ สุคตํ ตทา;
กุโต นุ โพธิ มุณฺฑสฺส, โพธิ ปรมทุลฺลภา.
เตน กมฺมวิปาเกน, อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ;
ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ, ตโต โพธิมปาปุณึ.
นาหํ เอเตน มคฺเคน, ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ;
กุมคฺเคน คเวสิสฺสํ, ปุพฺพกมฺเมน วาริโต’’ติ.
ทุกฺกรจริยาย โพธาย อมคฺคภาวทสฺสนตฺถํ ทุกฺกรจริยํ อกาสีติ เกจิ. อถ วา โลกนาถสฺส อตฺตโน ปรกฺกมสมฺปตฺติทสฺสนตฺถาย ทุกฺกรจริยา. ปณีตาธิมุตฺติยา หิ ปรมุกฺกํสคตภาวโต อภินีหารานุรูปํ สมฺโพธิยํ ติพฺพฉนฺทตาย สิขาปฺปตฺติยา ตทตฺถํ อีทิสมฺปิ นาม ทุกฺกรจริยํ อกาสีติ โลเก อตฺตโน วีริยานุภาวํ วิภาเวตุํ – ‘‘โส จ เม ปจฺฉา ปีติโสมนสฺสาวโห ภวิสฺสตี’’ติ โลกนาโถ ทุกฺกรจริยํ อกาสิ. เตนาห ‘‘สเทวกสฺส โลกสฺสา’’ติอาทิ. ตตฺถ วีริยนิมฺมถนคุโณติ วีริยสฺส สํวฑฺฒนสมฺปาทนคุโณ. ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ปาสาเท’’ติอาทิ วุตฺตํ. สงฺคาเม เทฺว ตโย สมฺปหาเรติ ทฺวิกฺขตฺตุํ ติกฺขตฺตุํ วา ปรเสนาย ปหารปโยเค. ปธานวีริยนฺติ สมฺมปฺปธาเนหิ อาเสวนวีริยํ, สพฺพํ วา ปุพฺพภาควีริยํ.
อภิทนฺตนฺติ อภิภวนทนฺตํ, อุปริทนฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อุปริทนฺต’’นฺติ. โส หิ อิตรํ มุสลํ วิย อุทุกฺขลํ วิเสสโต กสฺสจิ ขาทนกาเล อภิภุยฺย วตฺตติ. กุสลจิตฺเตนาติ พลวสมฺมาสงฺกปฺปยุตฺเตน กุสลจิตฺเตน. อกุสลจิตฺตนฺติ กามวิตกฺกาทิสหิตํ อกุสลจิตฺตํ. อกุสลจิตฺตสฺส ปวตฺติตุํ อปฺปทานํ นิคฺคโห. ตํตํปฏิกฺเขปวเสน วิโนทนํ อภินิปฺปีฬนํ. วีริยตาเปน วิกฺขมฺภนํ อภิสนฺตาปนํ. สทรโถติ สปริฬาโห. ปธาเนนาติ ปทหเนน, กายสฺส กิลมถุปฺปาทเกน วีริเยนาติ อตฺโถ. วิทฺธสฺสาติ ตุทสฺส. สโตติ สมานสฺส.
๓๗๘. สีสเวฐนนฺติ สีสํ รชฺชุยา พนฺธิตฺวา ทณฺฑเกน ปริวตฺตกเวฐนํ. อรหนฺโต นาม เอวรูปา โหนฺตีติ อิมินา ยถายํ, เอวํ วิสญฺญีภูตาปิ หุตฺวา วิหรนฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘มตกสทิสา’’ติ, เวทนาปฺปตฺตา วิย โหนฺตีติ อตฺโถ. สุปินปฺปฏิคฺคหณโต ปฏฺฐายาติ ปฏิสนฺธิคฺคหเณ เสตวารณสุปินํ ปสฺสิตฺวา พฺราหฺมเณหิ พฺยากตกาลโต ปฏฺฐาย.
๓๗๙. ธมฺมสรีรสฺส อโรคภาเวน สาธูติ มริสนิโยติ มาริโส, ปิยายนวจนเมตํ. เตนาห ‘‘สมฺปิยายมานา’’ติอาทิ. อชชฺชิตนฺติ เอวํ อภุญฺชิตํ ภการสฺส ชการาเทสํ กตฺวา. เตนาห ‘‘อโภชน’’นฺติ. เอวํ มา กริตฺถาติ ‘‘โลมกูเปหิ อชฺโฌหาเรสฺสาม อนุปฺปเวเสสฺสามา’’ติ ยถา ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, เอวํ มา กริตฺถ. กสฺมา? ยาเปสฺสามหนฺติ อหญฺจ ยาวทตฺถํ อาหารมตฺตํ ภุญฺชนฺโต ยถา ยาเปสฺสามิ, เอวํ อาหารํ ปฏิเสวิสฺสามิ.
๓๘๐-๘๑. เอตาว ปรมนฺติ เอตฺตกํ ปรมํ, น อิโต ปรํ โอปกฺกมิกทุกฺขเวทนาเวทิยนํ อตฺถีติ อตฺโถ. รญฺโญ คเหตพฺพนงฺคลโต อญฺญานิ สนฺธาย ‘‘เอเกน อูน’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ สุวณฺณปริกฺขตํ, อิตรานิ รชตปริกฺขตานิ. เตนาห ‘‘อมจฺจา เอเกนูนอฏฺฐสตรชตนงฺคลานี’’ติ. อาฬารุทกสมาคเม ลทฺธชฺฌานานิ วฏฺฏปาทกานิ, อานาปานสมาธิ ปน กายคตาสติปริยาปนฺนตฺตา สพฺเพสญฺจ โพธิสตฺตานํ วิปสฺสนาปาทกตฺตา ‘‘โพธาย มคฺโค’’ติ วุตฺโต. พุชฺฌนตฺถายาติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ, สพฺพสฺเสว วา เญยฺยธมฺมสฺส อภิสมฺพุชฺฌนาย. สติยา อนุสฺสรณกวิญฺญาณํ สตานุสาริวิญฺญาณํ. กสฺสา ปน สติยาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นยิท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
๓๘๒. ปจฺจุปฏฺฐิตาติ ตํตํวตฺตกรณวเสน ปติอุปฏฺฐิตา อุปฏฺฐายกา. เตนาห ‘‘ปณฺณสาลา’’ติอาทิ. ปจฺจยพาหุลฺลิโกติ ปจฺจยานํ พาหุลฺลาย ปฏิปนฺโน. อาวตฺโตติ ปุพฺเพ ปจฺจยเคธปฺปหานาย ปฏิปนฺโน, อิทานิ ตโต ปฏินิวตฺโต. เตนาห ‘‘รสคิทฺโธ…เป… อาวตฺโต’’ติ. ธมฺมนิยาเมนาติ ธมฺมตาย. ตเมว ธมฺมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โพธิสตฺตสฺสา’’ติอาทิมาห. พาราณสิเมว ตตฺถาปิ จ สพฺพพุทฺธานํ อวิชหิตธมฺมจกฺกปวตฺตนฏฺฐานเมว อคมํสุ. ปญฺจวคฺคิยา กิร วิสาขมาสสฺส อทฺธมาสิยํ คตา. เตนาห ‘‘เตสุ คเตสุ อฑฺฒมาสํ กายวิเวกํ ลภิตฺวา’’ติ.
๓๘๗. ‘‘อทฺธาโภโต โคตมสฺส สาวกาจิตฺตภาวนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ, โน กายภาวน’’นฺติ อิมํ สนฺธายาห ‘‘เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ’’นฺติ. อิมํ ธมฺมเทสนนฺติ ‘‘อภิชานามิ โข ปนาห’’นฺติอาทิกํ ธมฺมเทสนํ. อสลฺลีโน ตณฺหาทิฏฺฐิกิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา เตหิ สพฺพโส น ลิตฺโต. อนุปลิตฺโตติ ตสฺเสว เววจนํ ตณฺหานนฺทิยา อภาเวน. โคจรชฺฌตฺตเมวาติ โคจรชฺฌตฺตสญฺญิเต ผลสมาปตฺติยา อารมฺมเณ, นิพฺพาเนติ อตฺโถ. ยํ สนฺธาย ปาฬิยํ ‘‘ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเต’’ติ วุตฺตํ สนฺนิสีทาเปมีติ ผลสมาปตฺติสมาธินา อจฺจนฺตสมาทานวเสน จิตฺตํ สมฺมเทว นิสีทาเปมิ. ปุพฺพาโภเคนาติ สมาปชฺชนโต ปุพฺเพ ปวตฺตอาโภเคน. ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ สมาปชฺชนกฺขณํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เตนาห ‘‘สาธุการ…เป… อวิจฺฉินฺเนเยวา’’ติ. เอวมสฺส ปริจฺฉินฺนกาลสมาปชฺชนํ ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ วุฏฺฐานญฺจ พุทฺธานํ น ภาริยํ วสีภาวสฺส ตถาสุปฺปคุณภาวโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘พุทฺธานํ หี’’ติอาทิ. ธมฺมสมฺปฏิคฺคาหกานํ อสฺสาสวาเร วา. ตทา หิ เทสิยมานํ ธมฺมํ อุปธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา ตสฺมึ ขเณ เทสิตเทสนา นิรตฺถกา สิยา. น หิ พุทฺธานํ นิรตฺถกา กิริยา อตฺถิ.
โอกปฺปนียเมตนฺติ ‘‘ตสฺสา เอว กถายา’’ติอาทินา วุตฺตํ อติวิย อจฺฉริยคตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ สุตฺวา อีทิสี ปฏิปตฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺเสว โหตีติ อุปวาทวเสน วทติ, น สภาเวน. เตนาห ‘‘สตฺถริ ปสาทมตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺน’’นฺติ. กายทรโถติ ปจฺจยวิเสสวเสน รูปกายสฺส ปริสฺสมากาโร. อุปาทินฺนเกติ อินฺทฺริยพทฺเธ. อนุปาทินฺนเกติ อนินฺทฺริยพทฺเธ. วิกสนฺติ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน. ตทภาเวน มกุลานิ โหนฺติ. เกสญฺจิ ตินฺตินิกาทิรุกฺขานํ. ปติลียนฺติ นิสฺสยรูปธมฺมอวิปฺผาริกตาย. อรูปธมฺมตาย ปญฺจวิญฺญาณานญฺเจว กิริยามยวิญฺญาณานญฺจ อปฺปวตฺติสญฺญิตา อวิปฺผาริกตา โหติ, ยตฺถ นิทฺทาสมญฺญา. เตนาห ‘‘ทรถวเสน ภวงฺคโสตญฺจ อิธ นิทฺทาติ อธิปฺเปต’’นฺติ. ตตฺถ ทรถวเสนาติ ทรถวเสเนว, น ถินมิทฺธวเสนาติ อวธารณํ อวธารณผลญฺจ นิทฺธาเรตพฺพํ. ตํ สนฺธายาติ กายสฺส ทรถสงฺขาตสรีรคิลานเหตุกํ นิทฺทํ สนฺธาย. สรีรคิลานญฺจ ภควโต นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๐; ม. นิ. ๒.๒๒; จูฬว. ๓๔๕) วจนโต. สมฺโมหวิหารสฺมินฺติ ปจฺจตฺเต เอตํ ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘สมฺโมหวิหาโรติ วทนฺตี’’ติ, สมฺโมหวิหารสฺมึ วา ปริยาปนฺนํ เอตํ วทนฺติ, ยทิทํ ทิวา นิทฺโทกฺกมนนฺติ โยชนา.
๓๘๙. อุปนีเตหีติ โทสมคฺคํ นินฺทาปถํ อุปนีเตหิ. อภินนฺทิตฺวาติ สมฺปิยายิตฺวา. เตนาห ‘‘จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉนฺโต’’ติ. อนุโมทิตฺวาติ ‘‘สาธุ สาธู’’ติ เทสนาย โถมนวเสน อนุโมทิตฺวา. เตนาห ‘‘วาจายปิ ปสํสนฺโต’’ติ. สมฺปตฺเต กาเลติ ปพฺพชฺชาโยคฺเค กาเล อนุปฺปตฺเต.
คณํ วิโนเทตฺวาติ คณํ อปเนตฺวา คณปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา. ปปญฺจนฺติ อวเสสกิเลสํ. ‘‘ปุญฺญวา ราชปูชิโต’’ติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตสฺมิญฺหิ กาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฉนฺทวาสหรเณน อุโปสถกมฺมํ กโรนฺโต.
สกลํ รตฺตึ พุทฺธคุณานํเยว กถิตตฺตา เถรสฺส ญาณํ เทสนาวิภวญฺจ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘เอตฺตกาว, ภนฺเต, พุทฺธคุณา’’ติ. อิมาย, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ธมฺมกถาย อนวเสสโต พุทฺธคุณา กถิตา วิย ชายนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ อนนฺตาปริเมยฺยาว เต, กึ อิโต ปเรปิ วิชฺชนฺเตวาติ เถรํ ตตฺถ สีหนาทํ นทาเปตุกาโม อาห ‘‘อุทาหุ อญฺเญปิ อตฺถี’’ติอาทิ. รชฺชสฺส ปเทสิกตฺตา, ยถาวุตฺตสุภาสิตสฺส จ อนคฺฆตฺตา วุตฺตํ ‘‘อยํ เม ทุคฺคตปณฺณากาโร’’ติ. ติโยชนสติกนฺติ อิทํ ปริกฺเขปวเสน วุตฺตํ, ตญฺจ โข มนุสฺสานํ ปริโภควเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ.
มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
๗. จูฬตณฺหาสงฺขยสุตฺตวณฺณนา
๓๙๐. ตตฺราติ ตสฺมึ ปุพฺพารามมิคารมาตุปาสาทานํ อตฺถวิภาวเน อยํ อิทานิ วุจฺจมานา อนุปุพฺพี กถา. มณีนนฺติ เอตฺถ ปทุมราคมณีนํ อธิปฺเปตตฺตา อาห ‘‘อญฺเญหิ จา’’ติ. เตน อินฺทนีลาทิมณีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรกพรวณฺณวเสน สตฺตวณฺเณหิ.
ตณฺหา สพฺพโส ขียนฺติ เอตฺถาติ ตณฺหาสงฺขโย (อ. นิ. ฏี. ๓.๗.๖๑), ตสฺมึ. ตณฺหาสงฺขเยติ จ วิสเย อิทํ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘ตํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ. วิมุตฺตจิตฺตตายาติ สพฺพสํกิเลเสหิ วิมุตฺตจิตฺตตาย. อปรภาคปฏิปทา นาม อริยสจฺจาภิสมโย, สา สาสนจาริโคจรา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพโตติ อาห ‘‘ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ สํขิตฺเตน เทเสถาติ ปุจฺฉตี’’ติ. อกุปฺปธมฺมตาย ขยวยสงฺขาตํ อนฺตํ อตีตาติ อจฺจนฺตา, โส เอว อปริหานสภาวตฺตา อจฺจนฺตา นิฏฺฐา เอตสฺสาติ อจฺจนฺตนิฏฺโฐ. เตนาห ‘‘เอกนฺตนิฏฺโฐ สตตนิฏฺโฐติ อตฺโถ’’ติ. น หิ ปฏิวิทฺธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส ทสฺสนํ กุปฺปนํ นาม อตฺถิ. อจฺจนฺตเมว จตูหิ โยเคหิ เขโม เอตสฺส อตฺถีติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมี. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา, ตสฺส จ อปริหานสภาวตฺตา อจฺจนฺตํ พฺรหฺมจารีติ อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี. เตนาห ‘‘นิจฺจพฺรหฺมจารีติ อตฺโถ’’ติ. ปริโยสานนฺติ พฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานํ.
เวคายตีติ ตุริตายติ. สลฺลกฺเขสีติ จินฺเตสิ, อตฺตนา ยถา สุตาย สตฺถุ เทสนาย อนุสฺสรณวเสน อุปธาเรสิ. อนุคฺคณฺหิตฺวาวาติ อตฺถวินิจฺฉยวเสน อนุคฺคเหตฺวา เอว. ฉสุ ทฺวาเรสุ นิยุตฺตาติ ฉทฺวาริกา, เตหิ.
ปญฺจกฺขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. สกฺกายสพฺพญฺหิ สนฺธาย อิธ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ วิปสฺสนาวิสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา, ตสฺมา อายตนธาตุโยปิ ตคฺคติกา เอว ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ภควา ‘‘นาลํ อภินิเวสายา’’ติ. น ยุตฺตา อภินิเวสาย ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อชฺโฌสานาย. ‘‘อลเมว นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๗๒; สํ. นิ. ๒.๑๒๔-๑๒๕, ๑๒๘, ๑๓๔, ๑๔๓) วิย อลํ-สทฺโท ยุตฺตตฺโถปิ โหตีติ อาห ‘‘น ยุตฺตา’’ติ. สมฺปชฺชนฺตีติ ภวนฺติ. ยทิปิ ‘‘ตติยา, จตุตฺถี’’ติ อิทํ วิสุทฺธิทฺวยํ อภิญฺญาปญฺญา, ตสฺสา ปน สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนภาวโต, สติ จ ปจฺจยปริคฺคเห สปฺปจฺจยตฺตา (นามรูปสฺส อนิจฺจตา, อนิจฺจํ ทุกฺขํ, ทุกฺขญฺจ อนตฺตาติ อตฺถโต) ลกฺขณตฺตยํ สุปากฏเมว โหตีติ อาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ญาตปริญฺญาย อภิชานาตี’’ติ. ตเถว ตีรณปริญฺญายาติ อิมินา อนิจฺจาทิภาเวน นาลํ อภินิเวสายาติ นามรูปสฺส อุปสํหรติ, น อภิญฺญาปญฺญานํ สมฺภารธมฺมานํ. ปุริมาย หิ อตฺถโต อาปนฺนลกฺขณตฺตยํ คณฺหาติ สลกฺขณสลฺลกฺขณปรตฺตา ตสฺสา, ทุติยาย สรูปโต ตสฺสา ลกฺขณตฺตยาโรปนวเสน สมฺมสนภาวโต. เอกจิตฺตกฺขณิกตาย อภินิปาตมตฺตตาย จ อปฺปมตฺตกมฺปิ. รูปปริคฺคหสฺส โอฬาริกภาวโต อรูปปริคฺคหํ ทสฺเสติ. ทสฺเสนฺโต จ เวทนาย อาสนฺนภาวโต, วิเสสโต สุขสาราคิตาย, ภวสฺสาทคธิตมานสตาย จ สกฺกสฺส เวทนาวเสน นิพฺพตฺเตตฺวา ทสฺเสติ.
อุปฺปาทวยฏฺเฐนาติ อุทยพฺพยสภาเวน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌเนน. อนิจฺจาติ อทฺธุ วา. อนิจฺจลกฺขณํ อนิจฺจตา อุทยวยตา. ตสฺมาติ ยสฺมา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ขยโต วยโต ทสฺสนญาณํ อนิจฺจานุปสฺสนา, ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล อนิจฺจานุปสฺสี, ตสฺมา. ขยวิราโคติ ขยสงฺขาโต วิราโค สงฺขารานํ ปลุชฺชนา. ยํ อาคมฺม สพฺพโส สงฺขาเรหิ วิรชฺชนา โหติ, ตํ นิพฺพานํ อจฺจนฺตวิราโค. นิโรธานุปสฺสิมฺหิปีติ นิโรธานุปสฺสิปเทปิ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อภิทิสิตฺวา ตํ เอกเทเสน วิวรนฺโต ‘‘นิโรโธปิ หิ…เป… ทุวิโธเยวา’’ติ อาห. สพฺพาสวสํวเร วุตฺตโวสฺสคฺโคว อิธ ‘‘ปฏินิสฺสคฺโค’’ติ วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏินิสฺสคฺโค วุจฺจติ โวสฺสคฺโค’’ติอาทิมาห. ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค วิปสฺสนา. ปกฺขนฺทนวเสน อปฺปนโต ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค มคฺโค อญฺญสฺส ตทภาวโต. โสติ มคฺโค. อารมฺมณโตติ กิจฺจสาธนวเสน อารมฺมณกรณโต. เอวญฺหิ มคฺคโต อญฺเญสํ นิพฺพานารมฺมณานํ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคาภาโว สิทฺโธ โหติ. ปริจฺจชเนน ปกฺขนฺทเนน จาติ ทฺวีหิปิ วา การเณหิ. สพฺเพสํ ขนฺธานํ โวสฺสชฺชนํ ตปฺปฏิพทฺธสํกิเลสปฺปหาเนน ทฏฺฐพฺพํ. จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ มคฺคสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ สนฺธายาห. อุภยมฺเปตํ โวสฺสชฺชนํ. ตทุภยสมงฺคีติ วิปสฺสนาสมงฺคี มคฺคสมงฺคี จ. ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏิ. ม. ๑.๕๒) ยถา วิปสฺสนาย กิเลสานํ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค ลพฺภติ, เอวํ อายตึ เตหิ กิเลเสหิ อุปฺปาเทตพฺพขนฺธานมฺปิ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค วตฺตพฺโพ, ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค ปน มคฺเค ลพฺภมานาย เอกนฺตการณภูตาย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย วเสน เวทิตพฺโพ, มคฺเค ปน ตทุภยมฺปิ ญายาคตเมว นิปฺปริยายโตว ลพฺภมานตฺตา. เตนาห ‘‘ตทุภยสมงฺคี ปุคฺคโล’’ติอาทิ.
ปุจฺฉนฺตสฺส อชฺฌาสยวเสน ‘‘น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตี’’ติ เอตฺถ กามุปาทานวเสน อุปาทิยนํ ปฏิกฺขิปียตีติ อาห ‘‘ตณฺหาวเสน น อุปาทิยตี’’ติ. ตณฺหาวเสน วา อสติ อุปาทิยเน ทิฏฺฐิวเสน อุปาทิยนํ อนวกาสเมวาติ ‘‘ตณฺหาวเสน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น ปรามสตีติ นาทิยติ, ทิฏฺฐิปรามาสวเสน วา ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา น ปรามสติ. สํขิตฺเตเนว ขิปฺปํ กเถสีติ ตสฺส อชฺฌาสยวเสน ปปญฺจํ อกตฺวา กเถสิ.
๓๙๑. อภิสมาคนฺตฺวาติ อภิมุขญาเณน เญยฺยํ สมาคนฺตฺวา ยาถาวโต วิทิตฺวา. เตนาห ‘‘ชานิตฺวา’’ติ. ยถาปริสวิญฺญาปกตฺตาติ ยถาปริสํ ธมฺมสมฺปฏิคฺคาหิกาย มหติยา, อปฺปกาย วา ปริสาย อนุรูปเมว วิญฺญาปนโต. ปริยนฺตํ น นิจฺฉรตีติ น ปวตฺตติ. มา นิรตฺถกา อคมาสีติ อิทํ ธมฺมตาวเสน วุตฺตํ, น สตฺถุ อชฺฌาสยวเสน. เอกเญฺหตํ สตฺถุ วจีโฆสสฺส อฏฺฐสุ องฺเคสุ, ยทิทํ ปริสปริยนฺตตา. ฉิทฺทวิวโรกาโสติ ฉิทฺทภูโต, วิวรภูโต วา โอกาโสปิ นตฺถิ, ภควโต สทฺทาสวนการณํ วุตฺตเมว. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตการณโต.