๑. กกจูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๒๒. โมฬินฺติ เกสรจนํ. เวหายสนฺติ อากาเส. รตนจงฺโกฏวเรนาติ รตนสิลามยวรจงฺโกฏเกน สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหิ. ‘‘สุวณฺณจงฺโกฏกวเรนา’’ติปิ (พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒๓ ทูเรนิทานกถา; ชา. อฏฺฐ. ๑.๒ อวิทูเรนิทานกถา) ปาโฐ.

สาติ โมฬิ. โมฬิ เอตสฺส อตฺถีติ โมฬิโก, โมฬิโก เอว โมฬิโย. ผคฺคุโนติ ปน นามํ. สงฺขาติ สมญฺญา. เวลียติ ขณมุหุตฺตาทิวเสน อุปทิสียตีติ เวลา, กาโลติ อาห ‘‘ตายํ เวลายํ…เป… อยํ กาลเวลา นามา’’ติ. เวลยติ ปริจฺเฉทวเสน ติฏฺฐตีติ เวลา, สีมา. เวลยติ สํกิเลสปกฺขํ จาลยตีติ เวลา, สีลํ. อนติกฺกมนฏฺโฐปิ จสฺส สํกิเลสธมฺมนิมิตฺตํ อจลนเมว. วิญฺญุปุริสาภาเว ฉปญฺจวาจามตฺตํ โอวาเท ปมาณํ นาม.ทวสหคตํ กตฺวาติ กีฬาสหิตํ กตฺวา.

มิสฺสีภูโตติ อนนุโลมิกสํสคฺควเสน มิสฺสีภูโต. ‘‘อวณฺณํ ภาสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘ตาปนปจนโกฏฺฏนาทีนี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อธิกรณมฺปิ กโรตีติ เอตฺถ ยถา โส อธิกรณาย ปริสกฺกติ, ตํทสฺสนํ ‘‘อิเมสํ ภิกฺขูน’’นฺติอาทิ. อธิกรณํ อากฑฺฒตีติ อธิกรณํ อุทฺทิสฺส เต ภิกฺขู อากฑฺฒติ, อธิกรณํ วา เตสุ อุปฺปาเทนฺโต อากฑฺฒติ. อุทฺเทสปทํ วาติ ปทโส อุทฺเทสมตฺตํ วา. เนว ปิยกมฺยตายาติ เนว อตฺตนิ สตฺถุโน ปิยภาวกามตาย. น เภทาธิปฺปาเยนาติ น สตฺถุโน เตน ภิกฺขุนา เภทาธิปฺปาเยน. อตฺถกามตายาติ โมฬิยผคฺคุนสฺส หิตกามตาย.

๒๒๔. อวณฺณภาสเนติ ภิกฺขุนีนํ อคุณกถเน. ฉนฺทาทีนํ วตฺถุภาวโต กามคุณา เคหํ วิย เคหํ, เต จ เต สิตา นิสฺสิตาติ เคหสฺสิตาติ วุตฺตา. ตณฺหาฉนฺทาปิ ตาสํ กตฺตุกามตาปีติ อุภเยปิ ตณฺหาฉนฺทา, ปฏิฆฉนฺทา ปน เตสํ กตฺตุกามตา เอว. ผลิกมณิ วิย ปกติปภสฺสรสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส อุปสงฺโค วิย วิปริณามการณํ ราคาทโยติ อาห ‘‘รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณต’’นฺติอาทิ. หิตานุกมฺปีติ กรุณาย ปจฺจุปฏฺฐาปนมาห. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) วิย อนฺตร-สทฺโท จิตฺตปริยาโยติ อาห ‘‘โทสนฺตโรติ โทสจิตฺโต’’ติ.

๒๒๕. ทุพฺพจตาย โอวาทํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต จิตฺเตเนว ปฏิวิรุทฺโธ อฏฺฐาสิ. คณฺหึสุ จิตฺตํ, หทยคาหินึ ปฏิปชฺชึสูติ อตฺโถ. ปูรยึสุ อชฺฌาสยนฺติ อตฺโถ. เอกสฺมึ สมเย ปฐมโพธิยํ. เอกาสนํ โภชนสฺส เอกาสนโภชนํ, เอกเวลายเมว โภชนํ. ตญฺจ โข ปุพฺพเณฺห เอวาติ อาห ‘‘เอกํ ปุเรภตฺตโภชน’’นฺติอาทิ. สตฺตกฺขตฺตุํ ภุตฺตโภชนมฺปิ อิมสฺมึ สุตฺเต เอกาสนโภชนนฺเตว อธิปฺเปตํ, น เอกาสนิกตาย เอกาย เอว นิสชฺชาย โภชนํ. ‘‘อปฺปฑํส…เป… สมฺผสฺส’’นฺติอาทีสุ วิย อปฺป-สทฺโท อภาวตฺโถติ อาห ‘‘นิราพาธตํ, นิทฺทุกฺขต’’นฺติ. ปธานาทิวเสน สลฺลหุกํ อกิจฺฉํ อุฏฺฐานํ สลฺลหุกอุฏฺฐานํ. น เอกปฺปหาเรนาติ น เอกวาเรน, น เอกสฺมึเยว กาเลติ อธิปฺปาโย. เทฺว โภชนานีติ ‘‘อปรเณฺห รตฺติย’’นฺติ กาลวเสน เทฺว โภชนานิ. ปญฺจ คุเณติ อปฺปาพาธาทิเก ปญฺจ อานิสํเส. สตุปฺปาทกรณียมตฺตเมวาติ สตุปฺปาทมตฺตกรณียเมว, นิวาเรตพฺพสฺส ปุนปฺปุนํ สมาทปนญฺจ นาโหสิ.

มณฺฑภูมีติ โอชวนฺตภูมิ, ยตฺถ ปริสิญฺจเนน วินา สสฺสานิ กิฏฺฐานิ สมฺปชฺชนฺติ. ยุเค โยเชตพฺพานิ โยคฺคานิ, เตสํ อาจริโย โยคฺคาจริโย, เตสํ สิกฺขาปนโก. คามณิหตฺถิอาทโยปิ ‘‘โยคฺคา’’ติ วุจฺจนฺตีติ อาห ปาฬิยํ ‘‘อสฺสทมฺมสารถี’’ติ. จตูสุ มคฺเคสุ เยน เยน มคฺเคน อิจฺฉติ. ชวสมคาทิเภทาสุ คตีสุ ยํ ยํ คตึ. ตํ ตํ มคฺคํ อารุฬฺหาว โอติณฺณาเยว. เนว วาเรตพฺพา รสฺมิวินิคฺคณฺหเนน. น วิชฺฌิตพฺพา ปโตทลฏฺฐิยา. คมนเมวาติ อิเม ยุตฺตา มม อิจฺฉานุรูปํ มนฺทํ คจฺฉนฺติ, สมํ คจฺฉนฺติ, สีฆํ คจฺฉนฺตีติ ขุเรสุ นิมิตฺตคฺคหณํ ปฏฺฐเปตฺวา สารถินา เตสํ คมนเมว ปสฺสิตพฺพํ โหติ, น ตตฺถ นิโยชนํ. เตหิปิ ภิกฺขูหิ. ปชหึสุ ปชหิตพฺพํ. สาลทูสนาติ สาลรุกฺขวิสนาสกา. อญฺญา จ วลฺลิโย สาลรุกฺเข วินนฺธิตฺวา ฐิตา. พหิ นีหรเณนาติ สาลวนโต พหิ ฉฑฺฑเนน. สุสณฺฐิตาติ สณฺฐานสมฺปนฺนา, มริยาทํ พนฺธิตฺวาติ อาลวาลสมฺปาทนวเสน มริยาทํ พนฺธิตฺวา. กิปิลฺลปุฏกํ ตมฺพกิปิลฺลกปุฏกํ. สุกฺขทณฺฑกหรณํ อาลวาลพฺภนฺตรา.

๒๒๖. วิเทหรฏฺเฐ ชาตสํวฑฺฒตาย เวเทหิกา. ปณฺฑา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย อิตา คตา ปวตฺตาติ ปณฺฑิตา. คหปตานีติ เคหสามินี. โสรจฺเจนาติ สํยเมน. นิวาตวุตฺตีติ ปณิปาตการี. นิพฺพุตาติ นิพฺพุตทุจฺจริตปริฬาหา. อุฏฺฐาหิกาติ อุฏฺฐานวีริยวตี. กิพฺพิสาติ กุรูรา.

๒๒๗. เอวํ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสตฺวาติ ‘‘คุณวนฺโต’’ติ โลเก ปตฺถฏกิตฺติสทฺทานมฺปิ อกฺขนฺตินิมิตฺตํ อยสุปฺปตฺติคุณปริหานิอาทึ อกฺขมตายอาทีนวํ ปกาเสตฺวา. วจนปเถติ วจนมคฺเค ยุตฺตกาลาทิเก. สณฺหาภาโวปิ หิ วจนสฺส ปวตฺติอากาโรติ กตฺวา ‘‘วจนปโถ’’ เตฺวว วุตฺโต. เตสํเยว กาลาทีนํ. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, อุปฺปนฺนํ เมตฺตจิตฺตํ เอเตสนฺติ อุปฺปนฺนเมตฺตจิตฺตา. ปุน ‘‘กาเลน วา, ภิกฺขเว’’ติอาทิ (ปริ. ๓๖๒, ๓๖๓) ปาฬิ ธมฺมสภาวทสฺสนวเสน ปวตฺตา ‘‘ปรํ โจทนาวเสน วทนฺตา นาม อิเมหิ อากาเรหิ วทนฺตี’’ติ. อธิมุญฺจิตฺวาติ อภิรติวเสน ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาวนาจิตฺตํ มุญฺจิตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา. โส ปุคฺคโล อารมฺมณํ เอตสฺสาติ ตทารมฺมณํ, เมตฺตจิตฺตํ. ยทิ เอวํ ปเทสวิสยํ ตํ กถํ นิปฺปเทสวิสยํ วิย โหตีติ โจเทนฺโต ‘‘กถํ ตทารมฺมณํ สพฺพาวนฺตํ โลกํ กโรตี’’ติ อาห, อิตโร ‘‘ปญฺจ วจนปเถ’’ติอาทินา ปริหรติ. อิธ ตทารมฺมณญฺจาติ ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวาติ ปาฬิยํ วจนเสโส ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘ปุน ตสฺเสวา’’ติอาทิ. สพฺพา สตฺตกายสงฺขาตา ปชา เอตสฺส อตฺถีติ สพฺพาวนฺโตติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพาวนฺต’’นฺติ อาห. วิปุเลนาติ มหาชนารมฺมเณน. มหนฺตปริยาโย หิ วิปุล-สทฺโท, มหตฺตญฺเจตฺถ พหุกภาโว. เตนาห ‘‘อเนกสตฺตารมฺมเณนา’’ติ. ตญฺจ ปุคฺคลนฺติ ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคลํ. จิตฺตสฺสาติ เมตฺตาสหคตจิตฺตสฺส. เอตฺถ จ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิหริสฺสามาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ กถนฺติ อาห ‘‘ตญฺจ ปุคฺคลํ สพฺพญฺจ โลกํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา’’ติ.

๒๒๘. ตทตฺถทีปิกนฺติ ยา เมตฺตํ เจโตวิมุตฺตึ สมฺมเทว ภาเวตฺวา ฐิตสฺส นิพฺพิการโต เกนจิ วิการํ น อาปาเทตพฺพตา, ตทตฺถโชติกํ. อปถวินฺติ ปถวี น โหตีติ อปถวี. นิปฺปถวินฺติ สพฺเพน สพฺพํ ปถวีภาวาภาวํ. ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ จกฺกวาฬปพฺพเตหิ ตํ ตํ จกฺกวาฬํ ปริจฺฉินฺทติ? น, ตทญฺญจกฺกวาฬปถวิยา เอกาพทฺธภาวโต. ติณฺณญฺหิ จกฺกานํ อนฺตรสทิเส ติณฺณํ ติณฺณํ โลกธาตูนํ อนฺตเรเยว ปถวี นตฺถิ โลกนฺตรนิรยภาวโต. จกฺกวาฬปพฺพตนฺตเรหิ สมฺพทฺธฏฺฐาเน ปถวี เอกาพทฺธาว. วิวฏฺฏกาเล หิ สณฺฐหมานาปิ ปถวี ยถาสณฺฐิตปถวิยา เอกาพทฺธาว สณฺฐหติ. เตนาห ‘‘ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนา’’ติ. อิมินาว คมฺภีรภาเวน วุตฺตปริมาณโต ปรํ นตฺถีติ ทีปิตํ โหติ.

๒๒๙. หลิทฺทีติ หลิทฺทิวณฺณํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยํ กิญฺจิ ปีตกวณฺณ’’นฺติ. วณฺณสงฺขาตํ รูปํ อสฺส อตฺถีติ รูปี, น รูปีติ อรูปีติ อาห ‘‘อรูโป’’ติ. เตเนวาห ‘‘สนิทสฺสนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ.

๒๓๐. ปญฺจ โยชนสตานีติ หิมวนฺตโต สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, น อโนตตฺตทหมุขโต. อญฺญา นทิโย อุปาทาย ลพฺภมานํ คมฺภีรตํ อปฺปเมยฺยอุทกตญฺจ คเหตฺวา ‘‘คมฺภีรา อปฺปเมยฺยา’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ติณุกฺกาย ตาเปตพฺพตฺตาภาวทสฺสนปรเมตนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอเตน ปโยเคนา’’ติอาทิ.

๒๓๑. ตูลินี วิย ตูลินีติ อาห ‘‘สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา’’ติ. สสฺสรนฺติ เอวํปวตฺโต สทฺโท สสฺสรสทฺโท. อนุรวทสฺสนเญฺหตํ. ตถา ภพฺภรสทฺโท. สพฺพเมตํ เมตฺตาวิหาริโน จิตฺตสฺส ทูเสตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวทสฺสนปรํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยถา มหาปถวี เกนจิ ปุริเสน อปถวึ กาตุํ น สกฺกา, ยถา อากาเส กิญฺจิ รูปํ ปฏฺฐเปตุํ น สกฺกา, ยถา คงฺคาย อุทกํ ติณุกฺกาย ตาเปตุํ น สกฺกา, ยถา จ พิฬารภสฺตํ ถทฺธํ ผรุสญฺจ สมฺผสฺสํ กาตุํ น สกฺกา, เอวเมวํ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา อาเสวิตาย ภาวิตาย พหุลีกตาย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุริเสน เกนจิ ปริยาเยน จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺกาติ.

๒๓๒. โอจรกาติ ปรูปฆาตวเสน หีนกมฺมการิโน. เตนาห ‘‘นีจกมฺมการกา’’ติ. อนธิวาสเนนาติ อกฺขมเนน. มยฺหํ โอวาทกโร น โหตีติ ปรมฺหิ อนตฺถการิมฺหิ จิตฺตปโทสเนน อาฆาตุปฺปาทเนน มม สาสเน สมฺมาปฏิปชฺชมาโน นาม น โหติ.

๒๓๓. อณุนฺติ อปฺปกํ ตนุ ปริตฺตกํ. ถูลนฺติ มหนฺตํ โอฬาริกํ. วจนปถสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา ตํ สาวชฺชวิภาเคน คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ วา’’ติ. ขนฺติยา อิทํ ภาริยํ น โหตีติ อโวจุํ ‘‘อนธิ…เป… ปสฺสามา’’ติ. ทีฆรตฺตนฺติ จิรกาลํ, อจฺจนฺตเมวาติ อตฺโถ. อจฺจนฺตญฺจ หิตสุขํ นาม อญฺญาธิคเมเนวาติ อาห ‘‘อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต’’ติ.

กกจูปมสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.