๗. จูฬตณฺหาสงฺขยสุตฺตวณฺณนา
๓๙๐. ตตฺราติ ตสฺมึ ปุพฺพารามมิคารมาตุปาสาทานํ อตฺถวิภาวเน อยํ อิทานิ วุจฺจมานา อนุปุพฺพี กถา. มณีนนฺติ เอตฺถ ปทุมราคมณีนํ อธิปฺเปตตฺตา อาห ‘‘อญฺเญหิ จา’’ติ. เตน อินฺทนีลาทิมณีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรกพรวณฺณวเสน สตฺตวณฺเณหิ.
ตณฺหา สพฺพโส ขียนฺติ เอตฺถาติ ตณฺหาสงฺขโย (อ. นิ. ฏี. ๓.๗.๖๑), ตสฺมึ. ตณฺหาสงฺขเยติ จ วิสเย อิทํ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘ตํ อารมฺมณํ กตฺวา’’ติ. วิมุตฺตจิตฺตตายาติ สพฺพสํกิเลเสหิ วิมุตฺตจิตฺตตาย. อปรภาคปฏิปทา นาม อริยสจฺจาภิสมโย, สา สาสนจาริโคจรา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพโตติ อาห ‘‘ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ สํขิตฺเตน เทเสถาติ ปุจฺฉตี’’ติ. อกุปฺปธมฺมตาย ขยวยสงฺขาตํ อนฺตํ อตีตาติ อจฺจนฺตา, โส เอว อปริหานสภาวตฺตา อจฺจนฺตา นิฏฺฐา เอตสฺสาติ อจฺจนฺตนิฏฺโฐ. เตนาห ‘‘เอกนฺตนิฏฺโฐ สตตนิฏฺโฐติ อตฺโถ’’ติ. น หิ ปฏิวิทฺธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส ทสฺสนํ กุปฺปนํ นาม อตฺถิ. อจฺจนฺตเมว จตูหิ โยเคหิ เขโม เอตสฺส อตฺถีติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมี. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา, ตสฺส จ อปริหานสภาวตฺตา อจฺจนฺตํ พฺรหฺมจารีติ อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี. เตนาห ‘‘นิจฺจพฺรหฺมจารีติ อตฺโถ’’ติ. ปริโยสานนฺติ พฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานํ.
เวคายตีติ ตุริตายติ. สลฺลกฺเขสีติ จินฺเตสิ, อตฺตนา ยถา สุตาย สตฺถุ เทสนาย อนุสฺสรณวเสน อุปธาเรสิ. อนุคฺคณฺหิตฺวาวาติ อตฺถวินิจฺฉยวเสน อนุคฺคเหตฺวา เอว. ฉสุ ทฺวาเรสุ นิยุตฺตาติ ฉทฺวาริกา, เตหิ.
ปญฺจกฺขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. สกฺกายสพฺพญฺหิ สนฺธาย อิธ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ วิปสฺสนาวิสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา, ตสฺมา อายตนธาตุโยปิ ตคฺคติกา เอว ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ภควา ‘‘นาลํ อภินิเวสายา’’ติ. น ยุตฺตา อภินิเวสาย ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ อชฺโฌสานาย. ‘‘อลเมว นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๗๒; สํ. นิ. ๒.๑๒๔-๑๒๕, ๑๒๘, ๑๓๔, ๑๔๓) วิย อลํ-สทฺโท ยุตฺตตฺโถปิ โหตีติ อาห ‘‘น ยุตฺตา’’ติ. สมฺปชฺชนฺตีติ ภวนฺติ. ยทิปิ ‘‘ตติยา, จตุตฺถี’’ติ อิทํ วิสุทฺธิทฺวยํ อภิญฺญาปญฺญา, ตสฺสา ปน สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนภาวโต, สติ จ ปจฺจยปริคฺคเห สปฺปจฺจยตฺตา (นามรูปสฺส อนิจฺจตา, อนิจฺจํ ทุกฺขํ, ทุกฺขญฺจ อนตฺตาติ อตฺถโต) ลกฺขณตฺตยํ สุปากฏเมว โหตีติ อาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ญาตปริญฺญาย อภิชานาตี’’ติ. ตเถว ตีรณปริญฺญายาติ อิมินา อนิจฺจาทิภาเวน นาลํ อภินิเวสายาติ นามรูปสฺส อุปสํหรติ, น อภิญฺญาปญฺญานํ สมฺภารธมฺมานํ. ปุริมาย หิ อตฺถโต อาปนฺนลกฺขณตฺตยํ คณฺหาติ สลกฺขณสลฺลกฺขณปรตฺตา ตสฺสา, ทุติยาย สรูปโต ตสฺสา ลกฺขณตฺตยาโรปนวเสน สมฺมสนภาวโต. เอกจิตฺตกฺขณิกตาย อภินิปาตมตฺตตาย จ อปฺปมตฺตกมฺปิ. รูปปริคฺคหสฺส โอฬาริกภาวโต อรูปปริคฺคหํ ทสฺเสติ. ทสฺเสนฺโต จ เวทนาย อาสนฺนภาวโต, วิเสสโต สุขสาราคิตาย, ภวสฺสาทคธิตมานสตาย จ สกฺกสฺส เวทนาวเสน นิพฺพตฺเตตฺวา ทสฺเสติ.
อุปฺปาทวยฏฺเฐนาติ อุทยพฺพยสภาเวน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌเนน. อนิจฺจาติ อทฺธุ วา. อนิจฺจลกฺขณํ อนิจฺจตา อุทยวยตา. ตสฺมาติ ยสฺมา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ขยโต วยโต ทสฺสนญาณํ อนิจฺจานุปสฺสนา, ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล อนิจฺจานุปสฺสี, ตสฺมา. ขยวิราโคติ ขยสงฺขาโต วิราโค สงฺขารานํ ปลุชฺชนา. ยํ อาคมฺม สพฺพโส สงฺขาเรหิ วิรชฺชนา โหติ, ตํ นิพฺพานํ อจฺจนฺตวิราโค. นิโรธานุปสฺสิมฺหิปีติ นิโรธานุปสฺสิปเทปิ. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อภิทิสิตฺวา ตํ เอกเทเสน วิวรนฺโต ‘‘นิโรโธปิ หิ…เป… ทุวิโธเยวา’’ติ อาห. สพฺพาสวสํวเร วุตฺตโวสฺสคฺโคว อิธ ‘‘ปฏินิสฺสคฺโค’’ติ วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏินิสฺสคฺโค วุจฺจติ โวสฺสคฺโค’’ติอาทิมาห. ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค วิปสฺสนา. ปกฺขนฺทนวเสน อปฺปนโต ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค มคฺโค อญฺญสฺส ตทภาวโต. โสติ มคฺโค. อารมฺมณโตติ กิจฺจสาธนวเสน อารมฺมณกรณโต. เอวญฺหิ มคฺคโต อญฺเญสํ นิพฺพานารมฺมณานํ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคาภาโว สิทฺโธ โหติ. ปริจฺจชเนน ปกฺขนฺทเนน จาติ ทฺวีหิปิ วา การเณหิ. สพฺเพสํ ขนฺธานํ โวสฺสชฺชนํ ตปฺปฏิพทฺธสํกิเลสปฺปหาเนน ทฏฺฐพฺพํ. จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ มคฺคสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ สนฺธายาห. อุภยมฺเปตํ โวสฺสชฺชนํ. ตทุภยสมงฺคีติ วิปสฺสนาสมงฺคี มคฺคสมงฺคี จ. ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติอาทิวจนโต (ปฏิ. ม. ๑.๕๒) ยถา วิปสฺสนาย กิเลสานํ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค ลพฺภติ, เอวํ อายตึ เตหิ กิเลเสหิ อุปฺปาเทตพฺพขนฺธานมฺปิ ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค วตฺตพฺโพ, ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค ปน มคฺเค ลพฺภมานาย เอกนฺตการณภูตาย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย วเสน เวทิตพฺโพ, มคฺเค ปน ตทุภยมฺปิ ญายาคตเมว นิปฺปริยายโตว ลพฺภมานตฺตา. เตนาห ‘‘ตทุภยสมงฺคี ปุคฺคโล’’ติอาทิ.
ปุจฺฉนฺตสฺส อชฺฌาสยวเสน ‘‘น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตี’’ติ เอตฺถ กามุปาทานวเสน อุปาทิยนํ ปฏิกฺขิปียตีติ อาห ‘‘ตณฺหาวเสน น อุปาทิยตี’’ติ. ตณฺหาวเสน วา อสติ อุปาทิยเน ทิฏฺฐิวเสน อุปาทิยนํ อนวกาสเมวาติ ‘‘ตณฺหาวเสน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น ปรามสตีติ นาทิยติ, ทิฏฺฐิปรามาสวเสน วา ‘‘นิจฺจ’’นฺติอาทินา น ปรามสติ. สํขิตฺเตเนว ขิปฺปํ กเถสีติ ตสฺส อชฺฌาสยวเสน ปปญฺจํ อกตฺวา กเถสิ.
๓๙๑. อภิสมาคนฺตฺวาติ อภิมุขญาเณน เญยฺยํ สมาคนฺตฺวา ยาถาวโต วิทิตฺวา. เตนาห ‘‘ชานิตฺวา’’ติ. ยถาปริสวิญฺญาปกตฺตาติ ยถาปริสํ ธมฺมสมฺปฏิคฺคาหิกาย มหติยา, อปฺปกาย วา ปริสาย อนุรูปเมว วิญฺญาปนโต. ปริยนฺตํ น นิจฺฉรตีติ น ปวตฺตติ. มา นิรตฺถกา อคมาสีติ อิทํ ธมฺมตาวเสน วุตฺตํ, น สตฺถุ อชฺฌาสยวเสน. เอกเญฺหตํ สตฺถุ วจีโฆสสฺส อฏฺฐสุ องฺเคสุ, ยทิทํ ปริสปริยนฺตตา. ฉิทฺทวิวโรกาโสติ ฉิทฺทภูโต, วิวรภูโต วา โอกาโสปิ นตฺถิ, ภควโต สทฺทาสวนการณํ วุตฺตเมว. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตการณโต.
ปญฺจ องฺคานิ เอตสฺสาติ ปญฺจงฺคํ, ปญฺจงฺคํ เอว ปญฺจงฺคิกํ. มหตีอาทิ วีณาวิเสโสปิ อาตตเมวาติ ‘‘จมฺมปริโยนทฺเธสู’’ติ วิเสสิตํ. เอกตลํ กุมฺภถูณททฺทราทิ. จมฺมปริโยนทฺธํ หุตฺวา ตนฺติพทฺธํ อาตตวิตตํ. เตนาห ‘‘ตนฺติพทฺธปณวาที’’ติ. โคมุขีอาทีนมฺปิ เอตฺเถว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. วํสาทีติ อาทิ-สทฺเทน สงฺขสิงฺคาทีนํ สงฺคโห. สมฺมาทีติ สมฺมตาฬกํสตาฬสิลาสลากตาฬาทิ. ตตฺถ สมฺมตาฬํ นาม ทณฺฑมยตาฬํ. กํสตาฬํ โลหมยํ. สิลาย อโยปตฺเตน จ วาทนตาฬํ สิลาสลากตาฬํ. สมปฺปิโตติ สมฺมา อปฺปิโต อุเปโต. เตนาห ‘‘อุปคโต’’ติ. อุปฏฺฐานวเสน ปญฺจหิ ตูริยสเตหิ อุเปโต. เอวํภูโต จ ยสฺมา เตหิ อุปฏฺฐิโต สมนฺนาคโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมงฺคีภูโตติ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. ปริจาเรตีติ ปริโต จาเรติ. กานิ ปน จาเรติ, กถํ วา จาเรตีติ อาห ‘‘สมฺปตฺตึ…เป… จาเรตี’’ติ. ตตฺถ ตโต ตโตติ ตสฺมึ ตสฺมึ วาทิเต ตตฺถ ตตฺถ จ วาทกชเน. อปเนตฺวาติ วาทกชเน นิเสเธตฺวา. เตนาห ‘‘นิสฺสทฺทานิ การาเปตฺวา’’ติ. เทวจาริกํ คจฺฉติเยว เทวตานํ มนุสฺสานญฺจ อนุกมฺปาย. สฺวายมตฺโถ วิมานวตฺถูหิ (วิ. ว. ๑) ทีเปตพฺโพ.
๓๙๒. อปฺเปว สเกน กรณีเยนาติ มาริส, โมคฺคลฺลาน, มยํ สเกน กรณีเยน อปฺเปว พหุกิจฺจาปิ น โหม. อปิจ เทวานํเยวาติ อปิจ โข ปน เทวานํเยว ตาวตึสานํ กรณีเยน วิเสสโต พหุกิจฺจาติ อตฺถโยชนา. ภุมฺมฏฺฐกเทวตานมฺปิ เกจิ อฏฺฏา สกฺเกน วินิจฺฉิตพฺพา โหนฺตีติ อาห ‘‘ปถวิโต ปฏฺฐายา’’ติ. นิยเมนฺโตติ อวธาเรนฺโต. ตํ ปน กรณียํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘เทวานํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตาสนฺติ เทวธีตุเทวปุตฺตปาทปริจาริกานํ. มณฺฑนปสาธนการิกาติ มณฺฑนปสาธนสํวิธายิกา. อฏฺฏกรณํ นตฺถิ สํสยสฺเสว อภาวโต.
ยนฺติ สวนุคฺคหณาทิวเสน สุปริจิตมฺปิ ยํ อตฺถชาตํ. น ทิสฺสติ, ปญฺญาจกฺขุโน สพฺพโส น ปฏิภาตีติ อตฺโถ. เกจีติ สารสมาสาจริยา. โสมนสฺสสํเวคนฺติ โสมนสฺสสมุฏฺฐานํ สํเวคํ, น จิตฺตสนฺตาสํ.
สมุปพฺยูโฬฺหติ ยุชฺฌนวเสน สหปติโต สโมคาโฬฺห. เอวํภูโต จ ยสฺมา สมูหวเสน สมฺปิณฺฑิโต โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สนฺนิปติโต ราสิภูโต’’ติ. อนนฺตเร อตฺตภาเวติ อิทํ ทุติยํ สกฺกตฺตภาวํ ตโต อนนฺตราตีเตน สกฺกตฺตภาเวน สกฺกตฺตภาวสามญฺญโต เอกมิว กตฺวา คหณวเสน วุตฺตํ, อญฺญถา ‘‘ตติเย อตฺตภาเว’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. มฆตฺตภาโว หิ อิโต ตติโยติ. อถ วา ยสฺมึ อตฺตภาเว โส เทวาสุรสงฺคาโม อโหสิ, ตสฺส อนนฺตรตฺตา มฆตฺตภาวสฺส วุตฺตํ ‘‘อนนฺตเร อตฺตภาเว’’ติ. สตฺตานํ หิเตสิตาย มาตาปิตุอุปฏฺฐานาทินา จริยาหิ โพธิสตฺตจริยา วิยสฺส จริยา อโหสิ. สตฺต วตปทานีติ สตฺต วตโกฏฺฐาเส.
มหาปานนฺติ มหนฺตํ สุราปานํ. คณฺฑปานนฺติ คณฺฑสุราปานํ, อธิมตฺตปานนฺติ อตฺโถ. ปริหรมานาติ ปริวาเรนฺตา. เวทิกาปาทาติ สิเนรุสฺส ปริยนฺเต เวทิกาปริกฺเขปา. ปญฺจสุ ฐาเนสูติ ปญฺจสุ ปริภณฺฑฏฺฐาเนสุ นาคเสนาทีหิ อารกฺขํ ฐเปสิ.
๓๙๓. รามเณยฺยกนฺติ รมณียภาวํ. มสารคลฺลตฺถมฺเภติ กพรมณิมเย ถมฺเภ. สุวณฺณาทิมเย ฆฏเกติ ‘‘รชตตฺถมฺเภสุ สุวณฺณมเย, สุวณฺณตฺถมฺเภสุ รชตมเย’’ติอาทินา สุวณฺณาทิมเย ฆฏเก วาฬรูปกานิ จ. ปพาฬฺหํ มตฺโตติ ปมตฺโต. เตนาห ‘‘อติวิย มตฺโต’’ติ. นาฏกปริวาเรนาติ อจฺฉราปริวาเรน.
อจฺฉริยพฺภุตนฺติ ปททฺวเยนปิ วิมฺหยนากาโรว วุตฺโต, ตสฺมา สญฺชาตํ อจฺฉริยพฺภุตํ วิมฺหยนากาโร เอเตสนฺติ สญฺชาตอจฺฉริยอพฺภุตา, ตถา ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทา. อจฺฉริยพฺภุตเหตุกา สญฺชาตา ตุฏฺฐิ เอเตสนฺติ สญฺชาตตุฏฺฐิโน. สํวิคฺคนฺติ สญฺชาตสํเวคํ. สฺวายํ สํเวโค ยสฺมา ปุริมาวตฺถาย จิตฺตสฺส จลนํ โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จลิต’’นฺติ.
๓๙๔. ตมํ วิโนทิตนฺติ ปาฏิหาริยทสฺสเนน ‘‘อโห เถรสฺส อิทฺธานุภาโว’’ติ สมฺมาปฏิปตฺติยํ สญฺชาตพหุมาโน, อีทิสํ นาม สาสนํ ลภิตฺวาปิ มยํ นิรตฺถเกน โภคมเทน สมฺมตฺตา ภวามาติ โยนิโส มนสิการุปฺปาทเนน สมฺโมหตมํ วิโนทิตํ วิธมิตํ. เอเตติ มหาเถโร สกฺโก จาติ เต เทฺวปิ สมานพฺรหฺมจริยตาย สพฺรหฺมจาริโน.
๓๙๕. ปญฺญาตานนฺติ ปากฏานํ จาตุมหาราช-สุยาม-สนฺตุสิต-ปรนิมฺมิตวสวตฺติมหาพฺรหฺมานํ อญฺญตโร, น เยสํ เกสญฺจีติ อธิปฺปาโย. อารทฺธธมฺมวเสเนว ปริโยสาปิตตฺตา ยถานุสนฺธินาว นิฏฺฐเปสิ.
จูฬตณฺหาสงฺขยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.