๑. จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๒๕. ญาตีนํ (อ. นิ. ฏี. ๓.๖.๑๙) นิวาสฏฺฐานภูโต คาโม ญาติโก, โส เอว นาติโก. โส กิร คาโม เยสํ สนฺตโก, เตสํ ปุพฺพปุริเสน อตฺตโน ญาตีนํ สาธารณภาเวน นิเวสิโต, เตน ‘‘นาติโก’’ติ ปญฺญายิตฺถ. อถ ปจฺฉา ตตฺถ ทฺวีหิ ทายาเทหิ ทฺวิธา วิภชิตฺวา ปริภุตฺโต. เตนาห ‘‘ทฺวินฺนํ จูฬปิติมหาปิติปุตฺตานํ เทฺว คามา’’ติ. คิญฺชกา วุจฺจนฺติ อิฏฺฐกา, คิญฺชกาหิเยว กโต อาวสโถ คิญฺชกาวสโถ. ตสฺมึ กิร ปเทเส มตฺติกา สกฺขรมรุมฺพวาลิกาทีหิ อสมฺมิสฺสา อกฐินา สณฺหา สุขุมา, ตาย กตานิ กุลาลภาชนานิปิ สิลามยานิ วิย ทฬฺหานิ, ตสฺมา เต อุปาสกา ตาย มตฺติกาย ทีฆปุถุลอิฏฺฐกา กาเรตฺวา ตาหิ ฐเปตฺวา ทฺวารพาหวาตปานกวาฏตุลาโย เสสํ สพฺพํ ทพฺพสมฺภาเรน วินา อิฏฺฐกาหิ เอว ปาสาทํ กาเรสุํ. เตนาห ‘‘อิฏฺฐกาเหวา’’ติอาทิ.
โคสิงฺคสาลวนทายนฺติ โคสิงฺคสาลวนนฺติ ลทฺธนามํ รกฺขิตํ อรญฺญํ. เชฏฺฐกรุกฺขสฺสาติ วนปฺปติภูตสฺส สาลรุกฺขสฺส. สามคฺคิรสนฺติ สมคฺคภาวาทิคุณํ วิเวกสุขํ. อุปริปณฺณาสเก อุปกฺกิเลสสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๒๓๗-๒๓๘) ปุถุชฺชนกาโล กถิโต, อิธ จูฬโคสิงฺคสุตฺเต ขีณาสวกาโล กถิโต. กตกิจฺจาปิ หิ เต มหาเถรา อตฺตโน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ ปเรสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนญฺจ สมฺปสฺสนฺตา ปรมญฺจ วิเวกํ อนุพฺรูหนฺตา สามคฺคิรสํ อนุภวมานา ตตฺถ วิหรนฺติ. ตทาติ ตสฺมึ อุปกฺกิเลสสุตฺตเทสนากาเล. เตติ อนุรุทฺธปฺปมุขา กุลปุตฺตา. ลทฺธสฺสาทาติ วิปสฺสนาย วีถิปฏิปตฺติยา อธิคตสฺสาทา. วิปสฺสนา หิ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ อาวหนฺตี ปวตฺตมานา สาติสยํ ปีติโสมนสฺสํ อาวหติ. เตนาห ภควา –
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภติ ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๔);
ลทฺธปติฏฺฐา มคฺคผลาธิคมเนน. สติ หิ มคฺคผลาธิคเม สาสเน ปติฏฺฐา ลทฺธา นาม โหติ, โน อญฺญถา.
กามํ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาปิ มหาสาวกปริยาปนฺนาว, อคฺคสาวกภาเวน ปน เนสํ วิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรสุ วา’’ติ วิสุํ คหณํ. สติปิ หิ สามญฺญโยเค วิเสสวนฺโต วิสุํ คยฺหนฺติ ยถา ‘‘พฺราหฺมณา อาคตา, วาสิฏฺโฐปิ อาคโต’’ติ. เตสุ ปน วิสุํ คหิเตสุปิ ‘‘อสีติมหาสาวเกสู’’ติ อสีติคฺคหณํ อปฺปกํ อูนมธิกํ วา คณนุปคํ น โหตีติ. อนฺตมโสติ อิทํ ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส อุปฏฺฐากภาเวน อาสนฺนจาริตาย วุตฺตํ. อนีกาติ หตฺถานีกา, หตฺถานีกโต หตฺถิสมูหโตติ อตฺโถ. กาฬสีโห เยภุยฺเยน ยูถจโรติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ยูถา นิสฺสโฏ กาฬสีโห วิยา’’ติ. เกสรี ปน เอกจโรว. วาตจฺฉินฺโน วลาหโก วิยาติ วาตจฺฉินฺโน ปพฺพตกูฏปฺปมาโณ วลาหกจฺเฉโท วิย. เตสํ ปคฺคณฺหนโตติ ยถา นาม ชิฆจฺฉิตสฺส โภชเน, ปิปาสิตสฺส ปานีเย, สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุเณฺห, อุเณฺหน ผุฏฺฐสฺส สีเต, ทุกฺขิตสฺส สุเข อภิรุจิ อุปฺปชฺชติ, เอวเมวํ ภควโต โกสมฺพเก ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ วิวาทาปนฺเน ทิสฺวา อปเร สมคฺคาวาสํ วสนฺเต อาวชฺชิตสฺส อิเม ตโย กุลปุตฺตา อาปาถํ อาคมึสุ, อถ เน ปคฺคณฺหิตุกาโม อุปสงฺกมิ, เอวายํ ปฏิปตฺติอนุกฺกเมน โกสมฺพกานํ ภิกฺขูนํ วินยนุปาโย โหตีติ. เตนาห ‘‘เตสํ ปคฺคณฺหนโต’’ติ. เอเตเนว ปจฺฉิมชนตํ อนุกมฺปนโตติ อิทมฺปิ การณํ เอกเทเสน สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุกฺกํสิตฺวาติ ยถาภูเตหิ คุเณหิ สมฺปหํสเนน วิเสเสตฺวา วิสิฏฺเฐ กตฺวา ปสํสาวเสน เจตํ อาเมฑิตวจนํ.
ตํ อรญฺญํ รกฺขติ วนสามินา อาณตฺโต. รกฺขิตโคปิตํ วนสณฺฑํ, น มหาวนาทิ วิย อปริคฺคหิตํ. สีลาทิปฺปเภทาย อตฺตตฺถาย ปฏิปนฺนา อตฺตกามา, น อปริจฺจตฺตสิเนหาติ อาห ‘‘อตฺตโน หิตํ กามยมานา’’ติ. เตนาห ‘‘โย หี’’ติอาทิ. ภินฺเทยฺยาติ วินาเสยฺย.
ทุพฺพลมนุสฺสาติ ปญฺญาย ทุพฺพลา อวิทฺทสุโน มนุสฺสา. ตานีติ อภิชาติอาทีสุ อุปฺปนฺนปาฏิหาริยานิ. จีวรคพฺเภน ปฏิจฺฉาเทตฺวาติ จีวรสงฺขาเต โอวรเก นิคูหิตฺวา วิย. น หิ จีวรปารุปนมตฺเตน พุทฺธานุภาโว ปฏิจฺฉนฺโน โหติ. ‘‘มา สุธ โกจิมํ พุทฺธานุภาวํ อญฺญาสี’’ติ ปน ตถารูเปน อิทฺธาภิสงฺขาเรน ตํ ฉาเทตฺวา คโต ภควา ตถา วุตฺโต. เตนาห ‘‘อญฺญาตกเวเสน อคมาสี’’ติ.
อภิกฺกมถาติ ปทํ อภิมุขภาเวน วิธิมุเขน วทตีติ อาห ‘‘อิโต อาคจฺฉถา’’ติ. พุทฺธานํ กาโย นาม สุวิสุทฺธชาติมณิ วิย โสภโน, กิญฺจิ มลํ อปเนตพฺพํ นตฺถิ, กิมตฺถํ ภควา ปาเท ปกฺขาเลสีติ อาห ‘‘พุทฺธาน’’นฺติอาทิ.
๓๒๖. อนุรุทฺธาติ วา เอกเสสนเยน วุตฺตํ วิรูเปกเสสสฺสปิ อิจฺฉิตพฺพตฺตา, เอวญฺจ กตฺวา พหุวจนนิทฺเทโสปิ สมตฺถิโต โหติ. อิริยาปโถ ขมตีติ สรีรสฺส ลหุฏฺฐานตาย จตุพฺพิโธปิ อิริยาปโถ สุขปฺปวตฺติโก. ชีวิตํ ยาเปตีติ ยาปนาลกฺขณํ ชีวิตํ อิมํ สรีรยนฺตํ ยาเปติ สุเขน ปวตฺเตติ. อุฬุงฺกยาคุํ วา กฏจฺฉุภิกฺขํ วาติ อิทํ มกรวุตฺติยา มิสฺสกภตฺเตน ยาปนํ วตฺตนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ภิกฺขาจารวตฺตํ ปุจฺฉตี’’ติ.
อญฺญมญฺญํ สํสนฺทตีติ สติปิ อุภเยสํ กลาปานํ ปรมตฺถโต เภเท ปจุรชเนหิ ทุวิญฺเญยฺยนานตฺตํ ขีโรทกสมฺโมทิตํ อจฺจนฺตเมว สํสฏฺฐํ วิย หุตฺวา ติฏฺฐติ. เตนาห ‘‘วิสุํ น โหติ, เอกตฺตํ วิย อุเปตี’’ติ. ปิยภาวทีปนานิ จกฺขูนิ ปิยจกฺขูนิ. ปิยายติ, ปิยายิตพฺโพติ วา ปิโยติ. สมคฺควาสสฺส ยํ เอกนฺตการณํ, ตํ ปุจฺฉนฺโต ภควา ‘‘ยถา กถํ ปนา’’ติอาทิมาหาติ ‘‘กถนฺติ การณปุจฺฉา’’ติ วุตฺตํ. โย เนสํ เมตฺตาสหิตานํเยว กมฺมาทีนํ อญฺญมญฺญสฺมึ ปจฺจุปฏฺฐานากาโร, ตํ สนฺธาย ‘‘กถ’’นฺติ ปุจฺฉา. ตถา หิ ปรโต ‘‘เอวํ โข มยํ, ภนฺเต’’ติอาทินา เถเรหิ วิสฺสชฺชนํ กถิตํ.
มิตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, กายกมฺมํ. อาวีติ ปกาสํ. รโหติ อปฺปกาสํ. ยญฺหิ อุทฺทิสฺส เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐเปติ, ตํ ตสฺส สมฺมุขา เจ, ปกาสํ โหติ, ปรมฺมุขา เจ, อปฺปกาสํ. เตนาห ‘‘อาวิ เจว รโห จาติ สมฺมุขา เจว ปรมฺมุขา จา’’ติ. อิตรานีติ ปรมฺมุขา กายวจีกมฺมานิ. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมชฺชนาทิวเสน ปฏิชคฺคิตพฺพยุตฺตํ ฐานํ วา. ตเถวาติ ยถา สมฺมุขา กเต เมตฺตากายกมฺเม วุตฺตํ, ตเถว. ‘‘กจฺจิ ขมนีย’’นฺติ เอวมาทิกา กถา สมฺโมทนียกถา. ยถา ปเรหิ สทฺธึ อตฺตโน ฉิทฺทํ น โหติ, ตถา ปฏิสนฺถารวเสน ปวตฺตา กถา ปฏิสนฺถารกถา. ‘‘อโห ตทา เถเรน มยฺหํ ทินฺโน โอวาโท, ทินฺนา อนุสาสนี’’ติ เอวํ กาลนฺตเร สริตพฺพยุตฺตา, ฉสารณียปฏิสํยุตฺตา วา กถา สารณียกถา. สุตฺตปทํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อตฺถนิทฺเทสวเสน สีลาทิธมฺมปฏิสํยุตฺตา กถา ธมฺมีกถา. สเรน สุตฺตสฺส อุจฺจารณํ สรภญฺญํ. ปญฺหสฺส ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส อตฺถสฺส ปุจฺฉนํ ปญฺหปุจฺฉนํ. ตสฺส ยถาปุจฺฉิตสฺสอาทิสนํ ปญฺหวิสฺสชฺชนํ. เอวํ สมนฺนาหรโตติ เอวํ มนสิกโรโต, เอวํ เมตฺตํ อุปสํหรโตติ อตฺโถ.
เอกโต กาตุํ น สกฺกา, ตสฺมา นานา. หิตฏฺเฐนาติ อตฺตโน วิย อญฺญมญฺญสฺส หิตภาเวน. นิรนฺตรฏฺเฐนาติ อนฺตราภาเวน เภทาภาเวน. อวิคฺคหฏฺเฐนาติ อวิโรธภาเวน. สมคฺคฏฺเฐนาติ สหิตภาเวน. ปริภณฺฑํ กตฺวาติ พหลตนุมตฺติกาเลเปหิ ลิมฺเปตฺวา. จีวรํ วา โธวนฺตีติ อตฺตโน จีวรํ วา โธวนฺติ. ปริภณฺฑํ วาติ อตฺตโน ปณฺณสาลาย ปริภณฺฑํ วา กโรนฺติ.
๓๒๗. ปฏิวิรุทฺธา เอวาติ เอตฺถาปิ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตสํ อปฺปมาทลกฺขณนฺติ เตสํ อปฺปมชฺชนสภาวํ. กจฺจิ ปน โว อนุรุทฺธา สมคฺคาติ เอตฺถาปิ โวติ นิปาตมตฺตํ, ปจฺจตฺตวจนํ วา, กจฺจิ ตุเมฺหติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมุคฺคปาตินฺติ สมุคฺคปุฏสทิสํ ปาตึ.
ปณฺณสาลายํ อนฺโต พหิ จ สมฺมชฺชเนน โสธิตงฺคณตา วตฺตปฏิปตฺติ. ปฏิวิสมตฺตเมวาติ อตฺตโน ยาปนปฏิวิสมตฺตเมว. โอสาเปตฺวาติ ปกฺขิปิตฺวา. ปมาณเมวาติ อตฺตโน ยาปนปมาณเมว. วุตฺตนเยน ชหิตฺวาติ ปาฬิยํ วุตฺตนเยน ชหิตฺวา.
หตฺเถน หตฺถํ สํสิพฺพนฺตาติ อตฺตโน หตฺเถน อิตรสฺส หตฺถํ ทฬฺหคฺคหณวเสน พนฺธนฺตา. วิลงฺเฆติ เทสนฺตรํ ปาเปติ เอเตนาติ วิลงฺฆโก, หตฺโถ. หตฺโถ เอว วิลงฺฆโก หตฺถวิลงฺฆโก, เตน หตฺถวิลงฺฆเกน.
ตํ อขณฺฑํ กตฺวาติ ตํ ตีสุปิ ทิวเสสุ ธมฺมสฺสวนํ ปวตฺตนวเสน อขณฺฑิกํ กตฺวา. เอตนฺติ ‘‘ปญฺจาหิกํ โข ปนา’’ติอาทิวจนํ. ปญฺจเม ปญฺจเม อหนิ ภวตีติ ปญฺจาหิกํ. ภควตา ปุจฺฉิเตน อนุรุทฺธตฺเถเรน. ปมาทฏฺฐาเนสุเยวาติ อญฺเญสํ ปมาทฏฺฐาเนสุเยว. ‘‘ปมาทฏฺฐาเนสุเยวา’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘อญฺเญสญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปปญฺจกรณฏฺฐานานีติ กถาปปญฺจสฺส กรณฏฺฐานานิ วิสฺสฏฺฐกถาปวตฺตเนน กมฺมฏฺฐาเน ปมชฺชนฏฺฐานานิ. ตตฺถาปิ ‘‘มยํ, ภนฺเต, กมฺมฏฺฐานวิรุทฺธํ น ปฏิปชฺชามา’’ติ สิขาปฺปตฺตํ อตฺตโน อปฺปมาทลกฺขณํ เถโร ทสฺเสติ. เอตฺตกํ ฐานํ มุญฺจิตฺวาติ ปน อิทํ ตทา วิหารสมาปตฺตีนํ วฬญฺชาภาเวน วุตฺตํ.
๓๒๘. ฌานสฺส อธิปฺเปตตฺตา ‘‘อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อตฺตโน สมฺมาปฏิปนฺนตาย สตฺถุ จิตฺตาราธนตฺถํ ตสฺส จ วิเสสาธิคมสฺส สตฺถุ ปจฺจกฺขภาวโต เถโร ‘‘กิญฺหิ โน สิยา, ภนฺเต’’ติ อาห. ยาวเทวาติ ยตฺตกํ กาลํ เอกํ ทิวสภาคํ วา สกลรตฺตึ วา ยาว สตฺต วา ทิวเส.
๓๒๙. สมติกฺกมายาติ สมฺมเทว อติกฺกมนาย. สติ หิ อุปริ วิเสสาธิคเม เหฏฺฐิมชฺฌานํ สมติกฺกนฺตํ นาม โหติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ จ. เตนาห ‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา’’ติ. ญาณทสฺสนวิเสโสติ การณูปจาเรน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เวทยิตสุขโตติ เวทนาสหิตชฺฌานสุขโต วา ผลสุขโต วา. อเวทยิตสุขนฺติ นิพฺพานสุขํ วิย เวทนารหิตํ สุขํ. อเวทยิตสุขนฺติ จ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, ตํ ปน อผสฺสํ อสญฺญํ อเจตนนฺติ สพฺพจิตฺตเจตสิกรหิตเมว. ตโต จ สติปิ รูปธมฺมปฺปวตฺติยํ ตสฺส อเจตนตฺตา สพฺพโส สงฺขารทุกฺขวิรหิตตาย สนฺตตรา ปณีตตรา จ นิโรธสมาปตฺตีติ วุจฺจเต. เตนาห ‘‘อเวทยิตสุขํ สนฺตตรํ ปณีตตรํ โหตี’’ติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิมมฺหา จา’’ติอาทิ.
๓๓๐. สามคฺคิรสานิสํสเมว เนสํ ภควา กเถสิ อชฺฌาสยานุกูลตฺตา ตสฺส. อนุสาเวตฺวาติ อนุปคมนวเสน สมฺมเทว อาโรเจตฺวา. ‘‘อนุสํสาเวตฺวา’’ติ วา ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ตโต ปฏินิวตฺติตฺวาติ เอตรหิ ภควโต เอกวิหาเร อชฺฌาสโยติ สตฺถุ มนํ คณฺหนฺตา ‘‘อิเธว ติฏฺฐถา’’ติ วิสฺสชฺชิตฏฺฐานโต นิวตฺติตฺวา. ปพฺพชฺชาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน อุปสมฺปทา-วิสุทฺธิ-ธุตกมฺมฏฺฐานานุโยค-ฌานวิโมกฺข-สมาปตฺติ-ญาณทสฺสน-มคฺคภาวนา-ผลสจฺฉิกิริยาทิเก สงฺคณฺหาติ. อธิคนฺตฺวาปีติ ปิ-สทฺเทน ยถาธิคตานมฺปิ. อตฺตโน คุณกถาย อฏฺฏิยมานาติ ภควนฺตํ นิสฺสาย อธิคนฺตฺวาปิ ธมฺมาธิกรณํ สตฺถุวิเหสาภาวทีปเน ภควโต ปากฏคุณานํ กถาย อฏฺฏิยมานาปีติ โยชนา. เทวตาติ ตํตํสมาปตฺติลาภินิโย เทวตา. มุขํ เม สชฺชนฺติ มุขํ เม กถเน สมตฺถํ, กถเน โยคฺยนฺติ อตฺโถ.
๓๓๑. เอวํ อาคโตติ เอวํ อาฏานาฏิยสุตฺเต อาคโต. ปลิเวเฐนฺเตติ โจเทนฺเต. มจฺฉรายนฺตีติ อตฺตโน คุณานํ ภควโตปิ อาโรจนํ อสหมานา มจฺฉรายนฺตีติ โส จินฺเตตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
๐๑. เตสํ ลาภาติ เตสํ วชฺชิราชูนํ วชฺชิรฏฺฐวาสีนญฺจ มนุสฺสตฺตํ, ปติรูปเทสวาสาทิโก, ภควโต ติณฺณญฺจ กุลปุตฺตานํ ทสฺสนวนฺทนทานธมฺมสฺสวนาทโย ลาภา. สุลทฺธา ลาภาติ โยชนา. ปสนฺนจิตฺตํ อนุสฺสเรยฺยาติ ตํ กุลเญฺหตํ สีลาทิคุเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อนุสฺสเรยฺย. วุตฺตํ เตสํ ‘‘อนุสฺสรณมฺปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามี’’ติ (อิติวุ. ๑๐๔; สํ. นิ. ๕.๑๘๔).
จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.