๗. จูฬหตฺถิปโทปมสุตฺตวณฺณนา

๒๘๘. เสตปริวาโรติ เสตปฏิจฺฉโท, เสตวณฺณาลงฺกาโรติ อตฺโถ. ปุพฺเพ ปน ‘‘เสตาลงฺการา’’ติ อสฺสาลงฺกาโร คหิโต, อิธ จกฺกปญฺชรกุพฺพราทิรถาวยเวสุ กาตพฺพาลงฺกาโร. เอวํ วุตฺเตนาติ เอวํ ‘‘เสตาย สุท’’นฺติอาทินา ปกาเรน สํยุตฺตมหาวคฺเค (สํ. นิ. ๕.๔) วุตฺเตน. นาติมหา ยุทฺธมณฺฑเล สญฺจารสุขตฺถํ. โยโธ สารถีติ ทฺวินฺนํ, ปหรณทายเกน สทฺธึ ติณฺณํ วา.

นครํ ปทกฺขิณํ กโรติ นครโสภนตฺถํ. อิทํ กิร ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ชาณุสฺโสณิฏฺฐานนฺตรํ ชาติสิทฺธํ ปรมฺปราคตํ จาริตฺตํ. เตนาห ‘‘อิโต เอตฺตเกหิ ทิวเสหี’’ติอาทิ. จาริตฺตวเสน นครวาสิโนปิ ตถา ตถา ปฏิปชฺชนฺติ. ปุญฺญวาทิมงฺคลกถเน นิยุตฺตา มางฺคลิกา. สุวตฺถิปตฺตนาย โสวตฺถิกา. อาทิ-สทฺเทน วนฺทีอาทีนํ สงฺคโห. ยสสิริสมฺปตฺติยาติ ยสสมฺปตฺติยา สิริสมฺปตฺติยา จ, ปริวารสมฺปตฺติยา เจว วิภวโสภาสมฺปตฺติยา จาติ อตฺโถ.

นคราภิมุโข ปายาสิ อตฺตโน ภิกฺขาจารเวลาย. ปณฺฑิโต มญฺเญติ เอตฺถ มญฺเญติ อิทํ ‘‘มญฺญตี’’ติ อิมินา สมานตฺถํ นิปาตปทํ. ตสฺส อิติ-สทฺทํ อาเนตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปณฺฑิโตติ มญฺญตี’’ติ อาห. อนุมติปุจฺฉาวเสน เจตํ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อุทาหุ โน’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญติ ภวํ วจฺฉายโน สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติย’’นฺติ หิ วุตฺตเมวตฺถํ ปุน คณฺหนฺโต ‘‘ปณฺฑิโต มญฺเญ’’ติ อาห. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภวํ วจฺฉายโน, สมณํ โคตมํ ปณฺฑิโตติ มญฺญติ, อุทาหุ โน’’ติ, ยถา เต ขเมยฺย, ตถา นํ กเถหีติ อธิปฺปาโย.

อหํ โก นาม, มม อวิสโย เอโสติ ทสฺเสติ. โก จาติ เหตุนิสฺสกฺเก ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘กุโต จา’’ติ. ตถา จาห ‘‘เกน การเณน ชานิสฺสามี’’ติ, เยน การเณน สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ชาเนยฺยํ, ตํ การณํ มยิ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. พุทฺโธเยว ภเวยฺย, อพุทฺธสฺส สพฺพถา พุทฺธญาณานุภาวํ ชานิตุํ น สกฺกาติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ, ภิกฺขเว, โอรมตฺตกํ สีลมตฺตกํ, เยน ปุถุชฺชโน ตถาคตสฺส วณฺณํ วทมาโน วเทยฺย (ที. นิ. ๑.๗), อตฺถิ, ภิกฺขเว, อญฺเญว ธมฺมา คมฺภีรา ทุทฺทสา ทุรนุโพธา …เป… เยหิ ตถาคตสฺส ยถาภุจฺจํ วณฺณํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๘) จ. เอตฺถาติ ‘‘โสปิ นูนสฺส ตาทิโสวา’’ติ เอตสฺมึ ปเท. ปสตฺถ ปสตฺโถติ ปสตฺเถหิ อตฺตโน คุเณเหว โส ปสตฺโถ, น ตสฺส กิตฺตินา, ปสํสาสภาเวเนว ปาสํโสติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สพฺพคุณาน’’นฺติอาทิ. มณิรตนนฺติ จกฺกวตฺติโน มณิรตนํ. สเทวเก โลเก ปาสํสานมฺปิ ปาสํโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปสตฺเถหิ วา’’ติ ทุติยวิกปฺโป คหิโต.

อรณียโต อตฺโถ, โส เอว วสตีติ วโสติ อตฺถวโส, ตสฺส ตสฺส ปโยคสฺส อานิสํสภูตํ ผลนฺติ อาห ‘‘อตฺถวสนฺติ อตฺถานิสํส’’นฺติ. อตฺโถ วา วุตฺตลกฺขโณ วโส เอตสฺสาติ อตฺถวโส, การณํ. นาควนวาสิโกติ หตฺถินาคานํ วิจรณวเน เตสํ คหณตฺถํ วสนโก. อนุคฺคหิตสิปฺโปติ อสิกฺขิตหตฺถิสิปฺโป อายตวิตฺถตสฺส ปทมตฺตสฺส ทสฺสเนน ‘‘มหา วต, โภ นาโค’’ติ นิฏฺฐาคมนโต. ปรโต ปน ภควตา วุตฺตฏฺฐาเน. อุคฺคหิตสิปฺโป ปุริโส นาควนิโกติ อาคโต อายตวิตฺถตสฺส ปทสฺส อุจฺจสฺส จ นิเสวิตสฺส พฺยภิจารภาวํ ญตฺวา ตตฺตเกน นิฏฺฐํ อคนฺตฺวา มหาหตฺถึ ทิสฺวาว นิฏฺฐาคมนโต. ญาณํ ปชฺชติ เอตฺถาติ ญาณปทานิ, ขตฺติยปณฺฑิตาทีนํ ธมฺมวินเย วินีตตฺตา วินเยหิ อธิคตชฺฌานาทีนิ. ตานิ หิ ตถาคตคนฺธหตฺถิโน เทสนาญาเณน อกฺกนฺตฏฺฐานานิ. จตฺตารีติ ปน วิเนยฺยานํ อิธ ขตฺติยปณฺฑิตาทิวเสน จตุพฺพิธานํเยว คหิตตฺตา.

๒๘๙. ปุคฺคเลสุ ปญฺญาย จ นิปุณตา ปณฺฑิตสมญฺญา นิปุณตฺถสฺส ทสฺสนสมตฺถตาวเสเนวาติ อาห ‘‘สุขุมอตฺถนฺตรปฏิวิชฺฌนสมตฺเถ’’ติ. กต-สทฺโท อิธ นิปฺผนฺนปริยาโย. ปเร ปวทนฺติ เอตฺถ, เอเตนาติ ปรปฺปวาโท, ปรสมโย. ปเรหิ ปวทนํ ปรปฺปวาโท, วิคฺคาหิกกถาย ปรวาทมทฺทนํ. ตทุภยมฺปิ เอกโต กตฺวา ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิญฺญาตปรปฺปวาเท เจว ปเรหิ สทฺธึ กตวาทปริจเย จา’’ติ, ปรสมเยสุ ปรวาทมทฺทเนสุ จ นิปฺผนฺเนติ อตฺโถ. วาลเวธิรูเปติ วาลเวธิปติรูเป. เตนาห ‘‘วาลเวธิธนุคฺคหสทิเส’’ติ. วาลนฺติ อเนกธา ภินฺนสฺส วาลสฺส อํสุสงฺขาตํ วาลํ. ภินฺทนฺตา วิยาติ ฆฏาทึ สวิคฺคหํ มุคฺคราทินา ภินฺทนฺตา วิย, ทิฏฺฐิคตานิ เอกํสโต ภินฺทนฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘อตฺถํ คุยฺหํ ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ สงฺขตํ ปทปญฺหํ ปุจฺฉนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุปทมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, โทโส. ปุจฺฉียตีติ ปโญฺห, อตฺโถ. ปุจฺฉติ เอเตนาติ ปโญฺห, สทฺโท. ตทุภยํ เอกโต คเหตฺวา อาห ‘‘เอวรูเป ปเญฺห’’ติอาทิ. ‘‘เอวํ ปุจฺเฉยฺย, เอวํ วิสฺสชฺเชยฺยา’’ติ จ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานํ สิขาวคมนํ ทสฺเสติ. เสยฺโยติ อุตฺตโม, ปรโม ลาโภติ อธิปฺปาโย.

เอวํ อตฺตโน วาทวิธมนภเยนปิ ปเร ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ น วิสหนฺตีติ วตฺวา อิทานิ วาทวิธมเนน วินาปิ น วิสหนฺติ เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. จิตฺตํ ปสีทติ ปเร อตฺตโน อตฺตภาวมฺปิ วิสฺสตฺถํ นิยฺยาเทตุกามา โหนฺติ โอธิสกเมตฺตาผรณสทิสตฺตา ตสฺส เมตฺตายนสฺส. ทสฺสนสมฺปนฺนาติ ทฏฺฐพฺพตาย สมฺปนฺนา ทสฺสนานุตฺตริยภาวโต, อติวิย ทสฺสนียาติ อตฺโถ.

สรณคมนวเสน สาวกาติ โลกิยสรณคมเนน สาวกา, โลกุตฺตรสรณคมเนน ปน สาวกตฺตํ ปรโต อาคมิสฺสติ, ตญฺจ ปพฺพชิตวเสน วุจฺจติ, อิธ คหฏฺฐวเสน, อุภยตฺถาปิ สรณคมเนน สาวกตฺตํ เวทิตพฺพํ. เต หิ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน กุลปุตฺตา, อาจารกุลปุตฺตาปิ ตาทิสา ภวนฺติ. โถเกนาติ อิมินา ‘‘มนํ อนสฺสามา’’ติ ปทสฺสตฺถํ วทติ.

๒๙๐. อุทาหรียติ อุพฺเพคปีติวเสนาติ, ตถา วา อุทาหรณํ อุทานํ. เตนาห ‘‘อุทาหารํ อุทาหรี’’ติ. อสฺส ธมฺมสฺสาติ อสฺส ปฏิปตฺติสทฺธมฺมปุพฺพกสฺส ปฏิเวธสทฺธมฺมสฺส. โสติ หตฺถิปโทปโม หตฺถิปโทปมภาเวน วุจฺจมาโน ธมฺโม. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน ปริพฺพาชเกน วุตฺตกถามคฺคมตฺเตน. กามํ เตน วุตฺตกถามคฺเคนปิ หตฺถิปโทปมภาเวน วุจฺจมาโน ธมฺโม ปริปุณฺโณว อรหตฺตํ ปาเปตฺวา ปเวทิตตฺตา, โส จ โข สงฺเขปโต, น วิตฺถารโตติ อาห ‘‘น เอตฺตาวตา วิตฺถาเรน ปริปูโร โหตี’’ติ. ยทิ ยถา วิตฺถาเรน หตฺถิปโทปโม ปริปูโร โหติ, ตถา เทสนา อารทฺธา, อถ กสฺมา กุสโลติ น วุตฺโตติ โจทนา.

๒๙๑. อายามโตปีติ ปิ-สทฺเทน อุพฺเพเธนปิ รสฺสาติ ทสฺเสติ. นีจกายา หิ ตา โหนฺติ. อุจฺจาติ อุจฺจกา. นิเสวนํ, นิเสวติ เอตฺถาติ วา นิเสวิตํ. นิเสวนญฺเจตฺถ กณฺฑุยิตวิโนทนตฺถํ ฆํสนํ. เตนาห ‘‘ขนฺธปฺปเทเส ฆํสิตฏฺฐาน’’นฺติ. อุจฺจาติ อนีจา, อุพฺเพธวนฺติโยติ อตฺโถ. กาฬาริกาติ วิรฬทนฺตา, วิสงฺคตทนฺตาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ทนฺตาน’’นฺติอาทิ. กฬารตายาติ วิรฬตาย. อารญฺชิตานีติ รญฺชิตานิ, วิลิขิตานีติ อตฺโถ. กเณรุตายาติ กุฏุมลสณฺฐานตาย. อยํ วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท สํสยิตนิจฺฉยตฺโถ ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘อยํ วา อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ สพฺพพาโล สพฺพมูโฬฺห’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๘๑).

นาควนํ วิยาติ มหาหตฺถิโน วามนิกาทีนญฺจ ปททสฺสนฏฺฐานภูตํ นาควนํ วิย. อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว นีวรณปฺปหานา ธมฺมเทสนา ตถาคตสฺส พาหิรปริพฺพาชกาทีนญฺจ ปททสฺสนภาวโต. อาทิโต ปฏฺฐายาติ จ ‘‘ตํ สุณาหี’’ติ ปทโต ปฏฺฐาย. กุสโล นาควนิโก วิย โยคาวจโร ปริเยสนวเสน ปมาณคฺคหณโต. มตฺถเก ฐตฺวาติ อิมสฺส สุตฺตสฺส ปริโยสาเน ฐตฺวา. อิมสฺมิมฺปิ ฐาเนติ ‘‘เอวเมว โข พฺราหฺมณา’’ติอาทินา อุปเมยฺยสฺส อตฺถสฺส อุปญฺญาสนฏฺฐาเนปิ.

สฺวายนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๙๐) อิธ-สทฺทมตฺตํ คณฺหาติ, น ยถาวิเสสิตพฺพํ อิธ-สทฺทํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมวา’’ติ. โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ โลก-สทฺเทน สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตตฺตา. เสสปททฺวเย ปน สทฺทนฺตรสนฺนิธานมตฺเตน ตํ ตํ อุปาทาย วุตฺตตา ทฏฺฐพฺพา. โอกาสนฺติ กญฺจิ ปเทสํ อินฺทสาลคุหาย อธิปฺเปตตฺตา. ปทปูรณมตฺตเมว โอกาสาปทิสนสฺสปิ อสมฺภวโต.

ตถาคต-สทฺทาทีนํ อตฺถวิเสโส มูลปริยายฏฺฐกถา(ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒) วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาสุ วุตฺโต เอว. ตถาคตสฺส สตฺตนิกายนฺโตคธตาย ‘‘อิธ ปน สตฺตโลโก อธิปฺเปโต’’ติ วตฺวา ตตฺถายํ ยสฺมึ สตฺตนิกาเย, ยสฺมิญฺจ โอกาเส อุปฺปชฺชติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตโลเก อุปฺปชฺชมาโนปิ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬติ อิมิสฺสา เอว โลกธาตุยา. ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธ อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑; ม. นิ. ๓.๑๒๙; อ. นิ. ๑.๒๗๘; เนตฺติ. ๕๗; มิ. ป. ๕.๑.๑) เอตฺถ ชาติเขตฺตภูตา ทสสหสฺสิโลกธาตุ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ วุตฺตา. อิธ ปน อิมํเยว โลกธาตุํ สนฺธาย ‘‘อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ’’ติ วุตฺตํ. ติสฺโส หิ สงฺคีติโย อารุเฬฺห เตปิฏเก พุทฺธวจเน วิสยเขตฺตํ อาณาเขตฺตํ ชาติเขตฺตนฺติ ติวิเธ เขตฺเต ฐเปตฺวา อิมํ จกฺกวาฬํ อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ. กถํ? ‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; มิ. ป. ๔.๕.๑๑), เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; กถา. ๔๐๕; มหาว. ๑๑) เอวมาทีนิ อิมิสฺสา โลกธาตุยา ฐตฺวา วทนฺเตน ภควตา – ‘‘กึ ปนาวุโส, สาริปุตฺต, อตฺเถตรหิ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ภควตา สมสโม สมฺโพธิยนฺติ เอวํ ปุฏฺฐาหํ, ภนฺเต, โนติ วเทยฺย’’นฺติ วตฺวา ตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ – ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ อิมํ สุตฺตํ ทสฺเสนฺเตน ธมฺมเสนาปตินา จ พุทฺธานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตํ อิมํ โลกธาตุํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ อนุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ.

สุชาตายาติอาทินา วุตฺเตสุ จตูสุ วิกปฺเปสุ ปฐโม วิกปฺโป พุทฺธภาวาย อาสนฺนตรปฏิปตฺติทสฺสนวเสน วุตฺโต. อาสนฺนตราย หิ ปฏิปตฺติยํ ฐิโต ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุจฺจติ อุปฺปาทสฺส เอกนฺติกตฺตา, ปเคว ปฏิปตฺติยา มตฺถเก ฐิโต. ทุติโย พุทฺธภาวาวหปพฺพชฺชโต ปฏฺฐาย อาสนฺนปฏิปตฺติทสฺสนวเสน, ตติโย พุทฺธกรธมฺมปาริปูริโต ปฏฺฐาย พุทฺธภาวาย ปฏิปตฺติทสฺสนวเสน. น หิ มหาสตฺตานํ ตุสิตภวูปปตฺติโต ปฏฺฐาย โพธิสมฺภารสมฺภรณํ นาม อตฺถิ. จตุตฺโถ พุทฺธกรธมฺมสมารมฺภโต ปฏฺฐาย. โพธิยา นิยตภาวาปตฺติโต ปภุติ หิ วิญฺญูหิ ‘‘พุทฺโธ อุปฺปชฺชตี’’ติ วตฺตุํ สกฺกา อุปฺปาทสฺส เอกนฺติกตฺตา, ยถา ปน ‘‘ติฏฺฐนฺติ ปพฺพตา, สนฺทนฺติ นทิโย’’ติ ติฏฺฐนสนฺทนกิริยานํ อวิจฺเฉทมุปาทาย วตฺตมานปโยโค, เอวํ อุปฺปาทตฺถาย ปฏิปชฺชนกิริยาย อวิจฺเฉทมุปาทาย จตูสุ วิกปฺเปสุ ‘‘อุปฺปชฺชติ นามา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพปฐมํ อุปฺปนฺนภาวนฺติ สพฺเพหิ อุปริ วุจฺจมาเนหิ วิเสเสหิ ปฐมํ ตถาคตสฺส อุปฺปนฺนตาสงฺขาตํ อตฺถิตาวิเสสํ.

โส ภควาติ (อ. นิ. ฏี. ๒.๓.๖๔) โย ‘‘ตถาคโต อรห’’นฺติอาทินา กิตฺติตคุโณ, โส ภควา. อิมํ โลกนฺติ นยิทํ มหาชนสฺส สมฺมุขามตฺตํ โลกํ สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข อนวเสสํ ปริยาทายาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อิทานิ วตฺตพฺพํ นิทสฺเสตี’’ติ. ปชาตตฺตาติ ยถาสกํ กมฺมกิเลเสหิ นิพฺพตฺตตฺตา. ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ ปาริเสสญาเยน อิตเรสํ ปทนฺตเรหิ สงฺคหิตตฺตา. สเทวกนฺติ จ อวยเวน วิคฺคโห สมุทาโย สมาสตฺโถ. ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ ปจฺจาสตฺติญาเยน. ตตฺถ หิ โส ชาโต ตนฺนิวาสี จ. พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณนฺติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ อปจฺจตฺถิกานํ อสมิตาพาหิตปาปานญฺจ สมณพฺราหฺมณานํ สสฺสมณพฺราหฺมณิวจเนน คหิตตฺตา. กามํ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทิวิเสสนานํ วเสน สตฺตวิสโย โลก-สทฺโทติ วิญฺญายติ ตุลฺยโยควิสยตฺตา เตสํ, ‘‘สโลมโก สปกฺขโก’’ติอาทีสุ ปน อตุลฺยโยเคปิ อยํ สมาโส ลพฺภตีติ พฺยภิจารทสฺสนโต ปชาคหณนฺติ อาห ‘‘ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณ’’นฺติ.

อรูปิโน สตฺตา อตฺตโน อาเนญฺชวิหาเรน วิหรนฺตา ‘‘ทิพฺพนฺตีติ เทวา’’ติ อิมํ นิพฺพจนํ ลภนฺตีติ อาห ‘‘สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรเทวโลโก คหิโต’’ติ. เตเนวาห ‘‘อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยต’’นฺติ (อ. นิ. ๓.๑๑๗). สมารกคฺคหเณน ฉกามาวจรเทวโลโก คหิโต ตสฺส สวิเสสํ มารสฺส วเส วตฺตนโต. รูปี พฺรหฺมโลโก คหิโต อรูปีพฺรหฺมโลกสฺส วิสุํ คหิตตฺตา. จตุปริสวเสนาติ ขตฺติยาทิจตุปริสวเสน. อิตรา ปน จตสฺโส ปริสา สมารกาทิคฺคหเณน คหิตา เอวาติ. อวเสสสพฺพสตฺตโลโก นาคครุฬาทิเภโท.

เอตฺตาวตา ภาคโส โลกํ คเหตฺวา โยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตน เตน วิเสเสน อภาคโสว โลกํ คเหตฺวา โยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิเจตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโตติ อุกฺกํสคภิวิชานเนน. ปญฺจสุ หิ คตีสุ เทวโลโกว เสฏฺโฐ. ตตฺถาปิ อรูปิโน ‘‘ทูรสมุสฺสาริตกิเลสทุกฺขตาย, สนฺตปณีตอาเนญฺชวิหารสมงฺคิตาย, อติวิย ทีฆายุกตายา’’ติ เอวมาทีหิ วิเสเสหิ อติวิย อิตเรหิ อุกฺกฏฺฐา. พฺรหฺมา มหานุภาโวติอาทึ ทสสหสฺสิยํ มหาพฺรหฺมุโน วเสน วทติ. ‘‘อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต’’ติ หิ วุตฺตํ. อนุตฺตรนฺติ เสฏฺฐํ นวโลกุตฺตรํ. ภาวานุกฺกโม ภาววเสน ปเรสํ อชฺฌาสยวเสน ‘‘สเทวก’’นฺติอาทีนํ ปทานํ อนุกฺกโม. ตีหากาเรหีติ เทวมารพฺรหฺมสหิตตาสงฺขาเตหิ ตีหิ ปกาเรหิ. ตีสุ ปเทสูติ ‘‘สเทวก’’นฺติอาทีสุ ตีสุ ปเทสุ. เตน เตนากาเรนาติ สเทวกตฺตาทินา เตน เตน ปกาเรน. เตธาตุกเมว ปริยาทินฺนนฺติ โปราณา ปนาหูติ โยชนา.

อภิญฺญาติ ย-การโลเปนายํ นิทฺเทโส, อภิชานิตฺวาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อภิญฺญาย, อธิเกน ญาเณน ญตฺวา’’ติ. อนุมานาทิปฏิกฺเขโปติ อนุมานอุปมานอตฺถาปตฺติอาทิปฏิกฺเขโป เอกปฺปมาณตฺตา. สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณาจารตาย หิ สพฺพปจฺจกฺขา พุทฺธา ภควนฺโต. อนุตฺตรํ วิเวกสุขนฺติ ผลสมาปตฺติสุขํ. เตน วีติมิสฺสาปิ กทาจิ ภควโต ธมฺมเทสนา โหตีติ อาห ‘‘หิตฺวาปี’’ติ. ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต ยสฺมึ ขเณ ปริสา สาธุการํ วา เทติ, ยถาสุตํ วา ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขติ, ตํ ขณํ ปุพฺพภาเคน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ยถาปริจฺเฉทญฺจ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสติ.

เทสกายตฺเตน อาณาทิวิธินา อติสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนาติ สา ปริยตฺติธมฺมวเสน เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘เทสนาย ตาว จตุปฺปทิกายปิ คาถายา’’ติอาทิ. สาสิตพฺพปุคฺคลคเตน ยถาปราธาทิสาสิตพฺพภาเวน อนุสาสนํ ตทงฺควินยาทิวเสน วินยนํ สาสนนฺติ ตํ ปฏิปตฺติธมฺมวเสน เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สีลสมาธิวิปสฺสนา’’ติอาทิ. กุสลานนฺติ มคฺคกุสลานํ, กุสลานนฺติ วา อนวชฺชานํ. เตน ผลธมฺมานมฺปิ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. อาทิภาโว สีลทิฏฺฐีนํ ตมฺมูลกตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ. ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ กถาวธิสทฺทปฺปพนฺโธ คาถาวเสน สุตฺตวเสน จ ววตฺถิโต ปริยตฺติธมฺโม, โย อิเธว ‘‘เทสนา’’ติ วุตฺโต. ตสฺส ปน อตฺโถ วิเสเสน สีลาทิ เอวาติ อาห ‘‘ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต…เป… นิพฺพานํ ทสฺเสตี’’ติ. ตตฺถ สีลํ ทสฺเสตฺวาติ สีลคฺคหเณน สสมฺภารํ สีลํ คหิตํ. ตถา มคฺคคฺคหเณน สสมฺภาโร มคฺโคติ ตทุภเยน อนวเสสโต ปริยตฺติอตฺถํ ปริยาทิยติ. เตนาติ สีลาทิทสฺสเนน. อตฺถวเสน หิ อิธ เทสนาย อาทิกลฺยาณาทิภาโว อธิปฺเปโต. กถิกสณฺฐิตีติ กถิกสฺส สณฺฐานํ กถนวเสน สมวฏฺฐานํ.

น โส สาตฺถํ เทเสติ นิยฺยานตฺถวิรหโต ตสฺสา เทสนาย. เอกพฺยญฺชนาทิยุตฺตา วาติ สิถิลาทิเภเทสุ พฺยญฺชเนสุ เอกปฺปกาเรเนว, ทฺวิปฺปกาเรเนว วา พฺยญฺชเนน ยุตฺตา วา ทมิฬภาสา วิย. สพฺพตฺถ นิโรฏฺฐํ กตฺวา วตฺตพฺพตาย สพฺพนิโรฏฺฐพฺยญฺชนา วา กิราตภาสา วิย. สพฺพตฺเถว วิสฺสชฺชนียยุตฺตตาย สพฺพวิสฺสฏฺฐพฺยญฺชนา วา ยวนภาสา วิย. สพฺพตฺเถว สานุสารตาย สพฺพนิคฺคหิตพฺยญฺชนา วา ปารสิกาทิมิลกฺขภาสา วิย. สพฺพาเปสา เอกเทสพฺยญฺชนวเสเนว ปวตฺติยา อปริปุณฺณพฺยญฺชนาติ กตฺวา ‘‘อพฺยญฺชนา’’ติ วุตฺตา. อมกฺเขตฺวาติ อปลิจฺเฉตฺวา อวินาเสตฺวา, อหาเปตฺวาติ วา อตฺโถ.

ภควา ยมตฺถํ ญาเปตุํ เอกคาถมฺปิ เอกวากฺยมฺปิ เทเสติ, ตมตฺถํ ตาย เทสนาย สพฺพโส ปริปุณฺณเมว กตฺวา เทเสติ, เอวํ สพฺพตฺถาติ อาห ‘‘เอกเทสนาปิ อปริปุณฺณา นตฺถี’’ติ. อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิเตนาติ สํกิเลสปกฺขโต วฏฺฏทุกฺขโต จ อุทฺธรณสภาวาวฏฺฐิเตน จิตฺเตน. ตสฺมาติ ยสฺมา สิกฺขาตฺตยสงฺคหํ สกลํ สาสนํ อิธ ‘‘พฺรหฺมจริย’’นฺติ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา. พฺรหฺมจริยนฺติ อิมินา สมานาธิกรณานิ สพฺพปทานิ โยเชตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ…เป… ปกาเสตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อาห.

ทูรสมุสฺสาริตมานสฺเสว สาสเน สมฺมาปฏิปตฺติ สมฺภวติ, น มาน ชาติกสฺสาติ อาห ‘‘นิหตมานตฺตา’’ติ. อุสฺสนฺนตฺตาติ พหุลภาวโต. โภคาโรคฺยาทิวตฺถุกา มทา สุปฺปเหยฺยา โหนฺติ นิมิตฺตสฺส อนวฏฺฐานโต’ น ตถา กุลวิชฺชามทาติ ขตฺติยพฺราหฺมณกุลีนานํ ปพฺพชิตานมฺปิ ชาติวิชฺชา นิสฺสาย มานชปฺปนํ ทุปฺปชหนฺติ อาห ‘‘เยภุยฺเยน หิ…เป… มานํ กโรนฺตี’’ติ. วิชาติตายาติ นิหีนชาติตาย. ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกนฺตีติ สุวิสุทฺธึ กตฺวา สีลํ รกฺขิตุํ น สกฺโกนฺติ. สีลวเสน หิ สาสเน ปติฏฺฐาติ. ปติฏฺฐาตุนฺติ วา สจฺจปฏิเวเธน โลกุตฺตราย ปติฏฺฐาย ปติฏฺฐาตุํ. เยภุยฺเยน หิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา สุชาตา เอว โหนฺติ, น ทุชฺชาตา.

ปริสุทฺธนฺติ ราคาทีนํ อจฺจนฺตเมว ปหานทีปนโต นิรุปกฺกิเลสตาย สพฺพโส วิสุทฺธํ. สทฺธํ ปฏิลภตีติ โปถุชฺชนิกสทฺธาวเสน สทฺทหติ. วิญฺญุชาติกานญฺหิ ธมฺมสมฺปตฺติคหณปุพฺพิกา สทฺธาสิทฺธิ ธมฺมปมาณธมฺมปฺปสนฺนภาวโต. ชายมฺปติกา วสนฺตีติ กามํ ‘‘ชายมฺปติกา’’ติ วุตฺเต ฆรสามิกฆรสามินิวเสน ทฺวินฺนํเยว คหณํ วิญฺญายติ. ยสฺส ปน ปุริสสฺส อเนกา ปชาปติโย โหนฺติ, ตตฺถ กึ วตฺตพฺพํ? เอกายปิ ตาย วาโส สมฺพาโธติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เทฺว’’ติ วุตฺตํ. ราคาทินา สกิญฺจนฏฺเฐน, เขตฺตวตฺถุอาทินา สปลิโพธฏฺเฐน. ราครชาทีนํ อาคมนปถตาปิ อุปฺปชฺชนฏฺฐานตา เอวาติ เทฺวปิ วณฺณนา เอกตฺถา, พฺยญฺชนเมว นานํ. อลคฺคนฏฺเฐนาติ อสชฺชนฏฺเฐน อปฺปฏิพทฺธภาเวน. เอวํ อกุสลกุสลปฺปวตฺตีนํ ฐานภาเวน ฆราวาสปพฺพชฺชานํ สมฺพาธพฺโภกาสตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กุสลปฺปวตฺติยา เอว อฏฺฐานฐานภาเวน เตสํ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สงฺเขปกถาติ วิสุํ วิสุํ ปทุทฺธารํ อกตฺวา สงฺเขปโต อตฺถวณฺณนา. เอกมฺปิ ทิวสนฺติ เอกทิวสมตฺตมฺปิ. อขณฺฑํ กตฺวาติ ทุกฺกฏมตฺตสฺสปิ อนาปชฺชเนน อขณฺฑิตํ กตฺวา. กิเลสมเลน อมลีนนฺติ ตณฺหาสํกิเลสาทิวเสน อสํกิลิฏฺฐํ กตฺวา. ปริทหิตฺวาติ นิวาเสตฺวา เจว ปารุปิตฺวา จ. อคารวาโส อคารํ อุตฺตรปทโลเปน, ตสฺส วฑฺฒิอาวหํ อคารสฺส หิตํ. โภคกฺขนฺโธติ โภคราสิ โภคสมุทาโย. อาพนฺธนฏฺเฐนาติ ‘‘ปุตฺโต นตฺตา’’ติอาทินา เปมวเสน สปริจฺเฉทํ สมฺพนฺธนฏฺเฐน. ‘‘อมฺหากเมเต’’ติ ญายนฺตีติ ญาตี. ปิตามหปิตุปุตฺตาทิวเสน ปริวตฺตนฏฺเฐน ปริวฏฺโฏ.

๒๙๒. สามญฺญวาจีปิ สิกฺขา-สทฺโท สาชีว-สทฺทสนฺนิธานโต อุปริ วุจฺจมานวิเสสาเปกฺขาย จ วิเสสนิวิฏฺโฐว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ยา ภิกฺขูนํ อธิสีลสงฺขาตา สิกฺขา’’ติ. สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน สิกฺขา. สห อาชีวนฺติ เอตฺถาติ สาชีโว. สิกฺขนภาเวนาติ สิกฺขาย สาชีเว จ สิกฺขนภาเวน. สิกฺขํ ปริปูเรนฺโตติ สีลสํวรํ ปริปูเรนฺโต. สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโตติ – ‘‘นามกาโย ปทกาโย นิรุตฺติกาโย พฺยญฺชนกาโย’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๓๙) วุตฺตสิกฺขาปทํ ภควโต วจนํ อวีติกฺกมนฺโต หุตฺวาติ อตฺโถ. อิทเมว จ ทฺวยํ ‘‘สิกฺขน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ สาชีวานติกฺกโม สิกฺขาปาริปูริยา ปจฺจโย. ตโต หิ ยาว มคฺคา สิกฺขาปาริปูรี โหตีติ.

ปชหิตฺวาติ สมาทานวเสน ปริจฺจชิตฺวา. ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย…เป… วิรโตวาติ เอเตน ปหานสฺส วิรติยา จ สมานกาลตํ ทสฺเสติ. ยทิ เอวํ ‘‘ปหายา’’ติ กถํ ปุริมกาลนิทฺเทโสติ? ตถา คเหตพฺพตํ อุปาทาย. ธมฺมานญฺหิ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาเว อเปกฺขิเต สหชาตานมฺปิ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน คหณํ ปุริมปจฺฉิมภาเวเนว โหตีติ คหณปวตฺติอาการวเสน ปจฺจยภูเตสุ หิโรตฺตปฺปญาณาทีสุ ปหานกิริยาย ปุริมกาลโวหาโร, ปจฺจยุปฺปนฺนาสุ จ วิรตีสุ วิรมณกิริยาย อปรกาลโวหาโร จ โหตีติ ‘‘ปหาย ปฏิวิรโต โหตี’’ติ วุตฺตํ. ปหายาติ วา สมาทานกาลวเสน วุตฺตํ, ปจฺฉา วีติกฺกมิตพฺพวตฺถุสมาโยควเสน ปฏิวิรโตติ. ปหายาติ วา –

‘‘นิหนฺตฺวาน ตโมขนฺธํ, อุทิโตยํ ทิวากโร;

วณฺณปภาย ภาเสติ, โอภาเสตฺวา สมุคฺคโต’’ติ จ. (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๗๘) –

เอวมาทีสุ วิย สมานกาลวเสน เวทิตพฺโพ. อถ วา ปาโณ อติปาตียติ เอเตนาติ ปาณาติปาโต, ปาณฆาตเหตุภูโต อหิริกาโนตฺตปฺปโทสโมหวิหึ สาทิโก เจตนาปธาโน สํกิเลสธมฺโม, ตํ สมาทานวเสน ปหาย. ตโต…เป… วิรโตว โหตีติ อวธารเณน ตสฺสา วิรติยา กาลาทิวเสน อปริยนฺตตํ ทสฺเสติ. ยถา หิ อญฺเญ สมาทินฺนวิรติกาปิ อนวฏฺฐิตจิตฺตตาย ลาภชีวิกาทิเหตุ สมาทานํ ภินฺทนฺเตว, น เอวมยํ. อยํ ปน ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย โอรโต วิรโตติ. อทินฺนาทานํ ปหายาติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทณฺฑนํ ทณฺฑนิปาตนํ ทณฺโฑ. มุคฺคราทิปหรณวิเสโสปิ อิธ ปหรณวิเสโสติ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘ฐเปตฺวา ทณฺฑํ สพฺพมฺปิ อวเสสํ อุปกรณ’’นฺติ. ทณฺฑนสงฺขาตสฺส ปรวิเหฐนสฺส ปริวชฺชิตภาวทีปนตฺถํ ทณฺฑสตฺถานํ นิกฺเขปวจนนฺติ อาห ‘‘ปรูปฆาตตฺถายา’’ติอาทิ. วิหึสนภาวโตติ วิพาธนภาวโต. ลชฺชีติ เอตฺถ วุตฺตลชฺชาย โอตฺตปฺปมฺปิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ปาปชิคุจฺฉนปาปุตฺตาสรหิตํ, ปาปภยํ วา อลชฺชนํ อตฺถิ. ยสฺส วา ธมฺมครุตาย ธมฺมสฺส จ อตฺตาธีนตฺตา อตฺตาธิปติภูตา ลชฺชากิจฺจการี, ตสฺส โลกาธิปติภูตํ โอตฺตปฺปํ กิจฺจกรนฺติ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ‘‘ลชฺชี’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ทยํ เมตฺตจิตฺตตํ อาปนฺโนติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ทยา-สทฺโท ‘‘อทยาปนฺโน’’ติอาทีสุ กรุณาย วตฺตตีติ? สจฺจเมตํ, อยํ ปน ทยา-สทฺโท อนุรกฺขณตฺถํ อนฺโตนีตํ กตฺวา ปวตฺตมาโน เมตฺตาย จ กรุณาย จ ปวตฺตตีติ อิธ เมตฺตาย ปวตฺตมาโน วุตฺโต. มิชฺชติ สินิยฺหตีติ เมตฺตา, สา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, เมตฺตํ จิตฺตํ เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตจิตฺโต, ตสฺส ภาโว เมตฺตจิตฺตตา, เมตฺตาอิจฺเจว อตฺโถ.

สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปีติ เอเตน ตสฺสา วิรติยา สตฺตวเสน อปริยนฺตตํ ทสฺเสติ. ปาณภูเตติ ปาณชาเต. อนุกมฺปโกติ กรุณายนโก. ยสฺมา ปน เมตฺตา กรุณาย วิเสสปจฺจโย โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตาย เอว ทยาปนฺนตายา’’ติ. เอวํ เยหิ ธมฺเมหิ ปาณาติปาตา วิรติ สมฺปชฺชติ, เตหิ ลชฺชาเมตฺตากรุณาธมฺเมหิ สมงฺคิภาโว ทสฺสิโต, สทฺธึ ปิฏฺฐิวฏฺฏกธมฺเมหีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถาห – กสฺมา ‘‘ปาณาติปาตํ ปหายา’’ติ เอกวจนนิทฺเทโส กโต, นนุ นิรวเสสานํ ปาณานํ อติปาตโต วิรติ อิธาธิปฺเปตา? ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรตี’’ติ. เตเนว หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘สพฺเพ ปาณภูเต หิเตน อนุกมฺปโก’’ติ ปุถุวจนนิทฺเทโสติ? สจฺจเมตํ, ปาณภาวสามญฺญวเสน ปเนตฺถ ปาฬิยํ อาทิโต เอกวจนนิทฺเทโส กโต, สพฺพสทฺทสนฺนิธาเนน ปุถุตฺตํ วิญฺญายมานเมวาติ สามญฺญนิทฺเทสํ อกตฺวา เภทวจนิจฺฉาวเสน ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ พหุวจนวเสน อตฺโถ วุตฺโต. กิญฺจ ภิยฺโย – สามญฺญโต สํวรสมาทานํ, ตพฺพิเสสโต สํวรเภโทติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ อยํ วจนเภโท กโตติ เวทิตพฺพํ. วิหรตีติ วุตฺตปฺปกาโร หุตฺวา เอกสฺมึ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อตฺตภาวํ หรติ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อิริยติ ปาเลตี’’ติ.

น เกวลํ กายวจีปโยควเสน อาทานเมว, อถ โข อากงฺขปิสฺส ปริจฺจตฺตวตฺถุวิสยาวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺเตนปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เถเนติ เถยฺยํ กโรตีติ เถโน, โจโร. สุจิภูเตนาติ เอตฺถ สุจิภาโว อธิการโต สทฺทนฺตรสนฺนิธานโต จ เถยฺยสํกิเลสวิรมณนฺติ อาห ‘‘อเถนตฺตาเยว สุจิภูเตนา’’ติ. กามญฺเจตฺถ ‘‘ลชฺชี ทยาปนฺโน’’ติอาทิ น วุตฺตํ, อธิการวเสน ปน อตฺถโต วา วุตฺตเมวาติ เวทิตพฺพํ. ยถา หิ ลชฺชาทโย ปาณาติปาตปหานสฺส วิเสสปจฺจโย, เอวํ อทินฺนาทานปหานสฺสปีติ, ตสฺมา สาปิ ปาฬิ อาเนตฺวา วตฺตพฺพา. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. อถ วา สุจิภูเตนาติ เอเตน หิโรตฺตปฺปาทีหิ สมนฺนาคโม, อหิริกาทีนญฺจ ปหานํ วุตฺตเมวาติ ‘‘ลชฺชี’’ติอาทิ น วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อเสฏฺฐจริยนฺติ อเสฏฺฐานํ จริยํ, อเสฏฺฐํ วา จริยํ. มิถุนานํ วุตฺตากาเรน สทิสภูตานํ อยนฺติ มิถุโน, ยถาวุตฺโต ทุราจาโร. อาราจารี เมถุนาติ เอเตน – ‘‘อิธ พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ…เป… น เหว โข มาตุคาเมน สทฺธึ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, อปิจ โข มาตุคามสฺส อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหนํ สาทิยติ, โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๗.๕๐) วุตฺตา สตฺตวิธเมถุนสํโยคาปิ ปฏิวิรติ ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

สจฺเจน สจฺจนฺติ ปุริเมน วจีสจฺเจน ปจฺฉิมํ วจีสจฺจํ สนฺทหติ อสจฺเจน อนนฺตริกตฺตา. เตนาห ‘‘โย หี’’ติอาทิ. หลิทฺทิราโค วิย น ถิรกโต โหตีติ เอตฺถ กถาย อนวฏฺฐิตภาเวน หลิทฺทิราคสทิสตา เวทิตพฺพา, น ปุคฺคลสฺส. ปาสาณเลขา วิยาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สทฺธา อยติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ สทฺธาโย, สทฺธาโย เอว สทฺธายิโก ยถา ‘‘เวนยิโก’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๖; อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘), สทฺธาย วา อยิตพฺโพ สทฺธายิโก, สทฺเธยฺโยติ อตฺโถ. วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติวิสํวาทนโตติ อธิปฺปาโย.

อนุปฺปทาตาติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๙; อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๑๙๘) อนุพลปฺปทาตา, อนุวตฺตนวเสน วา ปทาตา. กสฺส ปน อนุวตฺตนํ ปทานญฺจาติ? ‘‘สหิตาน’’นฺติ วุตฺตตฺตา สนฺธานสฺสาติ วิญฺญายติ. เตนาห ‘‘สนฺธานานุปฺปทาตา’’ติ. ยสฺมา ปน อนุวตฺตนวเสน สนฺธานสฺส ปทานํ อาธานํ, รกฺขณํ วา ทฬฺหีกรณํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เทฺว ชเน สมคฺเค ทิสฺวา’’ติอาทิ. อารมนฺติ เอตฺถาติ อาราโม, รมิตพฺพฏฺฐานํ. ยสฺมา ปน อา-กาเรน วินาปิ อยมตฺโถ ลพฺภติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมคฺคราโมติปิ ปาฬิ, อยเมเวตฺถ อตฺโถ’’ติ.

เอตฺถาติ –

‘‘เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท, เอกาโร วตฺตตี รโถ;

อนีฆํ ปสฺส อายนฺตํ, ฉินฺนโสตํ อพนฺธน’’นฺติ. (สํ. นิ. ๔.๓๔๗; อุทา. ๖๕; เปฏโก. ๒๕;ที. นิ. ฏี. ๑.๙) –

อิมิสฺสา คาถาย. สีลเญฺหตฺถ ‘‘เนลงฺค’’นฺติ วุตฺตํ. เตเนวาห – จิตฺโต คหปติ, ‘‘เนลงฺคนฺติ โข, ภนฺเต, สีลานเมตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๗; ที. นิ. ฏี. ๑.๙). สุกุมาราติ อผรุสตาย มุทุกา. ปุรสฺส เอสาติ เอตฺถ ปุร-สทฺโท ตนฺนิวาสีวาจโก ทฏฺฐพฺโพ ‘‘คาโม อาคโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ฏี. ๑.๙) วิย. เตเนวาห ‘‘นครวาสีน’’นฺติ. มนํ อปฺปายติ วฑฺเฒตีติ มนาปา. เตน วุตฺตํ ‘‘จิตฺตวุทฺธิกรา’’ติ.

กาลวาทีติอาทิ สมฺผปฺปลาปาปฏิวิรตสฺส ปฏิปตฺติทสฺสนํ. อตฺถสํหิตาปิ หิ วาจา อยุตฺตกาลปโยเคน อตฺถาวหา น สิยาติ อนตฺถวิญฺญาปนวาจํ อนุโลเมติ, ตสฺมา สมฺผปฺปลาปํ ปชหนฺเตน อกาลวาทิตา ปริหริตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘กาลวาที’’ติ. กาเล วทนฺเตนปิ อุภยานตฺถสาธนโต อภูตํ ปริวชฺเชตพฺพนฺติ อาห ‘‘ภูตวาที’’ติ. ภูตญฺจ วทนฺเตน ยํ อิธโลก-ปรโลก-หิตสมฺปาทกํ, ตเทว วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺถวาที’’ติ วุตฺตํ. อตฺถํ วทนฺเตนปิ โลกิยธมฺมสนฺนิสฺสิตเมว อวตฺวา โลกุตฺตรธมฺมสนฺนิสฺสิตํ กตฺวา วตฺตพฺพนฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ธมฺมวาที’’ติ วุตฺตํ. ยถา จ อตฺโถ โลกุตฺตรธมฺมสนฺนิสฺสิโต โหติ, ตํทสฺสนตฺถํ ‘‘วินยวาที’’ติ วุตฺตํ. ปญฺจนฺนญฺหิ สํวรวินยานํ, ปญฺจนฺนญฺจ ปหานวินยานํ วเสน วุจฺจมาโน อตฺโถ นิพฺพานาธิคมเหตุภาวโต โลกุตฺตรธมฺมสนฺนิสฺสิโต โหตีติ. เอวํ คุณวิเสสยุตฺโตว อตฺโถ วุจฺจมาโน เทสนาโกสลฺเล สติ โสภติ, กิจฺจกโร จ โหติ, น อญฺญถาติ ทสฺเสตุํ ‘‘นิธานวตึ วาจํ ภาสิตา’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ตํ เทสนาโกสลฺลํ วิภาเวตุํ ‘‘กาเลนา’’ติอาทิมาห. ปุจฺฉาทิวเสน หิ โอติณฺณวาจาวตฺถุสฺมึ เอกํสาทิพฺยากรณวิภาคํ สลฺลกฺเขตฺวา ฐปนาเหตุอุทาหรณํ สํสนฺทนาทึ ตํตํกาลานุรูปํ วิภาเวนฺติยา ปริมิตปริจฺฉินฺนรูปาย วิปุลตร-คมฺภีโรทาร-ปรมตฺถ-วิตฺถารสงฺคาหิกาย กถาย ญาณพลานุรูปํ ปเร ยาถาวโต ธมฺเม ปติฏฺฐาเปนฺโต ‘‘เทสนากุสโล’’ติ วุจฺจตีติ เอวเมตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา.

๒๙๓. เอวํ ปฏิปาฏิยา สตฺต มูลสิกฺขาปทานิ วิภาเวตฺวา สติปิ อภิชฺฌาทิปหานอินฺทฺริยสํวรสติสมฺปชญฺญชาคริยานุโยคาทิเก อุตฺตรเทสนายํ วิภาเวตุํ ตํ ปริหริตฺวา อาจารสีลสฺเสว วิภชนวเสน ปาฬิ ปวตฺตาติ ตทตฺถํ วิวริตุํ ‘‘พีชคามภูตคามสมารมฺภา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ พีชานํ คาโม สมูโห พีชคาโม. ภูตานํ ชาตานํ นิพฺพตฺตานํ รุกฺขคจฺฉลตาทีนํ สมูโห ภูตคาโม. นนุ จ รุกฺขาทโย จิตฺตรหิตตาย น ชีวา, จิตฺตรหิตตา จ ปริปฺผนฺทาภาวโต ฉินฺเน วิรุหนโต วิสทิสชาติกภาวโต จตุโยนิอปริยาปนฺนโต จ เวทิตพฺพา, วุฑฺฒิ ปน ปวาฬสิลาลวณานมฺปิ วิชฺชตีติ น เตสํ ชีวภาเว การณํ, วิสยคฺคหณญฺจ เนสํ ปริกปฺปนามตฺตํ สุปนํ วิย จิญฺจาเทนํ, ตถา โทหฬาทโย, ตตฺถ กสฺมา พีชคามภูตคามสมารมฺภา ปฏิวิรติ อิจฺฉิตาติ? สมณสารุปฺปโต ตนฺนิวาสิสตฺตานุรกฺขณโต จ. เตเนวาห – ‘‘ชีวสญฺญิโน หิ โมฆปุริส มนุสฺสา รุกฺขสฺมิ’’นฺติอาทิ (ปาจิ. ๘๙).

มูลเมว พีชํ มูลพีชํ, มูลพีชํ เอตสฺสาติปิ มูลพีชํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ผฬุพีชนฺติ ปพฺพพีชํ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรุหณสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีชสทฺโท ตทตฺถสํสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ มูลาทิโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีช-สทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ ‘‘รูปรูปํ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๔๙), ทุกฺขทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๗; ๕.๑๖๕; เนตฺติ. ๑๑) จ ยถา. กสฺมา ปเนตฺถ พีชคามภูตคามํ อุทฺธริตฺวา พีชคาโม เอว นิทฺทิฏฺโฐติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, นนุ อโวจุมฺห – ‘‘มูลเมว พีชํ มูลพีชํ, มูลพีชํ เอตสฺสาติปิ มูลพีช’’นฺติ. ตตฺถ ปุริเมน พีชคาโม นิทฺทิฏฺโฐ, ทุติเยน ภูตคาโม, ทุวิโธเปส มูลพีชญฺจ มูลพีชญฺจ มูลพีชนฺติ สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสสนเยน วา อุทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘ปญฺจวิธสฺสา’’ติอาทิ. นีลติณรุกฺขาทิกสฺสาติ อลฺลติณสฺส เจว อลฺลรุกฺขาทิกสฺส จ. อาทิ-สทฺเทน โอสธิคจฺฉลตาทีนํ สงฺคโห.

เอกํ ภตฺตํ เอกภตฺตํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ เอกภตฺติโก. โส ปน รตฺติโภชเนนปิ สิยาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ อาห ‘‘รตฺตูปรโต’’ติ. เอวมฺปิ อปรณฺหโภชีปิ สิยา เอกภตฺติโกติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘วิรโต วิกาลโภชนา’’ติ วุตฺตํ. อรุณุคฺคมนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว มชฺฌนฺหิกา อยํ พุทฺธาทีนํ อริยานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณ โภชนสฺส กาโล นาม, ตทญฺโญ วิกาโล. อฏฺฐกถายํ ปน ทุติยปเทน รตฺติโภชนสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ‘‘อติกฺกนฺเต มชฺฌนฺหิเก ยาว สูริยตฺถงฺคมนา โภชนํ วิกาลโภชนํ นามา’’ติ วุตฺตํ.

‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตํ (ที. นิ. ๒.๙๐; ธ. ป. ๑๘๓; เนตฺติ. ๓๐, ๕๐, ๑๑๖, ๑๒๔) ภควโต สาสนํ อจฺจนฺตราคุปฺปตฺติยา นจฺจาทิทสฺสนํ น อนุโลเมตีติ อาห ‘‘สาสนสฺส อนนุโลมตฺตา’’ติ. อตฺตนา ปโยชิยมานํ, ปเรหิ ปโยชาปิยมานญฺจ นจฺจํ นจฺจภาวสามญฺเญน ปาฬิยํ เอเกเนว นจฺจ-สทฺเทน คหิตํ, ตถา คีตวาทิต-สทฺเทน จาติ อาห ‘‘นจฺจนนจฺจาปนาทิวเสนา’’ติ. อาทิ-สทฺเทน คายนคายาปนวาทนวาทาปนานิ สงฺคยฺหนฺติ. ทสฺสเนน เจตฺถ สวนมฺปิ สงฺคหิตํ วิรูเปกเสสนเยน. ยถาสกํ วิสยสฺส อาโลจนสภาวตาย วา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ สวนกิริยายปิ ทสฺสนสงฺเขปสพฺภาวโต ‘‘ทสฺสนา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาติ อญฺญตฺร อภินิปาตมตฺตา’’ติ. อวิสูกภูตสฺส คีตสฺส สวนํ กทาจิ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘วิสูกภูตา ทสฺสนา’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ ปรมตฺถโชติกายํ ขุทฺทกฏฺฐกถายํ (ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๒.ปจฺฉิมปญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ธมฺมูปสํหิตํ คีตํ วฏฺฏติ, คีตูปสํหิโต ธมฺโม น วฏฺฏตี’’ติ. ยํ กิญฺจีติ คนฺถิตํ วา อคนฺถิตํ วา ยํ กิญฺจิ ปุปฺผํ. คนฺธชาตนฺติ คนฺธชาติกํ. ตสฺสปิ ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติ วจนโต ปิสิตสฺส อปิสิตสฺสปิ ยสฺส กสฺสจิ วิเลปนาทิ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ.

อุจฺจาติ อุจฺจ-สทฺเทน สมานตฺถํ เอกํ สทฺทนฺตรํ. เสติ เอตฺถาติ สยนํ. อุจฺจาสยนํ มหาสยนญฺจ สมณสารุปฺปรหิตํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ปมาณาติกฺกนฺตํ อกปฺปิยตฺถรณ’’นฺติ. อาสนญฺเจตฺถ สยเนเนว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺมา ปน อาธาเร ปฏิกฺขิตฺเต ตทาธารา กิริยา ปฏิกฺขิตฺตาว โหติ, ตสฺมา ‘‘อุจฺจาสยนมหาสยนา’’อิจฺเจว วุตฺตํ, อตฺถโต ปน ตทุปโภคภูตนิสชฺชานิปชฺชเนหิ วิรติ ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา อุจฺจาสยนมหาสยนญฺจ อุจฺจาสยนมหาสยนญฺจ อุจฺจาสยนมหาสยนนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ เอกเสเสน อยํ นิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; สํ. นิ. ๒.๑; อุทา. ๑), อาสนกิริยาปุพฺพกตฺตา วา สยนกิริยาย สยนคฺคหเณน อาสนมฺปิ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ทารุมาสโกติ เย โวหารํ คจฺฉนฺตีติ อิติ-สทฺเทน เอวํปกาเร ทสฺเสติ. อญฺเญหิ คาหาปเน อุปนิกฺขิตฺตสาทิยเน จ ปฏิคฺคหณตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เนว นํ อุคฺคณฺหาติ, น อุคฺคณฺหาเปติ, น อุปนิกฺขิตฺตํ สาทิยตี’’ติ. อถ วา ติวิธํ ปฏิคฺคหณํ กาเยน วาจาย มนสาติ. ตตฺถ กาเยน ปฏิคฺคหณํ อุคฺคณฺหนํ, วาจาย ปฏิคฺคหณํ อุคฺคหาปนํ, มนสา ปฏิคฺคหณํ สาทิยนนฺติ ติวิธมฺปิ ปฏิคฺคหณํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘ปฏิคฺคหณา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เนว นํ อุคฺคณฺหาตี’’ติอาทิ. เอส นโย อามกธญฺญปฏิคฺคหณาติอาทีสุปิ. นีวาราทิอุปธญฺญสฺส สาลิอาทิมูลธญฺญนฺโตคธตฺตา วุตฺตํ ‘‘สตฺตวิธสฺสา’’ติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ วสานิ เภสชฺชานิ อจฺฉวสํ มจฺฉวสํ สุสุกาวสํ สุกรวสํ คทฺรภวส’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) วุตฺตตฺตา อิทํ โอทิสฺส อนุญฺญาตํ นาม, ตสฺส ปน ‘‘กาเล ปฏิคฺคหิต’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) วุตฺตตฺตา ปฏิคฺคหณํ วฏฺฏติ. สติ ปจฺจเยติ อาห ‘‘อญฺญตฺร โอทิสฺส อนุญฺญาตา’’ติ.

สรูเปน วญฺจนํ รูปกูฏํ, ปติรูเปน วญฺจนาติ อตฺโถ. องฺเคน อตฺตโน สรีราวยเวน วญฺจนํ องฺคกูฏํ. คหณวเสน วญฺจนํ คหณกูฏํ. ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา วญฺจนํ ปฏิจฺฉนฺนกูฏํ. อกฺกมตีติ นิปฺปีเฬติ, ปุพฺพภาเค อกฺกมตีติ สมฺพนฺโธ.

หทยนฺติ นาฬิอาทีนํ มานภาชนานํ อพฺภนฺตรํ. ติลาทีนํ นาฬิอาทีหิ มินนกาเล อุสฺสาปิตสิขาเยว สิขา. สิขาเภโท ตสฺสาหาปนํ.

เกจีติ สารสมาสาจริยา, อุตฺตรวิหารวาสิโน จ. วโธติ มุฏฺฐิปหารกสาตาฬนาทีหิ วิเหสนํ, วิพาธนนฺติ อตฺโถ. วิเหฐนตฺโถปิ หิ วธ-สทฺโท ทิสฺสติ ‘‘อตฺตานํวธิตฺวา วธิตฺวา โรทตี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๘๗๙, ๘๘๑). ยถา หิ อปริคฺคหภาวสามญฺเญ สติปิ ปพฺพชิเตหิ อปฺปฏิคฺคหิตพฺพวตฺถุวิภาคสนฺทสฺสนตฺถํ อิตฺถิกุมาริทาสิทาสาทโย วิภาเคน วุตฺตา. เอวํ ปรสฺส หรณภาวโต อทินฺนาทานภาวสามญฺเญ สติปิ ตุลากูฏาทโย อทินฺนาทานวิเสสภาวทสฺสนตฺถํ วิภาเคน วุตฺตา, น เอวํ ปาณาติปาตปริยายสฺส วธสฺส ปุน คหเณ ปโยชนํ อตฺถิ, ตตฺถ สยํกาโร, อิธ ปรํกาโรติ จ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘กายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ฉปฺปโยคา’’ติ วจนโต. ตสฺมา ยถาวุตฺโต เอเวตฺถ อตฺโถ ยุตฺโต. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วโธติ มารณ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ โปถนเมว สนฺธายาติ จ สกฺกา วิญฺญาตุํ มารณ-สทฺทสฺสปิ วิหึสเน ทิสฺสนโต.

๒๙๔. จีวรปิณฺฑปาตานํ ยถากฺกมํ กายกุจฺฉิปริหรณมตฺตโชตนายํ อวิเสสโต อฏฺฐนฺนํ ปริกฺขารานํ อนฺตเร ตปฺปโยชนตา สมฺภวตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เต สพฺเพปี’’ติอาทิมาห. เอเตปีติ นวปริกฺขาริกาทโยปิ อปฺปิจฺฉาว สนฺตุฏฺฐาว. น หิ ตตฺถเกน มหิจฺฉตา, อสนฺตุฏฺฐิตา วา โหตีติ.

จตูสุ ทิสาสุ สุขํ วิหรติ, ตโต เอว สุขวิหารฏฺฐานภูตา จตสฺโส ทิสา อสฺส สนฺตีติ วา จาตุทฺทิโส. ตตฺถ จายํ สตฺเต วา สงฺขาเร วา ภเยน น ปฏิหญฺญตีติ อปฺปฏิโฆ. ทฺวาทสวิธสฺส สนฺโตสสฺส วเสน สนฺตุสฺสนโก สนฺตุสฺสมาโน. อิตรีตเรนาติ อุจฺจาวเจน. ปริสฺสยานํ พาหิรานํ สีหพฺยคฺฆาทีนํ, อพฺภนฺตรานญฺจ กามจฺฉนฺทาทีนํ กายจิตฺตุปทฺทวานํ อภิภวนโต ปริสฺสยานํ สหิตา. ถทฺธภาวกรภยาภาเวน อจฺฉมฺภี. เอโก อสหาโย. ตโต เอว ขคฺคมิคสิงฺคสทิสตาย ขคฺควิสาณกปฺโป จเรยฺยาติ อตฺโถ.

ฉินฺนปกฺโข, อสญฺชาตปกฺโข วา สกุโณ คนฺตุํ น สกฺโกตีติ ‘‘ปกฺขี สกุโณ’’ติ ปกฺขิ-สทฺเทน วิเสเสตฺวา สกุโณ ปาฬิยํ วุตฺโตติ อาห ‘‘ปกฺขยุตฺโต สกุโณ’’ติ. ยสฺส สนฺนิธิการปริโภโค กิญฺจิ ฐเปตพฺพํ สาเปกฺขาย ฐปนญฺจ นตฺถิ, ตาทิโส อยํ ภิกฺขูติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ’’ติอาทิมาห. อริยนฺติ อเปนฺติ ตโต โทสา, เตหิ วา อารกาติ อริโยติ อาห ‘‘อริเยนาติ นิทฺโทเสนา’’ติ. อชฺฌตฺตนฺติ อตฺตนิ. นิทฺโทสสุขนฺติ นิรามิสสุขํ กิเลสวชฺชรหิตตฺตา.

๒๙๕. ยถาวุตฺเต สีลสํวเร ปติฏฺฐิตสฺเสว อินฺทฺริยสํวโร อิจฺฉิตพฺโพ ตทธิฏฺฐานโต, ตสฺส จ ปริปาลกภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘โส อิมินา อริเยน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต ภิกฺขู’’ติ. เสสปเทสูติ ‘‘น นิมิตฺตคฺคาหี โหตี’’ติอาทีสุ ปเทสุ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๕) วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺส ลีนตฺถปฺปกาสินิยํ สํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๕) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. รูปาทีสุ นิมิตฺตาทิคฺคาหปริวชฺชนลกฺขณตฺตา อินฺทฺริยสํวรสฺส กิเลเสหิ อนวสิตฺตสุขตา อวิกิณฺณสุขตา จสฺส วุตฺตา.

๒๙๖. ปจฺจยสมฺปตฺตินฺติ ปจฺจยปาริปูรึ. อิเม จตฺตาโรติ สีลสํวโร สนฺโตโส อินฺทฺริยสํวโร สติสมฺปชญฺญนฺติ อิเม จตฺตาโร อรญฺญวาสสฺส สมฺภารา. ติรจฺฉานคเตหิ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ อิสิสิงฺคสฺส ปิตุอาทโย วิย. วนจรเกหีติ วนจรกมาตุคาเมหิ. เภรวสทฺทํ สาเวนฺติ, ตาวตา อปลายนฺตานํ หตฺเถหิ สีสํ…เป… กโรนฺติ. ปณฺณตฺติวีติกฺกมสงฺขาตํ กาฬกํ วา. มิจฺฉาวิตกฺกสงฺขาตํ ติลกํ วา. ตนฺติ ปีตึ วิภูตภาเวน อุปฏฺฐานโต ขยโต สมฺมสนฺโต.

วิวิตฺตนฺติ ชนวิวิตฺตํ. เตนาห ‘‘สุญฺญ’’นฺติ. สา จ วิวิตฺตตา นิสฺสทฺทภาเวน ลกฺขิตพฺพาติ อาห ‘‘อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆส’’นฺติ. อาวสถภูตํ เสนาสนํ วิหริตพฺพฏฺเฐน วิหารเสนาสนํ. มสารกาทิ มญฺจปีฐํ ตตฺถ อตฺถริตพฺพํ ภิสิอุปธานญฺจ มญฺจปีฐสมฺพนฺธิโต มญฺจปีฐเสนาสนํ. จิมิลิกาทิ ภูมิยํ สนฺถริตพฺพตาย สนฺถตเสนาสนํ. รุกฺขมูลาทิ ปฏิกฺกมิตพฺพฏฺฐานํ จงฺกมนาทีนํ โอกาสภาวโต โอกาสเสนาสนํ.

‘‘อนุจฺฉวิกํ ทสฺเสนฺโต’’ติ วตฺวา ตเมว อนุจฺฉวิกภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อจฺฉนฺนนฺติ อิฏฺฐกฉทนาทินา อนฺตมโส รุกฺขสาขาหิปิ น ฉนฺนํ.

ภตฺตสฺส ปจฺฉโตติ ภตฺตภุญฺชนสฺส ปจฺฉโต. อูรุพทฺธาสนนฺติ อูรูนํ อโธพนฺธนวเสน นิสชฺชํ. เหฏฺฐิมกายสฺส อนุชุกฏฺฐปนํ นิสชฺชาวจเนเนว โพธิตนฺติ. อุชุํ กายนฺติ เอตฺถ กาย-สทฺโท อุปริมกายวิสโยติ อาห ‘‘อุปริมํ สรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา’’ติ. ตํ ปน อุชุกฏฺฐปนํ สรูปโต ปโยชนโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐารสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ปณมนฺตีติ น โอณมนฺติ. น ปริปตตีติ น วิคจฺฉติ, วีถึ น วิลงฺเฆติ. ตโต เอว ปุพฺเพนาปรํ วิเสสปฺปตฺติยา กมฺมฏฺฐานํ วุทฺธึ ผาตึ อุปคจฺฉติ. มุขสมีเปติ มุขสฺส สมีเป นาสิกคฺเค วา อุตฺตโรฏฺเฐ วา. อิธ ปริ-สทฺโท อภิ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานาภิมุข’’นฺติ, พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต นิวาเรตฺวา กมฺมฏฺฐานํเยว ปุรกฺขตฺวาติ อตฺโถ. ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ ‘‘ปริณายิกา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖) วิย. นิยฺยานฏฺโฐ ปฏิปกฺขโต นิคฺคมนฏฺโฐ, ตสฺมา ปริคฺคหิตนิยฺยานสตินฺติ สพฺพถา คหิตาสมฺโมสํ ปริจฺจตฺตสมฺโมสํ สตึ กตฺวา, ปรมํ สติเนปกฺกํ อุปฏฺฐเปตฺวาติ อตฺโถ.

วิกฺขมฺภนวเสนาติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนํ อนุปฺปาทนํ อปฺปวตฺตนํ น ปฏิปกฺเขน สุปฺปหีนตา. ปหีนตฺตาติ จ ปหีนสทิสตํ สนฺธาย วุตฺตํ ฌานสฺส อนธิคตตา. ตถาปิ นยิทํ จกฺขุวิญฺญาณํ วิย สภาวโต วิคตาภิชฺฌํ, อถ โข ภาวนาวเสน. เตนาห ‘‘น จกฺขุวิญฺญาณสทิเสนา’’ติ. เอเสว นโยติ ยถา จกฺขุวิญฺญาณํ สภาเวน วิคตาภิชฺฌํ อพฺยาปนฺนญฺจ, น ภาวนาย วิกฺขมฺภิตตฺตา, น เอวมิทํ. อิทํ ปน จิตฺตํ ภาวนาย ปริโสธิตตฺตา อพฺยาปนฺนํ วิคตถินมิทฺธํ อนุทฺธตํ นิพฺพิจิกิจฺฉญฺจาติ อตฺโถ. อิทํ อุภยนฺติ สติสมฺปชญฺญมาห.

๒๙๗. อุจฺฉินฺทิตฺวา ปาเตนฺตีติ เอตฺถ อุจฺฉินฺทนํ ปาตนญฺจ ตาสํ ปญฺญานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานเมว. อิติ มหคฺคตานุตฺตรปญฺญานํ เอกจฺจาย จ ปริตฺตปญฺญาย อนุปฺปตฺติเหตุภูตา นีวรณา ธมฺมา อิตราย จ สมตฺถตํ วิหนนฺติเยวาติ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา วุตฺตา. อิทมฺปิ ปฐมชฺฌานํ เวเนยฺยสนฺตาเน ปติฏฺฐาปิยมานํ ญาณํ ปชฺชติ เอตฺถาติ ญาณปทํ. ญาณํ วฬญฺเชติ เอตฺถาติ ญาณวฬญฺชํ.

๒๙๙. น ตาว นิฏฺฐํ คโต พาหิรกานํ ญาเณน อกฺกนฺตฏฺฐานานิปิ สิยุนฺติ. ยทิ เอวํ อนญฺญสาธารเณ มคฺคญาณปเท กถํ น นิฏฺฐงฺคโตติ อาห ‘‘มคฺคกฺขเณปี’’ติอาทิ. ตีสุ รตเนสุ นิฏฺฐํ คโต โหตีติ พุทฺธสุพุทฺธตํ ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติตญฺจ อารพฺภ ญาเณน นิฏฺฐํ นิจฺฉยํ อุปคโต โหติ. กามญฺเจตฺถ ปฐมมคฺเคเนว สพฺพโส วิจิกิจฺฉาย ปหีนตฺตา สพฺพสฺสปิ อริยสาวกสฺส กงฺขา วา วิมติ วา นตฺถิ, ตตฺถ ปน ยถา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺตสฺส อรหโต สวิสเย ญาณํ สวิเสสํ โอคาหติ, น ตถา อนาคามิอาทีนนฺติ รตนตฺตเย สาติสยํ ญาณนิจฺฉยคมนํ สนฺธาย ‘‘อคฺคมคฺควเสน ตตฺถนิฏฺฐาคมนํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

จูฬหตฺถิปโทปมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.