๓. โอปมฺมวคฺโค

๑. กกจูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๒๒. โมฬินฺติ เกสรจนํ. เวหายสนฺติ อากาเส. รตนจงฺโกฏวเรนาติ รตนสิลามยวรจงฺโกฏเกน สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหิ. ‘‘สุวณฺณจงฺโกฏกวเรนา’’ติปิ (พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒๓ ทูเรนิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.๒ อวิทูเรนิทานกถา) ปาโฐ.

สาติ โมฬิ. โมฬิ เอตสฺส อตฺถีติ โมฬิโก, โมฬิโก เอว โมฬิโย. ผคฺคุโนติ ปน นามํ. สงฺขาติ สมญฺญา. เวลียติ ขณมุหุตฺตาทิวเสน อุปทิสียตีติ เวลา, กาโลติ อาห ‘‘ตายํ เวลายํ…เป… อยํ กาลเวลา นามา’’ติ. เวลยติ ปริจฺเฉทวเสน ติฏฺฐตีติ เวลา, สีมา. เวลยติ สํกิเลสปกฺขํ จาลยตีติ เวลา, สีลํ. อนติกฺกมนฏฺโฐปิ จสฺส สํกิเลสธมฺมนิมิตฺตํ อจลนเมว. วิญฺญุปุริสาภาเว ฉปญฺจวาจามตฺตํ โอวาเท ปมาณํ นาม.ทวสหคตํ กตฺวาติ กีฬาสหิตํ กตฺวา.

มิสฺสีภูโตติ อนนุโลมิกสํสคฺควเสน มิสฺสีภูโต. ‘‘อวณฺณํ ภาสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘ตาปนปจนโกฏฺฏนาทีนี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อธิกรณมฺปิ กโรตีติ เอตฺถ ยถา โส อธิกรณาย ปริสกฺกติ, ตํทสฺสนํ ‘‘อิเมสํ ภิกฺขูน’’นฺติอาทิ. อธิกรณํ อากฑฺฒตีติ อธิกรณํ อุทฺทิสฺส เต ภิกฺขู อากฑฺฒติ, อธิกรณํ วา เตสุ อุปฺปาเทนฺโต อากฑฺฒติ. อุทฺเทสปทํ วาติ ปทโส อุทฺเทสมตฺตํ วา. เนว ปิยกมฺยตายาติ เนว อตฺตนิ สตฺถุโน ปิยภาวกามตาย. น เภทาธิปฺปาเยนาติ น สตฺถุโน เตน ภิกฺขุนา เภทาธิปฺปาเยน. อตฺถกามตายาติ โมฬิยผคฺคุนสฺส หิตกามตาย.

๒๒๔. อวณฺณภาสเนติ ภิกฺขุนีนํ อคุณกถเน. ฉนฺทาทีนํ วตฺถุภาวโต กามคุณา เคหํ วิย เคหํ, เต จ เต สิตา นิสฺสิตาติ เคหสฺสิตาติ วุตฺตา. ตณฺหาฉนฺทาปิ ตาสํ กตฺตุกามตาปีติ อุภเยปิ ตณฺหาฉนฺทา, ปฏิฆฉนฺทา ปน เตสํ กตฺตุกามตา เอว. ผลิกมณิ วิย ปกติปภสฺสรสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส อุปสงฺโค วิย วิปริณามการณํ ราคาทโยติ อาห ‘‘รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณต’’นฺติอาทิ. หิตานุกมฺปีติ กรุณาย ปจฺจุปฏฺฐาปนมาห. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) วิย อนฺตร-สทฺโท จิตฺตปริยาโยติ อาห ‘‘โทสนฺตโรติ โทสจิตฺโต’’ติ.

๒๒๕. ทุพฺพจตาย โอวาทํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต จิตฺเตเนว ปฏิวิรุทฺโธ อฏฺฐาสิ. คณฺหึสุ จิตฺตํ, หทยคาหินึ ปฏิปชฺชึสูติ อตฺโถ. ปูรยึสุ อชฺฌาสยนฺติ อตฺโถ. เอกสฺมึ สมเย ปฐมโพธิยํ. เอกาสนํ โภชนสฺส เอกาสนโภชนํ, เอกเวลายเมว โภชนํ. ตญฺจ โข ปุพฺพเณฺห เอวาติ อาห ‘‘เอกํ ปุเรภตฺตโภชน’’นฺติอาทิ. สตฺตกฺขตฺตุํ ภุตฺตโภชนมฺปิ อิมสฺมึ สุตฺเต เอกาสนโภชนนฺเตว อธิปฺเปตํ, น เอกาสนิกตาย เอกาย เอว นิสชฺชาย โภชนํ. ‘‘อปฺปฑํส…เป… สมฺผสฺส’’นฺติอาทีสุ วิย อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถติ อาห ‘‘นิราพาธตํ, นิทฺทุกฺขต’’นฺติ. ปธานาทิวเสน สลฺลหุกํ อกิจฺฉํ อุฏฺฐานํ สลฺลหุกอุฏฺฐานํ. น เอกปฺปหาเรนาติ น เอกวาเรน, น เอกสฺมึเยว กาเลติ อธิปฺปาโย. เทฺว โภชนานีติ ‘‘อปรเณฺห รตฺติย’’นฺติ กาลวเสน เทฺว โภชนานิ. ปญฺจ คุเณติ อปฺปาพาธาทิเก ปญฺจ อานิสํเส. สตุปฺปาทกรณียมตฺตเมวาติ สตุปฺปาทมตฺตกรณียเมว, นิวาเรตพฺพสฺส ปุนปฺปุนํ สมาทปนญฺจ นาโหสิ.

มณฺฑภูมีติ โอชวนฺตภูมิ, ยตฺถ ปริสิญฺจเนน วินา สสฺสานิ กิฏฺฐานิ สมฺปชฺชนฺติ. ยุเค โยเชตพฺพานิ โยคฺคานิ, เตสํ อาจริโย โยคฺคาจริโย, เตสํ สิกฺขาปนโก. คามณิหตฺถิอาทโยปิ ‘‘โยคฺคา’’ติ วุจฺจนฺตีติ อาห ปาฬิยํ ‘‘อสฺสทมฺมสารถี’’ติ. จตูสุ มคฺเคสุ เยน เยน มคฺเคน อิจฺฉติ. ชวสมคาทิเภทาสุ คตีสุ ยํ ยํ คตึ. ตํ ตํ มคฺคํ อารุฬฺหาว โอติณฺณาเยว. เนว วาเรตพฺพา รสฺมิวินิคฺคณฺหเนน. น วิชฺฌิตพฺพา ปโตทลฏฺฐิยา. คมนเมวาติ อิเม ยุตฺตา มม อิจฺฉานุรูปํ มนฺทํ คจฺฉนฺติ, สมํ คจฺฉนฺติ, สีฆํ คจฺฉนฺตีติ ขุเรสุ นิมิตฺตคฺคหณํ ปฏฺฐเปตฺวา สารถินา เตสํ คมนเมว ปสฺสิตพฺพํ โหติ, น ตตฺถ นิโยชนํ. เตหิปิ ภิกฺขูหิ. ปชหึสุ ปชหิตพฺพํ. สาลทูสนาติ สาลรุกฺขวิสนาสกา. อญฺญา จ วลฺลิโย สาลรุกฺเข วินนฺธิตฺวา ฐิตา. พหิ นีหรเณนาติ สาลวนโต พหิ ฉฑฺฑเนน. สุสณฺฐิตาติ สณฺฐานสมฺปนฺนา, มริยาทํ พนฺธิตฺวาติ อาลวาลสมฺปาทนวเสน มริยาทํ พนฺธิตฺวา. กิปิลฺลปุฏกํ ตมฺพกิปิลฺลกปุฏกํ. สุกฺขทณฺฑกหรณํ อาลวาลพฺภนฺตรา.

๒๒๖. วิเทหรฏฺเฐ ชาตสํวฑฺฒตาย เวเทหิกา. ปณฺฑา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย อิตา คตา ปวตฺตาติ ปณฺฑิตา. คหปตานีติ เคหสามินี. โสรจฺเจนาติ สํยเมน. นิวาตวุตฺตีติ ปณิปาตการี. นิพฺพุตาติ นิพฺพุตทุจฺจริตปริฬาหา. อุฏฺฐาหิกาติ อุฏฺฐานวีริยวตี. กิพฺพิสาติ กุรูรา.

๒๒๗. เอวํ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสตฺวาติ ‘‘คุณวนฺโต’’ติ โลเก ปตฺถฏกิตฺติสทฺทานมฺปิ อกฺขนฺตินิมิตฺตํ อยสุปฺปตฺติคุณปริหานิอาทึ อกฺขมตายอาทีนวํ ปกาเสตฺวา. วจนปเถติ วจนมคฺเค ยุตฺตกาลาทิเก. สณฺหาภาโวปิ หิ วจนสฺส ปวตฺติอากาโรติ กตฺวา ‘‘วจนปโถ’’ เตฺวว วุตฺโต. เตสํเยว กาลาทีนํ. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, อุปฺปนฺนํ เมตฺตจิตฺตํ เอเตสนฺติ อุปฺปนฺนเมตฺตจิตฺตา. ปุน ‘‘กาเลน วา, ภิกฺขเว’’ติอาทิ (ปริ. ๓๖๒, ๓๖๓) ปาฬิ ธมฺมสภาวทสฺสนวเสน ปวตฺตา ‘‘ปรํ โจทนาวเสน วทนฺตา นาม อิเมหิ อากาเรหิ วทนฺตี’’ติ. อธิมุญฺจิตฺวาติ อภิรติวเสน ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาวนาจิตฺตํ มุญฺจิตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา. โส ปุคฺคโล อารมฺมณํ เอตสฺสาติ ตทารมฺมณํ, เมตฺตจิตฺตํ. ยทิ เอวํ ปเทสวิสยํ ตํ กถํ นิปฺปเทสวิสยํ วิย โหตีติ โจเทนฺโต ‘‘กถํ ตทารมฺมณํ สพฺพาวนฺตํ โลกํ กโรตี’’ติ อาห, อิตโร ‘‘ปญฺจ วจนปเถ’’ติอาทินา ปริหรติ. อิธ ตทารมฺมณญฺจาติ ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวาติ ปาฬิยํ วจนเสโส ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘ปุน ตสฺเสวา’’ติอาทิ. สพฺพา สตฺตกายสงฺขาตา ปชา เอตสฺส อตฺถีติ สพฺพาวนฺโตติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพาวนฺต’’นฺติ อาห. วิปุเลนาติ มหาชนารมฺมเณน. มหนฺตปริยาโย หิ วิปุล-สทฺโท, มหตฺตญฺเจตฺถ พหุกภาโว. เตนาห ‘‘อเนกสตฺตารมฺมเณนา’’ติ. ตญฺจ ปุคฺคลนฺติ ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคลํ. จิตฺตสฺสาติ เมตฺตาสหคตจิตฺตสฺส. เอตฺถ จ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิหริสฺสามาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ กถนฺติ อาห ‘‘ตญฺจ ปุคฺคลํ สพฺพญฺจ โลกํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา’’ติ.

๒๒๘. ตทตฺถทีปิกนฺติ ยา เมตฺตํ เจโตวิมุตฺตึ สมฺมเทว ภาเวตฺวา ฐิตสฺส นิพฺพิการโต เกนจิ วิการํ น อาปาเทตพฺพตา, ตทตฺถโชติกํ. อปถวินฺติ ปถวี น โหตีติ อปถวี. นิปฺปถวินฺติ สพฺเพน สพฺพํ ปถวีภาวาภาวํ. ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ จกฺกวาฬปพฺพเตหิ ตํ ตํ จกฺกวาฬํ ปริจฺฉินฺทติ? น, ตทญฺญจกฺกวาฬปถวิยา เอกาพทฺธภาวโต. ติณฺณญฺหิ จกฺกานํ อนฺตรสทิเส ติณฺณํ ติณฺณํ โลกธาตูนํ อนฺตเรเยว ปถวี นตฺถิ โลกนฺตรนิรยภาวโต. จกฺกวาฬปพฺพตนฺตเรหิ สมฺพทฺธฏฺฐาเน ปถวี เอกาพทฺธาว. วิวฏฺฏกาเล หิ สณฺฐหมานาปิ ปถวี ยถาสณฺฐิตปถวิยา เอกาพทฺธาว สณฺฐหติ. เตนาห ‘‘ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนา’’ติ. อิมินาว คมฺภีรภาเวน วุตฺตปริมาณโต ปรํ นตฺถีติ ทีปิตํ โหติ.

๒๒๙. หลิทฺทีติ หลิทฺทิวณฺณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยํ กิญฺจิ ปีตกวณฺณ’’นฺติ. วณฺณสงฺขาตํ รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี, น รูปีติ อรูปีติ อาห ‘‘อรูโป’’ติ. เตเนวาห ‘‘สนิทสฺสนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ.

๒๓๐. ปญฺจ โยชนสตานีติ หิมวนฺตโต สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, น อโนตตฺตทหมุขโต. อญฺญา นทิโย อุปาทาย ลพฺภมานํ คมฺภีรตํ อปฺปเมยฺยอุทกตญฺจ คเหตฺวา ‘‘คมฺภีรา อปฺปเมยฺยา’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ติณุกฺกาย ตาเปตพฺพตฺตาภาวทสฺสนปรเมตนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอเตน ปโยเคนา’’ติอาทิ.

๒๓๑. ตูลินี วิย ตูลินีติ อาห ‘‘สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา’’ติ. สสฺสรนฺติ เอวํปวตฺโต สทฺโท สสฺสรสทฺโท. อนุรวทสฺสนเญฺหตํ. ตถา ภพฺภรสทฺโท. สพฺพเมตํ เมตฺตาวิหาริโน จิตฺตสฺส ทูเสตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวทสฺสนปรํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยถา มหาปถวี เกนจิ ปุริเสน อปถวึ กาตุํ น สกฺกา, ยถา อากาเส กิญฺจิ รูปํ ปฏฺฐเปตุํ น สกฺกา, ยถา คงฺคาย อุทกํ ติณุกฺกาย ตาเปตุํ น สกฺกา, ยถา จ พิฬารภสฺตํ ถทฺธํ ผรุสญฺจ สมฺผสฺสํ กาตุํ น สกฺกา, เอวเมวํ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา อาเสวิตาย ภาวิตาย พหุลีกตาย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุริเสน เกนจิ ปริยาเยน จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺกาติ.

๒๓๒. โอจรกาติ ปรูปฆาตวเสน หีนกมฺมการิโน. เตนาห ‘‘นีจกมฺมการกา’’ติ. อนธิวาสเนนาติ อกฺขมเนน. มยฺหํ โอวาทกโร น โหตีติ ปรมฺหิ อนตฺถการิมฺหิ จิตฺตปโทสเนน อาฆาตุปฺปาทเนน มม สาสเน สมฺมาปฏิปชฺชมาโน นาม น โหติ.

๒๓๓. อณุนฺติ อปฺปกํ ตนุ ปริตฺตกํ. ถูลนฺติ มหนฺตํ โอฬาริกํ. วจนปถสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา ตํ สาวชฺชวิภาเคน คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ วา’’ติ. ขนฺติยา อิทํ ภาริยํ น โหตีติ อโวจุํ ‘‘อนธิ…เป… ปสฺสามา’’ติ. ทีฆรตฺตนฺติ จิรกาลํ, อจฺจนฺตเมวาติ อตฺโถ. อจฺจนฺตญฺจ หิตสุขํ นาม อญฺญาธิคเมเนวาติ อาห ‘‘อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต’’ติ.

กกจูปมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๒. อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๓๔. พาธยึสูติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) หนึสุ. ตํตํสมฺปตฺติยา วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ, อนติกฺกมนฏฺเฐน ตสฺมึ อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายสฺส วา กรณสีลาติ อนฺตรายิกา. เตนาห ‘‘อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ. อานนฺตริยธมฺมาติ อานนฺตริยสภาวเจตนาธมฺมา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – จุติอนนฺตรผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตา, ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลา, อนนฺตรปโยชนาติ วา อานนฺตริกา, เต เอว อานนฺตริยาติ วุตฺตา. กมฺมานิ เอว อนฺตรายิกาติ กมฺมนฺตรายิกา. โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส มิจฺฉาจารลกฺขณาภาวโต. น หิ ภิกฺขุนิยา ธมฺมรกฺขิตภาโว อตฺถิ. ปากติกภิกฺขุนีวเสน เจตํ วุตฺตํ, อริยาย ปน ปวตฺตํ อปายสํวตฺตนิยเมว. นนฺทมาณวโก เจตฺถ นิทสฺสนํ. อุภินฺนํ สมานจฺฉนฺทตาวเสน วา อสคฺคนฺตรายิกตา, โมกฺขนฺตรายิกตา ปน โมกฺขตฺถปฏิปตฺติยา วิทูสนโต, อภิภวิตฺวา ปน ปวตฺติยํ สคฺคนฺตรายิกตาปิ น สกฺกา นิวาเรตุนฺติ. อเหตุกทิฏฺฐิอกิริยทิฏฺฐินตฺถิกทิฏฺฐิโยว นิยตภาวํ ปตฺตา นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา. ปฏิสนฺธิธมฺมาติ ปฏิสนฺธิจิตฺตุปฺปาทมาห. ปณฺฑกาทิคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ สพฺพายปิ อเหตุกปฏิสนฺธิยา วิปากนฺตรายิกภาวโต. ยา หิ อริเย อุปวทติ, สา เจตนา อริยูปวาทธมฺมา. ตโต ปรนฺติ ขมาปนโต อุปริ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาสีหนาทสฺส ลีนตฺถปกาสเน วุตฺตเมว. ยาว ภิกฺขุภาวํ ปฏิชานาติ ปาราชิกํ อาปนฺโน. น วุฏฺฐาติ เสสํ ครุกาปตฺตึ. น เทเสติ ลหุกาปตฺตึ.

อยํ ภิกฺขุ อริฏฺโฐ. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ อนวชฺเชน ปจฺจยปริภุญฺชนรเสน สาวชฺชํ กามคุณปริโภครสํ สมาเนตฺวา. อุปเนนฺโต วิยาติ พนฺธนํ อุปเนนฺโต วิย. ‘‘ฆเฏนฺโต วิยา’’ติปิ ปาโฐ. อุปสํหรนฺโต วิยาติ สทิสตํ อุปสํหรนฺโต วิย เอกนฺตสาวชฺเช อนวชฺชภาวปกฺเขเปน. ปาปกนฺติ ลามกฏฺเฐน ทุคฺคติสมฺปาปนฏฺเฐน จ ปาปกํ. เสตุกรณวเสน มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ‘‘สาวชฺช’’นฺติ ทิฏฺฐํ ‘‘อนวชฺช’’นฺติ คหเณน เตน ปฏิวิรุชฺฌนฺโต. เอกนฺตโต อนนฺตรายิกนฺติ คหเณน เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหนฺโต. กามกณฺฏเกหิ อริยมคฺคสมฺมาปฏิปตฺติ น อุปกฺกิลิสฺสตีติ วทนฺโต ‘‘อริยมคฺเค ขาณุกณฺฏกาทีนิ ปกฺขิปนฺโต’’ติ วุตฺโต. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทสงฺขาเต, ‘‘อพฺรหฺมจริยํ ปหายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๘, ๑๙๔) อาทิเทสนาสงฺขาเต จ อาณาจกฺเก.

ปุจฺฉมานา สมนุยุญฺชนฺติ นาม. ปุจฺฉา หิ อนุโยโคติ. เตนาธิคตาย ลทฺธิยา อนุวชฺชนตฺถํ ปจฺจนุภาสเนน ปุน ปฏิชานาปนํ ปติฏฺฐาปนํ, ตํ ปนสฺส อาทาย สมาทาปนํ วิย โหตีติ อาห ‘‘สมนุคาหนฺติ นามา’’ติ. ตสฺสา ปน ลทฺธิยา อนุยุญฺชิตาย วุจฺจมานมฺปิ การณํ การณปติรูปกเมวาติ ตสฺส ปุจฺฉนํ สมนุภาสนํ. อนุทหนฏฺเฐน อนุปายปฏิปตฺติยา สมฺปติ อายติญฺจ อนุทหนฏฺเฐน. มหาภิตาปนฏฺเฐน อนวฏฺฐิตสภาวตาย. อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน มุหุตฺตรมณียตาย. ตาวกาลิกฏฺเฐน ปเรหิ อภิภวนียตาย. สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน เฉทนเภทนาทิอธิกรณภาเวน. อุคฺฆาฏสทิสตาย อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. อวเณ วณํ อุปฺปาเทตฺวา อนฺโต อนุปวิสนสภาวตาย วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกอนตฺถนิมิตฺตตาย สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน.ทิฏฺฐิถาเมนาติ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ถามคตภาเวน. ทิฏฺฐิปรามาเสนาติ ทิฏฺฐิสงฺขาตปรามสเนน. ทิฏฺฐิเยว หิ ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสเนน ปรามาโส. อภินิวิสฺสาติ ตณฺหาภินิเวสปุพฺพงฺคเมน ทิฏฺฐาภินิเวเสน ‘‘อิทเมเวตฺถ ตถ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา. ยสฺมา หิ อภินิเวสนํ ตตฺถ อภินิวิฏฺฐํ นาม โหติ.ตสฺมา อาห ‘‘อธิฏฺฐหิตฺวา’’ติ.

๒๓๕. นตฺถีติ วตฺตุกาโมปีติ อตฺตโน ลทฺธึ นิคุเหตุกามตาย อวชานิตุกาโมปิ. สมฺปฏิจฺฉติ ปฏิชานาติ. เทฺว กถาติ วิสํวาทนกถํ สนฺธาย วทติ. อภูตกถา หิ ปุพฺเพ ปวตฺตา ภูตกถาย วเสน เทฺว กถาติ วุจฺจติ.

๒๓๖. กสฺส โข นามาติ อิมินา สตฺถา ‘‘น มม ตุยฺหํ ตาทิสสฺส อตฺถาย ธมฺมเทสนา นาม ภูตปุพฺพา’’ติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ขตฺติยสฺส วา’’ติอาทิ.

ญาณมยา อุสฺมา เอตสฺส อตฺถีติ อุสฺมี, ตถารูเปหิ ปจฺจเยหิ อนุสฺมีกโต ตสฺมึ อตฺตภาเว ปฏิเวธคพฺโภอปิ อุสฺมีกโตติ วิกตภาวโต ปญฺญาพีชมสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อปิ นุ อตฺถีติ ภควา ภิกฺขู ปุจฺฉติ. เต ปฏิกฺขิปนฺตา วทนฺติ ฐานคเตน ทุจฺจริเตน ญาณุปหตภาวํ สมฺปสฺสนฺตา. นิตฺเตชภูโตติ นิตฺเตชํ ภูโต เตโชหานิปฺปตฺโต. ตโต เอว ภิกฺขูนมฺปิ สมฺมุขา โอโลเกตุํ อสมตฺถตาย ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข. สหธมฺมิกํ กิญฺจิ วตฺตุํ อวิสหนโต อปฺปฏิภาโน. สมฺปตฺตูปคนฺติ สมฺปตฺติอาวหํ. ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโตติ ปฏิเสเธนฺโต.

๒๓๗. อนฺตรายกรลทฺธิยา สภาววิภาวเนน ปริสํ โสเธติ. นิสฺสาเรติ นีหรติ อวิสุทฺธทิฏฺฐิตาย. กสฺสจิ พุทฺธานุภาวํ อชานนฺตสฺส. ตสฺส หิ เอวํ ภเวยฺย ‘‘สหสา กถิต’’นฺติ. น หิ กทาจิ พุทฺธานํ สหสา กิริยา นาม อตฺถิ. อสฺสาติ ‘‘กสฺสจี’’ติ วุตฺตภิกฺขุสฺส. สุตฺวาปิ ตุณฺหีภาวํ อาปชฺเชยฺยาติ อถาปิ สิยาติ สมฺพนฺโธ. ตํ สพฺพนฺติ ‘‘สเจ หี’’ติอาทินา วุตฺตํ สพฺพํ ปริกปฺปนํ. น กริสฺสนฺตีติ ปริสาย ลทฺธึ โสเธตีติ สมฺพนฺโธ. ลทฺธึ ปกาเสนฺโตติ มหาสาวชฺชตาวเสน ปกาเสนฺโต. สญฺญาวิตกฺเกหีติ สุภนิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคาหาทิวเสน ปวตฺเตหิ สญฺญาวิตกฺเกหิ. เตนาห ‘‘กิเลสกามสมฺปยุตฺเตหี’’ติ. เมถุนสมาจารนฺติ อิทํ อธิการวเสน วุตฺตํ. ตทญฺญมฺปิ ปน – ‘‘อปิจ โข มาตุคามสฺส อุจฺฉาทนํ ปริมทฺทนํ นหาปนํ สมฺพาหนํ สาทิยตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๗.๕๐) อาคตํ วิสภาควตฺถุวิสยํ อามิสปริโภคํ. ‘‘อญฺญเตฺรว กาเมหิ อญฺญตฺร กามสญฺญาหิ อญฺญตฺร กามวิตกฺเกหิ สมาจริสฺสตี’’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

๒๓๘. โยนิโส ปจฺจเวกฺขเณน นตฺถิ เอตฺถ ฉนฺทราโคติ นิจฺฉนฺทราโค, ตํ นิจฺฉนฺทราคํ. กทาจิ อุโปสถิกภาเวน สมาทินฺนสีลาปิ โหนฺติ กทาจิ โนติ อนิพทฺธสีลานํ คหฏฺฐานํ. สีลสมาทานภาวโต อนฺตรายกรํ. วตฺถุกามานํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ. อปจฺจเวกฺขเณน ภิกฺขูนํ อาวรณกรํ. ปจฺจยานํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ. อยํ อริฏฺโฐ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา วเสน อเมฺห เจว อพฺภาจิกฺขติ, อตฺตานญฺจ ขนติ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวตีติ เอวํ สญฺญา มา โหนฺตูติ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต อาห. อุคฺคณฺหนฺตีติ สชฺฌายนฺติ เจว วาจุคฺคตํ กโรนฺตา ธาเรนฺติ จาติ อตฺโถ.

สุตฺตนฺติอาทินา นวปฺปเภทมฺปิ ปริยตฺติธมฺมํ ปริยาทิยติ. กถํ สุตฺตํ นวปฺปเภทํ? สคาถกญฺหิ สุตฺตํ เคยฺยํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ เวยฺยากรณํ, ตทุภยวินิมุตฺตญฺจ สุตฺตํ อุทานาทิวิเสสสญฺญาวิรหิตํ นตฺถิ, ยํ สุตฺตงฺคํ สิยา, มงฺคลสุตฺตาทีนญฺจ สุตฺตงฺคสงฺคโห น สิยา คาถาภาวโต ธมฺมปทาทีนํ วิย, เคยฺยงฺคสงฺคโห วา สิยา สคาถกตฺตา สคาถาวคฺคสฺส วิย, ตถา อุภโตวิภงฺคาทีสุ สคาถกปฺปเทสานนฺติ? วุจฺจเต –

สุตฺตนฺติ สามญฺญวิธิ, วิเสสวิธโย ปเร;

สนิมิตฺตา นิรูฬฺหตฺตา, สหตาญฺเญน นญฺญโต. (ที. นิ. ฏี. ๑.นิทานกถาวณฺณนา; อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖; สารตฺถ. ฏี. ๑.พาหิรนิทานกถา);

สพฺพสฺสปิ หิ พุทฺธวจนสฺส สุตฺตนฺติ อยํ สามญฺญวิธิ. เตเนวาห อายสฺมา มหากจฺจาโน เนตฺติยํ (เนตฺติ. ๑.สงฺคหวาร) ‘‘นววิธสุตฺตนฺตปริเยฏฺฐี’’ติ. ‘‘เอตฺตกํ ตสฺส ภควโต สุตฺตาคตํ สุตฺตปริยาปนฺนํ (ปาจิ. ๖๕๕, ๑๒๔๒), สกวาเท ปญฺจ สุตฺตสตานี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา) เอวมาทิ จ เอตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ. ตเทกเทเสสุ ปน เคยฺยาทโย วิเสสวิธโย เตน เตน นิมิตฺเตน ปติฏฺฐิตา. ตถา หิ เคยฺยสฺส สคาถกตฺตํ ตพฺภาวนิมิตฺตํ. โลเกปิ หิ สสิโลกํ สคาถกํ วา จุณฺณิยคนฺถํ ‘‘เคยฺย’’นฺติ วทนฺติ. คาถาวิรเห ปน สติ ปุจฺฉํ กตฺวา วิสฺสชฺชนภาโว เวยฺยากรณสฺส ตพฺภาวนิมิตฺตํ. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนญฺหิ ‘‘พฺยากรณ’’นฺติ วุจฺจติ, พฺยากรณเมว เวยฺยากรณํ.

เอวํ สนฺเต สคาถกาทีนมฺปิ ปุจฺฉํ กตฺวา วิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตานํ เวยฺยากรณภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ เคยฺยาทิสญฺญานํ อโนกาสภาวโต, ‘‘คาถาวิรเห สตี’’ติ วิเสสิตตฺตา จ. ตถา หิ ธมฺมปทาทีสุ เกวลํ คาถาพนฺเธสุ, สคาถกตฺเตปิ โสมนสฺสญาณมยิกคาถายุตฺเตสุ, ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติ (อิติวุ. ๑) อาทิวจนสมฺพนฺเธสุ, อพฺภุตธมฺมปฏิสํยุตฺเตสุ จ สุตฺตวิเสเสสุ ยถากฺกมํ คาถา-อุทาน-อิติวุตฺตก-อพฺภุตธมฺม-สญฺญา ปติฏฺฐิตา, ตถา สติปิ คาถาพนฺธภาเว ภควโต อตีตาสุ ชาตีสุ จริยานุภาวปฺปกาสเกสุ ชาตกสญฺญา, สติปิ ปญฺหวิสฺสชฺชนภาเว สคาถกตฺเต จ เกสุจิ สุตฺตนฺเตสุ เวทสฺส ลภาปนโต เวทลฺลสญฺญา ปติฏฺฐิตาติ เอวํ เตน เตน สคาถกตฺตาทินา นิมิตฺเตน เตสุ เตสุ สุตฺตวิเสเสสุ เคยฺยาทิสญฺญา ปติฏฺฐิตาติ วิเสสวิธโย สุตฺตงฺคโต ปเร เคยฺยาทโย. ยํ ปเนตฺถ เคยฺยงฺคาทินิมิตฺตรหิตํ, ตํ สุตฺตงฺคํ วิเสสสญฺญาปริหาเรน สามญฺญสญฺญาย ปวตฺตนโตติ. นนุ จ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ เวยฺยากรณนฺติ สุตฺตงฺคํ น สมฺภวตีติ โจทนา ตทวตฺถา เอวาติ? น ตทวตฺถา โสธิตตฺตา. โสธิตญฺหิ ปุพฺเพ ‘‘คาถาวิรเห สติ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนภาโว เวยฺยากรณสฺส ตพฺภาวนิมิตฺต’’นฺติ.

ยญฺจ วุตฺตํ ‘‘คาถาภาวโต มงฺคลสุตฺตาทีนํ สุตฺตงฺคสงฺคโห น สิยา’’ติ (ขุ. ปา. ๕.๑; สุ. นิ. ๒๖๑), ตํ น, นิรุฬฺหตฺตา. นิรุโฬฺห หิ มงฺคลสุตฺตาทีนํ สุตฺตภาโว. น หิ ตานิ ธมฺมปทพุทฺธวํสาทโย วิย คาถาภาเวน ปญฺญาตานิ, กินฺตุ สุตฺตภาเวเนว. เตเนว หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘สุตฺตนามก’’นฺติ นามคฺคหณํ กตํ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สคาถกตฺตา เคยฺยงฺคสงฺคโห สิยา’’ติ, ตทปิ นตฺถิ, ยสฺมา สหตาญฺเญน. สห คาถาหีติ หิ สคาถกํ, สหภาโว จ นาม อตฺถโต อญฺเญน โหติ, น จ มงฺคลสุตฺตาทีสุ คาถาวินิมุตฺโต โกจิ สุตฺตปเทโส อตฺถิ, โย ‘‘สห คาถาหี’’ติ วุจฺเจยฺย, น จ สมุทาโย นาม โกจิ อตฺถิ. ยทปิ วุตฺตํ ‘‘อุภโตวิภงฺคาทีสุ สคาถกปฺปเทสานํ เคยฺยงฺคสงฺคโห สิยา’’ติ, ตทปิ น อญฺญโต. อญฺญา เอว หิ ตา คาถา ชาตกาทิปริยาปนฺนตฺตา, อโต น ตาหิ อุภโตวิภงฺคาทีนํ เคยฺยงฺคภาโวติ. เอวํ สุตฺตาทีนํ องฺคานํ อญฺญมญฺญสงฺกราภาโว เวทิตพฺโพ.

อตฺถตฺถนฺติ อตฺถภูตํ ยถาภูตํ อตฺถํ. อนตฺถมฺปิ เกจิ วิปลฺลาสวเสน ‘‘อตฺโถ’’ติ คณฺหนฺตีติ ‘‘อตฺถตฺถ’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. การณตฺถนฺติ การณภูตํ อตฺถํ, สีลํ สมาธิสฺส การณํ, สมาธิ วิปสฺสนายาติ เอวํ ตสฺส ตสฺส การณภูตํ อตฺถํ. เตนาห ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีล’’นฺติอาทิ. เตเนตํ ทสฺเสติ – อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, ตญฺจ ยาวเทว สมาธตฺถํ, สมาธิ วิปสฺสนตฺโถ, วิปสฺสนา มคฺคตฺถา, มคฺโค ผลตฺโถ, วฏฺฏํ กถิตํ ยาวเทว วิวฏฺฏาธิคมตฺถนฺติ ชานิตุํ น สกฺโกนฺตีติ. เอวํ ปาฬิยํ ‘‘อตฺถ’’นฺติ อิมินา ภาสิตตฺถปโยชนตฺถานํ คหิตตา เวทิตพฺพา. น ปริคฺคณฺหนฺตีติ น วิจาเรนฺติ, นิชฺฌานปญฺญากฺขมา น โหนฺติ, นิชฺฌายิตฺวา ปญฺญาย โรเจตฺวา คเหตพฺพา น โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. อิติ เอวํ เอตาย ปริยตฺติยา วาทปฺปโมกฺขานิสํสา อตฺตโน อุปริ ปเรหิ อาโรปิตวาทสฺส นิคฺคหสฺส โมกฺขปโยชนา หุตฺวา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ. วาทปฺปโมกฺโข วา นินฺทาปโมกฺโข. ยสฺส จาติ ยสฺส จ สีลาทิปูรเณน ปตฺตพฺพสฺส, มคฺคสฺส วา ตทธิคเมน ปตฺตพฺพสฺส, ผลสฺส วา ตทธิคเมน ปตฺตพฺพสฺส, อนุปาทาวิโมกฺขสฺส วา อตฺถาย. ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, ญาเยน ปริยาปุณนฺตีติ อธิปฺปาโย. นานุโภนฺติ น วินฺทนฺติ. เตสํ เต ธมฺมา ทุคฺคหิตา อุปารมฺภมานทปฺปมกฺขปฬาสาทิเหตุภาเวน ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ.

๒๓๙. อลํ ปริยตฺโต คโท อสฺสาติ อลคทฺโท อนุนาสิกโลปํ ท-การาคมญฺจ กตฺวา. วฏฺฏทุกฺขกนฺตารโต นิตฺถรณตฺถาย ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ. ภณฺฑาคาเร นิยุตฺโต ภณฺฑาคาริโก, ภณฺฑาคาริโก วิย ภณฺฑาคาริโก, ธมฺมรตนานุปาลโก. อญฺญํ อตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา ภณฺฑาคาริกสฺเสว สโต ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ. ‘‘วํสานุรกฺขโกวา’’ติ อวธารณํ สีหาวโลกนญาเยน ตนฺติธารโกว ปเวณิปาลโกวาติ ปุริมปททฺวเยปิ โยเชตพฺพํ.

ยทิ ตนฺติธารณาทิอตฺถํ พุทฺธวจนสฺส ปริยาปุณนํ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ, กสฺมา ‘‘ขีณาสวสฺสา’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ, นนุ เอกจฺจสฺส ปุถุชฺชนสฺสปิ อยํ นโย ลพฺภตีติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. อตฺตโน ฐาเนติ นิตฺถรณฏฺฐาเน. กามํ ปุถุชฺชโน ‘‘ปเวณึ ปาเลสฺสามี’’ติ อชฺฌาสเยน ปริยาปุณาติ. อตฺตโน ปน ภวกนฺตารโต อนิตฺติณฺณตฺตา ตสฺส สา ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ เอว นาม โหตีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ.

นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ นิชฺฌานปญฺญํ ขมนฺติ. ตตฺถ ตตฺถ อาคเต สีลาทิธมฺเม นิชฺฌายิตฺวา ปญฺญาย โรเจตฺวา ยาถาวโต คเหตพฺพา โหนฺติ. เตนาห ‘‘อิธ สีล’’นฺติอาทิ. น เกวลํ สุคฺคหิตํ ปริยตฺตึ นิสฺสาย มคฺคภาวนาผลสจฺฉิกิริยา, ปรวาทนิคฺคหสกวาทปติฏฺฐาปนาทีนิปิ อิชฺฌนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปรวาเท’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สหธมฺเมน สุนิคฺคหํ นิคฺคหิตฺวา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๖๘). อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานนฺติ ทิฏฺฐิวินิเวฐนาทิวเสน อิจฺฉิตํ อิจฺฉิตํ ปาฬิปเทสํ. โมเจตุนฺติ อปเนตุํ. อหิตาย ทุกฺขาย อสํวตฺตนมฺปิ ตทภาเว อุปฺปชฺชนกหิตสุขสฺส การณเมว ตสฺมึ สติ ภาวโตติ. สุคฺคหิตอลคทฺทสฺสปิ หิตาย สุขาย สํวตฺตนตา ทฏฺฐพฺพา.

๒๔๐. อุตฺตรนฺติ เอเตนาติ อุตฺตโร, สินนฺติ พนฺธนฺตีติ เสตุ, อุตฺตโร จ โส เสตุ จาติ อุตฺตรเสตุ. กูลํ ปรตีรํ วหติ ปาเปตีติ กุลฺลํ. กลาปํ กตฺวา พทฺโธติ เวฬุนฬาทีหิ กลาปวเสน พทฺโธ. อณุนฺติ อิทํ อฏฺฐสมาปตฺติอารมฺมณํ สญฺโญชนํ สนฺธาย วทติ. ถูลนฺติ อิตรํ. ทิฏฺฐินฺติ ยถาภูตทสฺสนํ, วิปสฺสนนฺติ อตฺโถ. เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตนฺติ เตภูมเกสุ ธมฺเมสุ ญาตํ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ, เอวํ ตณฺหาทิฏฺฐิสํกิเลสาภาเวน สพฺพโส วิสุทฺธํ, ปริสุทฺธตฺตา เอว ปริโยทาตํ. น อลฺลีเยถาติ นิกนฺติวเสน น นิสฺสเยถ. น เกลาเยถาติ น มมาเยถ. น ธนาเยถาติ ธนํ ทฺรพฺยํ น กยิราถ. อุภยตฺถาติ สมเถ วิปสฺสนาย จ.

อสทฺธมฺเมติอาทีสุ อสตํ หีนชฺฌาสยานํ ธมฺโมติ อสทฺธมฺโม. คามวาสีนํ ธมฺโมติ คามธมฺโม. กิเลสานํ วสฺสนสภาวตาย วสลธมฺโม. กิเลเสหิ ทูสิตตฺตา ถูลตฺตา จ ทุฏฺฐุลฺโล. อุทกสุทฺธิปริโยสานตาย โอทกนฺติโก. ‘‘ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพา’’ติ อิมินาปิ โอวาเทน ภิกฺขู อุทฺทิสฺส กเถนฺโตปิ อริฏฺฐํเยว นิคฺคณฺหาติ.

๒๔๑. ติวิธคฺคาหวเสนาติ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหวเสน. ยทิ เอวํ ‘‘อหํ มมาติ คณฺหาตี’’ติ คาหทฺวยเมว กสฺมา วุตฺตนฺติ? นยิทเมวํ ตตฺถาปิ คาหตฺตยสฺเสว วุตฺตตฺตา. ‘‘อห’’นฺติ หิ อิมินา มานทิฏฺฐิคฺคาหา วุตฺตา ‘‘อหมสฺมี’’ติ คาหสามญฺญโต. ทิฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ ปุริมุปฺปนฺนาย ทิฏฺฐิยา อุตฺตรทิฏฺฐิยา สกฺกายทิฏฺฐิยา สสฺสตทิฏฺฐิยา จ การณภาวโต. อารมฺมณํ ปญฺจ ขนฺธา, รูปารมฺมณาทีนิ จ. ทิฏฺฐิยา ปจฺจโย อวิชฺชา-ผสฺส-สญฺญา-วิตกฺก-อโยนิโสมนสิการ-ปาปมิตฺตปรโตโฆสาทิโก ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสยาทิปจฺจโย. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔)‘‘กตมานิ อฏฺฐ ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ อวิชฺชาปิ ผสฺโสปิ สญฺญาปิ วิตกฺโกปิ อโยนิโสมนสิกาโรปิ ปาปมิตฺโตปิ ปรโตโฆโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. รูปารมฺมณาติ รุปฺปนสภาวธมฺมารมฺมณา. รูปํ ปน อตฺตาติ น วตฺตพฺพํ อิธ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๑, ๓๔๕) อิมสฺส คาหสฺส อนธิปฺเปตตฺตา. โส หิ ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทินา ปรโต วุจฺจติ. อิธ ปน ‘‘รูปวนฺตํ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ, อตฺตนิ รูปํ, รูปสฺมึ อตฺตาน’’นฺติ อิเม ตโย คาหา อธิปฺเปตาติ เกจิ, ตทยุตฺตํ. ยสฺมา รูปํ อตฺตา น โหติ, อตฺตคฺคาหสฺส ปน อาลมฺพนํ โหติ, อตฺตสภาเวเยว วา รูปาทิธมฺเม อารพฺภ อตฺตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, น อตฺตานํ ตสฺส ปรมตฺถโต อนุปลพฺภนโต, ตสฺมา รูปาทิอารมฺมณาว อตฺตทิฏฺฐีติ กตฺวา วุตฺตํ, รูปํ ปน ‘‘อตฺตา’’ติ น วตฺตพฺพนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทินา ปน วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนา วิย ทิฏฺฐิอนุปสฺสนา นาม ทสฺสิตา.

คนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตนานํ สมฺปตฺตคาหินฺทฺริยวิสยตาย ปตฺวา คเหตพฺพตา. ตญฺหิ ตสฺส อตฺตโน วิสยํ ปริภุตฺวา สมฺพนฺธํ หุตฺวา คณฺหาติ. อวเสสานิ สตฺตายตนานิ วิญฺญาตํ นาม มนสา วิญฺญาตพฺพโต. อญฺญถา อิตเรสมฺปิ วิญฺญาตตา สิยา. ปตฺตนฺติ อธิคตํ. ปริเยสิตนฺติ คเวสิตํ. อนุวิจริตนฺติ จินฺติตํ. เตนาห ‘‘มนสา’’ติ. เอตฺถ จ ปตฺตปริเยสนานํ อปฏิกฺเขปสฺส, วิสุํ, เอกชฺฌํ ปฏิกฺเขปสฺส จ วเสน จตุกฺโกฏิกํ ทสฺเสตฺวา ปตฺตปริเยสิเตหิ อนุวิจริตสฺส เภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘โลกสฺมิญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริเยสิตฺวา ปตฺตํ ปฐมํ เจตสา ปจฺฉา กาเยน ปตฺตตฺตา ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม เกวลํ ปริเยสิตภาวโต. อปริเยสิตฺวา ปตฺตญฺจ โนปตฺตญฺจ มนสา อนุวิจริตพฺพโต มนสานุวิจริตํ นาม.

อยญฺจ วิกปฺโป อากุโล วิยาติ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปตฺตฏฺเฐนาติ ปตฺตภาเวน ปตฺตตาสามญฺเญน. อปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ มนสานุวิจริตํ นาม ปตฺติยา ปริเยสนาย จ อภาวโต. สพฺพํ วา เอตนฺติ ‘‘ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปี’’ติอาทินา วุตฺตํ จตุพฺพิธมฺปิ. อิมินาติ ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ’’ติอาทิวจเนน. วิญฺญาณารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา ปาริเสสญาเยน. เอวํ ปาริเสสญายปริคฺคเห กึ ปโยชนนฺติ อาห ‘‘เทสนาวิลาเสนา’’ติอาทิ. เยสํ วิเนยฺยานํ เทเสตพฺพธมฺมสฺส สรูปํ อนามสิตฺวา อารมฺมณกิจฺจ-สมฺปยุตฺตธมฺม-ผลวิเสสาทิ-ปการนฺตรวิภาวเนน ปฏิเวโธ โหติ, เตสํ ตปฺปการเภเทหิ ธมฺเมหิ, เยสํ ปน เยน เอเกเนว ปกาเรน สรูเปเนว วา วิภาวเน กเต ปฏิเวโธ โหติ, เตสํ ตํ วตฺวา ธมฺมิสฺสรตฺตา ตทญฺญํ นิรวเสสาการวิภาวนญฺจ เทสนาวิลาโส. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐาทิอารมฺมณวเสน วิญฺญาณํ ทสฺสิต’’นฺติ.

ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ทิฏฺฐิ เอว ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ยํ รูปํ เอสา ทิฏฺฐิ ‘‘โลโก จ อตฺตา จา’’ติ คณฺหาติ. ตํ รูปํ สนฺธาย ‘‘โส โลโก โส อตฺตา’’ติ วจนํ วุตฺตนฺติ โยชนา. โส เปจฺจภวิสฺสามีติ อุทฺธมาฆาตนิกวาทวเสนายํ ทิฏฺฐีติ อาห ‘‘โส อหํ ปรโลกํ คนฺตฺวา นิจฺโจ ภวิสฺสามี’’ติอาทิ. ธุโวติ ถิโร. สสฺสโตติ สพฺพทาภาวี. อวิปริณามธมฺโมติ ชราย มรเณน จ อวิปริณาเมตพฺพสภาโว, นิพฺพิกาโรติ อตฺโถ. ตมฺปิ ทสฺสนนฺติ ตมฺปิ ตถาวุตฺตํ ทิฏฺฐิทสฺสนํ อตฺตานํ วิย ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหวิเสเสน คณฺหาติ. เตนาห ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทิ. ทิฏฺฐารมฺมณาติ ทิฏฺฐิวิสยา. กถํ ปน ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิวิสยา โหตีติ อาห ‘‘วิปสฺสนายา’’ติอาทิ. ปฏิวิปสฺสนากาเลติ ยมกโต สมฺมสนาทิกาลํ สนฺธายาห. ตตฺถ อกฺขรจินฺตกานํ สทฺเท วิย, เวทชฺฌายีนํ เวทสตฺเถ วิย จ ทิฏฺฐิยํ ทิฏฺฐิคติกานํ ทิฏฺฐิคฺคาหปฺปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา.

สมนุปสฺสตีติ ปทสฺส จ ตสฺโส สมนุปสฺสนา อตฺโถติ โยชนา. เตน สมนุปสฺสนา นาม จตุพฺพิธาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ญาณํ ตาว สมวิสมํ สมฺมา ยาถาวโต อนุปสฺสตีติ สมนุปสฺสนา. อิตรา ปน สํกิเลสวเสน อนุ อนุ ปสฺสนฺตีติ สมนุปสฺสนา. ยทิ เอวํ โหตุ ตาว ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา มิจฺฉาทสฺสนภาวโต, กถํ ตณฺหามานาติ? ตณฺหายปิ สตฺตานํ ปาปกรเณ อุปายทสฺสนวเสน ปญฺญาปติรูปิกา ปวตฺติ ลพฺภเตว, ยาย วญฺจนนิกติสาจิโยคา สมฺภวนฺติ. มาโนปิ เสยฺยาทินา ทสฺสนวเสเนว ตถา อตฺตานํ อูหตีติ ตณฺหามานานํ สมนุปสฺสนาปติรูปิกา ปวตฺติ ลพฺภตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิชฺชมาเนติ ‘‘เอตํ มมา’’ติ เอวํ คเหตพฺเพ ตณฺหาวตฺถุสฺมึ อชฺฌตฺตขนฺธปญฺจเก อนุปลพฺภมาเน วินฏฺเฐ. น ปริตสฺสติ ภยปริตฺตาสตณฺหาปริตฺตาสานํ มคฺเคน สมุคฺฆาติตตฺตา.

๒๔๒. จตูหิ การเณหีติ ‘‘อสติ น ปริตสฺสตี’’ติ วุตฺตมฺปิ อิตเรหิ ตีหิ สห คเหตฺวา วุตฺตํ. จตูหิ การเณหีติ จตุกฺโกฏิกสุญฺญตากถนสฺส การเณหิ. พหิทฺธา อสตีติ พาหิเร วตฺถุสฺมึ อวิชฺชมาเน. สา ปนสฺส อวิชฺชมานตา ลทฺธวินาเสน วา อลทฺธาลาเภน วาติ ปาฬิยํ – ‘‘อหุ วต เม, ตํ วต เม นตฺถิ, สิยา วต เม, ตํ วตาหํ น ลภามี’’ติ วุตฺตนฺติ ตทุภยํ ปริกฺขารวเสน วิภชิตฺวา ตตฺถ ปริตสฺสนํ ทสฺเสตุํ ‘‘พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยานํ ‘‘รโถ วยฺห’’นฺติ เอวมาทิ. วาหนํ หตฺถิอสฺสาทิ.

เยหิ กิเลเสหีติ เยหิ อสนฺตปตฺถนาทีหิ กิเลเสหิ. เอวํ ภเวยฺยาติ เอวํ ‘‘อหุ วต เม’’ติอาทินา โจทนาทิ ภเวยฺย. ทิฏฺฐิฏฺฐานาธิฏฺฐานปริยุฏฺฐานาภินิเวสานุสยานนฺติ เอตฺถ อปราปรํ ปวตฺตาสุ ทิฏฺฐีสุ ยา ปรโต อุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิโย, ตาสํ ปุริมุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิโย การณฏฺเฐน ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ. อธิกรณฏฺเฐน ทิฏฺฐาธิฏฺฐานานิ, ปริยุฏฺฐานปฺปตฺติยา สพฺพาปิ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานิ. ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๒, ๔๒๗; ๓.๒๗-๒๙; อุทา. ๕๕; มหานิ. ๒๐; เนตฺติ. ๕๙) ปวตฺติยา อภินิเวสา. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน สยนฺตีติ อนุสยาติ เอวํ ทิฏฺฐิฏฺฐานาทีนํ ปทานํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตณฺหาทีหิ กมฺปนิยตาย สพฺพสงฺขาราว อิญฺชิตานีติ สพฺพสงฺขารอิญฺชิตานิ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธิ, ขนฺธาว อุปธิ ขนฺธูปธิ. เอส นโย เสเสสุปิ. ตเทว จ อาคมฺม ตณฺหา ขียติ วิรชฺชติ นิรุชฺฌตีติ โยชนา. อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ นามสฺสูติอาทีสุ นิปาตมตฺตํ, สํสเย วา. ตาโสติ อตฺตนิยาภาวํ ปฏิจฺจ ตณฺหาปริตฺตาโส เจว ภยปริตฺตาโส จ. เตนาห ‘‘ตาโส เหโส’’ติอาทิ. โน จสฺสํ,โน จ เม สิยาติ ‘‘อห’’นฺติ กิร โกจิ โน จสฺสํ, ‘‘เม’’ติ จ กิญฺจิ โน สิยาติ. ตาสปฺปตีการทสฺสนเญฺหตํ.

๒๔๓. เอตฺตาวตาติ ‘‘เอวํ วุตฺเต’’ติอาทินา, ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน ปวตฺตาย ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิฏฺฐานานี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๑) วา. สาปิ หิ อชฺฌตฺตขนฺธวินาเส ปริตสฺสนกํ ทสฺเสตฺวา อปริตสฺสนกํ ทสฺเสนฺตี ปวตฺตาติ ตสฺสนกสฺส สุญฺญตาทสฺสนํ อกิจฺจสาธกมฺปิ สุญฺญตาทสฺสนเมวาติ อิเมสํ วเสน ‘‘จตุกฺโกฏิกา สุญฺญตา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. พหิทฺธา ปริกฺขารนฺติ พาหิรํ สวิญฺญาณกํ อวิญฺญาณกญฺจ สตฺโตปกรณํ. ตญฺหิ ชีวิตวุตฺติยา ปริกฺขารกฏฺเฐน ‘‘ปริกฺขาโร’’ติ วุตฺตํ. ปริคฺคหํ นาม กตฺวาติ ‘‘มม อิท’’นฺติ ปริคฺคเหตพฺพตาย ปริคฺคหิตํ นาม กตฺวา. สพฺโพปิ ทิฏฺฐิคฺคาโห ‘‘อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต, อตฺตา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตี’’ติอาทินา อตฺตทิฏฺฐิสนฺนิสฺสโยเยวาติ วุตฺตํ ‘‘สกฺกายทิฏฺฐิปมุขา ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย’’ติ. อยาถาวคฺคาหินา อภินิเวสนปญฺญาปนานํ อุปตฺถมฺภภาวโต ทิฏฺฐิ เอว นิสฺสโยติ ทิฏฺฐินิสฺสโย. ปริคฺคเณฺหยฺยาติ นิจฺจาทิวิเสสยุตฺตํ กตฺวา ปริคฺคเณฺหยฺย. กิเมวํ ปริคฺคเหตุํ สกฺกุเณยฺย? สพฺพตฺถาติ ‘‘ตํ, ภิกฺขเว, อตฺตวาทุปาทานํ อุปาทิเยถ, ตํ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐินิสฺสยํ นิสฺสเยถา’’ติ เอเตสุปิ.

๒๔๔. อตฺตนิ วา สตีติ ยสฺส อตฺตโน สนฺตกภาเวน กิญฺจิ อตฺตนิยนฺติ วุจฺเจยฺย, ตสฺมึ อตฺตนิ สติ, โส เอว ปน อตฺตา ปรมตฺถโต นตฺถีติ อธิปฺปาโย. สกฺกา หิ วตฺตุํ พาหิรกปริกปฺปิโต อตฺตา ‘‘ปรมตฺโถ’’ติ? สิยา ขนฺธปญฺจกํ เญยฺยสภาวตฺตา ยถา ตํ ฆโฏ, ยทิ ปน ตทญฺญํ นาม กิญฺจิ อภวิสฺส, น ตํ นิยมโต วิปรีตํ สิยาติ? น จ โส ปรมตฺถโต อตฺถิ ปมาเณหิ อนุปลพฺภมานตฺตา ตุรงฺคมวิสาณํ วิยาติ. อตฺตนิเย วา ปริกฺขาเร สตีติ ‘‘อิทํ นาม อตฺตโน สนฺตก’’นฺติ ตสฺส กิญฺจนภาเวน นิจฺฉิเต กิสฺมิญฺจิ วตฺถุสฺมึ สติ. อตฺตโน อิทนฺติ หิ อตฺตนิยนฺติ. อหนฺติ สตีติ ‘‘อหํ นามาย’’นฺติ อหํการวตฺถุภูเต ปรมตฺถโต นิทฺธาริตสรูเป กิสฺมิญฺจิ สติ ตสฺส สนฺตกภาเวน มมาติ กิญฺจิ คเหตุํ ยุตฺตํ ภเวยฺย. มมาติ สติ ‘‘อห’’นฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิติ ปรมตฺถโต อตฺตโน อนุปลพฺภมานตฺตา อตฺตนิยํ กิญฺจิ ปรมตฺถโต นตฺเถวาติ สพฺพสงฺขารานํ อนตฺตตาย อนตฺตนิยตํ, อนตฺตนิยตาย จ อนตฺตกตํ ทสฺเสติ. ภูตโตติ ภูตตฺถโต. ตถโตติ ตถสภาวโต. ถิรโตติ ฐิตสภาวโต นิพฺพิการโต.

ยสฺมา หุตฺวา น โหตีติ ยสฺมา ปุพฺเพ อสนฺตํ ปจฺจยสมวาเยน หุตฺวา อุปฺปชฺชิตฺวา ปุน ภงฺคุปคเมน น โหติ, ตสฺมา น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, อธุวนฺติ อตฺโถ. ตโต เอว อุปฺปาทวยวตฺติโตติ อุปฺปชฺชนวเสน นิรุชฺฌนวเสน จ ปวตฺตนโต. สภาววิคโม อิธ วิปริณาโม, ขณิกตา ตาวกาลิกตา, นิจฺจสภาวาภาโว เอว นิจฺจปฏิกฺเขโป. อนิจฺจธมฺมา หิ เตเนว อตฺตโน อนิจฺจภาเวน อตฺถโต นิจฺจตํ ปฏิกฺขิปนฺติ นาม. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘น นิจฺจนฺติ อนิจฺจ’’นฺติ. อุปฺปาทชราภงฺควเสน รูปสฺส นิรนฺตรพาธตาติ ปฏิปีฬนากาเรนสฺส ทุกฺขตา. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหนํ, ตโต เอวสฺส ทุสฺสหตาย ทุกฺขมตา. ติสฺสนฺนํ ทุกฺขตานํ สํสารทุกฺขสฺส จ อธิฏฺฐานตาย ทุกฺขวตฺถุกตา. สุขสภาวาภาโว เอว สุขปฏิกฺเขโป. วิปริณามธมฺมนฺติ ชราย มรเณน จ วิปริณมนสภาวํ. ยสฺมา อิทํ รูปํ ปจฺจยสมวาเยน อุปฺปาทํ, อุปฺปาทานนฺตรํ ชรํ ปตฺวา อวสฺสเมว ภิชฺชติ, ภินฺนญฺจ ภินฺนเมว, นาสฺส กสฺสจิ สงฺกโมติ ภวนฺตรานุปคมนสงฺขาเตน สงฺกมาภาเวน วิปริณามธมฺมตํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘ภวสงฺกนฺติ อุปคมนสภาว’’นฺติ วุตฺตํ. ปกติภาววิชหนํ สภาววิคโม นิรุชฺฌนเมว. นฺติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ รูปํ. อิมินาติ ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’ติ รูปสฺส ตณฺหาทิคฺคาหานํ วตฺถุภาวปฏิกฺเขเปน. รูปญฺหิ อุปฺปนฺนํ ฐิตึ มา ปาปุณาตุ, ฐิติปฺปตฺตํ มา ชีรตุ, ชรปฺปตฺตํ มา ภิชฺชตุ, อุทยพฺพเยหิ มา กิลมิยตูติ น เอตฺถ กสฺสจิ วสีภาโว อตฺถิ, สฺวายมสฺส อวสวตฺตนฏฺโฐ อนตฺตตาสลฺลกฺขณสฺส การณํ โหตีติ อาห ‘‘อวสวตฺตนากาเรน รูปํ, ภนฺเต, อนตฺตาติ ปฏิชานนฺตี’’ติ. นิวาสิการกเวทกอธิฏฺฐายกวิรเหน ตโต สุญฺญตา สุญฺญฏฺโฐ, สามิภูตสฺส กสฺสจิ อภาโว อสฺสามิกฏฺโฐ, ยถาวุตฺตวสวตฺติภาวาภาโว อนิสฺสรฏฺโฐ, ปรปริกปฺปิตอตฺตสภาวาภาโว เอว อตฺตปฏิกฺเขปฏฺโฐ.

ยสฺมา อนิจฺจลกฺขเณน วิย ทุกฺขลกฺขณํ, ตทุภเยน อนตฺตลกฺขณํ สุวิญฺญาปยํ, น เกวลํ, ตสฺมา ตทุภเยเนตฺถ อนตฺตลกฺขณวิภาวนํ กตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจวเสนาติ อนิจฺจตาวเสน. ทุกฺขวเสนาติ ทุกฺขตาวเสน. น อุปปชฺชตีติ น ยุชฺชติ. ตเมว อยุชฺชมานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุสฺส อุปฺปาโทปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา อตฺตวาที อตฺตานํ นิจฺจํ ปญฺญเปติ, จกฺขุํ ปน อนิจฺจํ, ตสฺมา จกฺขุ วิย อตฺตาปิ อนิจฺโจ อาปนฺโน. เตนาห ‘‘ยสฺส โข ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เวตีติ วิคจฺฉติ นิรุชฺฌติ. อิติ จกฺขุ อนตฺตาติ จกฺขุสฺส อุทยพฺพยวนฺตตาย อนิจฺจตา, อตฺตโน จ อตฺตวาทินา อนิจฺจตาย อนิจฺฉิตตฺตา จกฺขุ อนตฺตา.

กามํ อนตฺตลกฺขณสุตฺเต (สํ. นิ. ๓.๕๙; มหาว. ๒๐) – ‘‘ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, รูปํ อนตฺตา, ตสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตตี’’ติ รูปสฺส อนตฺตตาย ทุกฺขตา วิภาวิตา วิย ทิสฺสติ, ตถาปิ ‘‘ยสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตติ, ตสฺมา อนตฺตา’’ติ ปากฏตาย สาพาธตาย รูปสฺส อตฺตสาราภาโว วิภาวิโต, ตโต เอว จ ‘‘น ลพฺภติ รูเป เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’’ติ รูเป กสฺสจิ อนิสฺสรตา, ตสฺส จ อวสวตฺตนากาโร ทสฺสิโตติ อาห ‘‘ทุกฺขวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสตี’’ติ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขนฺติ ยํ วตฺถุ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา, ยํ ปน นิจฺจํ ตทภาวโต, ตํ สุขํ ยถา ตํ นิพฺพานนฺติ อธิปฺปาโย. ยํ ตนฺติ การณนิทฺเทโสวายํ, ยสฺมา รูปํ อนิจฺจํ, ตํ ตสฺมาติ อตฺโถ. ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตาติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนิจฺจนฺติ อิมินา ฆฏาทิ วิย ปจฺจยุปฺปนฺนตฺตา รูปํ อนิจฺจนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิมินาว นเยน ‘‘อนตฺตา’’ติ วตฺตุํ ลพฺภมาเนปิ ‘‘อนตฺตา’’ติ วตฺตา นาม นตฺถิ. เอวํ ทุกฺขนฺติ วทนฺตีติ เอตฺถาปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ ‘‘อกฺขิสูลาทิวิการปฺปตฺตกาเล วิย ปจฺจยุปฺปนฺนตฺตา ทุกฺขํ รูป’’นฺติอาทินา. ทุทฺทสํ ทุปฺปญฺญาปนํ. ตถา หิ สรภงฺคาทโยปิ สตฺถาโร นาทฺทสํสุ, กุโต ปญฺญาปนา. ตยิทํ อนตฺตลกฺขณํ.

ตสฺมาติหาติอาทินา ติยทฺธคตรูปํ ลกฺขณตฺตยํ อาโรเปตฺวา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอตรหิ อญฺญทาปี’’ติ. ตํ ปน ยาทิสํ ตาทิสมฺปิ ตถา วุตฺตนฺติ อชฺฌตฺตาทิวิเสโสปิ วตฺตพฺโพ. ปิ-สทฺเทน วา ตสฺสาปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

๒๔๕. อุกฺกณฺฐตีติ นาภิรมติ. อญฺญตฺถ ‘‘นิพฺพิทา’’ติ พลววิปสฺสนา วุจฺจติ, สานุโลมา ปน สงฺขารุเปกฺขา ‘‘วุฏฺฐานคามินี’’ติ, สา อิธ กถํ นิพฺพิทา นาม ชาตาติ อาห ‘‘วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย หี’’ติอาทิ. อิมินา สิขาปตฺตนิพฺเพทตาย วุฏฺฐานคามินี อิธ นิพฺพิทานาเมน วุตฺตาติ ทสฺเสติ.

‘‘โส อนุปุพฺเพน สญฺญคฺคํ ผุสตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๑๔, ๔๑๕) วตฺวา ‘‘สญฺญา โข โปฏฺฐปาท ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา ญาณ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๑๖) วุตฺตตฺตา สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา โลกิยาสุ ปหานสญฺญาสุ สิขาปตฺตภาวโต. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ วุตฺตา อิทปฺปจฺจยตาทสฺสนสฺส มตฺถกปฺปตฺตีติ กตฺวา. ตโต ปรญฺหิ อสงฺขตารมฺมณํ ญาณํ โหติ. เตนาห – ‘‘ปุพฺเพ โข สุสิม ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๗๐). ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคนฺติ วุตฺตา มคฺคาธิคมสฺส ปริปนฺถภูตสพฺพสํกิเลสวิสุทฺธิ ปธานิกสฺส โยคิโน, ปธานภาวนาย วา ชาตํ องฺคนฺติ กตฺวา. ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตา ปรมุกฺกํสคตปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิภาวโต. อตมฺมยตนฺติ เอตฺถ ตมฺมยตา นาม ตณฺหา, กามตณฺหาทีสุ ตาย ตาย นิพฺพตฺตตฺตา ตมฺมยํ นาม เตภูมิกปฺปวตฺตํ, ตสฺส ภาโวติ กตฺวา. ตสฺสา ตณฺหาย ปริยาทานโต วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อตมฺมยตาติ วุจฺจติ. นิสฺสายาติ ตํ อตมฺมยตํ ปจฺจยํ กตฺวา. อาคมฺมาติ ตสฺเสว เววจนํ. นานตฺตาติ นานาสภาวา พหู อเนกปฺปการา. นานตฺตสิตาติ นานารมฺมณนิสฺสิตา รูปาทิวิสยา. เอกตฺตาติ เอกสภาวา. เอกตฺตสิตาติ เอกํเยว อารมฺมณํ นิสฺสิตา. ตํ นิสฺสายาติ ตํ เอกตฺตสิตํ อุเปกฺขํ ปจฺจยํ กตฺวา. เอติสฺสาติ เอติสฺสา อุเปกฺขาย. ปหานํ โหตีติ อญฺญาณุเปกฺขโต ปภุติ สพฺพํ อุเปกฺขํ ปชหิตฺวา ฐิตสฺส ‘‘อตมฺมยตา’’ติ วุตฺตาย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย อรูปาวจรสมาปตฺติอุเปกฺขาย วิปสฺสนุเปกฺขาย จ ปหานํ โหตีติ ปริยาทานนฺติ วุตฺตาติ. สพฺพสงฺขารคตสฺส มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขานสฺส สิขาปตฺตภาวโต วุฏฺฐานคามินี มุญฺจิตุกมฺยตา ปฏิสงฺขานนฺติ จ วุตฺตา. มุทุมชฺฌาทิวเสน ปวตฺติอาการมตฺตํ, อตฺถโต เอกตฺถา มุญฺจิตุกมฺยตาทโย, พฺยญฺชนเมว นานํ. ทฺวีหิ นาเมหีติ โคตฺรภุ, โวทานนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ นาเมหิ.

วิราโคติ มคฺโค, อจฺจนฺตเมว วิรชฺชติ เอเตนาติ วิราโค, เตน. มคฺเคน เหตุภูเตน. วิมุจฺจตีติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติวเสน วิมุจฺจติ. เตนาห ‘‘ผลํ กถิต’’นฺติ.

มหาขีณาสโวติ ปสํสาวจนํ ยถา ‘‘มหาราชา’’ติ. ตถา หิ ตํ ปสํสนฺโต สตฺถา ‘‘อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ อิติปี’’ติอาทิมาหาติ. ตทตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทานิ ตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถาภูเตหีติ ยาถาวโต ภูเตหิ. ทุรุกฺขิปนฏฺเฐนาติ ปจุรชเนหิ อุกฺขิปิตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน. นิพฺพานนครปฺปเวเส วิพนฺธเนน ปลิโฆ วิยาติ ปลิโฆติ วุจฺจติ. มตฺถกจฺฉินฺโน ตาโล ปตฺตผลาทีนํ อนงฺคโต ตาลาวตฺถุ อสิเว ‘‘สิวา’’ติ สมญฺญา วิย. เตนาห ‘‘สีสจฺฉินฺนตาโล วิย กตา’’ติ. ปุนพฺภวสฺส กรณสีโล, ปุนพฺภวํ วา ผลํ อรหตีติ โปโนภวิโก. เอวํภูโต ปน ปุนพฺภวํ เทติ นามาติ อาห ‘‘ปุนพฺภวทายโก’’ติ. ปุนพฺภวขนฺธานํ ปจฺจโยติ อิมินา ชาติสํสาโรติ ผลูปจาเรน การณํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ปริกฺขาติ วุจฺจติ สนฺตานสฺส ปริกฺขิปนโต. สํกิณฺณตฺตาติ สพฺพโส กิณฺณตฺตา วินาสิตตฺตา. คพฺภีรานุคตฏฺเฐนาติ คมฺภีรํ อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน. ลุญฺจิตฺวาติ อุทฺธริตฺวา. เอตานีติ กามราคสญฺโญชนาทีนิ. อคฺคฬาติ วุจฺจนฺติ อวธารณฏฺเฐน. อคฺคมคฺเคน ปติโต มานทฺธโช เอตสฺสาติ ปติตมานทฺธโช. อิตรภาโรโรปนสฺส ปุริมปเทหิ ปกาสิตตฺตา ‘‘มานภารสฺเสว โอโรปิตตฺตา ปนฺนภาโรติ อธิปฺเปโต’’ติ วุตฺตํ. มานสํโยเคเนว วิสํยุตฺตตฺตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปญฺจปิ ขนฺเธ อวิเสสโต อสฺมีติ คเหตฺวา ปวตฺตมาโน ‘‘อสฺมิมาโน’’ติ อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘รูเป อสฺมีติ มาโน’’ติอาทิ.

นครทฺวารสฺส ปริสฺสยปฏิพาหนตฺถญฺเจว โสภนตฺถญฺจ อุโภสุ ปสฺเสสุ เอสิกตฺถมฺเภ นิขณิตฺวา ฐเปนฺตีติ อาห ‘‘นครทฺวาเร อุสฺสาปิเต เอสิกตฺถมฺเภ’’ติ. ปาการวิทฺธํสเนเนว ปริกฺขาย ภูมิสมกรณํ โหตีติ อาห ‘‘ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ สํกิริตฺวา’’ติ. เอวนฺติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. สนฺโต สํวิชฺชมาโน กาโย ธมฺมสมูโหติ สกฺกาโย, อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. ทฺวตฺตึส กมฺมการณา ทุกฺขกฺขนฺเธ อาคตา. อกฺขิโรคสีสโรคาทโย อฏฺฐนวุติ โรคา. ราชภยาทีนิ ปญฺจวีสติ มหาภยานิ.

๒๔๖. อนธิคมนียวิญฺญาณตนฺติ ‘‘อิทํ นาม นิสฺสาย อิมินา นาม อากาเรน ปวตฺตตี’’ติ เอวํ ทุวิญฺเญยฺยจิตฺตตํ. อเนฺวสนฺติ ปจฺจตฺเต เอกวจนนฺติ อาห ‘‘อเนฺวสนฺโต’’ติ. สตฺโตปิ ตถาคโตติ วุจฺจติ ‘‘ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖๕) วิย. สตฺโต หิ ยเถโก กมฺมกิเลเสหิ อิตฺถตฺตํ อาคโต, ตถา อปโรปิ อาคโตติ ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. อุตฺตมปุคฺคโลติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. ขีณาสโวปีติ โย โกจิ ขีณาสโวปิ ‘‘ตถาคโต’’ติ อธิปฺเปโต. โสปิ หิ ยเถโก จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สูปฏฺฐิตจิตฺโต สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวา อนุตฺตรํ อรหตฺตํ อาคโต อธิคโต, ตถา อปโรปิ อาคโตติ ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. อสํวิชฺชมาโนติ ปรมตฺถโต อนุปลพฺภนีโย. อวินฺเทยฺโยติ น วินฺทิตพฺโพ, ทุวิญฺเญยฺโยติ อตฺโถ.

ตถาคโต สตฺโต ปุคฺคโลติ น ปญฺญเปมิ ปรมตฺถโต สตฺตสฺเสว อภาวโตติ อธิปฺปาโย. กึ ปญฺญเปสฺสามิ ปญฺญตฺติอุปาทานสฺสปิ ธรมานกสฺส อภาวโต. ‘‘อนุปฺปาโท เขมํ, อนุปฺปตฺติ เขม’’นฺติอาทินา อสงฺขตาย ธาตุยา ปกฺขนฺธนวเสน ปวตฺตํ อคฺคผลสมาปตฺติอตฺถํ วิปสฺสนาจิตฺตํ วา.

ตุจฺฉาติ กรเณ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ตุจฺฉเกนา’’ติ. วินยตีติ วินโย, โส เอว เวนยิโก. ตถา มนฺติ ตถาภูตํ มํ. ปรมตฺถโต วิชฺชมานสฺส หิ สตฺตสฺส อภาวํ วทนฺโต สตฺตวินาสปญฺญาปโก จ นาม สิยา, อหํ ปน ปรมตฺถโต อวิชฺชมานํ ตํ ‘‘นตฺถี’’ติ วทามิ. ยถา จ โลโก โวหรติ, ตเถว ตํ โวหรามิ, ตถาภูตํ มํ เย สมณพฺราหฺมณา ‘‘เวนยิโก สมโณ โคตโม’’ติ วทนฺตา อสตา ตุจฺฉา มุสา อภูเตน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ โยชนา. อปฺปฏิสนฺธิกสฺส ขีณาสวสฺส จริมจิตฺตํ นิรุปาทานโต อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท ปรินิพฺพุตํ อิทํ นาม นิสฺสิตนฺติ น ปญฺญายตีติ วทนฺโต กิเมตฺตาวตา อุจฺเฉทวาที ภเวยฺย, นาหํ กทาจิปิ อตฺถิ, นาปิ โกจิ อตฺถีติ วทามิ. เอวํ สนฺเต กึ นิสฺสาย เต โมฆปุริสา สโต สตฺตสฺส นาม อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตีติ วทนฺตา อสตา…เป… อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

มหาโพธิมณฺฑมฺหีติ โพธิมณฺฑคฺคหเณน สตฺตสตฺตาหมาห. เตน ธมฺมจกฺกปวตฺตนโต (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปุพฺเพ วุตฺตํ ตนฺติเทสนํ วทติ. จตุสจฺจเมว ปญฺญเปมีติ เอเตน สจฺจวิมุตฺตา สตฺถุเทสนา นตฺถีติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ – ‘‘ปุพฺเพ เจว เอตรหิ จ ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ ทุกฺขสฺส จ นิโรธ’’นฺติ วทนฺโต ภควา นาหํ กทาจิปิ ‘‘อตฺตา อุจฺฉิชฺชติ, วินสฺสตี’’ติ วา, ‘‘อตฺตา นาม โกจิ อตฺถี’’ติ วา วทามิ. เอวํ สนฺเต กึ นิสฺสาย เต โมฆปุริสา ‘‘สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตี’’ติ อสตา ตุจฺเฉน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ ทสฺเสติ. ปเรติ อมามกา, มม โอวาทสฺส อภาชนภูตาติ อตฺโถติ อาห ‘‘สจฺจานิ…เป… อสมตฺถปุคฺคลา’’ติ. อธิปฺปาเยนาติ อิมินา เตสํ อธิปฺปายมตฺตํ, โรสนวิเหสนานิ ปน ตถาคตสฺส อากาสสฺส วิลิขนํ วิย น สมฺภวนฺติเยวาติ ทสฺเสติ. อาหนติ จิตฺตนฺติ อาฆาโต. อปฺปตีตา โหนฺติ เอเตนาติ อปฺปจฺจโย. จิตฺตํ น อภิราธยตีติ อนภิรทฺธิ. อตุฏฺฐีติ ตุฏฺฐิปฏิปกฺโข ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท, โกโธ เอว วา.

ปเรติ อญฺเญ เอกจฺเจ. อานนฺทนฺติ ปโมทนฺติ เอเตนาติ อานนฺโท, ปีติยา เอเวตํ อธิวจนํ. โสภนมนตา โสมนสฺสํ, เจตสิกสุขสฺเสตํ อธิวจนํ. อุปฺปิลติ ปุริมาวตฺถาย ภิชฺชติ วิเสสํ อาปชฺชตีติ อุปฺปิลํ, ตเทว อุปฺปิลาวิตํ, ตสฺส ภาโว อุปฺปิลาวิตตฺตํ. ยาย อุปฺปนฺนาย กายจิตฺตํ วาตปูริตภตฺตา วิย อุทฺธุมายนาการปฺปตฺตํ โหติ, ตสฺสา เคหสฺสิตาย โอทคฺคิยปีติยา เอตํ อธิวจนํ. สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถาติ ทุกฺขเมว อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌติ จ, น อญฺโญ สตฺโต นาม อตฺถีติ เอวํ ชานิตุํ อสมตฺถา ‘‘อตฺตา นาม อตฺถี’’ติ เอวํทิฏฺฐิโน อปฺปหีนวิปลฺลาสา. อุตฺตมํ ปสาทนียฏฺฐานํ ตถาคตมฺปิ อกฺโกสนฺติ, กิมงฺคํ ปน ภิกฺขูติ อธิปฺปาโย.

๒๔๗. อนตฺตนิเยปิ ขนฺธปญฺจเก มิจฺฉาคาหวเสน อตฺตนิยสญฺญาย ปวตฺตสฺส ฉนฺทราคสฺส ปหานํ. อมฺหากํ เนว อตฺตาติ ยสฺมา รูปเวทนาทิเยว อตฺตคฺคาหวตฺถุ ตพฺพินิมุตฺตสฺส โลภเนยฺยสฺส อภาวโต. เอตํ ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ น อมฺหากํ รูปํ, น วิญฺญาณํ, ตสฺมา อมฺหากํ เนว อตฺตาติ โยชนา. อชฺฌตฺติกสฺส วตฺถุโน เนว อตฺตาติ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา พาหิรวตฺถุ อตฺตนิยภาเวน ปฏิกฺขิตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘อมฺหากํ จีวราทิปริกฺขาโรปิ น โหตี’’ติ. ขนฺธปญฺจกํเยวาติ พาหิรวตฺถุํ นิทสฺสนํ กตฺวา ขนฺธปญฺจกํเยว น ตุมฺหากนฺติ ปชหาเปติ. น อุปฺปาเฏตฺวา กนฺทํ วิย. น ลุญฺจิตฺวา วา เกเส วิยาติ. อิมินา รูปาทีนํ นามมุเขน ปหานํ อิจฺฉนฺติ. อุลฺลิงฺคิตมตฺถํ ฉนฺทราควินเยน ปชหาเปตีติ สรูปโต ทสฺเสติ.

๒๔๘. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา’’ติอาทิ เทสนา ติปริวฏฺฏํ. ยาว อิมํ ฐานนฺติ ‘‘เอวํ สฺวากฺขาโต’’ติ ยาวายํ ปาฬิปเทโส. สุวิญฺเญยฺยภาเวน อกฺขาตตฺตาปิ สฺวากฺขาโตติ อาห ‘‘สุกถิตตฺตา เอว อุตฺตาโน วิวโฏ ปกาสิโต’’ติ. ติริยํ วิทารเณน ฉินฺนํ, ทีฆโส ผาลเนน ภินฺนํ, ตโต เอว ตตฺถ ตตฺถ สิพฺพิตคณฺฐิกตชิณฺณวตฺถํ ปิโลติกา, ตทภาวโต ฉินฺนปิโลติโก, ปิโลติกรหิโตติ อตฺโถ. อิริยาปถ-สณฺฐปนอวิชฺชมานฌาน-วิปสฺสนานิ ฉินฺนาย อวิชฺชมานาย ปฏิปตฺติยา สิพฺพนคณฺฐิกรณสทิสานิ, ตาทิสํ อิธ นตฺถีติ อาห ‘‘น เหตฺถ…เป… อตฺถี’’ติ. ปติฏฺฐาตุํ น ลภตีติ เปสเลหิ สทฺธึ สํวาสวเสนปิ ปติฏฺฐาตุํ น ลภติ, วิเสสาธิคมวเสน ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.

การณฺฑวํ นิทฺธมถาติ วิปนฺนสีลตาย กจวรภูตํ ปุคฺคลํ กจวรมิว นิรเปกฺขา อปเนถ. กสมฺพุญฺจาปกสฺสถาติ กสฏภูตญฺจ นํ ขตฺติยาทีนํ มชฺฌคตํ สมฺภินฺนํ ปคฺฆริตกุฏฺฐํ จณฺฑาลํ วิย อปกสฺสถ นิกฺกฑฺฒถ. กึ การณํ? สงฺฆาราโม นาม สีลวนฺตานํ กโต, น ทุสฺสีลานํ, ยโต เอตเทว. ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเนติ ยถา ปลาปา อนฺโตสารรหิตา อตณฺฑุลา พหิ ถุเสน วีหิ วิย ทิสฺสนฺติ, เอวํ ปาปภิกฺขู อนฺโตสีลรหิตาปิ พหิ กาสาวาทิปริกฺขาเรน ภิกฺขู วิย ทิสฺสนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปลาปา’’ติ วุจฺจนฺติ, เต ปลาเป วาเหถ โอธุนาถ วิธมถ. ปรมตฺถโต อสฺสมเณ เวสมตฺเตน สมณมานิเน เอวํ นิทฺธมิตฺวาน…เป…ปติสฺสตาติ. ตตฺถ กปฺปยโวฺหติ กปฺเปถ, กโรถาติ วุตฺตํ โหติ. ปติสฺสตาติ ปติ ปติ สตา สมฺปชานนฺตา สุฏฺฐุ ปชานนฺตา. ปติสฺสตา วา สปฺปติสฺสา อญฺญมญฺญํ สคารวา. อเถวํ สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ กปฺเปนฺตา ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สมคฺคา. อนุกฺกเมน ปริปากคตปญฺญตาย นิปกา. สพฺพสฺเสวิมสฺส ทุกฺขวฏฺฏสฺส อนฺตํ กริสฺสถ, ปรินิพฺพานํ ปาปุณิสฺสถาติ อตฺโถ.

วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนาย สพฺพโส สมุจฺฉินฺนวฏฺฏมูลกตฺตา.

ธมฺมํ อนุสฺสรนฺติ, ธมฺมสฺส วา อนุสฺสรณสีลาติ ธมฺมานุสาริโน. เอวํ สทฺธานุสาริโนปิ เวทิตพฺพา. ปฏิปนฺนสฺสาติ ปฏิปชฺชมานสฺส, โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐปิ อธิปฺเปโต. อธิมตฺตนฺติ พลวํ. ปญฺญาวาหีติ ปญฺญํ วาเหติ, ปญฺญา วา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ ปญฺญาวาหีติปิ วทนฺติ. ปญฺญาปุพฺพงฺคมนฺติ ปญฺญํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปญฺญาสงฺขาเตน ธมฺเมน สรติ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. สทฺธาวาหีติ สทฺธํ วาเหติ, สทฺธา วา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ สทฺธาวาหีติปิ วทนฺติ. สทฺธาปุพฺพงฺคมนฺติ สทฺธํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล สทฺธาย สรติ อนุสฺสรตีติ สทฺธานุสารี. สทฺธามตฺตนฺติ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา พุทฺธสุพุทฺธตาย สทฺทหนมตฺตํ. มตฺต-สทฺเทน อเวจฺจปฺปสาทํ นิวตฺเตติ. เปมมตฺตนฺติ ยถาวุตฺตสทฺธานุสาเรน อุปฺปนฺนํ ตุฏฺฐิมตฺตํ. สิเนโหติ เกจิ. เอวํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนานนฺติ กลาปสมฺมสนาทิวเสน อารทฺธวิปสฺสนานํ. เอกา สทฺธาติ วิปสฺสนานุสาเรน สฺวากฺขาตธมฺมตา สิทฺธา, ตโต เอว เอกา เสฏฺฐา อุฬารา สทฺธา อุปฺปชฺชติ. เอกํ เปมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สคฺเค ฐปิตา วิย โหนฺตีติ เตสํ สทฺธาเปมานํ สคฺคสํวตฺตนิยตาย อพฺยภิจารีภาวมาห. จูฬโสตาปนฺโนติ วทนฺติ เอกเทเสน สจฺจานุโพเธ ฐิตตฺตา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๓. วมฺมิกสุตฺตวณฺณนา

๒๔๙. ปิยวจนนฺติ ปิยสมุทาจาโร. วิญฺญุชาติกา หิ ปรํ ปิเยน สมุทาจรนฺตา ‘‘ภว’’นฺติ วา, ‘‘เทวานํ ปิโย’’ติ วา, ‘‘อายสฺมา’’ติ วา สมุทาจรนฺติ, ตสฺมา สมฺมุขา สมฺโพธนวเสน ‘‘อาวุโส’’ติ, ติโรกฺขํ ‘‘อายสฺมา’’ติ อยมฺปิ สมุทาจาโร. มหากสฺสปอุรุเวลกสฺสปาทโย อญฺเญปิ กสฺสปนามกา อตฺถีติ ‘‘กตรสฺส กสฺสปสฺสา’’ติ ปุจฺฉนฺติ. รญฺญาติ โกสลรญฺญา. ‘‘สญฺชานึสู’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อสฺสาติ กุมารกสฺสปสฺส, ‘‘สญฺชานึสู’’ติ วุตฺตสญฺชานนสฺส วา. ปุญฺญานิ กโรนฺโตติ กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ นิพฺพตฺติตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ ภาเวนฺโต. โอสกฺกนฺเตติ ปริหายมาเน. ปฐมนฺติ กุมาริกากาเล. สตฺถา อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสิ ตํ อธิกรณํ วินยกมฺเมเนวสฺสา ภิกฺขุนิยา ปพฺพชฺชาย อโรคภาวํ.

ปญฺญตฺติวิภาวนาติ ‘‘อนฺธวน’’นฺเตฺวว ปญฺญายมานสฺส วิภาวนา. โอลียตีติ สงฺกุจติ สณิกํ วตฺตติ. ภาณโกติ สรภาณโก. ยํ อตฺถิ, ตํ คเหตฺวาติ อิทานิ ปริเยสิตพฺพฏฺฐานํ นตฺถิ, ยถาคตํ ปน ยํ อตฺถิ, ตํ คเหตฺวา. พลวคุเณติ อธิมตฺตคุเณ. กสฺสปภควโต กาเล นิรุฬฺหสมญฺญาวเสน วจนสนฺตติยา อวิจฺเฉเทน จ อิมสฺมิมฺปิ พุทฺธุปฺปาเท ตํ ‘‘อนฺธวน’’นฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ, อุปรูปริวฑฺฒมานาย ปถวิยา อุปริ รุกฺขคจฺฉาทีสุ สญฺชายนฺเตสุปีติ. เสกฺขปฏิปทนฺติ เสกฺขภาวาวหํ วิสุทฺธิปฏิปตฺตึ.

อญฺญตร-สทฺโท อปากเฏ วิย ปากเฏปิ วตฺตติ เอก-สทฺเทน สมานตฺถตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิชานาตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภยเภรวทสฺสิตมฺปิ อภิกฺกนฺต-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธารํ อิธ ทสฺเสนฺโต เอวํ เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ กตา อตฺถสํวณฺณนา ปรโต ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺตปเทเส ยถารหํ วตฺตพฺพาติ นยทสฺสนํ กโรติ. กญฺจนสนฺนิภตฺตจตา สุวณฺณวณฺณคฺคหเณน คหิตาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ฉวิย’’นฺติ. ฉวิคตา ปน วณฺณธาตุ เอว ‘‘สุวณฺณวณฺโณ’’ติ เอตฺถ วณฺณคฺคหเณน คหิตาติ อปเร. วณฺณียติ กิตฺตียติ อุคฺโฆสนนฺติ วณฺโณ, ถุติ. วณฺณียติ อสงฺกรโต ววตฺถปียตีติ วณฺโณ, กุลวคฺโค. วณฺณียติ ผลํ เอเตน ยถาสภาวโต วิภาวียตีติ วณฺโณ, การณํ. วณฺณนํ ทีฆรสฺสาทิวเสน สณฺฐหนนฺติ วณฺโณ, สณฺฐานํ. วณฺณียติ อณุมหนฺตาทิวเสน ปมียตีติ วณฺโณ, ปมาณํ. วณฺเณติ วิการมาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ วณฺโณ, รูปายตนํ. เอวํ เตน เตน ปวตฺตินิมิตฺเตน วณฺณ-สทฺทสฺส ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

อนวเสสตฺตํ สกลตา เกวลตา. เกวลกปฺปาติ เอตฺถ เกจิ อีสํ อสมตฺตา เกวลา เกวลกปฺปาติ วทนฺติ, เอวํ สติ อนวเสสตฺโถ เอว เกวล-สทฺโท สิยา. อนตฺถนฺตเรน ปน กปฺป-สทฺเทน ปทวฑฺฒนํ กตฺวา เกวลา เอว เกวลกปฺปา. ตถา วา กปฺปนียตฺตา ปญฺญเปตพฺพตฺตา เกวลกปฺปา. เยภุยฺยตา พหุลภาโว. อพฺยามิสฺสตา วิชาติเยน อสงฺกโร สุทฺธตา. อนติเรกตา ตํมตฺตตา วิเสสาภาโว. เกวลกปฺปนฺติ เกวลํ ทฬฺหํ กตฺวาติ อตฺโถ. เกวลํ วุจฺจติ นิพฺพานํ สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตฺตา. เตนาห ‘‘วิสํโยคาทิอเนกตฺโถ’’ติ. เกวลํ เอตสฺส อธิคตํ อตฺถีติ เกวลี, สจฺฉิกตนิโรโธ ขีณาสโว.

กปฺป-สทฺโท ปนายํ สอุปสคฺโค อนุปสคฺโค จาติ อธิปฺปาเยน โอกปฺปนียปเท ลพฺภมานํ โอกปฺปสทฺทมตฺตํ นิทสฺเสติ, อญฺญถา กปฺป-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร โอกปฺปนียปทํ อนิทสฺสนเมว สิยา. สมณกปฺเปหีติ วินยสิทฺเธหิ สมณโวหาเรหิ. นิจฺจกปฺปนฺติ นิจฺจกาลํ. ปญฺญตฺตีติ นามํ. นามเญฺหตํ ตสฺส อายสฺมโต, ยทิทํ กปฺโปติ. กปฺปิตเกสมสฺสูติ กตฺตริกาย เฉทิตเกสมสฺสุ. ทฺวงฺคุลกปฺโปติ มชฺฌนฺหิกเวลาย วีติกฺกนฺตาย ทฺวงฺคุลตาวิกปฺโป. เลโสติ อปเทโส. อนวเสสํ ผริตุํ สมตฺถสฺสปิ โอภาสสฺส เกนจิ การเณน เอกเทสผรณมฺปิ สิยา, อยํ ปน สพฺพโสว ผรีติ ทสฺเสตุํ สมนฺตตฺโถ กปฺป-สทฺโท คหิโตติ อาห ‘‘อนวเสสํ สมนฺตโต’’ติ.

สมณสญฺญาสมุทาจาเรนาติ ‘‘อหํ สมโณ’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนสญฺญาสมุฏฺฐิเตน สมุทาจาเรน, ตนฺนิมิตฺเตน วา ตพฺโพหาเรน. ปุพฺพโยเคติ ปุพฺพโยคกถายํ. ปปญฺโจ เอสาติ เอโส ตุเมฺหสุ อาคเตสุ ยถาปวตฺโต ปฏิสนฺถาโร กถาสมุทาจาโร จ อมฺหากํ ปปญฺโจ. เอตฺตกมฺปิ อกตฺวา สมณธมฺมเมว กโรมาติ อธิปฺปาโย.

อริยภูมึ ปตฺโตติ อนาคามิผลํ อธิคโต. ปกฺกุสาติกุลปุตฺตํ สนฺธาย วทติ. วิภชิตฺวาติ วิภาคํ กตฺวา. ตุริตาลปนวเสนาติ ตุริตํ อาลปนวเสน. เตน ทุลฺลโภ อยํ สมโณ, ตสฺมา สีฆมสฺส ปโญฺห กเถตพฺโพ, อิมินา จ สีฆํ คนฺตฺวา สตฺถา ปุจฺฉิตพฺโพติ ตุริตํ อาลปีติ ทสฺเสติ. ‘‘ยถา วา’’ติอาทินา ปน วจนาลงฺการวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ อาลปติ. เอวมาหาติ ‘‘ภิกฺขุ ภิกฺขู’’ติ เอวํ ทฺวิกฺขตฺตุํ อโวจ.

วมฺมิกปริยาเยน กรชกายํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ทสฺเสนฺตี เทวตา ‘‘อยํ วมฺมิโก’’ติ อาห. ตาย ปน ภาวตฺถสฺส อภาสิตตฺตา สทฺทตฺถเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุรโต ฐิตํ…เป… อยนฺติ อาหา’’ติ อโวจ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. มณฺฑูกนฺติ ถลมณฺฑูกํ. โส หิ อุทฺธุมายิกาติ วุจฺจติ, น อุทกมณฺฑูโก. ตสฺส นิวาสโต วาโต มา โข พาธยิตฺถาติ ‘‘อุปริวาตโต อปคมฺมา’’ติ วุตฺตํ. กถํ ปนายํ เทวตา อิมินา นีหาเรน อิเม ปเญฺห เถรสฺส อาจิกฺขีติ? เกจิ ตาว อาหุ – ยถาสุตมตฺถํ อุปมาภาเวน คเหตฺวา อตฺตโน ปฏิภาเนน อุปเมยฺยตฺถํ มนสา จินฺเตตฺวา ตํ ภควาว อิมสฺส อาจิกฺขิสฺสติ. สา จ เทสนา อตฺถาย หิตาย สุขาย โหตีติ ‘‘อยํ วมฺมิโก’’ติอาทินา อุปมาวเสเนว ปนฺนรส ปเญฺห เถรสฺส อาจิกฺขิ. กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กิร พาราณสิยํ เอโก เสฏฺฐิ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหนฺตํ นิธานํ นิทหิตฺวา ปลิฆาทิอาการานิ กานิจิปิ ลงฺคานิ ตตฺถ ฐเปสิ. โส มรณกาเล อตฺตโน สหายสฺส พฺราหฺมณสฺส อาโรเจสิ – ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน มยา นิธานํ นิทหิตํ, ตํ มม ปุตฺตสฺส วิญฺญุตํ ปตฺตสฺส ทสฺเสตี’’ติ วตฺวา กาลมกาสิ. พฺราหฺมโณ สหายกปุตฺตสฺส วิญฺญุตํ ปตฺตกาเล ตํ ฐานํ ทสฺเสสิ. โส นิขนิตฺวา สพฺพปจฺฉา นาคํ ปสฺสิ, นาโค อตฺตโน ปุตฺตํ ทิสฺวา ‘‘สุเขเนว ธนํ คณฺหตู’’ติ อปคจฺฉิ. สฺวายมตฺโถ ตทา โลเก ปากโฏ ชาโต. อยํ ปน เทวตา ตทา พาราณสิยํ คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อุรํ ทตฺวา สาสเน ปพฺพชิโต ปญฺจหิ สหายกภิกฺขูหิ สทฺธึ สมณธมฺมมกาสิ. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปญฺจ ภิกฺขู นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา’’ติอาทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยถาสุตมตฺถํ อุปมาภาเวน คเหตฺวา’’ติอาทิ. อปเร ปน ‘‘เทวตา อตฺตโน ปฏิภาเนน อิเม ปเญฺห เอวํ อภิสงฺขริตฺวา เถรสฺส อาจิกฺขี’’ติ วทนฺติ. เทวปุตฺเต นิสฺสกฺกํ เทวปุตฺตปญฺหตฺตา ตสฺส อตฺถสฺส.

๒๕๑. จตูหิ มหาภูเตหิ นิพฺพตฺโตติ จาตุมหาภูติโก. เตนาห ‘‘จตุมหาภูตมยสฺสา’’ติ. วมติ อุคฺคิรนฺโต วิย โหตีติ อตฺโถ. วนฺตโกติ อุจฺฉฑฺฑโก. วนฺตุสฺสโยติ อุปจิกาหิ วนฺตสฺส มตฺติกาปิณฺฑสฺส อุสฺสยภูโต. วนฺตสิเนหสมฺพทฺโธติ วนฺเตน เขฬสิเนเหน สมฺปิณฺฑิโต. อสุจิกลิมลํ วมตีติ เอตฺถ มุขาทีหิ ปาณกานํ นิคฺคมนโต ปาณเก วมตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภเตว. อริเยหิ วนฺตโกติ กายภาวสามญฺเญน วุตฺตํ. ทุกฺขสจฺจปริญฺญาย วา สพฺพสฺสปิ เตภูมกธมฺมชาตสฺส ปริญฺญาตตฺตา สพฺโพปิ กาโย อริเยหิ ฉนฺทราคปฺปหาเนน วนฺโต เอว. ตํ สพฺพนฺติ เยหิ ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ อุสฺสิโต, เยหิ นฺหารูหิ สมฺพทฺโธ, เยหิ มํเสหิ อวลิตฺโต, เยน อลฺลจมฺเมน ปริโยนทฺโธ, ยาย ฉวิยา รญฺชิโต, ตํ อฏฺฐิอาทิสพฺพํ อจฺจนฺตเมว ชิคุจฺฉิตฺวา วิรตฺตตายวนฺตเมว. ‘‘ยถา จา’’ติอาทินา วตฺตพฺโพปมโตปิ วมฺมิโก วิย วมฺมิโกติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ.

สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโว, มาตาเปตฺติโก สมฺภโว เอตสฺสาติ มาตาเปตฺติกสมฺภโว. ตสฺส. อุปจิยติ เอเตนาติ อุปจโย’ โอทนกุมฺมาสํ อุปจโย เอตสฺสาติ โอทนกุมฺมาสูปจโย. ตสฺส. อธุวสภาวตาย อนิจฺจธมฺมสฺส, เสทคูถ-ปิตฺต-เสมฺหาทิ-ธาตุกฺโขภ-ครุภาวทุคฺคนฺธานํ วิโนทนาย อุจฺฉาเทตพฺพธมฺมสฺส, ปริโต สมฺพาหเนน ปริมทฺทิตพฺพธมฺมสฺส, ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวตาย เภทนธมฺมสฺส, ตโต เอว วิกิรณสภาวตาย วิทฺธํสนธมฺมสฺสาติ ธมฺม-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตนุวิเลปเนนาติ กายาวเลปเนน อุจฺฉาทนวิเลปเนน. องฺคปจฺจงฺคาพาธวิโนทนตฺถายาติ ตาทิสสมุฏฺฐาน-สรีรวิการวิคมาย. ยสฺมา สุกฺกโสณิตํ อาหาโร, อุจฺฉาทนํ ปริมทฺทนญฺจ ยถารหํ อุปฺปาทสฺส, วุฑฺฒิยา จ ปจฺจโย, ตสฺมา อาห ‘‘มาตาเปตฺติก…เป… กถิโต’’ติ. อุจฺจาวจภาโวติ ยถารหํ โยเชตพฺโพ – โอทนกุมฺมาสูปจย-อุจฺฉาทนปริมทฺทนคฺคหเณหิ อุจฺจภาโว, วฑฺฒี. มาตาเปตฺติกสมฺภวคฺคหเณน สมุทโย. อิตเรหิ อวจภาโว, ปริหานิ, อตฺถงฺคโม ปกาสิโต. องฺคปจฺจงฺคานํ สณฺฐปนมฺปิ หิ วฏฺฏปจฺจยตฺตา วฏฺฏนฺติ.

โกโธ ธูโมติ เอตฺถ ธูมปริยาเยน โกธสฺส วุตฺตตฺตา ธูม-สทฺโท โกเธ วตฺตตีติ วุตฺตํ ‘‘ธูโม วิย ธูโม’’ติ. ภสฺมนีติ ภสฺมํ. โมสวชฺชนฺติ มุสาวาโท. ธูโม เอว ธูมายิตํ. อิจฺฉา ธูมายิตํ เอติสฺสาติ อิจฺฉาธูมายิตา, ปชา. อิจฺฉาธูมายิตสทฺทสฺส ตณฺหาย วุตฺติ วุตฺตนโย เอว. ธูมายนฺโตติ วิตกฺกสนฺตาเปน สํตปฺเปนฺโต, วิตกฺเกนฺโตติ อตฺโถ. ปลิโปติ ทุกฺกรมหากทฺทมํ. ติมูลนฺติ ตีหิ มูเลหิ ปติฏฺฐิตํ วิย อจลํ ปวตฺตนฺติ วุตฺตํ. รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตาติ รชสภาวกรณฏฺเฐน ‘‘รโช’’ติ จ ธูมสภาวกรณฏฺเฐน ‘‘ธูโม’’ติ จ มยา ปกาสิตา. ปกติธูโม วิย อคฺคิสฺส กิเลสคฺคิชาลสฺส ปญฺญาณภาวโต. ธมฺมเทสนาธูโม ญาณคฺคิสนฺธีปนสฺส ปุพฺพงฺคมภาวโต. อยํ รตฺตึ ธูมายนาติ ยา ทิวา กตฺตพฺพกมฺมนฺเต อุทฺทิสฺส รตฺติยํ อนุวิตกฺกนา, อยํ รตฺตึ ธูมายนา.

สตฺตนฺนํ ธมฺมานนฺติ อิทํ สุตฺเต (จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๘) อาคตนเยน วุตฺตํ. สุตฺตญฺจ ตถา อาราธนเวเนยฺยชฺฌาสยวเสน. ตเทกฏฺฐตาย วา ตทญฺญกิเลสานํ. สุนฺทรปญฺโญติ ญาตตีรณปหานปริญฺญาย ปญฺญาย สุนฺทรปญฺโญ.

เอตนฺติ ‘‘สตฺถ’’นฺติ เอตํ อธิวจนํ สํกิเลสธมฺมานํ สสนโต สมุจฺฉินฺทนโต. นฺติ วีริยํ. ปญฺญาคติกเมว ปญฺญาย หิตสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา. โลกิยาย ปญฺญาย อารมฺภกาเล โลกิยวีริยํ คเหตพฺพํ, โลกุตฺตราย ปญฺญาย ปวตฺติกฺขเณ โลกุตฺตรวีริยํ คเหตพฺพนฺติ โยชนา. อตฺถทีปนาติ อุปเมยฺยตฺถทีปนี อุปมา.

คามโตติ อตฺตโน วสนคามโต. มนฺเตติ อาถพฺพนมนฺเต. เต หิ พฺราหฺมณา อรญฺเญ เอว วาเจนฺติ ‘‘มา อญฺเญ อสฺโสสุ’’นฺติ. ตถา อกาสีติ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส อกาสิ. เอวเมตฺถ วมฺมิกปญฺหสฺเสว วเสน อุปมา อาคตา, เสสานํ วเสน เหฏฺฐา วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.

ลงฺคนฏฺเฐน นิวารณฏฺเฐน ลงฺคี, ปลิโฆ. ญาณมุเขติ วิปสฺสนาญาณวีถิยํ. ปตตีติ ปวตฺตติ. กมฺมฏฺฐานอุคฺคหปริปุจฺฉาวเสนาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหเนน ตสฺส อตฺถปริปุจฺฉาวเสน เจว วิปสฺสนาสงฺขาต-อตฺถวินิจฺฉย-ปริปุจฺฉาวเสน จ. สพฺพโส ญาตุํ อิจฺฉา หิ ปริปุจฺฉา. วิปสฺสนา จ อนิจฺจาทิโต สพฺพเตภูมกธมฺมานํ ญาตุํ อิจฺฉติ. เอวํ วิปสฺสนาวเสน อวิชฺชาปหานมาห, อุปริกตฺตพฺพสพฺภาวโต น ตาว มคฺควเสน.

วลฺลิอนฺตเร วาติ วา-สทฺโท ปํสุอนฺตเร วา มตฺติกนฺตเร วาติ อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ. จิตฺตาวิลมตฺตโกวาติ จิตฺตกฺโขภมตฺตโกว. อนิคฺคหิโตติ ปฏิสงฺขานพเลน อนิวาริโต. มุขวิกุลนํ มุขสงฺโกโจ. หนุสญฺโจปนํ ปาเปติ อนฺโตชปฺปนาวตฺถายํ. ทิสา วิโลกนํ ปาเปติ ยตฺถ พาเธตพฺโพ ฐิโต, ตํทสฺสนตฺถํ นิวารกปริวารณตฺถํ. ทณฺฑสตฺถาภินิปาตนฺติ ทณฺฑสตฺถานํ ปรสฺส อุปริ นิปาตนาวตฺถํ. เยน โกเธน อนิคฺคหิเตน มาตาทิกํ อฆาเตตพฺพํ อุคฺฆาเตตฺวา ‘‘อยุตฺตํ วต มยา กต’’นฺติ อตฺตานมฺปิ หนติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปรฆาตนมฺปิ อตฺตฆาตนมฺปิ ปาเปตี’’ติ. เยน วา ปรสฺส หญฺญมานสฺส วเสน ฆาตโกปิ ฆาตนํ ปาปุณาติ, ตาทิสสฺส วเสนายมตฺโถ เวทิตพฺโพ. โกธสามญฺเญน เหตํ วุตฺตํ ‘‘ปรํ ฆาเตตฺวา อตฺตานํ ฆาเตตี’’ติ. ปรมุสฺสทคโตติ ปรมุกฺกํสคโต. ทฬฺหํ ปริสฺสยมาวหตาย โกโธว โกธูปายาโส. เตนาห ‘‘พลวปฺปตฺโต’’ติอาทิ.

เทฺวธาปถสมา โหติ อปฺปฏิปตฺติเหตุภาวโต.

กุสลธมฺโม น ติฏฺฐติ นีวรเณหิ นิวาริตปรมตฺตา. สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาวยโต ปฐมํ สมเถน นีวรณวิกฺขมฺภนํ โหติ, วิปสฺสนา ปน ตทงฺควเสเนว ตานิ นีหรตีติ วุตฺตํ ‘‘วิกฺขมฺภนตทงฺควเสนา’’ติ.

‘‘กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๗) กุมฺมสฺส องฺคภาเวน วิเสสโต ปาทสีสานิ เอว วุจฺจนฺตีติ อาห ‘‘ปญฺเจว องฺคานิ โหนฺตี’’ติ. วิปสฺสนาจารสฺส วุจฺจมานตฺตา อธิการโต สมฺมสนียานเมว ธมฺมานํ อิธ คหณนฺติ ‘‘สพฺเพปิ สงฺขตา ธมฺมา’’ติ วิเสสํ กตฺวาว วุตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ.

สุนนฺติ โกฏฺฏนฺติ เอตฺถาติ สูนา, อธิกุฏฺฏนนฺติ อาห ‘‘สูนาย อุปรี’’ติ. อสินาติ มํสกนฺตเนน. ฆาติยมานาติ หญฺญมานา วิพาธิยมานา. วตฺถุกามานํ อุปริ กตฺวาติ วตฺถุกาเมสุ ฐเปตฺวา เต อจฺจาธานํ กตฺวา. กนฺติตาติ ฉินฺทิตา. โกฏฺฏิตาติ พิลโส วิภชิตา. ฉนฺทราคปฺปหานนฺติ ฉนฺทราคสฺส วิกฺขมฺภนปฺปหานํ.

สมฺมตฺตาติ มุจฺฉิตา สมฺมูฬฺหา. นนฺทีราคํ อุปคมฺม วฏฺฏํ วฑฺเฒนฺตีติ สมฺมูฬฺหตฺตา เอวอาทีนวํ อปสฺสนฺตา นนฺทีราคสฺส อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ตํ ปริพฺรูเหนฺติ. นนฺทีราคพทฺธาติ นนฺทีราเค ลคฺคตฺตา เตน พทฺธา. วฏฺเฏ ลคฺคนฺตีติ เตภูมเก วฏฺเฏ สชฺชนฺติ. ตตฺถ สชฺชตฺตา เอว ทุกฺขํ ปตฺวาปิ น อุกฺกณฺฐนฺติ น นิพฺพินฺทนฺติ. อิธ อนวเสสปฺปหานํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘จตุตฺถมคฺเคน นนฺทีราคปฺปหานํ กถิต’’นฺติ.

อนงฺคณสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๓) ปกาสิโต เอว ‘‘ฉนฺทาทีหิ น คจฺฉนฺตี’’ติอาทินา. ‘‘พุทฺโธ โส ภควา’’ติอาทิ ‘‘นโม กโรหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๙, ๒๕๑) วุตฺตนมกฺการสฺส กรณาการทสฺสนํ. โพธายาติ จตุสจฺจสมฺโพธาย. ตถา ทมถสมถตรณปรินิพฺพานานิ อริยมคฺควเสน เวทิตพฺพานิ. สมถปรินิพฺพานานิ ปน อนุปาทิเสสวเสนปิ โยเชตพฺพานิ. กมฺมฏฺฐานํ อโหสีติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ อโหสิ. เอตสฺส ปญฺหสฺสาติ เอตสฺส ปนฺนรสมสฺส ปญฺหสฺส อตฺโถ. เอวํ อิตเรสุปิ วตฺตพฺพํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ ขีณาสวคุเณหิ มตฺถกํ ปาเปนฺโต ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ, น ปุจฺฉิตานุสนฺธินาติ อธิปฺปาโย. นนุ จ ปุจฺฉาวเสนายํ เทสนา อารทฺธาติ? สจฺจํ อารทฺธา, เอวํ ปน ‘‘ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป’’ติ วตฺตพฺพํ, น ‘‘ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน นิฏฺฐปิตา’’ติ. อนฺตรปุจฺฉาวเสน เทสนาย อปริวตฺติตตฺตา อารมฺภานุรูปเมว ปน เทสนา นิฏฺฐปิตา.

วมฺมิกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.

๔. รถวินีตสุตฺตวณฺณนา

๒๕๒. มหาโควินฺเทน ปริคฺคหิตตากิตฺตนํ ตทา มคธราเชน ปริคฺคหิตูปลกฺขณํ. ตสฺส หิ โส ปุโรหิโต. มหาโควินฺโทติ ปุราตโน เอโก มคธราชาติ เกจิ. คยฺหตีติ คโห, ราชูนํ คโห ราชคหํ. นคร-สทฺทาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส. อญฺเญเปตฺถ ปกาเรติ ราชูหิ ทิสฺวา สมฺมา ปติฏฺฐาปิตตฺตา เตสํ คหํ เคหภูตนฺติปิ ราชคหํ. อารกฺขสมฺปตฺติอาทินา อนตฺถุปฺปตฺติเหตุตาย อุปคตานํ ปฏิราชูนํ คหํ คหภูตนฺติปิ ราชคหํ, อารามรามณียกาทีหิ ราชเต, นิวาสสุขตาทินา สตฺเตหิ มมตฺตวเสน คยฺหติ, ปริคฺคยฺหตีติ วา ราชคหนฺติ เอวมาทิเก ปกาเร. พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จาติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. เวฬูหิ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ, น ปน เกวลํ กฏฺฐกปวนเมว. รญฺโญ อุยฺยานกาเล ปติฏฺฐาปิตอฏฺฏาลกวเสน อฏฺฏาลกยุตฺตํ.

ชนนํ ชาติ, ชาติยา ภูมิ ชาติภูมํ, ชายิ วา มหาโพธิสตฺโต เอตฺถาภิ ชาติ, สา เอว ภูมีติ ชาติภูมํ, สา อิเมสํ นิวาโสติ ชาติภูมกาติ อาห ‘‘ชาติภูมกาติ ชาติภูมิวาสิโน’’ติ. กสฺส ปนายํ ชาติภูมีติ อาห ‘‘ตํ โข ปนา’’ติอาทิ. เตน อนญฺญสาธารณาย ชาติยา อธิปฺเปตตฺตา สเทวเก โลเก สุปากฏภาวโต วิเสสเนน วินาปิ วิสิฏฺฐวิสโยว อิธ ชาติ-สทฺโท วิญฺญายตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตสฺส ชาตฏฺฐานสากิยชนปโท’’ติ. ตตฺถปิ กปิลวตฺถุสนฺนิสฺสโย ปเทโสติ อาห ‘‘กปิลวตฺถาหาโร’’ติ.

ครุธมฺมภาววณฺณนา

สากิยมณฺฑลสฺสาติ สากิยราชสมูหสฺส. ทสนฺนํ อปฺปิจฺฉกถาทีนํ วตฺถุ ทสกถาวตฺถุ, อปฺปิจฺฉตาทิ. ตตฺถ สุปฺปติฏฺฐิตตาย ตสฺส ลาภี ทสกถาวตฺถุลาภี. ตตฺถาติ ทสกถาวตฺถุสฺมึ.

ครุกรณียตาย ธมฺโม ครุ เอตสฺสาติ ธมฺมครุ, ตสฺส ภาโว ธมฺมครุตา, ตาย. ‘‘อชฺฌาสเยน เวทิตพฺโพ’’ติ วตฺวา น เกวลํ อชฺฌาสเยเนว, อถ โข กายวจีปโยเคหิปิ เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมครุตาเยว หี’’ติอาทิมาห. ติยามรตฺตึ ธมฺมกถํ กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘กุมฺภการสฺส นิเวสเน ติยามรตฺตึ วสนฺโต ธมฺมกถํ กตฺวา’’ติ เอวํ วจนเสสวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อญฺญถา ยถาลาภวเสน อตฺเถ คยฺหมาเน ติยามรตฺตึ ธมฺมกถา กตาติ อาปชฺชติ, น จ ตํ อตฺถิ. วกฺขติ หิ ‘‘พหุเทว รตฺตินฺติ ทิยฑฺฒยามมตฺต’’นฺติ. ทสพลาทิคุณวิเสสา วิย ธมฺมคารวเหตุกา ปรหิตปฏิปตฺติปิ สพฺพพุทฺธานํ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย สทิสา เอวาติ อิมสฺส ภควโต ธมฺมคารวกิตฺตเน ‘‘กสฺสโปปิ ภควา’’ติอาทินา กสฺสปภควโต ธมฺมคารวํ ทสฺเสติ.

จาริกํ นิกฺขมีติ ชนปทจาริกํ จริตุํ นิกฺขมิ. ชนปทจาริกาย อกาเล นิกฺขนฺตตฺตา โกสลราชาทโย วาเรตุํ อารภึสุ. ปวาเรตฺวา หิ จรณํ พุทฺธาจิณฺณํ. ปุณฺณาย สมฺมาปฏิปตฺตึ ปจฺจาสีสนฺโต ภควา ‘‘กึ เม กริสฺสสี’’ติ อาห.

อนหาโตวาติ ธมฺมสวนุสฺสุกฺเกน สายเนฺห พุทฺธาจิณฺณํ นฺหานํ อกตฺวาว. อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺตีสุ เอกิสฺสา ทฺวินฺนญฺจ อตฺถิตาสิทฺธา จตุพฺพิธตา ปฏิปตฺติกตา เอว นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิปนฺนโก จ นาม…เป… จตุพฺพิโธ โหตี’’ติ. ปฏิกฺเขปปุพฺพโกปิ หิ ปฏิปนฺโน อตฺถโต ปฏิปนฺนตฺโถ เอวาติ. กามํ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน ตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สาสนํ โสภติ, น ปน สาสนํ วฑฺเฒติ อปฺโปสฺสุกฺกภาวโต, น จ การุณิกสฺส ภควโต สพฺพถา มโนรถํ ปูเรติ. ตถา หิ ภควา ปฐมโพธิยํ เอกสฏฺฐิยา จ อรหนฺเตสุ ชาเตสุ – ‘‘จรถ, ภิกฺขเว, พหุชนหิตายา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๘๖-๘๘; มหาว. ๓๒) ภิกฺขู ปรหิตปฏิปตฺติยํ นิโยเชสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวรูปํ ภิกฺขุํ ภควา น ปุจฺฉติ, กสฺมา? น มยฺหํ สาสนสฺส วุฑฺฒิปกฺเข ฐิโต’’ติ.

สมุทาโย อปฺปเกน อูโนปิ อนูโน วิย โหตีติ พากุลตฺเถรํ จตุตฺถราสิโต พหิ กตฺวาปิ ‘‘อสีติมหาเถรา วิยา’’ติ วุตฺตํ. อสีติมหาเถรสมญฺญา วา อวยเวปิ อฏฺฐสมาปตฺติสามญฺญา วิย ทฏฺฐพฺพา. อีทิเส ฐาเน พหูนํ เอกโต กถนํ มหตา กณฺเฐน จ กถนํ สตฺถุ จิตฺตาราธนเมวาติ เตหิ ภิกฺขูหิ ตถา ปฏิปนฺนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เต ภิกฺขู เมฆสทฺทํ สุตฺวา’’ติอาทิมาห. คุณสมฺภาวนายาติ วกฺขมานคุณเหตุกาย สมฺภาวนาย สมฺภาวิโต, น เยน เกนจิ กิจฺจสมตฺถตาทินา.

ครุธมฺมภาววณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา

อปฺป-สทฺทสฺส ปริตฺตปริยายตํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิยา’’ติ. เตนาห ‘‘น หิ ตสฺสา’’ติอาทิ. อปฺป-สทฺโท ปเนตฺถ อภาวตฺโถติ สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘‘อปฺปาพาธตญฺจ สญฺชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๕; ๒.๑๓๔) วิย.

อตฺริจฺฉตา นาม (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๖๓) อตฺร อตฺร อิจฺฉาติ กตฺวา. อสนฺตคุณสมฺภาวนตาติ อตฺตนิ อวิชฺชมานํ คุณานํ วิชฺชมานานํ วิย ปเรสํ ปกาสนา. สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ วตฺตปฏิปตฺติการกวิเสสลาภีติ ชานาตุ ‘‘วตฺตปฏิปตฺติอาปาถกชฺฌายิตา’’ติ เอวมาทินา. สนฺตคุณสมฺภาวนาติ อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา อตฺตนิ วิชฺชมานสีลธุตธมฺมาทิคุณวิภาวนา. ตาทิสสฺส หิ ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญุตาปิ โหติ.

คณฺหนฺโตเยว อุมฺมุชฺชิ อญฺเญสํ อชานนฺตานํเยวาติ อธิปฺปาโย.

อปฺปิจฺฉตาปธานํ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน จตุพฺพิธํ อิจฺฉาปเภทํ ทสฺเสตฺวา ปุนปิ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน จตุพฺพิธํ อิจฺฉาปเภทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปโรปิ จตุพฺพิโธ อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทิมาห. ทายกสฺส วสนฺติ ทายกสฺส จิตฺตวสํ. เทยฺยธมฺมสฺส วสนฺติ เทยฺยธมฺมสฺส อปฺปพหุภาวํ. อตฺตโน ถามนฺติ อตฺตโน ยาปนมตฺตกถามํ.

เอกภิกฺขุปิ น อญฺญาสิ โสสานิกวตฺเต สมฺมเทว วุตฺติตฺตา. อพฺโพกิณฺณนฺติ อวิจฺเฉทํ. ทุติโย มํ น ชาเนยฺยาติ ทุติโย สหายภูโตปิ ยถา มํ ชานิตุํ น สกฺกุเณยฺย, ตถา สฏฺฐิ วสฺสานิ นิรนฺตรํ สุสาเน วสามิ, ตสฺมา อหํ อโห โสสานิกุตฺตโม.

ธมฺมกถาย ชนตํ โขเภตฺวาติ โลมหํสนสาธุการทานเจลุกฺเขปาทิวเสน สนฺนิปติตํ อิตรญฺจ ‘‘กถํ นุ โข อยฺยสฺส สนฺติเกว ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ โกลาหลวเสน มหาชนํ โขเภตฺวา. คโตติ ‘‘อยํ โส, เตน รตฺติยํ ธมฺมกถา กตา’’ติ ชานนภเยน ปริยตฺติอปฺปิจฺฉตาย ปริเวณํ คโต.

ตโย กุลปุตฺตา วิยาติ ปาจีนวํสทาเย สมคฺควาสํ วุตฺถา ตโย กุลปุตฺตา วิย. ปหายาติ ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน ปจฺฉา อคฺคมคฺเคเนว ปชหิตฺวา.

อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา

ปกติทุพฺพลาทีนํ ครุจีวราทีนิ นผาสุภาวาวหานิ สรีรเขทาวหานิ จ โหนฺตีติ ปโยชนวเสน นอตฺริจฺฉตาทิวเสน ตานิ ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโค น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. มหคฺฆจีวรํ, พหูนิ วา จีวรานิ ลภิตฺวาปิ ตานิ วิสฺสชฺเชตฺวา ตทญฺญสฺส คหณํ ยถาสารุปฺปนเย ฐิตตฺตา น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘เตสํ…เป… ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. เอวํ เสสปจฺจเยสุปิ ยถาพลยถาสารุปฺปสนฺโตสนิทฺเทเสสุ อปิสทฺทคฺคหเณ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. ยถาสารุปฺปสนฺโตโสเยว อคฺโค อโลภชฺฌาสยสฺส อุกฺกํสนโต.

ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ติวิธปวิเวกวณฺณนา

เอโกติ เอกากี. คจฺฉตีติ จุณฺณิกอิริยาปถวเสน วุตฺตํ. จรตีติ วิหารโต พหิ สญฺจารวเสน, วิหรตีติ ทิวาวิหาราทิวเสน. กายวิเวโกติ จ เนกฺขมฺมาธิมุตฺตสฺส ภาวนานุโยควเสน วิเวกฏฺฐกายตา, น ฌานวิเวกมตฺตํ. เตนาห ‘‘เนกฺขมฺมาภิรตาน’’นฺติ. ปริสุทฺธจิตฺตานนฺติ นีวรณาทิสํกิเลสโต วิสุทฺธจิตฺตานํ. ปรมโวทานปฺปตฺตานนฺติ วิตกฺกาทิตํตํฌานปฏิปกฺขวิคเมน ปรมํ อุตฺตมํ โวทานํ ปตฺตานํ. นิรุปธีนนฺติ กิเลสุปธิอาทีนํ วิคเมน นิรุปธีนํ.

ติวิธปวิเวกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจวิธสํสคฺควณฺณนา

สํสีทติ เอเตนาติ สํสคฺโค, ราโค. สวนเหตุโก, สวนวเสน วา ปวตฺโต สํสคฺโค สวนสํสคฺโค. เอส นโย เสเสสุปิ. กายสํสคฺโค ปน กายปรามาโส. อิตฺถี วาติ วธู, ยุวตี วา. สนฺธาเนตุนฺติ ปุพฺเพนาปรํ ฆเฏตุํ. โสตวิญฺญาณวีถิวเสนาติ อิทํ มูลภูตํ สวนํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺส ปิฏฺฐิวตฺตกมโนทฺวาริกชวนวีถีสุ อุปฺปนฺโนปิ ราโค สวนสํสคฺโคเยว. ทสฺสนสํสคฺเคปิ เอเสว นโย. อนิตฺถิคนฺธโพธิสตฺโต ปเรหิ กถิยมานวเสน ปวตฺตสวนสํสคฺคสฺส นิทสฺสนํ. ติสฺสทหโร อตฺตนา สุยฺยมานวเสน. ตตฺถ ปฐมํ ชาตเก เวทิตพฺพนฺติ อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทหโร กิรา’’ติอาทิมาห. กามราเคน วิทฺโธติ ราคสลฺเลน หทเย อปฺปิโต อนฺโต อนุวิทฺโธ.

โสติ ทสฺสนสํสคฺโค. เอวํ เวทิตพฺโพติ วตฺถุวเสน ปากฏํ กโรติ. ตสฺมึ กิร คาเม เยภุยฺเยน อิตฺถิโย อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา, ตสฺมา เถโร ‘‘สเจ อนฺโตคาเม น จริสฺสสี’’ติ อาห. กาลสฺเสว ปวิฏฺฐตฺตา ยาคุํ อทาสิ, ตสฺมา ยาคุเมว คเหตฺวา คจฺฉนฺตํ ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหาหี’’ติ อาหํสุ. ยาจิตฺวาติ ‘‘น มยํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ ทาตุกามา นิวตฺเตม, อปิจ อิทํ ภนฺเต การณ’’นฺติ ยาจิตฺวา.

อาทิโต ลปนํ อาลาโป, วจนปฏิวจนวเสน ปวตฺโต ลาโป สลฺลาโป. ภิกฺขุนิยาติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ. ยาย กายจิปิ อิตฺถิยา สนฺตกปริโภควเสน อุปฺปนฺนราโคปิ สมฺโภคสํสคฺโคว.

ปญฺจวิธสํสคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

คาหคาหกาทิวณฺณนา

ภิกฺขุโน ภิกฺขูหิ กายปรามาโส กายสมฺพาหนาทิวเสน. กายสํสคฺคนฺติ กายปรามาสสํสคฺคํ. คาหคาหโกติ คณฺหนกานํ คณฺหนโกติ อตฺโถ. คาหมุตฺตโกติ อโยนิโส อามิเสหิ สงฺคณฺหนเกหิ สยํ มุจฺจนโก. มุตฺตคาหโกติ ยถาวุตฺตสงฺคหโต มุตฺตานํ สงฺคณฺหนโก. มุตฺตมุตฺตโกติ มุจฺจนเกหิ สยมฺปิ มุจฺจนโก. คหณวเสน สงฺคณฺหนวเสน. อุปสงฺกมนฺติ ตโต กิญฺจิ โลกามิสํ ปจฺจาสีสนฺตา, น ทกฺขิเณยฺยวเสน. ภิกฺขุปกฺเข คหณวเสนาติ ปจฺจยลาภาย สงฺคณฺหนวเสนาติ โยเชตพฺพํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อามิเสนา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน.

ฐานนฺติ อตฺตโน ฐานาวตฺถํ. ปาปุณิตุํ น เทติ อุปฺปนฺนเมว ตํ ปฏิสงฺขานพเลน นีหรนฺโต วิกฺขมฺเภติ. เตนาห ‘‘มนฺเตนา’’ติอาทิ. ยถา ชีวิตุกาโม ปุริโส กณฺหสปฺเปน, อมิตฺเตน วา สห น สํวสติ, เอวํ ขณมตฺตมฺปิ กิเลเสหิ สห น สํวสตีติ อตฺโถ.

จตุปาริสุทฺธิสีลํ โลกิยํ โลกุตฺตรญฺจ. ตถา สมาธิปิ. วิปสฺสนาย ปาทกา วิปสฺสนาปาทกาติ อฏฺฐสมาปตฺติคฺคหเณน ยถา โลกิยสมาธิ คหิโต, เอวํ วิปสฺสนาปาทกา เอเตสนฺติ วิปสฺสนาปาทกาติ อฏฺฐสมาปตฺติคฺคหเณเนว โลกุตฺตโร สมาธิ คหิโต. ยถา หิ จตฺตาริ รูปชฺฌานานิ อธิฏฺฐานํ กตฺวา ปวตฺโต มคฺคสมาธิ วิปสฺสนาปาทโก, เอวํ จตฺตาริ อรูปชฺฌานานิ อธิฏฺฐานํ กตฺวา ปวตฺโตปิ. สมาปตฺติปริยาโย ปน ปุพฺพโวหาเรน เวทิตพฺโพ. ปฏิปกฺขสมุจฺเฉทเนน สมฺมา อาปชฺชนโต วา ยถา ‘‘โสตาปตฺติมคฺโค’’ติ. เอวเมตฺถ สีลสมาธีนมฺปิ มิสฺสกภาโว เวทิตพฺโพ, น ปญฺญาย เอว. วิมุตฺตีติ อริยผลนฺติ วุตฺตํ ‘‘วิมุตฺติสมฺปนฺโน’’ติ วุตฺตตฺตา. ตญฺหิ นิปฺผาทนฏฺเฐน สมฺปาเทตพฺพํ, น นิพฺพานนฺติ.

เอตฺถ จ อปฺปิจฺฉตาย ลทฺธปจฺจเยน ปริตุสฺสติ, สนฺตุฏฺฐตาย ลทฺธา เต อคธิโต อมุจฺฉิโตอาทีนวทสฺสี นิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชติ, เอวํภูโต จ กตฺถจิ อลคฺคมานสตาย ปวิเวกํ ปริพฺรูเหนฺโต เกนจิ อสํสฏฺโฐ วิหรติ คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. โส เอวํ อชฺฌาสยสมฺปนฺโน วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา, อนธิคมสฺส อธิคมาย. อารภนฺโต จ ยถาสมาทินฺนํ อตฺตโน สีลํ ปจฺจเวกฺขติ, ตสฺส สีลสฺส สุปริสุทฺธตํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชติ อวิปฺปฏิสาโร, อยมสฺส สีลสมฺปทา. ตสฺส อวิปฺปฏิสารมูลเกหิ ปาโมชฺชปีติปสฺสทฺธิสุเขหิ สมฺมา พฺรูหิตํ จิตฺตํ สมฺมเทว สมาธิยติ, อยมสฺส สมาธิสมฺปทา. ตโต ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ นิพฺพินฺทติ, นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ, วิราคา วิมุจฺจติ, อยมสฺส ปญฺญาสมฺปทา. วิมุตฺตจิตฺตตา ปนสฺส วิมุตฺติสมฺปทา, ตโต วิมุตฺติโต ญาณทสฺสนนฺติ เอเตสํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อนุปุพฺพี เวทิตพฺพา. ตสฺส โย ทสหิ กถาวตฺถูหิ สมนฺนาคโม, อยํ อตฺตหิตาย ปฏิปตฺติ. ยา เนสํ ปเรสํ สํกิตฺตนํ, อยํ ปรหิตาย ปฏิปตฺติ. ตาสุ ปุริมา ญาณปุพฺพงฺคมา ญาณสมฺปยุตฺตา จ, อิตรา กรุณาปุพฺพงฺคมา กรุณาสมฺปยุตฺตา จาติ สพฺพํ ญาณกรุณากณฺฑํ วตฺตพฺพํ.

ทสหิ กถาวตฺถูหิ กรณภูเตหิ ภิกฺขูนํ โอวาทํ เทติ, ‘‘ภิกฺขุนา นาม อตฺริจฺฉตาทิเก ทูรโต วชฺเชตฺวา สมฺมเทว อปฺปิจฺเฉน ภวิตพฺพ’’นฺติอาทินา ตํ ตํ กถาวตฺถุํ ภิกฺขูนํ อุปทิสตีติ อตฺโถ. อุปทิสนฺโต หิ ตานิ ‘‘เตหิ ภิกฺขู โอวทตี’’ติ วุตฺโต. โอวทติเยว สรูปทสฺสนมตฺเตน. สุขุมํ อตฺถํ ปริวตฺเตตฺวาติ เอวมฺปิ อปฺปิจฺฉตา โหติ เอวมฺปีติ อปฺปิจฺฉตาทิวเสน อปราปรํ อปฺปิจฺฉตาวุตฺตึ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ สุขุมนิปุณํ อปฺปิจฺฉตาสงฺขาตํ อตฺถํ ชานาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาเปตีติ ยถาวุตฺเตหิ วิเสเสหิ วิญฺญาเปติ. การณนฺติ เยน การเณน อปฺปิจฺฉตา อิชฺฌติ, ตํ ปน ‘‘มหิจฺฉตาทีสุ เอเต โทสา, อปฺปิจฺฉตาย อยมานิสํโส’’ติอาทีนวานิสํสทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ. สมฺมา เหตุนา อปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสตีติ สนฺทสฺสโก. คาเหตุนฺติ ยถา คณฺหติ, ตถา กาตุํ, ตตฺถ ปฏฺฐเปตุนฺติ อตฺโถ. อุสฺสาหชนนวเสนาติ ยถา ตํ สมาทานํ นิจฺจลํ โหติ, เอวํ อุสฺโสฬฺหิยา อุปฺปาทนวเสน สมฺมเทว อุตฺเตเชตีติ สมุตฺเตชโก. อุสฺสาหชาเตติ อปฺปิจฺฉตาย ชาตุสฺสาเห. วณฺณํ วตฺวา ตตฺถ สมฺปตฺตึ อายติญฺจ ลพฺภมานคุณํ กิตฺเตตฺวา สมฺปหํเสติ สมฺมเทว ปกาเรหิ โตเสตีติ สมฺปหํสโก. เอวํ สนฺตุฏฺฐิอาทีสุ ยถารหํ โยชนา กาตพฺพา.

คาหคาหกาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจลาภวณฺณนา

๒๕๓. สตฺถุ สมฺมุขา เอวํ วณฺโณ อพฺภุคฺคโตติ. อิมินา ตสฺส วณฺณสฺส ยถาภูตคุณสมุฏฺฐิตตํ ทสฺเสติ. มนฺทมนฺโท วิยาติ อติ วิย อเฉโก วิย. อพลพโล วิยาติ อติ วิย อพโล วิย. ภากุฏิกภากุฏิโก วิยาติ อติ วิย ทุมฺมุโข วิย. อนุมสฺสาติ อนุมสิตฺวา, ทส กถาวตฺถูนิ สรูปโต วิเสสโต จ อนุปริคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. ปริคฺคณฺหนํ ปน เนสํ อนุปวิสนํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อนุปวิสิตฺวา’’ติ. สพฺรหฺมจารีหิ วณฺณภาสนํ เอโก ลาโภติ โยชนา. เอวํ เสเสสุปิ. ปตฺถยมาโน เอวมาห ธมฺมครุตายาติ อธิปฺปาโย.

ปญฺจลาภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จาริกาทิวณฺณนา

๒๕๔. อภิรมนํ อภิรตํ, ตเทว อนุนาสิกโลปํ อกตฺวา วุตฺตํ ‘‘อภิรนฺต’’นฺติ. ภาวนปุํสกญฺเจตํ. อนภิรติ นาม นตฺถิ, อภิรมิตฺวา จิรวิหาโรปิ นตฺถิ สมฺมเทว ปริญฺญาตวตฺถุกตฺตา. สพฺพสหา หิ พุทฺธา ภควนฺโต อสยฺหลาภิโน.

ปุพฺเพ ธมฺมครุตากิตฺตนปสงฺเคน คหิตํ อคฺคหิตญฺจ มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทึ เอกเทเสน ทสฺเสตฺวา วนวาสิติสฺสสามเณรสฺส วตฺถุํ วิตฺถาเรตฺวา ชนปทจาริกํ กเถตุํ ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. อากาสคามีหิ สทฺธึ คนฺตุกาโม ‘‘ฉฬภิญฺญานํ อาโรเจหี’’ติ อาห. สงฺฆกมฺเมน สิชฺฌมานาปิ อุปสมฺปทา สตฺถุ อาณาวเสเนว สิชฺฌนโต ‘‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. อปเร ‘‘อปริปุณฺณวีสติวสฺสสฺเสว ตสฺส อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต สตฺถา ‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’ติ อโวจา’’ติ วทนฺติ. อุปสมฺปาเทตฺวาติ ธมฺมเสนาปตินา อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตฺวา.

นวโยชนสติกํ มชฺฌิมเทสปริยาปนฺนเมว, ตโต ปรํ นาธิปฺเปตํ ทนฺธตาวเสน คมนโต. สมนฺตาติ คตคตฏฺฐานสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ. อญฺเญนปิ การเณนาติ ภิกฺขูนํ สมถวิปสฺสนาตรุณภาวโต อญฺเญนปิ มชฺฌิมมณฺฑเล เวเนยฺยานํ ญาณปริปากาทิการเณน นิกฺขมติ, อนฺโตมณฺฑลํ โอตรติ. สตฺตหิ วาติอาทิ ‘‘เอกํ มาสํ วา’’ติอาทินา วุตฺตานุกฺกเมน โยเชตพฺพํ.

สรีรผาสุกตฺถายาติ เอกสฺมึเยว ฐาเน นิพทฺธวาเสน อุสฺสนฺนธาตุกสฺส สรีรสฺส วิเรจเนน ผาสุภาวตฺถาย. อฏฺฐุปฺปตฺติกาลาภิกงฺขนตฺถายาติ อคฺคิกฺขนฺธูปมสุตฺต (อ. นิ. ๗.๗๒) มฆเทวชาตกาทิเทสนานํ (ชา. ๑.๑.๙) วิย ธมฺมเทสนาย อฏฺฐุปฺปตฺติกาลสฺส อากงฺขเนน. สุราปานสิกฺขาปทปญฺญาปเน (ปาจิ. ๓๒๖) วิย สิกฺขาปทปญฺญาปนตฺถาย. โพธเนยฺยสตฺเต องฺคุลิมาลาทิเก โพธนตฺถาย. นิพทฺธวาสญฺจ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส จาริกา นิพทฺธจาริกา.

๒๕๕. อปริคฺคหภาวํ กตฺถจิ อลคฺคภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยูถํ ปหาย…เป… มตฺตหตฺถี วิยา’’ติ วุตฺตํ. อสหายกิจฺโจติ สหายกิจฺจรหิโต สีโห วิย. เตนสฺส เอกวิหาริตํ เตชวนฺตตญฺจ ทสฺเสติ. ตทา ปน กายวิเวโก น สกฺกา ลทฺธุนฺติ อิทเมตฺถ การณํ ทฏฺฐพฺพํ. พหูหีติอาทิ ปน สภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ. เถรสฺส ปริสา สุวินีตา จิณฺณครุวาสา ครุโน อิจฺฉานุรูปเมว วตฺตติ.

วุตฺตการณยุตฺเต อทฺธานคมเน จาริกานํ โวหาโร สาสเน นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. เกนจิเทว นิมิตฺเตน กิสฺมิญฺจิ อตฺเถ ปวตฺตาย สญฺญาย ตนฺนิมิตฺตรหิเตปิ อญฺญสฺมึ ปวตฺติ รุฬฺหี นาม. วิชิตมารตฺตา สงฺคามวิชยมหาโยโธ วิย. อญฺญํ เสวิตฺวาติ ‘‘มม อาคตภาวํ สตฺถุ อาโรเจหี’’ติ อาโรจนตฺถํ อญฺญํ ภิกฺขุํ เสวิตฺวา.

ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ตํตํปุคฺคลชฺฌาสยานุรูปํ ตทนุจฺฉวิกเมว ธมฺมึ กถํ กโรตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จูฬโคสิงฺคสุตฺเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สามคฺคิรสานิสํสนฺติ ‘‘กจฺจิ ปน โว, อนุรุทฺธา, สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๒๖) สามคฺคิรสานิสํสํ กเถสิ. อาวสถานิสํสนฺติ ‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนตี’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๙๕, ๓๑๕) อาวสถปฏิสํยุตฺตํ อานิสํสํ. สติปฏิลาภิกนฺติ โชติปาลตฺเถเร ลามกํ ฐานํ โอติณฺณมตฺเต มหาโพธิปลฺลงฺเก ปน สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรนฺโต อาคโต. ตาทิสสฺส นาม ปมาทวิหาโร น ยุตฺโตติ ยถา กสฺสโป ภควา โพธิสตฺตสฺส สตึ ปฏิลภิตุํ ธมฺมึ กถํ กเถสิ, ตถา อยํ ภควา ตเมว ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตกถํ ภิกฺขูนํ ฆฏิการสุตฺตํ (ม. นิ. ๒.๒๘๒) กเถสิ. จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทเสติ – ‘‘อุปนียติ โลโก อทฺธุโว, อตาโณ โลโก อนภิสฺสโร, อสฺสโก โลโก สพฺพํ ปหาย คมนียํ, อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโส จา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) อิเม จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทเส กเถสิ. กามญฺเจเต ธมฺมุทฺเทสา รฏฺฐปาลสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๐๔) อายสฺมตา รฏฺฐปาลตฺเถเรน รญฺโญ โกรพฺยสฺส กถิตา, เต ปน ภควโต เอว อาหริตฺวา เถเรน ตตฺถ กถิตาติ วุตฺตํ ‘‘รฏฺฐปาลสุตฺเต’’ติอาทิ. ตถา หิ วุตฺตํ สุตฺเต – ‘‘อตฺถิ โข, มหาราช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) ปานกานิสํสกถนฺติ ‘‘อคฺคิหุตฺตํ มุขํ ยญฺญา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๔๐๐; สุ. นิ. ๕๗๓) อนุโมทนํ วตฺวา ปุน ปกิณฺณกกถาวเสน ปานกปฏิสํยุตฺตํ อานิสํสกถํ กเถสิ. เอกีภาเว อานิสํสํ กเถสิ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ ภคุํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๓๘). อนนฺตนยนฺติ อปริมาณเทสนานยํ อปฺปิจฺฉตาทิปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมึ กถํ. เตนาห ‘‘ปุณฺณ, อยมฺปิ อปฺปิจฺฉกถาเยวา’’ติอาทิ พหูหิ ปริยาเยหิ นานานยํ เทเสติ. กถํ ตถา เทสิตํ เถโร อญฺญาสีติ อาห ‘‘ปฏิสมฺภิทาปตฺตสฺส…เป… อโหสี’’ติ.

จาริกาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตวิสุทฺธิปญฺหวณฺณนา

๒๕๖. ตโต ปฏฺฐายาติ. ยทา ชาติภูมกา ภิกฺขู สตฺถุ สมฺมุขา เถรสฺส วณฺณํ ภาสึสุ, ตโต ปฏฺฐาย. สีสานุโลกี หุตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ เถเรน สมาคเม อาทรวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ปาเฐ ‘‘อปฺเปว นามา’’ติอาทิ, ‘‘ตรมานรูโป’’ติ จ. ยํ ปน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอกสฺมึ ฐาเน นิลีน’’นฺติอาทิ, ตํ อการณํ. น หิ ธมฺมเสนาปติ ตสฺส เถรสฺส นิสินฺนฏฺฐานํ อภิญฺญาญาเณน ชานิตุํ น สกฺโกติ. ‘‘กจฺจิ นุ โข มํ อทิสฺวาว คมิสฺสตี’’ติ อยมฺปิ จินฺตา อาทรวเสเนวาติ ยุตฺตํ. น หิ สตฺถารํ ทฏฺฐุํ อาคโต สาวโก อปิ อายสฺมา อญฺญาตโกณฺฑญฺโญ สตฺถุกปฺปํ ธมฺมเสนาปตึ ตตฺถ วสนฺตํ อทิสฺวาว คจฺฉนโก นาม อตฺถิ. ทิวาวิหารนฺติ สมฺปทาเน อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ทิวาวิหารตฺถายา’’ติ.

๒๕๗. ปุริมกถายาติ ปฐมาลาเป. อปฺปติฏฺฐิตายาติ นปฺปวตฺติตาย. ปจฺฉิมกถา น ชายตีติ ปจฺฉา วตฺตพฺพกถาย อวสโร น โหติ. สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ ทิฏฺฐสํสนฺทนวเสน. ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม อริยมคฺโค. ยสฺมา ตโต อุตฺตริมฺปิ ปตฺตพฺพํ อตฺเถว, ตสฺมา ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลาทีสุ ฐิตสฺสปิ พฺรหฺมจริยวาโส มตฺถกํ น ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมาติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส มตฺถกํ อปฺปตฺตตฺตา. สพฺพํ ปฏิกฺขิปีติ สตฺตมมฺปิ ปญฺหํ ปฏิกฺขิปิ, อิตเรสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.

อปฺปจฺจยปรินิพฺพานนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานมาห. อิทานิ ปการนฺตเรนปิ อนุปาทาปรินิพฺพานํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺวธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ คหณูปาทานนฺติ ทฬฺหคฺคหณภูตํ อุปาทานํ. เตนาห ‘‘กามุปาทานาทิก’’นฺติ. ปจฺจยูปาทานนฺติ ยํ กิญฺจิ ปจฺจยมาห. โส หิ อตฺตโน ผลํ อุปาทิยติ อุปาทานวเสน คณฺหตีติ อุปาทานนฺติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ปจฺจยูปาทานํ นาม…เป… ปจฺจยา’’ติ. ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติ วจนโต (มหาว. ๒๘, ๓๐) อรหตฺตผลํ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ กเถนฺติ. น จ อุปาทานสมฺปยุตฺตนฺติ อุปาทาเนหิ เอตํ น สหิตํ นาปิ อุปาทาเนหิ สห ปวตฺติ หุตฺวา. น จ กญฺจิ ธมฺมํ อุปาทิยตีติ กสฺสจิ ธมฺมสฺส อารมฺมณกรณวเสน น อุปาทิยติ. ปรินิพฺพุตนฺเตติ อคฺคมคฺเคน กาตพฺพกิเลสปรินิพฺพานปริโยสานนฺเต ชาตตฺตา. อมตธาตุเมว อนุปาทาปรินิพฺพานํ กเถนฺติ, กเถนฺตานญฺจ ยถา ตสฺส โกจิ ปจฺจโย นาม นตฺถิ, เอวํ อธิคโตปิ ยถา โกจิ ปจฺจโย นาม น โหติ, ตถา ปรินิพฺพานํ อปจฺจยปรินิพฺพานนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ อนฺโต’’ติอาทิมาห. ปุน ปุจฺฉํ อารภิ อนุปาทาปรินิพฺพานํ สรูปโต ปติฏฺฐาเปตุกาโม.

๒๕๘. สพฺพปริวตฺเตสูติ สพฺเพสุ ปญฺหปริวตฺตเนสุ, ปญฺหวาเรสูติ อตฺโถ. สคหณธมฺมเมวาติ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา คณฺหตีติ คหณํ, สห คหเณนาติ สคหณํ, อุปาทานิยนฺติ อตฺโถ. วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสฺส อภาวโต วฏฺฏเมว อนุคโตติ วฏฺฏานุคโต. เตนาห ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลมตฺตสฺสปิ อภาวโต’’ติ. โย ปน จตุพฺพิเธ วิวฏฺฏูปนิสฺสเย สีเล ฐิโต, โสปิ ‘‘อญฺญตฺร อิเมหิ ธมฺเมหี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ.

สตฺตวิสุทฺธิปญฺหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตรถวินีตวณฺณนา

๒๕๙. นิสฺสกฺกวจนเมตํ ‘‘ยาว เหฏฺฐิมโสปานกเฬวรา’’ติอาทีสุ วิย. อตฺโถติ ปโยชนํ. จิตฺตวิสุทฺธิ เหตฺถ สีลวิสุทฺธึ ปโยเชติ ตสฺส ตทตฺถตฺตา. สีลวิสุทฺธิกิจฺจํ กตํ นาม โหติ สมาธิสํวตฺตนโต. สมาธิสํวตฺตนิกา หิ สีลวิสุทฺธิ นาม. สพฺพปเทสูติ ‘‘จิตฺตวิสุทฺธิ ยาวเทว ทิฏฺฐิวิสุทฺธตฺถา’’ติอาทีสุ สพฺพปเทสุ, ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยํ ฐิตสฺส จิตฺตวิสุทฺธกิจฺจํ กตํ นาม โหตีติอาทินา โยเชตพฺพํ.

สาวตฺถินครํ วิย สกฺกายนครํ อติกฺกมิตพฺพตฺตา. สาเกตนครํ วิย นิพฺพานนครํ ปาปุณิตพฺพตฺตา. อจฺจายิกสฺส กิจฺจสฺส อุปฺปาทกาโล วิย นวเมเนว ขเณน ปตฺตพฺพสฺส อภิสมยกิจฺจสฺส อุปาทกาโล. ยถา รญฺโญ สตฺตเมน รถวินีเตน สาเกเต อนฺเตปุรทฺวาเร โอรุฬฺหสฺส น ตาว กิจฺจํ นิฏฺฐิตํ นาม โหติ, สํวิธาตพฺพสํวิธานํ ญาติมิตฺตคณปริวุตสฺส สุรสโภชนปริโภเค นิฏฺฐิตํ นาม สิยา, เอวเมตํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา กิเลเส เขเปตฺวา เตสํเยว ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานสาธกอริยผลสมงฺคิกาเล อภิสมยกิจฺจํ นิฏฺฐิตํ นาม โหติ. เตนาห ‘‘โยคิโน…เป… กาโล ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ตตฺถ ปโรปณฺณาส กุสลธมฺมา นาม จิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนา ผสฺสาทโย ปโรปณฺณาส อนวชฺชธมฺมา. นิโรธสยเนติ นิพฺพานสยเน.

‘‘วิสุทฺธิโย’’ติ วา ‘‘กถาวตฺถูนี’’ติ วา อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนเมว นานนฺติ เตสํ อตฺถโต อนญฺญภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตี’’ติ อารทฺธํ. อายสฺมา ปุณฺโณ ทส กถาวตฺถูนิ วิสฺสชฺเชสีติ สตฺต วิสุทฺธิโย นาม วิสฺสชฺชนฺโตปิ ทส กถาวตฺถูนิ วิสฺสชฺเชสิ เตสํ อตฺถโต อนญฺญตฺตา. เอเตเนว ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺตตฺเถโร สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉนฺโต ทส กถาวตฺถูนิ ปุจฺฉีติ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโตวาติ เวทิตพฺโพ. นฺติ ปญฺหํ. กึ ชานิตฺวา ปุจฺฉีติ วิสุทฺธิปริยาเยน กถาวตฺถูนิ ปุจฺฉามีติ กึ ชานิตฺวา ปุจฺฉิ. ทสกถาวตฺถุลาภินํ เถรํ วิสุทฺธิโย ปุจฺฉนฺโต ปุจฺฉิตฏฺฐาเนเยว ปุจฺฉเนน กึ ติตฺถกุสโล วา ปน หุตฺวา วิสยสฺมึ ปุจฺฉิ, อุทาหุ ปานียตฺถิกมติตฺเถหิ ฉินฺนตเฏหิ ปาเตนฺโต วิย อติตฺถกุสโล หุตฺวา อปุจฺฉิตพฺพฏฺฐาเน อวิสยสฺมึ ปุจฺฉีติ โยชนา. อิมินา นเยน วิสฺสชฺชนปกฺเขปิ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. ยทตฺถมสฺส วิจารณา อารทฺธา, ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ติตฺถกุสโล หุตฺวา’’ติอาทึ วตฺวา วิสุทฺธิกถาวตฺถูนํ อตฺถโต อนญฺญตฺเตปิ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตทมินาติ ยํ ‘‘สํขิตฺตํ, วิตฺถิณฺณ’’นฺติ จ วุตฺตํ, ตํ อิมินา อิทานิ วุจฺจมาเนน นเยน วิธินา เวทิตพฺพํ.