๒. มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๓๒. โกจิเทวาติ โคสิงฺคสาลวนสามนฺตโต นิวิฏฺเฐสุ โย โกจิ คาโม โคจรคาโม ภวิสฺสติ, ตสฺมา อนิพทฺธภาวโต โคจรคาโม น คหิโต, วสนฏฺฐานเมว ปริทีปิตํ, ตโต เอว อรญฺญนิทานกํ นาเมตํ. สพฺพตฺถาติ เทวโลเก มนุสฺสโลเก จ. ถิรการเกหีติ สาสเน ถิรภาวการเกหิ. สวนนฺเต ชาตตฺตาติ จตุสจฺจคพฺภสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส ปริโยสาเน อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา. ยถา ปฏิเวธพาหุสจฺจํ อิชฺฌติ, ตถา ธมฺมสฺส สวนโต สาวกา. สูริโย วิย ภาสุรคุณรํสิตาย โมหนฺธการวิธมนโต. จนฺโท วิย รมณียมโนหรสีตลคุณตาย กิเลสปริฬาหวูปสมโต. สาคโร วิย คมฺภีรถิรวิปุลาเนกคุณตาย ฐิตธมฺมสภาวโต. คุณมหนฺตตาย เถรสฺส อภิญฺญาตตา, คุณมหนฺตตา จ สุตฺเตสุ อาคตนเยเนว ญาตพฺพาติ ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สีหนาทสุตฺตนฺติ มชฺฌิมนิกาเย อาคตํ มหาสีหนาทสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๑๔๖). เถรปญฺหสุตฺตนฺติ สุตฺตนิปาเต อฏฺฐกวคฺเค อาคตํ สาริปุตฺตสุตฺตํ (สุ. นิ. ๙๖๑-๙๘๑). เถรสีหนาทสุตฺตนฺติ อิมสฺส จ เถรสฺส ชนปทจาริกาย สตฺถุ สมฺมุขา สีหนาทสุตฺตํ. อภินิกฺขมนนฺติ เถรสฺเสว มหตา ญาติปริวฏฺเฏน มหตา จ โภคปริวฏฺเฏน สห ฆราวาสปริจฺจาโค อภินิกฺขมนํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ยทิทนฺติ นิปาโต, โย อยนฺติ อตฺโถ.
มหาปญฺเญ ภิกฺขู คเหตฺวาติ อายสฺมโต กิร สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปริวารภิกฺขูปิ มหาปญฺญา เอว อเหสุํ. ธาตุโส หิ สตฺตา สํสนฺทนฺติ. สยํ อิทฺธิมาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปนตฺโถ ธาตุสํยุตฺเตน (สํ. นิ. ๒.๙๙) ทีเปตพฺโพ – คิชฺฌกูฏปพฺพเต คิลานเสยฺยาย นิสินฺโน ภควา อารกฺขตฺถาย ปริวาเรตฺวา วสนฺเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทีสุ เอกเมกํ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ จงฺกมนฺตํ โวโลเกตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ. เอวํ, ภนฺเต. สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหาปญฺญา’’ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
วนนฺเตติ อุปวนนฺเต. เมฆวณฺณายาติ นีลาภาย. สมุทฺทกุจฺฉิโต อุคฺคจฺฉนฺตสฺส วิย อุปฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ. จกฺกวาฬปพฺพตมตฺถกสมีเป อาภาผรณวเสน ปวตฺติยา ‘‘ปาจีนจกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก’’ติ วุตฺตํ, น จกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก จนฺทมณฺฑลสฺส วิจรณโต. ตถา สติ โลกนฺตริกนิรเยสุปิ จนฺทิมสูริยานํ อาภา ผเรยฺย. อุพฺเพธวเสน หิ จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺฌโต จนฺทิมสูริยา วิจรนฺติ. สาลกุสุมปภานํ อติรตฺตตาย วุตฺตํ ‘‘ลาขารเสน สิญฺจมานํ วิยา’’ติ. อุปคายมานา วิยาติ ปยิรุปาสนวเสน อุเปจฺจ คายมานา วิย. กาย นุ โข อชฺช รติยาติ อชฺช ฌานสมาปตฺติรติยา เอว นุ โข, อุทาหุ ธมฺมสากจฺฉารติยา ธมฺมเทสนารติยาติ จินฺเตสิ.
เทฺว จนฺทมณฺฑลานิ วิย ปรมโสภคฺคปฺปตฺตาย กนฺติยา. เทฺว สูริยมณฺฑลานิ วิย อติวิย สุวิสุทฺธสมุชฺชลาย คุณวิภูติยา. เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย มหานุภาวตาย. เทฺว สีหา วิย เตชุสฺสทตาย. เทฺว พฺยคฺฆา วิย อโนลีนวุตฺติตาย. สพฺพปาลิผุลฺลเมวาติ สพฺพเมว สมนฺตโต วิกสิตํ.
๓๓๓. กถา อุปจรติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ กถาอุปจาโร, สวนูปจาโร ปเทโส, ตํ กถาอุปจารํ. รมณียเมว รามเณยฺยกํ. อุชฺชงฺคเลติ ลูขปเทเส กฐินปเทเส. โทเสหิ อิตา อปคตาติ โทสินา ต-การสฺส น-การํ กตฺวา. ทิพฺพา มญฺเญ คนฺธาติ เทวโลเก คนฺธา วิย. ทิวิ ภวาติ ทิพฺพา. เทฺว เถราติ สาริปุตฺตตฺเถรอานนฺทตฺเถรา. อานนฺทตฺเถโร ตาว มมายตุ อขีณาสวภาวโต, สาริปุตฺตตฺเถโร กถนฺติ? น อิทํ มมายนํ เคหสฺสิตเปมวเสน, อถ โข คุณภตฺติวเสนาติ นายํ โทโส.
อนุมติยา ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา, อนุมติคฺคหณตฺถํ ปุจฺฉนํ. ตตฺถ ยสฺมา อธมฺมิกมฺปิ วุทฺธสฺส อนุมตึ อิตโร ปฏิกฺขิปิตุํ น ลภติ, เตน สา อนุชานิตพฺพาว โหติ, ตสฺมา สงฺฆขุทฺทกโต ปฏฺฐาย อนุมติ ปุจฺฉิตพฺพา. เตนาห ‘‘อนุมติปุจฺฉา นาเมสา’’ติอาทิ. ขุทฺทกโต ปฏฺฐายาติ กณิฏฺฐโต ปฏฺฐาย. ปฏิภาติ อุปฏฺฐาตีติ ปฏิภานํ, ยถาธิปฺเปโต อตฺโถ, ตํ ปฏิภานํ. สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา น ภวิสฺสติ ปเทสญาเณ ฐิเตหิ ภาสิตตฺตา. สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺทิตตฺตา. วุตฺตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปจฺจตฺถิกา อฏฺฏิยนฺติ ทุกฺขายนฺติ เอเตนาติ อฏฺโฏ, วินิจฺฉิตพฺพโวหาโร. คามโภชกนฺติ ยสฺมึ คาเม โส อุปฺปนฺโน, ตํ คามโภชกํ. ชนปทโภชกนฺติ ยสฺมึ ชนปเท โส อุปฺปนฺโน, ตํ ชนปทโภชกํ. มหาวินิจฺฉยอมจฺจนฺติ ยสฺมึ รชฺเช โส ชนปโท, ตสฺส ราชธานิยํ มหาวินิจฺฉยอมจฺจํ. เสนาปตินฺติ ยสฺส รญฺโญ โส อมจฺโจ, ตสฺส เสนาปตึ. ตถา อุปราชนฺติ. อิทํ ปเนตฺถ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ อุปเมยฺยตฺถานุรูปโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อปราปรํ น สญฺจรติ วินิจฺฉยนารเหน วินิจฺฉิตภาวโต.
ปกฏฺฐานํ (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๒๒) อุกฺกฏฺฐานํ สีลาทิอตฺถานํ โพธนโต, สภาวนิรุตฺติวเสน พุทฺธาทีหิ ภาสิตตฺตา จ ปกฏฺฐานํ วจนปฺปพนฺธานํ อาฬีติ ปาฬิ, ปริยตฺติธมฺโม. ปุริมสฺส อตฺถสฺส ปจฺฉิเมน อตฺเถน อนุสนฺธานํ อนุสนฺธิ. อตฺถมุเขน ปน ปาฬิปเทสานมฺปิ อนุสนฺธิ โหติเยว, โส จ ปุพฺพาปรานุสนฺธิ-ปุจฺฉานุสนฺธิ-อชฺฌาสยานุสนฺธิ-ยถานุสนฺธิวเสน จตุพฺพิโธ. ตํตํเทสนานํ ปน ปุพฺพาปรสํสนฺทนํ ปุพฺพาปรํ. ปาฬิวเสน อนุสนฺธิวเสน ปุพฺพาปรวเสนาติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. อุคฺคหิตนฺติ พฺยญฺชนโส อตฺถโส จ อุทฺธํ อุทฺธํ คหิตํ, ปริยาปุณนวเสน เจว ปริปุจฺฉาวเสน จ หทเยน คหิตนฺติ อตฺโถ. วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ โสตพฺพโต สุตํ, ปริยตฺติธมฺโม, ตํ ธาเรตีติ สุตธโร. โย หิ สุตธโร, สุตํ ตสฺมึ ปติฏฺฐิตํ โหติ สุปฺปติฏฺฐิตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุตสฺส อาธารภูโต’’ติ. เตนาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. เอกปทํ เอกกฺขรมฺปิ อวินฏฺฐํ หุตฺวา สนฺนิจียตีติ สนฺนิจโย, สุตํ สนฺนิจโย เอตสฺมินฺติ สุตสนฺนิจโย. อชฺโฌสายาติ อนุปวิสิตฺวา. ติฏฺฐตีติ น มุสฺสติ.
ฐิตา ปคุณาติ ปคุณา วาจุคฺคตา. นิจฺจลิตนฺติ อปริวตฺติตํ. สํสนฺทิตฺวาติ อญฺเญหิ สํสนฺทิตฺวา. สมนุคฺคาหิตฺวาติ ปริปุจฺฉาวเสน อตฺถํ โอคาเหตฺวา. ปพนฺธสฺส วิพนฺธาภาวโต คงฺคาโสตสทิสํ, ‘‘ภวงฺคโสตสทิส’’นฺติ วา ปาโฐ, อกิตฺติมํ สุขปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. สุตฺเตกเทสสฺส สุตฺตสฺส จ วจสา ปริจโย อิธ นาธิปฺเปโต, วคฺคาทิวเสน ปน อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สุตฺตทสก…เป… สชฺฌายิตา’’ติ, ‘‘ทส สุตฺตานิ คตานิ, ทส วคฺคาคตา’’ติอาทินา สลฺลกฺเขตฺวา วาจาย สชฺฌายิตาติ อตฺโถ. มนสา อนุ อนุ เปกฺขิตา ภาคโส นิชฺฌายิตา จินฺติตา มนสานุเปกฺขิตา. รูปคตํ วิย ปญฺญายตีติ รูปคตํ วิย จกฺขุสฺส วิภูตํ หุตฺวา ปญฺญายติ. สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺชฏํ นิคฺคุมฺพํ กตฺวา สุฏฺฐุ ยาถาวโต ปฏิวิทฺธา.
ปชฺชติ อตฺโถ ญายติ เอเตนาติ ปทํ, ตเทว อตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนนฺติ อาห ‘‘ปทเมว อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชน’’นฺติ. อกฺขรปาริปูริยา ปทพฺยญฺชนสฺส ปริมณฺฑลตา, สา ปน ปาริปูรี เอวํ เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘ทสวิธพฺยญฺชนพุทฺธิโย อปริหาเปตฺวา’’ติ. อญฺญํ อุปารมฺภกรนฺติ ยถานิกฺขิตฺตสุตฺตโต อญฺญํ ตสฺส อนนุโลมกํ สุตฺตํ อาหรติ. ตทตฺถํ โอตาเรตีติ ตสฺส อาหฏสุตฺตสฺเสว อตฺถํ วิจาเรติ. ตสฺส กถา อปริมณฺฑลา นาม โหติ อตฺถสฺส อปริปุณฺณภาวโต. ยถานิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส อตฺถสํวณฺณนาวเสเนว สุตฺตนฺตรมฺปิ อาเนนฺโต พหิ เอกปทมฺปิ น คจฺฉติ นาม. อมกฺเขนฺโตติ อวินาเสนฺโต. ตํ ตํ อตฺถํ สุฏฺฐุ ววตฺถิตํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ตุลิกาย ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย. คมฺภีรตรมตฺถํ คเมนฺโต คมฺภีรมาติกาย อุทกํ เปเสนฺโต วิย. อุตฺตานมาติกาย หิ มริยาทํ โอตฺถริตฺวา อุทกํ อญฺญถา คจฺเฉยฺย. เอกํเยว ปทํ อเนเกหิ ปริยาเยหิ ปุนปฺปุนํ สํวณฺเณนฺโต ปทํ โกฏฺเฏนฺโต สินฺธวาชานีโย วิย. โส หิ วคฺคิตาย คติยา ปเท ปทํ โกฏฺเฏนฺโต คจฺฉติ. กถามคฺเคน ตสฺส กถา ปริมณฺฑลา นาม โหติ ธมฺมโต อตฺถโต อนุสนฺธิโต ปุพฺพาปรโต อาจริยุคฺคหโตติ สพฺพโส ปริปุณฺณภาวโต.
อนุปฺปพนฺเธหีติ วิสฺสฏฺเฐหิ อาสชฺชมาเนหิ. นาติสีฆํ นาติสณิกํ นิรนฺตรํ เอกรสญฺจ กตฺวา ปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ กเถนฺโต วิสฺสฏฺฐาย กถาย กเถติ นาม, น อญฺญถาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย ภิกฺขู’’ติอาทิมาห. อรณึ มนฺเถนฺโต วิย, อุณฺหขาทนียํ ขาทนฺโต วิยาติ สีฆํ สีฆํ กถนสฺส อุทาหรณํ, คหิตํ คหิตเมวาติอาทิ ลงฺเฆตฺวา กถนสฺส. ปุราณปณฺณนฺตเรสุ หิ ปริปาติยมานโคธา กทาจิ ทิสฺสติ, เอวเมกจฺจสฺส อตฺถวณฺณนา กตฺถจิ น ทิสฺสติ. โอหายาติ ฐเปตฺวา. โยปีติอาทินา เอกรูเปน กถาย อกถนํ ทสฺเสติ. เปตคฺคิ นิชฺฌามตณฺหิกเปตสฺส มุขโต นิจฺฉรณกอคฺคิ. วิตฺถายตีติ อปฺปฏิตานตมาปชฺชติ. เกนจิ โรเคน ทุกฺขํ ปตฺโต วิย นิตฺถุนนฺโต. กนฺทนฺโต วิยาติ อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺโต วิย. อปฺปพนฺธา นาม โหติ สุเขน อปฺปวตฺตภาวโต. อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐิโตติ อาจริยุคฺคหํ อมุญฺจนฺโต, ยถา จ อาจริยา ตํ ตํ สุตฺตํ สํวณฺเณสุํ, เตเนว นเยน สํวณฺเณนฺโตติ อตฺโถ. อจฺฉินฺนธารํ กตฺวาติ ‘‘นาติสีฆํ นาติสณิก’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อวิจฺฉินฺนํ กถาปพนฺธํ กตฺวา. อนุสยสมุคฺฆาตายาติ อิมินา ตสฺสา กถาย อรหตฺตปริโยสานตํ ทสฺเสติ. เอวรูเปนาติ นยิทํ เอกวจนํ ตตฺตกวเสน คเหตพฺพํ, อถ โข ลกฺขเณ ปวตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถารูเปเนว ภิกฺขุสเตน ภิกฺขุสหสฺเสน วา’’ติ วุตฺตํ. ปลฺลงฺเกนาติ ปลฺลงฺกปเทเสน, ปลฺลงฺกาสนนฺเตนาติ อตฺโถ. อิมินา นเยนาติ วารนฺตรสาธารณํ อตฺถํ อติทิสติ, อสาธารณํ ปน วกฺขเตวาติ.
๓๓๔. อารมติ เอเตนาติ อาราโม.
๓๓๕. ธุวเสวนนฺติ นิยตเสวิตํ. ปาสาทปริเวเณติ ปาสาทงฺคเณ. นาภิยา ปติฏฺฐิตานนฺติ นาภิยา ภูมิยํ ปติฏฺฐิตานํ. อรนฺตรานีติ อรวิวรานิ ตํตํอรานํ เวมชฺฌฏฺฐานานิ.
๓๓๖. สมาทินฺนอรญฺญธุตงฺโค อารญฺญิโก, น อรญฺญวาสมตฺเตน.
๓๓๗. น โอสาเทนฺตีติ น อวสาเทนฺติ, น อวสาทนาเปกฺขา อญฺญมญฺญํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ปวตฺตินีติ ปคุณา.
๓๓๘. โลกุตฺตรา วิหารสมาปตฺติ นาม เถรสฺส อรหตฺตผลสมาปตฺติโย, ปริยายโต ปน นิโรธสมาปตฺติปิ เวทิตพฺพา.
๓๓๙. สาธุกาโร อานนฺทตฺเถรสฺส ทินฺโน. เตนาห ภควา ‘‘ยถา ตํ อานนฺโทว สมฺมา พฺยากรมาโน พฺยากเรยฺยา’’ติอาทิ. สมฺมาติ สุฏฺฐุ, ยถาอชฺฌาสยนฺติ อธิปฺปาโย. เยน หิ ยํ ยถาจิตฺตํ กถิตํ, ตํ สมฺมา กถิตํ นาม โหติ. สมฺปตฺตวเสน หิ ยถาการี ตถาวาที โสภติ. เตนาห ‘‘อตฺตโน อนุจฺฉวิกเมวา’’ติอาทิ. พหุสฺสุโต ภิกฺขุ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเต สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเน เตสํ สุวิทิตตฺตา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ตานิ ปริปูเรตีติ อาห ‘‘สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน’’ติอาทิ. มคฺคาทิปสวนาย วิปสฺสนาคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา ปริปากํ คเมตฺวาติ อตฺโถ.
๓๔๐. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทสวเสน สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘อายสฺมา หิ เรวโต’’ติอาทิมาห.
๓๔๒. อปเรปิ นานปฺปกาเร กิเลเสติ อปเรปิ นานปฺปกาเร โทสโมหาทิกิเลเส. ธุนิตฺวาติ วิธเมตฺวา.
๓๔๓. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอวํ พฺยากาสีติ สมฺพนฺโธ. สกลมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณวีถิคตํ จิตฺตํ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อคฺคเหตฺวา จกฺขุสนฺนิสฺสิตเมว ปน วิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตทนนฺตรํ สมฺปฏิจฺฉนํ, ตทนนฺตรํ สนฺตีรณนฺติอาทินา สณฺหํ สุขุมํ อติอิตฺตรขณวนฺตํ จิตฺตนฺตรํ จิตฺตนานตฺตํ. ขนฺธาทีนญฺจ นานตฺตสงฺขาตํ ขนฺธนฺตราทิ. ปถวีกสิเณ ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตเถว ตติยํ ฌานนฺติอาทินา อารมฺมณํ อนุกฺกมิตฺวา ฌานสฺเสว เอกนฺตริกภาเวน อุกฺกมนํ ฌาโนกฺกนฺติกํ นาม. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ปุน ตเทว เตโชกสิเณติอาทินา ฌานํ อนุกฺกมิตฺวา อารมฺมณสฺเสว เอกนฺตริกภาเวน อุกฺกมนํ อารมฺมโณกฺกนฺติกํ นาม. ‘‘ปฐมชฺฌานํ ปญฺจงฺคิก’’นฺติอาทินา ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ทุวงฺคิกนฺติ ฌานงฺคมตฺตสฺเสว ววตฺถาปนํ องฺคววตฺถานํ. ‘‘อิทํ ปถวีกสิณํ…เป… อิทํ โอทาตกสิณ’’นฺติ อารมฺมณมตฺตสฺเสว ววตฺถาปนํ อารมฺมณววตฺถานํ. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตตฺเถว อิตเรสมฺปิ สมาปชฺชนํ องฺคสงฺกนฺติ. ปถวีกสิเณ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา ตเทว อาโปกสิเณติ เอวํ สพฺพกสิเณสุ เอกสฺเสว ฌานสฺส สมาปชฺชนํ อารมฺมณสงฺกนฺติ. เอกโตวฑฺฒนํ อุภโตวฑฺฒนนฺติ อิทํ ขนฺธาทิเทสนายํ ลพฺภติ. อภิธมฺมภาชนีเย หิ เวทนากฺขนฺธํ ภาเชนฺโต ภควา ติเก คเหตฺวา ทุเกสุ ปกฺขิปิ, ทุเก คเหตฺวา ติเกสุ ปกฺขิปิ, อิทํ เอกโตวฑฺฒนํ. ติเก จ ทุเก จ อุภโตวฑฺฒนนีหาเรน กเถสิ, อิทํ อุภโตวฑฺฒนํ. เอวํ เสสขนฺเธสุ ธาตายตนาทีสุ จ ยถารหํ วิภงฺคปฺปกรเณ (วิภ. ๓๒-๓๓; ๑๕๕-๑๕๖, ๑๘๓-๑๘๔) อภิธมฺมภาชนีเย อาคตนเยน เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อาภิธมฺมิกธมฺมกถิกสฺเสว ปากฏ’’นฺติ. ขนฺธาทีสุ สภาวธมฺเมสุ ตีสุ ลกฺขเณสุ ปญฺญตฺติยํ สมยนฺตเรสุ จ โกสลฺลาภาวโต อยํ สกวาโท อยํ ปรวาโทติ น ชานาติ. ตโต เอว สกวาทํ…เป… ธมฺมนฺตรํ วิสํวาเทติ. ขนฺธาทีสุ ปน กุสลตาย อาภิธมฺมิโก สกวาทํ…เป… น วิสํวาเทติ.
๓๔๔. จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตุํ สกฺโกติ ปฏิสงฺขานภาวนาพเลหิ ปริคฺคณฺหนสมตฺถตฺตา. อิทานิ ตมตฺถํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘ทุปฺปญฺโญ หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพานสฺสาติ สพฺพานิ อสฺส. วิเสวิตวิปฺผนฺทิตานีติ กิเลสวิสูกายิกานิ เจว ทุจฺจริตวิปฺผนฺทิตานิ จ. ภญฺชิตฺวาติ มทฺทิตฺวา. พหีติ กมฺมฏฺฐานโต พหิ ปุถุตฺตารมฺมเณ.
๓๔๕. ปริยาเยนาติ เอตฺถ ปริยาย-สทฺโท ‘‘อตฺถิ เขฺวส, พฺราหฺมณ, ปริยาโย’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๓-๙) วิย การณตฺโถติ อาห ‘‘โสภนการณํ อตฺถี’’ติ. ยทิ ภควา – ‘‘อิธ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต’’ติอาทินา อตฺตโน มหาโพธิปลฺลงฺกํ สนฺธายาห, เอวํ สนฺเต สมฺมาสมฺพุทฺเธเหว สงฺฆาราโม โสเภตพฺโพ, น อญฺเญหีติ อาปนฺนนฺติ อาห ‘‘อปิจ ปจฺฉิมํ ชนต’’นฺติอาทิ. นิพฺพานตฺถาย ปฏิปตฺติสารํ เอตสฺสาติ ปฏิปตฺติสาโร, ตํ ปฏิปตฺติสารํ. นิปฺปริยาเยเนวาติ เกนจิ ปริยาเยน เลเสน วินา มุเขฺยน นเยเนว. โย ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ทฬฺหสมาทานํ กตฺวา นิสินฺโน ตํ อธิคนฺตฺวาว อุฏฺฐหติ. เอวรูเปน อิทํ โคสิงฺคสาลวนํ โสภติ, สาสเน สพฺพารมฺภานํ ตทตฺถตฺตาติ อตฺโถ. อาสวกฺขยาวหํ ปฏิปตฺตึ อารภิตฺวา อาสวกฺขเยเนว เทสนาย ปริโยสาปิตตฺตา ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.
มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.