๖. มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนา

๓๖๔. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรตีติ อิมินา ตทา ภควโต เวสาลิยํ นิวาสปริจฺฉินฺโน ปุพฺพณฺหาทิเภโท สพฺโพ สมโย สาธารณโต คหิโต, ตถา เตน โข ปน สมเยนาติ จ อิมินา. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ปน อิมินา ตพฺพิเสโส, โย ภิกฺขาจารตฺถาย ปจฺจเวกฺขณกาโล. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ตีหิ ปเทหิ เอโกว สมโย วุตฺโต’’ติ วุตฺตํ วิเสสสฺส สามญฺญนฺโตคธตฺตา. มุขโธวนสฺส ปุพฺพกาลกิริยาภาวสามญฺญโต วุตฺตํ ‘‘มุขํ โธวิตฺวา’’ติ. มุขํ โธวิตฺวา เอว หิ วาสธุโร เจ, เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา ยถาจิณฺณํ ภาวนานุโยคํ, คนฺถธุโร เจ, คนฺถปริจเย กติปเย นิสชฺชวาเร อนุยุญฺชิตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย วิตกฺกมาฬํ อุปคจฺฉติ.

การณํ ยุตฺตํ, อนุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพ ยถาจินฺติตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิตฺวา อญฺญํ ปุจฺฉนฺโต มคฺคํ ฐเปตฺวา อุมฺมคฺคโต ปริวตฺเตนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘ปสฺเสน ตาว ปริหรนฺโต’’ติ.

๓๖๕. อูรุกฺขมฺโภปิ นาม ภวิสฺสตีติ เอตฺถ นาม-สทฺโท วิมฺหยตฺโถติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘วิมฺหยตฺถวเสนา’’ติอาทิ. ‘‘อนฺโธ นาม ปพฺพตํ อภิรุหิสฺสตี’’ติอาทีสุ วิย วิมฺหยวาจีสทฺทโยเคน หิ ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ อนาคตวจนํ. กายนฺวยนฺติ กายานุคตํ. ‘‘อยมฺปิ โข กาโย เอวํธมฺโม เอวํภาวี เอวํอนตีโต’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๙; ม. นิ. ๑.๑๑๒; ม. นิ. ๓.๑๕๔) กายสฺส อสุภานิจฺจาทิตาย อนุปสฺสนา กายภาวนาติ อาห ‘‘กายภาวนาติ ปน วิปสฺสนา วุจฺจตี’’ติ. อนาคตรูปนฺติ อภีเต อตฺเถ อนาคตสทฺทาโรปนํ อนาคตปฺปโยโค น สเมติ. อตฺโถปีติ ‘‘อูรุกฺขมฺโภปิ นาม ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺตอตฺโถปิ น สเมติ. อยนฺติ อตฺตกิลมถานุโยโค. เตสนฺติ นิคณฺฐานํ.

๓๖๖. อตฺตโน อธิปฺเปตกายภาวนํ วิตฺถาเรนฺโต วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต เย ตํ อนุยุตฺตา, เต นามโคตฺตโต วิภาเวนฺโต ‘‘นนฺโท วจฺโฉ’’ติอาทิมาห. กิลิฏฺฐตปานนฺติ กายสฺส กิเลสนตปานํ ปุคฺคลานํ. ชาตเมทนฺติ เมทภาวาปตฺติวเสน อุปฺปนฺนเมทํ. ปุริมํ ปหายาติ กาลปริจฺเฉเทน อนาหารอปฺปาหารตาทิวเสน กายสฺส อปจินนํ เขทนํ ปริจฺจชิตฺวา. กายภาวนา ปน น ปญฺญายตีติ นิยมํ ปรมตฺถโต กายภาวนาปิ ตว ญาเณน น ญายติ, เสสโตปิ น ทิสฺสติ.

๓๖๗. อิมสฺมึ ปน ฐาเนติ ‘‘กายภาวนมฺปิ โข ตฺวํ, อคฺคิเวสฺสน, น อญฺญาสิ, กุโต ปน ตฺวํ จิตฺตภาวนํ ชานิสฺสสี’’ติ อิมสฺมึ ฐาเน. ตถา ‘‘โย ตฺวํ เอวํ โอฬาริกํ ทุพฺพลํ กายภาวนํ น ชานาสิ, โส ตฺวํ กุโต สนฺตสุขุมํ จิตฺตภาวนํ ชานิสฺสสี’’ติ เอตสฺมึ อตฺถวณฺณนาฐาเน. อพุทฺธวจนํ นาเมตํ ปทนฺติ กายภาวนาสญฺญิตวิปสฺสนาโต จิตฺตภาวนา สนฺตา, วิปสฺสนา ปน ปาทกชฺฌานโต โอฬาริกา เจว ทุพฺพลา จาติ อยญฺจ เอตสฺส ปทสฺส อตฺโถ. ‘‘อพุทฺธวจนํ นาเมตํ วจนํ สิยา’’ติ วตฺวา เถโร ปกฺกมิตุํ อารภติ. อถ นํ มหาสีวตฺเถโร ‘‘วิปสฺสนา นาเมสา น อาทิโต สุพฺรูหิตา พลวตี ติกฺขา วิสทา โหติ, ตสฺมา ตรุณวเสนายมตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิสฺสติ, ภิกฺขเว’’ติ สุตฺตปทํ (สํ. นิ. ๒.๖๒) อาหริ. ตตฺถ อาทานนฺติ ปฏิสนฺธิ. นิกฺเขปนนฺติ จุติ. โอฬาริกนฺติ อรูปธมฺเมหิ ทุฏฺฐุลฺลภาวตฺตา โอฬาริกํ. กายนฺติ จตุสนฺตติรูปสมูหภูตํ กายํ. โอฬาริกนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, โอฬาริกากาเรนาติ อตฺโถ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘อาทานมฺปิ นิกฺเขปนมฺปี’’ติ.

๓๖๘. สุขสาราเคน สมนฺนาคโตติ สุขเวทนาย พลวตรราเคน สมงฺคีภูโต. ปฏฺฐาเน ปฏิสิทฺธา อวจเนเนว. ตสฺมาติ สุเข ฐิเต เอว ทุกฺขสฺสานุปฺปชฺชนโต. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘สุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา’’ติ เอวํ วุตฺตํ, น อนนฺตราว อุปฺปชฺชนโต. เขเปตฺวาติ กุสลานิ เขเปตฺวา. คณฺหิตฺวา อตฺตโน เอว โอกาสํ คเหตฺวา. อุภโตปกฺขํ หุตฺวาติ ‘‘กทาจิ สุขเวทนา, กทาจิ ทุกฺขเวทนา’’ติ ปกฺขทฺวยวเสนปิ เวทนา จิตฺตสฺส ปริยาทาย โหติ ยถากฺกมํ อภาวิตกายสฺส อภาวิตจิตฺตสฺส.

๓๖๙. วิปสฺสนา จ สุขสฺส ปจฺจนีกาติ สุกฺขวิปสฺสกสฺสอาทิกมฺมิกสฺส มหาภูตปริคฺคหาทิกาเล พหิ จิตฺตจารํ นิเสเธตฺวา กมฺมฏฺฐาเน เอว สตึ สํหรนฺตสฺส อลทฺธสฺสาทํ กายสุขํ น วินฺทติ, สมฺพาเธ วเช สนฺนิรุทฺโธ โคคโณ วิย วิหญฺญติ วิปฺผนฺทติ, อจฺจาสนฺนเหตุกญฺจ สรีเร ทุกฺขํ อุปฺปชฺชเตว. เตน วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขสฺส อาสนฺนา’’ติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา’’ติอาทิ. อทฺธาเน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเตติ มหาภูตปริคฺคหาทิวเสน กาเล คจฺฉนฺเต. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สรีรปเทเส. ทุกฺขํ ทูราปคตํ โหติ สมาปตฺติพเลน วิกฺขมฺภิตตฺตา อปฺปนาภาวโต. อนปฺปกํ วิปุลํ. สุขนฺติ ฌานสุขํ. โอกฺกมตีติ ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปวเสน รูปกายํ อนุปวิสติ, นามกาโยกฺกมเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. กายปสฺสทฺธิกมฺมิกสฺสปิ สมฺมสนภาวนา ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนสฺส กสฺสจิ อาทิโตว กายกิลมถจิตฺตุปฆาตาปิ สมฺภวนฺติ, สมาธิสฺส ปน อปจฺจนีกตฺตา สินิทฺธภาวโต จ น สุกฺขวิปสฺสนา วิย สุขสฺส วิปจฺจนีโก, อนุกฺกเมน จ ทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตีติ อาห ‘‘ยถา สมาธี’’ติ. ยถา สมาธิ, วิปสฺสนาย ปเนตํ นตฺถีติ อาห ‘‘น จ ตถา วิปสฺสนา’’ติ. เตน วุตฺตนฺติ ยสฺมา วิปสฺสนา สุขสฺส ปจฺจนีกา, สา จ กายภาวนา, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนาปิ สุขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา กายสฺสา’’ติ. ตถา ยสฺมา สมาธิ ทุกฺขสฺส ปจฺจนีโก, โส จ จิตฺตภาวนา, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนาปิ ทุกฺขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา จิตฺตสฺสา’’ติ โยชนา.

๓๗๐. คุเณ ฆฏฺเฏตฺวาติ อปเทเสน วินา สมีปเมว เนตฺวา. ตํ วต มม จิตฺตํ อุปฺปนฺนา สุขา เวทนา ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ โยชนา.

๓๗๑. กึ น ภวิสฺสติ, สุขาปิ ทุกฺขาปิ เวทนา ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชเตวาติ อตฺโถ. ตมตฺถนฺติ สุขทุกฺขเวทนานํ อุปฺปตฺติยา อตฺตโน จิตฺตสฺส อนภิภวนียตาสงฺขาตํ อตฺถํ. ตตฺถ ตาว ปาสราสิสุตฺเต โพธิปลฺลงฺเก นิสชฺชา ‘‘ตตฺเถว นิสีทิ’’นฺติ วุตฺตา. อิธ มหาสจฺจกสุตฺเต ทุกฺกรการิกาย ทุกฺกรจรเณ นิสชฺชา ‘‘ตตฺเถว นิสีทิ’’นฺติ วุตฺตา.

๓๗๔. ฉนฺทกรณวเสนาติ ตณฺหายนวเสนาติ อตฺโถ. สิเนหกรณวเสนาติ สิเนหนวเสน. มุจฺฉากรณวเสนาติ โมหนวเสน ปมาทาปาทเนน. วิปาสากรณวเสนาติ ปาตุกมฺยตาวเสน. อนุทหนวเสนาติ ราคคฺคินา อนุทหนวเสน. โลกุตฺตรมคฺคเววจนเมว วฏฺฏนิสฺสรณสฺส อธิปฺเปตตฺตา.

อลฺลคฺคหเณน กิเลสานํ อสมุจฺฉินฺนภาวํ ทสฺเสติ, สเสฺนหคฺคหเณน อวิกฺขมฺภิตภาวํ, อุทเก ปกฺขิตฺตภาวคฺคหเณน สมุทาจาราวตฺถํ, อุทุมฺพรกฏฺฐคฺคหเณน อตฺตภาวสฺส อสารกตฺตํ. อิมินาว นเยนาติ ‘‘อลฺลํ อุทุมฺพรกฏฺฐ’’นฺติอาทินา วุตฺตนเยน. สปุตฺตภริยปพฺพชฺชายาติ ปุตฺตภริเยหิ สทฺธึ กตปริพฺพาชกปพฺพชฺชาวเสน เวทิตพฺพา. กุฏีจกพหูทกหํส-ปรมหํสาทิเภทา พฺราหฺมณปพฺพชฺชา.

๓๗๖. กุโตปิ อิมสฺส อาโปสิเนโห นตฺถีติ โกฬาปํ. เตนาห ‘‘ฉินฺนสิเนหํ นิราป’’นฺติ. โกฬนฺติ วา สุกฺขกลิงฺครํ วุจฺจติ, โกฬํ โกฬภาวํ อาปนฺนนฺติ โกฬาปํ. ปฏิปนฺนสฺส อุปกฺกมมหตฺตนิสฺสิตตา ปกติยา กิเลเสหิ อนภิภูตตาย. อตินฺตตา ปฏิปกฺขภาวนาย. ตถา หิ สุกฺขโกฬาปภาโว, อารกา อุทกา ถเล นิกฺขิตฺตภาโว จ นิทสฺสิโต. โอปกฺกมิกาหีติ กิเลสอตินิคฺคณฺหนุปกฺกมปฺปภวาหิ. เวทนาหีติ ปฏิปตฺติเวทนาหิ. ทุกฺขา ปฏิปทา หิ อิธาธิปฺเปตา.

๓๗๗. กึ ปน น สมตฺโถ, ยโต เอวํ ปเรหิ จินฺติตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยํ ทุกฺกรจริยํ ฉพฺพสฺสานิ อกาสีติ อธิปฺปาโย. กตฺวาปิ อกตฺวาปิ สมตฺโถว การณสฺส นิปฺผนฺนตฺตา. ‘‘ยถาปิ สพฺเพสมฺปิ โข โพธิสตฺตานํ จริมภเว อนฺตมโส สตฺตาหมตฺตมฺปิ ธมฺมตาวเสน ทุกฺกรจริยา โหติเยว, เอวํ ภควา สมตฺโถ ทุกฺกรจริยํ กาตุํ, เอวญฺจ นํ อกาสิ, น ปน ตาย พุทฺโธ ชาโต, อถ โข มชฺฌิมาย เอว ปฏิปตฺติยา’’ติ ตสฺสา พฺยติเรกมุเขน สเทวกสฺส โลกสฺส โพธาย อมคฺคภาวทีปนตฺถํ, อิมสฺส ปน ภควโต กมฺมวิปากวเสน ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรจริยา อโหสิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อวจาหํ โชติปาโล, กสฺสปํ สุคตํ ตทา;

กุโต นุ โพธิ มุณฺฑสฺส, โพธิ ปรมทุลฺลภา.

เตน กมฺมวิปาเกน, อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ;

ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ, ตโต โพธิมปาปุณึ.

นาหํ เอเตน มคฺเคน, ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ;

กุมคฺเคน คเวสิสฺสํ, ปุพฺพกมฺเมน วาริโต’’ติ.

ทุกฺกรจริยาย โพธาย อมคฺคภาวทสฺสนตฺถํ ทุกฺกรจริยํ อกาสีติ เกจิ. อถ วา โลกนาถสฺส อตฺตโน ปรกฺกมสมฺปตฺติทสฺสนตฺถาย ทุกฺกรจริยา. ปณีตาธิมุตฺติยา หิ ปรมุกฺกํสคตภาวโต อภินีหารานุรูปํ สมฺโพธิยํ ติพฺพฉนฺทตาย สิขาปฺปตฺติยา ตทตฺถํ อีทิสมฺปิ นาม ทุกฺกรจริยํ อกาสีติ โลเก อตฺตโน วีริยานุภาวํ วิภาเวตุํ – ‘‘โส จ เม ปจฺฉา ปีติโสมนสฺสาวโห ภวิสฺสตี’’ติ โลกนาโถ ทุกฺกรจริยํ อกาสิ. เตนาห ‘‘สเทวกสฺส โลกสฺสา’’ติอาทิ. ตตฺถ วีริยนิมฺมถนคุโณติ วีริยสฺส สํวฑฺฒนสมฺปาทนคุโณ. ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ปาสาเท’’ติอาทิ วุตฺตํ. สงฺคาเม เทฺว ตโย สมฺปหาเรติ ทฺวิกฺขตฺตุํ ติกฺขตฺตุํ วา ปรเสนาย ปหารปโยเค. ปธานวีริยนฺติ สมฺมปฺปธาเนหิ อาเสวนวีริยํ, สพฺพํ วา ปุพฺพภาควีริยํ.

อภิทนฺตนฺติ อภิภวนทนฺตํ, อุปริทนฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อุปริทนฺต’’นฺติ. โส หิ อิตรํ มุสลํ วิย อุทุกฺขลํ วิเสสโต กสฺสจิ ขาทนกาเล อภิภุยฺย วตฺตติ. กุสลจิตฺเตนาติ พลวสมฺมาสงฺกปฺปยุตฺเตน กุสลจิตฺเตน. อกุสลจิตฺตนฺติ กามวิตกฺกาทิสหิตํ อกุสลจิตฺตํ. อกุสลจิตฺตสฺส ปวตฺติตุํ อปฺปทานํ นิคฺคโห. ตํตํปฏิกฺเขปวเสน วิโนทนํ อภินิปฺปีฬนํ. วีริยตาเปน วิกฺขมฺภนํ อภิสนฺตาปนํ. สทรโถติ สปริฬาโห. ปธาเนนาติ ปทหเนน, กายสฺส กิลมถุปฺปาทเกน วีริเยนาติ อตฺโถ. วิทฺธสฺสาติ ตุทสฺส. สโตติ สมานสฺส.

๓๗๘. สีสเวฐนนฺติ สีสํ รชฺชุยา พนฺธิตฺวา ทณฺฑเกน ปริวตฺตกเวฐนํ. อรหนฺโต นาม เอวรูปา โหนฺตีติ อิมินา ยถายํ, เอวํ วิสญฺญีภูตาปิ หุตฺวา วิหรนฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘มตกสทิสา’’ติ, เวทนาปฺปตฺตา วิย โหนฺตีติ อตฺโถ. สุปินปฺปฏิคฺคหณโต ปฏฺฐายาติ ปฏิสนฺธิคฺคหเณ เสตวารณสุปินํ ปสฺสิตฺวา พฺราหฺมเณหิ พฺยากตกาลโต ปฏฺฐาย.

๓๗๙. ธมฺมสรีรสฺส อโรคภาเวน สาธูติ มริสนิโยติ มาริโส, ปิยายนวจนเมตํ. เตนาห ‘‘สมฺปิยายมานา’’ติอาทิ. อชชฺชิตนฺติ เอวํ อภุญฺชิตํ ภการสฺส ชการาเทสํ กตฺวา. เตนาห ‘‘อโภชน’’นฺติ. เอวํ มา กริตฺถาติ ‘‘โลมกูเปหิ อชฺโฌหาเรสฺสาม อนุปฺปเวเสสฺสามา’’ติ ยถา ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, เอวํ มา กริตฺถ. กสฺมา? ยาเปสฺสามหนฺติ อหญฺจ ยาวทตฺถํ อาหารมตฺตํ ภุญฺชนฺโต ยถา ยาเปสฺสามิ, เอวํ อาหารํ ปฏิเสวิสฺสามิ.

๓๘๐-๘๑. เอตาว ปรมนฺติ เอตฺตกํ ปรมํ, น อิโต ปรํ โอปกฺกมิกทุกฺขเวทนาเวทิยนํ อตฺถีติ อตฺโถ. รญฺโญ คเหตพฺพนงฺคลโต อญฺญานิ สนฺธาย ‘‘เอเกน อูน’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ สุวณฺณปริกฺขตํ, อิตรานิ รชตปริกฺขตานิ. เตนาห ‘‘อมจฺจา เอเกนูนอฏฺฐสตรชตนงฺคลานี’’ติ. อาฬารุทกสมาคเม ลทฺธชฺฌานานิ วฏฺฏปาทกานิ, อานาปานสมาธิ ปน กายคตาสติปริยาปนฺนตฺตา สพฺเพสญฺจ โพธิสตฺตานํ วิปสฺสนาปาทกตฺตา ‘‘โพธาย มคฺโค’’ติ วุตฺโต. พุชฺฌนตฺถายาติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ, สพฺพสฺเสว วา เญยฺยธมฺมสฺส อภิสมฺพุชฺฌนาย. สติยา อนุสฺสรณกวิญฺญาณํ สตานุสาริวิญฺญาณํ. กสฺสา ปน สติยาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นยิท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

๓๘๒. ปจฺจุปฏฺฐิตาติ ตํตํวตฺตกรณวเสน ปติอุปฏฺฐิตา อุปฏฺฐายกา. เตนาห ‘‘ปณฺณสาลา’’ติอาทิ. ปจฺจยพาหุลฺลิโกติ ปจฺจยานํ พาหุลฺลาย ปฏิปนฺโน. อาวตฺโตติ ปุพฺเพ ปจฺจยเคธปฺปหานาย ปฏิปนฺโน, อิทานิ ตโต ปฏินิวตฺโต. เตนาห ‘‘รสคิทฺโธ…เป… อาวตฺโต’’ติ. ธมฺมนิยาเมนาติ ธมฺมตาย. ตเมว ธมฺมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โพธิสตฺตสฺสา’’ติอาทิมาห. พาราณสิเมว ตตฺถาปิ จ สพฺพพุทฺธานํ อวิชหิตธมฺมจกฺกปวตฺตนฏฺฐานเมว อคมํสุ. ปญฺจวคฺคิยา กิร วิสาขมาสสฺส อทฺธมาสิยํ คตา. เตนาห ‘‘เตสุ คเตสุ อฑฺฒมาสํ กายวิเวกํ ลภิตฺวา’’ติ.

๓๘๗. ‘‘อทฺธาโภโต โคตมสฺส สาวกาจิตฺตภาวนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ, โน กายภาวน’’นฺติ อิมํ สนฺธายาห ‘‘เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ’’นฺติ. อิมํ ธมฺมเทสนนฺติ ‘‘อภิชานามิ โข ปนาห’’นฺติอาทิกํ ธมฺมเทสนํ. อสลฺลีโน ตณฺหาทิฏฺฐิกิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา เตหิ สพฺพโส น ลิตฺโต. อนุปลิตฺโตติ ตสฺเสว เววจนํ ตณฺหานนฺทิยา อภาเวน. โคจรชฺฌตฺตเมวาติ โคจรชฺฌตฺตสญฺญิเต ผลสมาปตฺติยา อารมฺมเณ, นิพฺพาเนติ อตฺโถ. ยํ สนฺธาย ปาฬิยํ ‘‘ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเต’’ติ วุตฺตํ สนฺนิสีทาเปมีติ ผลสมาปตฺติสมาธินา อจฺจนฺตสมาทานวเสน จิตฺตํ สมฺมเทว นิสีทาเปมิ. ปุพฺพาโภเคนาติ สมาปชฺชนโต ปุพฺเพ ปวตฺตอาโภเคน. ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ สมาปชฺชนกฺขณํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เตนาห ‘‘สาธุการ…เป… อวิจฺฉินฺเนเยวา’’ติ. เอวมสฺส ปริจฺฉินฺนกาลสมาปชฺชนํ ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ วุฏฺฐานญฺจ พุทฺธานํ น ภาริยํ วสีภาวสฺส ตถาสุปฺปคุณภาวโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘พุทฺธานํ หี’’ติอาทิ. ธมฺมสมฺปฏิคฺคาหกานํ อสฺสาสวาเร วา. ตทา หิ เทสิยมานํ ธมฺมํ อุปธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา ตสฺมึ ขเณ เทสิตเทสนา นิรตฺถกา สิยา. น หิ พุทฺธานํ นิรตฺถกา กิริยา อตฺถิ.

โอกปฺปนียเมตนฺติ ‘‘ตสฺสา เอว กถายา’’ติอาทินา วุตฺตํ อติวิย อจฺฉริยคตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ สุตฺวา อีทิสี ปฏิปตฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺเสว โหตีติ อุปวาทวเสน วทติ, น สภาเวน. เตนาห ‘‘สตฺถริ ปสาทมตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺน’’นฺติ. กายทรโถติ ปจฺจยวิเสสวเสน รูปกายสฺส ปริสฺสมากาโร. อุปาทินฺนเกติ อินฺทฺริยพทฺเธ. อนุปาทินฺนเกติ อนินฺทฺริยพทฺเธ. วิกสนฺติ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน. ตทภาเวน มกุลานิ โหนฺติ. เกสญฺจิ ตินฺตินิกาทิรุกฺขานํ. ปติลียนฺติ นิสฺสยรูปธมฺมอวิปฺผาริกตาย. อรูปธมฺมตาย ปญฺจวิญฺญาณานญฺเจว กิริยามยวิญฺญาณานญฺจ อปฺปวตฺติสญฺญิตา อวิปฺผาริกตา โหติ, ยตฺถ นิทฺทาสมญฺญา. เตนาห ‘‘ทรถวเสน ภวงฺคโสตญฺจ อิธ นิทฺทาติ อธิปฺเปต’’นฺติ. ตตฺถ ทรถวเสนาติ ทรถวเสเนว, น ถินมิทฺธวเสนาติ อวธารณํ อวธารณผลญฺจ นิทฺธาเรตพฺพํ. ตํ สนฺธายาติ กายสฺส ทรถสงฺขาตสรีรคิลานเหตุกํ นิทฺทํ สนฺธาย. สรีรคิลานญฺจ ภควโต นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๐; ม. นิ. ๒.๒๒; จูฬว. ๓๔๕) วจนโต. สมฺโมหวิหารสฺมินฺติ ปจฺจตฺเต เอตํ ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘สมฺโมหวิหาโรติ วทนฺตี’’ติ, สมฺโมหวิหารสฺมึ วา ปริยาปนฺนํ เอตํ วทนฺติ, ยทิทํ ทิวา นิทฺโทกฺกมนนฺติ โยชนา.

๓๘๙. อุปนีเตหีติ โทสมคฺคํ นินฺทาปถํ อุปนีเตหิ. อภินนฺทิตฺวาติ สมฺปิยายิตฺวา. เตนาห ‘‘จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉนฺโต’’ติ. อนุโมทิตฺวาติ ‘‘สาธุ สาธู’’ติ เทสนาย โถมนวเสน อนุโมทิตฺวา. เตนาห ‘‘วาจายปิ ปสํสนฺโต’’ติ. สมฺปตฺเต กาเลติ ปพฺพชฺชาโยคฺเค กาเล อนุปฺปตฺเต.

คณํ วิโนเทตฺวาติ คณํ อปเนตฺวา คณปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา. ปปญฺจนฺติ อวเสสกิเลสํ. ‘‘ปุญฺญวา ราชปูชิโต’’ติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตสฺมิญฺหิ กาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฉนฺทวาสหรเณน อุโปสถกมฺมํ กโรนฺโต.

สกลํ รตฺตึ พุทฺธคุณานํเยว กถิตตฺตา เถรสฺส ญาณํ เทสนาวิภวญฺจ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘เอตฺตกาว, ภนฺเต, พุทฺธคุณา’’ติ. อิมาย, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ธมฺมกถาย อนวเสสโต พุทฺธคุณา กถิตา วิย ชายนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ อนนฺตาปริเมยฺยาว เต, กึ อิโต ปเรปิ วิชฺชนฺเตวาติ เถรํ ตตฺถ สีหนาทํ นทาเปตุกาโม อาห ‘‘อุทาหุ อญฺเญปิ อตฺถี’’ติอาทิ. รชฺชสฺส ปเทสิกตฺตา, ยถาวุตฺตสุภาสิตสฺส จ อนคฺฆตฺตา วุตฺตํ ‘‘อยํ เม ทุคฺคตปณฺณากาโร’’ติ. ติโยชนสติกนฺติ อิทํ ปริกฺเขปวเสน วุตฺตํ, ตญฺจ โข มนุสฺสานํ ปริโภควเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ.

มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.