๒. อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๓๔. พาธยึสูติ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๔๑๗) หนึสุ. ตํตํสมฺปตฺติยา วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ, อนติกฺกมนฏฺเฐน ตสฺมึ อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายสฺส วา กรณสีลาติ อนฺตรายิกา. เตนาห ‘‘อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ. อานนฺตริยธมฺมาติ อานนฺตริยสภาวเจตนาธมฺมา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – จุติอนนฺตรผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตา, ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลา, อนนฺตรปโยชนาติ วา อานนฺตริกา, เต เอว อานนฺตริยาติ วุตฺตา. กมฺมานิ เอว อนฺตรายิกาติ กมฺมนฺตรายิกา. โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส มิจฺฉาจารลกฺขณาภาวโต. น หิ ภิกฺขุนิยา ธมฺมรกฺขิตภาโว อตฺถิ. ปากติกภิกฺขุนีวเสน เจตํ วุตฺตํ, อริยาย ปน ปวตฺตํ อปายสํวตฺตนิยเมว. นนฺทมาณวโก เจตฺถ นิทสฺสนํ. อุภินฺนํ สมานจฺฉนฺทตาวเสน วา อสคฺคนฺตรายิกตา, โมกฺขนฺตรายิกตา ปน โมกฺขตฺถปฏิปตฺติยา วิทูสนโต, อภิภวิตฺวา ปน ปวตฺติยํ สคฺคนฺตรายิกตาปิ น สกฺกา นิวาเรตุนฺติ. อเหตุกทิฏฺฐิอกิริยทิฏฺฐินตฺถิกทิฏฺฐิโยว นิยตภาวํ ปตฺตา นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา. ปฏิสนฺธิธมฺมาติ ปฏิสนฺธิจิตฺตุปฺปาทมาห. ปณฺฑกาทิคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ สพฺพายปิ อเหตุกปฏิสนฺธิยา วิปากนฺตรายิกภาวโต. ยา หิ อริเย อุปวทติ, สา เจตนา อริยูปวาทธมฺมา. ตโต ปรนฺติ ขมาปนโต อุปริ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาสีหนาทสฺส ลีนตฺถปกาสเน วุตฺตเมว. ยาว ภิกฺขุภาวํ ปฏิชานาติ ปาราชิกํ อาปนฺโน. น วุฏฺฐาติ เสสํ ครุกาปตฺตึ. น เทเสติ ลหุกาปตฺตึ.

อยํ ภิกฺขุ อริฏฺโฐ. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ อนวชฺเชน ปจฺจยปริภุญฺชนรเสน สาวชฺชํ กามคุณปริโภครสํ สมาเนตฺวา. อุปเนนฺโต วิยาติ พนฺธนํ อุปเนนฺโต วิย. ‘‘ฆเฏนฺโต วิยา’’ติปิ ปาโฐ. อุปสํหรนฺโต วิยาติ สทิสตํ อุปสํหรนฺโต วิย เอกนฺตสาวชฺเช อนวชฺชภาวปกฺเขเปน. ปาปกนฺติ ลามกฏฺเฐน ทุคฺคติสมฺปาปนฏฺเฐน จ ปาปกํ. เสตุกรณวเสน มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ‘‘สาวชฺช’’นฺติ ทิฏฺฐํ ‘‘อนวชฺช’’นฺติ คหเณน เตน ปฏิวิรุชฺฌนฺโต. เอกนฺตโต อนนฺตรายิกนฺติ คหเณน เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหนฺโต. กามกณฺฏเกหิ อริยมคฺคสมฺมาปฏิปตฺติ น อุปกฺกิลิสฺสตีติ วทนฺโต ‘‘อริยมคฺเค ขาณุกณฺฏกาทีนิ ปกฺขิปนฺโต’’ติ วุตฺโต. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทสงฺขาเต, ‘‘อพฺรหฺมจริยํ ปหายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๘, ๑๙๔) อาทิเทสนาสงฺขาเต จ อาณาจกฺเก.

ปุจฺฉมานา สมนุยุญฺชนฺติ นาม. ปุจฺฉา หิ อนุโยโคติ. เตนาธิคตาย ลทฺธิยา อนุวชฺชนตฺถํ ปจฺจนุภาสเนน ปุน ปฏิชานาปนํ ปติฏฺฐาปนํ, ตํ ปนสฺส อาทาย สมาทาปนํ วิย โหตีติ อาห ‘‘สมนุคาหนฺติ นามา’’ติ. ตสฺสา ปน ลทฺธิยา อนุยุญฺชิตาย วุจฺจมานมฺปิ การณํ การณปติรูปกเมวาติ ตสฺส ปุจฺฉนํ สมนุภาสนํ. อนุทหนฏฺเฐน อนุปายปฏิปตฺติยา สมฺปติ อายติญฺจ อนุทหนฏฺเฐน. มหาภิตาปนฏฺเฐน อนวฏฺฐิตสภาวตาย. อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน มุหุตฺตรมณียตาย. ตาวกาลิกฏฺเฐน ปเรหิ อภิภวนียตาย. สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน เฉทนเภทนาทิอธิกรณภาเวน. อุคฺฆาฏสทิสตาย อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. อวเณ วณํ อุปฺปาเทตฺวา อนฺโต อนุปวิสนสภาวตาย วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกอนตฺถนิมิตฺตตาย สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน.ทิฏฺฐิถาเมนาติ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ถามคตภาเวน. ทิฏฺฐิปรามาเสนาติ ทิฏฺฐิสงฺขาตปรามสเนน. ทิฏฺฐิเยว หิ ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสเนน ปรามาโส. อภินิวิสฺสาติ ตณฺหาภินิเวสปุพฺพงฺคเมน ทิฏฺฐาภินิเวเสน ‘‘อิทเมเวตฺถ ตถ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา. ยสฺมา หิ อภินิเวสนํ ตตฺถ อภินิวิฏฺฐํ นาม โหติ.ตสฺมา อาห ‘‘อธิฏฺฐหิตฺวา’’ติ.

๒๓๕. นตฺถีติ วตฺตุกาโมปีติ อตฺตโน ลทฺธึ นิคุเหตุกามตาย อวชานิตุกาโมปิ. สมฺปฏิจฺฉติ ปฏิชานาติ. เทฺว กถาติ วิสํวาทนกถํ สนฺธาย วทติ. อภูตกถา หิ ปุพฺเพ ปวตฺตา ภูตกถาย วเสน เทฺว กถาติ วุจฺจติ.

๒๓๖. กสฺส โข นามาติ อิมินา สตฺถา ‘‘น มม ตุยฺหํ ตาทิสสฺส อตฺถาย ธมฺมเทสนา นาม ภูตปุพฺพา’’ติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ขตฺติยสฺส วา’’ติอาทิ.

ญาณมยา อุสฺมา เอตสฺส อตฺถีติ อุสฺมี, ตถารูเปหิ ปจฺจเยหิ อนุสฺมีกโต ตสฺมึ อตฺตภาเว ปฏิเวธคพฺโภอปิ อุสฺมีกโตติ วิกตภาวโต ปญฺญาพีชมสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อปิ นุ อตฺถีติ ภควา ภิกฺขู ปุจฺฉติ. เต ปฏิกฺขิปนฺตา วทนฺติ ฐานคเตน ทุจฺจริเตน ญาณุปหตภาวํ สมฺปสฺสนฺตา. นิตฺเตชภูโตติ นิตฺเตชํ ภูโต เตโชหานิปฺปตฺโต. ตโต เอว ภิกฺขูนมฺปิ สมฺมุขา โอโลเกตุํ อสมตฺถตาย ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข. สหธมฺมิกํ กิญฺจิ วตฺตุํ อวิสหนโต อปฺปฏิภาโน. สมฺปตฺตูปคนฺติ สมฺปตฺติอาวหํ. ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโตติ ปฏิเสเธนฺโต.

๒๓๗. อนฺตรายกรลทฺธิยา สภาววิภาวเนน ปริสํ โสเธติ. นิสฺสาเรติ นีหรติ อวิสุทฺธทิฏฺฐิตาย. กสฺสจิ พุทฺธานุภาวํ อชานนฺตสฺส. ตสฺส หิ เอวํ ภเวยฺย ‘‘สหสา กถิต’’นฺติ. น หิ กทาจิ พุทฺธานํ สหสา กิริยา นาม อตฺถิ. อสฺสาติ ‘‘กสฺสจี’’ติ วุตฺตภิกฺขุสฺส. สุตฺวาปิ ตุณฺหีภาวํ อาปชฺเชยฺยาติ อถาปิ สิยาติ สมฺพนฺโธ. ตํ สพฺพนฺติ ‘‘สเจ หี’’ติอาทินา วุตฺตํ สพฺพํ ปริกปฺปนํ. น กริสฺสนฺตีติ ปริสาย ลทฺธึ โสเธตีติ สมฺพนฺโธ. ลทฺธึ ปกาเสนฺโตติ มหาสาวชฺชตาวเสน ปกาเสนฺโต. สญฺญาวิตกฺเกหีติ สุภนิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคาหาทิวเสน ปวตฺเตหิ สญฺญาวิตกฺเกหิ. เตนาห ‘‘กิเลสกามสมฺปยุตฺเตหี’’ติ. เมถุนสมาจารนฺติ อิทํ อธิการวเสน วุตฺตํ. ตทญฺญมฺปิ ปน – ‘‘อปิจ โข มาตุคามสฺส อุจฺฉาทนํ ปริมทฺทนํ นหาปนํ สมฺพาหนํ สาทิยตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๗.๕๐) อาคตํ วิสภาควตฺถุวิสยํ อามิสปริโภคํ. ‘‘อญฺญเตฺรว กาเมหิ อญฺญตฺร กามสญฺญาหิ อญฺญตฺร กามวิตกฺเกหิ สมาจริสฺสตี’’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

๒๓๘. โยนิโส ปจฺจเวกฺขเณน นตฺถิ เอตฺถ ฉนฺทราโคติ นิจฺฉนฺทราโค, ตํ นิจฺฉนฺทราคํ. กทาจิ อุโปสถิกภาเวน สมาทินฺนสีลาปิ โหนฺติ กทาจิ โนติ อนิพทฺธสีลานํ คหฏฺฐานํ. สีลสมาทานภาวโต อนฺตรายกรํ. วตฺถุกามานํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ. อปจฺจเวกฺขเณน ภิกฺขูนํ อาวรณกรํ. ปจฺจยานํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ. อยํ อริฏฺโฐ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา วเสน อเมฺห เจว อพฺภาจิกฺขติ, อตฺตานญฺจ ขนติ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวตีติ เอวํ สญฺญา มา โหนฺตูติ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต อาห. อุคฺคณฺหนฺตีติ สชฺฌายนฺติ เจว วาจุคฺคตํ กโรนฺตา ธาเรนฺติ จาติ อตฺโถ.

สุตฺตนฺติอาทินา นวปฺปเภทมฺปิ ปริยตฺติธมฺมํ ปริยาทิยติ. กถํ สุตฺตํ นวปฺปเภทํ? สคาถกญฺหิ สุตฺตํ เคยฺยํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ เวยฺยากรณํ, ตทุภยวินิมุตฺตญฺจ สุตฺตํ อุทานาทิวิเสสสญฺญาวิรหิตํ นตฺถิ, ยํ สุตฺตงฺคํ สิยา, มงฺคลสุตฺตาทีนญฺจ สุตฺตงฺคสงฺคโห น สิยา คาถาภาวโต ธมฺมปทาทีนํ วิย, เคยฺยงฺคสงฺคโห วา สิยา สคาถกตฺตา สคาถาวคฺคสฺส วิย, ตถา อุภโตวิภงฺคาทีสุ สคาถกปฺปเทสานนฺติ? วุจฺจเต –

สุตฺตนฺติ สามญฺญวิธิ, วิเสสวิธโย ปเร;

สนิมิตฺตา นิรูฬฺหตฺตา, สหตาญฺเญน นญฺญโต. (ที. นิ. ฏี. ๑.นิทานกถาวณฺณนา; อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๖; สารตฺถ. ฏี. ๑.พาหิรนิทานกถา);

สพฺพสฺสปิ หิ พุทฺธวจนสฺส สุตฺตนฺติ อยํ สามญฺญวิธิ. เตเนวาห อายสฺมา มหากจฺจาโน เนตฺติยํ (เนตฺติ. ๑.สงฺคหวาร) ‘‘นววิธสุตฺตนฺตปริเยฏฺฐี’’ติ. ‘‘เอตฺตกํ ตสฺส ภควโต สุตฺตาคตํ สุตฺตปริยาปนฺนํ (ปาจิ. ๖๕๕, ๑๒๔๒), สกวาเท ปญฺจ สุตฺตสตานี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา) เอวมาทิ จ เอตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ. ตเทกเทเสสุ ปน เคยฺยาทโย วิเสสวิธโย เตน เตน นิมิตฺเตน ปติฏฺฐิตา. ตถา หิ เคยฺยสฺส สคาถกตฺตํ ตพฺภาวนิมิตฺตํ. โลเกปิ หิ สสิโลกํ สคาถกํ วา จุณฺณิยคนฺถํ ‘‘เคยฺย’’นฺติ วทนฺติ. คาถาวิรเห ปน สติ ปุจฺฉํ กตฺวา วิสฺสชฺชนภาโว เวยฺยากรณสฺส ตพฺภาวนิมิตฺตํ. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนญฺหิ ‘‘พฺยากรณ’’นฺติ วุจฺจติ, พฺยากรณเมว เวยฺยากรณํ.

เอวํ สนฺเต สคาถกาทีนมฺปิ ปุจฺฉํ กตฺวา วิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตานํ เวยฺยากรณภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ เคยฺยาทิสญฺญานํ อโนกาสภาวโต, ‘‘คาถาวิรเห สตี’’ติ วิเสสิตตฺตา จ. ตถา หิ ธมฺมปทาทีสุ เกวลํ คาถาพนฺเธสุ, สคาถกตฺเตปิ โสมนสฺสญาณมยิกคาถายุตฺเตสุ, ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติ (อิติวุ. ๑) อาทิวจนสมฺพนฺเธสุ, อพฺภุตธมฺมปฏิสํยุตฺเตสุ จ สุตฺตวิเสเสสุ ยถากฺกมํ คาถา-อุทาน-อิติวุตฺตก-อพฺภุตธมฺม-สญฺญา ปติฏฺฐิตา, ตถา สติปิ คาถาพนฺธภาเว ภควโต อตีตาสุ ชาตีสุ จริยานุภาวปฺปกาสเกสุ ชาตกสญฺญา, สติปิ ปญฺหวิสฺสชฺชนภาเว สคาถกตฺเต จ เกสุจิ สุตฺตนฺเตสุ เวทสฺส ลภาปนโต เวทลฺลสญฺญา ปติฏฺฐิตาติ เอวํ เตน เตน สคาถกตฺตาทินา นิมิตฺเตน เตสุ เตสุ สุตฺตวิเสเสสุ เคยฺยาทิสญฺญา ปติฏฺฐิตาติ วิเสสวิธโย สุตฺตงฺคโต ปเร เคยฺยาทโย. ยํ ปเนตฺถ เคยฺยงฺคาทินิมิตฺตรหิตํ, ตํ สุตฺตงฺคํ วิเสสสญฺญาปริหาเรน สามญฺญสญฺญาย ปวตฺตนโตติ. นนุ จ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ เวยฺยากรณนฺติ สุตฺตงฺคํ น สมฺภวตีติ โจทนา ตทวตฺถา เอวาติ? น ตทวตฺถา โสธิตตฺตา. โสธิตญฺหิ ปุพฺเพ ‘‘คาถาวิรเห สติ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนภาโว เวยฺยากรณสฺส ตพฺภาวนิมิตฺต’’นฺติ.

ยญฺจ วุตฺตํ ‘‘คาถาภาวโต มงฺคลสุตฺตาทีนํ สุตฺตงฺคสงฺคโห น สิยา’’ติ (ขุ. ปา. ๕.๑; สุ. นิ. ๒๖๑), ตํ น, นิรุฬฺหตฺตา. นิรุโฬฺห หิ มงฺคลสุตฺตาทีนํ สุตฺตภาโว. น หิ ตานิ ธมฺมปทพุทฺธวํสาทโย วิย คาถาภาเวน ปญฺญาตานิ, กินฺตุ สุตฺตภาเวเนว. เตเนว หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘สุตฺตนามก’’นฺติ นามคฺคหณํ กตํ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สคาถกตฺตา เคยฺยงฺคสงฺคโห สิยา’’ติ, ตทปิ นตฺถิ, ยสฺมา สหตาญฺเญน. สห คาถาหีติ หิ สคาถกํ, สหภาโว จ นาม อตฺถโต อญฺเญน โหติ, น จ มงฺคลสุตฺตาทีสุ คาถาวินิมุตฺโต โกจิ สุตฺตปเทโส อตฺถิ, โย ‘‘สห คาถาหี’’ติ วุจฺเจยฺย, น จ สมุทาโย นาม โกจิ อตฺถิ. ยทปิ วุตฺตํ ‘‘อุภโตวิภงฺคาทีสุ สคาถกปฺปเทสานํ เคยฺยงฺคสงฺคโห สิยา’’ติ, ตทปิ น อญฺญโต. อญฺญา เอว หิ ตา คาถา ชาตกาทิปริยาปนฺนตฺตา, อโต น ตาหิ อุภโตวิภงฺคาทีนํ เคยฺยงฺคภาโวติ. เอวํ สุตฺตาทีนํ องฺคานํ อญฺญมญฺญสงฺกราภาโว เวทิตพฺโพ.

อตฺถตฺถนฺติ อตฺถภูตํ ยถาภูตํ อตฺถํ. อนตฺถมฺปิ เกจิ วิปลฺลาสวเสน ‘‘อตฺโถ’’ติ คณฺหนฺตีติ ‘‘อตฺถตฺถ’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. การณตฺถนฺติ การณภูตํ อตฺถํ, สีลํ สมาธิสฺส การณํ, สมาธิ วิปสฺสนายาติ เอวํ ตสฺส ตสฺส การณภูตํ อตฺถํ. เตนาห ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีล’’นฺติอาทิ. เตเนตํ ทสฺเสติ – อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, ตญฺจ ยาวเทว สมาธตฺถํ, สมาธิ วิปสฺสนตฺโถ, วิปสฺสนา มคฺคตฺถา, มคฺโค ผลตฺโถ, วฏฺฏํ กถิตํ ยาวเทว วิวฏฺฏาธิคมตฺถนฺติ ชานิตุํ น สกฺโกนฺตีติ. เอวํ ปาฬิยํ ‘‘อตฺถ’’นฺติ อิมินา ภาสิตตฺถปโยชนตฺถานํ คหิตตา เวทิตพฺพา. น ปริคฺคณฺหนฺตีติ น วิจาเรนฺติ, นิชฺฌานปญฺญากฺขมา น โหนฺติ, นิชฺฌายิตฺวา ปญฺญาย โรเจตฺวา คเหตพฺพา น โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. อิติ เอวํ เอตาย ปริยตฺติยา วาทปฺปโมกฺขานิสํสา อตฺตโน อุปริ ปเรหิ อาโรปิตวาทสฺส นิคฺคหสฺส โมกฺขปโยชนา หุตฺวา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ. วาทปฺปโมกฺโข วา นินฺทาปโมกฺโข. ยสฺส จาติ ยสฺส จ สีลาทิปูรเณน ปตฺตพฺพสฺส, มคฺคสฺส วา ตทธิคเมน ปตฺตพฺพสฺส, ผลสฺส วา ตทธิคเมน ปตฺตพฺพสฺส, อนุปาทาวิโมกฺขสฺส วา อตฺถาย. ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, ญาเยน ปริยาปุณนฺตีติ อธิปฺปาโย. นานุโภนฺติ น วินฺทนฺติ. เตสํ เต ธมฺมา ทุคฺคหิตา อุปารมฺภมานทปฺปมกฺขปฬาสาทิเหตุภาเวน ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ.

๒๓๙. อลํ ปริยตฺโต คโท อสฺสาติ อลคทฺโท อนุนาสิกโลปํ ท-การาคมญฺจ กตฺวา. วฏฺฏทุกฺขกนฺตารโต นิตฺถรณตฺถาย ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ. ภณฺฑาคาเร นิยุตฺโต ภณฺฑาคาริโก, ภณฺฑาคาริโก วิย ภณฺฑาคาริโก, ธมฺมรตนานุปาลโก. อญฺญํ อตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา ภณฺฑาคาริกสฺเสว สโต ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ. ‘‘วํสานุรกฺขโกวา’’ติ อวธารณํ สีหาวโลกนญาเยน ตนฺติธารโกว ปเวณิปาลโกวาติ ปุริมปททฺวเยปิ โยเชตพฺพํ.

ยทิ ตนฺติธารณาทิอตฺถํ พุทฺธวจนสฺส ปริยาปุณนํ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ, กสฺมา ‘‘ขีณาสวสฺสา’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ, นนุ เอกจฺจสฺส ปุถุชฺชนสฺสปิ อยํ นโย ลพฺภตีติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. อตฺตโน ฐาเนติ นิตฺถรณฏฺฐาเน. กามํ ปุถุชฺชโน ‘‘ปเวณึ ปาเลสฺสามี’’ติ อชฺฌาสเยน ปริยาปุณาติ. อตฺตโน ปน ภวกนฺตารโต อนิตฺติณฺณตฺตา ตสฺส สา ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ เอว นาม โหตีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ.

นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ นิชฺฌานปญฺญํ ขมนฺติ. ตตฺถ ตตฺถ อาคเต สีลาทิธมฺเม นิชฺฌายิตฺวา ปญฺญาย โรเจตฺวา ยาถาวโต คเหตพฺพา โหนฺติ. เตนาห ‘‘อิธ สีล’’นฺติอาทิ. น เกวลํ สุคฺคหิตํ ปริยตฺตึ นิสฺสาย มคฺคภาวนาผลสจฺฉิกิริยา, ปรวาทนิคฺคหสกวาทปติฏฺฐาปนาทีนิปิ อิชฺฌนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปรวาเท’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สหธมฺเมน สุนิคฺคหํ นิคฺคหิตฺวา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๖๘). อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานนฺติ ทิฏฺฐิวินิเวฐนาทิวเสน อิจฺฉิตํ อิจฺฉิตํ ปาฬิปเทสํ. โมเจตุนฺติ อปเนตุํ. อหิตาย ทุกฺขาย อสํวตฺตนมฺปิ ตทภาเว อุปฺปชฺชนกหิตสุขสฺส การณเมว ตสฺมึ สติ ภาวโตติ. สุคฺคหิตอลคทฺทสฺสปิ หิตาย สุขาย สํวตฺตนตา ทฏฺฐพฺพา.

๒๔๐. อุตฺตรนฺติ เอเตนาติ อุตฺตโร, สินนฺติ พนฺธนฺตีติ เสตุ, อุตฺตโร จ โส เสตุ จาติ อุตฺตรเสตุ. กูลํ ปรตีรํ วหติ ปาเปตีติ กุลฺลํ. กลาปํ กตฺวา พทฺโธติ เวฬุนฬาทีหิ กลาปวเสน พทฺโธ. อณุนฺติ อิทํ อฏฺฐสมาปตฺติอารมฺมณํ สญฺโญชนํ สนฺธาย วทติ. ถูลนฺติ อิตรํ. ทิฏฺฐินฺติ ยถาภูตทสฺสนํ, วิปสฺสนนฺติ อตฺโถ. เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตนฺติ เตภูมเกสุ ธมฺเมสุ ญาตํ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ, เอวํ ตณฺหาทิฏฺฐิสํกิเลสาภาเวน สพฺพโส วิสุทฺธํ, ปริสุทฺธตฺตา เอว ปริโยทาตํ. น อลฺลีเยถาติ นิกนฺติวเสน น นิสฺสเยถ. น เกลาเยถาติ น มมาเยถ. น ธนาเยถาติ ธนํ ทฺรพฺยํ น กยิราถ. อุภยตฺถาติ สมเถ วิปสฺสนาย จ.

อสทฺธมฺเมติอาทีสุ อสตํ หีนชฺฌาสยานํ ธมฺโมติ อสทฺธมฺโม. คามวาสีนํ ธมฺโมติ คามธมฺโม. กิเลสานํ วสฺสนสภาวตาย วสลธมฺโม. กิเลเสหิ ทูสิตตฺตา ถูลตฺตา จ ทุฏฺฐุลฺโล. อุทกสุทฺธิปริโยสานตาย โอทกนฺติโก. ‘‘ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพา’’ติ อิมินาปิ โอวาเทน ภิกฺขู อุทฺทิสฺส กเถนฺโตปิ อริฏฺฐํเยว นิคฺคณฺหาติ.

๒๔๑. ติวิธคฺคาหวเสนาติ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหวเสน. ยทิ เอวํ ‘‘อหํ มมาติ คณฺหาตี’’ติ คาหทฺวยเมว กสฺมา วุตฺตนฺติ? นยิทเมวํ ตตฺถาปิ คาหตฺตยสฺเสว วุตฺตตฺตา. ‘‘อห’’นฺติ หิ อิมินา มานทิฏฺฐิคฺคาหา วุตฺตา ‘‘อหมสฺมี’’ติ คาหสามญฺญโต. ทิฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ ปุริมุปฺปนฺนาย ทิฏฺฐิยา อุตฺตรทิฏฺฐิยา สกฺกายทิฏฺฐิยา สสฺสตทิฏฺฐิยา จ การณภาวโต. อารมฺมณํ ปญฺจ ขนฺธา, รูปารมฺมณาทีนิ จ. ทิฏฺฐิยา ปจฺจโย อวิชฺชา-ผสฺส-สญฺญา-วิตกฺก-อโยนิโสมนสิการ-ปาปมิตฺตปรโตโฆสาทิโก ทิฏฺฐิยา อุปนิสฺสยาทิปจฺจโย. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔)‘‘กตมานิ อฏฺฐ ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ อวิชฺชาปิ ผสฺโสปิ สญฺญาปิ วิตกฺโกปิ อโยนิโสมนสิกาโรปิ ปาปมิตฺโตปิ ปรโตโฆโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. รูปารมฺมณาติ รุปฺปนสภาวธมฺมารมฺมณา. รูปํ ปน อตฺตาติ น วตฺตพฺพํ อิธ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๑, ๓๔๕) อิมสฺส คาหสฺส อนธิปฺเปตตฺตา. โส หิ ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทินา ปรโต วุจฺจติ. อิธ ปน ‘‘รูปวนฺตํ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ, อตฺตนิ รูปํ, รูปสฺมึ อตฺตาน’’นฺติ อิเม ตโย คาหา อธิปฺเปตาติ เกจิ, ตทยุตฺตํ. ยสฺมา รูปํ อตฺตา น โหติ, อตฺตคฺคาหสฺส ปน อาลมฺพนํ โหติ, อตฺตสภาเวเยว วา รูปาทิธมฺเม อารพฺภ อตฺตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, น อตฺตานํ ตสฺส ปรมตฺถโต อนุปลพฺภนโต, ตสฺมา รูปาทิอารมฺมณาว อตฺตทิฏฺฐีติ กตฺวา วุตฺตํ, รูปํ ปน ‘‘อตฺตา’’ติ น วตฺตพฺพนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทินา ปน วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนา วิย ทิฏฺฐิอนุปสฺสนา นาม ทสฺสิตา.

คนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตนานํ สมฺปตฺตคาหินฺทฺริยวิสยตาย ปตฺวา คเหตพฺพตา. ตญฺหิ ตสฺส อตฺตโน วิสยํ ปริภุตฺวา สมฺพนฺธํ หุตฺวา คณฺหาติ. อวเสสานิ สตฺตายตนานิ วิญฺญาตํ นาม มนสา วิญฺญาตพฺพโต. อญฺญถา อิตเรสมฺปิ วิญฺญาตตา สิยา. ปตฺตนฺติ อธิคตํ. ปริเยสิตนฺติ คเวสิตํ. อนุวิจริตนฺติ จินฺติตํ. เตนาห ‘‘มนสา’’ติ. เอตฺถ จ ปตฺตปริเยสนานํ อปฏิกฺเขปสฺส, วิสุํ, เอกชฺฌํ ปฏิกฺเขปสฺส จ วเสน จตุกฺโกฏิกํ ทสฺเสตฺวา ปตฺตปริเยสิเตหิ อนุวิจริตสฺส เภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘โลกสฺมิญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริเยสิตฺวา ปตฺตํ ปฐมํ เจตสา ปจฺฉา กาเยน ปตฺตตฺตา ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม เกวลํ ปริเยสิตภาวโต. อปริเยสิตฺวา ปตฺตญฺจ โนปตฺตญฺจ มนสา อนุวิจริตพฺพโต มนสานุวิจริตํ นาม.

อยญฺจ วิกปฺโป อากุโล วิยาติ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปตฺตฏฺเฐนาติ ปตฺตภาเวน ปตฺตตาสามญฺเญน. อปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ มนสานุวิจริตํ นาม ปตฺติยา ปริเยสนาย จ อภาวโต. สพฺพํ วา เอตนฺติ ‘‘ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปี’’ติอาทินา วุตฺตํ จตุพฺพิธมฺปิ. อิมินาติ ‘‘ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ’’ติอาทิวจเนน. วิญฺญาณารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา ปาริเสสญาเยน. เอวํ ปาริเสสญายปริคฺคเห กึ ปโยชนนฺติ อาห ‘‘เทสนาวิลาเสนา’’ติอาทิ. เยสํ วิเนยฺยานํ เทเสตพฺพธมฺมสฺส สรูปํ อนามสิตฺวา อารมฺมณกิจฺจ-สมฺปยุตฺตธมฺม-ผลวิเสสาทิ-ปการนฺตรวิภาวเนน ปฏิเวโธ โหติ, เตสํ ตปฺปการเภเทหิ ธมฺเมหิ, เยสํ ปน เยน เอเกเนว ปกาเรน สรูเปเนว วา วิภาวเน กเต ปฏิเวโธ โหติ, เตสํ ตํ วตฺวา ธมฺมิสฺสรตฺตา ตทญฺญํ นิรวเสสาการวิภาวนญฺจ เทสนาวิลาโส. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐาทิอารมฺมณวเสน วิญฺญาณํ ทสฺสิต’’นฺติ.

ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ทิฏฺฐิ เอว ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ยํ รูปํ เอสา ทิฏฺฐิ ‘‘โลโก จ อตฺตา จา’’ติ คณฺหาติ. ตํ รูปํ สนฺธาย ‘‘โส โลโก โส อตฺตา’’ติ วจนํ วุตฺตนฺติ โยชนา. โส เปจฺจภวิสฺสามีติ อุทฺธมาฆาตนิกวาทวเสนายํ ทิฏฺฐีติ อาห ‘‘โส อหํ ปรโลกํ คนฺตฺวา นิจฺโจ ภวิสฺสามี’’ติอาทิ. ธุโวติ ถิโร. สสฺสโตติ สพฺพทาภาวี. อวิปริณามธมฺโมติ ชราย มรเณน จ อวิปริณาเมตพฺพสภาโว, นิพฺพิกาโรติ อตฺโถ. ตมฺปิ ทสฺสนนฺติ ตมฺปิ ตถาวุตฺตํ ทิฏฺฐิทสฺสนํ อตฺตานํ วิย ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหวิเสเสน คณฺหาติ. เตนาห ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทิ. ทิฏฺฐารมฺมณาติ ทิฏฺฐิวิสยา. กถํ ปน ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิวิสยา โหตีติ อาห ‘‘วิปสฺสนายา’’ติอาทิ. ปฏิวิปสฺสนากาเลติ ยมกโต สมฺมสนาทิกาลํ สนฺธายาห. ตตฺถ อกฺขรจินฺตกานํ สทฺเท วิย, เวทชฺฌายีนํ เวทสตฺเถ วิย จ ทิฏฺฐิยํ ทิฏฺฐิคติกานํ ทิฏฺฐิคฺคาหปฺปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา.

สมนุปสฺสตีติ ปทสฺส จ ตสฺโส สมนุปสฺสนา อตฺโถติ โยชนา. เตน สมนุปสฺสนา นาม จตุพฺพิธาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ญาณํ ตาว สมวิสมํ สมฺมา ยาถาวโต อนุปสฺสตีติ สมนุปสฺสนา. อิตรา ปน สํกิเลสวเสน อนุ อนุ ปสฺสนฺตีติ สมนุปสฺสนา. ยทิ เอวํ โหตุ ตาว ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา มิจฺฉาทสฺสนภาวโต, กถํ ตณฺหามานาติ? ตณฺหายปิ สตฺตานํ ปาปกรเณ อุปายทสฺสนวเสน ปญฺญาปติรูปิกา ปวตฺติ ลพฺภเตว, ยาย วญฺจนนิกติสาจิโยคา สมฺภวนฺติ. มาโนปิ เสยฺยาทินา ทสฺสนวเสเนว ตถา อตฺตานํ อูหตีติ ตณฺหามานานํ สมนุปสฺสนาปติรูปิกา ปวตฺติ ลพฺภตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิชฺชมาเนติ ‘‘เอตํ มมา’’ติ เอวํ คเหตพฺเพ ตณฺหาวตฺถุสฺมึ อชฺฌตฺตขนฺธปญฺจเก อนุปลพฺภมาเน วินฏฺเฐ. น ปริตสฺสติ ภยปริตฺตาสตณฺหาปริตฺตาสานํ มคฺเคน สมุคฺฆาติตตฺตา.

๒๔๒. จตูหิ การเณหีติ ‘‘อสติ น ปริตสฺสตี’’ติ วุตฺตมฺปิ อิตเรหิ ตีหิ สห คเหตฺวา วุตฺตํ. จตูหิ การเณหีติ จตุกฺโกฏิกสุญฺญตากถนสฺส การเณหิ. พหิทฺธา อสตีติ พาหิเร วตฺถุสฺมึ อวิชฺชมาเน. สา ปนสฺส อวิชฺชมานตา ลทฺธวินาเสน วา อลทฺธาลาเภน วาติ ปาฬิยํ – ‘‘อหุ วต เม, ตํ วต เม นตฺถิ, สิยา วต เม, ตํ วตาหํ น ลภามี’’ติ วุตฺตนฺติ ตทุภยํ ปริกฺขารวเสน วิภชิตฺวา ตตฺถ ปริตสฺสนํ ทสฺเสตุํ ‘‘พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยานํ ‘‘รโถ วยฺห’’นฺติ เอวมาทิ. วาหนํ หตฺถิอสฺสาทิ.

เยหิ กิเลเสหีติ เยหิ อสนฺตปตฺถนาทีหิ กิเลเสหิ. เอวํ ภเวยฺยาติ เอวํ ‘‘อหุ วต เม’’ติอาทินา โจทนาทิ ภเวยฺย. ทิฏฺฐิฏฺฐานาธิฏฺฐานปริยุฏฺฐานาภินิเวสานุสยานนฺติ เอตฺถ อปราปรํ ปวตฺตาสุ ทิฏฺฐีสุ ยา ปรโต อุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิโย, ตาสํ ปุริมุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิโย การณฏฺเฐน ทิฏฺฐิฏฺฐานานิ. อธิกรณฏฺเฐน ทิฏฺฐาธิฏฺฐานานิ, ปริยุฏฺฐานปฺปตฺติยา สพฺพาปิ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานิ. ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๒, ๔๒๗; ๓.๒๗-๒๙; อุทา. ๕๕; มหานิ. ๒๐; เนตฺติ. ๕๙) ปวตฺติยา อภินิเวสา. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน สยนฺตีติ อนุสยาติ เอวํ ทิฏฺฐิฏฺฐานาทีนํ ปทานํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตณฺหาทีหิ กมฺปนิยตาย สพฺพสงฺขาราว อิญฺชิตานีติ สพฺพสงฺขารอิญฺชิตานิ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธิ, ขนฺธาว อุปธิ ขนฺธูปธิ. เอส นโย เสเสสุปิ. ตเทว จ อาคมฺม ตณฺหา ขียติ วิรชฺชติ นิรุชฺฌตีติ โยชนา. อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ นามสฺสูติอาทีสุ นิปาตมตฺตํ, สํสเย วา. ตาโสติ อตฺตนิยาภาวํ ปฏิจฺจ ตณฺหาปริตฺตาโส เจว ภยปริตฺตาโส จ. เตนาห ‘‘ตาโส เหโส’’ติอาทิ. โน จสฺสํ,โน จ เม สิยาติ ‘‘อห’’นฺติ กิร โกจิ โน จสฺสํ, ‘‘เม’’ติ จ กิญฺจิ โน สิยาติ. ตาสปฺปตีการทสฺสนเญฺหตํ.

๒๔๓. เอตฺตาวตาติ ‘‘เอวํ วุตฺเต’’ติอาทินา, ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน ปวตฺตาย ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิฏฺฐานานี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๑) วา. สาปิ หิ อชฺฌตฺตขนฺธวินาเส ปริตสฺสนกํ ทสฺเสตฺวา อปริตสฺสนกํ ทสฺเสนฺตี ปวตฺตาติ ตสฺสนกสฺส สุญฺญตาทสฺสนํ อกิจฺจสาธกมฺปิ สุญฺญตาทสฺสนเมวาติ อิเมสํ วเสน ‘‘จตุกฺโกฏิกา สุญฺญตา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. พหิทฺธา ปริกฺขารนฺติ พาหิรํ สวิญฺญาณกํ อวิญฺญาณกญฺจ สตฺโตปกรณํ. ตญฺหิ ชีวิตวุตฺติยา ปริกฺขารกฏฺเฐน ‘‘ปริกฺขาโร’’ติ วุตฺตํ. ปริคฺคหํ นาม กตฺวาติ ‘‘มม อิท’’นฺติ ปริคฺคเหตพฺพตาย ปริคฺคหิตํ นาม กตฺวา. สพฺโพปิ ทิฏฺฐิคฺคาโห ‘‘อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต, อตฺตา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตี’’ติอาทินา อตฺตทิฏฺฐิสนฺนิสฺสโยเยวาติ วุตฺตํ ‘‘สกฺกายทิฏฺฐิปมุขา ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย’’ติ. อยาถาวคฺคาหินา อภินิเวสนปญฺญาปนานํ อุปตฺถมฺภภาวโต ทิฏฺฐิ เอว นิสฺสโยติ ทิฏฺฐินิสฺสโย. ปริคฺคเณฺหยฺยาติ นิจฺจาทิวิเสสยุตฺตํ กตฺวา ปริคฺคเณฺหยฺย. กิเมวํ ปริคฺคเหตุํ สกฺกุเณยฺย? สพฺพตฺถาติ ‘‘ตํ, ภิกฺขเว, อตฺตวาทุปาทานํ อุปาทิเยถ, ตํ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐินิสฺสยํ นิสฺสเยถา’’ติ เอเตสุปิ.

๒๔๔. อตฺตนิ วา สตีติ ยสฺส อตฺตโน สนฺตกภาเวน กิญฺจิ อตฺตนิยนฺติ วุจฺเจยฺย, ตสฺมึ อตฺตนิ สติ, โส เอว ปน อตฺตา ปรมตฺถโต นตฺถีติ อธิปฺปาโย. สกฺกา หิ วตฺตุํ พาหิรกปริกปฺปิโต อตฺตา ‘‘ปรมตฺโถ’’ติ? สิยา ขนฺธปญฺจกํ เญยฺยสภาวตฺตา ยถา ตํ ฆโฏ, ยทิ ปน ตทญฺญํ นาม กิญฺจิ อภวิสฺส, น ตํ นิยมโต วิปรีตํ สิยาติ? น จ โส ปรมตฺถโต อตฺถิ ปมาเณหิ อนุปลพฺภมานตฺตา ตุรงฺคมวิสาณํ วิยาติ. อตฺตนิเย วา ปริกฺขาเร สตีติ ‘‘อิทํ นาม อตฺตโน สนฺตก’’นฺติ ตสฺส กิญฺจนภาเวน นิจฺฉิเต กิสฺมิญฺจิ วตฺถุสฺมึ สติ. อตฺตโน อิทนฺติ หิ อตฺตนิยนฺติ. อหนฺติ สตีติ ‘‘อหํ นามาย’’นฺติ อหํการวตฺถุภูเต ปรมตฺถโต นิทฺธาริตสรูเป กิสฺมิญฺจิ สติ ตสฺส สนฺตกภาเวน มมาติ กิญฺจิ คเหตุํ ยุตฺตํ ภเวยฺย. มมาติ สติ ‘‘อห’’นฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิติ ปรมตฺถโต อตฺตโน อนุปลพฺภมานตฺตา อตฺตนิยํ กิญฺจิ ปรมตฺถโต นตฺเถวาติ สพฺพสงฺขารานํ อนตฺตตาย อนตฺตนิยตํ, อนตฺตนิยตาย จ อนตฺตกตํ ทสฺเสติ. ภูตโตติ ภูตตฺถโต. ตถโตติ ตถสภาวโต. ถิรโตติ ฐิตสภาวโต นิพฺพิการโต.

ยสฺมา หุตฺวา น โหตีติ ยสฺมา ปุพฺเพ อสนฺตํ ปจฺจยสมวาเยน หุตฺวา อุปฺปชฺชิตฺวา ปุน ภงฺคุปคเมน น โหติ, ตสฺมา น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, อธุวนฺติ อตฺโถ. ตโต เอว อุปฺปาทวยวตฺติโตติ อุปฺปชฺชนวเสน นิรุชฺฌนวเสน จ ปวตฺตนโต. สภาววิคโม อิธ วิปริณาโม, ขณิกตา ตาวกาลิกตา, นิจฺจสภาวาภาโว เอว นิจฺจปฏิกฺเขโป. อนิจฺจธมฺมา หิ เตเนว อตฺตโน อนิจฺจภาเวน อตฺถโต นิจฺจตํ ปฏิกฺขิปนฺติ นาม. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘น นิจฺจนฺติ อนิจฺจ’’นฺติ. อุปฺปาทชราภงฺควเสน รูปสฺส นิรนฺตรพาธตาติ ปฏิปีฬนากาเรนสฺส ทุกฺขตา. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหนํ, ตโต เอวสฺส ทุสฺสหตาย ทุกฺขมตา. ติสฺสนฺนํ ทุกฺขตานํ สํสารทุกฺขสฺส จ อธิฏฺฐานตาย ทุกฺขวตฺถุกตา. สุขสภาวาภาโว เอว สุขปฏิกฺเขโป. วิปริณามธมฺมนฺติ ชราย มรเณน จ วิปริณมนสภาวํ. ยสฺมา อิทํ รูปํ ปจฺจยสมวาเยน อุปฺปาทํ, อุปฺปาทานนฺตรํ ชรํ ปตฺวา อวสฺสเมว ภิชฺชติ, ภินฺนญฺจ ภินฺนเมว, นาสฺส กสฺสจิ สงฺกโมติ ภวนฺตรานุปคมนสงฺขาเตน สงฺกมาภาเวน วิปริณามธมฺมตํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘ภวสงฺกนฺติ อุปคมนสภาว’’นฺติ วุตฺตํ. ปกติภาววิชหนํ สภาววิคโม นิรุชฺฌนเมว. นฺติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ รูปํ. อิมินาติ ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’ติ รูปสฺส ตณฺหาทิคฺคาหานํ วตฺถุภาวปฏิกฺเขเปน. รูปญฺหิ อุปฺปนฺนํ ฐิตึ มา ปาปุณาตุ, ฐิติปฺปตฺตํ มา ชีรตุ, ชรปฺปตฺตํ มา ภิชฺชตุ, อุทยพฺพเยหิ มา กิลมิยตูติ น เอตฺถ กสฺสจิ วสีภาโว อตฺถิ, สฺวายมสฺส อวสวตฺตนฏฺโฐ อนตฺตตาสลฺลกฺขณสฺส การณํ โหตีติ อาห ‘‘อวสวตฺตนากาเรน รูปํ, ภนฺเต, อนตฺตาติ ปฏิชานนฺตี’’ติ. นิวาสิการกเวทกอธิฏฺฐายกวิรเหน ตโต สุญฺญตา สุญฺญฏฺโฐ, สามิภูตสฺส กสฺสจิ อภาโว อสฺสามิกฏฺโฐ, ยถาวุตฺตวสวตฺติภาวาภาโว อนิสฺสรฏฺโฐ, ปรปริกปฺปิตอตฺตสภาวาภาโว เอว อตฺตปฏิกฺเขปฏฺโฐ.

ยสฺมา อนิจฺจลกฺขเณน วิย ทุกฺขลกฺขณํ, ตทุภเยน อนตฺตลกฺขณํ สุวิญฺญาปยํ, น เกวลํ, ตสฺมา ตทุภเยเนตฺถ อนตฺตลกฺขณวิภาวนํ กตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจวเสนาติ อนิจฺจตาวเสน. ทุกฺขวเสนาติ ทุกฺขตาวเสน. น อุปปชฺชตีติ น ยุชฺชติ. ตเมว อยุชฺชมานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุสฺส อุปฺปาโทปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา อตฺตวาที อตฺตานํ นิจฺจํ ปญฺญเปติ, จกฺขุํ ปน อนิจฺจํ, ตสฺมา จกฺขุ วิย อตฺตาปิ อนิจฺโจ อาปนฺโน. เตนาห ‘‘ยสฺส โข ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เวตีติ วิคจฺฉติ นิรุชฺฌติ. อิติ จกฺขุ อนตฺตาติ จกฺขุสฺส อุทยพฺพยวนฺตตาย อนิจฺจตา, อตฺตโน จ อตฺตวาทินา อนิจฺจตาย อนิจฺฉิตตฺตา จกฺขุ อนตฺตา.

กามํ อนตฺตลกฺขณสุตฺเต (สํ. นิ. ๓.๕๙; มหาว. ๒๐) – ‘‘ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, รูปํ อนตฺตา, ตสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตตี’’ติ รูปสฺส อนตฺตตาย ทุกฺขตา วิภาวิตา วิย ทิสฺสติ, ตถาปิ ‘‘ยสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตติ, ตสฺมา อนตฺตา’’ติ ปากฏตาย สาพาธตาย รูปสฺส อตฺตสาราภาโว วิภาวิโต, ตโต เอว จ ‘‘น ลพฺภติ รูเป เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’’ติ รูเป กสฺสจิ อนิสฺสรตา, ตสฺส จ อวสวตฺตนากาโร ทสฺสิโตติ อาห ‘‘ทุกฺขวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสตี’’ติ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขนฺติ ยํ วตฺถุ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา, ยํ ปน นิจฺจํ ตทภาวโต, ตํ สุขํ ยถา ตํ นิพฺพานนฺติ อธิปฺปาโย. ยํ ตนฺติ การณนิทฺเทโสวายํ, ยสฺมา รูปํ อนิจฺจํ, ตํ ตสฺมาติ อตฺโถ. ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตาติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนิจฺจนฺติ อิมินา ฆฏาทิ วิย ปจฺจยุปฺปนฺนตฺตา รูปํ อนิจฺจนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิมินาว นเยน ‘‘อนตฺตา’’ติ วตฺตุํ ลพฺภมาเนปิ ‘‘อนตฺตา’’ติ วตฺตา นาม นตฺถิ. เอวํ ทุกฺขนฺติ วทนฺตีติ เอตฺถาปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ ‘‘อกฺขิสูลาทิวิการปฺปตฺตกาเล วิย ปจฺจยุปฺปนฺนตฺตา ทุกฺขํ รูป’’นฺติอาทินา. ทุทฺทสํ ทุปฺปญฺญาปนํ. ตถา หิ สรภงฺคาทโยปิ สตฺถาโร นาทฺทสํสุ, กุโต ปญฺญาปนา. ตยิทํ อนตฺตลกฺขณํ.

ตสฺมาติหาติอาทินา ติยทฺธคตรูปํ ลกฺขณตฺตยํ อาโรเปตฺวา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอตรหิ อญฺญทาปี’’ติ. ตํ ปน ยาทิสํ ตาทิสมฺปิ ตถา วุตฺตนฺติ อชฺฌตฺตาทิวิเสโสปิ วตฺตพฺโพ. ปิ-สทฺเทน วา ตสฺสาปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

๒๔๕. อุกฺกณฺฐตีติ นาภิรมติ. อญฺญตฺถ ‘‘นิพฺพิทา’’ติ พลววิปสฺสนา วุจฺจติ, สานุโลมา ปน สงฺขารุเปกฺขา ‘‘วุฏฺฐานคามินี’’ติ, สา อิธ กถํ นิพฺพิทา นาม ชาตาติ อาห ‘‘วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย หี’’ติอาทิ. อิมินา สิขาปตฺตนิพฺเพทตาย วุฏฺฐานคามินี อิธ นิพฺพิทานาเมน วุตฺตาติ ทสฺเสติ.

‘‘โส อนุปุพฺเพน สญฺญคฺคํ ผุสตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๑๔, ๔๑๕) วตฺวา ‘‘สญฺญา โข โปฏฺฐปาท ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา ญาณ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๑๖) วุตฺตตฺตา สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา โลกิยาสุ ปหานสญฺญาสุ สิขาปตฺตภาวโต. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ วุตฺตา อิทปฺปจฺจยตาทสฺสนสฺส มตฺถกปฺปตฺตีติ กตฺวา. ตโต ปรญฺหิ อสงฺขตารมฺมณํ ญาณํ โหติ. เตนาห – ‘‘ปุพฺเพ โข สุสิม ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๗๐). ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคนฺติ วุตฺตา มคฺคาธิคมสฺส ปริปนฺถภูตสพฺพสํกิเลสวิสุทฺธิ ปธานิกสฺส โยคิโน, ปธานภาวนาย วา ชาตํ องฺคนฺติ กตฺวา. ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตา ปรมุกฺกํสคตปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิภาวโต. อตมฺมยตนฺติ เอตฺถ ตมฺมยตา นาม ตณฺหา, กามตณฺหาทีสุ ตาย ตาย นิพฺพตฺตตฺตา ตมฺมยํ นาม เตภูมิกปฺปวตฺตํ, ตสฺส ภาโวติ กตฺวา. ตสฺสา ตณฺหาย ปริยาทานโต วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อตมฺมยตาติ วุจฺจติ. นิสฺสายาติ ตํ อตมฺมยตํ ปจฺจยํ กตฺวา. อาคมฺมาติ ตสฺเสว เววจนํ. นานตฺตาติ นานาสภาวา พหู อเนกปฺปการา. นานตฺตสิตาติ นานารมฺมณนิสฺสิตา รูปาทิวิสยา. เอกตฺตาติ เอกสภาวา. เอกตฺตสิตาติ เอกํเยว อารมฺมณํ นิสฺสิตา. ตํ นิสฺสายาติ ตํ เอกตฺตสิตํ อุเปกฺขํ ปจฺจยํ กตฺวา. เอติสฺสาติ เอติสฺสา อุเปกฺขาย. ปหานํ โหตีติ อญฺญาณุเปกฺขโต ปภุติ สพฺพํ อุเปกฺขํ ปชหิตฺวา ฐิตสฺส ‘‘อตมฺมยตา’’ติ วุตฺตาย วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย อรูปาวจรสมาปตฺติอุเปกฺขาย วิปสฺสนุเปกฺขาย จ ปหานํ โหตีติ ปริยาทานนฺติ วุตฺตาติ. สพฺพสงฺขารคตสฺส มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขานสฺส สิขาปตฺตภาวโต วุฏฺฐานคามินี มุญฺจิตุกมฺยตา ปฏิสงฺขานนฺติ จ วุตฺตา. มุทุมชฺฌาทิวเสน ปวตฺติอาการมตฺตํ, อตฺถโต เอกตฺถา มุญฺจิตุกมฺยตาทโย, พฺยญฺชนเมว นานํ. ทฺวีหิ นาเมหีติ โคตฺรภุ, โวทานนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ นาเมหิ.

วิราโคติ มคฺโค, อจฺจนฺตเมว วิรชฺชติ เอเตนาติ วิราโค, เตน. มคฺเคน เหตุภูเตน. วิมุจฺจตีติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติวเสน วิมุจฺจติ. เตนาห ‘‘ผลํ กถิต’’นฺติ.

มหาขีณาสโวติ ปสํสาวจนํ ยถา ‘‘มหาราชา’’ติ. ตถา หิ ตํ ปสํสนฺโต สตฺถา ‘‘อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ อิติปี’’ติอาทิมาหาติ. ตทตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทานิ ตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถาภูเตหีติ ยาถาวโต ภูเตหิ. ทุรุกฺขิปนฏฺเฐนาติ ปจุรชเนหิ อุกฺขิปิตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน. นิพฺพานนครปฺปเวเส วิพนฺธเนน ปลิโฆ วิยาติ ปลิโฆติ วุจฺจติ. มตฺถกจฺฉินฺโน ตาโล ปตฺตผลาทีนํ อนงฺคโต ตาลาวตฺถุ อสิเว ‘‘สิวา’’ติ สมญฺญา วิย. เตนาห ‘‘สีสจฺฉินฺนตาโล วิย กตา’’ติ. ปุนพฺภวสฺส กรณสีโล, ปุนพฺภวํ วา ผลํ อรหตีติ โปโนภวิโก. เอวํภูโต ปน ปุนพฺภวํ เทติ นามาติ อาห ‘‘ปุนพฺภวทายโก’’ติ. ปุนพฺภวขนฺธานํ ปจฺจโยติ อิมินา ชาติสํสาโรติ ผลูปจาเรน การณํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ปริกฺขาติ วุจฺจติ สนฺตานสฺส ปริกฺขิปนโต. สํกิณฺณตฺตาติ สพฺพโส กิณฺณตฺตา วินาสิตตฺตา. คพฺภีรานุคตฏฺเฐนาติ คมฺภีรํ อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน. ลุญฺจิตฺวาติ อุทฺธริตฺวา. เอตานีติ กามราคสญฺโญชนาทีนิ. อคฺคฬาติ วุจฺจนฺติ อวธารณฏฺเฐน. อคฺคมคฺเคน ปติโต มานทฺธโช เอตสฺสาติ ปติตมานทฺธโช. อิตรภาโรโรปนสฺส ปุริมปเทหิ ปกาสิตตฺตา ‘‘มานภารสฺเสว โอโรปิตตฺตา ปนฺนภาโรติ อธิปฺเปโต’’ติ วุตฺตํ. มานสํโยเคเนว วิสํยุตฺตตฺตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปญฺจปิ ขนฺเธ อวิเสสโต อสฺมีติ คเหตฺวา ปวตฺตมาโน ‘‘อสฺมิมาโน’’ติ อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘รูเป อสฺมีติ มาโน’’ติอาทิ.

นครทฺวารสฺส ปริสฺสยปฏิพาหนตฺถญฺเจว โสภนตฺถญฺจ อุโภสุ ปสฺเสสุ เอสิกตฺถมฺเภ นิขณิตฺวา ฐเปนฺตีติ อาห ‘‘นครทฺวาเร อุสฺสาปิเต เอสิกตฺถมฺเภ’’ติ. ปาการวิทฺธํสเนเนว ปริกฺขาย ภูมิสมกรณํ โหตีติ อาห ‘‘ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ สํกิริตฺวา’’ติ. เอวนฺติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. สนฺโต สํวิชฺชมาโน กาโย ธมฺมสมูโหติ สกฺกาโย, อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. ทฺวตฺตึส กมฺมการณา ทุกฺขกฺขนฺเธ อาคตา. อกฺขิโรคสีสโรคาทโย อฏฺฐนวุติ โรคา. ราชภยาทีนิ ปญฺจวีสติ มหาภยานิ.

๒๔๖. อนธิคมนียวิญฺญาณตนฺติ ‘‘อิทํ นาม นิสฺสาย อิมินา นาม อากาเรน ปวตฺตตี’’ติ เอวํ ทุวิญฺเญยฺยจิตฺตตํ. อเนฺวสนฺติ ปจฺจตฺเต เอกวจนนฺติ อาห ‘‘อเนฺวสนฺโต’’ติ. สตฺโตปิ ตถาคโตติ วุจฺจติ ‘‘ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖๕) วิย. สตฺโต หิ ยเถโก กมฺมกิเลเสหิ อิตฺถตฺตํ อาคโต, ตถา อปโรปิ อาคโตติ ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. อุตฺตมปุคฺคโลติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. ขีณาสโวปีติ โย โกจิ ขีณาสโวปิ ‘‘ตถาคโต’’ติ อธิปฺเปโต. โสปิ หิ ยเถโก จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สูปฏฺฐิตจิตฺโต สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวา อนุตฺตรํ อรหตฺตํ อาคโต อธิคโต, ตถา อปโรปิ อาคโตติ ‘‘ตถาคโต’’ติ วุจฺจติ. อสํวิชฺชมาโนติ ปรมตฺถโต อนุปลพฺภนีโย. อวินฺเทยฺโยติ น วินฺทิตพฺโพ, ทุวิญฺเญยฺโยติ อตฺโถ.

ตถาคโต สตฺโต ปุคฺคโลติ น ปญฺญเปมิ ปรมตฺถโต สตฺตสฺเสว อภาวโตติ อธิปฺปาโย. กึ ปญฺญเปสฺสามิ ปญฺญตฺติอุปาทานสฺสปิ ธรมานกสฺส อภาวโต. ‘‘อนุปฺปาโท เขมํ, อนุปฺปตฺติ เขม’’นฺติอาทินา อสงฺขตาย ธาตุยา ปกฺขนฺธนวเสน ปวตฺตํ อคฺคผลสมาปตฺติอตฺถํ วิปสฺสนาจิตฺตํ วา.

ตุจฺฉาติ กรเณ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ตุจฺฉเกนา’’ติ. วินยตีติ วินโย, โส เอว เวนยิโก. ตถา มนฺติ ตถาภูตํ มํ. ปรมตฺถโต วิชฺชมานสฺส หิ สตฺตสฺส อภาวํ วทนฺโต สตฺตวินาสปญฺญาปโก จ นาม สิยา, อหํ ปน ปรมตฺถโต อวิชฺชมานํ ตํ ‘‘นตฺถี’’ติ วทามิ. ยถา จ โลโก โวหรติ, ตเถว ตํ โวหรามิ, ตถาภูตํ มํ เย สมณพฺราหฺมณา ‘‘เวนยิโก สมโณ โคตโม’’ติ วทนฺตา อสตา ตุจฺฉา มุสา อภูเตน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ โยชนา. อปฺปฏิสนฺธิกสฺส ขีณาสวสฺส จริมจิตฺตํ นิรุปาทานโต อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท ปรินิพฺพุตํ อิทํ นาม นิสฺสิตนฺติ น ปญฺญายตีติ วทนฺโต กิเมตฺตาวตา อุจฺเฉทวาที ภเวยฺย, นาหํ กทาจิปิ อตฺถิ, นาปิ โกจิ อตฺถีติ วทามิ. เอวํ สนฺเต กึ นิสฺสาย เต โมฆปุริสา สโต สตฺตสฺส นาม อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตีติ วทนฺตา อสตา…เป… อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

มหาโพธิมณฺฑมฺหีติ โพธิมณฺฑคฺคหเณน สตฺตสตฺตาหมาห. เตน ธมฺมจกฺกปวตฺตนโต (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปุพฺเพ วุตฺตํ ตนฺติเทสนํ วทติ. จตุสจฺจเมว ปญฺญเปมีติ เอเตน สจฺจวิมุตฺตา สตฺถุเทสนา นตฺถีติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ – ‘‘ปุพฺเพ เจว เอตรหิ จ ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ ทุกฺขสฺส จ นิโรธ’’นฺติ วทนฺโต ภควา นาหํ กทาจิปิ ‘‘อตฺตา อุจฺฉิชฺชติ, วินสฺสตี’’ติ วา, ‘‘อตฺตา นาม โกจิ อตฺถี’’ติ วา วทามิ. เอวํ สนฺเต กึ นิสฺสาย เต โมฆปุริสา ‘‘สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตี’’ติ อสตา ตุจฺเฉน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ ทสฺเสติ. ปเรติ อมามกา, มม โอวาทสฺส อภาชนภูตาติ อตฺโถติ อาห ‘‘สจฺจานิ…เป… อสมตฺถปุคฺคลา’’ติ. อธิปฺปาเยนาติ อิมินา เตสํ อธิปฺปายมตฺตํ, โรสนวิเหสนานิ ปน ตถาคตสฺส อากาสสฺส วิลิขนํ วิย น สมฺภวนฺติเยวาติ ทสฺเสติ. อาหนติ จิตฺตนฺติ อาฆาโต. อปฺปตีตา โหนฺติ เอเตนาติ อปฺปจฺจโย. จิตฺตํ น อภิราธยตีติ อนภิรทฺธิ. อตุฏฺฐีติ ตุฏฺฐิปฏิปกฺโข ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท, โกโธ เอว วา.

ปเรติ อญฺเญ เอกจฺเจ. อานนฺทนฺติ ปโมทนฺติ เอเตนาติ อานนฺโท, ปีติยา เอเวตํ อธิวจนํ. โสภนมนตา โสมนสฺสํ, เจตสิกสุขสฺเสตํ อธิวจนํ. อุปฺปิลติ ปุริมาวตฺถาย ภิชฺชติ วิเสสํ อาปชฺชตีติ อุปฺปิลํ, ตเทว อุปฺปิลาวิตํ, ตสฺส ภาโว อุปฺปิลาวิตตฺตํ. ยาย อุปฺปนฺนาย กายจิตฺตํ วาตปูริตภตฺตา วิย อุทฺธุมายนาการปฺปตฺตํ โหติ, ตสฺสา เคหสฺสิตาย โอทคฺคิยปีติยา เอตํ อธิวจนํ. สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถาติ ทุกฺขเมว อุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌติ จ, น อญฺโญ สตฺโต นาม อตฺถีติ เอวํ ชานิตุํ อสมตฺถา ‘‘อตฺตา นาม อตฺถี’’ติ เอวํทิฏฺฐิโน อปฺปหีนวิปลฺลาสา. อุตฺตมํ ปสาทนียฏฺฐานํ ตถาคตมฺปิ อกฺโกสนฺติ, กิมงฺคํ ปน ภิกฺขูติ อธิปฺปาโย.

๒๔๗. อนตฺตนิเยปิ ขนฺธปญฺจเก มิจฺฉาคาหวเสน อตฺตนิยสญฺญาย ปวตฺตสฺส ฉนฺทราคสฺส ปหานํ. อมฺหากํ เนว อตฺตาติ ยสฺมา รูปเวทนาทิเยว อตฺตคฺคาหวตฺถุ ตพฺพินิมุตฺตสฺส โลภเนยฺยสฺส อภาวโต. เอตํ ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ น อมฺหากํ รูปํ, น วิญฺญาณํ, ตสฺมา อมฺหากํ เนว อตฺตาติ โยชนา. อชฺฌตฺติกสฺส วตฺถุโน เนว อตฺตาติ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา พาหิรวตฺถุ อตฺตนิยภาเวน ปฏิกฺขิตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘อมฺหากํ จีวราทิปริกฺขาโรปิ น โหตี’’ติ. ขนฺธปญฺจกํเยวาติ พาหิรวตฺถุํ นิทสฺสนํ กตฺวา ขนฺธปญฺจกํเยว น ตุมฺหากนฺติ ปชหาเปติ. น อุปฺปาเฏตฺวา กนฺทํ วิย. น ลุญฺจิตฺวา วา เกเส วิยาติ. อิมินา รูปาทีนํ นามมุเขน ปหานํ อิจฺฉนฺติ. อุลฺลิงฺคิตมตฺถํ ฉนฺทราควินเยน ปชหาเปตีติ สรูปโต ทสฺเสติ.

๒๔๘. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา’’ติอาทิ เทสนา ติปริวฏฺฏํ. ยาว อิมํ ฐานนฺติ ‘‘เอวํ สฺวากฺขาโต’’ติ ยาวายํ ปาฬิปเทโส. สุวิญฺเญยฺยภาเวน อกฺขาตตฺตาปิ สฺวากฺขาโตติ อาห ‘‘สุกถิตตฺตา เอว อุตฺตาโน วิวโฏ ปกาสิโต’’ติ. ติริยํ วิทารเณน ฉินฺนํ, ทีฆโส ผาลเนน ภินฺนํ, ตโต เอว ตตฺถ ตตฺถ สิพฺพิตคณฺฐิกตชิณฺณวตฺถํ ปิโลติกา, ตทภาวโต ฉินฺนปิโลติโก, ปิโลติกรหิโตติ อตฺโถ. อิริยาปถ-สณฺฐปนอวิชฺชมานฌาน-วิปสฺสนานิ ฉินฺนาย อวิชฺชมานาย ปฏิปตฺติยา สิพฺพนคณฺฐิกรณสทิสานิ, ตาทิสํ อิธ นตฺถีติ อาห ‘‘น เหตฺถ…เป… อตฺถี’’ติ. ปติฏฺฐาตุํ น ลภตีติ เปสเลหิ สทฺธึ สํวาสวเสนปิ ปติฏฺฐาตุํ น ลภติ, วิเสสาธิคมวเสน ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.

การณฺฑวํ นิทฺธมถาติ วิปนฺนสีลตาย กจวรภูตํ ปุคฺคลํ กจวรมิว นิรเปกฺขา อปเนถ. กสมฺพุญฺจาปกสฺสถาติ กสฏภูตญฺจ นํ ขตฺติยาทีนํ มชฺฌคตํ สมฺภินฺนํ ปคฺฆริตกุฏฺฐํ จณฺฑาลํ วิย อปกสฺสถ นิกฺกฑฺฒถ. กึ การณํ? สงฺฆาราโม นาม สีลวนฺตานํ กโต, น ทุสฺสีลานํ, ยโต เอตเทว. ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเนติ ยถา ปลาปา อนฺโตสารรหิตา อตณฺฑุลา พหิ ถุเสน วีหิ วิย ทิสฺสนฺติ, เอวํ ปาปภิกฺขู อนฺโตสีลรหิตาปิ พหิ กาสาวาทิปริกฺขาเรน ภิกฺขู วิย ทิสฺสนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปลาปา’’ติ วุจฺจนฺติ, เต ปลาเป วาเหถ โอธุนาถ วิธมถ. ปรมตฺถโต อสฺสมเณ เวสมตฺเตน สมณมานิเน เอวํ นิทฺธมิตฺวาน…เป…ปติสฺสตาติ. ตตฺถ กปฺปยโวฺหติ กปฺเปถ, กโรถาติ วุตฺตํ โหติ. ปติสฺสตาติ ปติ ปติ สตา สมฺปชานนฺตา สุฏฺฐุ ปชานนฺตา. ปติสฺสตา วา สปฺปติสฺสา อญฺญมญฺญํ สคารวา. อเถวํ สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ กปฺเปนฺตา ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สมคฺคา. อนุกฺกเมน ปริปากคตปญฺญตาย นิปกา. สพฺพสฺเสวิมสฺส ทุกฺขวฏฺฏสฺส อนฺตํ กริสฺสถ, ปรินิพฺพานํ ปาปุณิสฺสถาติ อตฺโถ.

วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนาย สพฺพโส สมุจฺฉินฺนวฏฺฏมูลกตฺตา.

ธมฺมํ อนุสฺสรนฺติ, ธมฺมสฺส วา อนุสฺสรณสีลาติ ธมฺมานุสาริโน. เอวํ สทฺธานุสาริโนปิ เวทิตพฺพา. ปฏิปนฺนสฺสาติ ปฏิปชฺชมานสฺส, โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐปิ อธิปฺเปโต. อธิมตฺตนฺติ พลวํ. ปญฺญาวาหีติ ปญฺญํ วาเหติ, ปญฺญา วา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ ปญฺญาวาหีติปิ วทนฺติ. ปญฺญาปุพฺพงฺคมนฺติ ปญฺญํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปญฺญาสงฺขาเตน ธมฺเมน สรติ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. สทฺธาวาหีติ สทฺธํ วาเหติ, สทฺธา วา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ สทฺธาวาหีติปิ วทนฺติ. สทฺธาปุพฺพงฺคมนฺติ สทฺธํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล สทฺธาย สรติ อนุสฺสรตีติ สทฺธานุสารี. สทฺธามตฺตนฺติ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา พุทฺธสุพุทฺธตาย สทฺทหนมตฺตํ. มตฺต-สทฺเทน อเวจฺจปฺปสาทํ นิวตฺเตติ. เปมมตฺตนฺติ ยถาวุตฺตสทฺธานุสาเรน อุปฺปนฺนํ ตุฏฺฐิมตฺตํ. สิเนโหติ เกจิ. เอวํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนานนฺติ กลาปสมฺมสนาทิวเสน อารทฺธวิปสฺสนานํ. เอกา สทฺธาติ วิปสฺสนานุสาเรน สฺวากฺขาตธมฺมตา สิทฺธา, ตโต เอว เอกา เสฏฺฐา อุฬารา สทฺธา อุปฺปชฺชติ. เอกํ เปมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สคฺเค ฐปิตา วิย โหนฺตีติ เตสํ สทฺธาเปมานํ สคฺคสํวตฺตนิยตาย อพฺยภิจารีภาวมาห. จูฬโสตาปนฺโนติ วทนฺติ เอกเทเสน สจฺจานุโพเธ ฐิตตฺตา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.