๔. รถวินีตสุตฺตวณฺณนา
๒๕๒. มหาโควินฺเทน ปริคฺคหิตตากิตฺตนํ ตทา มคธราเชน ปริคฺคหิตูปลกฺขณํ. ตสฺส หิ โส ปุโรหิโต. มหาโควินฺโทติ ปุราตโน เอโก มคธราชาติ เกจิ. คยฺหตีติ คโห, ราชูนํ คโห ราชคหํ. นคร-สทฺทาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส. อญฺเญเปตฺถ ปกาเรติ ราชูหิ ทิสฺวา สมฺมา ปติฏฺฐาปิตตฺตา เตสํ คหํ เคหภูตนฺติปิ ราชคหํ. อารกฺขสมฺปตฺติอาทินา อนตฺถุปฺปตฺติเหตุตาย อุปคตานํ ปฏิราชูนํ คหํ คหภูตนฺติปิ ราชคหํ, อารามรามณียกาทีหิ ราชเต, นิวาสสุขตาทินา สตฺเตหิ มมตฺตวเสน คยฺหติ, ปริคฺคยฺหตีติ วา ราชคหนฺติ เอวมาทิเก ปกาเร. พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จาติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. เวฬูหิ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ, น ปน เกวลํ กฏฺฐกปวนเมว. รญฺโญ อุยฺยานกาเล ปติฏฺฐาปิตอฏฺฏาลกวเสน อฏฺฏาลกยุตฺตํ.
ชนนํ ชาติ, ชาติยา ภูมิ ชาติภูมํ, ชายิ วา มหาโพธิสตฺโต เอตฺถาภิ ชาติ, สา เอว ภูมีติ ชาติภูมํ, สา อิเมสํ นิวาโสติ ชาติภูมกาติ อาห ‘‘ชาติภูมกาติ ชาติภูมิวาสิโน’’ติ. กสฺส ปนายํ ชาติภูมีติ อาห ‘‘ตํ โข ปนา’’ติอาทิ. เตน อนญฺญสาธารณาย ชาติยา อธิปฺเปตตฺตา สเทวเก โลเก สุปากฏภาวโต วิเสสเนน วินาปิ วิสิฏฺฐวิสโยว อิธ ชาติ-สทฺโท วิญฺญายตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตสฺส ชาตฏฺฐานสากิยชนปโท’’ติ. ตตฺถปิ กปิลวตฺถุสนฺนิสฺสโย ปเทโสติ อาห ‘‘กปิลวตฺถาหาโร’’ติ.
ครุธมฺมภาววณฺณนา
สากิยมณฺฑลสฺสาติ สากิยราชสมูหสฺส. ทสนฺนํ อปฺปิจฺฉกถาทีนํ วตฺถุ ทสกถาวตฺถุ, อปฺปิจฺฉตาทิ. ตตฺถ สุปฺปติฏฺฐิตตาย ตสฺส ลาภี ทสกถาวตฺถุลาภี. ตตฺถาติ ทสกถาวตฺถุสฺมึ.
ครุกรณียตาย ธมฺโม ครุ เอตสฺสาติ ธมฺมครุ, ตสฺส ภาโว ธมฺมครุตา, ตาย. ‘‘อชฺฌาสเยน เวทิตพฺโพ’’ติ วตฺวา น เกวลํ อชฺฌาสเยเนว, อถ โข กายวจีปโยเคหิปิ เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมครุตาเยว หี’’ติอาทิมาห. ติยามรตฺตึ ธมฺมกถํ กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘กุมฺภการสฺส นิเวสเน ติยามรตฺตึ วสนฺโต ธมฺมกถํ กตฺวา’’ติ เอวํ วจนเสสวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อญฺญถา ยถาลาภวเสน อตฺเถ คยฺหมาเน ติยามรตฺตึ ธมฺมกถา กตาติ อาปชฺชติ, น จ ตํ อตฺถิ. วกฺขติ หิ ‘‘พหุเทว รตฺตินฺติ ทิยฑฺฒยามมตฺต’’นฺติ. ทสพลาทิคุณวิเสสา วิย ธมฺมคารวเหตุกา ปรหิตปฏิปตฺติปิ สพฺพพุทฺธานํ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย สทิสา เอวาติ อิมสฺส ภควโต ธมฺมคารวกิตฺตเน ‘‘กสฺสโปปิ ภควา’’ติอาทินา กสฺสปภควโต ธมฺมคารวํ ทสฺเสติ.
จาริกํ นิกฺขมีติ ชนปทจาริกํ จริตุํ นิกฺขมิ. ชนปทจาริกาย อกาเล นิกฺขนฺตตฺตา โกสลราชาทโย วาเรตุํ อารภึสุ. ปวาเรตฺวา หิ จรณํ พุทฺธาจิณฺณํ. ปุณฺณาย สมฺมาปฏิปตฺตึ ปจฺจาสีสนฺโต ภควา ‘‘กึ เม กริสฺสสี’’ติ อาห.
อนหาโตวาติ ธมฺมสวนุสฺสุกฺเกน สายเนฺห พุทฺธาจิณฺณํ นฺหานํ อกตฺวาว. อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺตีสุ เอกิสฺสา ทฺวินฺนญฺจ อตฺถิตาสิทฺธา จตุพฺพิธตา ปฏิปตฺติกตา เอว นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิปนฺนโก จ นาม…เป… จตุพฺพิโธ โหตี’’ติ. ปฏิกฺเขปปุพฺพโกปิ หิ ปฏิปนฺโน อตฺถโต ปฏิปนฺนตฺโถ เอวาติ. กามํ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน ตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สาสนํ โสภติ, น ปน สาสนํ วฑฺเฒติ อปฺโปสฺสุกฺกภาวโต, น จ การุณิกสฺส ภควโต สพฺพถา มโนรถํ ปูเรติ. ตถา หิ ภควา ปฐมโพธิยํ เอกสฏฺฐิยา จ อรหนฺเตสุ ชาเตสุ – ‘‘จรถ, ภิกฺขเว, พหุชนหิตายา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๘๖-๘๘; มหาว. ๓๒) ภิกฺขู ปรหิตปฏิปตฺติยํ นิโยเชสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวรูปํ ภิกฺขุํ ภควา น ปุจฺฉติ, กสฺมา? น มยฺหํ สาสนสฺส วุฑฺฒิปกฺเข ฐิโต’’ติ.
สมุทาโย อปฺปเกน อูโนปิ อนูโน วิย โหตีติ พากุลตฺเถรํ จตุตฺถราสิโต พหิ กตฺวาปิ ‘‘อสีติมหาเถรา วิยา’’ติ วุตฺตํ. อสีติมหาเถรสมญฺญา วา อวยเวปิ อฏฺฐสมาปตฺติสามญฺญา วิย ทฏฺฐพฺพา. อีทิเส ฐาเน พหูนํ เอกโต กถนํ มหตา กณฺเฐน จ กถนํ สตฺถุ จิตฺตาราธนเมวาติ เตหิ ภิกฺขูหิ ตถา ปฏิปนฺนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เต ภิกฺขู เมฆสทฺทํ สุตฺวา’’ติอาทิมาห. คุณสมฺภาวนายาติ วกฺขมานคุณเหตุกาย สมฺภาวนาย สมฺภาวิโต, น เยน เกนจิ กิจฺจสมตฺถตาทินา.
ครุธมฺมภาววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา
อปฺป-สทฺทสฺส ปริตฺตปริยายตํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิยา’’ติ. เตนาห ‘‘น หิ ตสฺสา’’ติอาทิ. อปฺป-สทฺโท ปเนตฺถ อภาวตฺโถติ สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘‘อปฺปาพาธตญฺจ สญฺชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๕; ๒.๑๓๔) วิย.
อตฺริจฺฉตา นาม (อ. นิ. ฏี. ๑.๑.๖๓) อตฺร อตฺร อิจฺฉาติ กตฺวา. อสนฺตคุณสมฺภาวนตาติ อตฺตนิ อวิชฺชมานํ คุณานํ วิชฺชมานานํ วิย ปเรสํ ปกาสนา. สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ วตฺตปฏิปตฺติการกวิเสสลาภีติ ชานาตุ ‘‘วตฺตปฏิปตฺติอาปาถกชฺฌายิตา’’ติ เอวมาทินา. สนฺตคุณสมฺภาวนาติ อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา อตฺตนิ วิชฺชมานสีลธุตธมฺมาทิคุณวิภาวนา. ตาทิสสฺส หิ ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญุตาปิ โหติ.
คณฺหนฺโตเยว อุมฺมุชฺชิ อญฺเญสํ อชานนฺตานํเยวาติ อธิปฺปาโย.
อปฺปิจฺฉตาปธานํ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน จตุพฺพิธํ อิจฺฉาปเภทํ ทสฺเสตฺวา ปุนปิ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน จตุพฺพิธํ อิจฺฉาปเภทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปโรปิ จตุพฺพิโธ อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทิมาห. ทายกสฺส วสนฺติ ทายกสฺส จิตฺตวสํ. เทยฺยธมฺมสฺส วสนฺติ เทยฺยธมฺมสฺส อปฺปพหุภาวํ. อตฺตโน ถามนฺติ อตฺตโน ยาปนมตฺตกถามํ.
เอกภิกฺขุปิ น อญฺญาสิ โสสานิกวตฺเต สมฺมเทว วุตฺติตฺตา. อพฺโพกิณฺณนฺติ อวิจฺเฉทํ. ทุติโย มํ น ชาเนยฺยาติ ทุติโย สหายภูโตปิ ยถา มํ ชานิตุํ น สกฺกุเณยฺย, ตถา สฏฺฐิ วสฺสานิ นิรนฺตรํ สุสาเน วสามิ, ตสฺมา อหํ อโห โสสานิกุตฺตโม.
ธมฺมกถาย ชนตํ โขเภตฺวาติ โลมหํสนสาธุการทานเจลุกฺเขปาทิวเสน สนฺนิปติตํ อิตรญฺจ ‘‘กถํ นุ โข อยฺยสฺส สนฺติเกว ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ โกลาหลวเสน มหาชนํ โขเภตฺวา. คโตติ ‘‘อยํ โส, เตน รตฺติยํ ธมฺมกถา กตา’’ติ ชานนภเยน ปริยตฺติอปฺปิจฺฉตาย ปริเวณํ คโต.
ตโย กุลปุตฺตา วิยาติ ปาจีนวํสทาเย สมคฺควาสํ วุตฺถา ตโย กุลปุตฺตา วิย. ปหายาติ ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน ปจฺฉา อคฺคมคฺเคเนว ปชหิตฺวา.
อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา
ปกติทุพฺพลาทีนํ ครุจีวราทีนิ นผาสุภาวาวหานิ สรีรเขทาวหานิ จ โหนฺตีติ ปโยชนวเสน นอตฺริจฺฉตาทิวเสน ตานิ ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโค น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. มหคฺฆจีวรํ, พหูนิ วา จีวรานิ ลภิตฺวาปิ ตานิ วิสฺสชฺเชตฺวา ตทญฺญสฺส คหณํ ยถาสารุปฺปนเย ฐิตตฺตา น สนฺโตสวิโรธีติ อาห ‘‘เตสํ…เป… ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหตี’’ติ. เอวํ เสสปจฺจเยสุปิ ยถาพลยถาสารุปฺปสนฺโตสนิทฺเทเสสุ อปิสทฺทคฺคหเณ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. ยถาสารุปฺปสนฺโตโสเยว อคฺโค อโลภชฺฌาสยสฺส อุกฺกํสนโต.
ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ติวิธปวิเวกวณฺณนา
เอโกติ เอกากี. คจฺฉตีติ จุณฺณิกอิริยาปถวเสน วุตฺตํ. จรตีติ วิหารโต พหิ สญฺจารวเสน, วิหรตีติ ทิวาวิหาราทิวเสน. กายวิเวโกติ จ เนกฺขมฺมาธิมุตฺตสฺส ภาวนานุโยควเสน วิเวกฏฺฐกายตา, น ฌานวิเวกมตฺตํ. เตนาห ‘‘เนกฺขมฺมาภิรตาน’’นฺติ. ปริสุทฺธจิตฺตานนฺติ นีวรณาทิสํกิเลสโต วิสุทฺธจิตฺตานํ. ปรมโวทานปฺปตฺตานนฺติ วิตกฺกาทิตํตํฌานปฏิปกฺขวิคเมน ปรมํ อุตฺตมํ โวทานํ ปตฺตานํ. นิรุปธีนนฺติ กิเลสุปธิอาทีนํ วิคเมน นิรุปธีนํ.
ติวิธปวิเวกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจวิธสํสคฺควณฺณนา
สํสีทติ เอเตนาติ สํสคฺโค, ราโค. สวนเหตุโก, สวนวเสน วา ปวตฺโต สํสคฺโค สวนสํสคฺโค. เอส นโย เสเสสุปิ. กายสํสคฺโค ปน กายปรามาโส. อิตฺถี วาติ วธู, ยุวตี วา. สนฺธาเนตุนฺติ ปุพฺเพนาปรํ ฆเฏตุํ. โสตวิญฺญาณวีถิวเสนาติ อิทํ มูลภูตํ สวนํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺส ปิฏฺฐิวตฺตกมโนทฺวาริกชวนวีถีสุ อุปฺปนฺโนปิ ราโค สวนสํสคฺโคเยว. ทสฺสนสํสคฺเคปิ เอเสว นโย. อนิตฺถิคนฺธโพธิสตฺโต ปเรหิ กถิยมานวเสน ปวตฺตสวนสํสคฺคสฺส นิทสฺสนํ. ติสฺสทหโร อตฺตนา สุยฺยมานวเสน. ตตฺถ ปฐมํ ชาตเก เวทิตพฺพนฺติ อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทหโร กิรา’’ติอาทิมาห. กามราเคน วิทฺโธติ ราคสลฺเลน หทเย อปฺปิโต อนฺโต อนุวิทฺโธ.
โสติ ทสฺสนสํสคฺโค. เอวํ เวทิตพฺโพติ วตฺถุวเสน ปากฏํ กโรติ. ตสฺมึ กิร คาเม เยภุยฺเยน อิตฺถิโย อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา, ตสฺมา เถโร ‘‘สเจ อนฺโตคาเม น จริสฺสสี’’ติ อาห. กาลสฺเสว ปวิฏฺฐตฺตา ยาคุํ อทาสิ, ตสฺมา ยาคุเมว คเหตฺวา คจฺฉนฺตํ ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหาหี’’ติ อาหํสุ. ยาจิตฺวาติ ‘‘น มยํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ ทาตุกามา นิวตฺเตม, อปิจ อิทํ ภนฺเต การณ’’นฺติ ยาจิตฺวา.
อาทิโต ลปนํ อาลาโป, วจนปฏิวจนวเสน ปวตฺโต ลาโป สลฺลาโป. ภิกฺขุนิยาติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ. ยาย กายจิปิ อิตฺถิยา สนฺตกปริโภควเสน อุปฺปนฺนราโคปิ สมฺโภคสํสคฺโคว.
ปญฺจวิธสํสคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
คาหคาหกาทิวณฺณนา
ภิกฺขุโน ภิกฺขูหิ กายปรามาโส กายสมฺพาหนาทิวเสน. กายสํสคฺคนฺติ กายปรามาสสํสคฺคํ. คาหคาหโกติ คณฺหนกานํ คณฺหนโกติ อตฺโถ. คาหมุตฺตโกติ อโยนิโส อามิเสหิ สงฺคณฺหนเกหิ สยํ มุจฺจนโก. มุตฺตคาหโกติ ยถาวุตฺตสงฺคหโต มุตฺตานํ สงฺคณฺหนโก. มุตฺตมุตฺตโกติ มุจฺจนเกหิ สยมฺปิ มุจฺจนโก. คหณวเสน สงฺคณฺหนวเสน. อุปสงฺกมนฺติ ตโต กิญฺจิ โลกามิสํ ปจฺจาสีสนฺตา, น ทกฺขิเณยฺยวเสน. ภิกฺขุปกฺเข คหณวเสนาติ ปจฺจยลาภาย สงฺคณฺหนวเสนาติ โยเชตพฺพํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อามิเสนา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน.
ฐานนฺติ อตฺตโน ฐานาวตฺถํ. ปาปุณิตุํ น เทติ อุปฺปนฺนเมว ตํ ปฏิสงฺขานพเลน นีหรนฺโต วิกฺขมฺเภติ. เตนาห ‘‘มนฺเตนา’’ติอาทิ. ยถา ชีวิตุกาโม ปุริโส กณฺหสปฺเปน, อมิตฺเตน วา สห น สํวสติ, เอวํ ขณมตฺตมฺปิ กิเลเสหิ สห น สํวสตีติ อตฺโถ.
จตุปาริสุทฺธิสีลํ โลกิยํ โลกุตฺตรญฺจ. ตถา สมาธิปิ. วิปสฺสนาย ปาทกา วิปสฺสนาปาทกาติ อฏฺฐสมาปตฺติคฺคหเณน ยถา โลกิยสมาธิ คหิโต, เอวํ วิปสฺสนาปาทกา เอเตสนฺติ วิปสฺสนาปาทกาติ อฏฺฐสมาปตฺติคฺคหเณเนว โลกุตฺตโร สมาธิ คหิโต. ยถา หิ จตฺตาริ รูปชฺฌานานิ อธิฏฺฐานํ กตฺวา ปวตฺโต มคฺคสมาธิ วิปสฺสนาปาทโก, เอวํ จตฺตาริ อรูปชฺฌานานิ อธิฏฺฐานํ กตฺวา ปวตฺโตปิ. สมาปตฺติปริยาโย ปน ปุพฺพโวหาเรน เวทิตพฺโพ. ปฏิปกฺขสมุจฺเฉทเนน สมฺมา อาปชฺชนโต วา ยถา ‘‘โสตาปตฺติมคฺโค’’ติ. เอวเมตฺถ สีลสมาธีนมฺปิ มิสฺสกภาโว เวทิตพฺโพ, น ปญฺญาย เอว. วิมุตฺตีติ อริยผลนฺติ วุตฺตํ ‘‘วิมุตฺติสมฺปนฺโน’’ติ วุตฺตตฺตา. ตญฺหิ นิปฺผาทนฏฺเฐน สมฺปาเทตพฺพํ, น นิพฺพานนฺติ.
เอตฺถ จ อปฺปิจฺฉตาย ลทฺธปจฺจเยน ปริตุสฺสติ, สนฺตุฏฺฐตาย ลทฺธา เต อคธิโต อมุจฺฉิโตอาทีนวทสฺสี นิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชติ, เอวํภูโต จ กตฺถจิ อลคฺคมานสตาย ปวิเวกํ ปริพฺรูเหนฺโต เกนจิ อสํสฏฺโฐ วิหรติ คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. โส เอวํ อชฺฌาสยสมฺปนฺโน วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา, อนธิคมสฺส อธิคมาย. อารภนฺโต จ ยถาสมาทินฺนํ อตฺตโน สีลํ ปจฺจเวกฺขติ, ตสฺส สีลสฺส สุปริสุทฺธตํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชติ อวิปฺปฏิสาโร, อยมสฺส สีลสมฺปทา. ตสฺส อวิปฺปฏิสารมูลเกหิ ปาโมชฺชปีติปสฺสทฺธิสุเขหิ สมฺมา พฺรูหิตํ จิตฺตํ สมฺมเทว สมาธิยติ, อยมสฺส สมาธิสมฺปทา. ตโต ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ นิพฺพินฺทติ, นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ, วิราคา วิมุจฺจติ, อยมสฺส ปญฺญาสมฺปทา. วิมุตฺตจิตฺตตา ปนสฺส วิมุตฺติสมฺปทา, ตโต วิมุตฺติโต ญาณทสฺสนนฺติ เอเตสํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อนุปุพฺพี เวทิตพฺพา. ตสฺส โย ทสหิ กถาวตฺถูหิ สมนฺนาคโม, อยํ อตฺตหิตาย ปฏิปตฺติ. ยา เนสํ ปเรสํ สํกิตฺตนํ, อยํ ปรหิตาย ปฏิปตฺติ. ตาสุ ปุริมา ญาณปุพฺพงฺคมา ญาณสมฺปยุตฺตา จ, อิตรา กรุณาปุพฺพงฺคมา กรุณาสมฺปยุตฺตา จาติ สพฺพํ ญาณกรุณากณฺฑํ วตฺตพฺพํ.
ทสหิ กถาวตฺถูหิ กรณภูเตหิ ภิกฺขูนํ โอวาทํ เทติ, ‘‘ภิกฺขุนา นาม อตฺริจฺฉตาทิเก ทูรโต วชฺเชตฺวา สมฺมเทว อปฺปิจฺเฉน ภวิตพฺพ’’นฺติอาทินา ตํ ตํ กถาวตฺถุํ ภิกฺขูนํ อุปทิสตีติ อตฺโถ. อุปทิสนฺโต หิ ตานิ ‘‘เตหิ ภิกฺขู โอวทตี’’ติ วุตฺโต. โอวทติเยว สรูปทสฺสนมตฺเตน. สุขุมํ อตฺถํ ปริวตฺเตตฺวาติ เอวมฺปิ อปฺปิจฺฉตา โหติ เอวมฺปีติ อปฺปิจฺฉตาทิวเสน อปราปรํ อปฺปิจฺฉตาวุตฺตึ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ สุขุมนิปุณํ อปฺปิจฺฉตาสงฺขาตํ อตฺถํ ชานาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาเปตีติ ยถาวุตฺเตหิ วิเสเสหิ วิญฺญาเปติ. การณนฺติ เยน การเณน อปฺปิจฺฉตา อิชฺฌติ, ตํ ปน ‘‘มหิจฺฉตาทีสุ เอเต โทสา, อปฺปิจฺฉตาย อยมานิสํโส’’ติอาทีนวานิสํสทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ. สมฺมา เหตุนา อปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสตีติ สนฺทสฺสโก. คาเหตุนฺติ ยถา คณฺหติ, ตถา กาตุํ, ตตฺถ ปฏฺฐเปตุนฺติ อตฺโถ. อุสฺสาหชนนวเสนาติ ยถา ตํ สมาทานํ นิจฺจลํ โหติ, เอวํ อุสฺโสฬฺหิยา อุปฺปาทนวเสน สมฺมเทว อุตฺเตเชตีติ สมุตฺเตชโก. อุสฺสาหชาเตติ อปฺปิจฺฉตาย ชาตุสฺสาเห. วณฺณํ วตฺวา ตตฺถ สมฺปตฺตึ อายติญฺจ ลพฺภมานคุณํ กิตฺเตตฺวา สมฺปหํเสติ สมฺมเทว ปกาเรหิ โตเสตีติ สมฺปหํสโก. เอวํ สนฺตุฏฺฐิอาทีสุ ยถารหํ โยชนา กาตพฺพา.
คาหคาหกาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจลาภวณฺณนา
๒๕๓. สตฺถุ สมฺมุขา เอวํ วณฺโณ อพฺภุคฺคโตติ. อิมินา ตสฺส วณฺณสฺส ยถาภูตคุณสมุฏฺฐิตตํ ทสฺเสติ. มนฺทมนฺโท วิยาติ อติ วิย อเฉโก วิย. อพลพโล วิยาติ อติ วิย อพโล วิย. ภากุฏิกภากุฏิโก วิยาติ อติ วิย ทุมฺมุโข วิย. อนุมสฺสาติ อนุมสิตฺวา, ทส กถาวตฺถูนิ สรูปโต วิเสสโต จ อนุปริคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. ปริคฺคณฺหนํ ปน เนสํ อนุปวิสนํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อนุปวิสิตฺวา’’ติ. สพฺรหฺมจารีหิ วณฺณภาสนํ เอโก ลาโภติ โยชนา. เอวํ เสเสสุปิ. ปตฺถยมาโน เอวมาห ธมฺมครุตายาติ อธิปฺปาโย.
ปญฺจลาภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จาริกาทิวณฺณนา
๒๕๔. อภิรมนํ อภิรตํ, ตเทว อนุนาสิกโลปํ อกตฺวา วุตฺตํ ‘‘อภิรนฺต’’นฺติ. ภาวนปุํสกญฺเจตํ. อนภิรติ นาม นตฺถิ, อภิรมิตฺวา จิรวิหาโรปิ นตฺถิ สมฺมเทว ปริญฺญาตวตฺถุกตฺตา. สพฺพสหา หิ พุทฺธา ภควนฺโต อสยฺหลาภิโน.
ปุพฺเพ ธมฺมครุตากิตฺตนปสงฺเคน คหิตํ อคฺคหิตญฺจ มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทึ เอกเทเสน ทสฺเสตฺวา วนวาสิติสฺสสามเณรสฺส วตฺถุํ วิตฺถาเรตฺวา ชนปทจาริกํ กเถตุํ ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. อากาสคามีหิ สทฺธึ คนฺตุกาโม ‘‘ฉฬภิญฺญานํ อาโรเจหี’’ติ อาห. สงฺฆกมฺเมน สิชฺฌมานาปิ อุปสมฺปทา สตฺถุ อาณาวเสเนว สิชฺฌนโต ‘‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. อปเร ‘‘อปริปุณฺณวีสติวสฺสสฺเสว ตสฺส อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต สตฺถา ‘พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’ติ อโวจา’’ติ วทนฺติ. อุปสมฺปาเทตฺวาติ ธมฺมเสนาปตินา อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตฺวา.
นวโยชนสติกํ มชฺฌิมเทสปริยาปนฺนเมว, ตโต ปรํ นาธิปฺเปตํ ทนฺธตาวเสน คมนโต. สมนฺตาติ คตคตฏฺฐานสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ. อญฺเญนปิ การเณนาติ ภิกฺขูนํ สมถวิปสฺสนาตรุณภาวโต อญฺเญนปิ มชฺฌิมมณฺฑเล เวเนยฺยานํ ญาณปริปากาทิการเณน นิกฺขมติ, อนฺโตมณฺฑลํ โอตรติ. สตฺตหิ วาติอาทิ ‘‘เอกํ มาสํ วา’’ติอาทินา วุตฺตานุกฺกเมน โยเชตพฺพํ.
สรีรผาสุกตฺถายาติ เอกสฺมึเยว ฐาเน นิพทฺธวาเสน อุสฺสนฺนธาตุกสฺส สรีรสฺส วิเรจเนน ผาสุภาวตฺถาย. อฏฺฐุปฺปตฺติกาลาภิกงฺขนตฺถายาติ อคฺคิกฺขนฺธูปมสุตฺต (อ. นิ. ๗.๗๒) มฆเทวชาตกาทิเทสนานํ (ชา. ๑.๑.๙) วิย ธมฺมเทสนาย อฏฺฐุปฺปตฺติกาลสฺส อากงฺขเนน. สุราปานสิกฺขาปทปญฺญาปเน (ปาจิ. ๓๒๖) วิย สิกฺขาปทปญฺญาปนตฺถาย. โพธเนยฺยสตฺเต องฺคุลิมาลาทิเก โพธนตฺถาย. นิพทฺธวาสญฺจ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส จาริกา นิพทฺธจาริกา.
๒๕๕. อปริคฺคหภาวํ กตฺถจิ อลคฺคภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยูถํ ปหาย…เป… มตฺตหตฺถี วิยา’’ติ วุตฺตํ. อสหายกิจฺโจติ สหายกิจฺจรหิโต สีโห วิย. เตนสฺส เอกวิหาริตํ เตชวนฺตตญฺจ ทสฺเสติ. ตทา ปน กายวิเวโก น สกฺกา ลทฺธุนฺติ อิทเมตฺถ การณํ ทฏฺฐพฺพํ. พหูหีติอาทิ ปน สภาวทสฺสนวเสน วุตฺตํ. เถรสฺส ปริสา สุวินีตา จิณฺณครุวาสา ครุโน อิจฺฉานุรูปเมว วตฺตติ.
วุตฺตการณยุตฺเต อทฺธานคมเน จาริกานํ โวหาโร สาสเน นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. เกนจิเทว นิมิตฺเตน กิสฺมิญฺจิ อตฺเถ ปวตฺตาย สญฺญาย ตนฺนิมิตฺตรหิเตปิ อญฺญสฺมึ ปวตฺติ รุฬฺหี นาม. วิชิตมารตฺตา สงฺคามวิชยมหาโยโธ วิย. อญฺญํ เสวิตฺวาติ ‘‘มม อาคตภาวํ สตฺถุ อาโรเจหี’’ติ อาโรจนตฺถํ อญฺญํ ภิกฺขุํ เสวิตฺวา.
ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ตํตํปุคฺคลชฺฌาสยานุรูปํ ตทนุจฺฉวิกเมว ธมฺมึ กถํ กโรตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จูฬโคสิงฺคสุตฺเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สามคฺคิรสานิสํสนฺติ ‘‘กจฺจิ ปน โว, อนุรุทฺธา, สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๒๖) สามคฺคิรสานิสํสํ กเถสิ. อาวสถานิสํสนฺติ ‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนตี’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๙๕, ๓๑๕) อาวสถปฏิสํยุตฺตํ อานิสํสํ. สติปฏิลาภิกนฺติ โชติปาลตฺเถเร ลามกํ ฐานํ โอติณฺณมตฺเต มหาโพธิปลฺลงฺเก ปน สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรนฺโต อาคโต. ตาทิสสฺส นาม ปมาทวิหาโร น ยุตฺโตติ ยถา กสฺสโป ภควา โพธิสตฺตสฺส สตึ ปฏิลภิตุํ ธมฺมึ กถํ กเถสิ, ตถา อยํ ภควา ตเมว ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตกถํ ภิกฺขูนํ ฆฏิการสุตฺตํ (ม. นิ. ๒.๒๘๒) กเถสิ. จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทเสติ – ‘‘อุปนียติ โลโก อทฺธุโว, อตาโณ โลโก อนภิสฺสโร, อสฺสโก โลโก สพฺพํ ปหาย คมนียํ, อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโส จา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) อิเม จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทเส กเถสิ. กามญฺเจเต ธมฺมุทฺเทสา รฏฺฐปาลสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๐๔) อายสฺมตา รฏฺฐปาลตฺเถเรน รญฺโญ โกรพฺยสฺส กถิตา, เต ปน ภควโต เอว อาหริตฺวา เถเรน ตตฺถ กถิตาติ วุตฺตํ ‘‘รฏฺฐปาลสุตฺเต’’ติอาทิ. ตถา หิ วุตฺตํ สุตฺเต – ‘‘อตฺถิ โข, มหาราช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) ปานกานิสํสกถนฺติ ‘‘อคฺคิหุตฺตํ มุขํ ยญฺญา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๔๐๐; สุ. นิ. ๕๗๓) อนุโมทนํ วตฺวา ปุน ปกิณฺณกกถาวเสน ปานกปฏิสํยุตฺตํ อานิสํสกถํ กเถสิ. เอกีภาเว อานิสํสํ กเถสิ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ ภคุํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๓๘). อนนฺตนยนฺติ อปริมาณเทสนานยํ อปฺปิจฺฉตาทิปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมึ กถํ. เตนาห ‘‘ปุณฺณ, อยมฺปิ อปฺปิจฺฉกถาเยวา’’ติอาทิ พหูหิ ปริยาเยหิ นานานยํ เทเสติ. กถํ ตถา เทสิตํ เถโร อญฺญาสีติ อาห ‘‘ปฏิสมฺภิทาปตฺตสฺส…เป… อโหสี’’ติ.
จาริกาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตฺตวิสุทฺธิปญฺหวณฺณนา
๒๕๖. ตโต ปฏฺฐายาติ. ยทา ชาติภูมกา ภิกฺขู สตฺถุ สมฺมุขา เถรสฺส วณฺณํ ภาสึสุ, ตโต ปฏฺฐาย. สีสานุโลกี หุตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ เถเรน สมาคเม อาทรวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ปาเฐ ‘‘อปฺเปว นามา’’ติอาทิ, ‘‘ตรมานรูโป’’ติ จ. ยํ ปน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอกสฺมึ ฐาเน นิลีน’’นฺติอาทิ, ตํ อการณํ. น หิ ธมฺมเสนาปติ ตสฺส เถรสฺส นิสินฺนฏฺฐานํ อภิญฺญาญาเณน ชานิตุํ น สกฺโกติ. ‘‘กจฺจิ นุ โข มํ อทิสฺวาว คมิสฺสตี’’ติ อยมฺปิ จินฺตา อาทรวเสเนวาติ ยุตฺตํ. น หิ สตฺถารํ ทฏฺฐุํ อาคโต สาวโก อปิ อายสฺมา อญฺญาตโกณฺฑญฺโญ สตฺถุกปฺปํ ธมฺมเสนาปตึ ตตฺถ วสนฺตํ อทิสฺวาว คจฺฉนโก นาม อตฺถิ. ทิวาวิหารนฺติ สมฺปทาเน อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ทิวาวิหารตฺถายา’’ติ.
๒๕๗. ปุริมกถายาติ ปฐมาลาเป. อปฺปติฏฺฐิตายาติ นปฺปวตฺติตาย. ปจฺฉิมกถา น ชายตีติ ปจฺฉา วตฺตพฺพกถาย อวสโร น โหติ. สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ ทิฏฺฐสํสนฺทนวเสน. ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม อริยมคฺโค. ยสฺมา ตโต อุตฺตริมฺปิ ปตฺตพฺพํ อตฺเถว, ตสฺมา ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลาทีสุ ฐิตสฺสปิ พฺรหฺมจริยวาโส มตฺถกํ น ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมาติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส มตฺถกํ อปฺปตฺตตฺตา. สพฺพํ ปฏิกฺขิปีติ สตฺตมมฺปิ ปญฺหํ ปฏิกฺขิปิ, อิตเรสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
อปฺปจฺจยปรินิพฺพานนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานมาห. อิทานิ ปการนฺตเรนปิ อนุปาทาปรินิพฺพานํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺวธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ คหณูปาทานนฺติ ทฬฺหคฺคหณภูตํ อุปาทานํ. เตนาห ‘‘กามุปาทานาทิก’’นฺติ. ปจฺจยูปาทานนฺติ ยํ กิญฺจิ ปจฺจยมาห. โส หิ อตฺตโน ผลํ อุปาทิยติ อุปาทานวเสน คณฺหตีติ อุปาทานนฺติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ปจฺจยูปาทานํ นาม…เป… ปจฺจยา’’ติ. ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติ วจนโต (มหาว. ๒๘, ๓๐) อรหตฺตผลํ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ กเถนฺติ. น จ อุปาทานสมฺปยุตฺตนฺติ อุปาทาเนหิ เอตํ น สหิตํ นาปิ อุปาทาเนหิ สห ปวตฺติ หุตฺวา. น จ กญฺจิ ธมฺมํ อุปาทิยตีติ กสฺสจิ ธมฺมสฺส อารมฺมณกรณวเสน น อุปาทิยติ. ปรินิพฺพุตนฺเตติ อคฺคมคฺเคน กาตพฺพกิเลสปรินิพฺพานปริโยสานนฺเต ชาตตฺตา. อมตธาตุเมว อนุปาทาปรินิพฺพานํ กเถนฺติ, กเถนฺตานญฺจ ยถา ตสฺส โกจิ ปจฺจโย นาม นตฺถิ, เอวํ อธิคโตปิ ยถา โกจิ ปจฺจโย นาม น โหติ, ตถา ปรินิพฺพานํ อปจฺจยปรินิพฺพานนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ อนฺโต’’ติอาทิมาห. ปุน ปุจฺฉํ อารภิ อนุปาทาปรินิพฺพานํ สรูปโต ปติฏฺฐาเปตุกาโม.
๒๕๘. สพฺพปริวตฺเตสูติ สพฺเพสุ ปญฺหปริวตฺตเนสุ, ปญฺหวาเรสูติ อตฺโถ. สคหณธมฺมเมวาติ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา คณฺหตีติ คหณํ, สห คหเณนาติ สคหณํ, อุปาทานิยนฺติ อตฺโถ. วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสฺส อภาวโต วฏฺฏเมว อนุคโตติ วฏฺฏานุคโต. เตนาห ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลมตฺตสฺสปิ อภาวโต’’ติ. โย ปน จตุพฺพิเธ วิวฏฺฏูปนิสฺสเย สีเล ฐิโต, โสปิ ‘‘อญฺญตฺร อิเมหิ ธมฺเมหี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ.
สตฺตวิสุทฺธิปญฺหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตฺตรถวินีตวณฺณนา
๒๕๙. นิสฺสกฺกวจนเมตํ ‘‘ยาว เหฏฺฐิมโสปานกเฬวรา’’ติอาทีสุ วิย. อตฺโถติ ปโยชนํ. จิตฺตวิสุทฺธิ เหตฺถ สีลวิสุทฺธึ ปโยเชติ ตสฺส ตทตฺถตฺตา. สีลวิสุทฺธิกิจฺจํ กตํ นาม โหติ สมาธิสํวตฺตนโต. สมาธิสํวตฺตนิกา หิ สีลวิสุทฺธิ นาม. สพฺพปเทสูติ ‘‘จิตฺตวิสุทฺธิ ยาวเทว ทิฏฺฐิวิสุทฺธตฺถา’’ติอาทีสุ สพฺพปเทสุ, ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยํ ฐิตสฺส จิตฺตวิสุทฺธกิจฺจํ กตํ นาม โหตีติอาทินา โยเชตพฺพํ.
สาวตฺถินครํ วิย สกฺกายนครํ อติกฺกมิตพฺพตฺตา. สาเกตนครํ วิย นิพฺพานนครํ ปาปุณิตพฺพตฺตา. อจฺจายิกสฺส กิจฺจสฺส อุปฺปาทกาโล วิย นวเมเนว ขเณน ปตฺตพฺพสฺส อภิสมยกิจฺจสฺส อุปาทกาโล. ยถา รญฺโญ สตฺตเมน รถวินีเตน สาเกเต อนฺเตปุรทฺวาเร โอรุฬฺหสฺส น ตาว กิจฺจํ นิฏฺฐิตํ นาม โหติ, สํวิธาตพฺพสํวิธานํ ญาติมิตฺตคณปริวุตสฺส สุรสโภชนปริโภเค นิฏฺฐิตํ นาม สิยา, เอวเมตํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา กิเลเส เขเปตฺวา เตสํเยว ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานสาธกอริยผลสมงฺคิกาเล อภิสมยกิจฺจํ นิฏฺฐิตํ นาม โหติ. เตนาห ‘‘โยคิโน…เป… กาโล ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ตตฺถ ปโรปณฺณาส กุสลธมฺมา นาม จิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนา ผสฺสาทโย ปโรปณฺณาส อนวชฺชธมฺมา. นิโรธสยเนติ นิพฺพานสยเน.
‘‘วิสุทฺธิโย’’ติ วา ‘‘กถาวตฺถูนี’’ติ วา อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนเมว นานนฺติ เตสํ อตฺถโต อนญฺญภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิตี’’ติ อารทฺธํ. อายสฺมา ปุณฺโณ ทส กถาวตฺถูนิ วิสฺสชฺเชสีติ สตฺต วิสุทฺธิโย นาม วิสฺสชฺชนฺโตปิ ทส กถาวตฺถูนิ วิสฺสชฺเชสิ เตสํ อตฺถโต อนญฺญตฺตา. เอเตเนว ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺตตฺเถโร สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉนฺโต ทส กถาวตฺถูนิ ปุจฺฉีติ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโตวาติ เวทิตพฺโพ. นฺติ ปญฺหํ. กึ ชานิตฺวา ปุจฺฉีติ วิสุทฺธิปริยาเยน กถาวตฺถูนิ ปุจฺฉามีติ กึ ชานิตฺวา ปุจฺฉิ. ทสกถาวตฺถุลาภินํ เถรํ วิสุทฺธิโย ปุจฺฉนฺโต ปุจฺฉิตฏฺฐาเนเยว ปุจฺฉเนน กึ ติตฺถกุสโล วา ปน หุตฺวา วิสยสฺมึ ปุจฺฉิ, อุทาหุ ปานียตฺถิกมติตฺเถหิ ฉินฺนตเฏหิ ปาเตนฺโต วิย อติตฺถกุสโล หุตฺวา อปุจฺฉิตพฺพฏฺฐาเน อวิสยสฺมึ ปุจฺฉีติ โยชนา. อิมินา นเยน วิสฺสชฺชนปกฺเขปิ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. ยทตฺถมสฺส วิจารณา อารทฺธา, ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ติตฺถกุสโล หุตฺวา’’ติอาทึ วตฺวา วิสุทฺธิกถาวตฺถูนํ อตฺถโต อนญฺญตฺเตปิ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตทมินาติ ยํ ‘‘สํขิตฺตํ, วิตฺถิณฺณ’’นฺติ จ วุตฺตํ, ตํ อิมินา อิทานิ วุจฺจมาเนน นเยน วิธินา เวทิตพฺพํ.
เอกา สีลวิสุทฺธีติ วิสุทฺธีสุ วิสุํ เอกา สีลวิสุทฺธิ. ทสสุ กถาวตฺถูสุ จตฺตาริ กถาวตฺถูนิ หุตฺวา อาคตา อปฺปิจฺฉตาทีหิ วินา สีลวิสุทฺธิยา อสมฺภวโต. อปฺปิจฺฉกถาติอาทีสุ กถาสีเสน ทสกถาวตฺถุ คหิตํ. กเถตพฺพตฺตา วา วตฺถุ กถาวตฺถูติ วุตฺตํ. เอวญฺจ อุปการโต, สภาวโต วา จตุนฺนํ กถาวตฺถูนํ สีลวิสุทฺธิสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ติณฺณํ กถาวตฺถูนํ จิตฺตวิสุทฺธิสงฺคเหปิ เอเสว นโย. ปญฺจ วิสุทฺธิโยติ นามรูปปริจฺเฉโท ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ, สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนํ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ, วิปสฺสนุปกฺกิเลเส ปหาย อุปฺปนฺนํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, อุทยพฺพยญาณาทิ นววิธญาณํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, อริยมคฺคญาณํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ อิมา ปญฺจ วิสุทฺธิโย.
สตฺตรถวินีตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๖๐. สมฺโมทิตุนฺติ อนนฺตรํ วุจฺจมาเนน สมฺโมทิตุํ. อฏฺฐานปริกปฺเปนาติ อการณสฺส วตฺถุโน ปริกปฺปเนน ตทา อสมฺภวนฺตํ อตฺถํ ปริกปฺเปตฺวา วจเนน. อภิณฺหทสฺสนสฺสาติ นิจฺจทสฺสนสฺส, นิยตทสฺสนสฺสาติ อตฺโถ.
อุกฺขิปีติ คุณโต กถิตภาเวน อุกฺกํเสติ. เถรสฺสาติ อายสฺมโต ปุณฺณตฺเถรสฺส. อิมสฺมึ ฐาเน อิมสฺมึ การเณ เอกปเทเนว สาวกวิสเย อนญฺญสาธารณคุณาวิกรณนิมิตฺตํ. อิทานิ ตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘อมจฺจญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปจายมาโนติ ปูชยนฺโต.
‘‘อนุมสฺส อนุมสฺส ปุจฺฉิตา’’ติ วุตฺตตฺตา วิจารณวเสนาห ‘‘กึ ปน ปญฺหสฺส ปุจฺฉนํ ภาริยํ อุทาหุ วิสฺสชฺชน’’นฺติ. สเหตุกํ กตฺวาติ ยุตฺตายุตฺตํ กตฺวา. สการณนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. ปุจฺฉนมฺปีติ เอวํ สหธมฺเมน ปุจฺฉิตพฺพมตฺถํ สยํ สมฺปาเทตฺวา ปุจฺฉนมฺปิ ภาริยํ ทุกฺกรํ. วิสฺสชฺชนมฺปีติ สหธมฺเมน วิสฺสชฺชนมฺปิ ทุกฺกรํ. เอวญฺหิ วิสฺสชฺเชนฺโต วิญฺญูนํ จิตฺตํ อาราเธตีติ. ยถานุสนฺธินาว เทสนา นิฏฺฐิตาอาทิโต สปริกฺขารํ สีลํ, มชฺเฌ สมาธึ, อนฺเต วสีภาวปฺปตฺตํ ปญฺญํ ทสฺเสตฺวา เทสนาย นิฏฺฐาปิตตฺตาติ.
รถวินีตสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.