๖. ปาสราสิสุตฺตวณฺณนา

๒๗๒. สาธุมยนฺติ เอตฺถ สาธุ-สทฺโท อายาจนตฺโถ, น ‘‘สาธาวุโส’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๒) วิย อภินนฺทนาทิอตฺโถติ อาห ‘‘อายาจนฺตา’’ติ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘ลเภยฺยามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สกฺโกนฺติ, กสฺมา? พุทฺธา หิ ครู โหนฺติ, ปรมครู อุตฺตมํ คารวฏฺฐานํ, น ยถา ตถา อุปสงฺกมนียา. เตนาห ‘‘เอกจาริโก สีโห’’ติอาทิ.

‘‘ปากฏกิริยายา’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภควา สพฺพกาลํ กิเมวมกาสีติ? น สพฺพกาลเมวมกาสิ. ยทา ปน อกาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควา ปฐมโพธิย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. มนุสฺสตฺตภาเวติ อิมินา ปุริสตฺตภาวํ อุลฺลิงฺเคติ. ธนปริจฺจาโค กโต นาม นตฺถิ ภควโต ธรมานกาเลติ อธิปฺปาโย.

มาลากจวรนฺติ มิลาตมาลากจวรํ. รโชชลฺลํ น อุปลิมฺปติ อจฺฉตรฉวิภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สุขุมตฺตา ฉวิยา กาเย รโชชลฺลํ น ลิมฺปตี’’ติ. ยทิ เอวํ กสฺมา ภควา นหายตีติ อาห ‘‘อุตุคฺคหณตฺถ’’นฺติ.

วิหาโรติ เชตวนวิหาโร. วีสติอุสภํ คาวุตสฺส จตุตฺโถ ภาโคติ วทนฺติ. กทาจีติ กสฺมิญฺจิ พุทฺธุปฺปาเท. อจลเมวาติ อปริวตฺตเมว อนญฺญภาวโต, มญฺจานํ ปน อปฺปมหนฺตตาหิ ปาทานํ ปติฏฺฐิตฏฺฐานสฺส หานิวฑฺฒิโย โหนฺติเยว.

ยนฺตนาฬิกาหิ ปริปุณฺณสุวณฺณรสธาราหิ. นฺหานวตฺตนฺติ ‘‘ปพฺพชิเตน นาม เอวํ นฺหายิตพฺพ’’นฺติ นหานจาริตฺตํ ทสฺเสตฺวา. ยสฺมา ภควโต สรีรํ สุธนฺตจามีกรสมานวณฺณํ สุปริโสธิตปวาฬรุจิรกรจรณาวรํ สุวิสุทฺธนีลรตนาวฬิสทิสเกสตนุรุหํ, ตสฺมา ตหํ ตหํ วินิสฺสตชาติหิงฺคุลกรสูปโสภิตํ อุปริ มหคฺฆรตนาวฬิสญฺฉาทิตํ ชงฺคมมิว กนกคิริสิขรํ วิโรจิตฺถ. ตสฺมิญฺจ สมเย ทสพลสฺส สรีรโต นิกฺขมิตฺวา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย สมนฺตโต อสีติหตฺถปฺปมาเณ ปเทเส อาธาวนฺตี วิธาวนฺตี รตนาวฬิรตนทาม-รตนจุณฺณ-วิปฺปกิณฺณํ วิย, ปสาริตรตนจิตฺตกญฺจนปฏฺฏมิว, อาสิญฺจมานลาขารสธารา-จิตมิว, อุกฺกาสตนิปาตสมากุลมิว, นิรนฺตรํ วิปฺปกิณฺณ-กณิการ-กิงฺกิณิก-ปุปฺผมิว, วายุเวคสมุทฺธต-จินปิฏฺฐจุณฺณ-รญฺชิตมิว, อินฺทธนุ-วิชฺชุลตา-วิตานสนฺถตมิว, คคนตลํ ตํ ฐานํ ปวนญฺจ สมฺมา ผรนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วณฺณภูมิ นาเมสา’’ติอาทิ. อตฺถนฺติ อุปเมยฺยตฺถํ. อุปมาโยติ ‘‘อีทิโส จ โหตี’’ติ ยถารหํ ตทนุจฺฉวิกา อุปมา. การณานีติ อุปมุปเมยฺยสมฺพนฺธวิภาวนานิ การณานิ. ปูเรตฺวาติ วณฺณนํ ปริปุณฺณํ กตฺวา. ถาโม เวทิตพฺโพ ‘‘อติตฺเถ ปกฺขนฺโท’’ติ อวตฺตพฺพตฺตา.

๒๗๓. กณฺณิกาติ สรีรคตพินฺทุกตานิ มณฺฑลานิ. ปริกฺขารภณฺฑนฺติ อุตฺตราสงฺคํ สงฺฆาฏิญฺจ สนฺธาย วทติ. กึ ปนายํ นโย พุทฺธานมฺปิ สรีเร โหตีติ? น โหติ, วตฺตทสฺสนตฺถํ ปเนตํ กตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธานํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คมนวเสน กายสฺสาภินีหรณํ คมนาภิหาโร. ยถาธิปฺปายาวตฺตนํ อธิปฺปายโกปนํ.

อญฺญตราย ปารมิยาติ เนกฺขมฺมปารมิยา. วีริยปารมิยาติ อปเร. มหาภินิกฺขมนสฺสาติ มหนฺตสฺส จริมภเว อภินิกฺขมนสฺส. ตญฺหิ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ มหนฺตญฺจ ญาติปริวฏฺฏํ มหนฺตญฺจ จกฺกวตฺติสิรึ ปชหิตฺวา สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส จ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยเภทสฺส มหโต อตฺถาย หิตาย สุขาย ปวตฺตตฺตา มหนียตาย จ มหนฺตํ อภินิกฺขมนนฺติ วุจฺจติ.

ปุริโมติ ‘‘กตมาย นุ กถาย สนฺนิสินฺนา ภวถา’’ติ เอวํ วุตฺตอตฺโถ. กา จ ปน โวติ เอตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรเก. เตน ยถาปุจฺฉิตาย กถาย วกฺขมานํ วิปฺปกตภาวํ โชเตติ. ปน-สทฺโท วจนาลงฺกาเร. ยาย หิ กถาย เต ภิกฺขู สนฺนิสินฺนา, สา เอว อนฺตรากถาภูตา วิปฺปกตา วิเสเสน ปุน ปุจฺฉียติ. อญฺญาติ อนฺตรา-สทฺทสฺส อตฺถมาห. อญฺญตฺโถ หิ อยํ อนฺตรา-สทฺโท ‘‘ภูมนฺตรํ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) สมยนฺตร’’นฺติอาทีสุ วิย, อนฺตราติ วา เวมชฺเฌติ อตฺโถ. ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตาติ ‘‘กึ สีลํ นาม, กถญฺจ ปูเรตพฺพํ, กานิ จสฺส สํกิเลสโวทานานี’’ติอาทินา อปฺปิจฺฉาทินิสฺสิตา สีลาทินิสฺสิตา จ กถา. อริโยติ นิทฺโทโส. อถ วา อตฺถกาเมหิ อรณีโยติ อริโย, อริยานํ อยนฺติ วา อริโยติ. ภาวนามนสิการวเสน ตุณฺหี ภวนฺติ, น เอกจฺจพาหิรกปพฺพชิตา วิย มูคพฺพตสมาทาเนน. ทุติยชฺฌานมฺปิ อริโย ตุณฺหีภาโว วจีสงฺขารปหานโต. มูลกมฺมฏฺฐานนฺติ ปาริหาริย กมฺมฏฺฐานมฺปิ. ฌานนฺติ ทุติยชฺฌานํ.

๒๗๔. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวย’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๗๓; อุทา. ๑๒, ๒๘, ๒๙) อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน เทสนา ปวตฺตาติ ตสฺสา อุปริเทสนาย สมฺพนฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริเยสนาติ โก อนุสนฺธี’’ติ อนุสนฺธึ ปุจฺฉติ. อยํ ตุมฺหากํ ปริเยสนาติ ยา มหาภินิกฺขมนปฏิพทฺธา ธมฺมี กถา, สา ตุมฺหากํ ธมฺมปริเยสนา ธมฺมวิจารณา อริยปริเยสนา นาม. อปายมคฺคนฺติ อนตฺถาวหํ มคฺคํ. อุทฺเทสานุกฺกมํ ภินฺทิตฺวาติ อุทฺเทสานุปุพฺพึ ลงฺฆิตฺวา. ธมฺม-สทฺโท ‘‘อโมสธมฺมํ นิพฺพาน’’นฺติอาทีสุ วิย ปกติปริยาโย. ชายนสภาโวติ ชายนปกติโกติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

สพฺพตฺถาติ ยถา ‘‘ปุตฺตภริย’’นฺติ ทฺวนฺทสมาสวเสน เอกตฺตํ, เอส นโย สพฺพตฺถ ‘‘ทาสิทาส’’นฺติอาทีสุ สพฺพปเทสุ. ปรโต วิการํ อนาปชฺชิตฺวา สพฺพทา ชาตรูปเมว โหตีติ ชาตรูปํ, สุวณฺณํ. ธวลสภาวตาย รญฺชียตีติ รชตํ, รูปิยํ. อิธ ปน สุวณฺณํ ฐเปตฺวา ยํ กิญฺจิ อุปโภคปริโภคารหํ รชตํเตว คหิตํ. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธโย. จุตีสงฺขาตํ มรณนฺติ เอกภวปริยาปนฺนํ ขนฺธนิโรธสงฺขาตํ มรณมาห. ขณิกนิโรโธ ปน ขเณ ขเณ. เตนาห ‘‘สตฺตานํ วิยา’’ติ. สํกิลิสฺสตีติ ทูสวิเสน วิย อตฺตานํ ทูสิสฺสติ. เตนาห ภควา – ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ชาตรูปสฺส อุปกฺกิเลสา อโย โลห’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๕.๒๓). มลํ คเหตฺวาติ เยหิ สหโยคโต มลินํ โหติ, เตสํ มลินภาวปจฺจยานํ วเสน มลํ คเหตฺวา. ชีรณโต ชราธมฺมวาเร ชาตรูปํ คหิตนฺติ โยชนา. เย ปน ชาติธมฺมวาเรปิ ชาตรูปํ น ปฐนฺติ, เตสํ อิตเรสํ วิย ชีรณธมฺมวาเร สรูปโต อนาคตมฺปิ อุปธิคฺคหเณน คหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปริคฺคเห ฐิตานํ ปน วเสน วุจฺจมาเน อปากฏานมฺปิ ชาติชรามรณานํ วเสน โยชนา ลพฺภเตว. ชาตรูปสีเสน เจตฺถ สพฺพสฺสปิ อนินฺทฺริยพทฺธสฺส คหณํ ทฏฺฐพฺพํ, ปุตฺตภริยาทิคฺคหเณน วิย มิตฺตามจฺจาทิคฺคหณํ.

๒๗๕. อริเยหิ ปริเยสนา, อริยานํ ปริเยสนาติ วา อริยปริเยสนาติ สมาสทฺวยํ ทสฺเสติ ‘‘อยํ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา.

๒๗๖. มูลโต ปฏฺฐายาติ ยํ มหาภินิกฺขมนสฺส มูลภาเวสุอาทีนวทสฺสนํ, ตโต ปฏฺฐาย. ยสฺมา เต ภิกฺขู ตตฺถ มหาภินิกฺขมนกถาย สนฺนิสินฺนา, สา จ เนสํ อนฺตรากถา วิปฺปกตา, ตสฺมา ภควา เตสํ มูลโต ปฏฺฐาย มหาภินิกฺขมนกถํ กเถตุํ อารภิ. อหมฺปิ ปุพฺเพติ วิเสสวจนํ อปริปกฺกญาเณน สยํ จริมภเว ตีสุ ปาสาเทสุ ติวิธนาฏกปริวารสฺส ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสาย มหาสมฺปตฺติยา อนุภวนํ, อภินิกฺขมิตฺวา ปธานปทหนวเสน อตฺตกิลมถานุโยคญฺจ สนฺธายาห. อนริยปริเยสนํ ปริเยสินฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปญฺจวคฺคิยาปีติ ยถาสกํ คิหิโภคํ อนุยุตฺตา ตํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อตฺตกิลมถานุโยเค ฐิตา สตฺถุ ธมฺมจกฺกปวตฺตนเทสนาย (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ตมฺปิ ปหาย อริยปริเยสนํ ปริเยสึสูติ.

๒๗๗. กามํ ทหร-สทฺโท ‘‘ทหรํ กุมารํ มนฺทํ อุตฺตานเสยฺยก’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๙๖) เอตฺถ พาลทารเก อาคโต, ‘‘ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต’’ติ ปน วกฺขมานตฺตา ยุวาวตฺถา อิธ ทหร-สทฺเทน วุตฺตาติ อาห ‘‘ตรุโณว สมาโน’’ติ. ปฐมวเยน เอกูนตึสวยตฺตา. ชาติยา หิ ยาว เตตฺตึสวยา ปฐมวโย. อนาทรตฺเถ สามิวจนํ ยถา ‘‘เทวทตฺตสฺส รุทนฺตสฺส ปพฺพชี’’ติ. กามํ อสฺสุมุจฺจนํ โรทนํ, ตํ อสฺสุมุขานนฺติ อิมินา ปกาสิตํ, ตํ ปน วตฺวา ‘‘รุทนฺตาน’’นฺติ วจนํ พลวโสกสมุฏฺฐานํ อาโรทนวตฺถุํ ปกาเสตีติ อาห ‘‘กนฺทิตฺวา โรทมานาน’’นฺติ. กึ กุสลนฺติ คเวสมาโนติ กินฺติ สพฺพโส อวชฺชรหิตํ เอกนฺต นิยฺยานิกํ ปริเยสมาโน. วรปทนฺติ วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ เอกนฺเตน วรณียฏฺเฐน วรํ, ปชฺชิตพฺพฏฺเฐน ปทํ. ตุงฺคสรีรตาย ทีโฆ, ปิงฺคลจกฺขุตาย ปิงฺคโลติ ทีฆปิงฺคโล. ธมฺโมติ วินโย, สมโยติ อตฺโถ. สุตฺวาว อุคฺคณฺหินฺติ เตน วุจฺจมานสฺส สวนมตฺเตเนว อุคฺคณฺหึ วาจุคฺคตํ อกาสึ.

ปฏิลปนมตฺตเกนาติ ปุน ลปนมตฺตเกน. ชานาตีติ ญาโณ, ญาโณติ วาโท ญาณวาโท, ตํ ญาณวาทํ. ‘‘วทามี’’ติ อาคตตฺตา อฏฺฐกถายํ ‘‘ชานามี’’ติ อุตฺตมปุริสวเสน อตฺโถ วุตฺโต. อญฺเญปิ พหูติ อญฺเญปิ พหู มม ตถาภาวํ ชานนฺตา ‘‘อยํ อิมํ ธมฺมํ ชานาตี’’ติ, ‘‘อกมฺปนียตาย ถิโร’’ติ วา เอวํ วทนฺติ. ลาภีติ อญฺญาสีติ ธมฺมสฺส อุทฺทิสเนน มหาปญฺญตาย ‘‘อยํ อตฺตนา คตมคฺคํ ปเวเทติ, น อนุสฺสุติโก’’ติ อญฺญาสิ. อสฺสาติ โพธิสตฺตสฺส. เอตทโหสีติ เอตํ ‘‘น โข อาฬาโร กาลาโม’’ติอาทิ มนสิ อโหสิ, จินฺเตสีติ อตฺโถ.

เหฏฺฐิมสมาปตฺตีหิ วินา อุปริมสมาปตฺตีนํ สมฺปาทนสฺส อสมฺภวโต ‘‘สตฺต สมาปตฺติโย มํ ชานาเปสี’’ติ อาห. ปโยคํ กเรยฺยนฺติ ภาวนํ อนุยุญฺเชยฺยนฺติ อตฺโถ. เอวมาหาติ เอวํ ‘‘อหํ, อาวุโส’’ติอาทิมาห, สตฺตนฺนํ สมาปตฺตีนํ อธิคมํ ปจฺจญฺญาสีติ อตฺโถ.

อนุสูยโกติ อนิสฺสุกี. เตน มหาปุริเส ปสาทํ ปเวเทสิ. โพธิสตฺตสฺส ตา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา ฐิตสฺส ปุริมชาติปริจเยน ญาณสฺส จ มหนฺตตาย ตาสํ คติ จ อภิสมฺปราโย จ อุปฏฺฐาสิ. เตน ‘‘วฏฺฏปริยาปนฺนา เอเวตา’’ติ นิจฺฉโย อุทปาทิ. เตนาห ‘‘นายํ ธมฺโม นิพฺพิทายา’’ติอาทิ. เอกจฺจานํ วิราคภาวนาสมติกฺกมาวโหปิ เนว เตสมฺปิ อจฺจนฺตาย สมติกฺกมาวโห, สยญฺจ วฏฺฏปริยาปนฺโนเยว, ตสฺมา เนว วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย, ยทคฺเคน น นิพฺพิทาย, ตทคฺเคน น วิรชฺชนตฺถาย, ราคาทีนํ ปาปธมฺมานํ น นิรุชฺฌนตฺถาย, น อุปสมตฺถาย, ตสฺมา ตํ อภิญฺเญยฺยธมฺมํ น อภิชานนตฺถาย…เป… สํวตฺตตีติ โยชนา.

ยาวเทว อากิญฺจญฺญายตนุปปตฺติยาติ สตฺตสุ สมาปตฺตีสุ อุกฺกฏฺฐํ คเหตฺวา วทติ. อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย อจุติธมฺมํ ปริเยสิตุํ ยุตฺตตฺตา ตญฺจ อนติกฺกนฺตชาติธมฺมเมวาติ มหาสตฺโต ปชหตีติ อาห ‘‘ยญฺจ ฐานํ ปาเปตี’’ติอาทิ. ตโต ปฏฺฐายาติ ยทา สมาปตฺติธมฺมสฺส คติญฺจ อภิสมฺปรายญฺจ อพฺภญฺญาสิ, ตโต ปฏฺฐาย. มกฺขิกาวเสนาติ โภชนสฺส มกฺขิกามิสฺสตาวเสน. มนํ น อุปฺปาเทติ ภุญฺชิตุนฺติ อธิปฺปาโย. มหนฺเตน อุสฺสาเหนาติ อิทํ กติปาหํ ตตฺถ ภาวนานุโยคมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อญฺเญสํ วิย กสิณปริกมฺมาทิกรณํ. น หิ อนฺติมภวิกโพธิสตฺตานํ สมาปตฺตินิพฺพตฺตเน ภาริยํ นาม. อนลงฺกริตฺวาติ อนุ อนุ อลํกตฺวา ปุนปฺปุนํ ‘‘อิมินา น กิญฺจิ ปโยชน’’นฺติ กตฺวา.

๒๗๘. วาจาย อุคฺคหิตมตฺโตวาติ เอตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๒๗๙. มหาเวลา วิย มหาเวลา, วิปุลวาลิกปุญฺชตาย มหนฺโต เวลาตโฏ วิยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ’’ติ. อุรุ มรุ สิกตา วาลุกา วณฺณุ วาลิกาติ อิเม สทฺทา สมานตฺถา, พฺยญฺชนเมว นานํ.

เสนา นิคจฺฉิ นิวิสิ เอตฺถาติ เสนานิคโม, เสนาย นิวิฏฺฐฏฺฐานํ. เสนานิคาโมติ ปน อยํ สมญฺญา อปรกาลิกา. โคจรคามนิทสฺสนญฺเจตํ. อุปริสุตฺตสฺมินฺติ มหาสจฺจกสุตฺเต. อิธ ปน โพธิปลฺลงฺโก อธิปฺเปโต อริยปริเยสนาย วุจฺจมานตฺตา.

๒๘๐. ‘‘ญาณทสฺสน’’นฺติ จ เอกชฺฌํ คหิตปททฺวยวิสยวิเสสสฺส อนามฏฺฐตฺตา ‘‘เม’’ติ จ คหิตตฺตา อนวเสสเญยฺยาวโพธนสมตฺถเมว ญาณวิเสสํ โพเธติ, น ญาณมตฺตํ, น ทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘สพฺพธมฺมทสฺสนสมตฺถญฺจ เม สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุทปาที’’ติ. อกุปฺปตายาติ วิโมกฺขนฺตตาย สพฺพโส ปฏิปกฺขธมฺเมหิ อสงฺโขภนียตาย. เตนาห ‘‘ราคาทีหิ น กุปฺปตี’’ติ. อารมฺมณสนฺตตายปิ ตทารมฺมณานํ อตฺถิ วิเสโส ยถา ตํ ‘‘อาเนญฺชวิหาเร’’ติ อาห ‘‘อกุปฺปารมฺมณตาย จา’’ติ. ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปีติ น เกวลํ สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว, อถ โข ยถาธิคเต ปฏิเวธสทฺธมฺเม เอกูนวีสติวิธปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ.

๒๘๑. ปฏิวิทฺโธติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๖๔; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๗๒; สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๗) สยมฺภุญาเณน ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปฏิมุขํ นิพฺพิชฺฌนวเสน ปตฺโต, ยถาภูตํ อวพุทฺโธติ อตฺโถ. คมฺภีโรติ มหาสมุทฺโท วิย มกสตุณฺฑสูจิยา อญฺญตฺร สมุปจิตปริปกฺกญาณสมฺภาเรหิ อญฺเญสํ ญาเณน อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ. เตนาห ‘‘อุตฺตานภาวปฏิกฺเขปวจนเมต’’นฺติ. โย อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ, โส โอคาหิตุมสกฺกุเณยฺยตาย สรูปโต จ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ อาห ‘‘คมฺภีรตฺตาว ทุทฺทโส’’ติ. ทุกฺเขน ทฏฺฐพฺโพติ กิจฺเฉน เกนจิเทว ทฏฺฐพฺโพ. ยํ ปน ทฏฺฐุเมว น สกฺกา, ตสฺส โอคาเหตฺวา อนุ อนุ พุชฺฌเน กถา เอว นตฺถีติ อาห ‘‘ทุทฺทสตฺตาว ทุรนุโพโธ’’ติ. ทุกฺเขน อวพุชฺฌิตพฺโพ อวโพธสฺส ทุกฺกรภาวโต. อิมสฺมึ ฐาเน – ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา’’ติ สุตฺตปทํ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕) วตฺตพฺพํ. สนฺตารมฺมณตาย วา สนฺโต. นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย นิพฺพุโต. ปธานภาวํ นีโตติ วา ปณีโต. อติตฺติกรฏฺเฐน อตปฺปโก สาทุรสโภชนํ วิย. เอตฺถ จ นิโรธสจฺจํ สนฺตํ อารมฺมณนฺติ สนฺตารมฺมณํ, มคฺคสจฺจํ สนฺตํ สนฺตารมฺมณญฺจาติ สนฺตารมฺมณํ. อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ สงฺขารานญฺจ อภาวโต นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย สนฺตปณีตภาเวเนว จ อเสจนกตาย อตปฺปกตา ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ‘‘อิทํ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. อุตฺตมญาณวิสยตฺตา น ตกฺเกน อวจริตพฺโพ, ตโต เอว นิปุณญาณโคจรตาย จ สโณฺห. สุขุมสภาวตฺตา จ นิปุโณ, พาลานํ อวิสยตฺตา ปณฺฑิเตหิ เอว เวทิตพฺโพติ ปณฺฑิตเวทนีโย. อาลียนฺติ อภิรมิตพฺพฏฺเฐน เสวียนฺตีติ อาลยา, ปญฺจ กามคุณา. อาลยนฺติ อลฺลียนฺตี อภิรมณวเสน เสวนฺตีติ อาลยา, ตณฺหาวิจริตานิ. รมนฺตีติ รตึ วินฺทนฺติ กีฬนฺติ ลฬนฺติ. อาลยรตาติ อาลยนิรตา.

ฐานํ สนฺธายาติ ฐาน-สทฺทํ สนฺธาย. อตฺถโต ปน ฐานนฺติ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอว อธิปฺเปโต. ติฏฺฐติ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐานํ, สงฺขาราทีนํ ปจฺจยภูตา อวิชฺชาทโย. อิเมสํ สงฺขาราทีนํ ปจฺจยาติ อิทปฺปจฺจยา, อวิชฺชาทโยว. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา ยถา ‘‘เทโว เอว เทวตา’’ติ, อิทปฺปจฺจยานํ วา อวิชฺชาทีนํ อตฺตโน ผลํ ปติ ปจฺจยภาโว อุปฺปาทนสมตฺถตา อิทปฺปจฺจยตา. เตน สมตฺถปจฺจยลกฺขโณ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต โหติ. ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ ผลํ เอตสฺมาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปททฺวเยนปิ ธมฺมานํ ปจฺจยฏฺโฐ เอว วิภาวิโต. เตนาห ‘‘สงฺขาราทิปจฺจยานํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๗๒-๕๗๓) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพนฺติ สพฺพสงฺขารสมถาทิสทฺทาภิเธยฺยํ สพฺพํ อตฺถโต นิพฺพานเมว. อิทานิ ตสฺส นิพฺพานภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. นฺติ นิพฺพานํ. อาคมฺมาติ ปฏิจฺจ อริยมคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยภาวเหตุ. สมฺมนฺตีติ อปฺปฏิสนฺธิกูปสมวเสน สมฺมนฺติ. ตถา สนฺตา สวิเสสํ อุปสนฺตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘วูปสมฺมนฺตี’’ติ. เอเตน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา สมฺมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถ, นิพฺพาน’’นฺติ ทสฺเสติ. สพฺพสงฺขตวิสํยุตฺเต จ นิพฺพาเน สพฺพสงฺขารวูปสมปริยาโย เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ปฏินิสฺสฏฺฐาติ สมุจฺเฉทวเสน ปริจฺจตฺตา โหนฺติ. สพฺพา ตณฺหาติ อฏฺฐสตปฺปเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา. สพฺเพ กิเลสราคาติ กามราครูปราคาทิเภทา สพฺเพปิ กิเลสภูตา ราคา, สพฺเพปิ วา กิเลสา อิธ ‘‘กิเลสราคา’’ติ เวทิตพฺพา, น โลภวิเสสา เอว จิตฺตสฺส วิปริณตภาวาปาทนโต. ยถาห ‘‘รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, ทุฏฺฐมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ วิปริณต’’นฺติ (ปารา. ๒๗๑). วิรชฺชนฺตีติ ปลุชฺชนฺติ.

จิรนิสชฺชาจิรภาสเนหิ ปิฏฺฐิอาคิลายนตาลุคลโสสาทิวเสน กายกิลมโถ เจว กายวิเหสา จ เวทิตพฺพา. สา จ โข เทสนาย อตฺถํ อชานนฺตานํ วเสน วุตฺตา, ชานนฺตานํ ปน เทสนาย กายปริสฺสโมปิ สตฺถุ อปริสฺสโมว. เตนาห ภควา – ‘‘น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสี’’ติ (อุทา. ๑๐). เตเนวาห ‘‘ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺสา’’ติ. อุภยนฺติ จิตฺตกิลมโถ เจว จิตฺตวิเหสา จาติ อุภยมฺเปตํ พุทฺธานํ นตฺถิ โพธิมูเลเยว สมุจฺฉินฺนตฺตา.

อนุพฺรูหนํ สมฺปิณฺฑนํ. โสติ ‘‘อปิสฺสู’’ติ นิปาโต. มนฺติ ปฏิ-สทฺทโยเคน สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘มมา’’ติ. วุทฺธิปฺปตฺตา วา อจฺฉริยา อนจฺฉริยา. วุทฺธิอตฺโถปิ หิ อ-กาโร โหติ ยถา ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ๑๑.ติกมาติกา). กปฺปานํ สตสหสฺสํ จตฺตาริ จ อสงฺเขฺยยฺยานิ สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมสํวิภาคกรณตฺถเมว ปารมิโย ปูเรตฺวา อิทานิ อธิคตธมฺมรชฺชสฺส ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติทีปนตา, คาถาตฺถสฺส อจฺฉริยตา, ตสฺส วุทฺธิปฺปตฺติ จาติ เวทิตพฺพํ. อตฺถทฺวาเรน หิ คาถานํ อนจฺฉริยตา. โคจรา อเหสุนฺติ อุปฏฺฐเหสุํ. อุปฏฺฐานญฺจ วิตกฺเกตพฺพตาติ อาห ‘‘ปริวิตกฺกยิตพฺพตํ ปาปุณึสู’’ติ.

ยทิ สุขาปฏิปทาว, กถํ กิจฺฉตาติ อาห ‘‘ปารมีปูรณกาเล ปนา’’ติอาทิ. เอวมาทีนิ ทุปฺปริจฺจชานิ เทนฺตสฺส. ห-อิติ วา ‘‘พฺยตฺต’’นฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. เอกํสตฺเถติ เกจิ. ห พฺยตฺตํ, เอกํเสน วา อลํ นิปฺปโยชนํ เอวํ กิจฺเฉน อธิคตสฺส ธมฺมสฺส เทสิตนฺติ โยชนา. หลนฺติ วา ‘‘อล’’นฺติ อิมินา สมานตฺถํ ปทํ ‘‘หลนฺติ วทามี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ฏี. ๒.๖๕; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๗๒) วิย. ราคโทสปริผุฏฺเฐหีติ ผุฏฺฐวิเสน วิย สปฺเปน ราเคน โทเสน จ สมฺผุฏฺเฐหิ อภิภูเตหิ. ราคโทสานุคเตหีติ ราเคน จ โทเสน จ อนุพนฺเธหิ.

กามราครตฺตา ภวราครตฺตา จ นีวรเณหิ นิวุตตาย, ทิฏฺฐิราครตฺตา วิปรีตาภินิเวเสน. น ทกฺขนฺตีติ ยาถาวโต ธมฺมํ น ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺติ. เอวํ คาหาเปตุนฺติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา สภาเวน ยาถาวโต ธมฺมํ ชานาเปตุํ. ราคโทสปเรตตาปิ เนสํ สมฺมูฬฺหภาเวเนวาติ อาห ‘‘ตโมขนฺเธน อาวุฏา’’ติ.

๒๘๒. ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา การณํ วิภาเวตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทินา สยเมว โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ อญฺญาตเวเสนาติ อิมสฺส ภควโต สาวกภาวูปคมเนน อญฺญาตรูเปน. ตาปสเวเสนาติ เกจิ. โส ปน อรหตฺตาธิคเมเนว วิคจฺเฉยฺย. ติวิธํ การณํ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา ปฏิปกฺขสฺส พลวภาโว, ธมฺมสฺส คมฺภีรตา, ตตฺถ จ สาติสยํ คารวนฺติ, ต ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. (ตตฺถ ปฏิปกฺขา นาม ราคาทโย กิเลสา สมฺมาปฏิปตฺติยา อนฺตรายกรตฺตา. เตสํ พลวภาวโต จิรปริภาวนาย สตฺตสนฺตานโต ทุพฺพิโสธิยตาย เต สตฺเต มตฺตหตฺถิโน วิย ทุพฺพลปุริสํ อธิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺตา อเนกสตโยชนายามวิตฺถารํ สุนิจิตํ ฆนสนฺนิเวสํ กณฺฏกทุคฺคมฺปิ อธิเสนฺติ. ทูรปฺปเภททุจฺเฉชฺชตาหิ ทุพฺพิโสธิยตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จ อนฺโต อมฏฺฐตาย กญฺชิยปุณฺณา ลาพุ. จิรปาริวาสิกตาย ตกฺกภริตา จาฏิ. เสฺนหตินฺตทุพฺพลภาเวน วสาปีตปิโลติกา. เตลมิสฺสิตตาย อญฺชนมกฺขิตหตฺโถ ทุพฺพิโสธนียา วุตฺตา, หีนูปมา เจตา รูปปพนฺธภาวโต อจิรกาลิกตฺตา จ มลีนตาย, กิเลสสํกิเลโส เอว ปน ทุพฺพิโสธนียตโร อนาทิกาลิกตฺตา อนุสยิตตฺตา จ. เตนาห ‘‘อติสํกิลิฏฺฐา’’ติ. ยถา จ ทุพฺพิโสธนียตรตาย, เอวํ คมฺภีรทุทฺทสทุรนุโพธานมฺปิ วุตฺตอุปมา หีนูปมาว).

ปฏิปกฺขวิคมเนน คมฺภีโรปิ ธมฺโม สุปากโฏ ภเวยฺย. ปฏิปกฺขวิคมนํ ปน สมฺมาปฏิปตฺติปฏิพทฺธํ, สา สทฺธมฺมสฺสวนาธีนา. ตํ สตฺถริ ธมฺเม จ ปสาทายตฺตํ, โส ครุฏฺฐานิยานํ อชฺเฌสนเหตุโกติ ปนาฬิกาย สตฺตานํ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติยา พฺรหฺมยาจนานิมิตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห.

อุปกฺกิเลสภูตํ อปฺปํ ราคาทิรชํ เอตสฺสาติ อปฺปรชํ, อปฺปรชํ อกฺขิ ปญฺญาจกฺขุ เยสํ เต ตํสภาวาติ กตฺวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ อยมตฺโถ วิภาวิโต ‘‘ปญฺญามเย’’ติอาทินา. อปฺปํ ราคาทิรชํ เยสํ ตํสภาวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ เอวมฺปิ สทฺทตฺโถ สมฺภวติ. ทานาทิทสปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สรณคมนปรหิตปริณามเนหิ สทฺธึ (ทฺวาทส โหนฺตีติ) ‘‘ทฺวาทสปุญฺญกิริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

ราคาทิมเลน สมเลหิ ปูรณาทีหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ สตฺถุปฏิญฺเญหิ กพฺพรจนาวเสน จินฺตากวิอาทิภาเว ฐตฺวา ตกฺกปริยาหตํ วีมํสานุจริตํ สยํปฏิภานํ จินฺติโต. เต กิร พุทฺธโกลาหลานุสฺสเวน สญฺชาตกุตูหลํ โลกํ วญฺเจตฺวา โกหญฺเญ ฐตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปฏิชานนฺตา ยํ กิญฺจิ อธมฺมํเยว ธมฺโมติ ทีเปสุํ. เตนาห ‘‘เต หิ ปุเรตรํ อุปฺปชฺชิตฺวา’’ติอาทิ. อปาปุเรตนฺติ เอตํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปภุติ ปิหิตํ นิพฺพานนครสฺส มหาทฺวารํ อริยมคฺคํ สทฺธมฺมเทสนาหตฺเถน อปาปุร วิวร.

เสลปพฺพโต อุจฺโจ โหติ ถิโร จ, น ปํสุปพฺพโต มิสฺสกปพฺพโต จาติ อาห ‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนี’’ติ. ธมฺมมยํ ปาสาทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมมาห. โส หิ สพฺพโส ปสาทาวโห, สพฺพธมฺเม อติกฺกมฺม อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปาสาทสทิโส จ. ปญฺญาปริยาโย วา อิธ ธมฺม-สทฺโท. สา หิ อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ‘‘ปาสาโท’’ติ อภิธมฺเม (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๖) นิทฺทิฏฺฐา. ตถา จาห –

‘‘ปญฺญาปาสาทมารุยฺห, อโสโก โสกินึ ปชํ;

ปพฺพตฏฺโฐว ภูมฏฺเฐ, ธีโร พาเล อเวกฺขตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘);

อุฏฺเฐหีติ วา ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาสงฺขาตสงฺโกจาปตฺติโต กิลาสุภาวโต อุฏฺฐห.

๒๘๓. ครุฏฺฐานิยํ ปยิรุปาสิตฺวา ครุตรํ ปโยชนํ อุทฺทิสฺส อภิปตฺถนา อชฺเฌสนา, สาปิ อตฺถโต ยาจนาว โหตีติ อาห ‘‘อชฺเฌสนนฺติ ยาจน’’นฺติ. ปเทสวิสยํ ญาณทสฺสนํ อหุตฺวา พุทฺธานํเยว อาเวณิกภาวโต อิทํ ญาณทฺวยํ ‘‘พุทฺธจกฺขู’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ พุทฺธจกฺขูติ นาม’’นฺติ. ติณฺณํ มคฺคญาณานนฺติ เหฏฺฐิมานํ ติณฺณํ มคฺคญาณานํ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ นามํ จตุสจฺจธมฺมทสฺสนมตฺตภาวโต. ยโต ตานิ ญาณานิ วิชฺชูปมภาเวน วุตฺตานิ, อคฺคมคฺคญาณํ ปน ญาณกิจฺจสฺส สิขาปฺปตฺติยา น ทสฺสนมตฺตํ โหตีติ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ น วุจฺจติ, ตโต ตํ วชิรูปมภาเวน วุตฺตํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน. ยสฺมา มนฺทกิเลสา ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ติ วุตฺตา, ตสฺมา พหลกิเลสา ‘‘มหารชกฺขา’’ติ เวทิตพฺพา. ปฏิปกฺขวิธมนสมตฺถตาย ติกฺขานิ สูรานิ วิสทานิ, วุตฺตวิปริยาเยน มุทูนิ. สทฺธาทโย อาการาติ สทฺทหนาทิปฺปกาเร วทติ. สุนฺทราติ กลฺยาณา. สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๑๔) ปน ‘‘เยสํ อาสยาทโย โกฏฺฐาสา สุนฺทรา, เต สฺวาการา, วิปรีตา ทฺวาการา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อิมาย อตฺถวณฺณนาย อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมตีติ ทฏฺฐพฺพํ. การณํ นาม ปจฺจยากาโร, สจฺจานิ วา.

อยํ ปเนตฺถ ปาฬีติ เอตฺถ อปฺปรชกฺขาทิปทานํ อตฺถวิภาวเน อยํ ตสฺสตฺถสฺส วิภาวนี ปาฬิ. สทฺธาทีนํ วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานํ พลวภาโว ตปฺปฏิปกฺขานํ ปาปธมฺมานํ ทุพฺพลภาเวเนว โหติ, เตสญฺจ พลวภาโว สทฺธาทีนํ ทุพฺพลภาเวนาติ วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานํ อตฺถิตานตฺถิตาวเสน อปฺปรชกฺขมหารชกฺขตาทโย ปาฬิยํ วิภชิตฺวา ทสฺสิตา. ขนฺธาทโย เอว ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก. สมฺปตฺติภวภูโต โลโก สมฺปตฺติภวโลโก, สุคติสงฺขาโต อุปปตฺติภโว. สมฺปตฺติ สมฺภวติ เอเตนาติ สมฺปตฺติสมฺภวโลโก. สุคติสํวตฺตนิโย กมฺมภโว. ทุคฺคติ สงฺขาตอุปปตฺติภวทุคฺคติ สํวตฺตนิยกมฺมภวา วิปตฺติภวโลกวิปตฺติสมฺภวโลกา.

ปุน เอกกทุกาทิวเสน โลกํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอโก โลโก’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหาราทโย วิย หิ อาหารฏฺฐิติกา สงฺขารา ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ. เอตฺถ เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกาติ ยายํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย สพฺพสงฺขารานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติ, ตาย สพฺเพ สงฺขารา เอโกว โลโก เอกวิโธ ปการนฺตรสฺส อภาวโต. เทฺว โลกาติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นามคฺคหเณน เจตฺถ นิพฺพานสฺส อคฺคหณํ ตสฺส อโลกสภาวตฺตา. นนุ จ อาหารฏฺฐิติกาติ เอตฺถ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย มคฺคผลานมฺปิ โลกตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ ปริญฺเญยฺยานํ ทุกฺขสจฺจธมฺมานํ อิธ ‘‘โลโก’’ติ อธิปฺเปตตฺตา. อถ วา น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตีติ โย คหิโต ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํ-คหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. ทสายตนานีติ ทส รูปายตนานิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

วิวฏฺฏชฺฌาสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา ตสฺส จ สพฺพํ เตภูมกกมฺมํ ครหิตพฺพํ วชฺชิตพฺพญฺจ หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ อภิสงฺขารา วชฺชํ, สพฺเพ ภวคามิกมฺมา วชฺช’’นฺติ. อปฺปรชกฺขมหารชกฺขาทีสุ ปญฺจสุ ทุเกสุ เอเกกสฺมึ ทส ทส กตฺวา ‘‘ปญฺญาสาย อากาเรหิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. อถ วา อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺตํ ชานาตีติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ. เอตฺถ จ อปฺปรชกฺขาทิภพฺพาทิวเสน อาวชฺเชนฺตสฺส ภควโต เต สตฺตา ปุญฺชปุญฺชาว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, น เอเกกา.

อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี, คจฺโฉปิ ชลาสโยปิ, อิธ ปน ชลาสโย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อุปฺปลวเน’’ติ. ยานิ อุทกสฺส อนฺโต นิมุคฺคาเนว หุตฺวา ปุสนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ. ทีปิตานีติ อฏฺฐกถายํ ปกาสิตานิ, อิเธว วา ‘‘อญฺญานิปี’’ติอาทินา ภาสิตานิ.

อุคฺฆฏิตญฺญูติ อุคฺฆฏิตํ นาม ญาณุคฺฆฏนํ, ญาเณ อุคฺฆฏิตมตฺเต เอว ชานาตีติ อตฺโถ. วิปญฺจิตํ วิตฺถาริตเมว อตฺถํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู. อุทฺเทสาทีหิ เนตพฺโพติ เนยฺโย. สห อุทาหฏเวลายาติ อุทาหาเร อุทาหฏมตฺเตเยว. ธมฺมาภิสมโยติ จตุสจฺจธมฺมสฺส ญาเณน สทฺธึ อภิสมโย. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา นเยน สํขิตฺเตน มาติกาย ฐปิยมานาย เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ สํขิตฺเตน มาติกํ ฐเปตฺวา วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘วิปญฺจิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อุทฺเทสโตติ อุทฺเทสเหตุ, อุทฺทิสนฺตสฺส, อุทฺทิสาเปนฺตสฺส วาติ อตฺโถ. ปริปุจฺฉโตติ อตฺถํ ปริปุจฺฉนฺตสฺส. อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหตีติ อนุกฺกเมน อรหตฺตปฺปตฺติ โหติ. น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหตีติ เตน อตฺตภาเวน มคฺคํ วา ผลํ วา อนฺตมโส ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโมติ อยํ ปุคฺคโล พฺยญฺชนปทเมว ปรมํ อสฺสาติ ปทปรโมติ วุจฺจติ.

กมฺมาวรเณนาติ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๒๖) ปญฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกปฏิสนฺธิยา. ยสฺมา ปน ทุเหตุกานมฺปิ อริยมคฺคปฏิเวโธ นตฺถิ, ตสฺมา ทุเหตุกา ปฏิสนฺธิปิ ‘‘วิปากาวรณเมวา’’ติ เวทิตพฺพา. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา. อสฺสทฺธาติ พุทฺธาทีสุ สทฺธารหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทรหิตา. อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา. ทุปฺปญฺญาติ ภวงฺคปญฺญาย ปริหีนา. ภวงฺคปญฺญาย ปน ปริปุณฺณายปิ ยสฺส ภวงฺคํ โลกุตฺตรสฺส ปจฺจโย น โหติ, โสปิ ทุปฺปญฺโญ เอว นาม. อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ มคฺคํ โอกฺกมิตุํ อธิคนฺตุํ อภพฺพา. น กมฺมาวรเณนาติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพานิ.

นิพฺพานสฺส ทฺวารํ ปวิสนมคฺโค. วิวริตฺวา ฐปิโต มหากรุณูปนิสฺสเยน สยมฺภุญาเณน อธิคตตฺตา. สทฺธํ ปมุญฺจนฺตูติ อตฺตโน สทฺธํ ปเวเสนฺตุ, สทฺทหนาการํ อุปฏฺฐเปนฺตูติ อตฺโถ. สุเขน อกิจฺเฉน ปวตฺตนียตาย สุปฺปวตฺติตํ. น ภาสึ น ภาสิสฺสามีติ จินฺเตสึ.

๒๘๔. ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ เอวํ ปวตฺติตธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตสฺส วิตกฺกสฺส สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ อฏฺฐมสตฺตาเหเยว อุปฺปนฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐเม สตฺตาเห’’ติ. น อิตรสตฺตาหานิ วิย ปฏินิยตกิจฺจลกฺขิตสฺส อฏฺฐมสตฺตาหสฺส นาม ปวตฺติตสฺส สพฺภาวา.

วิวฏนฺติ เทวตาวิคฺคเหน วิวฏองฺคปจฺจงฺคนิทฺทาย ชนานํ ปากฏํ วิปฺปการนฺติ อตฺโถ. ‘‘พุทฺธตฺตํ อนธิคนฺตฺวา น ปจฺจาคมิสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนวิตกฺกาติสยเหตุเกน ปถวีปริวตฺตนเจติยํ นาม ทสฺเสตฺวา. สากิยโกลิยมลฺลรชฺชวเสน ตีณิ รชฺชานิ. รุกฺขมูเลติ นิโคฺรธมูเล. วตฺวา ปกฺกามิ, ปกฺกมนฺติยา จสฺสา มหาสตฺโต อาการํ ทสฺเสสิ สุวณฺณถาลคฺคหณาย, สา ‘‘ตุมฺหากํ ตํ ปริจฺจตฺตเมวา’’ติ ปกฺกามิ.

ทิวาวิหารํ กตฺวาติ นานาสมาปตฺติโย สมาปชฺชเนน ทิวาวิหารํ วิหริตฺวา. ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ, อุปสุสฺสตุ สรีเร มํสโลหิต’’นฺติอาทินา สุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; ๘.๑๓; มหานิ. ๑๗, ๑๙๖) อาคตนเยน จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา.

นวโยชนนฺติ อุพฺเพธโต วุตฺตํ, ปุถุลโต ทฺวาทสโยชนา, ทีฆโต ยาว จกฺกวาฬา อายตาติ วทนฺติ. อชฺโฌตฺถรนฺโต อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘อุฏฺเฐหิ โส, สิทฺธตฺถ, อหํ อิมสฺส ปลฺลงฺกสฺส อนุจฺฉวิโก’’ติ วตฺวา ตตฺถ สกฺขึ โอตาเรนฺโต อตฺตโน ปริสํ นิทฺทิสิ. เอกปฺปหาเรเนว – ‘‘อยเมว อนุจฺฉวิโก, อยเมว อนุจฺฉวิโก’’ติ โกลาหลมกาสิ, ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต…เป… หตฺถํ ปสาเรติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘อเจตนายํ ปถวี, อวิญฺญาย สุขํ ทุขํ;

สาปิ ทานพลา มยฺหํ, สตฺตกฺขตฺตุํ ปกมฺปถา’’ติ. (จริยา. ๑.๑๒๔);

ปุพฺเพนิวาสญาณํ วิโสเธตฺวาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ สีหาวโลกนญาเยน. วฏฺฏวิวฏฺฏํ สมฺมสิตฺวาติ จตุสจฺจมนสิการํ สนฺธายาห. อิมสฺส ปลฺลงฺกสฺส อตฺถายาติ ปลฺลงฺกสีเสน อธิคตวิเสสํ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ สิขาปฺปตฺตวิมุตฺติสุขํ อวิชหนฺโต อนฺตรนฺตรา จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคํ มนสิกโรนฺโต เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิ. เอกจฺจานนฺติ ยา อธิคตมคฺคา สจฺฉิกตนิโรธา เอกเทเสน จ พุทฺธคุเณ ชานนฺติ, ตา ฐเปตฺวา ตทญฺเญสํ เทวตานํ. อญฺเญปิ พุทฺธตฺตกราติ วิสาขาปุณฺณมโต ปฏฺฐาย รตฺตินฺทิวํ เอวํ นิจฺจสมาหิตภาวเหตุกานํ พุทฺธคุณานํ อุปริ อญฺเญปิ พุทฺธตฺตสาธกา, ‘‘อยํ พุทฺโธ’’ติ พุทฺธภาวสฺส ปเรสํ วิภาวนา ธมฺมา กึ นุ โข อตฺถีติ โยชนา.

อนิมิเสหีติ ธมฺมปีติวิปฺผารวเสน ปสาทวิกสิตนิจฺจลตาย นิเมสรหิเตหิ. รตนจงฺกเมติ เทวตาหิ มาปิเต รตนมยจงฺกเม. รตนภูตานํ สตฺตนฺนํ ปกรณานํ ตตฺถ จ อนนฺตนยสฺส ธมฺมรตนสฺส สมฺมสเนน ตํ ฐานํ รตนฆรเจติยํ นาม ชาตนฺติปิ วทนฺติ. เอวนฺติ วกฺขมานากาเรน. ฉพฺพณฺณานํ รสฺมีนํ ทนฺเตหิ นิกฺขมนโต ฉทฺทนฺตนาคกุลํ วิยาติ นิทสฺสนํ วุตฺตํ.

เหฏฺฐา โลหปาสาทปฺปมาโณติ นวภูมกสฺส สพฺพปฐมสฺส โลหปาสาทสฺส เหฏฺฐา โลหปาสาทปฺปมาโณ. ขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๕) ปน ตตฺถ ‘‘ภณฺฑาคารคพฺภปฺปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ.

ปจฺจคฺเฆติ อภินเว. ปจฺเจกํ มหคฺฆตาย ปจฺจคฺเฆติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ. น หิ พุทฺธา ภควนฺโต มหคฺฆํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ปริภุญฺชนฺติ วา. ปิณฺฑปาตนฺติ เอตฺถ มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ สนฺธาย วทติ. อยํ วิตกฺโกติ – ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ อยํ ปริวิตกฺโก.

ปณฺฑิจฺเจนาติ สมาปตฺติปฏิลาภสํสิทฺเธน อธิคมพาหุสจฺจสงฺขาเตน ปณฺฑิตภาเวน. เวยฺยตฺติเยนาติ สมาปตฺติปฏิลาภปจฺจเยน ปาริหาริยปญฺญาสงฺขาเตน พฺยตฺตภาเวน. เมธาวีติ ติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาสงฺขาตาย ตํตํอิติกตฺตพฺพตาปญฺญาสงฺขาตาย จ เมธาย สมนฺนาคโตติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มหาชานิโยติ มหาปริหานิโก. อาคมนปาทาปิ นตฺถีติ อิทํ ปฐมํ วตฺตพฺพํ, อถาหํ ตตฺถ คจฺเฉยฺยํ, คนฺตฺวา เทสิยมานํ ธมฺมมฺปิสฺส โสตุํ โสตปสาโทปิ นตฺถีติ โยชนา. กึ ปน ภควตา อตฺตโน พุทฺธานุภาเวน เต ธมฺมํ ญาเปตุํ น สกฺกาติ? อาม, น สกฺกา. น หิ ปรโต โฆสํ อนฺตเรน สาวกานํ ธมฺมาภิสมโย สมฺภวติ, อญฺญถา อิตรปจฺจยรหิตสฺสปิ ธมฺมาภิสมเยน ภวิตพฺพํ, น จ ตํ อตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส อชฺฌตฺตญฺจ โยนิโสมนสิกาโร’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๒๗). ปาฬิยํ รามสฺเสว สมาปตฺติลาภิตา อาคตา, น อุทกสฺส, ตํ ตสฺส โพธิสตฺเตน สมาคตกาลวเสน วุตฺตํ. โส หิ ปุพฺเพปิ ตตฺถ ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิหรนฺโต มหาปุริเสน ขิปฺปญฺเญว สมาปตฺตีนํ นิพฺพตฺติตภาวํ สุตฺวา สํเวคชาโต มหาสตฺเต ตโต นิพฺพิชฺช ปกฺกนฺเต ฆเฏนฺโต วายมนฺโต นจิรสฺเสว อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ อทฺทสา’’ติ. เอเต อฏฺฐ พฺราหฺมณาติ สมฺพนฺโธ. ฉฬงฺควาติ ฉฬงฺควิทุโน. มนฺตนฺติ มนฺตปทํ. ‘‘นิชฺฌายิตฺวา’’ติ วจนเสโส, มนฺเตตฺวาติ อตฺโถ. วิยากรึสูติ กเถสุํ.

ยถามนฺตปทนฺติ ลกฺขณมนฺตสงฺขาตเวทวจนานุรูปํ. คตาติ ปฏิปนฺนา. ‘‘เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๓; ๓.๑๙๙-๒๐๐; ม. นิ. ๒.๓๘๔, ๓๙๘) วุตฺตนิยาเมน นิจฺฉินิตุํ อสกฺโกนฺตา พฺราหฺมณา วุตฺตเมว ปฏิปชฺชึสุ, น มหาปุริสสฺส พุทฺธภาวปฺปตฺตึ ปจฺจาสีสึสุ. อิเม ปน โกณฺฑญฺญาทโย ปญฺจ ‘‘เอกํสโต พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ ชาตนิจฺฉยตฺตา มนฺตปทํ อติกฺกนฺตา. ปุณฺณปตฺตนฺติ ตุฏฺฐิทานํ. นิพฺพิตกฺกาติ นิพฺพิกปฺปา, น เทฺวธา ตกฺกา.

วปฺปกาเลติ วปนกาเล. วปนตฺถํ พีชานิ นีหรณนฺเตน ตตฺถ อคฺคํ คเหตฺวา ทานํ พีชคฺคทานํ นาม. ลายนคฺคาทีสุปิ เอเสว นโย. ธญฺญผลสฺส นาติปริณตกาเล ปุถุกกาเล. ลายเนติ สสฺสลายเน. ยถา ลูนํ หตฺถกํ กตฺวา เวณิวเสน พนฺธนํ เวณิกรณํ. เวณิโย ปน ปุริสภารวเสน พนฺธนํ กลาโป. ขเล กลาปานํ ฐปนทิวเส อคฺคํ คเหตฺวา ทานํ ขลคฺคํ. มทฺทิตฺวา วีหีนํ ราสิกรณทิวเส อคฺคํ คเหตฺวา ทานํ ภณฺฑคฺคํ. โกฏฺฐาคาเร ธญฺญสฺส ปกฺขิปนทิวเส ทานํ โกฏฺฐคฺคํ. อุทฺธริตฺวาติ ขลโต ธญฺญสฺส อุทฺธริตฺวา. นวนฺนํ อคฺคทานานํ ทินฺนตฺตาติ อิทํ ตสฺส รตฺตญฺญูนํ อคฺคภาวตฺถาย กตาภินีหารานุรูปํ ปวตฺติตสาวกปารมิยา จิณฺณนฺเต ปวตฺติตตฺตา วุตฺตํ. ติณฺณมฺปิ หิ โพธิสตฺตานํ ตํตํปารมิยา สิขาปฺปตฺตกาเล ปวตฺติตํ ปุญฺญํ อปุญฺญํ วา ครุตรวิปากเมว โหติ, ธมฺมสฺส จ สพฺพปฐมํ สจฺฉิกิริยาย วินา กถํ รตฺตญฺญูนํ อคฺคภาวสิทฺธีติ. พหุการา โข อิเม ปญฺจวคฺคิยาติ อิทํ ปน อุปการานุสฺสรณมตฺตกเมว ปริจยวเสน อาฬารุทกานุสฺสรณํ วิย.

๒๘๕. วิวเรติ มชฺเฌ. เตนาห ‘‘ติคาวุตนฺตเร ฐาเน’’ติ. อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ สามิวจนสฺส ปสงฺเค อนฺตรา-สทฺทโยเคน อุปโยควจนสฺส อิจฺฉิตตฺตา. เตนาห ‘‘อนฺตราสทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กต’’นฺติ.

สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ปริญฺญาภิสมยวเสน อติกฺกมิตฺวา. จตุภูมกธมฺมํ อนวเสสํ เญยฺยํ สพฺพโส เญยฺยาวรณสฺส ปหีนตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน อเวทึ. รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนาทินา กิเลเสน. อปฺปหาตพฺพมฺปิ กุสลาพฺยากตํ ตปฺปฏิพทฺธกิเลสมถเนน ปหีนตฺตา น โหตีติ อาห ‘‘สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ ชหิตฺวา ฐิโต’’ติ. อารมฺมณโตติ อารมฺมณกรณวเสน.

กิญฺจาปิ โลกิยธมฺมานมฺปิ ยาทิโส โลกนาถสฺส อธิคโม, น ตาทิโส อธิคโม ปรูปเทโส อตฺถิ, โลกุตฺตรธมฺเม ปนสฺส เลโสปิ นตฺถีติ อาห ‘‘โลกุตฺตรธมฺเม มยฺหํ อาจริโย นาม นตฺถี’’ติ. ปฏิภาคปุคฺคโลติ สีลาทีหิ คุเณหิ ปฏินิธิภูโต ปุคฺคโล. สเหตุนาติ สหธมฺเมน สปาฏิหีรกตาย. นเยนาติ อภิชานนตาทิวิธินา. จตฺตาริ สจฺจานีติ อิทํ ตพฺพินิมุตฺตสฺส เญยฺยสฺส อภาวโต วุตฺตํ. สยํ พุทฺโธติ สยเมว สยมฺภุญาเณน พุทฺโธ. วิคตปริฬาหตาย สีติภูโต. ตโต เอว นิพฺพุโต. อาหญฺฉนฺติ อาหนิสฺสามิ. เวเนยฺยานํ อมตาธิคมาย อุคฺโฆสนาทึ กตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนา อมตทุนฺทุภีติ วุตฺตา.

อนนฺตญาโณ ชิตกิเลโสติ อนนฺตชิโน. เอวมฺปิ นาม ภเวยฺยาติ เอวํวิเธ นาม รูปรตเน อีทิเสน ญาเณน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. อยํ หิสฺส ปพฺพชฺชาย ปจฺจโย ชาโต, กตาธิกาโร เจส. ตถา หิ ภควา เตน สมาคมตฺถํ ปทสาว ตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

โกฏฺฐาสสมฺปนฺนาติ องฺคปจฺจงฺคสงฺขาตอวยวสมฺปนฺนา. อฏฺฏียตีติ อฏฺโฏ โหติ, โทมนสฺสํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ.

อวิหํ อุปปนฺนาเสติ อวิเหสุ นิพฺพตฺตา. วิมุตฺตาติ อคฺคผลวิมุตฺติยา วิมุตฺตา. เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปชฺฌคุนฺติ เต อุปกา ทโย มานุสํ อตฺตภาวํ ชหิตฺวา โอรมฺภาคิยสํโยชนปฺปหาเนน อวิเหสุ นิพฺพตฺตมตฺตาว อคฺคมคฺคาธิคเมน ทิพฺพโยคํ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนํ สมติกฺกมึสุ.

๒๘๖. สณฺฐเปสุนฺติ ‘‘เนว อภิวาเทตพฺโพ’’ติอาทินา (มหาว. ๑๒) สณฺฐํ กิริยาการํ อกํสุ. เตนาห ‘‘กติกํ อกํสู’’ติ. ปธานโตติ ปุพฺเพ อนุฏฺฐิตทุกฺกรจรณโต. ปภาวิตนฺติ วาจาสมุฏฺฐานํ, วจีนิจฺฉารณนฺติ อตฺโถ. ‘‘อยํ น กิญฺจิ วิเสสํ อธิคมิสฺสตี’’ติ อนุกฺกณฺฐนตฺถํ. ‘‘มยํ ยตฺถ กตฺถจิ คมิสฺสามา’’ติ มา วิตกฺกยิตฺถ. โอภาโสติ วิปสฺสโนภาโส. นิมิตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานนิมิตฺตํ. เอกปเทเนวาติ เอกวจเนเนว. ‘‘อเนน ปุพฺเพปิ น กิญฺจิ มิจฺฉา วุตฺตปุพฺพ’’นฺติ สตึ ลภิตฺวา. ยถาภูตวาทีติ อุปฺปนฺนคารวา.

อนฺโตวิหาเรเยว อโหสิ ทหรกุมาโร วิย เตหิ ภิกฺขูหิ ปริหริโต. มเลติ สํกิเลเส. คามโต ภิกฺขูหิ นีหฏํ อุปนีตํ ภตฺตํ เอตสฺสาติ นีหฏภตฺโต, เตน นีหฏภตฺเตน ภควตา. เอตฺตกํ กถามคฺคนฺติ – ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริเยสนา’’ติ อารภิตฺวา ยาว – ‘‘นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ ปทํ, เอตฺตกํ เทสนามคฺคํ. กามญฺเจตฺถ – ‘‘ตุเมฺหปิ มมญฺเจว ปญฺจวคฺคิยานญฺจ มคฺคํ อารูฬฺหา, อริยปริเยสนา ตุมฺหากํ ปริเยสนา’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ. เตน ปน – ‘‘โส โข อหํ, ภิกฺขเว, อตฺตนา ชาติธมฺโม สมาโน…เป… อสํกิลิฏฺฐํ อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ นิพฺพานํ อชฺฌคมนฺติ, อถ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู มยา เอวํ โอวทิยมานา…เป… อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ นิพฺพานํ อชฺฌคมํสุ…เป… นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ อิมสฺเสว สุตฺตปทสฺส อตฺโถ วิภาวิโตติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ภควา ยํ ปุพฺเพ อวจ ตุเมฺหปิ มมญฺเจว ปญฺจวคฺคิยานญฺจ มคฺคํ อารุฬฺหา, อริยปริเยสนา ตุมฺหากํ ปริเยสนาติ. อิมํ เอกเมว อนุสนฺธึ ทสฺเสนฺโต อาหรี’’ติ.

๒๘๗. อนคาริยานมฺปีติ ปพฺพชิตานมฺปิ. ปญฺจกามคุณวเสน อนริยปริเยสนา โหติ คธิตาทิภาเวน ปริภุญฺชนโต. มิจฺฉาชีววเสนปิ อนริยปริเยสนา โหตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ปญฺจกามคุณวเสนา’’ติ วุตฺตํ สจฺฉนฺทราคปริโภคสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อิทานิ จตูสุ ปจฺจเยสุ กามคุเณ นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริโภครโสติ ปริโภคปจฺจยปีติโสมนสฺสํ. อยํ ปน รสสมานตาวเสน คหณํ อุปาทาย ‘‘รโส’’ติ วุตฺโต, น สภาวโต. สภาเวน คหณํ อุปาทาย ปีติโสมนสฺสํ ธมฺมารมฺมณํ สิยา, น รสารมฺมณํ. อปฺปจฺจเวกฺขณปริโภโคติ ปจฺจเวกฺขณรหิโต ปริโภโค, อิทมตฺถิตํ อนิสฺสาย คธิตาทิภาเวน ปริโภโคติ อตฺโถ. คธิตาติ ตณฺหาย พทฺธา. มุจฺฉิตาติ มุจฺฉํ โมหํ ปมาทํ อาปนฺนา. อชฺโฌคาฬฺหาติ อธิโอคาฬฺหา, ตํ ตํ อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา ฐิตา. อาทีนวํ อปสฺสนฺตาติ สจฺฉนฺทราคปริโภเค โทสํ อชานนฺตา. อปจฺจเวกฺขิตปริโภคเหตุอาทีนวํ นิสฺสรติ อติกฺกมติ เอเตนาติ นิสฺสรณํ, ปจฺจเวกฺขณญาณํ.

ปาสราสินฺติ ปาสสมุทายํ. ลุทฺทโก หิ ปาสํ โอฑฺเฑนฺโต น เอกํเยว, น จ เอกสฺมึเยว ฐาเน โอฑฺเฑติ, อถ โข ตํตํมิคานํ อาคมนมคฺคํ สลฺลกฺเขตฺวา ตตฺถ ตตฺถ โอฑฺเฑนฺโต พหูเยว โอฑฺเฑติ, ตสฺมา เต จิตฺเตน เอกโต คเหตฺวา ‘‘ปาสราสี’’ติ วุตฺตํ. วาคุรสฺส วา ปาสปเทสานํ พหุภาวโต ‘‘ปาสราสี’’ติ วุตฺตํ.

ปาสราสิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.